ข่าวขอนแก่น

รวบผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ทะเบียนเทศบาล ขับรถส่งยาบ้า

วันนี้เรามีข่าวร้อนจากจังหวัดขอนแก่นที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียล นั่นคือ รวบผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ทะเบียนเทศบาล ขับรถส่ง “ยาบ้า” สารภาพมีคนลาวจ้าง 40,000 บาท เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ทำให้หลายคนช็อกเพราะผู้ต้องหาเป็นเจ้าหน้าที่เทศบาลนครขอนแก่นเอง สะท้อนปัญหายาเสพติดที่แพร่ระบาดหนักในพื้นที่ภาคอีสาน

รวบผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ทะเบียนเทศบาล ขับรถส่งยาบ้า

การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการสืบสวนของกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ร่วมกับตำรวจชายแดนที่ 2 (ตชด.) โดยมีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสสำคัญว่า ขบวนการค้ายาเสพติดจากฝั่งลาว ลักลอบขนยาบ้าข้ามแม่น้ำโขงที่มุกดาหาร แล้วนำมาพักในพื้นที่โคกสี อ.เมืองขอนแก่น ก่อนกระจายไปยังเครือข่าย โดยใช้รถกระบะสีขาวทะเบียนขอนแก่นเป็นยานพาหนะ

เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเฝ้าติดตาม จนพบรถต้องสงสัยจอดอยู่บ้านใน ต.พระลับ อ.เมืองขอนแก่น เช้าวันเกิดเหตุ รถคันนั้นขับออกมา เจ้าหน้าที่ตามไปจนถึงบ้านเลิงเปือย ต.พระลับ ผู้ต้องหา นายนเรศศักดิ์ อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ทะเบียนเทศบาลนครขอนแก่น ได้จอดรถแล้วทิ้งกระสอบสีเขียว 2 ใบไว้ในพุ่มไม้ข้างทาง ก่อนขับหนีไป

สารภาพมีคนลาวจ้าง 40,000 บาท ขนยาบ้า 398,000 เม็ด

ชุดจับกุมแบ่งกำลัง เฝ้ากระสอบและไล่ล่ารถ จับกุมนายนเรศได้ที่ ต.บ้านขาม อ.น้ำพอง ค้นรถพบบัตรพนักงานจ้างเทศบาลและโทรศัพท์ กระสอบที่ทิ้งไว้ซุกยาบ้า 398,000 เม็ดมูลค่ามหาศาล! จากการสอบสวน ผู้ต้องหาสารภาพว่า ชาวลาวชื่อเสี่ยจ้อยติดต่อผ่านเพื่อน จ้างไปรับกระสอบจากโคกสี มาพักรอส่งเครือข่ายใน อ.เมืองขอนแก่น ค่าจ้าง 40,000 บาท เคยทำมาก่อนเดือนตุลา 2568 ส่งที่ อ.บ้านไผ่ รับเงินเต็ม แต่ครั้งนี้ยังไม่ทันได้เงินเพราะถูกจับ

ผู้ต้องหายังบอกว่ามีหนี้แค่ผ่อนรถเดือนละ 6,000 กว่าบาทเท่านั้น เจ้าหน้าที่ตรวจบ้านพระลับไม่พบของผิดกฎหมาย แต่ยึดรถกระบะของผู้ต้องหาและรถฮอนด้าสีขาวที่ใช้ขนยาบ้า รวม 2 คัน มูลค่า 1.6 ล้านบาท ส่งฟ้องข้อหาครอบครองยาบ้าเพื่อจำหน่าย

  • จุดสำคัญการจับกุม:
  • พลเมืองดีแจ้งเบาะง
  • เฝ้าติดตามรถสีขาวทะเบียนขอนแก่น
  • พบกระสอบยาบ้า 398,000 เม็ดในพุ่มไม้
  • จับผู้ต้องหาที่น้ำพอง พบบัตรเจ้าหน้าที่เทศบาล
  • ยึดรถ 2 คันมูลค่า 1.6 ล้าน

ข่าวนี้ชี้ให้เห็นว่าปัญหายาเสพติดไม่เลือกอาชีพ แม้แต่ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ทะเบียนที่ควรเป็นแบบอย่างของสังคม ยังตกเป็นเครื่องมือขบวนการข้ามชาติจากลาวได้ง่ายๆ เพราะเงินเพียง 4 หมื่นบาท สะท้อนช่องโหว่ในระบบที่ต้องแก้ไขด่วน

ในมุมมองของเรา การมีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสคือกุญแจสำคัญในการปราบปรามยาเสพติด หากคุณเห็นรถต้องสงสัยหรือกิจกรรมแปลกๆ ในพื้นที่ อย่าลังเล รีบแจ้งตำรวจทันที จะช่วยลดอาชญากรรมได้เยอะ คุณช่วยแชร์ข่าวนี้เพื่อเตือนภัยได้ไหม? เพื่อให้สังคมขอนแก่นและทั่วไทยปลอดภัยจากยาบ้า

ที่มา – รวบผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ทะเบียนเทศบาล ขับรถส่ง “ยาบ้า” สารภาพมีคนลาวจ้าง 40,000 บาท

ราคาทองวันนี้พุ่ง! คนแห่ขายทองรูปพรรณ ร้านทองสำรองเงิน

สถานการณ์ราคาทองวันนี้ยังคงผันผวนและมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนจำนวนมากตัดสินใจนำทองรูปพรรณออกมาขายเพื่อทำกำไร ร้านทองหลายแห่งต้องสำรองเงินสดจำนวนมากเพื่อรองรับความต้องการขายทองที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการซื้อขายทองคำในเขตเทศบาลนครขอนแก่น พบว่ามีประชาชนจำนวนมากนำทองรูปพรรณหลากหลายรูปแบบ ทั้งสร้อยคอ กำไล แหวน และกรอบพระ มาขายและจำนำกับร้านทอง หลังจากที่ราคาทองรูปพรรณปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ทะลุบาทละ 80,000 บาท ประชาชนที่เก็บสะสมทองรูปพรรณไว้ตัดสินใจนำออกมาขายเพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน บางรายตัดสินใจซื้อทองคำเพิ่มเติมเพราะคาดการณ์ว่าราคาทองจะปรับตัวสูงขึ้นอีกในอนาคต

นายเอกลักษณ์ ชนาวิรัตน์ เจ้าของร้านทองอุเทน เปิดเผยว่า ราคาทองวันนี้ (ทองรูปพรรณ) ราคาขายอยู่ที่บาทละ 81,900 บาท ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ราคาทองคำในประเทศที่ปรับตัวขึ้นสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ จากเมื่อวานที่ราคาต่ำกว่า 80,000 บาท และยังมีแนวโน้มที่ราคาทองรูปพรรณจะปรับตัวสูงขึ้นอีก เนื่องจากสถานการณ์โลกที่เสี่ยงต่อการเกิดสงคราม ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้นักลงทุนที่เคยลงทุนในค่าเงินหันกลับมาลงทุนในทองคำเป็นจำนวนมาก

จากสถานการณ์ความตึงเครียดทั่วโลกและการคาดการณ์ว่าจะเกิดสงคราม ราคาทองคำอาจพุ่งสูงถึงบาทละ 100,000 บาทได้ ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนเดินทางมาขายทองรูปพรรณที่ร้านอย่างต่อเนื่อง ทางร้านจึงได้เตรียมเงินสดสำรองไว้จำนวนมากถึง 8 หลัก เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนในช่วงนี้ พร้อมกันนี้ยังให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในทองคำว่า ทองคำสามารถลงทุนในระยะสั้นได้ แต่สำหรับการลงทุนในระยะยาว ควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการขาดทุน

ราคาทองวันนี้

สถานการณ์ราคาทองวันนี้ ส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ที่ต้องการขายทองเพื่อทำกำไรและผู้ที่ต้องการซื้อทองเพื่อลงทุน การติดตามข่าวสารและวิเคราะห์แนวโน้มราคาอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ทำไมราคาทองวันนี้ถึงพุ่งสูง?

ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ราคาทองวันนี้พุ่งสูงขึ้นมาจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์โลกที่ไม่แน่นอน โดยเฉพาะความเสี่ยงในการเกิดสงคราม ซึ่งกระตุ้นให้นักลงทุนทั่วโลกหันมาลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ ทำให้ความต้องการทองคำในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้นและส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำและการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐก็เป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น

สำหรับผู้ที่ต้องการขายทองรูปพรรณในช่วงนี้ ควรศึกษาราคาทองวันนี้จากหลายแหล่ง เพื่อเปรียบเทียบราคาและหาร้านทองที่ให้ราคาดีที่สุด นอกจากนี้ ควรตรวจสอบน้ำหนักและสภาพของทองรูปพรรณก่อนนำไปขาย เพื่อให้ได้ราคาที่เป็นธรรม ส่วนผู้ที่ต้องการซื้อทองคำ ควรพิจารณางบประมาณและความเสี่ยงที่รับได้ และควรลงทุนในทองคำอย่างระมัดระวัง โดยอาจแบ่งเงินลงทุนออกเป็นส่วนๆ และทยอยซื้อทองคำเมื่อราคาปรับตัวลดลง

การลงทุนในทองคำมีความเสี่ยง ดังนั้นควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจลงทุน เพื่อให้การลงทุนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงในการขาดทุน

ที่มา – ราคาทองวันนี้พุ่งสูง ประชาชนแห่ขาย “ทองรูปพรรณ” ร้านทองต้องสำรองเงินกว่า 8 หลัก

สวนสัตว์ขอนแก่นอวดโฉม “น้องอั้ม” ลูกค่างห้าสี

สวนสัตว์ขอนแก่น อวดโฉมความสวยงาม “น้องอั้ม” ลูกค่างห้าสี สัตว์ป่าหายากใกล้สูญพันธุ์สุดน่ารัก ที่ใครๆ ก็ต้องหลงรักในความน่าเอ็นดู

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 นางทิพาวดี กิตติคุณ ผู้อำนวยการสวนสัตว์ขอนแก่น ได้ออกมาเปิดเผยข่าวดีว่า สวนสัตว์ขอนแก่นประสบความสำเร็จในการเพาะขยายพันธุ์ลูกค่างห้าสีได้อีกครั้งหนึ่ง โดยลูกค่างตัวน้อยนี้มีชื่อว่า “อั้ม” เกิดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 จากแม่พันธุ์ชื่อ “แม่อุ้ม” และพ่อพันธุ์ชื่อ “พ่อเอ๋” ซึ่งทั้งคู่นั้นได้ย้ายมาจากสวนสัตว์ดุสิตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559

ขณะนี้ น้องอั้ม มีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์และอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของสัตวแพทย์ประจำสวนสัตว์ขอนแก่น ทางสวนสัตว์จึงใคร่ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านมาร่วมชมความน่ารักและความสวยงามของลูกค่างห้าสีตัวน้อยนี้ ปัจจุบัน สวนสัตว์ขอนแก่นมีค่างห้าสีทั้งหมด 7 ตัว แบ่งเป็นเพศผู้ 3 ตัว และเพศเมีย 4 ตัว อย่าพลาดโอกาสทองในช่วงเปิดเทอมนี้ มาร่วมสัมผัสความน่ารักของพวกเค้าได้ทุกวัน ไม่มีวันหยุดราชการ

นางทิพาวดี ยังกล่าวเสริมอีกว่า ค่างห้าสีถูกจัดให้อยู่ในบัญชีแดงของสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติชาติ (IUCN) ซึ่งหมายความว่าเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ ค่างห้าสีเป็นค่างที่มีสีสันสวยงามและโดดเด่นสะดุดตา จนได้รับการยกย่องว่าเป็นค่างที่สวยที่สุดในโลก ด้วยสีขนที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวถึง 5 สี ได้แก่ สีดำ สีเทา สีขาว สีน้ำตาลแดง และสีส้ม

ลักษณะทางกายภาพของค่างห้าสีมีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยส่วนหลัง กระหม่อม แขนบนด้านนอก และหน้าท้องจะมีขนสีเทา ในขณะที่หน้าอก แขนบนด้านใน ต้นขาด้านในและด้านนอก รวมถึงมือและเท้าจะมีขนสีดำ หน้าแข้งและน่องจะมีขนสีน้ำตาลแดง ส่วนแขนท่อนล่างและหางจะมีสีขาว สำหรับเพศผู้ จะมีความยาวหัวรวมลำตัวโดยเฉลี่ย 61 เซนติเมตร และเพศเมีย 54.5 เซนติเมตร น้ำหนักของเพศผู้เฉลี่ยอยู่ที่ 11 กิโลกรัม และเพศเมีย 8.44 กิโลกรัม ความยาวหางจะอยู่ในช่วง 55.8-76.2 เซนติเมตร

ช่วงเวลาผสมพันธุ์ของค่างห้าสีจะอยู่ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงธันวาคม ระยะตั้งท้องจะอยู่ที่ประมาณ 165-190 วัน โดยจะออกลูกครั้งละ 1 ตัว เพศเมียจะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุ 4 ปี ส่วนเพศผู้ในช่วงอายุ 4-5 ปี ค่างห้าสีมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 25 ปี พวกมันมีการกระจายพันธุ์ในพื้นที่ภาคกลางของประเทศเวียดนาม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศลาว และภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศกัมพูชา

สวนสัตว์ขอนแก่น อวดความน่ารัก “น้องอั้ม” ลูกค่างห้าสี

ค่างห้าสีเป็นสัตว์สังคมที่มักอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง โดยมีจำนวนเพศเมียมากกว่าเพศผู้ และเพศผู้จะเป็นผู้นำฝูง ขนาดของฝูงจะขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของอาหารและระดับการรบกวนจากมนุษย์ พวกมันหากินในเวลากลางวัน โดยเคลื่อนที่ไปตามเรือนยอดของป่าด้วยการโหนตัวตามกิ่งไม้ด้วยมือและแขน รวมถึงการกระโดดโดยใช้ขาหลังผลักตัวให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า และการเหยียดแขนขึ้นเหนือหัว หางของพวกมันจะช่วยในการสร้างสมดุล ในเวลากลางคืน พวกมันจะนอนหลับบนส่วนเรือนยอดของต้นไม้ใหญ่ที่มีใบไม้ปกคลุมหนาแน่น

ทำไมค่างห้าสีถึงน่าสนใจ?

ความน่าสนใจของค่างห้าสีไม่ได้มีแค่เพียงสีสันที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพฤติกรรมทางสังคมที่เป็นเอกลักษณ์ และบทบาทสำคัญในระบบนิเวศ การอนุรักษ์ค่างห้าสีจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและป้องกันการสูญพันธุ์ของสัตว์ป่าที่สวยงามชนิดนี้ การเยี่ยมชมสวนสัตว์และสนับสนุนโครงการอนุรักษ์ต่างๆ เป็นวิธีหนึ่งที่เราสามารถช่วยให้ค่างห้าสีและสัตว์ป่าอื่นๆ อยู่รอดต่อไปได้

การได้เห็น “น้องอั้ม” ลูกค่างห้าสี ที่สวนสัตว์ขอนแก่น เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจและกระตุ้นให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์เหล่านี้ หวังว่าการเยี่ยมชมสวนสัตว์ครั้งนี้ จะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนหันมาใส่ใจและร่วมมือกันรักษาสิ่งมีชีวิตที่สวยงามเหล่านี้ให้คงอยู่ต่อไป

ที่มา – สวนสัตว์ขอนแก่น อวดความน่ารัก “น้องอั้ม” ลูกค่างห้าสี สัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์

จับชายต่างชาติ ลากตู้ ATM เลียนแบบหนัง เหตุเงินหมด

เรื่องราวสุดเหลือเชื่อเกิดขึ้นเมื่อชายชาวต่างชาติรายหนึ่ง ก่อเหตุสุดอุกอาจด้วยการจับชายต่างชาติ ลากตู้ ATM เลียนแบบหนังดัง สาเหตุมาจากปัญหาเรื่องเงินทองที่รุมเร้า

จับชายต่างชาติ ให้เมีย 10 ล้านเปิดบาร์ สุดท้ายเงินหมด ขับกระบะลากตู้ ATM เลียนแบบหนัง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 กันยายน 2568 พ.ต.อ.ภาคภูมิ เดชะเรืองศิลป์ ผกก.สภ.บ้านเป็ด เปิดเผยถึงกรณีการจับชายต่างชาติ อายุ 60 ปี ชาวฮอลแลนด์ พร้อมของกลางเป็นตู้ ATM, อุปกรณ์ของธนาคาร, รถยนต์กระบะสีดำ ทะเบียนขอนแก่น, รอก และโซ่

ก่อนการจับกุม สืบเนื่องจาก เวลา 02.00 น. วันที่ 21 กันยายน 2568 มีพลเมืองดีแจ้งว่า พบชายชาวต่างชาติแต่งชุดดำ ผมทอง ขโมยตู้เอทีเอ็มหน้าร้านศรีสวัสดิ์ สาขาชุมชนบ้านทุ่ม ม.2 ริมถนนมะลิวัลย์ ต.บ้านทุ่ม อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น

เจ้าหน้าที่ตำรวจรุดไปยังที่เกิดเหตุ พบรถยนต์สีดำไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนจอดอยู่หน้าอาคารร้านไทยไซโย สาขาบ้านทุ่ม ท้ายรถมีโซ่คล้องตู้เอทีเอ็มไว้ พบชายชาวต่างชาติสวมชุดดำหลบอยู่ในพงหญ้า จึงควบคุมตัว

ผกก.สภ.บ้านเป็ด กล่าวว่า ได้ประสานตำรวจท่องเที่ยว และ ศพฐ.4 ขอนแก่น ตรวจตู้เอทีเอ็มและเก็บลายนิ้วมือ พบรอยครูดลากตู้เอทีเอ็มไปตามถนนประมาณ 20 เมตร เหมือนในหนัง Fast.5 เร็ว แรงทะลุนรก

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าชายผู้ก่อเหตุเลียนแบบภาพยนตร์ มาอยู่ที่ไทย 6 ปี ให้เงินภรรยา 10 ล้านบาท เปิดร้านอาหารริม ถ.ประชาสำราญ ในเมืองขอนแก่น แต่ระยะหลังเงินหมด

ก่อนเกิดเหตุ มีปากเสียงกับภรรยาเรื่องเงิน สามีจึงขับรถออกไป ภรรยาทราบเรื่องจากตำรวจ ภรรยาไม่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ

รถยนต์เป็นของญาติที่ใช้ร่วมกัน อุปกรณ์ต่างๆ เช่น รอกและโซ่ จะสอบสวนขยายผลต่อไป

ทำไมชายชาวต่างชาติถึงตัดสินใจ “จับชายต่างชาติ ให้เมีย 10 ล้านเปิดบาร์ สุดท้ายเงินหมด ขับกระบะลากตู้ ATM เลียนแบบหนัง”?

แรงจูงใจหลักมาจากการขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างหนัก ประกอบกับความเครียดจากปัญหาครอบครัว ทำให้เขาตัดสินใจก่อเหตุอุกอาจนี้ การเลียนแบบภาพยนตร์อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความคิดที่ต้องการหาทางออกอย่างสิ้นหวัง

เบื้องต้นแจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้น และใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด ธนาคารได้แจ้งความไว้แล้ว และตำรวจคัดค้านการประกันตัว

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ให้เห็นถึงผลกระทบของปัญหาทางการเงินที่สามารถนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาด และการก่ออาชญากรรมได้ ดังนั้น การบริหารจัดการเงินอย่างรอบคอบ และการขอความช่วยเหลือเมื่อเผชิญกับปัญหา จึงเป็นสิ่งสำคัญ

เรื่องราวการจับชายต่างชาติครั้งนี้ สอนให้รู้ว่าการลงทุนและความฝัน ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง และสติเสมอ

ที่มา – จับชายต่างชาติ ให้เมีย 10 ล้านเปิดบาร์ สุดท้ายเงินหมด ขับกระบะลากตู้ ATM เลียนแบบหนัง

ฟัง 2 มุม! แม่ค้าหน้าโรงเรียน ให้เด็กผ่อนของเล่น

ดราม่าร้อนๆ หน้าโรงเรียน! เรื่องราวของ “แม่ค้าหน้าโรงเรียน” ให้เด็กนักเรียนประถมผ่อนของเล่น กลายเป็นประเด็นถกเถียง เมื่อผู้ปกครองบางรายไม่พอใจและต้องการเอาเรื่องให้ถึงที่สุด มาฟังสองมุมจากทั้งฝั่งผู้ปกครองและแม่ค้ากันค่ะ

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในขอนแก่น ผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะครูได้เชิญผู้ปกครองและนักเรียนกว่า 100 คน มาประชุมด่วน หลังได้รับข้อมูลว่ามีแม่ค้าของเล่นหน้าโรงเรียน เปิดโอกาสให้เด็กๆ ผ่อนของเล่นได้ แต่กลับเกิดปัญหา เมื่อเด็กหลายคนผ่อนครบแล้วแต่ไม่ได้รับของ หรือบางคนต้องจ่ายเงินเพิ่มจากที่ตกลงกันไว้ถึงจะได้ของเล่น แถมบางรายอยากได้เงินคืน แม่ค้าก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมคืน

นอกจากนี้ ผู้ปกครองยังพบว่าของเล่นที่เด็กๆ ผ่อนซื้อนั้น มีราคาแพงเกินจริงไปมาก เมื่อเรื่องแดงขึ้น ผู้ปกครองหลายคนจึงรวมตัวกันเตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับแม่ค้าที่ สภ.เมืองขอนแก่น

ทางด้านผู้อำนวยการโรงเรียน เผยว่า หลังทราบเรื่องก็ได้เรียกนักเรียนมาสอบถามถึงรายละเอียดการผ่อนของเล่นกับแม่ค้าหน้าโรงเรียน พร้อมทั้งแนะนำให้นักเรียนเลือกซื้อสินค้าที่เป็นประโยชน์ โรงเรียนเน้นเรื่องการอำนวยความสะดวกด้านจราจรหน้าโรงเรียนเป็นหลัก ส่วนการเลือกซื้อสินค้าของนักเรียนนั้น เป็นอิสระ ทางโรงเรียนไม่ได้ติดตามดูแล จนกระทั่งมาทราบเรื่องจากผู้ปกครองจึงรีบทำการตรวจสอบ และให้ครูประจำชั้นสำรวจว่ามีนักเรียนคนไหนที่ผ่อนซื้อของเล่นหน้าโรงเรียนบ้าง

จากการสำรวจ พบว่ามีนักเรียนประมาณ 50 คน ที่มีการผ่อนรายวัน ทางโรงเรียนได้ประสานไปยังผู้ปกครอง เพื่อสอบถามว่าต้องการให้โรงเรียนช่วยเหลือในด้านใดบ้าง เนื่องจากเด็กยังไม่บรรลุนิติภาวะ การตัดสินใจจึงขึ้นอยู่กับผู้ปกครอง และเรื่องนี้เกิดขึ้นนอกโรงเรียน ทำให้ควบคุมได้ยาก ซึ่งผู้ปกครองบางส่วนจะทำการอบรมสั่งสอนลูกที่บ้าน ส่วนผู้ปกครองที่ต้องการเอาความ ทางโรงเรียนจะพาไปแจ้งความ เพื่อให้ร้านค้าตระหนักถึงผลเสียของการปล่อยให้นักเรียนผ่อนของเล่น ทางโรงเรียนจะออกหนังสือไปยังพ่อค้าแม่ค้าบริเวณหน้าโรงเรียนอีกครั้ง ว่าพฤติกรรมดังกล่าวอาจเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย

เด็กหญิงเอ (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ป.3 เล่าว่า เธอซื้อคีย์บอร์ดมีไฟกับคุณป้าแม่ค้า โดยจ่ายเป็นรายวัน วันละ 10-20 บาท จนครบ 140 บาท จึงได้ของเล่นมา เธอบอกว่าการผ่อนของเล่นเป็นเรื่องดี เพราะถ้าเงินไม่พอก็ยังสามารถมีของเล่นได้ แต่ก็มีเพื่อนบางคนบอกว่าโดนโกง ผ่อนเงินครบแล้วแต่ไม่ได้ของ

เด็กหญิงบี (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ป.3 อีกราย เล่าว่า เธอเคยผ่อนซองใส่ภาพวงบัส ราคา 100 บาท โดยจ่ายไปแล้ว 80 บาท แต่พอจะไปจ่ายส่วนที่เหลือ แม่ค้าไม่อยู่ เมื่อกลับมาอีกวัน แม่ค้าก็ไม่มาขายของ เธอจึงเปลี่ยนใจไม่อยากได้ของแล้ว แต่แม่ค้าไม่ยอมคืนเงินให้ แถมบอกว่าเธอได้รับของเล่นไปแล้ว ทำให้เธอเสียใจมาก

น.ส.ณัฐนันท์ (สงวนนามสกุล) ผู้ปกครองนักเรียนชั้น ป.3 เล่าว่า ลูกบอกว่าไปผ่อนของเล่นมาราคา 40 บาท ผ่อนวันละ 20 บาท ซึ่งเธอเห็นว่าของเล่นไม่น่าจะราคาสูงขนาดนั้น จึงห้ามลูกไม่ให้ไปผ่อนอีก เพราะของเล่นที่ได้มาอย่างมากก็ราคาแค่ 10 บาท

ต่อมา ผู้ปกครองได้เข้าไปพูดคุยกับแม่ค้าขายของเล่น อายุ 53 ปี หลังจากที่ลูกสาวบอกว่าซื้อตุ๊กตาในราคาผ่อน 80 บาท แต่ไม่ได้สินค้า เมื่อขอเงินคืน แม่ค้าก็ไม่ยอมคืน ทำให้ผู้ปกครองต้องร้องเรียนกับโรงเรียนและแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ผู้ปกครองยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

ทางด้านแม่ค้าขายของเล่น เผยว่า เธอขายของเล่นที่กำลังเป็นที่นิยม และเห็นว่าของเล่นบางอย่างมีราคาสูงเกินกว่าที่นักเรียนจะซื้อได้ จึงเปิดโอกาสให้เด็กๆ ผ่อนจ่ายได้ แต่เมื่อเกิดปัญหา พ่อแม่ไม่พอใจ อยากได้เงินคืน ก็สามารถมารับเงินคืนได้ทันที เธอยืนยันว่าสินค้าที่ขายมีราคาไม่แพง และเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่อไปจะไม่ให้นักเรียนผ่อนจ่ายอีกเด็ดขาด

ฟัง 2 มุม ดราม่า “แม่ค้าหน้าโรงเรียน” ให้เด็กนักเรียนประถมผ่อนของเล่น

ทำไมถึงเกิดดราม่า แม่ค้าหน้าโรงเรียน ให้เด็กนักเรียนประถมผ่อนของเล่น?

สรุปแล้ว ดราม่า “แม่ค้าหน้าโรงเรียน” ให้เด็กนักเรียนประถมผ่อนของเล่น เกิดจากหลายปัจจัย ทั้งเรื่องราคาสินค้าที่ไม่เป็นธรรม การผิดสัญญา และการที่เด็กยังไม่มีวุฒิภาวะในการตัดสินใจซื้อสินค้าเอง ผู้ปกครองจึงต้องเข้ามาดูแลและปกป้องสิทธิของบุตรหลาน

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับทั้งผู้ปกครอง โรงเรียน และผู้ประกอบการ ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลเอาใจใส่เด็กนักเรียน และการทำธุรกิจอย่างมีจริยธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

ที่มา – ฟัง 2 มุม ดราม่า “แม่ค้าหน้าโรงเรียน” ให้เด็กนักเรียนประถมผ่อนของเล่น

Scroll to top