การออกหมายจับ

ผบ.ตร. ยืนยัน เดินหน้าสางผู้มีอิทธิพล จ.ภูเก็ต เข้มข้น

เชื่อว่าหลายคนคงกำลังจับตามองสถานการณ์ในจังหวัดภูเก็ตกันอยู่ใช่ไหมครับ ล่าสุดท่าน ผบ.ตร. ออกมาให้สัมภาษณ์เองว่า ผบ.ตร. ยืนยัน เดินหน้าสางผู้มีอิทธิพล จ.ภูเก็ต เข้มข้น อย่างต่อเนื่อง เพื่อคืนความสุขและความปลอดภัยให้กับชาวภูเก็ตและนักท่องเที่ยวทุกคน โดยงานนี้ท่านไม่ได้ทำแค่เพียงพูด แต่เน้นย้ำถึงการลงมือปฏิบัติจริงด้วยความจริงจัง

สถานการณ์ล่าสุด ผบ.ตร. ยืนยัน เดินหน้าสางผู้มีอิทธิพล จ.ภูเก็ต เข้มข้น

เหตุการณ์ความไม่สงบหรือกลุ่มอิทธิพลมืดที่แฝงตัวอยู่ในเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตเป็นเรื่องที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ครับ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เผยว่าได้ส่งทีมงานมือดีลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกเรียบร้อยแล้ว โดยมีเป้าหมายหลักคือการกวาดล้างผู้มีอิทธิพลที่ทำตัวเหนือกฎหมาย สำหรับใครที่กังวลว่าเรื่องนี้จะจบลงแบบเงียบๆ หรือเป็นการทำงานเพียงแค่ไฟไหม้ฟาง บอกเลยว่ารอบนี้เอาจริงกว่าเดิมมากครับ

มาตรการเด็ดขาดจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นอกจากจะมีคำสั่งให้ ผบ.ตร. ยืนยัน เดินหน้าสางผู้มีอิทธิพล จ.ภูเก็ต เข้มข้น แล้ว ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังเน้นการบูรณาการความร่วมมือกับหลายฝ่าย ดังนี้ครับ:

  • ส่ง พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าคุมบังเหียนศูนย์ปราบปรามผู้ร้ายข้ามชาติ
  • รวบรวมข้อมูลทุกช่องทางที่มีการร้องเรียนเข้ามาอย่างละเอียด
  • ติดตามพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ

ในส่วนของคำถามที่ว่า จะมีการออกหมายจับข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอิทธิพลมืดเหล่านี้หรือไม่ ท่าน ผบ.ตร. ตอบแบบทิ้งท้ายไว้ว่าต้องรอผลการขยายผลจากการทำงานของเจ้าหน้าที่ก่อน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมในครั้งนี้จะทำไปตามหลักฐาน ไม่มีการเล่นพรรคเล่นพวกอย่างแน่นอนครับ

หากถามถึงมุมมองส่วนตัว ผมมองว่าความจริงจังในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีมากสำหรับจังหวัดภูเก็ต เพราะเมื่อภาพลักษณ์ความเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ปลอดภัยกลับมา ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวก็จะเพิ่มขึ้น และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในระยะยาว เราคงต้องคอยติดตามดูผลงานของทางตำรวจกันต่อไปว่า การกวาดล้างครั้งนี้จะนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้มากน้อยแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้กลุ่มอิทธิพลทั้งหลายคงต้องอยู่กันไม่เป็นสุขแน่นอนครับ!

ที่มา – ผบ.ตร. ยืนยัน เดินหน้าสางผู้มีอิทธิพล จ.ภูเก็ต เข้มข้น

“กัมพูชา” ใช้ทุ่นระเบิดเบี่ยงเบน? โรมเสนอ 4 มาตรการ

“โรม” มั่นใจ “กัมพูชา” กำลังใช้ทุ่นระเบิดเบี่ยงเบนความสนใจ จากปัญหาสแกมเมอร์ให้กลับมาที่ความขัดแย้งตามแนวชายแดนอีกครั้ง เสนอ 4 มาตรการเด็ดขาดตัดวงจรฟอกเงิน

เมื่อเวลา 14.29 น. วันที่ 11 พ.ย. 2568 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเสียใจที่ทหารไทยต้องสูญเสียขาและได้รับบาดเจ็บ โดยระบุว่า นี่คืออีกเหตุการณ์ที่แสดงถึงความป่าเถื่อนและไม่เคารพข้อตกลงใดๆ ระหว่างประเทศของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งตนเชื่อว่าการกระทำของฝ่ายกัมพูชา เป็นความพยายามที่ต้องการเบี่ยงเบนความสนใจจากเรื่องสแกมเมอร์ มาเป็นเรื่องความขัดแย้งตามแนวชายแดน โดยเฉพาะเมื่อหนึ่งในข้อตกลงในการเจรจาสันติภาพที่มีเรื่องของการปราบปรามการหลอกลวงออนไลน์อย่างสแกมเมอร์เอาไว้ด้วย ซึ่งส่งผลเสียหายต่อแหล่งรายได้ของกัมพูชา ตลอดจนภาพลักษณ์นานาอารยประเทศที่เข้ามาว่ากัมพูชาเป็นศูนย์กลางของปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์

นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า ด้วยแรงกดดันของสังคมไทยที่มีต่อรัฐบาลไทย ประกอบกับแรงกดดันจากนานาชาติ ซึ่งในระยะหลังทำให้มีการออกหมายจับกับบรรดาบุคคลสำคัญของแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ก๊กอาน หรือลียงพัด ซึ่งมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับตระกูลฮุนเป็นอย่างมาก นอกจากนี้เราต้องไม่ลืมว่าประเทศไทยได้เป็นสรวงสวรรค์ของการฟอกเงินผิดกฎหมายของอาชญากรข้ามชาติในกัมพูชา รวมถึงเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจระดับห้าดาวเพื่อให้หายเหนื่อยและหายเครียดจากการสแกมคนทั่วโลก ดังนั้นถ้าเมื่อไหร่ที่ประเทศไทยมีปฏิบัติการเชิงรุกต่อแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา กัมพูชาจะไม่มีทางอยู่เฉยเรื่องนี้ เพราะรายได้จากการหลอกลวงคนทั่วโลกในกัมพูชาคิดเป็น 60% ของจีดีพีกัมพูชา

นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า ด้วยเหตุนี้จึงเชื่อว่าการวางทุ่นระเบิด จึงมีความเป็นไปได้อย่างมาก เพื่อเปลี่ยนแรงกดดันจากฝ่ายไทยในเรื่องสแกมเมอร์ มาเป็นเรื่องปัญหาความขัดแย้งตามแนวชายแดนโดยกัมพูชาหวังว่าจะใช้ภาพลักษณ์ของความเป็นประเทศเล็กเป็นเหยื่อเพื่อหลอกลวงคนทั่วโลกว่าฝ่ายไทยได้รังแกกัมพูชา ทั้งนี้เราต้องไม่ลืมว่าฝ่ายกัมพูชาได้ติดตามข่าวสารจากเมืองไทยอย่างใกล้ชิดและพยายามใช้ความได้เปรียบตรงนี้เพื่อทำให้เรื่องราวของสแกมเมอร์ถูกลดความสำคัญลงไป

จึงมีข้อเสนอเพื่อแก้ปัญหาดังต่อไปนี้

  • 1. นายกรัฐมนตรีต้องสั่งการ และอนุมัติงบประมาณอย่างเร่งด่วนให้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันมีราคาที่ถูกลงเป็นอย่างมาก เพื่อให้สามารถที่จะมอนิเตอร์พื้นที่ปฏิบัติการหรือแนวปฏิบัติการได้ตลอด 24 ชั่วโมง ด้านหนึ่งก็จะเป็นการสร้างความปลอดภัยให้กับทหารไทย อีกด้านหนึ่งก็จะได้เห็นกันไปเลยว่าทหารกัมพูชาได้มีการวางทุ่นระเบิดอย่างไรตามแนวชายแดนของประเทศไทย ซึ่งจะเป็นหลักฐานที่สำคัญในการเอาไปบอกกล่าวกับนานาอารยประเทศ
  • 2. งานต่างประเทศต้องทำเรื่องนี้อย่างแข็งขัน เพื่อให้ประเทศต่างๆได้รับรู้ข้อเท็จจริงว่ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ไม่ใช่ให้เขารู้ก่อนจากกัมพูชาแล้วเราค่อยไปแก้ตัวทีหลัง ทำแบบนี้จะสร้างความรู้สึกว่าประเทศไทยแค่เพียงแก้ตัวเท่านั้น
  • 3. เสนอให้เปิดปฏิบัติการเชิงรุกต่อเครือข่ายสแกมเมอร์มากยิ่งขึ้น โดยเน้นเป้าหมายที่บุคคลที่มีความสำคัญหรือความใกล้ชิดต่อรัฐบาลกัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นฮุนโต ที่มีความสัมพันธ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา เกี่ยวข้องกับ บริษัท ฮุ่ยวัน ซึ่งถูกทางการ FinCEN ของสหรัฐอเมริกาคว่ำบาตรและจับตาอย่างใกล้ชิดในฐานะที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเท่าที่ผมทราบทางการไทยก็มีข้อมูลของบริษัทนี้เช่นเดียวกัน การออกหมายจับ และการยึดอายัดทรัพย์ของฮุนโตจึงเป็นสิ่งที่พึงกระทำเป็นอย่างยิ่ง
  • 4. ตัดแขนตัดขาเครือข่ายที่กำลังทำปฏิบัติการฟอกเงินในประเทศไทย โดยเฉพาะในกรณีของเครือข่ายนายเบน สมิธ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาที่ใกล้ชิดของสมเด็จฮุนเซน ใช้พาสปอร์ตทางการทูตของกัมพูชาและเข้าไปเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา อีกทั้งยังมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับนักการเมืองไทย รัฐบาลสมควรจะเปิดปฏิบัติการใกล้ชิดในการกวาดล้างเครือข่ายเหล่านี้เพื่อทำให้การฟอกเงินผิดกฎหมายจากกัมพูชาในประเทศไทยถูกทำลายลง นอกจากนี้สำหรับเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับนายยิม เลียก ก็สามารถดำเนินการในลักษณะเดียวกันได้ถึงเวลาประเทศไทยทำลายล้างเครือข่ายพวกนี้ให้สิ้นซากได้แล้ว

หวังรัฐบาลเข้าใจ

“ผมหวังว่ารัฐบาลจะมองปัญหาครั้งนี้อย่างเข้าใจ และตีโจทย์เรื่องนี้ได้แตกฉาน และแก้ปัญหาอย่างตรงประเด็น เชื่อว่าแนวทางนี้จะทะลุใจกลางปัญหาที่มีระหว่างไทยและกัมพูชา” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ออกมาแสดงความเห็นอย่างชัดเจนว่ากัมพูชากำลังใช้การวางทุ่นระเบิดเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ และสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์และเศรษฐกิจของกัมพูชาเอง เขาได้เสนอ 4 มาตรการเด็ดขาดเพื่อตัดวงจรฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรเหล่านี้ในประเทศไทย

“กัมพูชา” ใช้ทุ่นระเบิดเบี่ยงเบน? โรมเสนอ 4 มาตรการ

มาตรการที่นายรังสิมันต์เสนอมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนนี้ การติดตั้งกล้องวงจรปิดตามแนวชายแดนจะช่วยเพิ่มความโปร่งใสและสร้างความปลอดภัยให้กับทหารไทย ในขณะเดียวกัน การทำงานร่วมกับนานาชาติเพื่อให้รับรู้ถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจะช่วยสร้างแรงกดดันต่อกัมพูชาให้แก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง การเปิดปฏิบัติการเชิงรุกต่อเครือข่ายสแกมเมอร์ และการตัดวงจรฟอกเงินในประเทศไทย จะเป็นการทำลายฐานที่มั่นของกลุ่มอาชญากรเหล่านี้ และส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าประเทศไทยจะไม่ยอมให้มีการใช้ประเทศเป็นที่พักพิงของอาชญากรข้ามชาติ

ทำไมต้องตัดวงจรฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับ “กัมพูชา” ใช้ทุ่นระเบิดเบี่ยงเบน?

การฟอกเงินเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ การตัดวงจรฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งฟอกเงินของกลุ่มอาชญากรเหล่านี้ การดำเนินการอย่างเด็ดขาดตามมาตรการที่นายรังสิมันต์เสนอ จะช่วยรักษาผลประโยชน์ของชาติ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาชาติว่าประเทศไทยมีความมุ่งมั่นในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ

การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างไทยและกัมพูชาต้องอาศัยความเข้าใจและร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด การที่นายรังสิมันต์ออกมาให้ความเห็นและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างตรงไปตรงมา ถือเป็นการกระตุ้นให้รัฐบาลไทยตระหนักถึงความสำคัญของปัญหา และเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน และรักษาผลประโยชน์ของชาติ

ที่มา – “โรม” มั่นใจ “กัมพูชา” กำลังใช้ทุ่นระเบิดเบี่ยงเบนความสนใจ เสนอ 4 มาตรการเด็ดขาดตัดวงจรฟอกเงิน

Scroll to top