การแจ้งเตือนภัย

เจเศรษฐ์ สั่ง ปภ. รับมือแม่น้ำโขงเอ่อล้น 5 จังหวัดภาคอีสาน

เจเศรษฐ์ สั่ง ปภ. รับมือแม่น้ำโขงเอ่อล้น 5 จังหวัดภาคอีสาน

ในช่วงสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องแบบนี้ หลายคนอาจจะเริ่มกังวลเกี่ยวกับระดับน้ำในแม่น้ำโขง ล่าสุดทางกระทรวงมหาดไทย โดย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาเคลื่อนไหวเชิงรุกด้วยการกำชับให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เร่งดำเนินมาตรการเฝ้าระวังและเตรียมรับมือเหตุการณ์ที่เจเศรษฐ์ สั่ง ปภ. รับมือแม่น้ำโขงเอ่อล้น 5 จังหวัดภาคอีสาน ซึ่งกำลังเป็นประเด็นที่น่าจับตามองในช่วงวันที่ 10-14 สิงหาคมนี้ครับ

เจเศรษฐ์ สั่ง ปภ. รับมือแม่น้ำโขงเอ่อล้น 5 จังหวัดภาคอีสาน อย่างเร่งด่วน

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ได้เน้นย้ำว่าพื้นที่เสี่ยงภัย ได้แก่ เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, มุกดาหาร และนครพนม ต้องมีการติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยหัวใจสำคัญคือการเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เตรียมตัวรับมือได้ทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง หรือการวางแผนป้องกันทรัพย์สิน ทั้งนี้ ปภ. เตรียมพร้อมทั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องจักรกลหนัก เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนทันทีที่เกิดเหตุการณ์

นอกเหนือจากการเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์แล้ว ทางรัฐบาลยังเน้นเรื่องการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง โดยมีการใช้ระบบ Cell Broadcast ส่งข้อความแจ้งเตือนภัยเข้ามือถือของประชาชนโดยตรง เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลเข้าถึงทุกคนอย่างรวดเร็ว สำหรับท่านที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว นี่คือสิ่งที่คุณต้องเตรียมตัว:

  • ติดตามข่าวสารจากทางราชการเป็นหลัก เพื่อป้องกันข้อมูลที่สับสน
  • ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและขนย้ายทรัพย์สินที่มีค่าไว้ในที่ปลอดภัย
  • สังเกตระดับน้ำในแม่น้ำโขงบริเวณใกล้บ้านอยู่เสมอ
  • เตรียมเบอร์โทรศัพท์สายด่วน ปภ. 1784 ไว้เพื่อขอความช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม แม้ระดับน้ำแม่น้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้นอาจจะดูน่ากังวล แต่ในบางพื้นที่ก็ยังคงประสบปัญหาภัยแล้ง ซึ่งเป็นคนละประเด็นกัน ดังนั้นนายเจเศรษฐ์จึงขอให้ประชาชนทำความเข้าใจและยึดถือข้อมูลการประกาศจากจังหวัดเป็นหลัก เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำและการช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดครับ

ในฐานะที่เราเป็นคนไทย เราขอส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวอีสานทุกท่านให้ผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้อย่างปลอดภัย และหวังว่ามาตรการที่ทางภาครัฐได้วางไว้จะช่วยลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินให้ได้มากที่สุดครับ

ที่มา – “เจเศรษฐ์” สั่ง ปภ. รับมือแม่น้ำโขงเอ่อล้น 5 จังหวัดภาคอีสาน

แจง Cell Broadcast ไม่มีเสียงดัง เหตุไม่ต้องการเพิ่มความเสี่ยงให้คนที่หลบซ่อน

หลายคนอาจเกิดข้อสงสัยหลังจากได้รับข้อความแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่สงบที่ผ่านมาว่า ทำไมระบบเตือนภัยถึงไม่มีเสียงเหมือนกับการทดสอบระบบ วันนี้เราจะมาไขคำตอบเรื่อง แจง Cell Broadcast ไม่มีเสียงดัง เหตุไม่ต้องการเพิ่มความเสี่ยงให้คนที่หลบซ่อน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจหลักการทำงานของเทคโนโลยีนี้มากขึ้นครับ

แจง Cell Broadcast ไม่มีเสียงดัง เหตุไม่ต้องการเพิ่มความเสี่ยงให้คนที่หลบซ่อน

เหตุผลหลักที่ภาครัฐต้องเลือกใช้การส่งข้อความแบบเงียบในเหตุการณ์ที่มีผู้ก่อเหตุร้าย หรือสถานการณ์ที่ต้องการความเงียบเชียบ คือการคำนึงถึงความปลอดภัยของชีวิตเป็นอันดับแรก การที่โทรศัพท์มือถือส่งเสียงเตือนดังออกมาในขณะที่มีคนกำลังซ่อนตัวจากอันตราย อาจกลายเป็นการเปิดเผยตำแหน่งของพวกเขาโดยไม่ตั้งใจ และนำไปสู่เหตุการณ์ที่เลวร้ายกว่าเดิมครับ

หลักการทำงานของ Cell Broadcast ในสถานการณ์ต่างๆ

ระบบ Cell Broadcast ถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นสูง โดยเจ้าหน้าที่สามารถปรับรูปแบบการแจ้งเตือนตามลักษณะของภัยพิบัติได้ดังนี้:

  • ภัยพิบัติทางธรรมชาติ: เช่น แผ่นดินไหว หรือสึนามิ ระบบจะสั่งให้มีการแจ้งเตือนด้วยเสียงดังและสั่นรุนแรง เพื่อให้ประชาชนเร่งอพยพทันที
  • เหตุการณ์ความไม่สงบ: เช่น เหตุการณ์กราดยิง ระบบจะเน้นการส่งข้อความแบบเงียบ เพื่อป้องกันการเปิดเผยตำแหน่งของผู้ที่กำลังหลบซ่อนหรือตัวประกัน

ด้วยเหตุนี้ การที่รัฐบาลออกมาชี้แจงว่า แจง Cell Broadcast ไม่มีเสียงดัง เหตุไม่ต้องการเพิ่มความเสี่ยงให้คนที่หลบซ่อน จึงถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องตามหลักสากล เพื่อลดความสูญเสียในสถานการณ์วิกฤตครับ

เราต้องยอมรับว่าเทคโนโลยี Cell Broadcast เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังมากในการแจ้งเตือนแบบเจาะจงพื้นที่ โดยไม่ต้องโหลดแอปฯ เพิ่มเติม และส่งถึงมือถือทุกคนในรัศมีที่กำหนดได้พร้อมกัน หากวันหนึ่งเราได้รับข้อความในลักษณะนี้ สิ่งที่ควรทำคือการอ่านข้อมูลอย่างละเอียด ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าใกล้จุดเกิดเหตุโดยทันทีครับ

ในอนาคต รัฐบาลยืนยันว่าจะมีการนำประสบการณ์จากเหตุการณ์จริงมาพัฒนาระบบให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้ระบบเตือนภัยนี้กลายเป็นเกราะป้องกันที่มั่นคงที่สุดสำหรับคนไทยทุกคน หวังว่าบทความนี้จะช่วยคลายข้อสงสัยและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการทำงานของระบบครับ

ที่มา – แจง Cell Broadcast ไม่มีเสียงดัง เหตุไม่ต้องการเพิ่มความเสี่ยงให้คนที่หลบซ่อน

นายกฯ สั่ง ผู้ว่าฯ 16 จังหวัดเตรียมรับมืออุทกภัย

“อนุทิน” สั่งผู้ว่าฯ 14 จังหวัดภาคใต้ และเพชรบุรี – ประจวบฯ เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย พร้อมกำชับแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าในทุกช่องทาง

วันที่ 16 ตุลาคม 2568 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ พร้อมด้วยเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ รวม 16 จังหวัด เตรียมรับมืออุทกภัยและคลื่นลมแรงอย่างเต็มที่

ทั้งนี้คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นหลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมเป็นต้นไปภาคใต้จะได้รับอิทธิพลจากมรสุมและร่องมรสุม รวมถึงอาจมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนตัวเข้ามา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ทำให้นายอนุทินได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 16 จังหวัด ให้ดำเนินการใน 5 ด้านหลัก ทั้งเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ ประเมินความเสี่ยงอุทกภัย คลื่นลมแรง และดินสไลด์ โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชน เขตเศรษฐกิจ ริมแม่น้ำ ท้ายเขื่อน และพื้นที่ติดชายทะเล และเน้นย้ำให้แจ้งเตือนภัยล่วงหน้าในทุกช่องทาง

นอกจากนี้พื้นที่ชุมชนให้ป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังล่วงหน้า ด้วยการขุดลอกท่อระบายน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และติดตั้งเครื่องจักรกลสาธารณภัยในพื้นที่เสี่ยง ส่วนพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลให้ประสานงานกับกรมเจ้าท่า กองทัพเรือและตำรวจน้ำ เพื่อดูแลความปลอดภัยการเดินเรือ และสั่งห้ามการเดินเรือในช่วงคลื่นลมแรง และสื่อสารแจ้งเตือนนักท่องเที่ยว ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติให้เฝ้าระวังและปิดกั้นพื้นที่ห้ามนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่เสี่ยงเช่น น้ำตก ถ้ำ และเกาะแก่งต่าง ๆ

ส่วนแผนเผชิญเหตุให้จัดทีมปฏิบัติการจากทุกภาคส่วนเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยและกลุ่มเปราะบางอย่างเป็นระบบ เคลื่อนย้ายทรัพย์สิน จัดหน่วยบริการด้านการแพทย์ และเร่งระบายน้ำ สำรวจและเยียวยาเมื่อสถานการณ์คลี่คลายและให้เร่งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟูบูรณะพื้นที่ประสบภัยตามระเบียบโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตามประชาชนที่ต้องการขอรับความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสายด่วนได้ที่หมายเลข 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

นายกฯ สั่ง ผู้ว่าฯ 16 จังหวัดเตรียมรับมืออุทกภัย

จากสถานการณ์ที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ถึงสภาวะอากาศที่อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคใต้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ 16 จังหวัด เตรียมรับมืออุทกภัย อย่างเร่งด่วน เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชนและทรัพย์สิน การเตรียมความพร้อมนี้ครอบคลุมถึงการเฝ้าระวัง การแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า และการจัดเตรียมแผนเผชิญเหตุที่ครอบคลุมทุกด้าน

มาตรการสำคัญในการเตรียมรับมืออุทกภัย

  • การเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์: ติดตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
  • การแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า: แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงผ่านทุกช่องทาง ทั้งสื่อสังคมออนไลน์ วิทยุชุมชน และหอกระจายข่าว
  • การเตรียมแผนเผชิญเหตุ: จัดเตรียมทีมปฏิบัติการ อุปกรณ์กู้ภัย และสถานที่อพยพให้พร้อมใช้งาน
  • การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง: ขุดลอกท่อระบายน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่เสี่ยง
  • การดูแลความปลอดภัยทางทะเล: ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลความปลอดภัยการเดินเรือ และแจ้งเตือนนักท่องเที่ยว

การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดความเสียหายและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น การปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการ และการเตรียมพร้อมของประชาชน จะช่วยให้เราสามารถเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การ เตรียมรับมืออุทกภัย จึงเป็นหน้าที่ของทุกคน

การที่นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ 16 จังหวัดเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความห่วงใยที่รัฐบาลมีต่อประชาชน การเตรียมความพร้อมที่ดีจะช่วยลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น และช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

ที่มา – นายกฯ สั่งผู้ว่าฯ 16 จังหวัดเตรียมรับมืออุทกภัย พร้อมให้แจ้งเตือนภัยล่วงหน้า

Scroll to top