การพิจารณาของสภา

ไหม ซัด พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน เสี่ยงเพดานหนี้พุ่ง

ในประเด็นร้อนทางการเมืองที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง “ไหม” ซัดรัฐบาลตีเช็คเปล่าออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน เสี่ยงเพดานหนี้ปี 70 พุ่ง นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล หรือ “ไหม” รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลอย่างดุเดือด โดยเฉพาะการออกพระราชกำหนดการ (พ.ร.ก.) เงินกู้วงเงิน 400,000 ล้านบาท ที่อาจนำไปสู่ปัญหาเพดานหนี้สาธารณะพุ่งสูงในปีงบประมาณ 2570

“ไหม” ซัดรัฐบาลตีเช็คเปล่าออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน เสี่ยงเพดานหนี้ปี 70 พุ่ง

วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 “ไหม” ได้ให้ความเห็นต่อมติคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติ พ.ร.ก.เงินกู้ดังกล่าว โดยชี้ว่าวงเงินมหาศาลนี้ยังมีคำถามใหญ่หลวงว่าจำเป็นต้องขยายเพดานหนี้หรือไม่ แม้ปีงบ 2569 อาจยังไม่กระทบ แต่ปี 2570 จะต้องขยายแน่นอน รัฐบาลควรถามตัวเองว่าต้องกู้ถึง 400,000 ล้านบาทจริงหรือ

ข้อกังวลหลักเรื่องเพดานหนี้และการใช้ พ.ร.ก.

รองนายกฯ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เคยกล่าวถึงการคาดการณ์ GDP โตจากเงินเฟ้อที่ช่วยลดสัดส่วนหนี้ต่อ GDP แต่ “ไหม” ย้อนถามว่าถ้าก็ทำไมต้องกู้เยอะขนาดนี้ สำหรับ 200,000 ล้านบาทแรกที่ใช้เยียวยาผลกระทบ เธอเห็นด้วยเพราะเร่งด่วน แต่ 200,000 ล้านบาทที่เหลือสำหรับปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว ไม่จำเป็นต้องใช้ พ.ร.ก. ตามมาตรา 172 รัฐธรรมนูญ

การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเป็นเรื่องดี แต่ไม่เร่งด่วนถึงขั้นออก พ.ร.ก. ข้ามสภา รัฐบาลควรคิดโครงการละเอียดแล้วออกเป็น พ.ร.บ. ให้สภาตรวจสอบ การออก พ.ร.ก. ควรใช้เฉพาะวิกฤติจริง ไม่ใช่พร่ำเพรื่อเพราะเป็นอำนาจฝ่ายบริหารที่ข้ามหัวสภา

  • วงเงินเยียวยา 200,000 ล้านบาท: จำเป็นเร่งด่วน
  • ปรับโครงสร้าง 200,000 ล้านบาท: ควรเป็น พ.ร.บ. มีรายละเอียดชัด
  • เสี่ยงเพดานหนี้ปี 70: ต้องขยายเพดานแน่นอน

รัฐบาลอ้างโมเดลโควิดที่รวมเยียวยากับฟื้นฟู แต่ “ไหม” ชี้ว่าวิกฤติโควิดต่างจากวิกฤติพลังงานปัจจุบัน การใช้คนละครึ่งเยียวยาอาจไม่เหมาะเพราะมีเงื่อนไขเยอะ ใช้ยาก ไม่ครอบคลุม

ปัญหาการเยียวยาด้วยคนละครึ่ง

คนละครึ่งช่วยลดค่าครองชีพได้บ้าง แต่จำกัดมาก ยังไม่ชัดว่าจะปรับเงื่อนไขหรือเพิ่มเป็น 60% จากรัฐ ในวิกฤติพลังงาน ค่าครองชีพพุ่งทุกด้าน ไม่ใช่แค่รายวัน ควรจ่ายเงินสดไร้เงื่อนไขเพื่อเยียวยาจริง ไม่กระตุ้นเงินเฟ้อเพิ่มเพราะร้านค้าอาจขึ้นราคา

นายเอกนิติบอกช่วยกลุ่มเปราะบาง แต่คนละครึ่งต้องสุ่มลงทะเบียน คนจนไม่มีบัตรสวัสดิการอาจตกหล่น เกษตรกรได้ปุ๋ยน้อย ชาวประมงต้นทุนน้ำมันสูง ก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือ รัฐบาลเน้นคะแนนนิยม ใช้คนละครึ่งทุกวิกฤติ แย้งกับคำพูดก่อนหน้าที่จะไม่หว่านแห

“ไหม” เห็นด้วยเรื่องเยียวยาระยะสั้นและปรับโครงสร้างระยะยาว แต่ต้องถูกกฎหมาย นำเข้าสภา รัฐบาลยังบอกไม่ได้ว่าปรับโครงสร้างคืออะไร โซลาร์เซลล์? ต้องลงรายละเอียด กี่ MW อุดหนุนอย่างไร พ.ร.ก. กู้ก่อนๆ มักเป็นเช็คเปล่า รัฐบาลกู้ทำอะไรก็ได้

เสนอทางออก: ออก พ.ร.ก. เฉพาะเยียวยา 200,000 ล้านก่อน ที่เหลือเป็น พ.ร.บ. ใช้เวลา 3 เดือนก็พอ

ประเด็นนี้สะท้อนปัญหาการบริหารการคลังที่ขาด transparency คุณคิดว่ารัฐบาลควรปรับนโยบายอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองกันเถอะ

ที่มา – “ไหม” ซัดรัฐบาลตีเช็คเปล่าออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน เสี่ยงเพดานหนี้ปี 70 พุ่ง

อนุทินพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะแก้รัฐธรรมนูญ

“อนุทิน” พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะที่ดี ต่อยอดปฏิบัติงาน เชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญถ้าตั้งใจ ก็ทำได้

ในสถานการณ์การเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุ การแถลงนโยบายของรัฐบาลถือเป็นโมเมนต์สำคัญที่ทุกฝ่ายจับตามอง โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่แสดงท่าทีเปิดกว้างในการรับฟังความเห็นจากสมาชิกรัฐสภา ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทินได้ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการแถลงนโยบาย โดยย้ำว่าการแถลงนโยบายไม่ใช่แค่การพูด แต่เป็นโอกาสในการรับฟังข้อเสนอแนะที่ดี เพื่อนำไปต่อยอดและปฏิบัติจริง ซึ่งสะท้อนถึงแนวคิดที่เน้นการทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของประชาชน

การเตรียมตัวของรัฐบาลในครั้งนี้ นายอนุทินระบุว่าได้มีการหารือกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกคนอย่างละเอียด เพื่อเตรียมชี้แจงข้อสงสัยต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในการอภิปราย รัฐบาลพร้อมรับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ เพื่อปรับปรุงนโยบายให้ดียิ่งขึ้น นี่เป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับกระบวนการประชาธิปไตย โดยไม่ปิดกั้นเสียงจากฝ่ายค้านหรือสมาชิกรัฐสภา

เชื่อมั่นการแก้ไขรัฐธรรมนูญภายใน 4 เดือน

หนึ่งในประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นวาระเร่งด่วนของรัฐบาล เมื่อถูกถามถึงระยะเวลาที่เหลือเพียง 4 เดือน จะทันกับเป้าหมายที่ตั้งใจไว้หรือไม่ โดยเฉพาะการแก้รัฐธรรมนูญ นายอนุทินตอบอย่างมั่นใจว่า “ถ้าเรามีความตั้งใจก็ทำได้” และแจ้งว่าสัปดาห์หน้า วันที่ 14-15 ตุลาคม 2568 จะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเพื่อรับหลักการ

แม้เวลาจะจำกัด แต่การเตรียมการได้ดำเนินมาก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้รัฐบาลมั่นใจในกระบวนการ ท่าทีนี้ช่วยคลายความกังวลของประชาชนที่ติดตามสถานการณ์การเมือง โดยเฉพาะประเด็นรัฐธรรมนูญที่เป็นรากฐานของการปกครอง หากการแก้ไขสำเร็จ จะช่วยปรับปรุงระบบให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคมไทยในยุคปัจจุบัน

นอกจากนี้ นายอนุทินยังเน้นย้ำถึงการทำงานแบบเร่งด่วนแต่ไม่รวบรัด โดยได้เตรียมข้อมูลและเอกสารครบถ้วนเพื่อตอบคำถามในสภา การแถลงนโยบายครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการนำเสนอวิสัยทัศน์ แต่ยังเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่สร้างสรรค์ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศในระยะยาว

  • รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกฝ่าย
  • การแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มเสนอร่างในเดือนตุลาคม
  • เน้นความตั้งใจและการเตรียมการล่วงหน้า
  • สร้างความมั่นใจให้ประชาชนในกระบวนการประชาธิปไตย

จากมุมมองของนักวิเคราะห์ การแสดงออกเช่นนี้ของนายอนุทินช่วยเสริมภาพลักษณ์ของรัฐบาลให้ดูโปร่งใสและมีส่วนร่วมมากขึ้น ในขณะที่ฝ่ายค้านก็มีโอกาสเสนอไอเดียใหม่ๆ เพื่อแก้ปัญหาเรื้อรังของชาติ ประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่อาจกำหนดทิศทางอนาคตของการเมืองไทย หากทำสำเร็จ จะเป็นก้าวสำคัญสู่ความมั่นคงทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม ผู้ติดตามการเมืองควรจับตาการอภิปรายในสภาให้ดี เพราะอาจมีประเด็นถกเถียงรุนแรงเกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องเวลาและเนื้อหาการแก้ไข สุดท้ายแล้ว ความสำเร็จขึ้นอยู่กับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ในฐานะนักสังเกตการณ์ การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ giai ใหม่ที่เน้นการฟังและปรับตัว หากรัฐบาลสามารถผลักดันนโยบายได้ตามแผน ประชาชนจะได้รับประโยชน์โดยตรง สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าการเมืองไม่ใช่แค่การต่อสู้ แต่เป็นการสร้างสรรค์เพื่อชาติ

คุณคิดอย่างไรกับท่าทีของนายอนุทินในครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – “อนุทิน” พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะที่ดี ต่อยอดปฏิบัติงาน เชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญถ้าตั้งใจ ก็ทำได้

ชลน่านแนะ ถอนร่างแก้รัฐธรรมนูญ วัดใจ สว.

“ชลน่าน” เผยแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องวัดใจ สว. เอาด้วยหรือไม่แนะ “เพื่อไทย-ประชาชน” ถอนร่างเดิมก่อนเสนอใหม่ มั่นใจทุกพรรคพร้อมเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ

วันที่ 16 ก.ย. 2568 ที่พรรคเพื่อไทย นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ว่า จากการหารือที่ผ่านมาพบว่าทุกพรรคมีความเห็นตรงกันว่าจะต้องร่วมกันทำงานเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ จากระยะเวลาที่มีอยู่เชื่อว่าสามารถเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญทัน ดังนั้นขั้นตอนแรกคือ ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ต่อที่ประชุมสภา พร้อมเพิ่มหมวดที่ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เข้าสู่การพิจารณาของสมาชิกสภา เพื่อนำไปสู่การทำคำถามประชามติ

นพ. ชลน่าน กล่าวด้วยว่า สิ่งที่พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนต้องทำคือการถอนร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขมาตรา 256 ที่ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับเดิมที่ค้างอยู่ระเบียบวาระ ตามระเบียบออกก่อน พร้อมนำเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขมาตรา 256 ใหม่ หากทุกพรรคการเมืองจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเห็นชอบร่วมกันเข้าสู่การพิจารณาของสภา เพื่อพิจารณาในวาระแรก ซึ่งสามารถรับหลักการได้ พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณา ก่อนปิดสมัยประชุมนี้ พอเปิดในเดือนธันวาคม ก็สามารถพิจารณาในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ได้เลย

“ที่น่าเป็นกังวลในการแก้รัฐธรรมนูญในครั้งนี้คือ สมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. จะเห็นชอบด้วยหรือไม่ หากสมาชิกวุฒิสภาไม่เห็นชอบด้วยทุกอย่างที่ทำมาทั้งหมดก็จบลง เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราใดก็ตามต้องได้รับความเห็นชอบจาก สว. ไม่ต่ำกว่า 67 เสียงหรือ 1 ใน 3 ของจำนวน สว. ที่มีอยู่ ดังนั้นหาก สว. ไม่เอาด้วยก็ไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ทุกอย่างที่ทำมาไปต่อไม่ได้อย่างแน่นอน” นพ.ชลน่าน กล่าว

สถานการณ์การเมืองไทยยังคงร้อนระอุอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของรัฐบาลปัจจุบัน ท่าทีของ สว. จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะชี้ชะตาว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการได้รับความเห็นชอบจาก สว. ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นพ.ชลน่าน เสนอแนะให้พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับเดิมออกไปก่อน แล้วจึงเสนอร่างใหม่เข้ามาพิจารณา เพื่อให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถเดินหน้าต่อไปได้ นอกจากนี้ นพ.ชลน่านยังแสดงความมั่นใจว่าทุกพรรคการเมืองพร้อมที่จะร่วมมือกันในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าจับตามองคือท่าทีของ สว. ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอำนาจในการตัดสินใจว่าจะให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านหรือไม่ หาก สว. ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สิ่งที่พรรคการเมืองและประชาชนพยายามทำมาทั้งหมดก็อาจต้องจบลง

“ชลน่าน” แนะ “เพื่อไทย-ประชาชน” ถอนร่างเดิมก่อนเสนอใหม่ วัดใจสว.เอาด้วยหรือไม่

จากคำแนะนำของ นพ.ชลน่าน สิ่งที่พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนต้องทำคือการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถเดินหน้าต่อไปได้ นอกจากนี้ การสร้างความเข้าใจและความร่วมมือกับ สว. ก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ประสบความสำเร็จ

ความสำคัญของการถอนร่างเดิมก่อนเสนอใหม่

การถอนร่างเดิมก่อนเสนอใหม่ตามคำแนะนำของ นพ.ชลน่าน มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้พิจารณารายละเอียดของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างรอบคอบอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังเป็นการแสดงความจริงใจของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างโปร่งใส

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นประเด็นที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทย การที่ทุกฝ่ายร่วมมือกันในการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างสร้างสรรค์ จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนโดยรวม การถอนร่างเดิมก่อนเสนอใหม่ตามคำแนะนำของ นพ.ชลน่าน จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ยั่งยืน

ดังนั้น การ“ชลน่าน” แนะ “เพื่อไทย-ประชาชน” ถอนร่างเดิมก่อนเสนอใหม่ วัดใจสว.เอาด้วยหรือไม่ จึงเป็นการตัดสินใจที่สำคัญ และต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลที่จะตามมา เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง

จากสถานการณ์ปัจจุบัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การตัดสินใจของ สว. จะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดอนาคตของการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเทศไทย

ที่มา – “ชลน่าน” แนะ “เพื่อไทย-ประชาชน” ถอนร่างเดิมก่อนเสนอใหม่ วัดใจสว.เอาด้วยหรือไม่

Scroll to top