การลงทุนในอนาคต

ณัฐพงษ์ ชี้ปัญหาโครงสร้างงบประมาณไทยและพิรุธงบรายจ่าย

เชื่อว่าหลายคนอาจจะกำลังสงสัยว่า ทำไมภาษีของพวกเราถึงดูเหมือนไม่ได้ถูกนำไปพัฒนาประเทศอย่างเต็มที่เท่าที่ควร? ล่าสุด คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาตีแผ่ถึงประเด็นร้อนที่น่าสนใจมาก นั่นคือ ณัฐพงษ์ ชี้ปัญหาโครงสร้างงบประมาณไทย ลงทุนต่ำ-ทุจริต-ขาดวิสัยทัศน์ ชวนจับตาพิรุธงบรายจ่าย ซึ่งถือเป็นการเปิดมุมมองที่คนไทยทุกคนควรรู้เพื่อร่วมกันตรวจสอบงบประมาณของแผ่นดินครับ

ณัฐพงษ์ ชี้ปัญหาโครงสร้างงบประมาณไทย ลงทุนต่ำ-ทุจริต-ขาดวิสัยทัศน์ ชวนจับตาพิรุธงบรายจ่าย

จากการเปิดกิจกรรม “Hack งบ 70” คุณณัฐพงษ์ได้ชี้ให้เห็นว่า โครงสร้างงบประมาณไทยเปรียบเสมือนวงจรที่ยากจะเปลี่ยนแปลง โดยพบว่ารายจ่ายลงทุนนั้นถูกจำกัดไว้เพียง 1 ใน 5 ของงบประมาณทั้งหมด หรือประมาณ 21% เท่าเดิมมาตลอดหลายปี ทำให้เราขาดเม็ดเงินที่จะนำไปพัฒนาอนาคตของประเทศอย่างจริงจัง นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องการทุจริต และการจัดทำนโยบายที่มุ่งเน้นเพียงคะแนนนิยมระยะสั้นมากกว่าวิสัยทัศน์ระยะยาวอีกด้วย

เปิดปมวิกฤต: ทำไม ณัฐพงษ์ ชี้ปัญหาโครงสร้างงบประมาณไทย ลงทุนต่ำ-ทุจริต-ขาดวิสัยทัศน์ ชวนจับตาพิรุธงบรายจ่าย

นอกจากปัญหาภาพรวมแล้ว ข้อมูลเชิงลึกยังชี้ให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำในการกระจายงบประมาณรายหัว โดยในขณะที่กรุงเทพฯ ได้รับงบสูงถึง 22,493 บาทต่อคน แต่พื้นที่ภาคอีสานกลับได้รับเพียง 5,517 บาทต่อคนเท่านั้น สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการบริหารจัดการงบประมาณปัจจุบันยังห่างไกลจากความเท่าเทียม ทั้งที่ภาระหนี้สาธารณะของประเทศเรานั้นสูงพอๆ กับประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่รายได้รัฐกลับต่ำกว่ามาก

บทเรียนสำคัญจากกิจกรรมนี้คือ:

  • งบประมาณไทยยึดติดกับฐานเดิมจากอดีต ไม่มีการทำ Zero-Based Budgeting อย่างแท้จริง
  • โครงการส่วนใหญ่กว่า 95% เป็นโครงการต่อเนื่อง ไม่ได้มีนวัตกรรมใหม่เพื่ออนาคต
  • มีความเสี่ยงเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันในโครงการต่างๆ ที่ต้องอาศัยตาเหยี่ยวของประชาชนในการตรวจสอบ

คุณณัฐพงษ์ย้ำชัดว่า พรรคประชาชนไม่ได้เพียงแค่ติง แต่ได้เตรียมเสนอการปฏิรูปกฎหมาย ทั้งร่าง พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ และการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อเพิ่มความโปร่งใสให้เกิดขึ้นจริง ดังนั้น ในฐานะประชาชนคนไทย เราอย่ามองว่าเรื่องงบประมาณเป็นเรื่องไกลตัวครับ ทุกบาททุกสตางค์ที่มาจากหยาดเหงื่อของเราควรถูกใช้ไปเพื่ออนาคตของลูกหลานอย่างคุ้มค่าที่สุด มาช่วยกันจับตาดูความผิดปกติรายโครงการและส่งเสียงเรียกร้องความโปร่งใสไปพร้อมๆ กันครับ

ที่มา – “ณัฐพงษ์” ชี้ปัญหาโครงสร้างงบประมาณไทย ลงทุนต่ำ-ทุจริต-ขาดวิสัยทัศน์ ชวนจับตาพิรุธงบรายจ่าย

“ธนกร” ยก “อนุทิน” พาไทยกลับสู่สายตาโลกอีกครั้ง

“ธนกร” ยาหอมนายกฯ อนุทินพาไทยกลับสู่สายตาโลกอีกครั้ง เชื่อนานาชาติพร้อมเจรจาลงทุนในอนาคต

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า แม้รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะบริหารประเทศมาเพียง 1 เดือน แต่เชื่อว่าประเทศไทยได้กลับเข้าสู่สายตาของประชาคมโลกอีกครั้งแล้ว โดยเฉพาะบทบาทของรัฐบาลในเวทีโลก ที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้กล่าวถ้อยแถลงตอบโต้ข้อกล่าวหาของกัมพูชาอย่างเฉียบคม จนได้รับการยกย่องและเสียงปรบมือจากผู้แทนนานาชาติ ขณะที่เวที APEC นายกรัฐมนตรีได้ชูศักยภาพของไทยในการเป็นผู้นำด้าน การเติบโตสีเขียวและยั่งยืน ภายใต้นโยบาย Quick Big Win

นายธนกรยังระบุถึงการหารือทวิภาคีระหว่างนายกรัฐมนตรีกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ซึ่งนายกฯ ได้ใช้โอกาสนี้ติดตามการเจรจาซื้อข้าวไทย 500,000 ตัน และยืนยันว่ารัฐบาล ไม่มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการใช้คาสิโน แต่จะส่งเสริมสินค้าไทยและเทคโนโลยีที่มีอยู่แทน พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวจีนให้กลับมาเที่ยวประเทศไทย

นายธนกรสรุปว่า วันนี้ผู้นำระดับโลกหลาย ๆ ประเทศกำลังให้ความสนใจประเทศไทย ถึงแม้ว่าสิ่งที่ท่านนายกฯ กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้อาจจะยังไม่เห็นผลทันที แต่อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นแล้วว่า นานาประเทศพร้อมเปิดรับประเทศไทยสำหรับการเจรจาลงทุนการค้าต่าง ๆ ในอนาคต

“ธนกร” ยก “อนุทิน” พาไทยกลับสู่สายตาโลกอีกครั้ง

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังกลับมาเป็นที่จับตามองของนานาชาติอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวทีโลกที่ประเทศไทยได้แสดงบทบาทอย่างแข็งขันและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

การที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการเติบโตสีเขียวและยั่งยืน รวมถึงการส่งเสริมสินค้าไทยและเทคโนโลยีที่มีอยู่ เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังเดินหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้องและสอดคล้องกับความต้องการของโลกในปัจจุบัน

ผลสำเร็จที่จับต้องได้จากการที่ “อนุทิน” พาไทยกลับสู่สายตาโลกอีกครั้ง

  • การตอบโต้ข้อกล่าวหาของกัมพูชาอย่างเฉียบคมในเวทีโลก สร้างความเชื่อมั่นและได้รับการยกย่องจากนานาชาติ
  • การหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีจีนเพื่อติดตามการเจรจาซื้อข้าวไทย ส่งผลดีต่อภาคการเกษตรของไทย
  • การยืนยันนโยบายที่ไม่ใช้คาสิโนกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่จะส่งเสริมสินค้าไทยและเทคโนโลยี สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
  • การเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวจีนให้กลับมาเที่ยวประเทศไทย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคการท่องเที่ยว

นอกจากนี้ การที่ผู้นำระดับโลกให้ความสนใจประเทศไทยมากขึ้น ถือเป็นโอกาสที่ดีในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและการเจรจาการค้าต่าง ๆ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

การที่“อนุทิน” พาไทยกลับสู่สายตาโลกอีกครั้ง ไม่ได้เป็นเพียงแค่คำกล่าวอ้าง แต่เป็นสิ่งที่จับต้องได้และเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งต้องขอชื่นชมการทำงานของรัฐบาลที่มุ่งมั่นพัฒนาประเทศและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาชาติ

รัฐบาลชุดนี้มาพร้อมความมุ่งมั่นที่จะยกระดับประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล การสร้างความเชื่อมั่นและความน่าสนใจให้กับประเทศจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ให้กับคนไทยทุกคน หวังว่าความพยายามเหล่านี้จะนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ย่อมต้องใช้เวลา การที่นายธนกรออกมาให้ความเห็นเช่นนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นถึงทิศทางที่ถูกต้อง และความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าต่อไป

ที่มา – “ธนกร” ยก “อนุทิน” พาไทยกลับสู่สายตาโลกอีกครั้ง

Scroll to top