การประปานครหลวง

การประปาฯ แจ้งน้ำไม่ไหล 10 เมษายน 2569 เช็กเลยกระทบพื้นที่ใดบ้าง

การประปาฯ แจ้งน้ำไม่ไหล 10 เมษายน 2569 ในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ เนื่องจากการบำรุงรักษาและปรับปรุงระบบท่อประปา หากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ ควรเตรียมน้ำสำรองไว้ให้เพียงพอเพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงค่ำคืนและเช้าวันที่ 10 เมษายน 2569 การแจ้งล่วงหน้าจากการประปานครหลวง (กปน.) นี้ช่วยให้ประชาชนวางแผนได้ทันท่วงที

การประปาฯ แจ้งน้ำไม่ไหล 10 เมษายน 2569 เช็กเลยกระทบพื้นที่ใดบ้าง

กปน. ได้ประกาศหยุดจ่ายน้ำและน้ำไหลอ่อนชั่วคราวเพื่อดำเนินการต่างๆ เช่น Step Test, ตัดบรรจบท่อ, ปรับปรุงแรงดัน, และซ่อมบำรุงสถานีสูบน้ำ โดยเริ่มตั้งแต่ค่ำวันที่ 9 เมษายน 2569 จนถึงเช้าวันที่ 10 เมษายน 2569 รวมถึงบางจุดในช่วงกลางวัน ด้านล่างคือรายละเอียดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด

1. แยกประตูน้ำ ถนนเพชรบุรีตัดราชปรารภ

  • เวลา: 20.00 น. 9 เม.ย. – 03.00 น. 10 เม.ย. 69 (Step Test ท่อ 300 AC)
  • กระทบ: ถนนเพชรบุรีตัดราชปรารภ, ซอยราชปรารภ 1, ซอยเพชรบุรี 15, 17

พื้นที่ใจกลางเมืองนี้มักคึกคัก ผู้อยู่อาศัยควรตุนน้ำไว้สำหรับการใช้งานยามค่ำ

2. เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ถนนวิทยุ

  • เวลา: 21.00 น. 9 เม.ย. – 05.00 น. 10 เม.ย. 69 (ติดตั้งมาตรวัดน้ำ ท่อ 300 PVC)
  • กระทบ: ถนนเพลินจิตแยกชิดลมถึงเพลินจิต, ถนนวิทยุถึงคลองแสนแสบ, ซอยชิดลม, ซอยสมคิด

ย่านช้อปปิ้งหรูหรานี้อาจกระทบโรงแรมและคอนโดหลายแห่ง

3. ตรงข้ามร้านอาหารพัดโบก ถนนสามัคคี

  • เวลา: 22.00 น. 9 เม.ย. – 05.00 น. 10 เม.ย. 69 (ปิดประตูน้ำท่อประธาน 900 PVC)
  • กระทบ: ถนนสามัคคีฝั่งเลขคี่ซอย 19 ถึงประชาชื่น, ฝั่งเลขคู่ทางพิเศษศรีรัชถึงประชาชื่น (น้ำไหลอ่อน-ไม่ไหล)

4. สถานีสูบจ่ายน้ำสามเสน 4

  • เวลา: 22.00 น. 9 เม.ย. – 05.00 น. 10 เม.ย. 69 (ซ่อมบำรุงอุปกรณ์)
  • ไม่มีพื้นที่กระทบโดยตรง

5. ถนนรามคำแหง

  • เวลา: 22.00 น. 9 เม.ย. – 05.00 น. 10 เม.ย. 69 (ตัดบรรจบท่อ 300 AC)
  • กระทบ: ถนนรามคำแหง ซอย 60/4 ถึงธนาคาร UOB

6. กรุงเทพกรีฑา

  • เวลา: 22.00 น. 9 เม.ย. – 05.00 น. 10 เม.ย. 69 (ตัดบรรจบท่อ 300 ST)
  • กระทบ: กรุงเทพกรีฑา 31-41

7. ริมถนนบางบอน 3 ตรงข้ามซอยร่มไทร

  • เวลา: 22.00 น. 9 เม.ย. – 05.00 น. 10 เม.ย. 69 (Step Test 300 PVC)
  • กระทบ: ริมถนนบางบอน 3 ตรงข้ามซอยร่มไทรถึงโรงเรียนกรพิทักษ์

8. ลาดกระบัง 3

  • เวลา: 22.00 น. 9 เม.ย. – 05.00 น. 10 เม.ย. 69 (ตัดบรรจบท่อ 300 PVC)
  • กระทบ: ลาดกระบัง ปากซอย 3

9. ริมถนนบรมราชาธิราช ใกล้ปากซอยอัศวพิเชษฐ์

  • เวลา: 22.30 น. 9 เม.ย. – 02.30 น. 10 เม.ย. 69 (Step Test 300 PVC)
  • กระทบ: กาญจนาภิเษก ตั้งแต่บรมราชาธิราชถึงคลองมหาสวัสดิ์

10. ริมถนนวัชรพล ใกล้ห้าแยกวัชรพล

  • เวลา: 23.00 น. 9 เม.ย. – 03.00 น. 10 เม.ย. 69 (Step Test 400 PVC)
  • กระทบ: ถ.วัชรพล, สุขาภิบาล 5, มบ.สกุลธร, นาราสิริ, ชัยพฤกษ์, The Front วัชรพล ฯลฯ

11. หน้าคอนโดไนท์บริดจ์ ถ.พหลโยธิน

  • เวลา: 23.00 น. 9 เม.ย. – 03.00 น. 10 เม.ย. 69 (Step Test 300 PVC)
  • กระทบ: ถ.พหลโยธินฝั่งขาออก, แจ้งวัฒนะ, ชุมชนริมคลอง

12. สถานีสูบจ่ายน้ำมหาสวัสดิ์

  • เวลา: 01.00-01.30 น. (หยุดสูบชั่วคราวเพื่อ กฟน. ซ่อมไฟ)
  • กระทบ: นนทบุรีหลายอำเภอ เช่น ไทรน้อย, บางบัวทอง (น้ำไหลอ่อน)

13. ริมสวนสาธารณะ ถ.บางขุนนนท์

  • เวลา: 10.00-16.00 น. (ตัดบรรจบท่อ 300 PVC)
  • กระทบ: ถ.บางขุนนนท์, ซ.18,20

14. หมู่บ้านมหานครนิเวศน์ ถนนวิภาวดี 64

  • เวลา: 10.00-16.00 น. (ท่อแตกรั่ว 150 PVC)
  • กระทบ: วิภาวดีรังสิต 64, มบ.มหานครนิเวศน์ ฯลฯ

15. ซอยอุดมเดช 6

  • เวลา: 10.00-16.00 น. (ตัดบรรจบท่อ 150 PVC)
  • กระทบ: สุขุมวิท, ซอยโรงนม, มิตรไมตรี

การบำรุงรักษานี้จำเป็นเพื่อคุณภาพน้ำที่ดีขึ้นในระยะยาว แนะนำให้เช็คเว็บไซต์ กปน. เป็นประจำและเตรียมน้ำดื่ม น้ำใช้ให้พร้อม หากน้ำไม่กลับมาไหลตามกำหนด สามารถแจ้ง กปน. โทร 1125 ได้ทันที

ข้อมูลจาก การประปานครหลวง

ที่มา – การประปาฯ แจ้งน้ำไม่ไหล 10 เมษายน 2569 เช็กเลยกระทบพื้นที่ใดบ้าง

ครม.ช่วยวัดค้างค่าน้ำไฟ มอบ พศ. สำรวจ

ครม. บรรเทาความเดือดร้อนวัดค้างชำระค่าสาธารณูปโภค เคาะมาตรการระยะสั้น ขอ กฟน.-กฟภ.-กปน.-กปภ. อย่าเพิ่งตัดน้ำตัดไฟ มอบสำนักพุทธฯ สำรวจ พร้อมวางระบบบริหารจัดการเงินวัดให้มีประสิทธิภาพ

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า วันนี้ได้รับการร้องเรียนจากวัดจำนวนมาก ว่า ในปัจจุบันวัดได้รับความเดือดร้อนมาจากการที่คนไปทำบุญน้อย และวัดต้องมีภาระค่าน้ำ ค่าไฟ อยู่จำนวนมาก นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดคุยใน ครม. ว่าจะขอให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การประปานครหลวง (กปน.) และการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) มีมาตรการในการดำเนินการเพื่อเป็นการผ่อนผันให้กับวัดเหล่านี้ อย่าเพิ่งตัดน้ำตัดไฟ

โดยที่ ครม. มีความเห็นหลากหลาย สุดท้ายมีมติให้สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ดำเนินการสำรวจช่วยเหลือวัดเหล่านั้น ซึ่งจะมีการสำรวจและช่วยเหลือตามความเป็นจริง อาจมีการบริหารจัดการเงินบริจาคในรูปแบบอื่น ที่สามารถทำให้วัดใหญ่และวัดเล็กสามารถอยู่ได้ ซึ่งเป็นแนวทางในอนาคต

1. ขอความร่วมมือให้ กฟน., กฟภ., การประปานครหลวง (กปน.) และการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) บรรเทาความเดือดร้อนให้แก่วัดที่มีหนี้ค้างชำระ โดยงดการระงับการให้บริการไว้ก่อน

2. ขอความร่วมมือให้ กฟน., กฟภ., กปน. และ กปภ. แจ้งรายละเอียดค่าบริการดังกล่าวของวัดที่ค้างชำระไปยัง พศ. เพื่อให้ พศ. รวบรวมและเสนอคณะกรรมการกองทุนวัดช่วยวัด หรือขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป

3. มอบหมายให้ พศ. ดำเนินการรณรงค์ให้วัดจัดทำมาตรการประหยัดพลังงาน เพื่อควบคุมการใช้พลังงานภายในวัดให้เหมาะสม รวมทั้งให้วัดจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัดให้ชัดเจนเป็นระบบ เพื่อให้วัดสามารถวางแผนการใช้จ่ายเงินและการบริหารจัดการได้โดยไม่เกิดภาระหนี้ในอนาคต

ทั้งนี้ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่วัดที่ประสบปัญหามีหนี้ค่าสาธารณูปโภคค้างชำระ และการประกอบศาสนกิจหรือกิจของสงฆ์สามารถดำเนินต่อไปได้ สำหรับมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนดังกล่าวเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในระยะสั้น เพื่อไม่ให้วัดถูกระงับการใช้บริการสาธารณูปโภค และให้การประกอบศาสนกิจหรือกิจของสงฆ์ดำเนินต่อไปได้ ขณะที่ในระยะยาวควรพัฒนาแนวทางเชิงระบบโดยวางระบบบริหารจัดการเงินของวัดให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้วัดรู้สถานะการเงินของตนเองและสามารถบริหารจัดการรายรับ-รายจ่ายได้โดยไม่เกิดภาระหนี้สิน.

ครม. เคาะมาตรการระยะสั้น บรรเทาวัดค้างชำระค่าน้ำ-ไฟ มอบ พศ. เร่งสำรวจ

จากสถานการณ์ที่วัดหลายแห่งประสบปัญหาค้างชำระค่าน้ำค่าไฟ รัฐบาลได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับวัดต่างๆ ทั่วประเทศ โดยคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือวัดที่กำลังเผชิญกับปัญหาดังกล่าว มาตรการนี้มีเป้าหมายที่จะป้องกันไม่ให้วัดถูกตัดน้ำตัดไฟ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการประกอบศาสนกิจและกิจกรรมต่างๆ ของวัด

รายละเอียดมาตรการช่วยเหลือวัดค้างค่าน้ำไฟ

มาตรการที่ ครม. อนุมัติมีรายละเอียดดังนี้:

  • ขอความร่วมมือจากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.), การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.), การประปานครหลวง (กปน.) และการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ในการงดการระงับการให้บริการแก่วัดที่มีหนี้ค้างชำระ
  • ขอความร่วมมือให้หน่วยงานดังกล่าวแจ้งรายละเอียดค่าบริการที่ค้างชำระของวัดไปยังสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)
  • พศ. จะรวบรวมข้อมูลและเสนอต่อคณะกรรมการกองทุนวัดช่วยวัด หรือขอรับการจัดสรรงบประมาณจากงบกลางเพื่อช่วยเหลือวัด
  • มอบหมายให้ พศ. รณรงค์ให้วัดจัดทำมาตรการประหยัดพลังงานและจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายให้ชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหาหนี้สินในอนาคต

มาตรการเหล่านี้เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นเท่านั้น รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาระยะยาว จึงได้มอบหมายให้ พศ. วางระบบบริหารจัดการเงินของวัดให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้วัดสามารถบริหารจัดการรายรับรายจ่ายได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน

การช่วยเหลือวัดที่ค้างชำระค่าน้ำไฟเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะวัดเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนและเป็นสถานที่ที่ใช้ในการประกอบศาสนกิจ การที่วัดสามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างราบรื่นจึงเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

การดำเนินการดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของรัฐบาลต่อปัญหาและความเดือดร้อนของวัดต่างๆ ทั่วประเทศ การที่ ครม. เคาะมาตรการระยะสั้น บรรเทาวัดค้างชำระค่าน้ำ-ไฟ มอบ พศ. เร่งสำรวจ เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนวัดในการแก้ไขปัญหาต่างๆ

ครม. เคาะมาตรการระยะสั้น บรรเทาวัดค้างชำระค่าน้ำ-ไฟ มอบ พศ. เร่งสำรวจ เพื่อให้วัดสามารถดำเนินกิจของสงฆ์ต่อไปได้

การที่วัดสามารถบริหารจัดการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นประโยชน์ต่อวัดในระยะยาว และจะช่วยให้วัดสามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญ

ที่มา – ครม. เคาะมาตรการระยะสั้น บรรเทาวัดค้างชำระค่าน้ำ-ไฟ มอบ พศ. เร่งสำรวจ

รวบหนุ่มลักมิเตอร์น้ำ: อ้างซ่อมน้ำรั่ว!


เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์สุดแปลก เมื่อตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้ทำการจับกุมหนุ่มวัย 26 ปี ที่แอบเข้าไปลักมิเตอร์น้ำที่บ้านของผู้การจังหวัดในพื้นที่ ภ.1 โดยผู้ต้องหาอ้างว่าที่ทำไปเพราะเห็นน้ำรั่ว เลยเข้าไปช่วยซ่อม แต่เรื่องราวกลับไม่จบแค่นั้น เพราะหลังจากซ่อมแล้ว น้ำกลับไหลไม่หยุด

รวบหนุ่มวัย 26 ปี ลักมิเตอร์น้ำ อ้างเห็นน้ำรั่วเลยช่วยซ่อม

พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ พร้อมด้วยทีมสืบสวน ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายสิริพงษ์ ทองแห้ว อายุ 26 ปี ชาว จ.สกลนคร ได้ที่ห้องเช่าในซอยสรณคมน์ 3 เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ พร้อมของกลางเป็นรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า เทียร่า สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน, เสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ, คีมล็อก และที่สำคัญคือ มิเตอร์น้ำของการประปา 1 ตัว

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่นายพรชัย กลัดโพธิ์ พนักงานการประปานครหลวง ได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานประปา สาขานนทบุรี เข้าแจ้งความว่า มิเตอร์น้ำของบ้านเลขที่ 38/120 ซอยรัตนาธิเบศร์ 9 ได้หายไปในช่วงเวลา 03.00 น. ของวันที่ 2 ตุลาคม 2566

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าคนร้ายขับรถจักรยานยนต์มาจอดหน้าปากซอยในเวลา 02.55 น. ก่อนจะเดินเข้าไปก่อเหตุและออกมาในเวลา 03.09 น. ซึ่งต่อมาตำรวจสืบทราบว่าคนร้ายคือนายสิริพงษ์ ทองแห้ว จึงได้ติดตามไปจับกุมตัวได้พร้อมของกลาง

คำสารภาพของหนุ่มลักมิเตอร์น้ำ

ในการสอบสวน นายสิริพงษ์ ทองแห้ว ให้การรับสารภาพ โดยอ้างว่าตนทำงานขับรถแมคโควางท่อประปาให้กับบริษัทที่รับช่วงต่อจากการประปา ในวันเกิดเหตุ ตนเห็นน้ำประปารั่ว จึงจอดรถเข้าไปช่วยซ่อม แต่หลังจากซ่อมแล้วน้ำกลับไหลไม่หยุด ตนจึงปิดวาล์วน้ำและถอดมิเตอร์ออกไป โดยตั้งใจจะนำมิเตอร์มาคืนในวันรุ่งขึ้น แต่กลัวเจ้าของบ้านด่า จึงนำไปขายให้กับซาเล้งรับซื้อของเก่า ได้เงินมา 120 บาท ก่อนที่จะถูกตำรวจตามมาจับกุม

อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การหลบหนี และนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์ว่า การกระทำโดยพลการโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจนำมาซึ่งปัญหาที่ใหญ่กว่าเดิมได้ แม้ว่าเจตนาอาจจะดี แต่การลักทรัพย์ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ถือเป็นความผิดทางอาญา

และที่น่าสนใจคือ บ้านที่เกิดเหตุลักมิเตอร์น้ำ เป็นบ้านของผู้การจังหวัดท่านหนึ่งในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 เรื่องนี้จึงกลายเป็นที่สนใจของสังคมเป็นอย่างมาก

อย่าลืมตรวจสอบมิเตอร์น้ำที่บ้านของท่าน เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน และหากพบเห็นสิ่งผิดปกติ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทันที

หากใครประสบปัญหาเกี่ยวกับท่อประปา หรือมิเตอร์น้ำ อย่าเสี่ยงซ่อมเอง ควรแจ้งเจ้าหน้าที่การประปาโดยตรงนะครับ เพื่อความปลอดภัยและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

เรื่องการลักมิเตอร์น้ำนี้เป็นเรื่องใกล้ตัวที่เรามองข้ามไม่ได้เลยนะครับ

ที่มา – ตร.รวบหนุ่มวัย 26 ปี ย่องลักมิเตอร์น้ำบ้านผู้การฯ อ้างเห็นน้ำรั่วเลยช่วยซ่อม

“อนุทิน” แบ่งงานกระทรวงมหาดไทยให้ 3 รมช.

“อนุทิน” แบ่งงานกระทรวงมหาดไทยให้ 3 รมช. “ทรงศักดิ์” คุม กรมที่ดิน-ท้องถิ่น

ในวันที่ 30 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 2976/2568 เพื่อมอบหมายอำนาจหน้าที่ให้กับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยทั้ง 3 คนในการปฏิบัติราชการแทน โดยคำสั่งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งมอบภารกิจของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทยให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อให้การบริหารราชการราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

“อนุทิน” แบ่งงานกระทรวงมหาดไทยให้ 3 รมช. “ทรงศักดิ์” คุม กรมที่ดิน-ท้องถิ่น

การแบ่งงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการจัดการโครงสร้างการทำงานของกระทรวงมหาดไทย โดยนายอนุทิน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ยังคงกำกับดูแลหน่วยงานหลักหลายแห่ง ได้แก่ 1. สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย 2. สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย 3. กรมการปกครอง 4. กรมโยธาธิการและผังเมือง 5. การประสานงานส่วนราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทยตามพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 6. การไฟฟ้านครหลวง และ 7. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การกำกับดูแลเหล่านี้ช่วยให้เกิดการบูรณาการนโยบายโดยรวมของกระทรวงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) คือ นายทรงศักดิ์ ทองศรี ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแล 1. กรมที่ดิน 2. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และ 3. การประปาส่วนภูมิภาค หน่วยงานเหล่านี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาที่ดิน การจัดการท้องถิ่น และการ供水ในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาที่ค้างคาในระดับท้องถิ่นได้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการที่ดินที่เป็นประเด็นร้อนในหลายพื้นที่

บทบาทของ “ศักด์ดา” และ “ศศิธร” ใน “อนุทิน” แบ่งงานกระทรวงมหาดไทยให้ 3 รมช.

ส่วนนายศักด์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) มีหน้าที่กำกับดูแล 1. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2. กรุงเทพมหานคร และ 3. การประปานครหลวง การมอบหมายนี้เหมาะสมเพราะเกี่ยวข้องกับการจัดการภัยพิบัติในเมืองหลวงและการ供水หลักของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นหัวใจเศรษฐกิจของชาติ ในขณะที่น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) รับผิดชอบ 1. กรมการพัฒนาชุมชน 2. องค์การตลาด และ 3. องค์การจัดการน้ำเสีย หน่วยงานเหล่านี้มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน การค้าปลีก และการจัดการสิ่งแวดล้อมด้านน้ำเสีย ซึ่งเป็นประเด็นที่กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญในยุคปัจจุบัน

การแบ่งงานกระทรวงมหาดไทยครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยกระจายภาระงานให้เหมาะสมกับความเชี่ยวชาญของแต่ละบุคคลเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงนโยบายของรัฐบาลในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบราชการท้องถิ่นและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะในด้านที่ดิน ท้องถิ่น และการจัดการน้ำ ซึ่งเป็นรากฐานของการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย

จากข้อมูลที่ได้รับรู้ “อนุทิน” แบ่งงานกระทรวงมหาดไทยให้ 3 รมช. “ทรงศักดิ์” คุม กรมที่ดิน-ท้องถิ่น จะช่วยให้เกิดความคล่องตัวในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น การรับมือกับภัยแล้งหรือน้ำท่วมผ่านการประปาส่วนภูมิภาค และการพัฒนาชุมชนให้ยั่งยืนมากขึ้น นอกจากนี้ การกำกับดูแลกรุงเทพมหานครโดย มท.3 ยังจะช่วยประสานงานระหว่างส่วนกลางและท้องถิ่นในเมืองใหญ่ได้ดียิ่งขึ้น

เพื่อให้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น เรามาดูรายละเอียดการแบ่งงานแบบสรุปกัน:

  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล (มท.1): สำนักงานรัฐมนตรี, สำนักงานปลัด, กรมการปกครอง, กรมโยธาธิการและผังเมือง, ประสานงานจังหวัดชายแดนใต้, การไฟฟ้านครหลวง, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
  • นายทรงศักดิ์ ทองศรี (มท.2): กรมที่ดิน, กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, การประปาส่วนภูมิภาค
  • นายศักด์ดา วิเชียรศิลป์ (มท.3): กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กรุงเทพมหานคร, การประปานครหลวง
  • น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล (มท.4): กรมการพัฒนาชุมชน, องค์การตลาด, องค์การจัดการน้ำเสีย

การปรับโครงสร้างเช่นนี้คาดว่าจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นบวกในระยะยาว โดยช่วยให้แต่ละหน่วยงานได้รับการสนับสนุนที่ตรงจุด หากคุณเป็นผู้สนใจในเรื่องการเมืองหรือการบริหารราชการ สามารถติดตามพัฒนาการเพิ่มเติมได้จากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ

ในมุมมองของผู้เขียน การแบ่งงานครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรีในการสร้างทีมงานที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง ลองคิดดูสิว่าหากการจัดการที่ดินและท้องถิ่นดีขึ้น เราจะเห็นการพัฒนาในชนบทมากแค่ไหน คุณคิดอย่างไรกับการเปลี่ยนแปลงนี้? แชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองกันนะ

ที่มา – “อนุทิน” แบ่งงานกระทรวงมหาดไทยให้ 3 รมช. “ทรงศักดิ์” คุม กรมที่ดิน-ท้องถิ่น

Scroll to top