ข่าวอายัดบัญชี

ตร.ไซเบอร์ เปิดวิธีแจ้งถอนอายัดบัญชี เตือนเอาผิด

ตำรวจไซเบอร์เปิดวิธี แจ้งถอนอายัดบัญชี สำหรับประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อขบวนการฟอกเงิน โดยจะพิจารณาปลดล็อกให้เร็วที่สุดเพื่อคลายความเดือดร้อน และเตือนเอาผิดทันที หากพบแฝงตัวเป็นเหยื่อ

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2566 ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. เผยความคืบหน้าการตรวจสอบและดำเนินการปลดอายัดบัญชีธนาคารผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับบัญชีม้าว่า สืบเนื่องจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ปรับวิธีการหลอกลวงประชาชนรวมถึงปรับวิธีการนำเงินที่ได้จากการหลอกลวงออกจากระบบ โดยอาจจะมีการหลอกลวงผู้บริสุทธิ์ให้ตกเป็นเหยื่อในขบวนการฟอกเงินโดยไม่รู้ตัว

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ตระหนักถึงความเดือดร้อนของสุจริตชนที่อาจได้รับผลกระทบจากวิธีการกระทำผิดของคนร้ายที่นำบัญชีของร้านค้าหรือบัญชีส่วนตัวของประชาชนที่ไม่ทราบเรื่องรับโอนเงินที่ได้จากการกระทำผิดแล้วโอนเงินออกต่อไปยังบัญชีอื่น ซึ่ง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้สถานีตำรวจทุกหน่วยต้องรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการถูกอายัดบัญชีที่เชื่อว่าตนเองไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด แล้วส่งข้อมูลต่อมายังศูนย์ PCT หรือระบบ TPO ในระบบโพลิสออนไลน์ ซึ่งตำรวจไซเบอร์เป็นผู้ดูแลระบบ และจะเป็นผู้ส่งต่อประสานงานข้อมูลไปยังศูนย์ AOC ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) เพื่อส่งต่อไปยังธนาคารทำการปลดล็อคอายัดบัญชีที่สามารถยืนยันได้ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดจริง

ตร.ไซเบอร์ เปิดวิธีแจ้งถอนอายัดบัญชี

พ.ต.อ.ก้องกฤษฎา กิตติถิระพงษ์ รอง ผบก.ตอท. ระบุว่า สำหรับขั้นตอนการรับเรื่องจากประชาชน สามารถแจ้งความได้ที่ 1599 หรือแจ้งยังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่พบ หรือเดินทางแจ้งด้วยตนเองที่สถานีตำรวจทุกสถานีในท้องที่ใดก็ได้เพื่อรับเรื่องไว้ โดยแจ้งเพียงชื่อ สกุล เลขบัญชีธนาคาร ชื่อธนาคาร เบอร์โทรศัพท์ และเหตุผลในการขอแจ้งถอนอายัดบัญชี จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการตรวจสอบเบื้องต้นว่าแต่ละคนที่ถูกอายัดบัญชีด้วยเหตุผลใด หากถูกอายัดด้วยการเป็นบัญชีม้า จะต้องเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง หากถูกระงับด้วยเหตุอื่นที่เป็นมาตรการของทางธนาคารและยังไม่ทราบเหตุผล ตำรวจไซเบอร์จะส่งเรื่องไปยังศูนย์ AOC หรือ ศปอท. เพื่อส่งต่อไปยังธนาคารเพื่อตรวจสอบแล้วส่งกลับมาให้ตำรวจไซเบอร์เพื่อแจ้งให้ผู้แจ้งทราบ และหากพบว่าเป็นเหยื่อที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด เจ้าหน้าที่จะเร่งพิจารณาให้เร็วที่สุด ขณะเดียวกันหากมีการแฝงตัวมาเป็นเหยื่อเพื่อขอปลดอายัดบัญชีก็จะถูกดำเนินคดีโดยทันที

ระยะเวลาในการดำเนินการขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของการเป็นบัญชีม้า ต้องชี้แจงก่อนว่าการเป็นบัญชีม้ามีความเข้มข้นไม่เหมือนกัน หากเป็นบัญชีม้าดำตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้ว่าเป็นบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงและถูกประกาศตามรายชื่อแล้ว จะต้องมีการยืนยันตัวตนอย่างเข้มข้น และต้องส่งเรื่องไปยัง ปปง. เพื่อเพิกถอนรายชื่อ ซึ่งขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่นำมาแสดงว่าเพียงพอหรือไม่ หากเพียงพอแล้วจะสามารถส่งไปยังที่ประชุมของ ปปง. ได้รวดเร็วแค่ไหน

หากเป็นม้าเทาเข้มที่มีผู้เสียหายและรู้ตัวว่ามีการกระทำผิด ต้องรีบไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อยืนยันตัวตน จากนั้นจะส่งเรื่องตามขั้นตอนซึ่งครอบคลุมระยะเวลาที่ไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับการเข้าพบพนักงานสอบสวนเร็วแค่ไหน

ขั้นตอนการแจ้งถอนอายัดบัญชี ต้องทำอย่างไร?

พล.ต.ต.ไตรรงค์ เน้นย้ำว่าการส่งข้อมูลของเจ้าหน้าที่เป็นการส่งแบบเรียลไทม์ทางอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อรับข้อมูลเข้าระบบก็จะมีการส่งต่อเพื่อตรวจสอบเพื่อคัดแยกโดยทันทีเพื่อการปลดอายัด แต่ที่จะช้าคือกรณีมีคดีเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งต้องพบพนักงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำเป็นพยาน รวมถึงตรวจสอบพยานเอกสาร หากรับฟังได้เพียงพอก็จะไม่มีการดำเนินคดี

ดังนั้น หากคุณเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการอายัดบัญชีโดยไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด อย่ารอช้า รีบดำเนินการตามขั้นตอนที่ตำรวจไซเบอร์แนะนำ เพื่อให้การแจ้งถอนอายัดบัญชีเป็นไปอย่างรวดเร็ว และลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับคุณ

การป้องกันตนเองจากการตกเป็นเหยื่อของขบวนการเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญ ควรระมัดระวังในการให้ข้อมูลส่วนตัวและบัญชีธนาคารแก่ผู้อื่น และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนทำธุรกรรมใดๆ เสมอ หากมีข้อสงสัย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ที่มา – ตร.ไซเบอร์ เปิดวิธีแจ้งถอนอายัดบัญชี เตือนเอาผิดทันที หากพบแฝงตัวเหยื่อ

ตำรวจรับเรื่อง! ขอปลดอายัดบัญชีทั่วประเทศ

ตำรวจเปิดเผยสถิติการรับคำร้องขอปลดอายัดบัญชีธนาคารทั่วประเทศ ภายในระยะเวลาเพียง 2 วัน พบว่ามีจำนวนกว่า 600 บัญชี! ทางตำรวจย้ำว่าผู้เสียหายสามารถแจ้งความได้ที่ทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศ รวมถึงสายด่วน 1599 ได้อีกด้วย โดยจะต้องยืนยันข้อมูลส่วนตัวให้ถูกต้อง 5 ข้อเพื่อความรวดเร็วในการดำเนินการ

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีการประชุมเพื่อวางแนวทางการบริหารจัดการเรื่องการรับแจ้งความเกี่ยวกับการถูกระงับการทำธุรกรรมทางการเงินชั่วคราว เพื่อให้มีแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศูนย์ PCT) เป็นผู้กำกับดูแล และกำชับให้ทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศรับแจ้งความจากผู้เสียหายทุกราย

สิ่งสำคัญคือ ผู้เสียหายจะต้องสามารถยืนยันข้อมูลส่วนตัว 5 ข้อให้ถูกต้อง ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล, หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน, หมายเลขโทรศัพท์, หมายเลขบัญชีธนาคาร และชื่อธนาคาร ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นผู้บริสุทธิ์ หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์จริง แอดมินของแต่ละสถานีตำรวจจะรวบรวมข้อมูลส่งให้ศูนย์ PCT เพื่อให้ศูนย์ PCT รวบรวมข้อมูลส่งต่อให้ศูนย์ AOC พิสูจน์ทราบและดำเนินการปลดล็อกบัญชีโดยเร็วที่สุด แต่หากพบว่าเป็นบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดจริง ก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป

ผลการปฏิบัติงานในการรับคำร้องขอปลดอายัดบัญชีธนาคารของหน่วยงานต่างๆ ในช่วงวันที่ 17-18 กันยายน 2568 พบว่าสถิติการขอปลดระงับบัญชีเพิ่มสูงขึ้น โดยวันที่ 17 กันยายน มีจำนวน 285 บัญชี และวันที่ 18 กันยายน มีจำนวน 333 บัญชี ซึ่งเพิ่มขึ้น 48 บัญชี คิดเป็น 15% โดยมีการจำแนกข้อมูลดังนี้:

ผู้ยื่นคำร้องจากทุกหน่วยงานมีจำนวน 430 คน รวม 618 บัญชี ซึ่งในจำนวนนี้มีการปลดระงับไปแล้ว 17 บัญชี จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีบัญชีที่เกี่ยวข้องกับคดีจำนวน 109 คน รวม 128 บัญชี ส่วนบัญชีที่ยังไม่พบคดี จำนวน 322 คน รวม 473 บัญชี ได้ถูกส่งต่อเพื่อพิจารณา และมีการปลดระงับไปแล้ว 14 คน รวม 17 บัญชี

หน่วยงานที่รับคำร้องมากที่สุดคือ ตำรวจภูธรภาค 4 จำนวน 113 คน รวม 165 บัญชี รองลงมาคือสายด่วน 1599 จำนวน 48 คน รวม 81 บัญชี และตำรวจภูธรภาค 3 จำนวน 45 คน รวม 48 บัญชี ตามลำดับ

ช่องทางที่รับคำร้องสูงสุดคือ สถานีตำรวจ จำนวน 327 ราย รองลงมาคือทางโทรศัพท์ จำนวน 177 ราย และสายด่วน 1599 จำนวน 81 ราย

สาเหตุหลักที่ผู้ร้องขอปลดอายัดบัญชีคือ เป็นบัญชีส่วนตัว จำนวน 359 บัญชี, เป็นบัญชีร้านค้า จำนวน 78 บัญชี, เป็นบัญชีเงินเดือน จำนวน 74 บัญชี และอื่นๆ จำนวน 90 บัญชี

นอกจากผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการถูกระงับการทำธุรกรรมทางการเงินชั่วคราวจะสามารถแจ้งเพื่อขอปลดระงับได้ทางสายด่วนศูนย์ AOC 1441 แล้ว ยังสามารถแจ้งได้ที่สถานีตำรวจทั่วประเทศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังได้เปิดสายด่วน 1599 เพื่อช่วยเสริมการปฏิบัติงานให้กับศูนย์ AOC ในการรับแจ้งความอีกช่องทางหนึ่งด้วย

ขอปลดอายัดบัญชี

ขั้นตอนการขอปลดอายัดบัญชีที่คุณควรรู้

  • ติดต่อสถานีตำรวจใกล้บ้าน: แจ้งความพร้อมแสดงหลักฐาน
  • เตรียมเอกสารให้พร้อม: บัตรประชาชน, หลักฐานการทำธุรกรรม
  • ติดต่อสายด่วน 1599 หรือ 1441: สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

จากข้อมูลข้างต้น เราจะเห็นได้ว่ากระบวนการขอปลดอายัดบัญชีนั้นมีความชัดเจนและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น หากคุณประสบปัญหาดังกล่าว อย่าลังเลที่จะติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความช่วยเหลือ

ที่มา – ตำรวจรับคำร้อง ขอปลด “อายัดบัญชี” ทั่วประเทศกว่า 600 บัญชี ในระยะเวลา 2 วัน

ดีอี ย้ำ! แค่ระงับธุรกรรมชั่วคราว ไม่ใช่อายัดบัญชี

ปลัดดีอี ย้ำอีกครั้ง แค่ระงับธุรกรรมชั่วคราว เฉพาะจำนวนที่ต้องสงสัย ไม่ใช่อายัดบัญชี พร้อมปลดล็อกหากพิสูจน์ว่าไม่ใช่บัญชีม้า

วันที่ 14 กันยายน ศ. พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานประชุมร่วมกับตัวแทนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), ตัวแทนสถาบันการเงิน, ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการการอายัดบัญชี หลังมีผู้ถูกอายัดบัญชีที่สุ่มเสี่ยงเป็นบัญชีม้าจำนวนมาก และกรณีนี้พบมีประชาชนทั่วไปได้รับความเดือดร้อน โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เป็นผู้ร่วมสังเกตการณ์

ปลัดกระทรวงดีอี เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้ถกเถียงกันในประเด็นการคัดกรองบัญชีว่า ต้องใช้หลักเกณฑ์ใดในการแบ่งแยกประเภทระหว่างบัญชีทั่วไปและบัญชีม้า รวมถึงการสกัดกั้นบัญชีนั้น มีการตรวจสอบผ่านระบบใด และใครคือผู้มีอำนาจในการสรุปว่าบัญชีใดสมควรจะถูกอายัด ขณะเดียวกัน ยังได้หารือถึงแนวทางแก้ไขปัญหา

หลังการประชุมที่ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง ศ.พิเศษ วิศิษฏ์ เปิดเผยว่า กรณีที่เกิดขึ้น เป็นกลไกที่นำมาใช้สำหรับติดตามช่วยผู้เสียหายที่ถูกกลุ่มคอลเซ็นเตอร์หลอก ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถระงับการใช้บัญชีชั่วคราวเพื่อไม่ให้มีการโอนเงินของผู้เสียหายต่อ โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่การอายัด เป็นเพียงการระงับธุรกรรมชั่วคราว และเป็นการระงับวงเงินเฉพาะจำนวนที่ต้องสงสัยว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับเงินที่ได้จากกลุ่มอาชญากรทางออนไลน์ ไม่ใช่การระงับการทำธุรกรรมทั้งหมด

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประสานงานผ่านศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) เพื่อให้เร่งจำแนกบัญชีของบุคคลธรรมดา และกลุ่มบัญชีซึ่งเกี่ยวข้องกับขบวนการอาชญากรรมออนไลน์

สำหรับการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเส้นทางการเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะมีข้อมูลทางการเงินตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ก็จะทำให้ทราบว่า บัญชีที่แจ้งมาเป็นบัญชีบุคคลทั่วไปหรือเป็นบัญชีม้าที่แอบอ้างแจ้งข้อมูลเพื่อหวังให้ธนาคารปลดล็อกวงเงินหรือไม่

โดยเท่าที่ได้รับรายงาน ทราบว่าขณะนี้มีผู้ได้รับผลกระทบแจ้งข้อมูลผ่านศูนย์ AOC ประมาณ 600-700 คน คาดว่าจะสามารถแก้ปัญหาของผู้แจ้งทั้งหมดได้ภายใน 24 ชั่วโมง ส่วนปัญหาที่ได้รับแจ้งว่า การให้บริการผ่านศูนย์ AOC ติดขัดเนื่องจากมีคู่สายไม่เพียงพอนั้น เบื้องต้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งแก้ปัญหา รวมถึงประสานเจ้าหน้าที่จากสถาบันการเงินเข้ามาช่วยตรวจสอบเพื่อให้กระบวนการรวดเร็วยิ่งขึ้น

ศ. พิเศษ วิศิษฏ์ยังระบุว่า ในวันนี้ที่ประชุมมีมติให้สร้างกลไกตรวจสอบเพื่อเพิกถอนการทำธุรกรรมผ่านบัญชีซึ่งถูกล็อกไว้ชั่วคราว สำหรับแยกบุคคลทั่วไปกับผู้ที่กระทำความผิดแล้วแอบอ้างเข้ามาในระบบ AOC

ศ.พิเศษ วิศิษฏ์ ยืนยันว่า การระงับธุรกรรมชั่วคราวลักษณะนี้เป็นคนละส่วนกับการอายัดบัญชีที่ตำรวจและ ปปง. ดำเนินการ พร้อมกำชับให้ผู้เสียหายประสานข้อมูลผ่านสายด่วน AOC โดยตรงเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มคอลเซ็นเตอร์อาศัยสถานการณ์ดังกล่าวสวมรอยอ้างเป็นเจ้าหน้าที่โทรหา เพราะศูนย์ฯ ไม่มีนโยบายโทรหาผู้เสียหายก่อน.

ดีอี ย้ำ! แค่ระงับธุรกรรมชั่วคราว ไม่ใช่อายัดบัญชี

ทำความเข้าใจเรื่องการระงับธุรกรรมชั่วคราว

จากข่าวที่เกิดขึ้น หลายคนอาจเกิดความสับสนระหว่างการระงับธุรกรรมชั่วคราวกับการอายัดบัญชี ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน การระงับธุรกรรมชั่วคราวเป็นมาตรการที่ใช้เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการถูกหลอกลวงจากกลุ่มมิจฉาชีพ โดยจะระงับเฉพาะวงเงินที่ต้องสงสัยเท่านั้น ไม่ใช่การระงับการทำธุรกรรมทั้งหมดของบัญชี

ใครที่ได้รับผลกระทบ? หากท่านได้รับผลกระทบจากการระงับธุรกรรมชั่วคราว สามารถติดต่อศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) ได้โดยตรง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขปัญหาให้ท่านอย่างรวดเร็ว

ข้อควรระวัง: โปรดระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจสวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่โทรหาท่าน โดยอ้างว่าจะช่วยเหลือในการปลดล็อกบัญชี อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวใด ๆ แก่บุคคลที่ไม่น่าไว้วางใจ

การระงับธุรกรรมชั่วคราวเป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อสู้กับอาชญากรรมออนไลน์ ช่วยปกป้องเหยื่อจากการสูญเสียเงิน

อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลข่าวสารให้รอบคอบก่อนที่จะเชื่อ และหากมีข้อสงสัยใด ๆ ควรติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคำแนะนำ

ที่มา – ดีอี ย้ำแค่ระงับธุรกรรมชั่วคราว ไม่ใช่อายัดบัญชี พร้อมปลดล็อกหากพิสูจน์ไม่ใช่บัญชีม้า

“อี้แทนคุณ-ต้นอ้อ” ร้อง ตร. ทบทวนอายัดบัญชี

อี้แทนคุณ จิตต์อิสระ พร้อมด้วย ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง นำผู้เสียหายร้องเรียนต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อขอให้ทบทวนมาตรการอายัดบัญชีธนาคารให้มีความละเอียดรอบคอบยิ่งขึ้น หรือพิจารณากำหนดวงเงินขั้นต่ำในการอายัดบัญชี เช่น พิจารณาอายัดบัญชีที่มียอดเงินเกินกว่า 50,000 บาทขึ้นไป

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม และต้นอ้อ ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง ได้นำประชาชนผู้ได้รับความเสียหายจากการถูกอายัดบัญชีธนาคารเข้าร้องเรียน โดยผู้เสียหายเหล่านี้ถูกอายัดบัญชีเนื่องจากมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับบัญชีม้า แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงหรือหลอกลวงใด ๆ ก็ตาม การอายัดบัญชีเป็นเวลานานถึง 7 เดือนโดยที่ยังไม่ได้รับการปลดล็อคได้สร้างความเดือดร้อนและความเสียหายอย่างมากต่อการทำธุรกรรมทางการเงินของพวกเขา

อี้แทนคุณและต้นอ้อ เป็นหนึ่ง ได้ยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยมีข้อเรียกร้องให้ทบทวนมาตรการอายัดบัญชีและจัดการกับบัญชีม้า โดยเสนอให้สนับสนุนการอายัดเฉพาะยอดเงินโอนที่เกี่ยวข้องกับบัญชีต้องสงสัยว่าเป็นบัญชีม้าเท่านั้น เพื่อแยกผู้บริสุทธิ์ที่ทำมาหากินสุจริตออกจากกระบวนการนี้ และป้องกันไม่ให้พวกเขาได้รับผลกระทบจากการอายัดบัญชี นอกจากนี้ยังเสนอให้เพิ่มความละเอียดในการตรวจสอบก่อนทำการอายัด หรือกำหนดวงเงินขั้นต่ำในการอายัด เช่น อายัดเฉพาะบัญชีที่มีเงินเกินกว่า 50,000 บาท เพื่อลดผลกระทบต่อผู้ที่มีรายได้น้อย

“อี้แทนคุณ-ต้นอ้อ” พาผู้เสียหายร้อง ตร.ขอทบทวนมาตรการอายัดบัญชี กำหนดวงเงินขั้นต่ำ

ผู้เสียหายหญิงรายหนึ่งซึ่งประกอบอาชีพร้านเสริมสวยเล่าว่า เมื่อ 7 เดือนก่อน เธอได้รับโอนเงินจากลูกค้าจำนวน 1,200 บาท แต่หลังจากนั้นบัญชีธนาคารของเธอกลับถูกอายัดเงินกว่า 100,000 บาท เธอทราบเรื่องเมื่อต้องการจะไปจ่ายค่าเทอมให้ลูก เมื่อสอบถามไปยังธนาคารจึงทราบว่าบัญชีถูกอายัดเนื่องจากมีส่วนเชื่อมโยงกับการรับเงินจากบัญชีม้า ซึ่งเธอได้ยืนยันว่าเธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ และได้ติดตามเรื่องมาตลอด 7 เดือน แต่ก็ยังไม่ได้รับการถอนอายัด ทำให้เธอได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก ไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ตามปกติ เธอต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและจ่ายค่าเทอมลูก

ผู้เสียหายหญิงอีกรายซึ่งเป็นไรเดอร์ให้ข้อมูลว่า เธอรับงานจากลูกค้าประจำ ซึ่งลูกค้าจะโอนเงินเข้าบัญชีของเธอเพื่อให้เธอถอนเงินสดไปจ่ายเป็นค่าสินค้าและบริการต่าง ๆ และมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เธอได้รับการโอนเงินจำนวน 100,000 บาท ซึ่งลูกค้าแจ้งว่าให้นำไปจ่ายเป็นค่าสินค้าและบริการตามปกติ ซึ่งตอนนั้นเธอไม่ได้คิดอะไร เพราะรับงานกันมาเป็นประจำและบางครั้งยอดโอนเงินก็มากกว่า 100,000 บาทด้วยซ้ำ จนกระทั่ง 4-5 เดือนหลังจากได้รับการโอนเงินครั้งนั้น บัญชีของเธอก็ถูกอายัด ทำให้เธอไม่สามารถใช้บัญชีธนาคารได้เลย

ข้อเสนอแนะเพื่อการทบทวนมาตรการอายัดบัญชีปัจจุบัน

จากกรณีที่เกิดขึ้น อี้แทนคุณและต้นอ้อได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรับปรุงมาตรการอายัดบัญชีให้มีความยุติธรรมและรอบคอบมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริสุทธิ์ต้องตกเป็นเหยื่อของกระบวนการทางกฎหมายที่ไม่สมเหตุสมผล การกำหนดวงเงินขั้นต่ำในการอายัด และการตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนทำการอายัด จะช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด และช่วยให้พวกเขาสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเรื่องร้องเรียนของผู้เสียหายและรับปากว่าจะนำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

การแก้ไขปัญหาบัญชีม้าและการอายัดบัญชีอย่างไม่เป็นธรรมเป็นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศ การทบทวนมาตรการ **“อี้แทนคุณ-ต้นอ้อ” พาผู้เสียหายร้อง ตร.ขอทบทวนมาตรการอายัดบัญชี กำหนดวงเงินขั้นต่ำ** จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกภาคส่วนควรให้ความสนใจ

ที่มา – “อี้แทนคุณ-ต้นอ้อ” พาผู้เสียหายร้อง ตร.ขอทบทวนมาตรการอายัดบัญชี กำหนดวงเงินขั้นต่ำ

ปลัดดีอี แจงปมระงับเส้นทางเงิน เร่งปลดล็อกแยกผู้บริสุทธิ์

ปลัดดีอี เผยบัญชีที่ถูกระงับการโอนเงินที่เป็นบัญชีของสุจริตชนมีไม่มากนัก จากจำนวนบัญชีต้องสงสัยว่าเกี่ยวพันแก๊งโจรออนไลน์ทั้งหมด พบบัญชีม้าปรับกลยุทธ์ ใช้งานบัญชีธนาคารเป็นทั้งบัญชีม้าที่รับโอนเงินผิดกฎหมายและใช้เป็นบัญชีซื้อสินค้าด้วย เพื่อให้เจาะจงได้ยากขึ้น

วันที่ 14 ก.ย. 68 นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวหลังเป็นประธานการประชุมเมื่อวันนี้ (14 ก.ย.) เกี่ยวกับการดำเนินมาตรการเพิกถอนการระงับบัญชีธนาคารชั่วคราวในบัญชีที่อาจมีความเกี่ยวข้องกับบัญชีม้าของมิจฉาชีพ ซึ่งเป็นผลมาจากการบังคับใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 ร่วมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.)

นายวิศิษฏ์ ระบุว่า จากการตรวจสอบพบบัญชีที่ถูกระงับการโอนเงิน ที่เป็นบัญชีของสุจริตชนมีไม่มากนัก จากจำนวนบัญชีที่ถูกตรวจสอบว่าอาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มอาชญากรทางเทคโนโลยีทั้งหมด ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้คือ พบว่าบัญชีม้าเริ่มปรับกลยุทธ์ โดยใช้งานบัญชีธนาคารเป็นทั้งบัญชีม้าที่รับโอนเงินผิดกฎหมาย และใช้เป็นบัญชีทั่วไปในการซื้อสินค้าด้วย เพื่อให้เจาะจงได้ยากขึ้น จึงทำให้อาจมีประชาชนทั่วไปเข้าไปเกี่ยวพันกับเส้นทางเงินที่โอนเข้ามาชำระค่าสินค้า

อย่างไรก็ตามเพื่อให้คนบริสุทธิ์ไม่ได้รับผลกระทบ ที่ประชุมได้กำหนดให้เร่งตรวจสอบบัญชีที่ถูกระงับวงเงินให้เร็วขึ้น โดยให้อำนาจศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) หรือ ศูนย์ AOC 1441 ปลดล็อกการระงับวงเงินจากบัญชีธนาคารของผู้สุจริตซึ่งถูกระงับชั่วคราวได้ ผ่านการดำเนินการ ดังนี้

  1. เส้นทางการเงิน รูปแบบทางการเงินของบัญชีว่ามีลักษณะเป็นการทำธุรกรรมปกติหรือไม่
  2. เจ้าของบัญชีมีรายชื่อเกี่ยวข้องกับการอายัดบัญชีของ ปปง. และตำรวจหรือไม่ โดยขณะนี้สามารถปลดล็อกไปแล้วเป็นจำนวนหนึ่งแล้ว หากประชาชนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย สามารถติดต่อ ศูนย์ AOC โทร. 1441 กด 2 เพื่อดำเนินการเพิกถอนการระงับและคืนสิทธิ์ตามขั้นตอนต่อไป

“โดยหลักการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งตรวจสอบให้เร็วขึ้น ถ้าพบว่าเป็นบัญชีของสุจริตชน ก็จะปลดล็อกการโอนเงินนั้น แต่ถ้าพบว่าเป็นบัญชีม้าหรือที่เกี่ยวพัน ก็จะต้องระงับเส้นทางเงินเอาไว้ เพราะกฎหมายต้องการระงับการโอนเงินเพื่อนำเงินไปคืนให้ผู้ถูกหลอกลวงโดยเร็วที่สุด”

“ภายใต้พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 กำหนดให้ธนาคาร มีหน้าที่ระงับการทำธุรกรรมทางการเงินเป็นการชั่วคราว โดยจะมีการระงับจำนวนเงินเฉพาะที่โอนออกไปจากบัญชีต้องสงสัยเท่านั้น ไม่ได้ระงับทั้งบัญชีแต่อย่างใด ซึ่งบัญชีธนาคารนั้น ยังคงสามารถทำธุรกรรมได้อยู่ตามปกติ ในส่วนของการอายัดบัญชี เป็นกรณีที่ตำรวจอายัดบัญชี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งจะต้องผ่านการพิสูจน์ทราบว่าเป็นบัญชีม้า ไม่ว่าจะเป็นระดับไหนก็ตาม”

โดยสำหรับบัญชีของประชาชนที่ถูกระงับชั่วคราว เมื่อมีคำสั่งจากศปอท.ให้ปลดล็อกแล้ว ธนาคารจะเป็นผู้แจ้งให้เจ้าของบัญชีได้รับทราบ โดยศูนย์ AOC จะทำหน้าที่รับเรื่องและประมวลผลข้อมูลเท่านั้น จะไม่ติดต่อกับประชาชนโดยตรง

ด้านนายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี ในฐานะหัวหน้าศูนย์ AOC 1441 เปิดเผยว่า AOC 1441 จะเร่งรัดขั้นตอนการตรวจสอบบัญชีธนาคารให้เร็วขึ้น โดยต้องมีหลักในการพิสูจน์ความเชื่อมโยงของบัญชีธนาคารกับกลุ่มอาชญากรทางเทคโนโลยีให้ชัดเจน หากพบไม่เกี่ยวข้องจึงจะปลดล็อกการโอนเงินให้ เพราะหลักการทำงานของ AOC คือการระงับและหยุดเส้นทางเงินของอาชญากรทางเทคโนโลยีให้เร็วที่สุด เพื่อนำเงินกลับไปคืนเจ้าของ.

ปลัดดีอี แจงปมระงับเส้นทางเงิน เร่งปลดล็อกแยกผู้บริสุทธิ์

จากกรณีที่มีประชาชนได้รับผลกระทบจากการระงับบัญชีธนาคารชั่วคราวเนื่องจากสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ออกมาแจงปมระงับเส้นทางเงิน เร่งปลดล็อกแยกผู้บริสุทธิ์ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด

ความคืบหน้าการปลดล็อกบัญชี

ทางกระทรวงดีอีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบบัญชีที่ถูกระงับอย่างรวดเร็ว หากพบว่าเป็นบัญชีของสุจริตชนก็จะปลดล็อกการระงับเส้นทางเงินทันที แต่หากพบว่าเกี่ยวข้องกับบัญชีม้าหรือการกระทำผิดกฎหมายก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

หากคุณเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระงับบัญชีและมั่นใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด สามารถติดต่อศูนย์ AOC 1441 กด 2 เพื่อดำเนินการเพิกถอนการระงับและขอคืนสิทธิ์ได้

การระงับเส้นทางเงินเป็นมาตรการที่จำเป็นในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ แต่ก็ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้บริสุทธิ์ หวังว่าการเร่งดำเนินการตรวจสอบและปลดล็อกบัญชีที่ไม่เกี่ยวข้องจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้

ที่มา – ปลัดดีอี แจงปมระงับเส้นทางเงิน ไม่ใช่อายัดบัญชี เร่งปลดล็อกแยกผู้บริสุทธิ์

ตำรวจไซเบอร์ขอความเข้าใจปมอายัดบัญชี เร่งแก้ปัญหา

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. วอนพี่น้องประชาชนเข้าใจมาตรการระงับบัญชีต้องสงสัย เพื่อไม่ให้เงินของสุจริตชนตกไปถึงมือของคนร้าย พร้อมยืนยันไม่นิ่งนอนใจ เร่งหารือสถาบันการเงินและหน่วยงานเกี่ยวข้อง แก้ปัญหา-ปรับแนวทาง-ปลดอายัดบัญชี เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนโดยเร็ว

จากกรณีที่มีประชาชนผู้บริสุทธิ์หลายคนเจอปัญหาถูก “อายัดบัญชี” ต้องสงสัยกระทำผิด – เอี่ยวบัญชีม้า จนได้รับความเดือดร้อนหนัก และการปลดอายัดล่าช้า ซึ่งทางธนาคารแห่งประเทศไทย จะออกมาชี้แจงว่าอยู่ระหว่างการแก้ไขปรับปรุงและสามารถโทรร้องเรียนได้ทันที โดยมีบางส่วนก็ยังไม่วางใจ ทยอยพากันถอน “เงินสด” ออกจากธนาคารเพราะหวั่นเกิดปัญหา

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 กันยายน 2568 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. เผยว่า ในมาตรการป้องกันอาชญากรรมออนไลน์ กำหนดระงับบัญชีต้องสงสัยชั่วคราวเพื่อตรวจสอบ โดยใช้แนวทางนี้มาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งสามารถช่วยปิดกั้นเงินผิดกฎหมายได้ ซึ่งต้องยอมรับว่า หลังจากที่มีมาตรการดังกล่าวทำให้คนร้ายนั้นปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีการเพื่อนำเงินที่หลอกลวงพี่น้องประชาชนออกจากระบบ

จากเดิมจะให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีม้าก่อนนำบัญชีม้ากระจายไปยังบัญชีทอดที่สองและสามและไปซื้อเงินสกุลดิจิทัล แต่ปัจจุบันพบว่าแทนที่จะซื้อคริปโตหรือสกุลเงินดิจิทัล กลับโอนซื้อสินค้ากับทางร้านค้าโดยตรง และให้ร้านค้าส่งสินค้าไปยังจุดที่คนร้ายได้เตรียมไว้ ก่อนนำสินค้าไปเล่นแร่แปรธาตุเป็นเงิน ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งในการฟอกเงิน และเริ่มกระจายมายังกลุ่มร้านค้ารายย่อย หรือแม้อย่างกรณีล่าสุดที่คนร้ายปรับวิธีการนำเงินออก คือจะโอนเงินเข้าบัญชีของเด็กและเยาวชน เป็นเงิน 1 แสนบาท จากนั้นจะโทรศัพท์ไปหาเด็ก ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชี พร้อมบอกว่าโอนผิด ให้โอนเงินกลับไปยังบัญชีม้าที่เตรียมไว้ ซึ่งนั่นก็ทำให้บัญชีของเด็กคนดังกล่าวก็ถูกอายัดไปด้วย

ซึ่งปัจจุบันทางตำรวจได้มีการปลดอายัดบัญชีของเด็กเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนไปแล้ว อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้นอยากให้พี่น้องประชาชนเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและสถาบันการเงินดำเนินการตามมาตรการเพื่อระงับยับยั้งไม่ให้เงินของสุจริตชนตกไปถึงมือของคนร้าย

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้การถูกระงับบัญชีอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ธนาคารจะระงับการทำธุรกรรมชั่วคราว หากบัญชีไปเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินของมิจฉาชีพ ซึ่งเมื่อก่อนการระงับบัญชีม้า ตาม พ.ร.ก. ม.7 จะใช้คนกรอกข้อมูลเลยทำให้มีงานค้างเยอะ ตอนนี้ธนาคารเริ่มใช้ระบบอัตโนมัติในการไล่เส้นเงินติดตามคนร้าย จึงทำให้คนที่เคยรับเงินผ่านการฟอกเงินของคนร้ายจะถูกระงับบัญชี บางคนเพิ่งโดนหลังจากรับเงินมานาน เพราะว่าผู้เสียหายเพิ่งรู้ตัวว่าโดนหลอกแล้วเพิ่งมาแจ้งความ

ด้วยเหตุนี้ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งอาจได้รับผลกระทบ ซึ่งตนได้ระดมเจ้าหน้าที่ประสานข้อมูลกับธนาคาร เพื่อตรวจสอบและแก้ไขให้เร็วขึ้น พร้อมเปิดช่องผ่านทางโทรศัพท์ในการรับแจ้งข้อมูลเพื่อตรวจสอบในระบบศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียนการอายัดบัญชี ซึ่งยืนยันว่าประชาชนสุจริตชนสามารถใช้บัญชีในการทำธุรกรรมซื้อขายได้ตามปกติ ทั้งนี้ต้องมั่นใจว่าได้รับเงินจากบัญชีของคู่ค้าโดยตรง และหากมียอดชำระสูง จะต้องตรวจสอบบัตรประชาชนกรณีร้านทอง ส่วนประชาชนรายใดโดนอายัดสามารถยืนยันตัวตนได้ที่ธนาคารของตัวเอง หรือสอบถามข้อมูลกระบวนการการขอยกเลิกการอายัด ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการอายัดบัญชีของ CCIB 095-425-7478 หรือ 1441

ผบช.ไซเบอร์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จากความกังวลของพี่น้องประชาชนที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ทาง บช.สอท. ไม่นิ่งนอนใจ ได้หารือกับสถาบันการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นที่เรียบร้อย และเห็นชอบร่วมกันเบื้องต้นว่า สำหรับในเรื่องนี้จะเร่งปรับแนวทางการอายัดบัญชีและกระบวนการปลดอายัด เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนสุจริตโดยเร็ว

ตำรวจไซเบอร์ วอนพี่น้องประชาชนเข้าใจปมอายัดบัญชี เร่งหารือสถาบันการเงิน แก้ปัญหา

ประเด็นเรื่อง ตำรวจไซเบอร์ วอนพี่น้องประชาชนเข้าใจปมอายัดบัญชี เร่งหารือสถาบันการเงิน แก้ปัญหา กลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์ หลายคนอาจจะยังสับสนว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไรกันแน่ ทำไมถึงมีการอายัดบัญชีเกิดขึ้นมากมาย และเราจะป้องกันตัวเองอย่างไรได้บ้าง วันนี้เราจะมาสรุปประเด็นสำคัญให้เข้าใจง่าย ๆ กันครับ

ทำไมถึงมีการอายัดบัญชี และเราต้องเข้าใจอะไรบ้าง?

การอายัดบัญชีในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากมาตรการป้องกันอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งทางตำรวจไซเบอร์และสถาบันการเงินได้ร่วมมือกันเพื่อระงับบัญชีที่ต้องสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย หรือเป็นบัญชีม้าที่ใช้ในการฟอกเงิน

ถึงแม้ว่ามาตรการนี้จะมีจุดประสงค์ที่ดีในการป้องกันทรัพย์สินของประชาชน แต่ก็มีประชาชนผู้บริสุทธิ์จำนวนไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบไปด้วย เนื่องจากบัญชีของตนเองถูกอายัดโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้ไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ตามปกติ

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. ได้กล่าวว่า ทางตำรวจไซเบอร์เข้าใจถึงความเดือดร้อนของประชาชน และกำลังเร่งหารือกับสถาบันการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับปรุงแนวทางการอายัดบัญชีและกระบวนการปลดอายัดให้รวดเร็วและเป็นธรรมยิ่งขึ้น

สิ่งสำคัญที่ประชาชนควรทราบคือ หากบัญชีของท่านถูกอายัด สามารถติดต่อธนาคารของท่านเพื่อขอทราบสาเหตุและยื่นเรื่องเพื่อขอปลดอายัดได้ โดยเตรียมเอกสารที่แสดงความบริสุทธิ์ เช่น หลักฐานการทำธุรกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือเอกสารยืนยันตัวตน

นอกจากนี้ ท่านยังสามารถติดต่อศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการอายัดบัญชีของ CCIB ได้ที่เบอร์ 095-425-7478 หรือ 1441 เพื่อขอคำแนะนำและ assistance เพิ่มเติม

ทางตำรวจไซเบอร์และสถาบันการเงินกำลังพยายามอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหา ตำรวจไซเบอร์ วอนพี่น้องประชาชนเข้าใจปมอายัดบัญชี เร่งหารือสถาบันการเงิน แก้ปัญหา ที่เกิดขึ้น และขอความร่วมมือจากประชาชนในการตรวจสอบข้อมูลและทำธุรกรรมทางการเงินอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลและทำธุรกรรมทางการเงินอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันตัวเองจากมิจฉาชีพ และหากพบความผิดปกติใด ๆ ให้รีบแจ้งธนาคารหรือตำรวจทันที

ที่มา – ตำรวจไซเบอร์ วอนพี่น้องประชาชนเข้าใจปมอายัดบัญชี เร่งหารือสถาบันการเงิน แก้ปัญหา

คนโดนอายัดบัญชีโวย! 1441 รอนาน ระบบห่วย

จากกรณีที่ประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากการถูกอายัดบัญชีโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้หลายคนต้องเผชิญกับปัญหาทางการเงินอย่างกะทันหัน เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ประเด็นนี้ได้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงความโปร่งใสและประสิทธิภาพของมาตรการดังกล่าว

ปัญหาหลักที่ผู้ถูกอายัดบัญชีส่วนใหญ่เผชิญคือความยากลำบากในการติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสอบถามข้อมูลและดำเนินการแก้ไข เพจเฟซบุ๊ก POLICETV ได้แนะนำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบติดต่อศูนย์ AOC 1441 กด 2 เพื่อสอบถามกระบวนการขอยกเลิกการอายัดบัญชี แต่ในความเป็นจริง หลายคนกลับพบว่าการโทรไปยังหมายเลขดังกล่าวไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นเลย

คนโดนอายัดบัญชี โวยโทรฯไป 1441 แล้ว รอสายเป็นชั่วโมง ซัดระบบไร้ประสิทธิภาพ

ผู้เสียหายหลายรายได้ออกมาแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับระบบการทำงานของศูนย์ AOC 1441 โดยระบุว่าต้องใช้เวลารอนานเป็นชั่วโมงกว่าจะสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ และเมื่อติดต่อได้แล้ว ก็มักจะไม่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจน หรือถูกโยนเรื่องไปมาระหว่างหน่วยงานต่างๆ ทำให้กระบวนการแก้ไขปัญหาล่าช้าและสร้างความสับสนให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดคำถามถึงประสิทธิภาพของมาตรการป้องกันอาชญากรรมออนไลน์ที่นำไปสู่การอายัดบัญชีจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีผู้บริสุทธิ์จำนวนไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว การที่ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลและกระบวนการแก้ไขปัญหาได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นต่อระบบลดลง

ผู้เสียหายรายหนึ่งได้เล่าว่า เธอต้องเสียเวลารอสายนานมาก เมื่อติดต่อได้ เจ้าหน้าที่กลับแนะนำให้ไปขอเอกสารจากธนาคาร แต่เมื่อติดต่อไปยังธนาคาร ธนาคารกลับแจ้งว่าไม่มีข้อมูลและให้รออย่างเดียว สถานการณ์เช่นนี้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกผลักภาระไปมาระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างแท้จริง

ความคับข้องใจของผู้ถูกอายัดบัญชีไม่ได้จบเพียงแค่การติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผลกระทบทางการเงินที่เกิดขึ้นจากการที่ไม่สามารถใช้เงินในบัญชีได้ หลายคนต้องประสบปัญหาในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน การชำระหนี้สิน และการดำเนินธุรกิจ การที่บัญชีถูกอายัดโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าหรือให้ข้อมูลที่ชัดเจน ทำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่สามารถเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทัน

ทางออกของปัญหานี้คืออะไร? หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งปรับปรุงระบบการทำงานของศูนย์ AOC 1441 ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดระยะเวลารอสาย และให้ข้อมูลที่ชัดเจนและถูกต้องแก่ประชาชน นอกจากนี้ ควรมีการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ให้เป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อไม่ให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบต้องถูกโยนเรื่องไปมา นอกจากนี้ การพิจารณามาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกอายัดบัญชีโดยไม่เป็นธรรมก็เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาอย่างจริงจัง

1441 โทรติดยาก ผู้ถูกอายัดบัญชีต้องทำอย่างไร?

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกอายัดบัญชีและกำลังเผชิญกับปัญหาในการติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นี่คือสิ่งที่คุณสามารถทำได้:

  • รวบรวมเอกสาร: เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางการเงินในบัญชีที่ถูกอายัด เช่น สลิปการโอนเงิน รายการเดินบัญชี เพื่อใช้ในการชี้แจงกับเจ้าหน้าที่
  • ติดต่อธนาคาร: ติดต่อธนาคารที่บัญชีของคุณถูกอายัดเพื่อสอบถามข้อมูลและขอเอกสารที่เกี่ยวข้อง
  • แจ้งความ: หากคุณเชื่อว่าการอายัดบัญชีของคุณไม่เป็นธรรม ให้แจ้งความกับตำรวจเพื่อดำเนินคดี
  • ปรึกษาทนายความ: หากคุณต้องการความช่วยเหลือทางกฎหมาย ให้ปรึกษาทนายความเพื่อขอคำแนะนำ

การแก้ไขปัญหาการถูกอายัดบัญชีอาจต้องใช้เวลาและความอดทน แต่การรวบรวมข้อมูล การติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้คุณสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ที่มา – คนโดนอายัดบัญชี โวยโทรฯไป 1441 แล้ว รอสายเป็นชั่วโมง ซัดระบบไร้ประสิทธิภาพ

แม่ค้าช้ำ! บัญชีถูกอายัด ยอด 1.6 แสน อ้างเงินบัญชีม้า

แม่ค้าทุเรียนสุดช้ำใจ โพสต์ระบายความเดือดร้อนหลังจากบัญชีถูกอายัดกว่า 1.6 แสนบาท เป็นเวลา 7 วันแล้ว โดยธนาคารให้เหตุผลว่ามีเงินจาก “บัญชีม้า” โอนเข้ามา งานนี้วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาทางออก เพราะหวั่นกระทบปากท้องผู้ค้าสุจริตอย่างแรง

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา มีกรณีที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากการโดนอายัดบัญชีธนาคาร เพราะถูกสงสัยว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับขบวนการบัญชีม้า ล่าสุดผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งเป็นแม่ค้าขายทุเรียน ได้ออกมาโพสต์ระบายความคับแค้นใจที่ตัวเองต้องตกเป็นเหยื่อในเรื่องนี้ โดยระบุว่า

“โดนจนได้ อาชีพค้าขายเสี่ยงที่สุด แม่ค้าเลือกลูกค้าไม่ได้ และที่สำคัญแม่ค้าไม่สามารถรู้ที่ไปที่มาของเงินลูกค้าได้ เราค้าขายบริสุทธิ์ ขายของแลกเงิน แต่กลับโดนอายัดบัญชี ธนาคารให้เหตุผลว่ามียอดเงินจากบัญชีม้าโอนเข้าบัญชีเรา (จึงต้องอายัดยอดไว้) ณ วันนี้ถูกอายัดเป็นเวลา 7 วันแล้ว ยังไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าจะโดนอายัดไปอีกนานแค่ไหน

ติดต่อธนาคาร ธนาคารแจ้งว่าตำรวจแจ้งให้อายัด และไม่มีช่องทางให้เราแสดงความบริสุทธิ์เลย ได้แค่รอ และรออย่างเดียว ยอดโดนอายัด 169,xxx อาจจะน้อยสำหรับธนาคารแต่มันมากสำหรับคนใช้หมุนนะคะ คำว่าฝากเงินไว้ธนาคารปลอดภัยสุด คำนี้ใช้ไม่ได้แล้ว เหนื่อยหาเงินไม่พอ ยังต้องมาเหนื่อยกับเงินที่หามาไว้อีก #ฝากไว้ให้เห็นใจประชาชนคนค้าขายด้วย”

ล่าสุดทีมข่าวได้พูดคุยกับ “แม่ค้าทุเรียน” ผู้เสียหาย โดยเธอได้ตั้งข้อสังเกตว่า ธนาคารควรแจ้งเตือนลูกค้าก่อนทำการอายัดบัญชี และควรมีช่องทางให้ลูกค้าได้ชี้แจง เพราะการทำธุรกิจค้าขายมีการโอนเงินจากลูกค้าหลายราย และไม่สามารถตรวจสอบที่มาของเงินลูกค้าทุกคนได้ อีกทั้งการอายัดยอดเงินจำนวนสูงเช่นนี้ ส่งผลกระทบต่อคนทำมาค้าขายเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ การติดต่อธนาคารเพื่อแก้ไขปัญหาใช้เวลานานและไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม ทำให้เสียเวลาทำมาหากิน และเธอยังได้ตั้งคำถามว่า “ถ้าคนที่เป็นบัญชีม้าจริงๆ โดนบ้างไหม” เพื่อสะท้อนให้เห็นว่ามาตรการที่ใช้ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด และกลับมาสร้างภาระให้กับประชาชนผู้สุจริตแทน

แม่ค้าสุดช้ำ! บัญชีถูกอายัด ยอด 1.6 แสน อ้างเงินบัญชีม้า

เรื่องราวนี้กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ หลายคนเห็นใจและเข้าใจถึงความยากลำบากของแม่ค้าที่ต้องมาเจอกับปัญหาแบบนี้ ทำให้เกิดคำถามถึงมาตรการการอายัดบัญชีของธนาคาร ว่ามีความรัดกุมและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายหรือไม่

ผลกระทบจากการถูกอายัดบัญชี

การที่บัญชีถูกอายัดนั้น ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการทำมาหากิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่ได้มีเงินทุนสำรองมากนัก การที่เงินทุนหมุนเวียนหายไป ทำให้ไม่สามารถซื้อสินค้ามาขาย หรือจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ทันเวลา อาจนำไปสู่การขาดสภาพคล่องและต้องหยุดกิจการในที่สุด

ยิ่งไปกว่านั้น การที่ต้องเสียเวลาไปกับการติดต่อธนาคารเพื่อแก้ไขปัญหา ยังเป็นการเพิ่มภาระให้กับผู้ประกอบการที่ต้องแบ่งเวลาจากการทำธุรกิจหลักมาจัดการเรื่องนี้ ทำให้เสียโอกาสในการสร้างรายได้ไปอีก

ข้อควรระวังสำหรับผู้ค้าขาย

สำหรับผู้ค้าขายที่รับเงินโอนจากลูกค้า ควรตรวจสอบข้อมูลของลูกค้าให้ละเอียดเท่าที่จะทำได้ หลีกเลี่ยงการรับโอนเงินจากบัญชีที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือบัญชีที่มีชื่อไม่ตรงกับผู้ซื้อ หากเป็นไปได้ ควรแจ้งให้ลูกค้าทราบว่าหากมีการโอนเงินจากบัญชีม้า อาจทำให้บัญชีของร้านค้าถูกอายัดได้ เพื่อให้ลูกค้าตระหนักถึงความสำคัญของการใช้บัญชีที่ถูกต้องตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ควรเก็บหลักฐานการซื้อขายและหลักฐานการโอนเงินไว้อย่างละเอียด เพื่อใช้ในการชี้แจงกับธนาคารหากเกิดปัญหาขึ้น

กรณีของแม่ค้าทุเรียนรายนี้เป็นอุทาหรณ์ที่แสดงให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่รอบคอบ และส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้สุจริต หวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา และหามาตรการที่เหมาะสมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

ที่มา – แม่ค้าสุดช้ำ บัญชีถูกอายัด ยอดกว่า 1.6 แสน ธนาคารอ้างมีเงินจาก “บัญชีม้า” โอนเข้า

ธปท. เร่งปรับแนวทาง “อายัดบัญชี” ลดผลกระทบ

จากกรณีปัญหาการอายัดบัญชีที่เกิดขึ้นกับประชาชนสุจริต ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมเร่งปรับปรุงแนวทาง เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยในวันพรุ่งนี้ (14 กันยายน 2568) จะมีการนัดหารือร่วมกับธนาคารต่างๆ และศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

นางสาวดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท. ได้ชี้แจงว่า ปัญหาการอายัดบัญชีที่เกิดขึ้นนั้น ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับบัญชีที่อยู่ในเส้นทางเงินที่รับโอนมาจากบัญชีม้า ซึ่งเป็นบัญชีที่ถูกใช้ในการกระทำความผิด

ที่ผ่านมา ศปอท. และธนาคารได้ร่วมมือกันยกระดับการจัดการบัญชีม้า โดยขยายขอบเขตการติดตามเส้นทางเงินให้กว้างขึ้น เพื่อให้สามารถกักเงินที่โยงกับบัญชีม้าและนำไปคืนให้กับผู้เสียหายได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมากขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ

จากความกังวลที่เกิดขึ้น ธปท. จึงได้หารือกับ ศปอท. และธนาคารต่างๆ และเห็นชอบร่วมกันเบื้องต้นว่าจะเร่งปรับแนวทาง “อายัดบัญชี” และกระบวนการปลดอายัด เพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนสุจริต โดยจะมีการหารือร่วมกันในวันพรุ่งนี้ และคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการตามแนวทางใหม่ได้ทันที

ธปท. เร่งปรับแนวทาง “อายัดบัญชี” ลดผลกระทบกับประชาชน

สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการอายัดบัญชีในช่วงที่ผ่านมา สามารถติดต่อเพื่อขอความช่วยเหลือในการยกเลิกการระงับบัญชีได้ โดยติดต่อผ่านศูนย์ AOC 1441 ต่อ 3

ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการอายัดบัญชีต้องทำอย่างไร?

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการอายัดบัญชี สิ่งสำคัญคือต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อแก้ไขสถานการณ์ ต่อไปนี้คือขั้นตอนที่คุณควรทำ:

  • ติดต่อธนาคารของคุณทันที: แจ้งให้ธนาคารของคุณทราบว่าบัญชีของคุณถูกอายัดและขอรายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุของการอายัด
  • รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้อง: เตรียมเอกสารที่แสดงหลักฐานว่าคุณเป็นเจ้าของบัญชีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดใดๆ
  • ติดต่อศูนย์ AOC 1441 ต่อ 3: ศูนย์ AOC 1441 ต่อ 3 เป็นหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการอายัดบัญชี
  • ปรึกษาทนายความ (ถ้าจำเป็น): หากคุณไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเอง การปรึกษาทนายความอาจเป็นทางเลือกที่ดี

การที่ ธปท. เร่งปรับแนวทาง “อายัดบัญชี” ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าจะมีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม ประชาชนก็ควรระมัดระวังและตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนทำธุรกรรมทางการเงินใดๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง

การปรับปรุงแนวทางการอายัดบัญชีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเชื่อมั่นในระบบการเงินของประเทศ การที่ ธปท. รับฟังความคิดเห็นของประชาชนและเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง เราหวังว่าการปรับปรุงแนวทางนี้จะช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนสุจริตและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการทางการเงินทุกคน

ที่มา – ธปท. นัดหารือพรุ่งนี้ เร่งปรับแนวทาง “อายัดบัญชี” ลดผลกระทบกับประชาชนสุจริต

Scroll to top