การเมืองสุจริต

“ชวน” ชงชาววังทองหลางช่วย “อนุชา” การันตี ดี สุจริต มีความสามารถ

“ชวน” ชงชาววังทองหลางช่วย “อนุชา” การันตี ดี สุจริต มีความสามารถ

การลงพื้นที่หาเสียงในโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตามอง เมื่อนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีได้นำทีมลงพื้นที่ตลาดสะพาน 2 เขตวังทองหลาง เพื่อช่วยนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคประชาธิปัตย์ หาเสียงอย่างเต็มกำลัง โดย นายชวน หลีกภัย ได้ย้ำถึงจุดยืนของพรรคที่เน้นย้ำเรื่องการเมืองที่สุจริตและยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลอย่างชัดเจน

นายชวน หลีกภัย ได้กล่าวปราศรัยโดยเน้นย้ำว่า “ชวน” ชงชาววังทองหลางช่วย “อนุชา” การันตี ดี สุจริต มีความสามารถ อย่างเต็มที่ เพราะเชื่อมั่นในตัวบุคคลที่มีความตั้งใจจริง แม้สถานการณ์การเมืองปัจจุบันจะเต็มไปด้วยกระแสของการทุจริตคอร์รัปชันตั้งแต่ระดับสภาฯ ไปจนถึงการสอบบรรจุข้าราชการ แต่การเลือคนที่มีประวัติขาวสะอาดคือทางออกของประเทศ

เหตุผลที่ “ชวน” ชงชาววังทองหลางช่วย “อนุชา” การันตี ดี สุจริต มีความสามารถ

ตลอดระยะเวลา 57 ปีบนเส้นทางการเมือง นายชวนได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคนดีต้องมีที่ยืนในสังคม ท่านจึงตัดสินใจออกมาช่วยนายอนุชา เพื่อไม่ให้คนดีต้องโดดเดี่ยวในการทำหน้าที่ โดยนายชวนกล่าวว่า “ชวน” ชงชาววังทองหลางช่วย “อนุชา” การันตี ดี สุจริต มีความสามารถ ซึ่งจากการทำงานร่วมกันมานาน ท่านมั่นใจว่านายอนุชาคือผู้บริหารที่พร้อมจะรับใช้ประชาชนด้วยความซื่อสัตย์ ไม่มุ่งหวังผลประโยชน์ทับซ้อนเหมือนนักการเมืองที่มาจากการซื้อเสียงหรือระบบอุปถัมภ์

  • การเมืองต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
  • ผู้บริหารต้องมีวิสัยทัศน์และความสามารถในการกระจายอำนาจ
  • ยุติการคอร์รัปชันในทุกระดับ ตั้งแต่ท้องถิ่นจนถึงระดับประเทศ

ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี ได้กล่าวขอบคุณทุกกำลังใจ พร้อมเน้นย้ำว่าหากได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ผู้ว่าฯ กทม. จะเน้นย้ำเรื่องการบริหารงานที่โปร่งใส โดยเฉพาะการปฏิรูประบบงบประมาณ กทม. ที่ต้องตรวจสอบได้ตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงาน เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้

การตัดสินใจเลือกผู้บริหารเมืองในครั้งนี้ ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญของชาวกรุงเทพมหานคร ว่าต้องการเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยคนดีที่มีความสามารถจริง หรือจะยอมรับระบบเดิมที่เต็มไปด้วยการทุจริต ดังนั้นการศึกษาข้อมูลอย่างถี่ถ้วนจึงเป็นสิทธิและหน้าที่ที่สำคัญที่สุดของทุกคน

ที่มา – “ชวน” ชงชาววังทองหลางช่วย “อนุชา” การันตี ดี สุจริต มีความสามารถ

ปชป. จัดไลฟ์ทอล์ค 5 ปัญหา กทม. แฉปมงบประมาณ

ปชป. จัดไลฟ์ทอล์ค 5 ปัญหา กทม. แฉปมงบประมาณ

เมื่อเร็วๆ นี้ พรรคประชาธิปัตย์ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่บนเวทีการเมืองด้วยการจัดกิจกรรม ปชป. จัดไลฟ์ทอล์ค 5 ปัญหา กทม. แฉปมงบประมาณ ณ ปาร์ค สีลม ย่านศาลาแดง เพื่อร่วมกันเจาะลึกถึงปัญหาที่หมักหมมอยู่ในเมืองหลวงของเรา โดยมีทีมงานตัวตึงจากพรรคสีฟ้าร่วมเวทีกันอย่างพร้อมหน้า พร้อมนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจผ่านมุมมองของคนรุ่นใหม่และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ

เปิดเบื้องลึก ปชป. จัดไลฟ์ทอล์ค 5 ปัญหา กทม. แฉปมงบประมาณ

ในงานนี้ นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคได้นำประเด็นเรื่องส่วยและการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่โปร่งใสมาตีแผ่ โดยเน้นย้ำถึงกระแสข่าวเรื่องการ “ล็อค-เลี่ยง-ล่องหน” ในระดับข้าราชการ กทม. ซึ่งนับเป็นปัญหาที่กัดกินความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ความน่าสนใจของเวทียังอยู่ที่การเปิดเผยข้อมูลจากแพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” โดยนางการดี เลียวไพโรจน์ ที่ทำเอาหลายคนต้องหันมามองการใช้งบประมาณกันใหม่

จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ปชป. จัดไลฟ์ทอล์ค 5 ปัญหา กทม. แฉปมงบประมาณ ได้ชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติในการใช้งบประมาณ ดังนี้:

  • การจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษสูงถึง 92% ของโครงการทั้งหมด
  • การแบ่งซอยงบประมาณให้ต่ำกว่า 5 แสนบาท เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบและทำสัญญาแบบแข่งขัน
  • การใช้งบประมาณกว่า 1.3 หมื่นล้านบาทในลักษณะที่ส่อเค้าไม่โปร่งใส
  • ตรวจพบโครงการที่การแข่งขันมีเพียง 2 บริษัท และเสนอราคาทิ้งห่างกันเพียงเล็กน้อย

ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้ย้ำชัดว่า ภายใต้นโยบายการเมืองที่สุจริต พรรคจะไม่ยอมให้ระบบ “ตั๋วพิเศษ” หรือการกระทำที่กัดกินงบประมาณภาษีของประชาชนดำเนินต่อไป โดยนายอนุชา บูรชัยศรี ผู้สมัครในนามพรรคได้ให้คำมั่นว่าจะนำความโปร่งใสกลับคืนสู่ กทม. ด้วยการใช้เทคโนโลยีและระบบคุณธรรมเป็นตัวตั้ง เพื่อพิสูจน์ว่ากรุงเทพฯ สามารถบริหารจัดการได้โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบใต้ดิน

ท้ายที่สุด การเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญให้กับคนเมือง โดยเฉพาะการหันมาใส่ใจเรื่องการติดตามตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐผ่านเครื่องมือดิจิทัล เพราะทุกบาททุกสตางค์ที่เสียไปคือภาษีของพวกเราทุกคนที่ต้องได้รับความคุ้มค่า ไม่ใช่การปล่อยให้เกิดงบมืดที่ทำกิจกรรมได้ไม่เต็มประสิทธิภาพครับ

ที่มา – ปชป.เปิดปราศรัยย่อย “ไลฟ์ทอล์ค 5 ปัญหา กทม. “การดี” เปิดปมซอยงบประมาณเลี่ยงตรวจสอบ

อนุชา ดันรถฟีดเดอร์แก้รถติดและเทคโนโลยีแก้น้ำเน่า

อนุชา ดันรถฟีดเดอร์แก้รถติดและเทคโนโลยีแก้น้ำเน่า

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แล้วนะครับ สำหรับ “คุณเจมส์ อนุชา บูรพชัยศรี” ผู้สมัครหมายเลข 5 จากพรรคประชาธิปัตย์ ที่นาทีนี้เดินหน้าลุยหาเสียงอย่างหนัก พร้อมชูนโยบายแก้ปัญหาชาวกรุงแบบถึงลูกถึงคน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการจราจรที่ติดขัดและการจัดการน้ำเสียในชุมชน ซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่คนกรุงเทพฯ ต้องการคำตอบ

จากการลงพื้นที่พบปะประชาชน คุณอนุชาเน้นย้ำชัดเจนว่า อนุชา ดันรถฟีดเดอร์แก้รถติดและเทคโนโลยีแก้น้ำเน่า เพื่อตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองที่ต้องเสียเวลาบนถนนวันละหลายชั่วโมง นโยบายนี้ไม่ใช่แค่การขายฝัน แต่คือการนำระบบมินิบัสขนาดเล็กมาวิ่งรับส่งตามซอย เพื่อเชื่อมต่อให้ประชาชนเข้าถึงขนส่งมวลชนหลักได้ง่ายขึ้น แค่เดินออกมาจากบ้านไม่กี่ร้อยเมตรก็ได้ขึ้นรถแล้ว ช่วยลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวไปได้มหาศาลครับ

กทม. ยุคใหม่ต้องโปร่งใสด้วยเทคโนโลยี

นอกจากเรื่องการเดินทางแล้ว เรื่องน้ำท่วมขังและน้ำเน่าเสียก็เป็นอีกจุดที่คุณอนุชาให้ความสำคัญ โดยเสนอให้ใช้เทคโนโลยี IoT เข้ามาบริหารจัดการประตูระบายน้ำแบบอัตโนมัติ ไม่ต้องรอคนไปหมุนก้านเหล็กให้เสียเวลา แต่ใช้เซนเซอร์วัดระดับน้ำและไหลเวียนน้ำให้ถูกจังหวะ นี่แหละครับคือแนวคิดที่คุณ อนุชา ดันรถฟีดเดอร์แก้รถติดและเทคโนโลยีแก้น้ำเน่า ให้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของ กทม. ที่ล้ำสมัยกว่าเดิม

  • ระบบรถฟีดเดอร์: เชื่อมต่อตรอกซอกซอยเข้ากับจุดขนส่งหลัก
  • ระบบน้ำอัจฉริยะ: ใช้ IoT คุมประตูระบายน้ำแบบ Real-time
  • เมืองสะอาด: จัดการขยะในพื้นที่ยากเข้าถึงอย่างมีระบบ

อีกเรื่องที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือจุดยืนทางการเมืองครับ คุณอนุชาย้ำหนักแน่นว่าพรรคประชาธิปัตย์รับไม่ได้กับคอร์รัปชัน และพร้อมสู้ด้วยความโปร่งใสผ่านแพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” ที่ใช้ AI เข้ามาช่วยตรวจสอบโครงการต่างๆ ของ กทม. เพื่อให้ทุกบาททุกสตางค์ของภาษีประชาชนถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่าที่สุด

สำหรับใครที่มองว่าเมืองหลวงของเราควรเปลี่ยนผ่านสู่ความโปร่งใสและการบริหารจัดการที่ใช้ข้อมูลนำทาง นโยบายที่ว่า อนุชา ดันรถฟีดเดอร์แก้รถติดและเทคโนโลยีแก้น้ำเน่า นี้ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยครับ สำหรับการเลือกตั้งครั้งสุดท้ายนี้ ทุกเสียงของเพื่อนพี่น้องชาวกรุงเทพฯ มีความหมายต่อการเปลี่ยนแปลงเมืองที่เราอาศัยอยู่ หากคุณเชื่อในนโยบายที่จับต้องได้และตรวจสอบได้ อย่าลืมไปใช้สิทธิ์กันในวันเลือกตั้งนะครับ

ที่มา – “อนุชา” ดันรถฟีดเดอร์แก้รถติด-เทคโนโลยีแก้น้ำเน่า ย้ำจุดยืนการเมืองสุจริต รับไม่ได้กับคอร์รัปชัน

อนุชา ลุยหาเสียงเขตสวนหลวง ลั่นทำการเมืองสุจริต

บรรยากาศการลงพื้นที่หาเสียงของ อนุชา ลุยหาเสียงเขตสวนหลวง ลั่นทำการเมืองสุจริต กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตามองในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โดยนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครหมายเลข 5 พร้อมทีมงานจากพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่สวนหลวง ร.9 เพื่อนำเสนอนโยบายที่มุ่งเน้นการปฏิรูปพื้นที่สาธารณะให้ตอบโจทย์คนเมืองอย่างแท้จริง

อนุชา ลุยหาเสียงเขตสวนหลวง ลั่นทำการเมืองสุจริต

การลงพื้นที่ครั้งนี้ นายอนุชาได้แสดงวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นความปลอดภัยและคุณภาพชีวิต ตั้งแต่การปรับปรุงแสงสว่างในสวนสาธารณะ การเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ไปจนถึงการบริหารจัดการพื้นที่กิจกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในขณะที่กระแสผลโพลที่ยังตามหลังคู่แข่งอยู่นั้น นายอนุชากลับมองว่าเป็นแรงผลักดันชั้นดีที่จะทำให้ทีมงานมุ่งมั่นเข้าถึงประชาชนมากขึ้น

นโยบายโดนใจจากใจคนทำเมือง

นอกจากเรื่องความปลอดภัย นายอนุชายังชู 5 นโยบายหลักที่เน้นการแก้ปัญหาที่จับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อม การเดินทางที่สะดวกเข้าถึงสวนสาธารณะได้ง่ายขึ้น และการสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านแพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” เพื่อยืนยันว่า อนุชา ลุยหาเสียงเขตสวนหลวง ลั่นทำการเมืองสุจริต และพร้อมให้ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

  • การเพิ่มความปลอดภัยในสวนสาธารณะด้วยการตรวจตราเข้มข้น
  • การปรับปรุงเครื่องออกกำลังกายให้อยู่ในร่มเพื่อยืดอายุการใช้งาน
  • การบริหารจัดการพื้นที่ว่างของ กทม. ให้มีประสิทธิภาพ
  • การเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะเพื่อให้เดินทางเข้าถึงพื้นที่สีเขียวได้สะดวกขึ้น
  • การทำการเมืองที่ตรวจสอบได้จริงภายใต้นโยบายพรรคประชาธิปัตย์

นายอนุชายังได้กล่าวทิ้งท้ายว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่คือการนำเสนอทางเลือกเพื่อสร้างความหวัง และพรรคประชาธิปัตย์พร้อมเดินหน้าทำงานเป็นทีมร่วมกับ ส.ก. ทั้ง 50 เขต เพื่อเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคนอย่างแท้จริง

ในฐานะผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง การพิจารณาผู้สมัครจากความโปร่งใสและนโยบายที่ปฏิบัติได้จริงถือเป็นหัวใจสำคัญของการเมืองคุณภาพ ถึงเวลาแล้วที่คนกรุงจะตัดสินใจเลือกอนาคตที่ดีกว่าผ่านการลงคะแนนเสียงในวันเลือกตั้งที่ใกล้จะถึงนี้

ที่มา – “อนุชา” ลุยหาเสียงเขตสวนหลวง ไม่หวั่นโพลตามหลัง ลั่นทำการเมืองสุจริต ยัน 5 นโยบายโดนใจ ปชช.

ณัฐพงษ์นำฝ่ายค้านยื่น ปธ.รัฐสภาตั้ง คกก.ไต่สวน ป.ป.ช.

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองที่ต้องจับตามองอีกครั้ง เมื่อ “ณัฐพงษ์” นำฝ่ายค้านยื่น ปธ.รัฐสภา ส่งศาลฎีกาตั้ง คกก.ไต่สวน ป.ป.ช. ปมยกคำร้องคดี “ศักดิ์สยาม” โดยถือเป็นการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญหลังจากที่สังคมตั้งคำถามถึงกระบวนการตรวจสอบขององค์กรอิสระ

“ณัฐพงษ์” นำฝ่ายค้านยื่น ปธ.รัฐสภา ส่งศาลฎีกาตั้ง คกก.ไต่สวน ป.ป.ช. ปมยกคำร้องคดี “ศักดิ์สยาม”

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ณ อาคารรัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้านและ สว. ได้ร่วมกันแถลงข่าวยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญมาตรา 236 เพื่อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีการยกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ซึ่งฝ่ายค้านมองว่ามีข้อพิรุธหลายประการ

เปิด 4 ข้อกล่าวหาหลักในการยื่นคำร้องตั้งคกก.ไต่สวน ป.ป.ช.

สำหรับสาระสำคัญในการดำเนินการครั้งนี้ นายณัฐพงษ์ได้สรุปข้อมูลจากการรวบรวมหลักฐานและพยานบุคคล โดยระบุ 4 ข้อกล่าวหาสำคัญ ได้แก่:

  • ป.ป.ช. ตรวจสอบด้วยกระบวนการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและปราศจากการตรวจสอบเชิงลึกในกรณีซุกหุ้น
  • มีการใช้ดุลพินิจวินิจฉัยที่ขัดต่อข้อเท็จจริงและหลักฐานที่ปรากฏในศาลรัฐธรรมนูญ
  • การปกปิดข้อมูลและเพิกเฉยต่อคำขอเข้าถึงเอกสารของผู้ร้อง รวมถึงความล่าช้าในการแจ้งผล
  • การละเลยการตรวจสอบในประเด็นขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามมาตรา 126

นายณัฐพงษ์เน้นย้ำว่า “ณัฐพงษ์” นำฝ่ายค้านยื่น ปธ.รัฐสภา ส่งศาลฎีกาตั้ง คกก.ไต่สวน ป.ป.ช. ปมยกคำร้องคดี “ศักดิ์สยาม” ครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องความสง่างามและความโปร่งใสขององค์กรอิสระที่จะต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ว่า กระบวนการตรวจสอบทั้งหมดมีความเป็นธรรมจริงหรือไม่

ทางด้านนายสาธิต วงศ์หนองเตย จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้มุมมองเสริมว่าพรรคสนับสนุนการเมืองสุจริตและมองว่า ป.ป.ช. จงใจละเลยประเด็นสำคัญเรื่องการรับงานของบริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับนายศักดิ์สยามจากกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นหน่วยงานในกำกับดูแลโดยตรง การพยายามยื่นเรื่องควบคู่กันนี้แสดงให้เห็นว่าฝ่ายทางการเมืองที่หลากหลายมีความเห็นพ้องต้องกันในความผิดปกติของกรณีดังกล่าว

ในเชิงความคิดเห็น เราอาจกล่าวได้ว่าหากประธานรัฐสภาเมินเฉยต่อคำร้องที่มีหลักฐานประกอบแน่นหนาเช่นนี้ สังคมย่อมเกิดคำถามถึงความเป็นไปได้ในการใช้อำนาจรัฐเพื่อตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามแทนการสร้างความยุติธรรม ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อระบบตรวจสอบของภาครัฐ การเฝ้ามองท่าทีของประธานรัฐสภาหลังจากนี้จึงเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าผู้มีอำนาจจะเลือกยืนข้างความโปร่งใสหรือผลประโยชน์ทางการเมือง

ที่มา – “ณัฐพงษ์” นำฝ่ายค้านยื่น ปธ.รัฐสภา ส่งศาลฎีกาตั้ง คกก.ไต่สวน ป.ป.ช. ปมยกคำร้องคดี “ศักดิ์สยาม”

ประชาธิปัตย์ ร่วมลงชื่อ พรรคประชาชน ตั้งกกไต่สวนสอบปปชคดีศักดิ์สยาม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามีข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสฮอตในแวดวงการเมืองไทย นั่นคือ ประชาธิปัตย์ ร่วมลงชื่อ “พรรคประชาชน” ตั้ง กก.ไต่สวนอิสระ สอบ “ป.ป.ช.” ปมตีตกคดี “ศักดิ์สยาม” เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเคลื่อนไหวของพรรคฝ่ายค้าน แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการตรวจสอบอำนาจขององค์กรอิสระให้โปร่งใสยุติธรรม มาดูรายละเอียดกันแบบเป็นกันเองเลยครับ

ประชาธิปัตย์ ร่วมลงชื่อ “พรรคประชาชน” ตั้ง กก.ไต่สวนอิสระ สอบ “ป.ป.ช.” ปมตีตกคดี “ศักดิ์สยาม”

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2567 ที่สำนักงานพรรคประชาธิปัตย์ มีการประชุม ส.ส. พรรคประจำสัปดาห์ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค เป็นประธาน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคและ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ได้เปิดเผยผลมติที่ประชุมหลังเสร็จสิ้นเวลา 16.20 น. พรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจร่วมลงชื่อกับพรรคประชาชน เพื่อยื่นต่อประธานรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 236 ให้ศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระสอบสวนกรรมการ ป.ป.ช. ในประเด็นการวินิจฉัยตีตกคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรื่องซุกหุ้นและขัดกันแห่งผลประโยชน์

ที่มาของเรื่องนี้คือ ป.ป.ช. มีมติตีตกคดีดังกล่าว ซึ่งขัดแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ยืนยันว่านายศักดิ์สยามยังเป็นเจ้าของหุ้นแท้จริงผ่านนอมินี ฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ชี้ว่าการวินิจฉัยของ ป.ป.ช. มีประเด็นน่าสงสัย โดยจงใจมองข้ามบางข้อเท็จจริงและเลือกหยิบเฉพาะประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ถูกร้องเท่านั้น

หลักฐานใหม่ที่จุดประกายการเคลื่อนไหว

นอกจากนี้ ยังพบ หลักฐานใหม่ 2 ประเด็นสำคัญที่พรรคจะยื่นตรงต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอทบทวนมติเดิมด้วยครับ

  • ประเด็นที่ 1: หนังสือคำสั่งจากหน่วยงานภายใต้กระทรวงคมนาคมในช่วงที่นนายศักดิ์สยามเป็น รมว. ซึ่งระบุว่าการประมูลจัดซื้อจัดจ้างต้องแจ้งรัฐมนตรีทราบก่อน แม้ ป.ป.ช. จะวินิจฉัยว่าไม่มีการแทรกแซงเพราะไม่มีคำสั่งโดยตรง แต่หนังสือฉบับนี้ถือเป็นหลักฐานใหม่ที่บ่งชี้ถึงการใช้อำนาจในทางที่อาจเข้าข่ายขัดกันแห่งผลประโยชน์
  • ประเด็นที่ 2: การขัดกันแห่งผลประโยชน์ชัดแจ้ง บริษัทที่นายศักดิ์สยามเป็นเจ้าของแท้จริง (ผ่านนอมินี) ไปรับงานจากหน่วยงานที่ตนกำกับดูแล ป.ป.ช. มองข้ามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้ไม่วินิจฉัยให้ชัดเจน

นายสาทิตย์ยืนยันว่า ฝ่ายกฎหมายอย่างตนและนายราเมศ รัตนชะเวง จะช่วยพรรคประชาชนร่างคำร้องให้สมบูรณ์แบบ เพื่อให้เกิดความกระจ่างต่อสังคม

หนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 236

พรรคประชาธิปัตย์ยังมีมติสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 236 ด้วย เพราะปัจจุบันประธานรัฐสภาสามารถใช้อำนาจดุลยพินิจได้ หากไม่เป็นกลางอาจชะลอเรื่องได้ เหมือนกรณีในอดีต การแก้ไขจะทำให้การตรวจสอบองค์กรอิสระโปร่งใสยิ่งขึ้น ไม่ต้องพึ่งดุลยพินิจบุคคล

เมื่อถูกถามว่าเป็นการฟอกขาวให้ศักดิ์สยามหรือไม่ นายสาทิตย์ตอบว่า เป็นข้อสงสัยของสังคม พรรคที่ยึดมั่นการเมืองสุจริตจึงใช้ช่องทางกฎหมายให้เกิดความชัดเจน

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของประชาธิปัตย์ แสดงให้เห็นถึงบทบาทฝ่ายค้านที่แท้จริงในการคานอำนาจ แม้จะไม่ใช่พรรคใหญ่สุด แต่ความเด็ดเดี่ยวในการตรวจสอบย่อมสร้างความน่าเชื่อถือให้ประชาชน ในยุคที่องค์กรอิสระถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นกลางบ่อยๆ ความโปร่งใสคือกุญแจสำคัญของประชาธิปไตยไทย

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? มันจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้ข่าวสารแพร่กระจาย!

ที่มา – ประชาธิปัตย์ ร่วมลงชื่อ “พรรคประชาชน” ตั้ง กก.ไต่สวนอิสระ สอบ “ป.ป.ช.” ปมตีตกคดี “ศักดิ์สยาม”

“จูรี” ตื่นเต้นรับหนังสือรับรอง สส.ครั้งแรก

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวร้อนในวงการการเมืองไทยกันเลยนะครับ “จูรี” ตื่นเต้น รับหนังสือรับรองเป็น สส. ครั้งแรก ส่วนพรรคประชาชน มอบทีมกฎหมายรับแทน 120 สส. เป็นเหตุการณ์ที่หลายคนให้ความสนใจมาก โดยเฉพาะแฟนๆ พรรคประชาธิปัตย์และชาวสงขลา ที่เฝ้าติดตามมาตั้งแต่เลือกตั้ง

“จูรี” ตื่นเต้น รับหนังสือรับรองเป็น สส. ครั้งแรก ส่วนพรรคประชาชน มอบทีมกฎหมายรับแทน 120 สส.

นายจูรี นุ่มแก้ว สส.เขต 2 จังหวัดสงขลา จากพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปรับหนังสือรับรองการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ครั้งแรกที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้น คุณจูรีบอกว่ามันเหมือนกับการนำเสียงกว่า 30,000 คะแนนจากพี่น้องประชาชนในหาดใหญ่และตำบลคลองอู่ตะเภา มาด้วยตัวเองเลยทีเดียว ขอบคุณทุกคนที่สร้างประวัติศาสตร์การเมืองสุจริตในการเลือกตั้งครั้งนี้

จูรี ตื่นเต้นรับหนังสือรับรอง สส. ครั้งแรก

การเลือกตั้งในเขต 2 สงขลา ดุเดือดมากครับ ผู้สมัครแต่ละคนเก่งๆ ทั้งนั้น ทำให้ประชาชนมีตัวเลือกดีๆ เยอะ สุดท้ายชาวบ้านก็เลือกคุณจูรีให้มาเป็นตัวแทน แม้พรรคจะเป็นฝ่ายค้าน แต่คุณจูรีมั่นใจว่าจะทำงานได้เต็มที่ โดยเฉพาะตรวจสอบรัฐบาลและผลักดันปัญหาชาวบ้าน

ปัญหาเร่งด่วน: น้ำท่วมหาดใหญ่ที่ สส.จูรีพร้อมแก้

ประเด็นหลักที่ประชาชนฝากไว้คือ น้ำท่วมหาดใหญ่ ซึ่งเป็นปัญหาครอนิกของพื้นที่ แม้ยังไม่เป็น สส.อย่างเป็นทางการ คุณจูรีก็ช่วยผลักดันเยียวยาผู้ประสบภัยไปแล้ว กกต.อนุมัติแล้ว ตอนนี้รอเงินซ่อมบ้านที่กำลังตรวจสอบ ชาวบ้านยังหวังมาตรการป้องกันน้ำท่วมก่อนปลายปีนี้ด้วย สส.คนใหม่คนนี้สัญญาว่าจะเป็นกระบอกเสียงให้เต็มที่

หัวหน้าพรรคก็ให้กำลังใจ สส.รุ่นใหม่คนนี้ คาดว่าจะหารืองานเพิ่มตอนไปรายงานตัวที่รัฐสภา

บรรยากาศรับหนังสือรับรอง สส. พรรคต่างๆ
ทีม สส.พรรคภูมิใจไทย รอรับหนังสือ

ส่วนพรรคอื่นๆ ก็คึกคัก เช่น พรรคกล้าธรรม ส่งตัวแทนมารับแทนร้อยเอกธรรมนัส และนางนฤมล พรรคภูมิใจไทย มีแกนนำหลายคนมารับด้วยตัวเอง รอนายอนุทินมากันใหญ่ แล้วขึ้นบัสไปสภา

ที่เด็ดสุดคือ พรรคประชาชน ส่งทีมกฎหมาย 3 คน พร้อมกล่องกระดาษ 3 ใบ มารับหนังสือรับรองแทนทั้ง 120 สส. (เขต 88 + บัญชีรายชื่อ 32) แสดงถึงระบบการทำงานที่เป็นมืออาชีพ

ทีมกฎหมายพรรคประชาชน รับหนังสือ สส. 120 คน

เหตุการณ์นี้สะท้อนภาพการเมืองไทยหลังเลือกตั้งที่หลากหลาย พรรคฝ่ายค้านอย่างประชาธิปัตย์ยังพร้อมทำงานเพื่อประชาชน ขณะที่พรรครัฐบาลเร่งเครื่องเต็มสูบ

มาดูประเด็นน่าสนใจในรูปแบบรายการกัน:

  • ตื่นเต้นครั้งแรก: สส.จูรีนำเสียง 30,000 คะแนนมาด้วยหัวใจ
  • ปัญหาน้ำท่วม: เยียวยา + ป้องกัน ก่อนปลายปี
  • ฝ่ายค้านทำงานได้: ตรวจสอบ + ผลักดันงบแก้ปัญหา
  • พรรคอื่นๆ: ภูมิใจไทยคึกคัก ประชาชนใช้ทีมกฎหมายโปร

ในมุมมองผม การมี สส.หน้าใหม่แบบคุณจูรีที่พร้อมลงพื้นที่แก้ปัญหาจริงๆ เป็นสัญญาณดีของสภาไทยชุดนี้ แม้จะเป็นฝ่ายค้านแต่รัฐบาลต้องฟังเสียงชาวบ้านนะครับ

ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่บล็อกเรา หรือแชร์ความเห็นคุณในคอมเมนต์ด้านล่างเลย!

ที่มา – “จูรี” ตื่นเต้น รับหนังสือรับรองเป็น สส. ครั้งแรก ส่วนพรรคประชาชน มอบทีมกฎหมายรับแทน 120 สส.

“น้องจินนี่”อ้อนกาเบอร์ 48 “หญิงหน่อย”เตือนสามสี

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวร้อนในแวดวงการเมืองไทยกันค่ะ โดยเฉพาะเรื่อง “น้องจินนี่” โพสต์คลิปอ้อนกาเบอร์ 48- “หญิงหน่อย” ชี้เลือกสามสี ปัญหาเดิมกลับมา ที่กำลังเป็นกระแสในวันหาเสียงทิ้งท้ายก่อนวันเลือกตั้งพรุ่งนี้ ใครที่กำลังลังเลว่าจะโหวตใคร มาอ่านกันเลย จะได้ตัดสินใจได้ถูกต้อง!

“น้องจินนี่” โพสต์คลิปอ้อนกาเบอร์ 48- “หญิงหน่อย” ชี้เลือกสามสี ปัญหาเดิมกลับมา

น้องจินนี่ หรือนางสาวยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ สาวน้อยไฟแรงที่กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียในสหรัฐอเมริกา ไม่ยอมปล่อยให้ระยะทางมาขวางกั้นความรักชาติ เธอส่งคลิปวิดีโออ้อนวอนพี่น้องชาวไทยให้ช่วยกันออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และโหวตให้ พรรคไทยสร้างไทย เบอร์ 48 แบบโค้งสุดท้าย แม้จะยุ่งกับการสอบ แต่หัวใจยังอยู่ที่ประเทศไทยเสมอ

น้องจินนี่ โพสต์คลิปอ้อนกาเบอร์ 48 จากแดนไกล

ในคลิป น้องจินนี่เล่าด้วยน้ำเสียงจริงใจ ว่าพรรคไทยสร้างไทยคือพรรคของคนสุจริต มีประสบการณ์การทำงานจริง ไม่ใช่แค่นั่งเก้าอี้ แต่พิสูจน์ผลงานมาแล้วมากมาย โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใสและต่อต้านการโกง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ไทยต้องแก้ไข น้องจินนี่เชื่อมั่นว่าเบอร์ 48 จะนำพาประเทศไปสู่ทางที่ยั่งยืน ดูแลประชาชนทุกด้าน ไม่ว่าจะเศรษฐกิจ สุขภาพ หรือการศึกษา

ทำไมน้องจินนี่ถึงมั่นใจขนาดนี้? เพราะทีมของพรรคมี "เก๋าเกม" รู้จริง รู้ทันทุกเล่ห์เหลี่ยม และที่สำคัญคือไม่เคยมีประวัติทุจริต ถ้าคุณกำลังมองหาพรรคที่ไว้ใจได้ ลองฟังคลิปของน้องจินนี่ดูสิคะ จะต้องใจอ่อนเลย!

คุณหญิงสุดารัตน์ หรือ “หญิงหน่อย” นำคาราวานแห่รอบกรุง

ขณะเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ เบอร์ 48 ก็ไม่ยอมแพ้ นำขบวนรถแห่หาเสียงทิ้งท้ายแบบคึกคัก ครอบคลุมทั้งฝั่งพระนครและธนบุรี ประชาชนให้การต้อนรับอบอุ่นมาก บรรยากาศคึกคักสุดๆ

หญิงหน่อยส่งสารถึงคนไทยทุกคน เรียกร้องให้หยุดวงจรการเมืองเก่าๆ ที่สร้างความขัดแย้งมานาน หากยังเลือกแบบเดิมๆ จะติดอยู่ใน สงครามสามสี ปัญหาเดิมๆ อย่างการทุจริต เศรษฐกิจชะงัก และความแตกแยกจะวนกลับมาอีก คุณเข็ดกับสัญญาโกหกของนักการเมืองหรือยัง? พรรคไทยสร้างไทยเสนอตัวเป็นทางเลือกใหม่

จุดเด่นของพรรคไทยสร้างไทย เบอร์ 48

มาดูกันว่าทำไมต้องเลือกเบอร์ 48:

  • ประสบการณ์ยาวนาน: คุณหญิงสุดารัตน์ผ่านงานระดับชาติมาหลายสมัย รู้ทันทุกอย่าง
  • โปร่งใส 100%: ไม่มีประวัติคอร์รัปชัน เคยต่อสู้กับคนโกงมาแล้ว
  • นโยบายชัดเจน: สู้กับการโกงที่กินงบ 5 แสนล้านบาทต่อปี ทวงเงินภาษีคืน สร้างบำนาญประชาชน 3,000 บาทต่อเดือน
  • ยุติความขัดแย้ง: ไม่เล่นเกมสามสี เริ่มต้นการเมืองใหม่ที่สุจริต

หญิงหน่อยประกาศชัด ด้วยความเก๋าและแกร่ง จะลุยสู้คนโกงไม่เกรงใจใคร เพื่อยกระดับชีวิตคนไทยให้ดีขึ้นจริงๆ

นอกจากนี้ พรรคยังมีแผนพัฒนาประเทศครอบคลุมทุกมิติ เช่น การศึกษาที่เท่าเทียม สุขภาพถ้วนหน้า และเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ไม่ใช่แค่สัญญา แต่ทำได้จริงจากผลงาน過去

ในฐานะคนไทยที่อยากเห็นประเทศก้าวหน้า การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญมาก ถ้าเรายังวนลูปเดิมๆ อนาคตจะไม่เปลี่ยน ถ้าอยากเห็นการเมืองสะอาด โปร่งใส โหวต บัตรสีชมพู เบอร์ 48 กันค่ะ พรรคไทยสร้างไทยพร้อมเป็นตัวแทนคุณ!

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งพรุ่งนี้ เพื่ออนาคตไทยที่สดใสกว่าเดิม คุณคิดยังไงกับ “น้องจินนี่” โพสต์คลิปอ้อนกาเบอร์ 48- “หญิงหน่อย” ชี้เลือกสามสี ปัญหาเดิมกลับมา ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์นะคะ ไปโหวตกันเยอะๆ เลย!

ที่มา – “น้องจินนี่” โพสต์คลิปอ้อนกาเบอร์ 48- “หญิงหน่อย” ชี้เลือกสามสี ปัญหาเดิมกลับมา

ประชาธิปัตย์ ปล่อยขบวนรถแห่ทั่วกทม. ชู ทางรอดที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

ในวันสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้จัดกิจกรรมใหญ่ ประชาธิปัตย์ ปล่อยขบวนรถแห่ทั่วกทม. ชู ทางรอดที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทัพคณะผู้บริหาร แกนนำ และสมาชิกพรรค กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำพรรคเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนปล่อยขบวนรถแห่ผู้สมัคร ส.ส. แยก 3 เส้นทางครอบคลุมกรุงเทพมหานคร

ประชาธิปัตย์ ปล่อยขบวนรถแห่ทั่วกทม. ชู ทางรอดที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

กิจกรรมนี้เกิดขึ้นเวลา 08.00 น. ที่สำนักงานพรรคประชาธิปัตย์ บรรยากาศคึกคักเต็มเปี่ยมด้วยพลัง นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ย้ำจุดยืนของพรรคที่ชัดเจน ว่าเป้าหมายคือขอโอกาสจากประชาชนเพื่อเข้าไปคุมเกมในรัฐบาลใหม่ ให้โปร่งใส ปราศจากทุจริต “ประชาธิปัตย์ไม่ไปไหน กลับมาแล้ว และอยู่ต่อเพื่อรักษาผลประโยชน์ชาติ” เขากล่าว พร้อมชูสโลแกน ทางรอดที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน ซึ่งหมายถึงความปลอดภัยจากโกง จากความจน เหลื่อมล้ำ ขัดแย้ง และปัญหาภายนอก

ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด ไม่ว่ารัฐบาลหรือฝ่ายค้าน พรรคจะทำหน้าที่เต็มที่ โดยเฉพาะการตรวจสอบการทุจริต นี่คือคำมั่นสัญญาที่ทำให้ประชาชนมั่นใจในพรรคประชาธิปัตย์

เส้นทางขบวนรถแห่ 3 สายหลักทั่วกรุงเทพฯ

ขบวนรถแห่แบ่งเป็น 3 สาย เพื่อเข้าถึงทุกพื้นที่ในกทม. โดยจะรวมตัวกันที่เมกา บางนา เวลา 12.00 น. ก่อนปิดหาเสียงเย็นวันนั้น

  • สายที่ 1: กทม. ชั้นใน นำโดย “มาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ “จั้ม” สกลธี ภัททิยกุล เริ่มจากสำนักงานพรรค – แยกประดิพัทธ์ – พหลโยธิน – สายไหม – สุขาภิบาล 5 – วัชรพล – รามอินทรา – นวมินทร์ – รามคำแหง – คลองตัน – สุขุมวิท – True Digital Park แล้วไปเมกา บางนา
  • สายที่ 2: กทม. ชั้นนอก นำโดย “กรณ์” จาติกวณิช เริ่มจากสำนักงานพรรค – ซอยอารีย์ – ชัยสมรภูมิ – พญาไท – พระราม 4 – เยาวราช – เสาชิงช้า – บำรุงเมือง – กรุงเกษม – พระราม 4 – สีลม – เจริญกรุง – จันทน์ – นราธิวาส – พระราม 3 – ศูนย์สิริกิติ์ – สุขุมวิท – True Digital Park
  • สายที่ 3: ฝั่งธนบุรี นำโดย “การดี” เลียวไพโรจน์ เริ่มจากสำนักงานพรรค – พระราม 6 – สวนจตุจักร – สะพานประชานุกูล – จรัญสนิทวงศ์ – เพชรเกษม – บางแค – เทอดไท – วงเวียนใหญ่ – ลาดหญ้า – Icon Siam

ขบวนทั้งหมดเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 2569 อย่างคึกคัก พร้อมเพลงและป้ายสโลแกนโดดเด่น

อภิสิทธิ์ นำขบวนรถแห่ประชาธิปัตย์ทั่วกทม.

นายอภิสิทธิ์ฝากข้อความถึงผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ว่าให้ตัดสินใจบนพื้นฐานความถูกต้อง ยึด “การเมืองสุจริต” ไม่เห็นแก่สินจ้าง เพราะนี่คือรากฐานเศรษฐกิจและสังคมที่ดีในอนาคต พรรคประชาธิปัตย์พร้อมเป็นทางรอดที่ปลอดภัยให้ทุกคน ไม่ว่าจะสถานการณ์ใด

ขบวนรถแห่สาย 1 กทม. ชั้นใน
กรณ์ นำขบวนสาย 2
การดี นำขบวนฝั่งธน

กิจกรรมนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของพรรคประชาธิปัตย์ในการรณรงค์อย่างเข้มข้น สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในกทม. ว่าพรรคคือทางเลือกที่มั่นคง ในยุคที่การเมืองไทยต้องการความโปร่งใสและสุจริตมากที่สุด

สุดท้ายนี้ เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หากคุณกำลังมองหาทางรอดที่ปลอดภัย ลองพิจารณาพรรคประชาธิปัตย์ดูครับ การเมืองสุจริตคือกุญแจสู่อนาคตที่ยั่งยืน ออกมาใช้สิทธิ์กันเยอะๆ นะ!

ที่มา – ประชาธิปัตย์ ปล่อยขบวนรถแห่ทั่วกทม. ชู ทางรอดที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

Scroll to top