คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

“ศุภมาส” เดินหน้า Lemon Law คุ้มครองคนซื้อของชำรุด

เชื่อว่าหลายคนเคยมีประสบการณ์ปวดหัวกับการซื้อสินค้ามาแล้วใช้งานไม่ได้ หรือซื้อของออนไลน์แล้วไม่เป็นไปตามปกที่โฆษณาไว้ ล่าสุดมีข่าวดีเมื่อนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเผยผลงานความคืบหน้าของ สคบ. ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ว่ามีการเร่งเดินหน้า Lemon Law คุ้มครองคนซื้อของชำรุด อย่างจริงจัง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศ

“ศุภมาส” เดินหน้า Lemon Law คุ้มครองคนซื้อของชำรุด โดยเร่งชดเชยผู้บริโภคแล้ว 22 ล้าน

ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา สคบ. ได้ดำเนินการช่วยเหลือผู้บริโภคไปแล้วกว่า 22.6 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นผลงานที่รวดเร็วและเห็นผลชัดเจน โดยการเดินหน้า Lemon Law คุ้มครองคนซื้อของชำรุด ครั้งนี้ ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะเข้ามาจัดการปัญหาเมื่อสินค้ามีปัญหาแต่ผู้ประกอบการไม่รับผิดชอบ ซึ่งร่างกฎหมายนี้ได้ผ่านวาระรับหลักการจากสภาเรียบร้อยแล้วและกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาในรายละเอียด

มาตรการป้องกันเชิงรุกเพื่อผู้บริโภคยุคใหม่

นอกจากเรื่องของกฎหมาย Lemon Law แล้ว รัฐบาลยังได้กำหนดมาตรการป้องกันระยะยาวอีก 3 เรื่องสำคัญเพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติ ได้แก่:

  • การประสานงานกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างชาติอย่างเข้มงวด
  • การกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับบ้านพักพูลวิลล่า โดยต้องผ่านการรับรองระบบไฟฟ้าจากวิศวกรและมีประกันภัยรองรับ
  • การแก้ไขกฎหมายอาหารให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ เพื่อระงับการกระจายสินค้าไม่ปลอดภัยได้อย่างทันท่วงที

อย่างไรก็ตาม ในวันที่เราซื้อของออนไลน์กันเป็นกิจวัตร การตรวจสอบข้อมูลก่อนโอนเงินยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ ควรเช็คฉลาก เลขที่จดแจ้ง และมาตรฐาน มอก. ทุกครั้ง หากพบปัญหาการถูกเอาเปรียบ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าไม่ตรงปกหรือได้รับสินค้าชำรุด อย่าปล่อยผ่านครับ สามารถแจ้งสายด่วน สคบ. 1166 หรือผ่านทางแอปพลิเคชัน OCPB Connect เพื่อรักษาสิทธิของตัวคุณเอง

ถือเป็นก้าวสำคัญที่รัฐบาลให้ความใส่ใจต่อสิทธิผู้บริโภคอย่างจริงจัง การที่เรามีเกราะป้องกันอย่างกฎหมายและหน่วยงานที่เข้มแข็ง จะช่วยให้สังคมการซื้อขายออนไลน์มีความโปร่งใสและปลอดภัยมากยิ่งขึ้นในอนาคต

ที่มา – “ศุภมาส” เดินหน้า Lemon Law คุ้มครองคนซื้อของชำรุด- 2 เดือน ชดเชยผู้บริโภคแล้ว 22 ล้าน

ศุภมาส ตรวจสวนน้ำ-สวนสนุก ยกระดับความปลอดภัย จัดการคนเอาเปรียบ

ศุภมาส ตรวจสวนน้ำ-สวนสนุก ยกระดับความปลอดภัย จัดการคนเอาเปรียบ

กลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับครอบครัวสายเที่ยว เมื่อคุณศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ลุยลงพื้นที่ตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยด้วยตัวเองที่สยามอะเมซิ่ง พาร์ค เพื่อเน้นย้ำถึงนโยบายในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในสวนน้ำและสวนสนุกทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นสถานที่สำคัญที่เด็กและเยาวชนไปใช้เวลาร่วมกัน การที่ ศุภมาส ตรวจสวนน้ำ-สวนสนุก ยกระดับความปลอดภัย จัดการคนเอาเปรียบ ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าภาครัฐเอาจริงกับการดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ไม่ให้ใครมาเอาเปรียบได้ง่ายๆ

มาตรการเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

ปัญหาเรื่องมาตรฐานเครื่องเล่น คุณภาพน้ำ และทางหนีไฟ เป็นเรื่องที่ไม่สามารถมองข้ามได้ การที่ ศุภมาส ตรวจสวนน้ำ-สวนสนุก ยกระดับความปลอดภัย จัดการคนเอาเปรียบ กำลังส่งสัญญาณไปถึงผู้ประกอบการทั่วประเทศว่าต้องมีการตรวจสอบโครงสร้างและวิศวกรผู้ดูแลอย่างจริงจังทุกปี นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการเอาเปรียบผู้บริโภคที่ทาง สคบ. ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยคุณศุภมาสได้สั่งเน้นย้ำในประเด็นต่างๆ ดังนี้:

  • การบังคับใช้กฎหมายกับสวนสนุกและสวนน้ำที่ไม่ได้มาตรฐาน
  • การคุ้มครองและเยียวยาผู้เสียหายอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม
  • การควบคุมโฆษณาเกินจริง และการซ่อนเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม
  • การบังคับติดตั้งเจ้าหน้าที่กู้ชีพและพนักงานดูแลเครื่องเล่นที่ผ่านการฝึกฝน

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่องข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม เช่น การติดป้ายว่า “ไม่รับผิดชอบอุบัติเหตุทุกกรณี” ซึ่งทางภาครัฐยืนยันชัดเจนว่าไม่มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย หากเกิดอุบัติเหตุจากความประมาทของผู้ประกอบการ ผู้บริโภคสามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้เต็มที่ครับ ศุภมาส ตรวจสวนน้ำ-สวนสนุก ยกระดับความปลอดภัย จัดการคนเอาเปรียบ ถือเป็นการขับเคลื่อนเชิงรุก 3 มิติที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวได้มากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

หากพี่น้องประชาชนพบเห็นการให้บริการที่ไม่เป็นธรรม หรือกังวลใจเกี่ยวกับมาตรฐานเครื่องเล่นในสถานที่ต่างๆ อย่าลังเลที่จะแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน สคบ. 1166 หรือแอปพลิเคชัน OCPB Connect ทันทีครับ การสร้างสังคมที่ปลอดภัยต้องอาศัยการร่วมมือของทุกคน ช่วยกันเป็นหูเป็นตาเพื่อให้เราได้ท่องเที่ยวอย่างมีความสุขและปลอดภัยที่สุดครับ

ที่มา – “ศุภมาส” ตรวจสวนน้ำ-สวนสนุก ยกระดับความปลอดภัย สั่งฟันผู้ประกอบการเอาเปรียบผู้บริโภค

“ศุภมาส” กำชับ จัดฉลากรถไฟฟ้าทุกยี่ห้อ

รถยนต์ไฟฟ้ากำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศไทย แต่ปัญหาที่ตามมาก็ไม่น้อย ล่าสุด “ศุภมาส” กำชับ ผู้นำเข้ารถไฟฟ้าทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ จัดทำฉลากสินค้า หรือ e-Book ให้ครบถ้วน เพื่อปกป้องผู้บริโภคจากความเดือดร้อนที่ร้องเรียนเข้ามากว่า 1,000 ราย ไม่ว่าจะเป็นรถชำรุด บริษัทปิดตัว หรือไม่มีอะไหล่ซ่อม แนวทางนี้จะช่วยให้ผู้ซื้อมีข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจ

“ศุภมาส” กำชับ ผู้นำเข้ารถไฟฟ้าทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ จัดทำฉลากสินค้า หรือ e-Book ให้ครบถ้วน

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล สคบ. เป็นประธานประชุมมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อยกระดับความเชื่อมั่นในการซื้อขายรถยนต์ไฟฟ้า ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล มีผู้เข้าร่วมจาก สคบ. สภาองค์กรของผู้บริโภค และผู้ประกอบการรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชน

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล สนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อพลังงานทางเลือก แต่ผู้บริโภคกลับเจอปัญหาใหญ่ 3 เรื่อง คือ รถชำรุดบกพร่อง บริษัทหรือศูนย์บริการปิดตัวไม่มีที่ซ่อม และราคาตกหลังซื้ออย่างรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้กระทบความปลอดภัย คุณภาพ และบริการหลังการขาย

สถิติร้องเรียนรถยนต์ไฟฟ้า พุ่งกว่า 1,300 ราย

จากรายงาน สคบ. ในปี 2567-2569 มีผู้บริโภคร้องเรียนเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า 556 ราย และสภาฯ อีก 792 ราย รวม 1,348 ราย แก้ไขยุติแล้ว 402 ราย (72.3%) ปัญหาหลัก 5 อันดับ ได้แก่

  • ความชำรุดบกพร่อง 47.3%
  • ไม่คืนเงินจอง 18.2%
  • ซื้อแล้วราคาปรับลง 14.7%
  • ไม่ส่งมอบของแถม 13.1%
  • อุบัติเหตุหรือซ่อมล่าช้า 2.9%

ปัญหาหลักแบ่งเป็น หลังการขาย 52% การซื้อขาย 33% และการส่งมอบ 15% ผู้บริโภคกังวลศูนย์ปิด 41.5% ชำรุด 20.7% รออะไหล่ 11.9% คืนรถไม่ได้ 6.6% สคบ. ดำเนินคดีเรียกค่าเสียหายกว่า 103.1 ล้านบาท

รถยนต์ไฟฟ้าเป็นสินค้าควบคุมฉลากตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ต้องแสดงข้อมูลครบถ้วนชัดเจน ฝ่าฝืนโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท

มาตรการเร่งด่วนจากที่ประชุม

ที่ประชุมมอบ สคบ. จัดทำ e-Book “ฉลากรถยนต์ไฟฟ้า” รวบรวมฉลากทุกรุ่นทุกยี่ห้อจากผู้ผลิตและผู้นำเข้า อธิบายสาระสำคัญ สิทธิผู้บริโภค และแนวทางตรวจสอบ เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ แอป และเพจ สคบ. พร้อมกำกับสัญญาจองมาตรฐาน เฝ้าระวังโฆษณา

ข้อเสนอจากสภาองค์กรผู้บริโภค ได้แก่

  • โฆษณาข้อมูลคุณภาพ สมรรถนะ การรับประกัน ข้อจำกัดชิ้นส่วนละเอียด
  • กำหนดกรอบเวลาซ่อมในสัญญา
  • กระจายศูนย์บริการทุก 150-200 กม.
  • สำรองอะไหล่เพียงพอ
  • ระบบเรียกคืนรถ (Recall) สำหรับความบกพร่องด้านความปลอดภัย
  • สิทธิซ่อม (Right to Repair) หลังหมดประกัน
  • ศูนย์ประสานร้องเรียนเฉพาะทาง ร่วม สคบ. – กรมการขนส่งทางบก

นางสาวศุภมาส ขอบคุณสภาฯ ที่สะท้อนเสียงประชาชน และฝากผู้ประกอบการดูแลลูกค้าเหมือนครอบครัว เร่งแก้ปัญหา รองรับอะไหล่ ครอบคลุมศูนย์บริการ กำหนดเวลาซ่อมชัดเจน จะติดตามใกล้ชิด

สำหรับผู้บริโภคที่คิดซื้อรถไฟฟ้า ขอให้ตรวจฉลาก เงื่อนไขประกัน ศูนย์บริการ อะไหล่ สัญญาจอง เก็บเอกสารทุกชิ้นเป็นหลักฐาน หากเดือดร้อนร้องเรียน สคบ. ได้ทันที

สรุปคือ “ศุภมาส” กำชับ ผู้นำเข้ารถไฟฟ้าทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ จัดทำฉลากสินค้า หรือ e-Book ให้ครบถ้วน จะช่วยเพิ่มความโปร่งใสและคุ้มครองผู้ซื้อได้ดีขึ้น ก่อนซื้อรถไฟฟ้าคันใหม่ อย่าลืมเช็กข้อมูลจาก e-Book สคบ. และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หากเจอปัญหา โทรสายด่วน สคบ. 1166 หรือใช้แอป OCPB Connect, เว็บ ocpb.go.th, แอป “ทางรัฐ” หรือศูนย์ดำรงธรรมท้องถิ่นทันที เพื่อสิทธิของคุณ!

ที่มา – “ศุภมาส” กำชับ ผู้นำเข้ารถไฟฟ้าทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ จัดทำฉลากสินค้า หรือ e-Book ให้ครบถ้วน

ศุภมาส สั่ง สคบ.ตรวจเข้มปลานิลทำปลากระป๋อง

ศุภมาส สั่ง สคบ.ตรวจเข้มปลานิลทำปลากระป๋อง กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาในสังคมไทย ล่าสุด น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกคำสั่งเด็ดขาดให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ทุกจังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีซ้ำรอยแบบนี้ขึ้นอีก

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากกรณีที่โรงงานผลิตปลากระป๋องนำปลานิลมาทำเป็นปลากระป๋อง แต่ไม่ตรงตามฉลากที่ระบุไว้ ทำให้ผู้บริโภครู้สึกถูกหลอกลวง แม้ผู้ประกอบการจะเคลียร์กันแล้ว แต่ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่ สคบ. ไม่ยอมปล่อยผ่าน น.ส.ศุภมาส เปิดเผยระหว่างให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 5 พ.ค. ว่า ได้สั่งการให้ สคบ. ทุกจังหวัดตรวจสอบไปจนถึงระดับโรงงานผลิต เพื่อหาว่าจะมีเคสแบบนี้อีกหรือไม่ และติดตามเรื่องร้องเรียนจากประชาชนอย่างใกล้ชิด

ศุภมาส สั่ง สคบ.ตรวจเข้มปลานิลทำปลากระป๋อง ป้องกันซ้ำรอย

นอกจากกรณีปลากระป๋องแล้ว ยังมีเคสน้ำดื่มราคาถูกผิดปกติที่ จ.นครราชสีมา ซึ่ง น.ส.ศุภมาส ฝากเตือนประชาชนทุกคน หากเจอสินค้าที่ราคาถูกเกินจริง เช่น น้ำดื่มขวดละ 2 บาท ให้สงสัยในคุณภาพทันที ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคหรือบริโภคอะไรก็ตาม ถ้าไม่ตรงปก สามารถแจ้ง สคบ. ได้เลย สคบ. จะลงพื้นที่ตรวจสอบทันที โดยมีเครือข่ายพันธมิตรอย่างกระทรวงสาธารณสุขและ อย. ร่วมมือกันผ่าน MOU เพื่อปราบปรามอย่างเด็ดขาด

การเอาเปรียบผู้บริโภคแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก นายกรัฐมนตรีได้กำชับรัฐมนตรีทุกคนให้ดูแลหน่วยงานของตนเอง โดยเฉพาะเรื่องปากท้องประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์ตะวันออกกลางที่อาจกระทบราคาสินค้า สคบ. จึงทำงานทั้งเชิงรับและเชิงรุก เช่น ลงพื้นที่ให้ความรู้ประชาชน ติดตามปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน

เคล็ดลับปกป้องตัวเองจากสินค้าปลอม หลังศุภมาส สั่ง สคบ.ตรวจเข้มปลานิลทำปลากระป๋อง

  • ตรวจสอบฉลากสินค้า: ดูวันผลิต วันหมดอายุ และส่วนผสมให้ชัดเจน
  • เปรียบเทียบราคา: ถ้าถูกเกินไป มักมีปัญหาเรื่องคุณภาพ
  • ซื้อจากร้านเชื่อถือได้: เลือกห้างสรรพสินค้าหรือผู้ขายที่มีรีวิวดี
  • แจ้งทันทีหากผิดปกติ: โทร สคบ. โฮตไลน์ 1166 หรือแจ้งออนไลน์
  • ติดตามข่าวสาร: จาก สคบ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กรณีนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการคุ้มครองผู้บริโภค สคบ. กำลังเร่งตรวจสอบโรงงานผลิตอาหารกระป๋องทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าทุกชิ้นตรงตามมาตรฐาน หากปล่อยไว้ อาจเกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้

ในยุคที่เศรษฐกิจผันผวน การปกป้องผู้บริโภคคือสิ่งสำคัญที่สุด สคบ. ไม่เพียงตรวจสอบ แต่ยังให้ความรู้เพื่อให้ประชาชนรู้จักสิทธิตัวเอง หากคุณเคยเจอสินค้าไม่ตรงปก อย่าปล่อยผ่าน แจ้งเลยวันนี้เพื่อป้องกันคนอื่น!

คำแนะนำสุดท้าย: เป็นผู้บริโภคฉลาด ตรวจสอบก่อนซื้อ ช่วยลดรายจ่ายและปกป้องสุขภาพตัวเองและครอบครัว

ที่มา – “ศุภมาส” สั่ง สคบ. ทุกจังหวัดลงพื้นที่ตรวจเข้มกันเคส “ปลานิลทำปลากระป๋อง” เหตุซ้ำรอย

Scroll to top