การหลอกลวงประชาชน

เจาะลึก! ขบวนการรับจ้างกดบัตรคอนเสิร์ต หลอกเก็บเงินล่วงหน้า

เชื่อว่าเหล่าแฟนคลับศิลปินหลายคนคงเคยประสบปัญหาการกดบัตรคอนเสิร์ตไม่ทัน จนต้องหันไปพึ่งพาบริการจากร้านค้าออนไลน์ต่าง ๆ ซึ่งล่าสุดกลายเป็นประเด็นร้อนแรงเมื่อนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ สคบ. เร่งประสานงานกับ ปคบ. เพื่อจัดการอย่างเร่งด่วนกับ ขบวนการรับจ้างกดบัตรคอนเสิร์ต หลอกเก็บเงินล่วงหน้า ที่กำลังสร้างความเดือดร้อนให้แฟนคลับทั่วประเทศ

เผยกลโกง ขบวนการรับจ้างกดบัตรคอนเสิร์ต หลอกเก็บเงินล่วงหน้า ที่แฟนคลับต้องระวัง

พฤติการณ์ของมิจฉาชีพกลุ่มนี้มักจะโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียว่าสามารถกดบัตรได้แน่นอน 100% โดยมีการเรียกเก็บเงินมัดจำล่วงหน้า หรือเรียกเก็บเต็มจำนวนก่อนถึงวันกดบัตรจริง เมื่อถึงเวลาหากกดบัตรไม่ได้ มิจฉาชีพเหล่านี้มักจะบ่ายเบี่ยง ไม่คืนเงิน หรือปิดช่องทางการติดต่อหนีไป ทำให้ผู้เสียหายสูญเสียทั้งเงินและโอกาสสำคัญในการชมคอนเสิร์ตที่ตั้งตารอคอย

วิธีป้องกันตัวเองจาก ขบวนการรับจ้างกดบัตรคอนเสิร์ต หลอกเก็บเงินล่วงหน้า

เพื่อให้ทุกคนปลอดภัยจากการถูกหลอกลวง สคบ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้คำแนะนำสำคัญ ดังนี้:

  • ซื้อบัตรผ่านช่องทางจำหน่ายอย่างเป็นทางการของผู้จัดงานเท่านั้น
  • หลีกเลี่ยงการโอนเงินให้บุคคลที่ไม่รู้จักหรือร้านค้าออนไลน์ที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ
  • บันทึกหลักฐานการสนทนาและสลิปการโอนเงินไว้เสมอหากเกิดปัญหา
  • อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาที่อ้างว่าการันตีที่นั่งดี หรือทำได้ทุกรอบการแสดง

รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้มิจฉาชีพอาศัยความชื่นชอบของแฟนคลับมาหาผลประโยชน์โดยมิชอบ โดยจะบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อทลายเครือข่ายเหล่านี้ให้หมดไป

ในฐานะที่ติดตามข่าวสารมาโดยตลอด ผมอยากฝากไว้ว่า ความสุขจากการชมคอนเสิร์ตไม่ควรมาพร้อมกับความเสี่ยง การซื้อบัตรผ่านช่องทางที่ได้รับอนุญาตคือวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องสิทธิ์ของตัวเราเอง หากใครเคยตกเป็นเหยื่อ ไม่ต้องอายที่จะแจ้งความดำเนินคดี เพราะยิ่งข้อมูลมากเท่าไหร่ การจับกุมมิจฉาชีพก็จะยิ่งทำได้เร็วขึ้นเท่านั้น อย่าปล่อยให้คนผิดลอยนวลครับ!

ที่มา – “ศุภมาส” สั่ง สคบ. ประสาน ปคบ. เช็กด่วน ขบวนการรับจ้างกดบัตรคอนเสิร์ต หลอกเก็บเงินล่วงหน้า

เตือนภัย! สแกนม่านตา แลกเงิน เสี่ยงข้อมูลรั่ว

รัฐบาลเตือนประชาชนระวัง! แห่ สแกนม่านตา แลกเงิน 500-1,000 บาท อาจไม่คุ้มค่า เสี่ยงข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล กรมการปกครองย้ำ ไม่ใช่การดำเนินการของภาครัฐ ตำรวจไซเบอร์เร่งตรวจสอบ

นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เทคโนโลยีก้าวหน้ามีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน รวมถึงการยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลชีวภาพ เช่น ลายนิ้วมือ ใบหน้า และล่าสุดคือการ สแกนม่านตา

แต่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีก็มาพร้อมความท้าทาย ล่าสุดสภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) รายงานว่า มีการชักชวนประชาชน สแกนม่านตา แลกเงิน 500-1,000 บาท อ้างว่าจะนำไปแลกเหรียญคริปโทเคอร์เรนซี โดยผู้สแกนจะได้รับเงินภายใน 24 ชั่วโมง และผู้แนะนำจะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มเติม

รองโฆษกรัฐบาลเน้นย้ำว่า ข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะข้อมูลชีวภาพ เช่น ลายนิ้วมือ ใบหน้า เสียง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ม่านตา” เป็นข้อมูลที่มีมูลค่าสูงมาก เนื่องจากมีความเฉพาะตัวและยากต่อการเปลี่ยนแปลง สามารถใช้ระบุและยืนยันตัวตนได้อย่างแม่นยำ

ดังนั้น รัฐบาลจึงขอเตือนให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะข้อมูลชีวภาพ ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญสูงสุด การยินยอมให้เก็บหรือสแกนข้อมูลจึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น:

  • การรั่วไหลของข้อมูล: หากรหัส Iris Code รั่วไหล ผู้ไม่หวังดีอาจนำไปใช้ในทางที่ผิดได้
  • การถูกสวมรอย: ข้อมูลม่านตาเป็นกุญแจสำคัญในการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ หากถูกขโมยอาจนำไปสู่การสวมรอยทำธุรกรรมทางการเงิน
  • การสร้าง Deepfake: ข้อมูลชีวภาพสามารถนำไปใช้สร้าง Deepfake เพื่อก่ออาชญากรรมไซเบอร์

ข้อมูลส่วนบุคคลทางชีวภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหว การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ต้องมีความเข้มงวด หลายประเทศ เช่น สเปน บราซิล อินเดีย และเยอรมนี ยังไม่อนุญาตให้มีการ สแกนม่านตา เพื่อเก็บข้อมูล สะท้อนความกังวลในระดับสากล รัฐบาลขอให้ประชาชนตระหนักว่าการแลกข้อมูลส่วนบุคคลกับผลตอบแทนเพียงเล็กน้อย อาจไม่คุ้มค่ากับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ทางด้านกรมการปกครองได้รับรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลใช้อุปกรณ์สแกนม่านตา ชื่อว่า Orb ในการสแกนเก็บข้อมูลม่านตาของประชาชนตามห้างสรรพสินค้า เพื่อแลกกับเหรียญดิจิทัลคริปโทเคอร์เรนซี ประมาณ 500-1,000 บาท จากการตรวจสอบพบว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่การดำเนินการของสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง หรือหน่วยงานราชการอื่นๆ

ขอให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาสัมพันธ์ข้อมูลในท้องที่ และสอดส่องการจัดกิจกรรมดังกล่าวเพื่อป้องกันการหลอกลวงประชาชน ขณะนี้ตำรวจไซเบอร์กำลังวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากประชาชนถูกหลอกลวงหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถร้องขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด/อำเภอ หรือสายด่วน 1567

อันตรายจากการ สแกนม่านตา แลกเงิน

การ สแกนม่านตา เพื่อแลกกับเงิน อาจดูเหมือนเป็นโอกาสที่น่าสนใจ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการพิจารณาถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับข้อมูลส่วนตัวของเราในระยะยาว

ทำไมต้องระวังการ สแกนม่านตา?

ข้อมูลชีวภาพ เช่น ข้อมูลม่านตา เป็นข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนและมีความเฉพาะตัวสูง หากข้อมูลเหล่านี้รั่วไหลออกไป อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดได้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและการทำธุรกรรมต่างๆ ของเราได้

ก่อนตัดสินใจ สแกนม่านตา เพื่อแลกกับผลตอบแทนใดๆ ก็ตาม ควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน และพิจารณาอย่างรอบคอบว่าผลตอบแทนที่ได้รับนั้นคุ้มค่ากับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหรือไม่

อย่าลืมว่าข้อมูลส่วนตัวของเรามีค่า และควรได้รับการปกป้องอย่างดีที่สุด

ที่มา – อันตราย เตือนประชาชน “สแกนม่านตา” แลกรับเงิน 500-1,000 บาท เสี่ยงข้อมูลรั่วไหล

Scroll to top