การเมืองสุจริต

สงครามบิลบอร์ด 4 พรรคใหญ่ ส้ม-แดง-น้ำเงิน-ฟ้า ดึงคะแนนโค้งสุดท้าย

ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง สงครามบิลบอร์ด 4 พรรคใหญ่ ส้ม-แดง-น้ำเงิน-ฟ้า ดึงคะแนนโค้งสุดท้าย เริ่มเดือดแล้วนะเพื่อนๆ! พรรคประชาชน เพื่อไทย ภูมิใจไทย และประชาธิปัตย์ ไม่ยอมใครเลย ต่างพากันทุ่มงบขึ้นป้ายบิลบอร์ดทั่วกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด หวังดึงใจคนเมืองและชาวบ้านทุกสารทิศ ให้กาเลือกพวกเขาวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ มาดูกันว่าพรรคไหนทำอะไรบ้าง

สงครามบิลบอร์ด 4 พรรคใหญ่ ส้ม-แดง-น้ำเงิน-ฟ้า ดึงคะแนนโค้งสุดท้าย

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศหาเสียงคึกคักสุดๆ พรรคการเมืองใหญ่ๆ รีบปูพรมโฆษณาแบบจัดหนัก โดยเฉพาะบิลบอร์ดที่เห็นชัดเจนตามถนนหลัก หวังให้ประชาชนจำภาพและนโยบายได้ติดตา สงครามบิลบอร์ดนี้ไม่ใช่แค่ป้ายโฆษณา แต่เป็นการต่อสู้ดึงคะแนนเสียงในวินาทีสุดท้ายเลยล่ะ

พรรคประชาชน สีส้ม ปล่อยแคมเปญ “เปลี่ยน” ทั่วประเทศ

เริ่มจาก

พรรคประชาชน สีส้มสุดแซ่บ ขึ้นบิลบอร์ดแคมเปญ “เปลี่ยน” ทั่วกรุงเทพฯ ชลบุรี พัทยา เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง นครศรีธรรมราช อยุธยา ภูเก็ต สงขลา สุราษฎร์ธานี อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา สมุทรปราการ และนครปฐม ตั้งแต่วันที่ 4-7 กุมภาพันธ์ ปลุกใจให้ทุกคน “เปลี่ยนอนาคตประเทศ” ด้วยปลายปากกาที่คูหา นอกจากนี้ยังนัดด้อมส้มมาร่วมปราศรัยใหญ่เวทีสุดท้ายที่ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง วันที่ 6 ก.พ. เวลา 16.00 น. ใครพร้อมเปลี่ยนไปเชียร์กัน!

เพื่อไทย สีแดง ปูพรมจอ LED “ยศชนันทำได้”

ตามมาด้วย

พรรคเพื่อไทย สีแดงสุดฮอต เดินเกมดิจิทัลจัดเต็ม ปูพรมจอ LED และดิจิทัลบิลบอร์ดหลายร้อยจุดทั่วไทย กรุงเทพฯ ขอนแก่น โคราช นครศรีธรรมราช สงขลา เชียงใหม่ ลำปาง ชูแคมเปญ “ยศชนันทำได้ ทำให้ไทยยิ่งใหญ่” ของ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ผู้สมัครนายกฯ ตอกย้ำการยกเครื่องประเทศไทย สร้างความมั่นใจให้คนทุกวัย ปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย วันที่ 6 ก.พ. 17.00 น. ที่สนามเทพหัสดิน อย่าพลาด!

ภูมิใจไทย สีน้ำเงิน ขายมืออาชีพแก้เศรษฐกิจ

พรรคภูมิใจไทย สีน้ำเงิน ไม่ยอมแพ้ ขึ้นบิลบอร์ดยักษ์กลางกรุงฯ สื่อสารนโยบายแก้ปากท้อง เศรษฐกิจฐานราก คุณภาพชีวิต ด้วยมืออาชีพ เชิญชวนออกมาใช้สิทธิ์ นัดมวลชนปราศรัยใหญ่ วันที่ 6 ก.พ. 16.30 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ใครอยากเห็นการเมืองมือโปร ไปเลย!

ประชาธิปัตย์ สีฟ้า แคมเปญ “ทางรอดที่ปลอดภัย ไว้ใจอภิสิทธิ์”

ปิดท้ายด้วย

พรรคประชาธิปัตย์ สีฟ้า รุกหนักตั้งแต่ 3 ก.พ. เปิดแคมเปญ Out of Home Media ที่แลนด์มาร์คอย่างลานพาร์ค พารากอน แยกรัชดา-ลาดพร้าว ชู 3 ข้อความเด็ด: 1.ทางรอดที่ปลอดภัย 2.ไว้ใจอภิสิทธิ์ 3.ไล่เทา เลือกฟ้า กา 2 ใบ เน้นการเมืองสุจริต ปราศรัยใหญ่ วันที่ 6 ก.พ. 17.00 น. ที่ One Bangkok Forum สัญญาณพร้อมกลับมาเป็นที่พึ่งคนรุ่นใหม่

สงครามบิลบอร์ด 4 พรรคใหญ่ ส้ม-แดง-น้ำเงิน-ฟ้า ดึงคะแนนโค้งสุดท้ายนี้ แสดงให้เห็นว่าพรรคไหนก็ทุ่มสุดตัว ประชาชนอย่างเราต้องฉลาดเลือกนะ ไปใช้สิทธิ์วันอาทิตย์นี้ เปลี่ยนอนาคตไทยให้ดีขึ้น ลองขับรถดูป้ายพวกนี้แล้วตัดสินใจเองเลย!

ที่มา – สงครามบิลบอร์ด 4 พรรคใหญ่ ส้ม-แดง-น้ำเงิน-ฟ้า ดึงคะแนนโค้งสุดท้าย

ปชป. ปลุกคนตรัง ต้องรักษาเมืองหลวง อย่าให้ใครตีแตกอีก

ปชป. ปลุกคนตรัง ต้องรักษาเมืองหลวง อย่าให้ใครตีแตกอีก เป็นหัวข้อที่กำลังร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทย โดยเฉพาะในจังหวัดตรัง ซึ่งถือเป็นฐานที่มั่นของพรรคประชาธิปัตย์มาอย่างยาวนาน วันนี้เราจะมาสัมผัสกับบรรยากาศการหาเสียงที่เข้มข้นของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรค ที่เดินทางลงพื้นที่ตรังเพื่อปลุกใจชาวตรังให้ตื่นตัวต่อการเมืองที่เต็มไปด้วยทุนเทาและธุรกิจการเมือง

ปชป. ปลุกคนตรัง ต้องรักษาเมืองหลวง อย่าให้ใครตีแตกอีก

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เดินทางมาถึงตลาดย่านตาขาว อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง เพื่อหาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส. เขต 4 นายกาญจน์ ตั้งปอง เบอร์ 2 และเขต 3 นายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ เบอร์ 5 ชาวบ้านมาร่วมฟังกันแน่นขนัด นายอภิสิทธิ์ กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า ประชาชนกำลังอึดอัดกับการเมืองที่ถูกครอบงำด้วยทุนเทา เงินจากคอร์รัปชันและผิดกฎหมาย “ลองนึกภาพ ส.ส. 1 คนราคา 50 ล้านบาท ส.ส. 400 คนจะมากี่พันล้าน? เงินที่ไหนถ้าไม่ใช่เงินโกงประชาชน” เขาย้ำถึงอันตรายของธุรกิจการเมืองที่กำลังครอบงำ และเรียกร้องให้ทุกคนช่วยกันผลักดันการเมืองสุจริต

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หาเสียงตรัง ปชป. ปลุกคนตรัง ต้องรักษาเมืองหลวง

ช่วงบ่าย เวลา 14.30 น. คณะเดินทางไปตลาดศรีอุบล อำเภอห้วยยอด นั่งรถตุ๊กตุ๊กสีเขียวสัญลักษณ์ตรัง โดยมีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ขับ สร้างสีสันให้ชาวบ้านตื่นเต้น นายอภิสิทธิ์ ชู “ชวน หลีกภัย” เป็นต้นแบบต่อสู้ธุรกิจการเมือง แม้ถูกเหน็บว่า “แผ่นเสียงตกร่อง” แต่ท่านคือผู้เตือนภัยมานาน องค์กรธุรกิจชั้นนำอย่างสภาอุตสาหกรรมและหอการค้าก็ยอมรับว่า คอร์รัปชันทำให้เศรษฐกิจไทยโตช้า พรรคประชาธิปัตย์พร้อมฟื้นเศรษฐกิจให้เติบโตยั่งยืน

ปชป. ปลุกคนตรังต่อต้านทุนเทา สู่การเมืองสุจริต

ต่อมา เวลา 16.30 น. ที่พัทลุง นายอภิสิทธิ์ ขึ้นเวทีสวนสาธารณะเทศบาลเมือง เน้นศักยภาพพัทลุงเป็นเมืองมรดกโลกและเศรษฐกิจสีเขียว ท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม “เราจะคืนอำนาจให้ท้องถิ่น ใช้เทคโนโลยีผลักดันพัทลุงให้เทียบชั้นเชียงใหม่ ภูเก็ต” แต่ทุกอย่างต้องเริ่มจาก การเมืองสุจริต มิฉะนั้นงบประมาณจะไม่ถึงประชาชน

รถตุ๊กตุ๊กหาเสียง ปชป. ตรัง

ไฮไลต์ช่วงค่ำ เวลา 17.00 น. ที่ศาลากลางเก่า จังหวัดตรัง มีประชาชนนับหมื่นมาร่วม ชูสโลแกน “คนตรังไม่ทนทุนเทา” นายจุรี นุ่มแก้ว รองหัวหน้าพรรค กล่าวว่า “ตรังคือเมืองหลวงประชาธิปัตย์ ต้องรักษาไว้ อย่าให้ใครตีแตก” ย้ำนโยบายเบี้ยผู้สูงอายุ 1,000 บาท สนับสนุนคลอดบุตร 5,000 บาท และอีก 65,000 บาทจนครบกำหนด “อย่าปล่อยให้เงิน 1,000 บาทซื้อจิตวิญญาณ กินเหยื่อไม่กินเบ็ด เลือกปชป. ทั้ง 4 เขตตรัง สร้างการเมืองสุจริต นายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ชวนคุมสภา”

เวทีปราศรัยพัทลุง ปชป.

บรรยากาศคึกคัก นายชวน หลีกภัย ก็มาร่วมด้วย พรรคประชาธิปัตย์ชูวิสัยทัศน์การเมืองใหม่ที่ใสสะอาด ฟื้นเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างความยั่งยืนให้ภาคใต้ โดยเฉพาะตรังและพัทลุงที่เป็นฐานเสียงสำคัญ การหาเสียงครั้งนี้ไม่ใช่แค่ปราศรัย แต่เป็นการปลุกสำนึกประชาชนให้ต้านทุนเทา สร้างอนาคตที่โปร่งใส

  • ต่อต้านธุรกิจการเมืองและทุนเทา
  • ชูชวนหลีกภัยเป็นต้นแบบ
  • นโยบายเศรษฐกิจสีเขียวพัทลุง
  • สวัสดิการประชาชนครบครัน

ปชป. ปลุกคนตรัง ต้องรักษาเมืองหลวง อย่าให้ใครตีแตกอีก คือข้อความที่สะท้อนหัวใจของพรรค หากประชาชนร่วมมือ การเมืองไทยจะเปลี่ยนแปลงได้จริง ในฐานะนักสังเกตการณ์การเมือง ผมเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้คือโอกาสทองที่จะยึดคืนการเมืองให้ประชาชน สนับสนุนปชป. เพื่ออนาคตที่สุจริตและมั่งคั่ง

ที่มา – ปชป. ปลุกคนตรัง ต้องรักษาเมืองหลวง อย่าให้ใครตีแตกอีก

“มาร์ค” ขอคนใต้ทวงการเมืองสุจริต ซัดรัฐล้มน้ำท่วม

ในค่ำคืนวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 หน้าลานโรบินสัน หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา คึกคักไปด้วยพี่น้องชาวใต้กว่า 10,000 คน ที่มาร่วมฟังเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ นำทีมโดย “มาร์ค” หรือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ลำดับ 1 เขากลับมาทำการเมืองอีกครั้งหลังเว้นวรรค 2 ปี เพื่อทวงคืนการเมืองสุจริตให้แผ่นดินไทย โดยเฉพาะภาคใต้ที่ผูกพันกันมานานกว่า 30 ปี

“มาร์ค” ขอคนใต้ร่วมทวงการเมืองสุจริต ซัดรัฐบาลล้มเหลวบริหารน้ำท่วม–เยียวยาล่าช้า

“มาร์ค” ขอคนใต้ร่วมทวงการเมืองสุจริต ซัดรัฐบาลล้มเหลวบริหารน้ำท่วม–เยียวยาล่าช้า อย่างชัดเจนในการปราศรัย เขาเล่าว่าตลอดชีวิตการเมืองมีพรรคเดียวคือประชาธิปัตย์ เหมือนเชียร์ทีมฟุตบอลทีมเดียว แม้มีคนทักว่า “อย่ากลับมา การเมืองไทยกลายเป็นเรื่องเงิน ทุนเทา ทุนดำ” แต่เขายืนยันว่าจะไม่ยอมให้การเมืองถูกครอบงำ ต้องกลับมาทวงคืนเพื่อประชาชนและชาติบ้านเมือง

“มาร์ค” ขอคนใต้ร่วมทวงการเมืองสุจริต จากประสบการณ์ 30 ปี

พรรคประชาธิปัตย์ยืนเคียงข้างคนใต้นาน 30 ปี ไม่เคยทิ้งกัน แม้อำนาจเงินกดดัน แต่ชาวใต้ไม่ยอม “มาร์ค” จวกบางพรรคโจมตีว่าภาคใต้มี ส.ส. ประชาธิปัตย์นานแต่ไม่พัฒนา ทั้งที่ ส.ส. ทำหน้าที่พิจารณางบและประสานงาน เช่น ผลักดันรถไฟรางคู่ตอนดูแลคมนาคม 2 ปี แต่บางพรรคคุมมานานไม่ทำ กลับขู่ “ไม่เลือกไม่มีโครงการ” ซึ่งคนใต้ไม่ยอมรับ การเมืองแบบนี้ต้องเปลี่ยน

ปัญหาการพัฒนาภาคใต้เป็นประเด็นร้อนมานาน ไม่ใช่แค่โครงสร้างพื้นฐาน แต่รวมถึงการกระจายงบประมาณที่โปร่งใส พรรคประชาธิปัตย์เน้นการเมืองสุจริต เพื่อให้โครงการเกิดประโยชน์จริง ไม่ใช่แลกเปลี่ยนคะแนน

รัฐบาลล้มเหลวบริหารน้ำท่วมหาดใหญ่–เยียวยาล่าช้า

“มาร์ค” ลงพื้นที่หาดใหญ่ช่วงน้ำท่วมใหญ่ พบความสับสนในการบริหาร สื่อสารไม่มีเอกภาพ ติดต่อหน่วยงานไม่ได้ ช่วยเหลือล่าช้า ขาดศูนย์สั่งการเดียว ประกาศฉุกเฉินยิ่งสับสน หลังน้ำลด ภาคธุรกิจรอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ฟื้นฟู แต่ยุบสภา ทำให้งบเยียวยาติด กกต. ชาวบ้านเดือดร้อนซ้ำ นายกฯ บอกยุบสภาเพราะไม่อยากตายคาสภา แต่เคยคิดถึงคนหาดใหญ่ไหม? ถ้าขออนุมัติงบ “มาร์ค” พร้อมสนับสนุน ให้เงินถึงมือเร็ว

หากประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล จะเร่งฟื้นฟูหาดใหญ่ทั้งระบบ:

  • ฟื้นกายภาพ เศรษฐกิจ ท่องเที่ยว การค้า
  • ดึงทุกกระทรวงแก้ปัญหา
  • โครงการระยะยาว: ระบายน้ำลงทะเล วางผังเมืองพื้นที่สูง
  • ยกระดับหน่วยงานภัยพิบัติ: เอกภาพ เบอร์ชัด แผนอพยพซ้อมจริง

การเมืองสุจริตคือรากฐานเศรษฐกิจดี พรรคประชาธิปัตย์ผลักดันโปร่งใส โครงการเกิดประโยชน์สูงสุด ชาวใต้พิสูจน์พลังอีกครั้งในการเลือกตั้ง

จากเหตุการณ์นี้ เห็นชัดว่าปัญหาการเมืองไทยต้องการผู้นำสุจริตอย่าง “มาร์ค” ที่กล้าพูดกล้าแก้ คุณคิดว่าคนใต้จะร่วมทวงคืนการเมืองสุจริตได้หรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – “มาร์ค” ขอคนใต้ร่วมทวงการเมืองสุจริต ซัดรัฐบาลล้มเหลวบริหารน้ำท่วม–เยียวยาล่าช้า

“กล้าธรรม” ขอปักธงเขียวปทุม “บิ๊กแจ๊ส” พูดจริง

“กล้าธรรม” ขอปักธงเขียวปทุม-“บิ๊กแจ๊ส” ลั่นไม่โกรธคนพาดพิง แต่ขอพูดความจริง เป็นหัวข้อที่กำลังร้อนแรงในแวดวงการเมืองปทุมธานีเลยครับ เมื่อพรรคกล้าธรรมยกทัพใหญ่บุกปราศรัยหาเสียงที่ลานตลาดกินซ่า ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต เรียกคนมาร่วมฟังเพียบ เพื่อขอคะแนนปักธงเขียวทั้งจังหวัด!

“กล้าธรรม” ขอปักธงเขียวปทุม-“บิ๊กแจ๊ส” ลั่นไม่โกรธคนพาดพิง แต่ขอพูดความจริง

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 (หรือ 2569 ตามข่าว) เวลา 18.30 น. บรรยากาศคึกคักมาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคและแคนดิเดตนายกฯ, นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค, และ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจาง (บิ๊กแจ๊ส) นายก อบจ.ปทุมธานี ร่วมเวทีปราศรัยให้ผู้สมัคร ส.ส. ปทุมธานี 5 เขตของพรรคกล้าธรรม พวกเขามาเพื่อแก้ปัญหาจริงจังของชาวปทุม ไม่ว่าจะน้ำท่วม จราจรติดขัด หรือเศรษฐกิจปากท้อง

ผู้สมัคร ส.ส. พรรคกล้าธรรม เขตปทุมธานี

  • เขต 1: นายนพพร ขาวขำ เบอร์ 2
  • เขต 2: นายชัยอนันต์ สิริเบญสานนท์ เบอร์ 9
  • เขต 4: นายชยุต สินพูนภักดิ์ เบอร์ 7
  • เขต 5: นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ เบอร์ 8
  • เขต 6: นางสาวพัชร์ชิสา พชิระธารีรัตน์ เบอร์ 4

นางนฤมล กล่าวอย่างหนักแน่นว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นจุดหัวเลี้ยวหัวต่อของชาติ พรรคกล้าธรรมยึดหลักการเมืองสุจริต ไม่โจมตีกัน แต่เสนอทางออกจริง เช่น แก้ปากท้องประชาชนให้ยั่งยืน

กล้าธรรม ขอปักธงเขียวปทุม บิ๊กแจ๊ส ลั่นไม่โกรธคนพาดพิง แต่ขอพูดความจริง

ร.อ.ธรรมนัส ชูวิชันแก้ปัญหาโครงสร้างปทุมธานี

ร.อ.ธรรมนัส ชี้ปัญหาหลักของปทุมฯ คือ น้ำท่วมซ้ำซาก น้ำแล้ง จราจร และการเชื่อมโยงหน่วยงานรัฐ-ท้องถิ่นที่ล้มเหลว พรรคจะแก้แบบบูรณาการ ใช้จุดแข็งทำงานท้องถิ่นจริง ประสานงบฯ เร็ว แก้ระบบระบายน้ำ ถนนเชื่อมชุมชน

“เป้าหมายของพรรคกล้าธรรมไม่ใช่แค่ชนะเลือกตั้ง แต่ยกระดับชีวิตชาวปทุมทั้งจังหวัด ให้มีเศรษฐกิจแข็ง พื้นฐานดี การบริหารตอบโจทย์ประชาชน”

ธรรมนัส ปราศรัยปทุมธานี พรรคกล้าธรรม

“บิ๊กแจ๊ส” ชี้แจงดราม่าพาดพิงแบบไม่ถือสา

บิ๊กแจ๊สขึ้นเวทีซัดกลับคนพาดพิงจากเวทีอื่น โดยเฉพาะนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่เคยสนิทแต่ตอนนี้พูดจาแบบนั้น “ไม่โกรธ แต่ขอพูดความจริงต่อพี่น้องประชาชน” เขาย้ำมิตรภาพสำคัญ การเมืองควรแข่งผลงาน

กรณี เชตวัน เตือประโคน พาดพิงเรื่องที่ดินกองทัพอากาศสนามกอล์ฟธูปะเตมีย์ บิ๊กแจ๊สชี้ เป็นแนวคิดขอใช้บางส่วนทำศูนย์การแพทย์ปฐมภูมิ คูคต-รังสิต เริ่มก่อนเชตวันเป็น ส.ส. เพื่อสุขภาพชุมชนหนาแน่น ยกเอกสารยืนยัน เกิดช่วงโควิด

ยังยกตัวอย่างวิกฤตน้ำท่วมปทุม บิ๊กแจ๊สทำงานแข่งเวลา ประสานหน่วยงาน และร.อ.ธรรมนัสช่วยเรียกทุกฝ่ายหารือกับ กทม. จนลดผลกระทบได้ แสดงถึงลงมือทำจริง

บิ๊กแจ๊ส ชี้แจงปทุมธานี กล้าธรรม

ธรรมนัส มั่นใจปักธงเขียวปทุม ย้ำคนไทยรักชาติ

หลังเวที ร.อ.ธรรมนัส มั่นใจพรรคปักธงปทุมได้ จะร่วมบิ๊กแจ๊สแก้โจทย์น้ำท่วม น้ำแล้ง คูคลอง จุดแข็งคือเชื่อมชาติ-ท้องถิ่น ผลักดันงบฯ เร็ว พัฒนายั่งยืน

ถามวาทกรรมรักชาติ ตอบ “คนไทยทุกคนรักชาติ ศาสนา กษัตริย์ ยกเว้นคนคิดร้ายแผ่นดิน”

ธรรมนัส สัมภาษณ์หลังปราศรัยปทุม

บิ๊กแจ๊สย้ำ เข้าร่วมพรรคเพราะธรรมนัสช่วยจริงช่วงโควิด น้ำท่วม ไม่มี ส.ส.พรรคอื่นช่วย วางแผนป้องกันไม่ใช่เยียวยา ปทุมก้าวกระโดด ส.ส.เพิ่มจาก 7 เป็น 8 เขต ประชากรเพิ่ม ปัญหาต้องแก้ใหญ่ ร่วมธรรมนัสพัฒนาได้แน่

บิ๊กแจ๊ส ปทุมธานี พรรคกล้าธรรม
ภาพปราศรัยกล้าธรรม ปทุม
เวทีหาเสียงปทุมธานี

เห็นไหมครับว่า “กล้าธรรม” ขอปักธงเขียวปทุม-“บิ๊กแจ๊ส” ลั่นไม่โกรธคนพาดพิง แต่ขอพูดความจริง นี่คือการเมืองที่เน้นผลงานจริง ชาวปทุมพร้อมสนับสนุนเพื่ออนาคตที่ดีกว่าไหม? มาลงคะแนนให้ผู้สมัครกล้าธรรมกันเถอะ จะได้แก้ปัญหาน้ำท่วม จราจร เศรษฐกิจได้จริง!

ที่มา – “กล้าธรรม” ขอปักธงเขียวปทุม-“บิ๊กแจ๊ส” ลั่นไม่โกรธคนพาดพิง แต่ขอพูดความจริง

“อภิสิทธิ์” หนุนคุมเข้ม สกัด “ทุนเทา-ซื้อเสียง”

“อภิสิทธิ์” ลุยหาเสียงเมืองกรุงเก่า ชูโมเดลปลดล็อกท้องถิ่น พัฒนาระบบขนส่งทางราง ลดปัญหาจราจร ดันการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ หนุน แบงก์ชาติคุมเข้มเบิกเงินสดสกัด “ทุนเทา-ซื้อเสียง”

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 29 มกราคม 2569 ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ สามแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ และนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค ร่วมลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนชาวอยุธยา ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยมีไฮไลท์สำคัญคือภาพความประทับใจเมื่อ น้องแทนไท เยาวชนวัย 16 ปี นำภาพถ่ายคู่กับนายอภิสิทธิ์เมื่อครั้งตนเองอายุเพียง 3 ขวบมาให้ชม พร้อมเล่าอย่างภูมิใจว่าเคยได้พบกับนายอภิสิทธิ์ ในงานสัปดาห์หนังสือศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พอทราบข่าวว่านายอภิสิทธิ์จะมาที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เลยมารอพบให้กำลังใจที่นี่

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงวิสัยทัศน์การพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยาว่า พรรคต้องการดึงศักยภาพด้านศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์มาสร้างรายได้ให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยเสนอแนวทางกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเพื่อให้คนในพื้นที่ซึ่งมีความเข้าใจปัญหาดีที่สุดสามารถบริหารจัดการงบประมาณและการพัฒนาการท่องเที่ยวได้แบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ได้อย่างตอบโจทย์ของคนพื้นที่เองเพื่อลดความซ้ำซ้อนงานระหว่างกระทรวงต่างๆได้ด้วย ในส่วนของรัฐบาลกลาง ถ้าได้เป็นรัฐบาลก็พร้อมสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการขนส่ง “ระบบราง” เพื่อการเดินทางที่สะดวกสบาย และการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ (Open Data) เพื่อให้ภาคเอกชนนำไปวางแผนต่อยอดธุรกิจการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อถูกถามถึงการซื้อสิทธิขายเสียงในพื้นที่ภาคใต้ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนลงพื้นที่ภาคใต้ไปเมื่อต้นสัปดาห์ พี่น้องชาวใต้ให้คำมั่นอย่างชัดเจนถึงจุดยืนการเมืองสุจริต ที่รับปากแล้วว่า เราประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการซื้อสิทธิขายเสียงอย่างจริงจัง โดยตั้งเป้าหมายนำพรรคประชาธิปัตย์เข้ามากำกับทิศทางรัฐบาลให้เป็น รัฐบาลแห่งความซื่อสัตย์ที่ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง และไม่สร้างความขัดแย้ง แตกแยกในสังคม นี่คือสิ่งที่เราจะผลักดันนโยบายสำหรับประชาชนในทุกพื้นที่ได้

จากนั้น เวลา 11.00 น. นายอภิสิทธิ์ พร้อมด้วย นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค และนายอภิมุข ฉันทวานิช ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 3 (บางคอแหลม-ยานนาวา) เบอร์ 3 ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน บริเวณตลาดเสรี 2 เจริญกรุง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

“อภิสิทธิ์” หนุนแบงก์ชาติใช้มาตรการเชิงรุกคุมเข้มเบิกเงินสด สกัด “ทุนเทา-ซื้อเสียง”

นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสตอบรับของพรรคในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่าจากการติดตามข้อมูลโพลเชิงลึกรายเขต พบว่าคะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์กระเตื้องขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลายพื้นที่เขตเลือกตั้งมีโอกาสลุ้นชัยชนะได้อย่างชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับความรู้สึกจากการลงพื้นที่จริงที่สัมผัสได้ถึงความเชื่อมั่นของประชาชน แม้การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาสัดส่วนคะแนนจะมีความท้าทาย แต่ปัจจุบันฐานเสียงเดิมเริ่มกลับมาและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ส่วนประเด็นเรื่องยุทธศาสตร์การเลือกตั้งที่บางฝ่ายพยายามรณรงค์ให้เลือกเพื่อสกัดกั้นพรรคใดพรรคหนึ่งนั้น นายอภิสิทธิ์มองว่าหากวิเคราะห์ตามข้อเท็จจริงรายเขต การตัดสินใจเลือกตามธรรมชาติของฐานเสียงประชาธิปัตย์ที่มีความเข้มแข็งอยู่แล้ว จะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดผลลัพธ์การเลือกตั้งให้สะท้อนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของคนกรุงเทพฯ ได้ดีที่สุด

ส่วนที่บางพรรคมีการเปิดตัวแคนดิเดตฯ ที่บอกว่าเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถแต่ไม่เอาคนกลุ่มนั้นมาใช้ มันสะท้อนถึงอะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิของแต่ละพรรคในการวางตัวบุคลากรหาเสียง อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ยังคงยึดมั่นในแนวทางที่เน้นบุคลากรที่มีประสบการณ์ทางการเมืองควบคู่กับความเชี่ยวชาญ เนื่องจากเชื่อว่าการผลักดันนโยบายให้สำเร็จในภาคบริหาร จำเป็นต้องมีคนที่เข้าใจกระบวนการทำงานทางการเมืองตั้งแต่ต้น เพื่อให้การบริหารจัดการราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด “สำหรับประชาธิปัตย์แนวทางของเรา เราเอาบุคลากรที่พูดง่ายๆ คือทำงานการเมือง และก็ร่วมทำนโยบายมา เราคิดว่าเป็นวิธีการที่จะทำให้การทำงานเมื่อเข้าไปเป็นฝ่ายบริหาร มันราบรื่นกว่า หลายครั้งผู้เชี่ยวชาญที่เข้ามา ถ้าไม่ได้เข้ามาสู่กระบวนการทางการเมืองตั้งแต่ต้น มักจะมีปัญหาในการที่ต้องไปบริหารจัดการในเรื่องการเมือง เพราะมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ในการผลักดันนโยบายต่างๆ ก็เป็นแนวคิดซึ่งแต่ละฝ่ายก็สามารถทำได้ ประชาธิปัตย์ก็เคยมีครับคนนอก แต่ว่าจะเห็นว่าส่วนใหญ่จะมีบทบาทที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับพรรคก่อนครับ”

หนุน ธปท. สกัด “ทุนเทา-ซื้อเสียง”

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขยับเข้ามามีบทบาทในการกำหนดเพดานการเบิกถอนเงินสดเพื่อป้องกันการทุจริต โดยย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนการปราบปราม “ทุนเทา” และธุรกรรมที่ผิดปกติมาโดยตลอด เพราะเป็นตัวทำลายเศรษฐกิจอย่างรุนแรง

“ผมดีใจที่แบงก์ชาติขยับมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ การจัดการกับเส้นทางการเงินคือจุดเริ่มต้นสำคัญของการปราบทุจริตเลือกตั้ง”

พร้อมกันนี้ นายอภิสิทธิ์ ได้เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำงานในเชิงรุกมากขึ้น โดยเฉพาะการประสานความร่วมมือกับ ธปท. เพื่อตรวจสอบธุรกรรมเงินสดที่ผิดปกติในช่วงเลือกตั้ง พร้อมเตือนว่าหากรอตรวจสอบเพียงแค่หลังการเลือกตั้ง อาจเป็นเรื่องยากในการหาพยานหลักฐาน กกต. จึงต้องกล้าใช้อำนาจที่มีอยู่เพื่อรักษาความสุจริตและเที่ยงธรรมให้กับการเลือกตั้งครั้งนี้

การที่นายอภิสิทธิ์ออกมาสนับสนุนให้มีการคุมเข้มเบิกเงินสด สกัด “ทุนเทา-ซื้อเสียง” นั้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนควรให้การสนับสนุน

ที่มา – “อภิสิทธิ์” หนุนแบงก์ชาติใช้มาตรการเชิงรุกคุมเข้มเบิกเงินสด สกัด “ทุนเทา-ซื้อเสียง”

ปชป. ชูเศรษฐกิจยั่งยืน: มัดใจนักลงทุน มั่นใจประเทศปลอดภัย

พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โชว์ไอเดีย “ปชป. ชูเศรษฐกิจยั่งยืน หวังมัดใจนักลงทุน มั่นใจเลือกแล้วประเทศปลอดภัย” หวังดึงดูดนักลงทุนด้วยวิสัยทัศน์เศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืน พร้อมยืนยันว่าหากได้รับเลือก ประเทศไทยจะปลอดภัยจากปัญหาทุจริตและเศรษฐกิจที่ไม่มั่นคง

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 ณ อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายกรณ์ จาติกวณิช สองแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้พบปะกับกลุ่มนักธุรกิจและนักลงทุนเพื่อนำเสนอวิสัยทัศน์ด้านการเมืองที่โปร่งใส และยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยหลักธรรมาภิบาล

นายอภิสิทธิ์ได้ประกาศสร้างความเชื่อมั่นด้วยประสบการณ์ในการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ โดยชูแนวคิดการปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเดิมให้ดีขึ้นอย่างมั่นคง แทนที่จะเสนอนโยบายที่ฉูดฉาดแต่มีความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังได้กล่าวชื่นชมนโยบายคนละครึ่งว่าเป็นโครงการที่ต่อยอดมาจากแนวคิด “เช็คช่วยชาติ” ในอดีต และย้ำถึงความสำคัญของการประกันรายได้เกษตรกรที่ต้องดำเนินการอย่างแม่นยำและโปร่งใส

“ประชาธิปัตย์คือพรรคที่เมื่อเลือกแล้วประเทศจะปลอดภัย เราจะเข้าไปปราบปรามการทุจริต หยุดยั้งทุนสีเทา และยุติความขัดแย้ง เพื่อวางรากฐานให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง” นายอภิสิทธิ์กล่าวด้วยความมั่นใจ

นายกรณ์ได้เสริมว่า ความสำเร็จของโครงการ “ไทยเข้มแข็ง” ซึ่งเป็นนวัตกรรมในการกอบกู้เศรษฐกิจจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก หลักการสำคัญจากโครงการนี้ได้ถูกนำมาบรรจุไว้ในชุดนโยบายหลัก 27 ข้อ ภายใต้ 4 เสาหลักของพรรค โดยมีเป้าหมายในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและตลาดทุนให้กลับมาแข็งแกร่งและยั่งยืนอีกครั้ง นี่คือหัวใจสำคัญของ ปชป. ชูเศรษฐกิจยั่งยืน หวังมัดใจนักลงทุน มั่นใจเลือกแล้วประเทศปลอดภัย

ปชป. ชูเศรษฐกิจยั่งยืน หวังมัดใจนักลงทุน มั่นใจเลือกแล้วประเทศปลอดภัย

พรรคประชาธิปัตย์มุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ว่าประเทศไทยภายใต้การนำของพรรค จะเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และมีการบริหารจัดการที่ดี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุน

ทำไมต้อง ปชป. ชูเศรษฐกิจยั่งยืน หวังมัดใจนักลงทุน มั่นใจเลือกแล้วประเทศปลอดภัย?

  • ประสบการณ์ในการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ: พรรคประชาธิปัตย์มีประสบการณ์ในการบริหารประเทศ และแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจมาแล้วหลายครั้ง
  • นโยบายที่เน้นความยั่งยืน: พรรคให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
  • การปราบปรามการทุจริต: พรรคมีนโยบายที่ชัดเจนในการปราบปรามการทุจริต ซึ่งจะช่วยสร้างความโปร่งใส และความน่าเชื่อถือในการลงทุน

พรรคประชาธิปัตย์เชื่อมั่นว่าด้วยนโยบายและวิสัยทัศน์ที่ได้นำเสนอ จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และนำพาประเทศไทยไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและมั่นคง

การที่พรรคประชาธิปัตย์เน้นย้ำถึงความสำคัญของความปลอดภัยและความมั่นคงของประเทศนั้น เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังนักลงทุนว่า ประเทศไทยภายใต้การบริหารของพรรค จะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับการลงทุนระยะยาว นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่น ๆ ที่อาจมุ่งเน้นไปที่นโยบายที่หวือหวา แต่ขาดความมั่นคงและยั่งยืน

การตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองที่จะเข้ามาบริหารประเทศนั้น เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับอนาคตของประเทศไทย การพิจารณาถึงนโยบาย วิสัยทัศน์ และประสบการณ์ของแต่ละพรรค จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้การตัดสินใจนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ

โดยรวมแล้ว แนวทางการ ปชป. ชูเศรษฐกิจยั่งยืน หวังมัดใจนักลงทุน มั่นใจเลือกแล้วประเทศปลอดภัย ถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจโลกมีความผันผวนและมีความไม่แน่นอนสูง การมีนโยบายที่เน้นความมั่นคงและความยั่งยืน จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

ที่มา – ปชป. โชว์ไอเดียชูเศรษฐกิจยั่งยืน หวังมัดใจนักลงทุน มั่นใจเลือกแล้วประเทศปลอดภัย”

“มาร์ค” นำทีม ปชป. ปราศรัย “ภูเก็ต”

“มาร์ค” ขนทีม ประชาธิปัตย์ปราศรัย “ภูเก็ต” ชู การเมืองสุจริต เน้นสวัสดิการ ลดเหลื่อมล้ำ ครบทุกช่วงวัย ขอให้หนุนการเมืองโปร่งใส เลือก สส. ทำงานจริง ไม่ใช่ต่อรองยื่นคำขาดกับประชาชน

เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 11 มกราคม 2569 ที่สวนศรีภูวนาถ ตำบลวิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายกรณ์ จาติกวณิช และนางการดี เลียวไพโรจน์ หรือ ดร.อ้อ 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ปราศรัยใหญ่นำเสนอนโยบายของพรรคในธีม “วาระ ภาคใต้ หายจน” โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำว่า แนวทางการเมืองสุจริตและนโยบายการพัฒนาที่กินได้จริง ด้วยการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ลดความเหลื่อมล้ำดูแลแม่และลูกตั้งแต่วันแรกคลอด มอบเงินขวัญถุงแรกเกิด 65,000 บาท และสนับสนุนค่าเลี้ยงดูรายเดือน 5,000 บาท ตลอดปีแรก รวมเป็นเงิน 65,000 บาท และรัฐเติมเงินเข้าบัญชีเด็กเดือนละ 500 บาทต่อเนื่องจนอายุ 18 ปี เพื่อให้เยาวชนมีเงินก้อนสะสม 100,000 บาทเป็นทุนการศึกษา หรือต่อยอดอาชีพในอนาคต ส่วนผู้สูงอายุไม่ต้องมานั่งลุ้นว่า ใครจะได้เงินเบี้ยผู้สูงวัย 600 หรือ 800 บาท เพราะพรรค ปชป. มีนโยบายปรับให้เป็น 1,000 บาทถ้วนหน้าทุกคน ไม่ต้องรอลุ้น แถมมี “เซอร์ไพรส์” ด้วยเบี้ยเลี้ยงผู้พิการที่ให้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า เพื่อให้เพียงพอต่อการดำรงชีพในภาวะค่าครองชีพสูงในปัจจุบัน และพรรค ปชป. ยังมองถึงความปลอดภัยในบ้าน ที่มีผู้สูงวัย เรามีนโยบายสนับสนุนงบฯให้ 50,000 บาท สำหรับผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไปเพื่อนำไปปรับปรุงบ้าน จัดทำราวจับ ปรับเปลี่ยนประตูให้ปลอดภัย ลดการเกิดอุบัติเหตุ การล้มในบ้านเพื่อดูแลให้ความสำคัญกับสังคมสูงวัย

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปราศรัยภูเก็ต

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนหมัดเด็ดที่จะฟื้นเศรษฐกิจ ภูเก็ตจะพึ่งพาแค่เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวอย่างเดียวไม่ได้แล้ว เพราะมีบทเรียนจากโควิด-19 ชี้แล้วว่าหากโลกมีปัญหา ภูเก็ตจะเจ็บหนักที่สุด จึงมีแนวคิด “ภูเก็ตเป็นได้มากกว่าแหล่งท่องเที่ยว” โดยจะปั้นเป็นศูนย์กลางการบินและที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมเชื่อม จ.พังงา ส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูง ต่อยอดสู่ธุรกิจ Wellness หรือการส่งเสริมสุขภาพองค์รวม และศูนย์การแพทย์ระดับโลก ผลักดันให้เป็นเขตเศรษฐกิจดิจิทัล ดึงดูดคนรุ่นใหม่จากทั่วโลก ยกระดับเป็นศูนย์กลางการเดินเรือและการท่องเที่ยวทางน้ำสากล และแผนการสร้างรถไฟฟ้าความเร็ว 160 กม./ชม. เชื่อมโยงภาคใต้ไทย-มาเลเซีย และแผนพัฒนามอเตอร์เวย์เพื่อการขนส่งที่รวดเร็ว ยกระดับราคายางและปาล์มน้ำมัน พืชเศรษฐกิจหลักภาคใต้ ด้วยการแปรรูปเพิ่มมูลค่าสินค้า มากกว่าการรอพึ่งพากลไกตลาดโลกเพียงอย่างเดียว

ประชาธิปัตย์ ชูวาระภาคใต้หายจน

“สุดท้าย พรรคชูเรื่องการเมืองโปร่งใส การเมืองสุจริต ที่ย้ำว่าหน้าที่ สส. คือการรับฟังความเดือดร้อนของชาวบ้าน มาแปรเป็นนโยบาย ไม่ใช่การต่อรองผลประโยชน์หรือยื่นคำขาดกับประชาชน เพราะการเมืองที่ดีคือ การบอกว่าเราจะทำอะไรให้ประชาชน และต้องทำได้จริงเหมือนที่เราเคยทำสำเร็จมาแล้ว ทั้งเรียนฟรี และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ผมทราบว่าปัญหาของคนภูเก็ต คนพื้นที่ต้องเจอ ทั้งรถติด ขยะ และน้ำท่วม เพราะที่ผ่านมา มุ่งเน้นแต่ปริมาณนักท่องเที่ยวจนทรัพยากรธรรมชาติพัง แต่คนภูเก็ตไม่ได้รวยขึ้นจริง ผมมาที่นี่ พี่น้องบอกว่าไม่ต้องเอาคนมาเพิ่มแล้วก็ได้ แต่ขอให้เอาเงินมาเพิ่มในกระเป๋าพี่น้องแทน ผมถึงมีตอกย้ำกับชุดนโยบายการพัฒนาที่เน้น คุณภาพมากกว่าปริมาณในการเลือกตั้งครั้งนี้ ขอให้คนภูเก็ตและพี่น้องภาคใต้ให้โอกาสเรา พรรคประชาธิปัตย์ กาเบอร์ 27 และผู้สมัคร สส. ระบบเขตของพรรคด้วยกันทั้ง 2 ใบ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

การเมืองโปร่งใส
เลือก สส. ทำงานจริง
ประชาธิปัตย์
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

“มาร์ค” ขนทีม ประชาธิปัตย์ปราศรัย “ภูเก็ต”

ทำไมต้อง “มาร์ค” ขนทีม ประชาธิปัตย์ปราศรัย “ภูเก็ต”?

การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำทีมปราศรัยที่จังหวัดภูเก็ต แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่พรรคฯ มองเห็นในศักยภาพและปัญหาของพื้นที่ภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์ต้องการนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง

นโยบายที่เน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิต การลดความเหลื่อมล้ำ และการสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืน สอดคล้องกับความท้าทายที่ภูเก็ตและจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้กำลังเผชิญอยู่ การที่พรรคฯ ชูประเด็นการเมืองสุจริต โปร่งใส และการทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง เป็นสิ่งที่น่าจับตามองว่าจะได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างไร

การปราศรัยครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนชาวภูเก็ตและภาคใต้ จะได้รับฟังนโยบายและวิสัยทัศน์ของพรรคประชาธิปัตย์อย่างใกล้ชิด และตัดสินใจว่าจะให้โอกาสพรรคฯ เข้าไปบริหารประเทศและแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนหรือไม่ การเมืองโปร่งใส เลือก สส. ทำงานจริง คือสิ่งที่ประชาชนปรารถนา

ดังนั้นการ “มาร์ค” ขนทีม ประชาธิปัตย์ปราศรัย “ภูเก็ต” จึงเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าพรรคประชาธิปัตย์กำลังให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งที่จะมาถึง และพยายามที่จะนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง อย่าลืม “มาร์ค” ขนทีม ประชาธิปัตย์ปราศรัย “ภูเก็ต” นะครับ

ที่มา – “มาร์ค” ขนทีม ประชาธิปัตย์ปราศรัย “ภูเก็ต” ขอให้หนุนการเมืองโปร่งใส เลือก สส. ทำงานจริง

“อภิสิทธิ์” ขอบคุณผลโพล ขอเขต 3 กทม. ปักธง

“อภิสิทธิ์” ขอเขต 3 กทม. เป็นเขต “4 อภิ” ส่ง “อภิมุข” คว้าชัยเลือกตั้ง ดักทาง อย่าใช้ชาตินิยม-ปมชายแดนมาแข่งขัน ด้านโฆษกปชป. ขอบคุณคนสงขลา โพลนำคู่แข่งเกือบ 4 เท่า “ชัยชนะ” หาเสียงสมุทรสาคร เคาะประตูบ้านขอคะแนนเสียงสนับสนุน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 ม.ค. 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นำทีมคณะผู้บริหารพรรคเดินเคาะประตูบ้านขอคะแนนให้นายอภิมุข ฉันทวานิช ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 3 พรรค ปชป. เบอร์ 3 ในพื้นที่เขตบางคอแหลม-ยานนาวา ที่ซอยเจริญกรุง 103 (ตลาดริมคลอง) มีชาวบ้านแห่ต้อนรับพร้อมโชว์ภาพถ่ายนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และนายอภิมุขเมื่อครั้งเป็น ส.ก. เขตนี้ และมีลายเซ็นของนายอภิสิทธิ์ที่เซ็นให้เมื่อปี 2550 พร้อมบอกว่าเป็นแฟนคลับพรรคปชป. มานาน “คิดถึงและรอการกลับมานานแล้ว” โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนมีความผูกพันกับพื้นที่นี้ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นทางการเมืองของตนที่ได้เป็น สส. สมัยแรก อีกทั้งเขตนี้ถือว่าเป็นเขต “อภิ” เพราะตนเป็น สส. สมัยแรกที่นี่ ม.ล.อภิมงคล ก็เคยเป็น สส. และยังมีนายอภิรักษ์ อดีตผู้ว่าฯ กทม. จึงเป็น 3 อภิ และอยากให้มีอภิที่ 4 คือ อภิมุข แต่ถ้าจะให้ดีต้องมีอีกหนึ่งคือ อภินิหารที่จะคว้าชัยชนะ

“อภิสิทธิ์” ขอบคุณผลโพลสงขลา ขอเขต 3 กทม. ปักธง

ส่วนผลสำรวจของนิด้าโพล จ.สงขลา ที่พบว่า ทั้งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี สส.เขตและบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ มีคะแนนสูงสุด 40.67% นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอบคุณชาวสงขลา ซึ่งเมื่อวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา ตนลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ได้พบชาวสงขลาที่รอคอยรัฐบาลเพื่อมาฟื้นฟู อ.หาดใหญ่ และเอาจริงเอาจังกับปัญหาหลายอย่างในจังหวัดสงขลา ส่วนที่บางพรรคตั้งข้อสังเกตถึงการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าว่า อาจจะเป็นการทุจริตซื้อเสียงล่วงหน้านั้น ตนอยากให้กกต.มีความชัดเจนในเรื่องนี้ เพราะก็มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้ว ซึ่งการเลือกตั้งล่วงหน้ากติกาหลายอย่างไม่เข้มงวดเท่าวันเลือกตั้งจริง เมื่อถามถึงกรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า มีการติดต่อซื้อเสียงโหวตเลือก อ. เป็นนายกรัฐมนตรีล่วงหน้า ถ้าได้รับเลือกเป็น สส. นายอภิสิทธิ์ถึงกับหัวเราะ ก่อนกล่าวติดตลกว่า ชื่อ อ. มีหลายคน ขอให้ไปถามนายนิพิฏฐ์เองจะดีกว่า และนายนิพิฏฐ์ก็ยังไม่ได้รายงานอะไรมาถึงตน ทราบตามข่าวเท่านั้น

เป้าหมาย “อภิสิทธิ์”: ขอบคุณผลโพล ขอเขต 3 กทม. ปักธง

เมื่อถามย้ำว่า กังวลหรือไม่กับการแข่งขันเลือกตั้งที่มีการใช้เงิน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่กังวลเพราะรู้อยู่แล้วว่าต้องเจอกับอะไร สิ่งหนึ่งที่พยายามพูดคือ จะทำอย่างไรที่จะกอบกู้การเมืองสุจริต ไม่ให้ภาพลักษณ์ของสภา เป็นการหยิบยื่นผลประโยชน์ให้ สส. และไม่มีวินัยพรรค รวมไปถึงมีการจับกลุ่มแยกค่าย อะไรต่างๆ จะทำให้ประชาชนหมดศรัทธาในการเมือง ส่วนกรณีการปลุกกระแสให้ประชาชนเลือกข้างในการเลือกนักการเมืองนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยากให้ประชาชนเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ ส่วนที่มีการใช้กระแสชาตินิยมและปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา มาเป็นจุดขายในการหาเสียงเลือกตั้งนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประชาชนพอใจที่กองทัพปฏิบัติการได้ดี และขอบคุณรัฐบาลที่เปิดโอกาสให้กองทัพทำงานได้อย่างเต็มที่ แต่จากนี้ไปจะเป็นงานของรัฐบาลที่ยากขึ้นในเรื่องการต่างประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่า สิ่งที่ทุกคนเสียสละกันมานั้น จะไม่สูญเปล่า ไม่ถอยหลังกลับไปสู่ที่เดิม จึงอยากให้ทุกพรรคเอาใจช่วย และเป็นหนึ่งเดียวในเรื่องนี้ ไม่ควรเอามาแบ่งแยกแข่งขันเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

ด้าน นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวขอบคุณพี่น้องประชาชน กรณีผลสำรวจของนิด้าโพล เรื่อง “เลือกตั้ง 69 ของคนสงขลา” ที่สะท้อนกระแสนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ เพิ่มสูงขึ้นทิ้งห่างพรรคคู่แข่งในพื้นที่เกือบสี่เท่าตัวนั้น พรรคขอบคุณต่อกำลังใจและความไว้วางใจที่พี่น้องประชาชนมอบให้ถือเป็นแรงผลักดันในการทำงานที่รอบคอบ จริงจังยิ่งขึ้น ทั้งนี้ พรรคไม่มองผลโพลเป็นชัยชนะทางการเมือง แต่เป็นเครื่องเตือนใจว่า ยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่เฝ้ามอง รอการพิสูจน์ และยังไม่ตัดสินใจเลือก ซึ่งพรรคเคารพทุกความคิดเห็น และพร้อมพิสูจน์ตัวเองด้วยการลงมือทำ มากกว่าการใช้คำพูดหรือวาทกรรม ยืนยันพรรคพร้อมรับฟังทุกเสียง และพร้อมทำหน้าที่ด้วยความสุจริต เป็นมืออาชีพ และมีความรับผิดชอบต่อความไว้วางใจที่ได้รับ พรรคขอขอบคุณทุกความไว้วางใจ ทุกกำลังใจอีกครั้ง และจะทำงานเต็มความสามารถให้สมกับความหวังที่ประชาชนมอบให้พรรคประชาธิปัตย์

ขณะที่ จ.สมุทรสาคร นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่บริเวณชุมชนวัดน้อยนางหงส์ และชุมชนวัดชีผ้าขาว เทศบาลตำบลท่าจีน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อช่วยนายภัคเมศฐ์ ธีระศิลาเวทย์ ผู้สมัคร สส. สมุทรสาคร เขต 1 หมายเลข 2 แนะนำตัวและขอคะแนนเสียงสนับสนุนให้กับผู้สมัครและพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกับได้อวยพรพี่น้องประชาชนเนื่องในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ 2569

โดยนายชัยชนะ กล่าวว่า วันนี้ได้มาลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส. สมุทรสาคร เขต 1 ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของการทำประมง เพราะจังหวัดสมุทรสาครเป็นจังหวัดที่มีการทำประมงเป็นหลัก โดยพรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายในเรื่องของการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) และจะสนับสนุนการออกใบอนุญาตแบบ One Stop Service และยังมีในส่วนของนโยบายเกี่ยวกับการแก้ปัญหามลพิษต่างๆ ที่จะสามารถแก้ปัญหาให้กับพี่น้องในพื้นที่สมุทรสาคร รวมถึงหากได้เข้าไปเป็นรัฐบาลจะเข้าไปทำในเรื่องของสวัสดิการแรงงาน และการบริหารจัดการแรงงาน ทั้งแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าว

“ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ชูนโยบายไทยไม่ทนทุนเทา เราจะสร้างการเมืองสุจริตไปด้วยกัน ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่คนไทยทุกคนจะร่วมสร้างพลังใหม่ ปราบปรามการเมืองสีเทา ร่วมสร้างการเมืองใหม่ โดยการเชื่อมั่นหัวหน้าอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนทุกเขตในจังหวัดสมุทรสาครให้สนับสนุนผู้สมัครและพรรคประชาธิปัตย์” นายชัยชนะ กล่าว

การที่นายอภิสิทธิ์ออกมาขอบคุณผลโพลและขอเขต 3 กทม. นั้น แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและความมุ่งมั่นของพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งนี้

ที่มา – “อภิสิทธิ์” ขอบคุณผลโพลสงขลา ขอเขต 3 กทม. ปักธงเป็น “4 อภิ” หลังเคยคว้าชัยมาแล้ว

ปชป. เปิดแคมเปญ ไทยหายจน สู้ศึกเลือกตั้ง

ปชป. เปิดแคมเปญ “ไทยหายจน” สู้ศึกเลือกตั้ง 69 พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต

พรรคประชาธิปัตย์เปิดแคมเปญ “ไทยหายจน” สู้ศึกเลือกตั้ง 69 “อภิสิทธิ์” ย้ำไม่ทนความจน ไม่ทนทุนเทา ไม่เอาคอร์รัปชัน พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต “กรุงเทพฟ้าใหม่ไปไกลกว่าเดิม”

วันนี้ 22 ธันวาคม 2568 พรรคประชาธิปัตย์เปิดแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งชื่อ “ไทยหายจน” ซึ่งจะเป็นทิศทางนโยบายของพรรคที่อาสามาเปลี่ยนแปลงให้คนไทยและประเทศไทยหลุดพ้นจากภาวะ “ทนหายใจ” ไปสู่ “ไทยหายจน”

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ความจนในที่นี้ไม่ใช่จนเงินอย่างเดียว แต่ต้องการสื่อถึงความจนในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น จนปัญญา เพราะปัญหาการศึกษาที่ไม่มีคุณภาพ จนความคิดสร้างสรรค์ จนใจ ไม่เห็นทางแก้ปัญหา จนตรอก ไม่เห็นอนาคตที่ดีขึ้น คนไทยและประเทศไทยมีปัญหามากมาย ตั้งแต่ปัญหาเฉพาะหน้า เฉพาะตัว คือเรื่องปากท้อง รายได้น้อย ค่าครองชีพสูงมีหนี้เยอะ ฝุ่น PM 2.5 น้ำท่วม ภัยจากมิจฉาชีพ

นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ปัญหาในระยะยาวที่เป็นปัญหาของประเทศ คือ เศรษฐกิจอ่อนแอ เทคโนโลยีล้าหลัง การศึกษาไม่ดี ความเหลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรมในสังคม ปัญหาสังคมผู้สูงวัย หนักที่สุดและรุนแรงขึ้นทุกวัน คือ การทุจริต คอร์รัปชั่น ปัญหานักการเมืองสีเทาที่ใช้การเลือกตั้งฟอกตัว และทุนเทาที่ใช้ตลาดหุ้นฟอกเงิน ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้รับการแก้ไข ประชาชนมองไม่เห็นทางออก ทนกันไปอย่างนี้มากว่าสิบปีแล้ว อยู่ในภาวะจำยอม จำใจ ทนหายใจไปวันๆ

พรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่า คนไทยและประเทศไทยต้องไม่ทนอีกต่อไป ไม่ทนความจน ไม่ทนทุนเทา ไม่เอาคอร์รัปชั่น และขออาสามาสร้างความเปลี่ยนแปลงร่วมกับพี่น้องประชาชน เพื่อให้ไทยหายจน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หลังจากเปิดตัวแคมเปญแล้ว ทางพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกคน จะสื่อสารกับพี่น้องประชาชน ถึงนโยบายที่เป็นรูปธรรม ปฏิบัติได้จริง เพื่อไปสู่เป้าหมาย “ไทยหายจน” ผ่านช่องทางการสื่อสารทุกรูปแบบ

ปัดตอบ “การดี” นั่งแคนดิเดตนายกฯ ปชป.

เมื่อถามว่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คน ของพรรคประชาธิปัตย์ จะมีการเปิดตัวในช่วงไหนนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวสั้นๆ ว่า ภายในสัปดาห์นี้ ส่วน 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคประชาธิปัตย์มี ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายอนาคตศึกษา (Chief Foresight Officer) แห่ง FutureTales Lab ด้วยใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ภายในสัปดาห์นี้นะครับ เมื่อถามย้ำว่าแคนดิเดตนายกฯ 1 ใน 3 จะมีผู้หญิงใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ภายในสัปดาห์นี้นะครับ

ปชป. เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต สู้ศึกเลือกตั้ง 69

ขณะเดียวกันวันนี้ (22 ธ.ค.) พรรคประชาธิปัตย์ยังได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้ง สส.กทม. ทั้ง 33 เขต โดยก่อนการเปิดตัว พรรคได้เปิดวีทีอาร์ของ นายอภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรค และวีทีอาร์ “เปิดตัวกรุงเทพฟ้าใหม่ไปไกลกว่าเดิม” หลังจากนั้น นายอภิสิทธิ์ ได้ขึ้นกล่าววิสัยทัศน์ต่อว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. ของพรรค

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ อยากจะบอกว่าตัวเองอยู่กับพรรคมาเป็นเวลานาน ครั้งนี้มีผู้แสดงเจตจำนงสมัครลง สส.กทม. เยอะที่สุดในประวัติศาสตร์ และเป็นครั้งแรกที่ต้องใช้หลายกระบวนการ ตั้งแต่เปิดโอกาสให้ผู้สมัครส่งคลิปแสดงวิสัยทัศน์ แสดงเจตนาถ่ายทอดความมุ่งมั่นว่าต้องการมาทำอะไร จนให้ผู้สมัครตอบคำถาม และให้พูดถึงประเด็นปัญหาของคนกรุงเทพฯ ไล่เรียงจนถึงการสัมภาษณ์ของคณะกรรมการสรรหา ก่อนส่งให้คณะกรรมการบริหารเป็นผู้ตัดสิน

“จุดเริ่มต้นตัวเองอยากให้ทุกคนภาคภูมิใจ เพราะประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่าทางพรรคเลือกถูกคนหรือไม่ เมื่อทั้ง 33 คนสวมเสื้อตัวนี้แล้วและกำลังต้องลงสู่สนามการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ตัวเองจะใช้เวลาช่วงต้นเพื่อที่จะบอกว่าภารกิจของพวกเราคืออะไร”

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวอีกว่า กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวง เป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งทุกอย่างในประเทศ ทั้งความสำคัญของเศรษฐกิจ ความสำคัญในแง่ระบบการบริหารราชการที่ทุกคนทราบกันดี กรุงเทพมหานครตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์ทางการเมืองเหมือนกับเป็นหัวใจทางการเมืองด้วย เป็นพื้นที่ที่มีลักษณะของการนำกระแสไม่มากก็น้อย บางครั้งไม่นำกระแสก็สวนกระแสไปเลย เพราะอยากยืนยันบางสิ่งบางอย่าง หลายครั้งได้เห็นว่าพรรคการเมืองฝ่ายค้านได้รับการสนับสนุนอย่างท่วมท้นในเขตกรุงเทพมหานคร โดยหน้าที่ สส. คือผู้แทนของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ ซึ่งพื้นที่อย่างกรุงเทพมหานคร พี่น้องประชาชนดูจะเข้าใจเรื่องนี้ เพราะในอดีตที่ผ่านมาประชาชนชาวกรุงเทพฯ แทบจะพูดได้ว่าเอาเรื่องพรรคการเมืองเป็นตัวตั้งในการตัดสินใจ เราจึงเห็นผลการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครมักจะไปแบบทางใดทางหนึ่ง

พรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสครองใจคนมาหลายสมัย ชนะแบบท่วมท้น ทั้งการเลือกตั้ง สส. เราเคยมีผู้ว่าฯ ที่ชนะการเลือกตั้งสองครั้งในระยะเวลาที่ไม่นานมานี้ ซึ่งตัวเองเชื่อว่าหากลงท้ายปี พ.ศ. ด้วยเลข 9 ประชาธิปัตย์จะชนะมาตลอด ซึ่งคะแนนทุกคะแนนได้มาด้วยตนเองและได้รับการสนับสนุน จึงต้องถามว่าตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์มีอะไรให้กับสังคมบ้าง

นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรคไป เวลาประมาณ 2 เดือน เราปักธงชัดเจนว่าเรากับพี่น้องประชาชนจะไม่ทนอีกต่อไปและสิ่งที่เราต้องการมากที่สุดคือการเมืองสุจริต สำหรับเรื่องอุดมการณ์ความคิด ความซื่อสัตย์สุจริต การยอมรับในกระบวนการประชาธิปไตย อย่ามองว่าเป็นเรื่องนามธรรม ทุกเรื่องย่อมกลับมาสู่ปัญหาที่ใกล้ชิดกับชีวิตของพี่น้องประชาชน โดยช่วงหาเสียง ตัวเองรับรองได้ว่า “ต้องการแข่งขันเรื่องรถไฟฟ้า” ตัวเองยืนยันว่าระหว่างพรรคการเมืองที่ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงกับพรรคการเมืองที่ติดขัดเรื่องผลประโยชน์ที่ทับซ้อน ใครจะทำให้พี่น้องประชาชนได้ขึ้นรถไฟฟ้าในเงื่อนไขที่ดีกว่า

จากวันนี้ไปจนถึงวันเลือกตั้งเราต้องเป็นกระบอกเสียงของจุดยืนพรรค และสิ่งที่เราบอกว่าจะไม่ทนจะต้องเริ่มต้น ต้องหาเสียงภายใต้กรอบกฎหมายบนความซื่อสัตย์สุจริต สำหรับตัวเองคนเป็นนักการเมืองที่ดีต้องมีเรื่องกฎกติกาและมารยาท ขอให้ยึดมั่นในแนวทางถูกต้อง สร้างกติกาทางการเมืองที่ดี จึงขอถือโอกาสนี้เปิดตัวผู้สมัครเพื่อให้ประชาชนและสื่อมวลชนรู้จักผู้สมัครมากขึ้น

ช่วงท้ายนายอภิสิทธิ์ได้กล่าวอวยพรให้กับผู้สมัครบอกว่า ขอให้ทุกคนมุ่งมั่นตั้งใจเดินหน้าและประสบความสำเร็จในการทำงาน เอาการเมืองสุจริตมาเปลี่ยนแปลงประเทศต่อไป

ว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. ปชป. 70% เป็นหน้าใหม่

หลังจากนั้น นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 33 เขต โดยผู้สมัครกว่า 70% เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน และทุกคนที่ได้รับการคัดเลือกเข้ามานั้นเข้ามาด้วยความสามารถของตนเอง และแสดงความมั่นใจในศักยภาพของผู้สมัครทั้งหมดที่จะช่วยนำพาให้ “กรุงเทพฯ ฟ้าใหม่ ไปได้ไกลกว่าเดิม”

สำหรับว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ 33 เขต ประกอบด้วย

เขตเลือกตั้งที่ 1 นายพีรวุฒิ พิมพ์สมฤดี

เขตเลือกตั้งที่ 2 ดร.เจษฎา เลิศธนสาร

เขตเลือกตั้งที่ 3 นายอภิมุข ฉันทวานิช

เขตเลือกตั้งที่ 4 นายพงศกร ขวัญเมือง

เขตเลือกตั้งที่ 5 นายนนธนัตถ์ บุนนาค

เขตเลือกตั้งที่ 6 น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร

เขตเลือกตั้งที่ 7 นายพงศ์พล เตมีย์

เขตเลือกตั้งที่ 8 นายระพีพัฒน์ สุเมธโชติเมธา

เขตเลือกตั้งที่ 9 น.ส.วิเวียน จุลมนต์

เขตเลือกตั้งที่ 10 ดร.ชัยพร แก้ววาตะ

เขตเลือกตั้งที่ 11 น.ส.รมิดา อินทะแพทย์

เขตเลือกตั้งที่ 12 นางพิมชนก เก่าเจริญ

เขตเลือกตั้งที่ 13 นายภาณุพงศ์ ลักษณวิศิษฐ์

เขตเลือกตั้งที่ 14 รอ.ดร.นพ.พิชาญศักดิ์ บุญมาศ

เขตเลือกตั้งที่ 15 น.ส.ฐิตยากร พรโรจนากูร

เขตเลือกตั้งที่ 16 นายสุนันท์ มีนมณี

เขตเลือกตั้งที่ 17 นายฐิติวัชร์ ดีประเสริฐวงศ์

เขตเลือกตั้งที่ 18 นายเชิดพันธุ์ เตี่ยไพบูลย์

เขตเลือกตั้งที่ 19 น.ส.กานต์ วนาดรวรวิศาล

เขตเลือกตั้งที่ 20 นายรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง

เขตเลือกตั้งที่ 21 ดร.กิตพล เชิดชูกิจกุล

เขตเลือกตั้งที่ 22 นายปรินต์ ทองปุสสะ

เขตเลือกตั้งที่ 23 น.ส.วีร์ ศรีวราธนบูลย์

เขตเลือกตั้งที่ 24 น.ส.มารีญา ฤกษ์ดี

เขตเลือกตั้งที่ 25 นายชยิน พึ่งสาย

เขตเลือกตั้งที่ 26 นายสาโรจน์ ซึ้งไพศาลกุล

เขตเลือกตั้งที่ 27 น.ส.มลฑาทิพย์ ทิพยธนาพัฒน์

เขตเลือกตั้งที่ 28 นายพร้อมพล ธรรมจินดา

เขตเลือกตั้งที่ 29 น.ส.ศิริขวัญ นิลกรรณ์

เขตเลือกตั้งที่ 30 นายคณพล พงศ์พิทยา

เขตเลือกตั้งที่ 31 พ.ต.อ.ทศพล โชติคุตร์

เขตเลือกตั้งที่ 32 ดร.วิสวัส ทองธีรภาพ

เขตเลือกตั้งที่ 33 นายเจตน์สฤษฎิ์ เลิศธนสาร

แคมเปญ “ไทยหายจน” ของพรรคประชาธิปัตย์ ถือเป็นความพยายามในการนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ปัญหาปากท้องและความเป็นอยู่ของประชาชน การเปิดตัวผู้สมัคร สส.กทม. ชุดใหม่ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงและสร้างความหวังให้กับคนกรุงเทพฯ การจะบรรลุเป้าหมาย “ไทยหายจน” ได้จริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการนำเสนอนโยบายที่เป็นรูปธรรมและการได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

ที่มา – ปชป. เปิดแคมเปญ “ไทยหายจน” สู้ศึกเลือกตั้ง 69 พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต

Scroll to top