การเลือกตั้งท้องถิ่น

พริษฐ์ เปิดแผนพวกยึดเสียงในวุฒิสภา เฉลยคลิปเสียงนายกฯ หนองคาย

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองที่ต้องจับตามอง สำหรับกรณีที่ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ออกมาแฉขบวนการทุจริตเลือก สว. ครั้งล่าสุด โดยเขาได้ทำการเปิดโปงแผนการและคลิปเสียงปริศนาที่ชี้เป้าไปถึงนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดหนองคาย ซึ่งดูเหมือนจะเป็นกุญแจสำคัญในการไขคำตอบเรื่องความโปร่งใสของสภาสูงชุดนี้

พริษฐ์ เปิดแผนพวกยึดเสียงในวุฒิสภา เฉลยคลิปเสียงร่วมขบวนการฮั้ว สว. เป็นนายกท้องถิ่น จ.หนองคาย

ในการแถลงข่าวล่าสุด คุณพริษฐ์ได้อธิบายถึง 5 ฉากทัศน์ของขบวนการโกงที่เริ่มตั้งแต่การวางแผนยึดครองเสียงในวุฒิสภา การจัดตั้งเครือข่าย ไปจนถึงการใช้โพยควบคุมคะแนนเสียงในวันเลือกตั้งระดับประเทศ ซึ่งเรื่องนี้ไม่เพียงแต่เป็นคำถามถึงความซื่อสัตย์ แต่ยังสะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ปล่อยให้เกิดช่องโหว่มากมาย

เปิดหลักฐานเชื่อมโยง สว. กับคลิปเสียงนายกเทศมนตรี

นอกจากนี้ พริษฐ์ เปิดแผนพวกยึดเสียงในวุฒิสภา เฉลยคลิปเสียงร่วมขบวนการฮั้ว สว. เป็นนายกท้องถิ่น จ.หนองคาย โดยเขาระบุว่ามีหลักฐานเด็ดเป็นคลิปเสียงที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นนักการเมืองท้องถิ่นระดับนายกเทศมนตรีใน จ.หนองคาย หรือไม่? การเปรียบเทียบเสียงและภาพในคลิป รวมไปถึงหลักฐานการจองโรงแรมที่พักให้ผู้สมัคร สว. กลายเป็นสิ่งที่ กกต. ต้องออกมาทำความกระจ่างให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด

  • การวางแผนยึดครองเสียงในสภาสูงอย่างเป็นระบบ
  • การใช้โพยสั่งการในวันเลือกตั้งระดับประเทศ
  • ความเชื่อมโยงของสถานที่พักกับรายชื่อผู้สมัคร สว.
  • บทบาทของนักการเมืองท้องถิ่นในการจัดตั้งเครือข่าย

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? การมี สว. ที่มาจากการฮั้วเลือกตั้งนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวบุคคล แต่มันคือการทำลายหลักการตรวจสอบถ่วงดุลของสภาสูงอย่างสิ้นเชิง หาก พริษฐ์ เปิดแผนพวกยึดเสียงในวุฒิสภา เฉลยคลิปเสียงร่วมขบวนการฮั้ว สว. เป็นนายกท้องถิ่น จ.หนองคาย นี้เป็นเรื่องจริง ก็เท่ากับว่ากระบวนการสรรหาบุคลากรมาทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายระดับประเทศได้ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

บทเรียนในครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า สังคมไทยยังคงต้องการการตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้น การปล่อยปละละเลยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจทำให้ศรัทธาของประชาชนที่มีต่อระบบการเมืองดิ่งลงเหว เราในฐานะพลเมืองต้องช่วยกันจับตาดูว่าคดีนี้จะจบลงอย่างไร จะเป็นการหาพยานหลักฐานมามัดตัวผู้กระทำผิดได้จริง หรือสุดท้ายจะเป็นเพียงแค่อีกหนึ่งคดีที่ถูกยุติลงด้วยข้ออ้างว่าหลักฐานไม่เพียงพอ

ที่มา – “พริษฐ์” เปิดแผนพวกยึดเสียงในวุฒิสภา เฉลยคลิปเสียงร่วมขบวนการฮั้ว สว. เป็นนายกท้องถิ่น จ.หนองคาย

กกต. แถลงสรุปปิดหีบเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา ไร้เรื่องร้องเรียน

กกต. แถลงสรุปปิดหีบเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา ไร้เรื่องร้องเรียน

จบลงไปแล้วสำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ทุกคนเฝ้ารอคอย โดยล่าสุดทาง กกต. แถลงสรุปปิดหีบเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา ไร้เรื่องร้องเรียน ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีว่ากระบวนการจัดการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แม้จะมีเหตุการณ์เล็กน้อยจากสภาพอากาศและอุบัติเหตุบ้าง แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของการนับคะแนนในหน่วยต่างๆ ทั้งหมด

สรุปสถานการณ์หลังปิดหีบเลือกตั้ง

ภายหลังจากการลงคะแนนเสียงเสร็จสิ้นเมื่อเวลา 17.00 น. รองเลขาธิการ กกต. ได้ออกมาชี้แจงว่า หน่วยเลือกตั้งทั่วกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาทุกแห่งได้ปิดหีบและเริ่มกระบวนการนับคะแนนทันที โดยภาพรวมการดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่วางไว้ แม้ในช่วงระหว่างวันจะมีรายงานเหตุการณ์พายุฝนในบางพื้นที่ของเขตลาดกระบัง หรือเหตุการณ์ลมพัดป้ายประชาสัมพันธ์ในเขตบางกะปิ แต่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายก็ได้แก้ปัญหาอย่างรวดเร็วเพื่อให้ประชาชนสามารถออกมาใช้สิทธิ์ได้ตามปกติ

ทาง กกต. ยังเน้นย้ำถึงสิทธิของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวกับทะเบียนบ้านที่ต้องมีชื่ออยู่ไม่น้อยกว่า 1 ปี ถึงจะมีสิทธิ์เลือกครบทั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. หากใครสงสัยในประเด็นนี้สามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้งครับ

สิ่งที่ประชาชนควรรู้หลังเลือกตั้งเสร็จสิ้น

สำหรับบรรยากาศการนับคะแนน กกต. ขอเชิญชวนให้ประชาชนร่วมสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้ หากพบความไม่ชอบมาพากลสามารถทักท้วงได้ทันทีตามขั้นตอน ส่วนท่านใดที่พลาดไม่ได้ไปใช้สิทธิ์ในปีนี้ อย่าลืมรีบแจ้งเหตุจำเป็นเพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเองภายในวันที่ 5 กรกฎาคมนี้ ผ่านช่องทางดังนี้:

  • แจ้งผ่านแอปพลิเคชัน Smart Vote
  • ยื่นเรื่องผ่านเว็บไซต์สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง
  • แจ้งด้วยตนเองหรือมอบอำนาจ ณ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขต
  • ส่งเรื่องแจ้งเหตุทางไปรษณีย์

หากเพิกเฉยไม่แจ้งเหตุจะส่งผลให้ถูกจำกัดสิทธิ์ทางการเมืองนานถึง 2 ปี ดังนั้นจึงควรรีบดำเนินการให้เสร็จสิ้นตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดครับ

ตอกย้ำความโปร่งใสและอนาคตของการเลือกตั้ง

แม้หลายฝ่ายจะตั้งข้อสังเกตว่าโจทย์ใหญ่ในอนาคตคือการกระตุ้นจิตสำนึกให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์กันมากขึ้น แต่การที่ กกต. แถลงสรุปปิดหีบเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา ไร้เรื่องร้องเรียน ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการเดินหน้าสู่ระบอบประชาธิปไตยท้องถิ่นที่เข้มแข็ง การติดตามผลคะแนนอย่างใกล้ชิดและการเป็นหูเป็นตาของประชาชน คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ทุกเสียงที่หย่อนลงไปในหีบมีความหมายที่สุดครับ

หากท่านใดสนใจติดตามผลการนับคะแนนกันแบบสดๆ สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ของทางการหรือช่องทางที่ กกต. กำหนดไว้ เพื่อให้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำที่สุดครับ

ที่มา – กกต. แถลงสรุปปิดหีบเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา ไร้เรื่องร้องเรียน

กกต. ย้ำสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.- สก.ต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 1 ปี

เชื่อว่าหลายคนอาจจะกำลังงงหรือสับสนกับกฎกติกาการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการย้ายทะเบียนบ้าน ล่าสุดทาง กกต. ได้ออกมาชี้แจงให้ชัดเจนเกี่ยวกับหลักเกณฑ์สำคัญว่า กกต. ย้ำสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.- สก.ต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 1 ปี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดในการไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งต่อไปครับ

กกต. ย้ำสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.- สก.ต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 1 ปี

การเข้าใจกฎหมายเลือกตั้งเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับคนกรุงเทพฯ หลายคนอาจเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ใหม่หรือย้ายเขต และกังวลว่าจะเสียสิทธิในการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. หรือ ส.ก. หรือไม่ ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจึงได้ออกมาทำความเข้าใจว่า การจะไปใช้สิทธิลงคะแนนได้นั้น ท่านจำเป็นต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งนั้นๆ ติดต่อกันมาไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันเลือกตั้งครับ

ข้อควรทราบหากคุณเพิ่งย้ายทะเบียนบ้าน

หากใครที่ย้ายทะเบียนบ้านภายในเขตกรุงเทพมหานครเอง แต่ยังไม่ครบ 1 ปี ทางกฎหมายไม่ได้ตัดสิทธิคุณโดยสิ้นเชิง แต่มีข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติดังนี้:

  • คุณยังคงมีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นในเขตเลือกตั้งเดิมที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี
  • ต้องยื่นคำขอเพิ่มชื่อในบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (แบบ ส.ถ./ผ.ถ. 1/7) ต่อนายทะเบียนท้องถิ่นในเขตก่อนวันเลือกตั้งอย่างน้อย 10 วัน

ด้วยเหตุนี้ กกต. ย้ำสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.- สก.ต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 1 ปี โดยระเบียบ กกต. ปี 2562 ได้ระบุชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการใช้สิทธิในกรณีที่ย้ายทะเบียนบ้านภายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดียวกัน เพื่อให้เราทุกคนยังคงสามารถใช้สิทธิประชาธิปไตยได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ตามหลักการพื้นฐานของกฎหมายครับ

ผมมองว่าการศึกษากฎเกณฑ์เหล่านี้ล่วงหน้าเป็นเรื่องที่ดีมากครับ เพราะการเลือกตั้งทุกครั้งคือโอกาสสำคัญที่เราจะได้เลือกตัวแทนไปพัฒนาเมืองของเรา อย่าปล่อยให้สิทธิอันชอบธรรมของเราหลุดมือไปเพียงเพราะข้อมูลที่คลาดเคลื่อน หากใครมีข้อสงสัยเพิ่มเติม แนะนำให้เช็กสิทธิกับหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อให้พร้อมที่สุดในวันเข้าคูหาครับ

ที่มา – กกต. ย้ำสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.- สก.ต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 1 ปี

ณัฐพงษ์นำทัพ ปชน. ปราศรัยใหญ่พัทยา ชูเลือกอิทธิวัฒน์

ณัฐพงษ์นำทัพ ปชน. ปราศรัยใหญ่พัทยา ชูเลือกอิทธิวัฒน์

กระแสการเมืองท้องถิ่นในเมืองพัทยากำลังร้อนระอุ เมื่อล่าสุด ณัฐพงษ์นำทัพ ปชน. ปราศรัยใหญ่พัทยา ชูเลือกอิทธิวัฒน์ เป็นนายกเมืองพัทยาคนใหม่ โดยมีหัวหน้าพรรคประชาชนลงพื้นที่เองเพื่อประกาศจุดยืนสู้กับระบบเดิมที่ผูกขาดอำนาจมานาน

ในวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา ท่ามกลางชาวพัทยานับพันที่มารวมตัวกัน ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้ย้ำชัดว่า พัทยาจะเปลี่ยนได้ก็ต่อเมื่อพี่น้องประชาชนออกไปใช้สิทธิ์เกิน 70% โดยเน้นย้ำถึงการบริหารงบประมาณมหาศาลกว่า 10,000 ล้านบาทใน 4 ปี ที่ต้องโปร่งใสและตรวจสอบได้ ไม่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนในพื้นที่

เหตุผลที่ต้องเลือกอิทธิวัฒน์เป็นนายกเมืองพัทยา

การเลือกตั้งครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเมืองท่องเที่ยวระดับโลก โดยทางทีมงาน ณัฐพงษ์นำทัพ ปชน. ปราศรัยใหญ่พัทยา ชูเลือกอิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร ผู้สมัครเบอร์ 1 ได้ชูนโยบายแก้ปัญหาเรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก รถติด ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนรากหญ้าและแรงงานในพัทยาที่มักถูกละเลย

  • งบประมาณพัทยาต้องถึงมือประชาชนอย่างเท่าเทียม
  • แก้ไขระบบมาเฟียและทุจริตที่ซุกอยู่ใต้พรม
  • ยกระดับสวัสดิการและคุณภาพชีวิตให้กับทุกคนในพื้นที่

ด้านอิทธิวัฒน์เองได้ให้คำมั่นสัญญาว่า เขาจะบริหารงานโดยไม่ติดค้างบุญคุณกับใคร และพร้อมจะชนกับระบบที่เอื้อประโยชน์ให้คนเพียงไม่กี่กลุ่ม การก้าวเข้ามาทำงานการเมืองในครั้งนี้คือความตั้งใจจริงที่จะทำให้พัทยาเป็นเมืองที่ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

บทสรุปของการปราศรัยใหญ่ในครั้งนี้ ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่า ณัฐพงษ์นำทัพ ปชน. ปราศรัยใหญ่พัทยา ชูเลือกอิทธิวัฒน์ ไม่ใช่แค่เรื่องของความพึงพอใจส่วนตัว แต่เป็นเรื่องของการเลือกอนาคตเมืองพัทยาให้กลับคืนสู่มือประชาชนอย่างแท้จริง ใครที่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลง อย่าลืมไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ เพื่อกำหนดอนาคตของพัทยาด้วยมือของคุณเอง!

ที่มา – “ณัฐพงษ์” นำทัพ ปชน. ปราศรัยใหญ่พัทยา ชูเลือก “อิทธิวัฒน์” เป็นนายกเมืองพัทยา ประกาศสู้ระบบเก่า

จับตาเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา ภาคประชาชนชวนร่วมตรวจสอบ

จับตาเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา

การเลือกตั้งถือเป็นหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ใกล้ชิดกับปัญหาชีวิตของประชาชนมากที่สุด ล่าสุด ภาคประชาชนได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญภายใต้หัวข้อ จับตาเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา เพื่อเรียกร้องความโปร่งใสและสร้างความมั่นใจให้กับผู้มีสิทธิ์ออกเสียงทุกคน โดยมี รศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล พร้อมด้วยเครือข่ายภาคประชาชน เช่น We Watch, iLaw และ Vote62 ร่วมมือกันตรวจสอบในทุกขั้นตอน

รศ.ปริญญา เน้นย้ำว่า ประชาชนทุกคนคือเจ้าของเสียงที่สำคัญ การที่ภาคประชาชนต้องออกมารวมตัวกัน จับตาเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา ในปีนี้ ก็เพื่อป้องกันข้อสงสัยและความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น เหมือนกับการเลือกตั้งในอดีตที่ผ่านมา โดยเฉพาะความกังวลเรื่องบัตรเขย่งหรือการนับคะแนนที่ไม่ตรงกับเจตจำนงของประชาชนในคูหา

ความโปร่งใสที่ประชาชนต้องร่วมมือกัน

นอกจากนี้ รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร ได้ให้ความเห็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับนวัตกรรมในการเลือกตั้ง โดยมองว่า กกต. ควรใช้โอกาสนี้ในการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาช่วยให้การจัดการเลือกตั้งมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่าหลายส่วนต้องให้ภาคประชาชนเข้ามาดำเนินการเอง ดังนั้น การ จับตาเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา จึงไม่ใช่เรื่องของการเมืองฝั่งใดฝั่งหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องการเห็นการจัดการที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

ช่องทางในการร่วมสังเกตการณ์ของประชาชนมีมากมาย ได้แก่:

  • การถ่ายภาพและบันทึกคลิปวิดีโอหน้าหน่วยเลือกตั้ง
  • การใช้แอปพลิเคชันหรือเครื่องมือ AI ช่วยตรวจสอบผลการนับคะแนน
  • การทักท้วงเจ้าหน้าที่ทันทีหากพบเห็นความไม่ชอบมาพากลในขั้นตอนการนับคะแนน
  • การเปิดเผยผลคะแนนในระดับหน่วยเพื่อให้ตรวจสอบได้จากหลายช่องทาง

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดที่อยากฝากไว้คือ การเลือกตั้งเป็นสิทธิที่ทรงพลังที่สุดที่คุณมี อย่าปล่อยให้สิทธิของท่านสูญเปล่าเพราะความไม่โปร่งใส การออกไปใช้สิทธิ์คือจุดเริ่มต้น แต่การร่วมกันตรวจสอบจะทำให้นโยบายที่ท่านเลือกสะท้อนถึงการพัฒนาเมืองที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง พลังของประชาชนทุกคนเปรียบเสมือนดวงตาแห่งความยุติธรรมที่จะร่วมกันรักษาเจตจำนงของบ้านเมืองไว้

ที่มา – ภาคประชาชน ชวนจับตาเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา “ปริญญา” ขอทุกคนร่วมกันสังเกตการณ์

กทม. สั่งเขตประเวศคุมเข้มเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯ-ส.ก.” ล้อมคอกจุดบอด “บัตรเขย่ง”

ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วนะครับสำหรับการเลือกตั้งสนามใหญ่ของคนกรุง สำหรับใครที่กำลังตื่นตัวกับการไปใช้สิทธิ์ ล่าสุดทาง กทม. ได้มีการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญเมื่อรองปลัดกรุงเทพมหานครลงพื้นที่ตรวจเข้มความพร้อมที่สำนักงานเขตประเวศ เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะการเน้นย้ำเรื่อง กทม. สั่งเขตประเวศคุมเข้มเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯ-ส.ก.” ล้อมคอกจุดบอด “บัตรเขย่ง” ให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้มากที่สุดครับ

กทม. สั่งเขตประเวศคุมเข้มเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯ-ส.ก.” ล้อมคอกจุดบอด “บัตรเขย่ง”

การเลือกตั้งวันที่ 28 มิถุนายนนี้ ถือเป็นศึกใหญ่ที่ทุกฝ่ายจับตามอง โดยนายธนิต ตันบัวคลี่ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่เขตประเวศอย่างใกล้ชิด ประเด็นหลักที่ถูกหยิบยกมาพูดคุยคือการป้องกันปัญหาที่อาจทำให้เกิดบัตรเขย่ง ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ และ ส.ก. นั้นไม่เท่ากันเป๊ะๆ ทำให้มีโอกาสเกิดความเข้าใจผิดในการหย่อนบัตรได้ง่าย

มาตรการป้องกันความผิดพลาดในวันเลือกตั้ง

ทาง กทม. จึงต้องวางมาตรการเชิงรุกเพื่อให้แน่ใจว่ากระบวนการทุกอย่างจะราบรื่น โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:

  • ความเป็นกลาง: กำชับให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกคนวางตัวเป็นกลางทางการเมืองอย่างเคร่งครัด
  • การตรวจสอบทะเบียน: ดำเนินการตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งให้ถูกต้องแม่นยำที่สุด ป้องกันปัญหาระหว่างการตรวจสอบหน้าหน่วย
  • การรับมือสภาพอากาศ: เนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝน จึงมีการย้ายหน่วยเลือกตั้งจากเต็นท์เข้ามาอยู่ในอาคารเพื่อความสะดวกสบายของพี่น้องประชาชน

นอกจากมาตรการข้างต้นแล้ว ทางหน่วยงานยังได้ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ขนาดใหญ่เพื่อให้ประชาชนทราบพิกัดหน่วยเลือกตั้งอย่างชัดเจน ลดปัญหาการสับสนสถานที่ครับ การที่ กทม. สั่งเขตประเวศคุมเข้มเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯ-ส.ก.” ล้อมคอกจุดบอด “บัตรเขย่ง” ในครั้งนี้ถือเป็นการเตรียมความพร้อมที่ดีมาก เพื่อให้พี่น้องชาวกรุงมั่นใจได้ว่า ทุกคะแนนเสียงของคุณจะถูกนับอย่างถูกต้องและโปร่งใสที่สุด

ผมมองว่าการเตรียมตัวล่วงหน้าแบบนี้เป็นสัญญาณที่ดีครับ ไม่ว่าคุณจะอาศัยอยู่ในเขตประเวศหรือพื้นที่ไหนของกรุงเทพฯ การไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งถือเป็นหน้าที่สำคัญที่ช่วยกำหนดอนาคตเมืองของเรา อย่าลืมตรวจสอบสิทธิ์และเฝ้าระวังความเรียบร้อยไปด้วยกันนะครับ แล้วไปเจอกันที่หน่วยเลือกตั้งวันที่ 28 มิถุนายนนี้ครับ!

ที่มา – กทม. สั่งเขตประเวศคุมเข้มเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯ-ส.ก.” ล้อมคอกจุดบอด “บัตรเขย่ง”

ประธานาธิบดีเกาหลีใต้สั่งสอบปมบัตรเลือกตั้งท้องถิ่นไม่พอ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีเรื่องราวที่น่าสนใจและกำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในหน้าสื่อต่างประเทศมาฝากกันครับ เกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งท้องถิ่นที่เกาหลีใต้ ที่ล่าสุดดูเหมือนว่าจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติจนทางผู้นำต้องออกมาขยับตัวด้วยตัวเองเลยทีเดียว กับกรณี ประธานาธิบดีเกาหลีใต้สั่งสอบปมบัตรเลือกตั้งท้องถิ่นไม่พอ อย่างละเอียด เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยของประชาชนที่ไปใช้สิทธิแล้วพบกับความผิดปกติครับ

ประธานาธิบดีเกาหลีใต้สั่งสอบปมบัตรเลือกตั้งท้องถิ่นไม่พอ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาครับ โดยประชาชนจำนวนหนึ่งไม่สามารถลงคะแนนเสียงได้ตามสิทธิเนื่องจากบัตรเลือกตั้งมีไม่เพียงพอในบางหน่วยเลือกตั้ง สร้างความไม่พอใจให้กับชาวเมืองเป็นอย่างมาก จนเกิดการประท้วงในกรุงโซลและพื้นที่ใกล้เคียง

ทำไมประธานาธิบดีเกาหลีใต้สั่งสอบปมบัตรเลือกตั้งท้องถิ่นไม่พอถึงเป็นเรื่องใหญ่?

การที่ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ออกมาแสดงความเสียใจและสั่งการด้วยตัวเองผ่านแพลตฟอร์ม X นั้น สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและระบอบประชาธิปไตยอย่างยิ่ง โดยมีประเด็นหลักที่ต้องเร่งตรวจสอบดังนี้:

  • การสืบสวนเชิงลึกโดยอัยการและตำรวจ เพื่อหาต้นตอว่าเหตุใดบัตรจึงไม่เพียงพอ
  • การทบทวนการทำงานของคณะกรรมการเลือกตั้งแห่งชาติ (NEC) ที่ถูกมองว่าจัดการความเสี่ยงได้ไม่ดีพอ
  • การหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต

ทางคณะกรรมการเลือกตั้งระบุว่า มีหน่วยเลือกตั้งกว่า 50 แห่งที่เจอปัญหานี้ แม้จะเป็นจำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับหน่วยเลือกตั้งทั้งหมดนับหมื่นแห่งทั่วประเทศ แต่สำหรับเรื่องการเลือกตั้งแล้ว ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็ถือเป็นเรื่องใหญ่เสมอ เพราะมันบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้ที่ไปใช้สิทธิครับ

ในมุมมองของผม เหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงของการจัดการเลือกตั้งในยุคปัจจุบันครับ ไม่ใช่แค่เรื่องของการจัดทำเอกสาร แต่คือความรับผิดชอบในการปกป้องสิทธิของประชาชน การที่ผู้นำออกมาแถลงการณ์และสั่งตรวจสอบอย่างโปร่งใส ถือเป็นการเรียกคืนความเชื่อมั่นที่ดีที่สุดในเวลานี้ เราคงต้องมาติดตามกันต่อครับว่า การปฏิรูปคณะกรรมการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นตามคำสั่งนี้ จะสามารถแก้ไขปัญหาในระยะยาวได้จริงหรือไม่ เพราะประชาธิปไตยที่เข้มแข็งต้องเริ่มต้นที่ความไว้วางใจในการเลือกตั้งครับ

ที่มา – ประธานาธิบดีเกาหลีใต้สั่งสอบปมบัตรเลือกตั้งท้องถิ่นไม่พอ

ชัชชาติยันไร้ระบบอากง ไม่มีการซื้อขายตำแหน่งใดๆ

ชัชชาติยันไร้ระบบอากง ไม่มีการซื้อขายตำแหน่งใดๆ

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองสำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในปีนี้ เมื่ออดีตผู้ว่าฯ อย่าง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ออกมาเปิดใจเคลียร์ชัดถึงกระแสข่าวลือเรื่อง “ชัชชาติยันไร้ระบบอากง ไม่มีการซื้อขายตำแหน่งใดๆ” ที่กำลังถูกพูดถึงในแวดวงการเมือง โดยยืนยันว่าทุกการแต่งตั้งโยกย้ายบุคลากรในกรุงเทพมหานครนั้น ยึดถือความสามารถและผลงานเป็นหลักเสมอมา

นายชัชชาติระบุว่า ตนไม่เคยรู้จักหรือมีกลไกที่เรียกว่า “ระบบอากง” ตามที่ถูกกล่าวหา ส่วนชื่อเรียกดังกล่าวอาจเป็นการสร้างสีสันทางการเมืองให้ดูน่าสนใจเกินจริงเท่านั้น ในมุมมองของทีมงานกรุงเทพมหานคร การบริหารงานเป็นไปอย่างโปร่งใส และหากใครมีหลักฐานหรือข้อมูลเกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากล ก็พร้อมที่จะเปิดกว้างสำหรับการตรวจสอบทุกเมื่อ

เปิดใจประเด็นร้อนระบบอากงกับการเมือง

นอกจากประเด็น ชัชชาติยันไร้ระบบอากง ไม่มีการซื้อขายตำแหน่งใดๆ แล้ว นายชัชชาติยังได้กล่าวขอบคุณนายจิรายุที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ เพราะมองว่าการตรวจสอบเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย ยิ่งมีการจับผิดหรือติเตียน ยิ่งทำให้เห็นชัดเจนว่าการทำงานของตนไม่ได้มีความเกี่ยวข้องหรือได้รับอิทธิพลจากพรรคการเมืองอย่างเพื่อไทยตามที่หลายคนกังวลเลยแม้แต่น้อย

ในส่วนของประเด็นการซื้อขายตำแหน่งที่มีการแอบอ้างว่ามีการจ่ายเงินเพื่อแลกเก้าอี้ นายชัชชาติยืนยันหนักแน่นว่า:

  • ไม่มีนโยบายการซื้อขายตำแหน่งในทุกระดับชั้น
  • การคัดเลือกคนเน้นความรู้ความสามารถเพื่อประโยชน์ของประชาชน
  • หากพบการกระทำทุจริตพร้อมดำเนินการทางวินัยขั้นสูงสุด

ชัชชาติยันไร้ระบบอากง ไม่มีการซื้อขายตำแหน่งใดๆ และพร้อมเป็นต้นแบบของการบริหารที่ยึดหลักธรรมาภิบาล สำหรับข้อสงสัยเรื่องความสัมพันธ์กับพรรคการเมืองอื่น นายชัชชาติก็ได้ย้ำชัดเจนว่าตนยังคงเป็นผู้สมัครอิสระที่เน้นความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนาเมืองให้ดีขึ้น โดยไม่ได้ยึดติดกับสีเสื้อหรือสังกัดพรรคใดเป็นหลัก

กล่าวโดยสรุป การออกมาตั้งโต๊ะแถลงของชัชชาติในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่เป็นการยืนยันถึงจุดยืนในการทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ท่ามกลางกระแสการเมืองที่เข้มข้นขึ้นทุกขณะ สิ่งสำคัญที่สุดอาจไม่ใช่การตอบโต้ด้วยคารม แต่คือการพิสูจน์ด้วยผลงานที่ผ่านมาและผลงานในอนาคตที่ประชาชนจะได้รับ ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของนักการเมืองที่พร้อมรับการตรวจสอบอย่างโปร่งใส ความเชื่อมั่นของชาวกรุงจึงเป็นสิ่งสำคัญเหนืออื่นใดในการตัดสินใจผ่านคูหาเลือกตั้งในครั้งนี้

ที่มา – “ชัชชาติ” ยันไร้ระบบอากง ไม่มีซื้อขายตำแหน่ง ขอบคุณ “จิรายุ” ออกมาด่ายิ่งตอกย้ำไม่เกี่ยวเพื่อไทย

พรรคเศรษฐกิจ เปิดตัว 48 ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร

เรียกได้ว่าคึกคักกันสุดๆ สำหรับวงการการเมืองเมืองหลวง เมื่อล่าสุด พรรคเศรษฐกิจ เปิดตัว 48 ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร อย่างเป็นทางการ เพื่อเตรียมพร้อมลงสนามชิงชัยในการเลือกตั้ง สก. ที่กำลังจะมาถึง โดยงานนี้ได้รับความสนใจจากพี่น้องชาวกทม. อย่างมาก เพราะแต่ละเขตถือว่าเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่หลายฝ่ายต่างจับตามอง

เกาะติดความเคลื่อนไหว พรรคเศรษฐกิจ เปิดตัว 48 ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร

ในงานนี้ พรรคเศรษฐกิจยังได้สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเปิดตัว พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช เป็นแคนดิเดตชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ในนามของพรรคอีกด้วย สำหรับการส่งผู้สมัคร สก. ในครั้งนี้ มีความครบครันในเกือบทุกเขต ยกเว้นเพียงเขตมีนบุรีที่จะส่งแบบอิสระแต่ก็ยังทำงานร่วมกับกลุ่มของพรรคอยู่ดี ส่วนเขตบางพลัดนั้นทางพรรคกำลังเร่งพิจารณาและคัดเลือกผู้สมัครที่เหมาะสมที่สุดในช่วงนาทีสุดท้าย เพื่อให้ได้คนที่ได้รับความไว้วางใจจากชาวบ้านในพื้นที่จริงๆ

ทำความรู้จักรายชื่อผู้ลงสมัครจาก พรรคเศรษฐกิจ เปิดตัว 48 ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร

สำหรับรายชื่อว่าที่ผู้สมัคร สก. ทั้ง 48 เขต มีตัวเต็งและบุคคลที่น่าสนใจจากหลากหลายสาขาอาชีพ ดังนี้:

  • เขตคลองเตย: น.ส.ศวนงชภรณ์ เงินดี
  • เขตคลองสาน: นายทรงวุฒิ จันทร์อำนวยโชค
  • เขตจตุจักร: นายวริษทนนต์ คุณธนานุวัฒน์
  • เขตดอนเมือง: น.ส.ปราณี ธรรมนิยม
  • เขตบางเขน: นายณัฐกานต์ สุวรรณะโสภณ
  • เขตปทุมวัน: นายธีรนัย จอมมณี
  • เขตห้วยขวาง: นายปัฐน์ชนนท์ คูณธนานุวัฒน์
  • (และรายชื่ออื่นๆ อีกกว่า 40 เขตทั่วกรุงเทพฯ)

การเดินเกมครั้งนี้ถือเป็นการท้าทายสนามการเมืองกทม. อย่างเป็นทางการ โดยพรรคตั้งเป้าหมายที่จะเข้าไปทำงานเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจราจร ปัญหาน้ำท่วม หรือเรื่องปากท้องที่พี่น้องประชาชนให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ

ทุกสายตาต่างจดจ้องไปที่การลงพื้นที่จริงของว่าที่ผู้สมัคร สก. ของพรรค ว่าจะสามารถชนะใจคนกรุงได้มากน้อยแค่ไหน แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การมีทางเลือกใหม่ๆ ในสนามเลือกตั้งถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับประชาชน เพราะการแข่งขันที่เข้มข้นมักนำมาซึ่งการนำเสนอแนวทางนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของเมืองหลวงได้แม่นยำกว่าเดิม มาร่วมลุ้นไปพร้อมกันว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไร และใครจะได้เข้าไปนั่งทำงานเพื่อพวกเราทุกคนในสภากรุงเทพมหานคร

ที่มา – พรรคเศรษฐกิจ เปิดตัว 48 ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร

Scroll to top