ข่าวไฟไหม้ล่าสุด

ดับเพิ่มอีกราย เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว รวมยอดเสียชีวิตล่าสุด 37 ศพ

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญโศกนาฏกรรมไฟไหม้สถานบันเทิงชื่อดังย่านลาดพร้าว เมื่อช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ล่าสุดมีรายงานข่าวเศร้าอีกครั้ง เมื่อดับเพิ่มอีกราย เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว รวมยอดเสียชีวิตล่าสุด 37 ศพ หลังจากที่ผู้บาดเจ็บหญิงรายหนึ่งเพิ่งเสียชีวิตลงเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ขณะพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลราชวิถี

ดับเพิ่มอีกราย เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว รวมยอดเสียชีวิตล่าสุด 37 ศพ

เหตุการณ์นี้ถือเป็นโศกนาฏกรรมที่สร้างความสูญเสียอย่างประเมินค่าไม่ได้ โดยผู้เสียชีวิตรายล่าสุดคือ น.ส.อรอนงค์ วัย 25 ปี ซึ่งเธอเป็นลูกค้าที่เข้ามารับบริการในวันเกิดเหตุและได้รับบาดเจ็บสาหัสจากไฟลวก จนต้องเข้ารับการรักษาตัวมาอย่างยาวนานกว่าสองสัปดาห์ ก่อนจะจากไปอย่างสงบ ท่ามกลางความเสียใจของครอบครัวและผู้ที่ติดตามข่าวสาร

ความคืบหน้าทางคดีและการรวบรวมพยานหลักฐาน

สำหรับประเด็นทางกฎหมายนั้น ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน ได้ดำเนินกระบวนการสืบสวนสอบสวนอย่างเร่งด่วน โดยมีการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องไปแล้วมากกว่า 150 ปาก เพื่อสรุปสำนวนคดีและเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของความประมาทและพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร โดยจากการรายงานล่าสุด ดับเพิ่มอีกราย เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว รวมยอดเสียชีวิตล่าสุด 37 ศพ ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยิ่งต้องเร่งทำงานเพื่อให้ความยุติธรรมแก่ผู้เสียชีวิตให้เร็วที่สุด

  • ความคืบหน้าสำนวนการสอบสวนคืบหน้าไปกว่า 70-80 เปอร์เซ็นต์แล้ว
  • เหลือเพียงการสอบปากคำเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวง และผู้เกี่ยวข้องอีกเพียง 6-7 ปาก
  • เจ้าของร้านยังคงอยู่ในระหว่างการรักษาตัวในห้องไอซียู ทำให้ยังไม่มีการแจ้งข้อหาอย่างเป็นทางการในขณะนี้

ในส่วนของภาคส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง กทม. ได้มีคำสั่งย้าย ผอ.เขตจตุจักร เพื่อให้การตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้มากที่สุด เนื่องจากเหตุการณ์นี้ได้สร้างบทเรียนที่สำคัญเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของสถานบันเทิงในเมืองใหญ่

เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียทุกท่าน เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ประกอบการสถานบันเทิงต้องหันมาให้ความสำคัญกับระบบความปลอดภัยอัคคีภัยอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้ซ้ำรอยเดิมอีก หวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะดำเนินการไปอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมที่สุดครับ

ที่มา – ดับเพิ่มอีกราย เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว รวมยอดเสียชีวิตล่าสุด 37 ศพ

แม่โพสต์เศร้า ไม่ต้องทนเจ็บปวดแล้ว ลูกสาวเสียชีวิต รายที่ 35 ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว

เชื่อว่าวินาทีนี้คงไม่มีใครไม่สะเทือนใจกับเหตุการณ์ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ที่ล่าสุดได้พรากชีวิตของผู้บริสุทธิ์ไปอีกหนึ่งคน ซึ่งส่งผลให้เหตุการณ์ แม่โพสต์เศร้า ไม่ต้องทนเจ็บปวดแล้ว ลูกสาวเสียชีวิต รายที่ 35 ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว กลายเป็นข่าวดังที่สร้างความเสียใจอย่างสุดซึ้งให้กับคนไทยทั้งประเทศ

แม่โพสต์เศร้า ไม่ต้องทนเจ็บปวดแล้ว ลูกสาวเสียชีวิต รายที่ 35 ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว

ผู้โชคร้ายในครั้งนี้คือนางสาวฐิติชญา ครุฑวิชิต หรือน้องอ๋อมแอ๋ม วัยเพียง 23 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์ แม่โพสต์เศร้า ไม่ต้องทนเจ็บปวดแล้ว ลูกสาวเสียชีวิต รายที่ 35 ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ทางครอบครัวได้พยายามดูแลรักษาอย่างเต็มที่ แต่ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง น้องจากไปอย่างสงบเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ความอาลัยหลังเหตุการณ์แม่โพสต์เศร้า ไม่ต้องทนเจ็บปวดแล้ว ลูกสาวเสียชีวิต รายที่ 35 ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว

ข้อความจากคุณแม่ของน้องอ๋อมแอ๋มที่ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่ติดตามข่าวเป็นอย่างมาก โดยคุณแม่ได้ระบุว่าลูกสาวไม่ต้องทนเจ็บทนปวดอีกต่อไปแล้ว พร้อมกล่าวคำลาด้วยความรักและภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้ตลอดระยะเวลา 23 ปีที่ผ่านมา ทางด้านสาขาวิชาการบริหารงานตำรวจ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ต้นสังกัดของน้อง ก็ได้ออกมาร่วมไว้อาลัยต่อการสูญเสียนักศึกษาอนาคตไกลไปอย่างน่าเสียดาย

  • ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย
  • เหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญเรื่องความปลอดภัย
  • สังคมควรยื่นมือให้กำลังใจครอบครัวผู้ประสบภัย

เหตุการณ์การเสียชีวิตรายที่ 35 นี้ ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือชีวิตคนที่มีความฝันและครอบครัวที่รอคอย ความสูญเสียในครั้งนี้ย้ำเตือนให้เราทุกคนตระหนักถึงความปลอดภัยในสถานที่สาธารณะ และหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้ซ้ำรอยอีก ขอให้น้องอ๋อมแอ๋มไปสู่สุคติในภพภูมิที่ดี และขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวครุฑวิชิตก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ครับ

ที่มา – แม่โพสต์เศร้า ไม่ต้องทนเจ็บปวดแล้ว ลูกสาวเสียชีวิต รายที่ 35 ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว

อัปเดตล่าสุด ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ตาย 34 ศพ อาการรุนแรง 13 ราย

เชื่อว่าเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ทุกคนกำลังเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดในเวลานี้ คงหนีไม่พ้นข่าว อัปเดตล่าสุด ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ตาย 34 ศพ อาการรุนแรง 13 ราย ซึ่งถือเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ใจกลางเขตจตุจักรที่สร้างความโศกเศร้าให้กับสังคมเป็นอย่างมากครับ วันนี้เราจะมาสรุปสถานการณ์และรายละเอียดสำคัญที่ทุกคนควรทราบจากรายงานทางการของสำนักงานเขตจตุจักรกันครับ

อัปเดตล่าสุด ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ตาย 34 ศพ อาการรุนแรง 13 ราย

จากข้อมูลล่าสุดที่มีการเผยแพร่ผ่านแฟนเพจสำนักงานเขตจตุจักร เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 เวลา 12.18 น. สถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ที่ร้านอาหาร “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” พบว่ามียอดผู้เสียชีวิตอย่างน่าสะเทือนใจจำนวน 34 ราย โดยเจ้าหน้าที่สามารถระบุอัตลักษณ์บุคคลได้ครบถ้วนแล้วทั้งหมด ซึ่งเหตุการณ์ อัปเดตล่าสุด ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ตาย 34 ศพ อาการรุนแรง 13 ราย ครั้งนี้ นับว่าเป็นบทเรียนราคาแพงในเรื่องของมาตรฐานความปลอดภัยในสถานบันเทิงที่ต้องกลับมาทบทวนกันอย่างจริงจัง

สรุปยอดผู้ได้รับบาดเจ็บและสถานการณ์ปัจจุบัน

สำหรับในส่วนของผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 70 ราย โดยทางทีมแพทย์ได้ทำการคัดแยกประเภทผู้ป่วยตามความรุนแรงของอาการ ดังนี้:

  • กลุ่มอาการสีแดง (อาการรุนแรง): พบผู้บาดเจ็บ 13 ราย ซึ่งยังคงต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิดในห้องฉุกเฉิน
  • กลุ่มอาการสีเหลือง (อาการปานกลาง): มีผู้บาดเจ็บจำนวน 9 ราย
  • กลุ่มอาการสีเขียว (อาการเล็กน้อย): มีจำนวน 48 ราย และขณะนี้ทั้งหมดได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับบ้านได้แล้ว

ในส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางสำนักงานเขตจตุจักรยังคงทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อบูรณาการความช่วยเหลือ ทั้งในด้านการเยียวยาผู้ประสบเหตุและการจัดการพื้นที่ เพื่อให้ความเป็นธรรมและดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึงที่สุดครับ

สำหรับครอบครัวหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ อัปเดตล่าสุด ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ตาย 34 ศพ อาการรุนแรง 13 ราย ในครั้งนี้ สามารถเดินทางไปยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือได้ที่ฝ่ายปกครอง ชั้น 2 สำนักงานเขตจตุจักร หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2513 9713 โดยเจ้าหน้าที่จะคอยประสานงานและอำนวยความสะดวกให้ตลอดเวลาทำการ

สุดท้ายนี้ ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียทุกท่านครับ เหตุการณ์นี้ย้ำเตือนให้เราเห็นถึงความสำคัญของระบบป้องกันอัคคีภัยในอาคารสาธารณะ หากคุณหรือคนรอบข้างพบเบาะแสหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับความปลอดภัยในสถานประกอบการ อย่าละเลยที่จะแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอยอีกครับ

ที่มา – อัปเดตล่าสุด ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ตาย 34 ศพ อาการรุนแรง 13 ราย

อัปเดตยอดผู้บาดเจ็บ ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว กลุ่มสีแดง 14 ราย

อัปเดตยอดผู้บาดเจ็บ ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว กลุ่มสีแดง 14 ราย

เหตุการณ์สะเทือนขวัญจากกรณี ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ถือเป็นโศกนาฏกรรมที่สร้างความโศกเศร้าให้กับคนในสังคมเป็นอย่างมาก ล่าสุดทางสำนักงานเขตจตุจักรได้ออกมาอัปเดตสถานการณ์ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียถึงยอดผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างเป็นทางการ โดยข้อมูล ณ เวลา 12.25 น. วันที่ 18 กรกฎาคม 2569 ยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวน 33 ราย ซึ่งทั้งหมดสามารถระบุอัตลักษณ์ได้ครบถ้วนแล้ว

สำหรับสถานการณ์ของผู้ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว นั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการคัดแยกกลุ่มอาการของผู้บาดเจ็บทั้งหมด 71 ราย ออกเป็นสีต่างๆ เพื่อการดูแลรักษาที่เหมาะสม ดังนี้:

รายละเอียดการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว

  • กลุ่มอาการสีแดง (อาการรุนแรง): 14 ราย
  • กลุ่มอาการสีเหลือง (อาการปานกลาง): 9 ราย
  • กลุ่มอาการสีเขียว (อาการเล็กน้อย): 48 ราย (ซึ่งทุกคนได้รับการรักษาและเดินทางกลับบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว)

ในขณะนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของสำนักงานเขตจตุจักร กู้ภัย และทางการแพทย์ กำลังร่วมมือกันอย่างเต็มกำลังเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงการจัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย หากญาติของผู้ประสบเหตุต้องการขอรับความช่วยเหลือ สามารถเดินทางไปยื่นคำร้องได้ที่ห้องโถงอเนกประสงค์ ชั้น 2 สำนักงานเขตจตุจักร หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านฝ่ายปกครองได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-513-9713

เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุการณ์ครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ที่ได้รับบาดเจ็บในกลุ่มสีแดงจะพ้นขีดอันตรายและได้รับความปลอดภัยโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ เหตุการณ์นี้ควรเป็นบทเรียนสำคัญให้สถานประกอบการต่างๆ กลับมาตรวจสอบระบบป้องกันอัคคีภัยภายในร้านให้ได้มาตรฐานและมีความพร้อมรับมือกับเหตุฉุกเฉินอยู่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้อีกในอนาคต

ที่มา – อัปเดตยอดผู้บาดเจ็บ “ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว” กลุ่มสีแดงอาการรุนแรง 14 ราย

กรมคุ้มครองสิทธิฯ แจงสาเหตุ ทำไมรัฐต้องเยียวยาผู้ประสบภัยไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญกรณีเหตุไฟไหม้ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ที่สร้างความสูญเสียอย่างมหาศาล ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน แน่นอนว่าเรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนในสังคม หลายคนเริ่มตั้งคำถามผ่านโซเชียลมีเดียว่า ทำไมหน่วยงานรัฐต้องนำเงินภาษีของพวกเราทุกคนไปใช้เยียวยาผู้ประสบภัยในครั้งนี้ วันนี้เรามาทำความเข้าใจกับประเด็น กรมคุ้มครองสิทธิฯ แจงสาเหตุ ทำไมรัฐต้องเยียวยาผู้ประสบภัยไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว กันให้ชัดเจนครับ

กรมคุ้มครองสิทธิฯ แจงสาเหตุ ทำไมรัฐต้องเยียวยาผู้ประสบภัยไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว

ทางกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาชี้แจงว่า การจ่ายเงินเยียวยาไม่ใช่การนำเงินภาษีไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ แต่เป็นไปตามหลักกฎหมายคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ 2 ประการ คือ ผู้กระทำผิดต้องรับโทษและชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง ส่วนรัฐมีหน้าที่ดูแลสวัสดิภาพของประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ได้รับผลกระทบจากอาชญากรรมหรือเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดคิด

เหตุผลทางกฎหมายที่รัฐต้องเข้ามาดูแล

การเคลื่อนไหวของรัฐในครั้งนี้เป็นไปตาม พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 ซึ่งหน่วยงานรัฐมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องเข้าช่วยเหลือเหยื่อที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดที่เกิดขึ้น ดังนั้น การที่ กรมคุ้มครองสิทธิฯ แจงสาเหตุ ทำไมรัฐต้องเยียวยาผู้ประสบภัยไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว จึงเป็นเรื่องของการรักษาสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยรายละเอียดการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นมีดังนี้:

  • กรณีเสียชีวิต: จ่ายค่าตอบแทนให้ทายาทโดยชอบธรรม รายละ 300,000 บาท
  • กรณีบาดเจ็บ: จ่ายค่ารักษาพยาบาลตามจริงไม่เกิน 80,000 บาท และค่าฟื้นฟูสมรรถภาพไม่เกิน 50,000 บาท
  • ค่าขาดรายได้: ช่วยเหลือตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่เกิน 1 ปี
  • กรณีสูญเสียอวัยวะหรือพิการ: จ่ายค่าตอบแทนเพิ่มเติมไม่เกิน 300,000 บาท

หลายคนอาจจะยังกังวลว่าเงินส่วนนี้มาจากไหน ต้องขอบอกว่านี่เป็นเงินกองทุนยุติธรรมที่จัดสรรไว้เพื่อช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤต ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่สร้างความอุ่นใจให้กับคนในสังคมว่าเมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้น รัฐจะยังคงยืนเคียงข้างผู้ที่ได้รับผลกระทบเสมอ

สำหรับครอบครัวผู้เสียหายหรือผู้ที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อไปได้ที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดในพื้นที่ หรือโทรสายด่วนยุติธรรม 1111 กด 77 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง การให้ความรู้ความเข้าใจเช่นนี้ช่วยลดความสับสนและทำให้เห็นถึงความจริงจังของรัฐบาลในการเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างเป็นธรรม ผมมองว่าไม่ว่าเหตุการณ์จะเกิดจากความประมาทหรือความผิดพลาดของใคร สิ่งสำคัญที่สุดคือการเยียวยาให้ผู้ที่สูญเสียสามารถกลับมาตั้งตัวได้และได้รับความเป็นธรรมอย่างเร็วที่สุดครับ

ที่มา – กรมคุ้มครองสิทธิฯ แจงสาเหตุ ทำไมรัฐต้องเยียวยาผู้ประสบภัยไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว

เจอไซยาไนด์ ในตัว ตร. เข้าไปช่วยคนที่โรงเบียร์ ตั้งสอบปล่อยร้านเปิดเกินเวลา

เจอไซยาไนด์ ในตัว ตร. เข้าไปช่วยคนที่โรงเบียร์ ตั้งสอบปล่อยร้านเปิดเกินเวลา

เหตุการณ์ไฟไหม้ที่โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว กำลังเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมากครับ โดยเฉพาะรายงานฉบับล่าสุดที่พบว่ามีสารพิษร้ายแรงปนเปื้อนอยู่ในร่างกายของผู้ประสบเหตุ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือคนเจ็บด้วย ซึ่งกลายเป็นเรื่องน่าตกใจเมื่อทางการยืนยันว่า เจอไซยาไนด์ ในตัว ตร. เข้าไปช่วยคนที่โรงเบียร์ ตั้งสอบปล่อยร้านเปิดเกินเวลา อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ความจริงเกี่ยวกับสารพิษในเหตุเพลิงไหม้

พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า จากการตรวจร่างกายผู้เสียชีวิต พบสารคาร์บอนมอนอกไซด์ (Co) และ ไฮโดรเจนไซยาไนด์ (HCN) ในปริมาณที่สูงมากในกระแสเลือด โดยสารทั้งสองชนิดนี้เมื่อรวมตัวกันจะทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจนเฉียบพลัน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที การที่พบว่า เจอไซยาไนด์ ในตัว ตร. เข้าไปช่วยคนที่โรงเบียร์ ตั้งสอบปล่อยร้านเปิดเกินเวลา นั้น ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าสภาพแวดล้อมภายในร้านขณะเกิดเหตุนั้นอันตรายเพียงใด โดยสันนิษฐานเบื้องต้นว่าสารเหล่านี้อาจเกิดจากการลุกไหม้ของโฟมตกแต่งภายในร้าน

  • สารคาร์บอนมอนอกไซด์: ขัดขวางการรับออกซิเจนของเม็ดเลือด
  • ไฮโดรเจนไซยาไนด์: ยับยั้งการหายใจระดับเซลล์
  • อัตราการเสียชีวิต: หากได้รับต่อเนื่องเกิน 4 นาที จะมีอันตรายถึงแก่ชีวิต

ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติงานนั้นถือเป็นเรื่องที่น่ายกย่องในความกล้าหาญ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นบทเรียนที่สำคัญเรื่องความปลอดภัยในการเข้าระงับเหตุเพลิงไหม้ในอาคารปิดทึบที่มีวัสดุไวไฟประเภทโฟมเป็นส่วนประกอบ

บทลงโทษและความรับผิดชอบที่ต้องตามมา

สำหรับประเด็นที่คณะกรรมาธิการ สส. ได้ตั้งคำถามถึงความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ในการปล่อยให้สถานบันเทิงหรือโรงเบียร์ดังกล่าวเปิดเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดนั้น ขณะนี้ทางกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว หากพบว่ามีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จริง ก็จะต้องดำเนินการตามระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด

เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าผลการสอบสวนเรื่อง เจอไซยาไนด์ ในตัว ตร. เข้าไปช่วยคนที่โรงเบียร์ ตั้งสอบปล่อยร้านเปิดเกินเวลา จะออกมาเป็นอย่างไร การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดและการตรวจสอบสถานประกอบการให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยถือเป็นเรื่องสำคัญสูงสุด เพื่อป้องกันไม่ให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก หวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นอุทธาหรณ์ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยสาธารณะมากกว่าการแสวงหาผลกำไรเพียงอย่างเดียวครับ

ที่มา – เจอไซยาไนด์ ในตัว ตร. เข้าไปช่วยคนที่โรงเบียร์ ตั้งสอบปล่อยร้านเปิดเกินเวลา

“เต้ มงคลกิตติ์” พา “หมวดนัท” ไหว้พระวัดสุทัศน์ ตั้งทีมทนายสู้ทุกคดี

“เต้ มงคลกิตติ์” พา “หมวดนัท” ไหว้พระวัดสุทัศน์ ตั้งทีมทนายสู้ทุกคดี

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามอง สำหรับกรณีที่ “เต้ มงคลกิตติ์” พา “หมวดนัท” ไหว้พระวัดสุทัศน์ ตั้งทีมทนายสู้ทุกคดี หลังจากที่หมวดนัทถูกแจ้งข้อกล่าวหาจากเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว งานนี้ทั้งคู่ได้เดินทางไปทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลและอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมประกาศชัดเจนว่าจะไม่ยอมแพ้และจะต่อสู้ตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ได้กล่าวถึงแรงจูงใจในการพาหมวดนัทมาทำบุญในครั้งนี้ว่า ตนเชื่อมั่นในความตั้งใจดีของหมวดนัทที่ต้องการช่วยเหลือสังคม การเผชิญกับอุปสรรคถือเป็นเรื่องปกติของผู้ที่ทำงานเพื่อส่วนรวม เปรียบเสมือนการออกทะเลที่ต้องเจอคลื่นลมแรง แต่ทว่าในแง่ของคดีความ ทางฝั่งคุณเต้ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้มีการจัดตั้งทีมทนายความมืออาชีพเพื่อดูแลและสู้คดีในทุกมิติ

เบื้องลึกการเคลื่อนไหวของ “เต้ มงคลกิตติ์” พา “หมวดนัท” ไหว้พระวัดสุทัศน์ ตั้งทีมทนายสู้ทุกคดี

นอกจากเรื่องของคดีความแล้ว กรณี “เต้ มงคลกิตติ์” พา “หมวดนัท” ไหว้พระวัดสุทัศน์ ตั้งทีมทนายสู้ทุกคดี ยังเป็นการสะท้อนถึงมุมมองทางการเมืองที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบสถานประกอบการที่จดทะเบียนผิดประเภท หรือสถานบันเทิงที่แอบแฝงตัว เพื่อหาผู้รับผิดชอบตัวจริงจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ นายมงคลกิตติ์ได้ฝากประเด็นสำคัญไว้ดังนี้:

  • เรียกร้องให้ตรวจสอบผู้อนุญาตให้เปิดสถานประกอบการที่ผิดกฎหมาย
  • ขอให้เปิดภาพกล้องวงจรปิดเพื่อความโปร่งใส
  • จี้ให้นักการเมืองและผู้มีอิทธิพลที่อาจเกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
  • เน้นย้ำถึงสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาที่ต้องได้รับความเป็นธรรมตามพยานหลักฐาน

ด้านหมวดนัทเองก็ได้ออกมาเปิดใจว่า เขารู้สึกสบายใจขึ้นหลังจากได้เข้ากราบพระและได้รับกำลังใจจากผู้ใหญ่ เขายืนยันว่าพร้อมรับผิดชอบหากตนเองกระทำผิดจริงตามกฎหมาย แต่หากไม่ได้ทำก็พร้อมใช้สิทธิในการชี้แจงข้อเท็จจริงตามกระบวนการ สิ่งที่เขาต้องการคือการทำงานการเมืองเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม

บทสรุปของเรื่องนี้คงต้องติดตามกันต่อไปว่า การสู้คดีด้วยทีมทนายชุดใหญ่ของนายมงคลกิตติ์จะส่งผลอย่างไร และทางภาครัฐจะมีการขยับตัวตรวจสอบผู้รับผิดชอบตัวจริงจากเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าวได้รวดเร็วเพียงใด ในฐานะประชาชนเราคงได้แต่หวังว่าความยุติธรรมจะเกิดขึ้นกับทุกฝ่าย และผู้ที่ทำผิดจริงจะต้องถูกนำตัวมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ที่มา – “เต้ มงคลกิตติ์” พา “หมวดนัท” ไหว้พระวัดสุทัศน์ ตั้งทีมทนายสู้ทุกคดี

แม่รับศพ ดิน นักร้องนำวงทศกัณฐ์ ฝากบอกลูกไม่ต้องห่วง

แม่รับศพ ดิน นักร้องนำวงทศกัณฐ์ ฝากบอกลูกไม่ต้องห่วง

เหตุการณ์ความสูญเสียครั้งใหญ่นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับแฟนเพลงและเพื่อนร่วมวงการเป็นอย่างมาก เมื่อนางจันสุดา ตันลา ได้เดินทางไปทำเรื่องรับศพลูกชายอันเป็นที่รัก นั่นคือ แม่รับศพ ดิน นักร้องนำวงทศกัณฐ์ ฝากบอกลูกไม่ต้องห่วง โดยคุณแม่เผยทั้งน้ำตาว่าถึงแม้จะเจ็บปวดกับการจากไป แต่ก็จะพยายามเข้มแข็งเพื่อลูกชายที่คอยดูแลครอบครัวมาตลอด

เปิดใจคุณแม่ในวันที่ต้องรับศพ ดิน นักร้องนำวงทศกัณฐ์ ฝากบอกลูกไม่ต้องห่วง

นับเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดของหัวอกคนเป็นแม่ เมื่อต้องมาปรากฏตัวที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำเอกสารมาติดต่อขอรับร่างไร้วิญญาณของลูกชายหลังจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ครั้งล่าสุด คุณแม่เล่าถึงวินาทีที่ทราบข่าวร้ายว่า ทีมแพทย์ได้พยายามช่วยเหลือลูกชายอย่างสุดกำลัง แม้ร่างกายจะได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการถูกเพลิงไหม้กว่า 80% และสูดดมควันพิษเข้าไปเป็นจำนวนมาก แต่ แม่รับศพ ดิน นักร้องนำวงทศกัณฐ์ ฝากบอกลูกไม่ต้องห่วง พ่อกับแม่จะสู้ต่อ

  • คุณแม่ขอบคุณทีมแพทย์โรงพยาบาลราชวิถีที่ยื้อชีวิตลูกชายอย่างเต็มที่
  • ดินเป็นลูกยอดกตัญญู วางแผนอนาคตเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวเสมอ
  • ครอบครัวเตรียมนำร่างไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่วัดสว่างภพ จ.ปทุมธานี

คุณแม่ยังได้ฝากข้อความถึง ‘ดิน’ ผ่านสื่อว่า ในเมื่อลูกได้ทำหน้าที่ของนักดนตรีอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว หลังจากนี้ขอให้เดินทางไปสู่ภพภูมิที่ดี ไม่ต้องห่วงทางบ้าน เพราะพ่อกับแม่จะดูแลตัวเองและพยายามใช้ชีวิตต่อไปให้ดีที่สุด นอกจากนี้คุณแม่ยังได้กล่าวถึงความรอบคอบของลูกชายที่มักจะสังเกตทางหนีไฟเสมอเวลาไปแสดงตามสถานบันเทิงต่างๆ เพราะได้รับบทเรียนจากอดีต แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้นก็เป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

ในประเด็นเรื่องการเยียวยา คุณแม่มองว่าเงินเยียวยา 10,000 บาทนั้นอาจดูไม่เหมาะสมเมื่อเทียบกับความสูญเสีย แต่ในขณะนี้ขอโฟกัสเรื่องการส่งดวงวิญญาณลูกชายเป็นหลักก่อน ความสูญเสียนี้ถือเป็นบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่เกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยในสถานบันเทิง หวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะพรากคนที่เรารักไปโดยไม่มีการป้องกันที่เพียงพอ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของน้องดินและครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างสุดซึ้ง

ที่มา – แม่รับศพ “ดิน” นักร้องนำวงทศกัณฐ์ ฝากบอกลูกไม่ต้องห่วง พ่อแม่จะพยายามเข้มแข็ง

อัปเดตล่าสุด ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ตาย 33 ศพ เจ็บสาหัส 14 ราย

อัปเดตล่าสุด ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ตาย 33 ศพ เจ็บสาหัส อาการรุนแรง 14 ราย

เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น กับกรณีเหตุการณ์การเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว ซึ่งสร้างความโศกเศร้าให้กับสังคมเป็นอย่างมาก ล่าสุดทางสำนักงานเขตจตุจักรได้ออกมาให้ข้อมูลที่เป็นทางการเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยระบุตัวเลขผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บอย่างชัดเจน เพื่อให้ญาติพี่น้องของผู้ประสบเหตุได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง

สรุปสถานการณ์ อัปเดตล่าสุด ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ตาย 33 ศพ เจ็บสาหัส อาการรุนแรง 14 ราย

จากข้อมูลของสำนักงานเขตจตุจักร ณ เวลา 10.00 น. วันที่ 16 ก.ค. รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้สูงถึง 33 ราย โดยเจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลได้ครบถ้วนแล้ว นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้บาดเจ็บอาการรุนแรงที่อยู่ในภาวะวิกฤตอีกจำนวนมาก ซึ่งทางทีมแพทย์กำลังให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยรายละเอียดของผู้ได้รับผลกระทบมีดังนี้:

  • ยอดผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมด: 33 ราย (ทราบชื่อและยืนยันตัวตนแล้วทั้งหมด)
  • กลุ่มผู้บาดเจ็บอาการสีแดง (อาการรุนแรง/วิกฤต): 14 ราย
  • กลุ่มผู้บาดเจ็บอาการสีเหลือง (อาการปานกลาง): 13 ราย
  • กลุ่มผู้บาดเจ็บอาการสีเขียว (อาการเล็กน้อย): 44 ราย (กลุ่มนี้ได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับบ้านได้แล้ว)

เป็นที่น่าเสียดายที่ในกลุ่มผู้บาดเจ็บอาการสีแดง มีรายงานเพิ่มเติมว่าเสียชีวิตเพิ่มอีก 6 ราย ทำให้ยอดรวมผู้สูญเสียขยับสูงขึ้นกว่าเดิม เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สร้างรอยร้าวใจให้กับครอบครัวผู้ประสบภัยทุกคน

หากพูดถึงภาพรวมของเหตุการณ์ อัปเดตล่าสุด ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ตาย 33 ศพ เจ็บสาหัส อาการรุนแรง 14 ราย ครั้งนี้ นับเป็นบทเรียนสำคัญของมาตรการความปลอดภัยในสถานบันเทิงและอาคารสถานที่ต่างๆ ที่ภาครัฐต้องเร่งตรวจสอบโครงสร้างและระบบป้องกันอัคคีภัยอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอยอีก

สำหรับครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งในเรื่องของทรัพย์สิน หรือการต้องการความช่วยเหลือเบื้องต้น สามารถไปติดต่อขอยื่นคำร้องได้ที่ห้องโถงอเนกประสงค์ ชั้น 2 สำนักงานเขตจตุจักร หรือโทรสอบถามได้ที่ ฝ่ายปกครอง สำนักงานเขตจตุจักร หมายเลข 0 2513 9713 โดยทางเจ้าหน้าที่พร้อมให้การอำนวยความสะดวกในทุกด้านอย่างเต็มที่

สุดท้ายนี้ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บทุกท่าน เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขสถิติ แต่เป็นเรื่องของชีวิตและความปลอดภัยที่เราทุกคนต้องตระหนักถึงความสำคัญให้มากยิ่งขึ้นครับ

ที่มา – อัปเดตล่าสุด ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ตาย 33 ศพ เจ็บสาหัส อาการรุนแรง 14 ราย

Scroll to top