ข่าวจันทบุรี

รวบ “หมาโต” พร้อมหลานชาย ลวงสายข่าวตำรวจ ยิงทิ้งคืนวาเลนไทน์

วันนี้เรามาพูดถึงคดีสะเทือนขวัญที่เพิ่งปิดฉากไปในจังหวัดจันทบุรีกันครับ รวบ “หมาโต” พร้อมหลานชาย ลวงสายข่าวตำรวจ ยิงทิ้งคืนวาเลนไทน์ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นคืนวันวาเลนไทน์ที่ควรจะโรแมนติก แต่กลับกลายเป็นคืนเลือดสำหรับนายชัยวัฒน์ สายสอน อายุ 30 ปี ที่ถูกยิงเสียชีวิตอย่างโหดร้าย

รวบ “หมาโต” พร้อมหลานชาย ลวงสายข่าวตำรวจ ยิงทิ้งคืนวาเลนไทน์

ตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี โดย พล.ต.ต.ผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผู้บังคับการ และทีมสืบสวน ได้ปิดคดีนี้ได้อย่างรวดเร็ว หลังจาก รวบ “หมาโต” พร้อมหลานชาย ลวงสายข่าวตำรวจ ยิงทิ้งคืนวาเลนไทน์ นายเชาวลิต หรือ “หมาโต” เจริญมรรค อายุ 57 ปี มือปืนตัวหลัก ได้มามอบตัวที่ สภ.ท่าใหม่ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ขณะที่หลานชายชื่อ นายประเสริฐ หรือ “เล็ก” พึ่งฝั่ง อายุ 48 ปี ถูกจับกุมก่อนหน้านี้แล้ว

แรงจูงใจจากความแค้นยาเสพติด

ที่มาของเรื่องทั้งหมดมาจากความแค้นส่วนตัวครับ ผู้ตายคือ นายชัยวัฒน์ เป็นสายข่าวให้ตำรวจและมีพฤติกรรมเกี่ยวกับยาเสพติด ทำให้ “หมาโต” ที่มีประวัติยาวนานในวงการยาเสพติด โกรธแค้นหนัก กลายเป็นวางแผนล่อลวงแบบซับซ้อน ครั้งแรกปล่อยยาเสพติดให้เพื่อสร้างความไว้วางใจ พอคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เวลา 22.50 น. ก็ล่อให้มารับของอีกครั้งที่ซอยหลังปั๊ม ปตท. สาขาพระยาตรัง-ท่าใหม่

พอเหยื่อมาถึง “หมาโต” ที่ซุ่มอยู่ในป่าละเมาะก็ยิงเข้าหัว 1 นัดทันที! ผู้ตายล้มคว่ำดับคาที่ ส่วนภรรยาที่อยู่ด้วยกัน โชคดีที่ปืนขัด ทำให้รอดมาได้ “หมาโต” รีบขึ้นรถที่หลานชายจอดรอหลบหนีไป

ภาพเหตุการณ์

ทีมสืบสวนเก่งมากครับ แกะรอยจากกล้องวงจรปิด จนจับนายประเสริฐได้ที่บ้าน ต.ตะกาดเง้า อ.ท่าใหม่ เขายอมรับแค่ว่าขับรถช่วยหลบหนี แต่กดดันต่อเนื่องจน “หมาโต” กลัวถูกวิสามัญต้องมอบตัว

ประวัติอาชญากรของ “หมาโต”

นายเชาวลิต หรือ “หมาโต” ไม่ใช่มือใหม่นะครับ เคยติดคดียิงคนตายมาก่อนในพื้นที่ สภ.เมืองจันทบุรี พ้นโทษมาแล้ว แต่ยังมีคดียาเสพติดค้างประกันตัว คราวนี้แจ้งข้อหาหนัก ร่วมกันฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพา และยิงปืนในที่สาธารณะ คุมขังศาลจังหวัดจันทบุรี แม้จะปฏิเสธ แต่หลักฐานแน่นหนา ดำเนินคดีแน่

  • เหตุเกิด: คืน 14 ก.พ. 2569
  • สถานที่: ซอยหลังปั๊ม ปตท. ท่าช้าง อ.เมืองจันทบุรี
  • ผู้ต้องหา: “หมาโต” 57 ปี และหลาน “เล็ก” 48 ปี
  • แรงจูงใจ: แค้นเรื่องสายข่าวยาเสพติด

คดีนี้แสดงให้เห็นว่าตำรวจจันทบุรีทำงานได้ดีเยี่ยม ปิดคดีเร็ว ไม่ปล่อยให้อาชญากรลอยนวล สะท้อนปัญหายาเสพติดที่ยังรุนแรงในพื้นที่ครับ

คุณคิดยังไงกับคดีนี้? คอมเมนต์บอกกันได้เลย หรือแชร์เพื่อเตือนภัยให้เพื่อนๆ รู้ อย่าลืมติดตามข่าวอาชญากรรมอัปเดตจากเราเพื่อความปลอดภัยในชุมชน

ที่มา – รวบ “หมาโต” พร้อมหลานชาย ลวงสายข่าวตำรวจ ยิงทิ้งคืนวาเลนไทน์

ผู้สมัคร สส.ทุกพรรคจันทบุรี ยินดีนับคะแนนเลือกตั้ง 2569 ใหม่

สวัสดีครับทุกท่านที่สนใจข่าวการเมืองท้องถิ่น! วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่กำลังเป็นกระแสในจังหวัดจันทบุรีกันครับ ผู้สมัคร สส. ทุกพรรคของจันทบุรี ร่วมกันแสดงจุดยืน ยินดีนับคะแนนเลือกตั้ง 2569 ใหม่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน หลังจากที่มีมวลชนรวมตัวเรียกร้องความโปร่งใสในการนับคะแนน เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีของนักการเมืองท้องถิ่นในการยึดมั่นหลักประชาธิปไตยครับ

ผู้สมัคร สส. ทุกพรรคของจันทบุรี ร่วมกันแสดงจุดยืน ยินดีนับคะแนนเลือกตั้ง 2569 ใหม่

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 บริเวณหน้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดจันทบุรี กลุ่มเครือข่ายมวลชนได้รวมตัวกันอย่างต่อเนื่องมากว่า 10 ชั่วโมง ตั้งแต่เช้าจรดเย็น เพื่อเรียกร้องให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ พวกเขาตั้งข้อสังเกตว่าตัวเลขสถิติในบางเขตเลือกตั้งมีปัญหา โดยเฉพาะยอดบัตรดีที่น้อยกว่าคะแนนรวมของผู้สมัครที่ได้รับการประกาศ ซึ่งทำให้เกิดความเคลือบแคลงใจกันอย่างกว้างขวาง

นายนิติกร พันธ์มุกดา ตัวแทนมวลชน กล่าวอย่างชัดเจนว่า การรวมตัวครั้งนี้ไม่ได้มุ่งหวังผลแพ้ชนะของพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่ต้องการเพียงกระบวนการที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม และโปร่งใส ตามหน้าที่ของ กกต. ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงถึงจิตสำนึกของประชาชนชาวจันทบุรีครับ

สาเหตุหลักของข้อสงสัยในผลการนับคะแนน

ปัญหาหลักเกิดจากความไม่สอดคล้องของตัวเลขที่ กกต. ประกาศอย่างไม่เป็นทางการ โดยเฉพาะในเขตเลือกตั้งที่ 1 และ 2 ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้

  • เขต 1: คะแนนรวมผู้สมัครทุกคน 100,860 คะแนน แต่บัตรดีเพียง 95,966 ใบ ต่างกัน 4,894 คะแนน
  • เขต 2: คะแนนรวมผู้สมัครทุกคน 91,807 คะแนน แต่บัตรดีเพียง 84,142 ใบ ต่างกัน 7,665 คะแนน

ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ประชาชนตั้งคำถามถึงความถูกต้องในการรวบรวมคะแนน ผู้สมัครจากพรรคประชาชนอย่างนายวรายุทธ ทองสุข (เขต 1) และน.ส.ปรัชญาวรรณ ไชยสืบ (เขต 2) ได้ยื่นหนังสือต่อ กกต. จังหวัดทันที เพื่อขอเปิดเผยรายงานผลนับคะแนนรายหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด

จุดยืนของผู้สมัคร สส. จาก 9 พรรคการเมือง

ที่น่าประทับใจที่สุดคือ ผู้สมัคร สส. จากทั้ง 9 พรรคการเมืองในจันทบุรี ต่างพ้องต้องกันยินดีให้มีการนับคะแนนใหม่ เพื่อร่วมแสดงจุดยืนและคืนความเชื่อมั่นให้ประชาชน พรรคประชาชน จันทบุรี ยังโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กย้ำว่า “ทุกคะแนนเสียงคือเจตจำนงที่บริสุทธิ์ของประชาชน” และเรียกร้องให้ตรวจสอบเข้มข้น หากพบผิดปกติ การนับใหม่คือทางออกเดียว

ช่วงค่ำของวันเดียวกัน รถขนส่งหีบบัตรจากอำเภอเขาคิชฌกูฏมาถึงสถานที่เก็บรักษา โดยมีตัวแทน สส. จากพรรคประชาชนและสื่อมวลชนร่วมตรวจสอบ ไม่พบสิ่งผิดปกติ ซึ่งช่วยคลายข้อกังวลเบื้องต้น แต่มวลชนยังคงปักหลักรอคำชี้แจงจาก กกต. ในวันถัดไป

นอกจากนี้ กลุ่มมวลชนยังเสนอให้เก็บรักษาหีบบัตรที่ส่วนกลางเพื่อความรัดกุมยิ่งขึ้น เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสะท้อนปัญหาเทคนิคในการนับคะแนน แต่ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของระบบเลือกตั้งที่ต้องโปร่งใส เพื่อป้องกันข้อครหาในอนาคต การที่ผู้สมัครทุกพรรคร่วมจุดยืนกันแบบนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีของการเมืองที่สร้างสรรค์ครับ

ในมุมมองของผม การเลือกตั้งปี 2569 ถือเป็นบททดสอบสำคัญของสถาบันเลือกตั้งไทย หาก กกต. จันทบุรีดำเนินการตรวจสอบและนับใหม่ได้อย่างรวดเร็ว จะช่วยเสริมสร้างความศรัทธาให้ประชาชนได้มากทีเดียว

คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? เชื่อว่าการนับคะแนนใหม่จะคลายปมได้หรือไม่? มาแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญนะครับ!

ที่มา – ผู้สมัคร สส. ทุกพรรคของจันทบุรี ร่วมกันแสดงจุดยืน ยินดีนับคะแนนเลือกตั้ง 2569 ใหม่

“ชาวบ้าน-ข้าราชการ” รวมพลังร้องเพลงชาติไทย หลังสร้างถนนเลียบชายแดนสำเร็จ

“ชาวบ้าน-ข้าราชการ” รวมพลังร้องเพลงชาติไทย หลังสร้างถนนเลียบชายแดนสำเร็จ เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวไทยทุกคน เมื่อหน่วยงานรัฐ ทหาร ตำรวจ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนชาวบ้านมาร่วมกันร้องเพลงชาติอย่างพร้อมเพรียง ณ พื้นที่ชายแดนจังหวัดจันทบุรี หลังจากสามารถยึดคืนผืนดินไทยและสร้างถนนเลียบชายแดนเสร็จสมบูรณ์

“ชาวบ้าน-ข้าราชการ” รวมพลังร้องเพลงชาติไทย หลังสร้างถนนเลียบชายแดนสำเร็จ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 บริเวณพื้นที่รูปตัวยู สุดปลายถนนเลียบชายแดนบ้านผักกาด ตำบลคลองใหญ่ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ทุกภาคส่วนได้มาร่วมพิธีเชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเขา พร้อมร้องเพลงชาติไทย เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่านี่คือผืนแผ่นดินไทยแท้ๆ หลังจากที่เคยถูกทางฝั่งกัมพูชาบุกรุกและยึดครองไป

ที่มาของปัญหาและการรวมพลังแก้ไข

พื้นที่ชายแดนด้านอำเภอโป่งน้ำร้อนเป็นป่าเขาสูงชัน ไม่มีเส้นทางสัญจร ทหารไทยต้องลาดตระเวนด้วยการเดินเท้าเท่านั้น จนกระทั่งพบว่าพื้นที่หลายสิบไร่ถูกฝั่งกัมพูชาใช้รถขุดบุกรุก โดยเปลี่ยนทางน้ำจากโค้งตัวยูให้ตัดตรง เพื่ออ้างสิทธิ์ในดินแดนไทย

จากปัญหานี้ ชาวบ้านชายแดน ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และผู้นำท้องถิ่นจึงไม่นิ่งนอนใจ ร่วมกันระดมทุนและแรงงาน สร้างถนนเลียบชายแดนยาว 15 กิโลเมตร เพื่อนำเครื่องจักรเข้าไปถมคลองที่ขุดบุกรุก ปรับทางน้ำให้กลับมาเป็นรูปตัวยูดังเดิม และติดตั้งเสาธงชาติในจุดที่ยึดคืนมา

การสร้างถนนเส้นนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเผชิญภูมิประเทศขรุขระและขาดแคลนงบประมาณ แต่ด้วยความสามัคคีของทุกฝ่าย โครงการจึงสำเร็จลุล่วง สร้างประโยชน์มหาศาลในการดูแลอธิปไตยไทย

  • อำนวยความสะดวกการลาดตระเวน: ทหารสามารถใช้ยานพาหนะเข้าไปตรวจการณ์ได้รวดเร็ว ลดความเสี่ยงจากการเดินเท้า
  • ป้องกันการบุกรุก: ถนนเลียบชายแดนช่วยกำหนดเขตแดนชัดเจน หยุดยั้งการรุกล้ำจากฝั่งตรงข้าม
  • เสริมสร้างความมั่นใจ: เสาธงชาติและกิจกรรมร้องเพลงชาติ สร้างขวัญกำลังใจให้ชาวบ้านชายแดน
  • พัฒนาชุมชน: ในอนาคตอาจขยายเป็นเส้นทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ในวันพิธีสำคัญ ขณะที่ทุกคนกำลังร้องเพลงชาติอย่างกึกก้อง ก็มีเจ้าหน้าที่ฝั่งกัมพูชาขับรถเข้ามาสังเกตการณ์ใกล้ๆ ซึ่งสะท้อนถึงความตึงเครียดบริเวณชายแดน แต่ฝั่งไทยยืนหยัดด้วยสันติวิธีและหลักกฎหมายระหว่างประเทศ

เจ้าหน้าที่ทหารที่ดูแลแนวชายแดนได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมระดมทุนและแรงกาย โดยเฉพาะ “ชาวบ้าน-ข้าราชการ” รวมพลังร้องเพลงชาติไทย หลังสร้างถนนเลียบชายแดนสำเร็จ ซึ่งจะช่วยให้การปกป้องแผ่นดินไทยยั่งยืนตลอดไป

บทเรียนจากความสามัคคีชายแดน

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงเป็นชัยชนะในการยึดคืนพื้นที่ แต่ยังเป็นตัวอย่างของจิตสำนึก爱国ที่ฝังรากลึกในใจคนไทย ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านธรรมดาหรือข้าราชการ ต่างร่วมมือกันปกป้องอธิปไตย ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาเคยเกิดขึ้นหลายครั้ง แต่ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าความสามัคคีคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด

ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การรักษาเขตแดนต้องอาศัยทั้งกำลังทหารและการมีส่วนร่วมของประชาชน โครงการถนนเลียบชายแดนนี้จึงเป็นต้นแบบที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ชายแดนอื่นๆ ได้อีก

สุดท้ายนี้ อยากชวนทุกท่านร่วมภาคภูมิใจในความสำเร็จนี้ และติดตามข่าวสารชายแดนไทยเพื่อสนับสนุนการปกป้องแผ่นดินต่อไป หากคุณมีเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับชายแดนไทย แชร์ให้เราฟังในคอมเมนต์ได้เลย!

ที่มา – “ชาวบ้าน-ข้าราชการ” รวมพลังร้องเพลงชาติไทย หลังสร้างถนนเลียบชายแดนสำเร็จ

Scroll to top