คดีชั้น 14

สส.เพื่อไทยให้กำลังใจ “อิ๊งค์” ทักษิณหนุนพรรคเข้มแข็ง

“แพทองธาร” เผย “ทักษิณ” ให้กำลังใจทำพรรคให้เข้มแข็ง ลั่นกลาง ต.ค. ได้ผู้สมัคร สส. 400 เขต ด้าน สส.เพื่อไทยให้กำลังใจหัวหน้าพรรค “ดนุพร” เผย ส่งเรื่อง คกก.จริยธรรมฟัน สส.งูเห่าโหวตสวนมติ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 9 กันยายน 2568 มีการประชุม สส.พรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม โดยมีตัวแทน สส. แต่ละภาค อาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน นายประยุทธ์ ศิริพาณิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ เป็นตัวแทนให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร ภายหลัง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องเข้าเรือนจำตามคำสั่งศาลฎีกา ขณะที่ น.ส.แพทองธาร ขอบคุณกำลังใจจาก สส.ทุกคน พร้อมบอกว่าก่อนเข้าเรือนจำ นายทักษิณ กำลังใจดี พอจะคาดเดาผลได้อยู่แล้ว พร้อมรับผลการตัดสินกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ข้อครหาหมดไป ให้พรรคเดินหน้าต่อไป นายทักษิณ ให้กำลังใจตน บอกให้กลับมานำทัพ ทำพรรคเพื่อไทยให้เข้มแข็ง

จากนั้นเวลา 16.10 น. นายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า น.ส.แพทองธาร มาเตรียมความพร้อมนับถอยหลังสู่การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือน โดยนำคำสั่งเก่าๆ เรื่องการตั้งกรรมการสรรหาผู้สมัคร กรรมการยุทธศาสตร์การหาเสียง นโยบายหาเสียงต่างๆ มาดู และนำตารางวันที่มาพิจารณาจะเข้าสู่การเลือกตั้งเมื่อใด วันนี้จึงเป็นการประกาศเดินหน้าสู่การเลือกตั้งอย่างเป็นทางการของพรรคเพื่อไทย เตรียมความพร้อมผู้สมัครให้ทันอย่างช้าสุดคือกลางเดือนตุลาคม 2568 จะได้ผู้สมัครครบ 400 เขต เขตใดหรือจังหวัดใดที่ได้ผู้สมัครเพิ่มเติมจาก สส.เก่า จะเดินหน้าทำงานทันที

ส่วนกรณี สส.งูเห่า โหวตสวนมติพรรคเพื่อไทยนั้น นายดนุพร ระบุว่า มีการพูดกันอย่างกว้างขวาง จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินัยและจริยธรรมพรรคพิจารณา เพราะมีความผิดชัดเจนในการโหวตขัดมติพรรค จะใช้เวลาพิจารณาเร็วที่สุดและมีคำตอบให้ประชาชน ขณะที่ประเด็นจะเก็บ สส.กลุ่มงูเห่าไว้ต่อไปหรือขับออกจากพรรคนั้น ให้คณะกรรมการจริยธรรมพรรคพิจารณา จะมีมาตรการลงโทษผู้ฝ่าฝืนแน่นอน

นายดนุพร กล่าวอีกว่า ในการประชุม สส. แกนนำพรรคทั้ง นายภูมิธรรม เวชยชัย, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง พูดให้กำลังใจหัวหน้าพรรคเรื่องคำตัดสินศาลเมื่อเช้านี้ หัวหน้าพรรคกำชับกับ สส.พรรคเพื่อไทยทุกคนในการประชุมสภาฯ วันที่ 10-11 กันยายน 2568 ที่มีกฎหมายสำคัญหลายฉบับที่ สส.พรรคเพื่อไทยเป็นผู้เสนอ ขอให้ สส. อยู่ร่วมเป็นองค์ประชุม รีบนำกฎหมายต่างๆ เหล่านี้ไปสู่ขั้นตอนต่อไปเร็วที่สุด หัวหน้าพรรคกำชับให้ทุกคนทำหน้าที่เข้มแข็ง เป็นฝ่ายค้านตัวจริงในสภาฯ

ทางด้านคำถามมั่นใจหรือไม่ว่า สส.เขตจะยังอยู่กับพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งต่อไป นายดนุพร ตอบว่า สส.เขตกว่า 110 คน พรรคไม่สามารถบังคับให้ใครลงในนามพรรคได้ หากยุบสภาฯ ก็ต้องเลือกตั้งใหม่ใน 45-60 วัน หากใครจะลงสมัครต่อหรือเปลี่ยนใจ ไปพรรคอื่น พรรคไม่ได้ปิดกั้น แต่วันนี้ น.ส.แพทองธาร แสดงความพร้อมประกาศว่าเราพร้อมเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง น.ส.แพทองธาร พร้อมเป็นกำลังสำคัญนำไปสู่การเลือกตั้ง คาดหวังว่าจะได้ สส.เยอะที่สุด แต่วันนี้ไกลเกินไปที่จะพูดถึงการเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล 2 ปี ไม่มีนโยบายที่ทำสำเร็จ จะใช้นโยบายใดหาเสียง นายดนุพร ตอบว่า นโยบายต่างๆ ที่ผ่านสภาฯ แล้ว เช่น นโยบายหวยเกษียณ หรือโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ต้องดูรัฐบาลใหม่จะทำต่อหรือไม่ หากนโยบายใดเป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่รัฐบาลปัจจุบัน ไม่ดำเนินการ เราก็จะนำกลับมาทำใหม่ ขอดูนโยบายเราที่ผ่านสภาฯ ว่านำไปปรับใช้ได้มากแค่ไหน.

สส.เพื่อไทยให้กำลังใจ “อิ๊งค์” เผย “ทักษิณ” ให้กำลังใจทำให้พรรคเข้มแข็ง

“ทักษิณ” ให้กำลังใจพรรคเพื่อไทยเข้มแข็ง

การที่ สส.เพื่อไทยให้กำลังใจ “อิ๊งค์” และ “ทักษิณ” ให้กำลังใจทำให้พรรคเข้มแข็ง เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความสามัคคีภายในพรรค แม้ว่าจะมีสถานการณ์ที่ท้าทายเกิดขึ้น การได้รับกำลังใจจากผู้นำและอดีตผู้นำจะช่วยให้สมาชิกพรรคมีความมุ่งมั่นและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ นอกจากนี้ การเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึงยังแสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นและความตั้งใจในการทำงานเพื่อประชาชน

การที่พรรคเพื่อไทยประกาศเดินหน้าสู่การเลือกตั้งและเตรียมความพร้อมผู้สมัคร สส. ให้ทันภายในกลางเดือนตุลาคม 2568 แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะกลับมาเป็นแกนนำในการบริหารประเทศอีกครั้ง การมีผู้สมัครที่พร้อมและมีความสามารถจะช่วยให้พรรคมีโอกาสในการได้รับการสนับสนุนจากประชาชนมากขึ้น

การพิจารณาเรื่อง สส.งูเห่าที่โหวตสวนมติพรรคเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเข้มงวดในเรื่องของวินัยและจริยธรรมของสมาชิกพรรค การมีมาตรการลงโทษผู้ฝ่าฝืนจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าพรรคมีความจริงจังในการรักษามาตรฐานและหลักการของพรรค

โดยสรุปแล้ว สถานการณ์ปัจจุบันของพรรคเพื่อไทยแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการเผชิญหน้ากับความท้าทายและความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประชาชน การได้รับกำลังใจจากผู้นำ การเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง และการรักษามาตรฐานทางวินัยและจริยธรรมของสมาชิกพรรค ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้พรรคประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งที่จะมาถึง และนำพรรคไปสู่ความเข้มแข็ง

ที่มา – สส.เพื่อไทยให้กำลังใจ “อิ๊งค์” เผย “ทักษิณ” ให้กำลังใจทำให้พรรคเข้มแข็ง

อิ๊งค์ไม่รู้ ทักษิณนั่งรถตู้ราชทัณฑ์ไปไหน?

“อิ๊งค์ แพทองธาร” ไม่รู้ “ทักษิณ ชินวัตร” นั่งรถตู้ราชทัณฑ์จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพไปไหน บอกขอเช็กก่อน เพิ่งออกจากห้องประชุม ผู้สื่อข่าวยันปลายทางเรือนจำกลางคลองเปรม ทำให้เกิดคำถามมากมายว่าจริงๆ แล้ว ทักษิณนั่งรถตู้ราชทัณฑ์ ไปที่ไหนกันแน่?

เมื่อเวลา 17.22 น. วันที่ 9 กันยายน 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางออกจากห้องประชุม สส. ที่ทำการพรรคเพื่อไทย โดยช่วงเวลาเดียวกัน นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บิดาของ น.ส.แพทองธาร ได้นั่งรถตู้ติดลูกกรงออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีรายงานว่าไปเรือนจำกลางคลองเปรม หรือไปทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่ง น.ส.แพทองธาร ตอบว่า “จริงๆ ก็ยังไม่ทราบ ขอไปเช็กก่อน เพราะเพิ่งออกจากห้องประชุม” ทำให้หลายคนสงสัยว่า อิ๊งค์ไม่รู้ ทักษิณนั่งรถตู้ราชทัณฑ์ไปไหน จริงหรือ?

ส่วนคำถามว่า นายทักษิณ ไปตรวจสุขภาพหรือไม่ เพราะตอนนั่งในรถออกไปได้ยกนิ้วโป้งให้สื่อมวลชนด้วย ซึ่ง น.ส.แพทองธาร ไม่ตอบคำถาม แต่อมยิ้มก่อนขึ้นรถไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่ารถที่ นายทักษิณ นั่งออกไปจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ไปยังเรือนจำกลางคลองเปรม โดยไม่ได้เลี้ยวเข้าทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เนื่องมาจากว่าเรือนจำกลางคลองเปรมถือเป็นเรือนจำความมั่นคงสูงสุด 1 ใน 5 แห่งของประเทศไทย ส่วนจะมีความคืบหน้าอย่างไรนั้น รอทางกรมราชทัณฑ์ชี้แจงอีกครั้ง.

อิ๊งค์ไม่รู้ ทักษิณนั่งรถตู้ราชทัณฑ์ไปไหน

การที่ น.ส.แพทองธาร ตอบคำถามสื่อมวลชนเช่นนั้น ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย หลายคนตั้งคำถามว่าเหตุใดเธอจึงไม่ทราบข้อมูลดังกล่าว ทั้งที่เป็นบุตรสาว และเป็นบุคคลใกล้ชิด

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับทักษิณ

สถานการณ์ของนายทักษิณ ชินวัตร ยังคงเป็นที่จับตามองของสังคมอย่างใกล้ชิด ข่าวการเดินทางด้วยรถตู้ราชทัณฑ์และการที่ น.ส.แพทองธาร อ้างว่าไม่ทราบจุดหมายปลายทาง ได้สร้างความสงสัยและความไม่แน่นอนให้กับประชาชน

  • การเดินทางของนายทักษิณ
  • จุดหมายปลายทางที่ไม่ชัดเจน
  • ท่าทีของ น.ส.แพทองธาร

ประเด็นนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงและต้องการความกระจ่างจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและชัดเจนเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

โดยสรุปแล้ว ข่าว อิ๊งค์ไม่รู้ ทักษิณนั่งรถตู้ราชทัณฑ์ไปไหน ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และรอการชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม จะแจ้งให้ทราบต่อไป

ที่มา – “อิ๊งค์” ไม่รู้ “ทักษิณ” นั่งรถตู้ราชทัณฑ์ไปไหน บอกเพิ่งออกจากห้องประชุม

เปิดขั้นตอนคุมขัง “ทักษิณ” ฝากเงินในคุกได้

หลังจากศาลฎีกามีคำสั่งให้บังคับโทษจำคุก 1 ปีกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการตามขั้นตอนในการรับตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กระบวนการดังกล่าวมีรายละเอียดที่น่าสนใจมากมาย ตั้งแต่การทำประวัติ การตรวจค้น ไปจนถึงการดูแลด้านสุขภาพและความปลอดภัย วันนี้เราจะมาเจาะลึก เปิดขั้นตอน ราชทัณฑ์คุมขัง “ทักษิณ” ฝากเงินใช้ซื้อของในคุกได้ไม่เกิน 15,000 บาท

เปิดขั้นตอน ราชทัณฑ์คุมขัง “ทักษิณ” ฝากเงินใช้ซื้อของในคุกได้ไม่เกิน 15,000 บาท

เมื่อนายทักษิณเดินทางถึงเรือนจำ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามระเบียบ เริ่มจากการจัดทำประวัติส่วนตัว ข้อมูลคดี ประวัติการรักษาพยาบาล และรายละเอียดเกี่ยวกับครอบครัว เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนดูแลที่เหมาะสม เนื่องจากนายทักษิณมีอายุ 76 ปี จึงถือเป็นผู้ต้องขังสูงอายุ ซึ่งมีขั้นตอนการดูแลเป็นพิเศษ

รายละเอียดขั้นตอนการคุมขังและฝากเงิน

การตรวจค้นและทรัพย์สิน: สิ่งของที่นำติดตัวมาจะถูกแยกเป็นสิ่งของต้องห้าม สิ่งของที่อนุญาต และสิ่งของที่ไม่ได้รับอนุญาต เงินสดจะถูกรับฝากไว้ และสามารถใช้ซื้อของใช้ส่วนตัวภายในเรือนจำได้ โดยมีข้อกำหนดให้เปิดขั้นตอน ราชทัณฑ์คุมขัง “ทักษิณ” ฝากเงินใช้ซื้อของในคุกได้ไม่เกิน 15,000 บาท

การดูแลสุขภาพ: มีการตรวจสุขภาพเบื้องต้นและคัดกรองโรค หากมีโรคประจำตัวหรือบาดแผล จะมีการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

การกักโรค: ผู้ต้องขังใหม่จะต้องกักโรคเป็นเวลา 5 วัน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

การจำแนกแดน: จะมีการพิจารณาว่าจะคุมขังผู้ต้องขังในแดนใด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการคุมขังร่วมกับคู่กรณี

สิทธิและหน้าที่: ผู้ต้องขังจะได้รับแจ้งข้อบังคับของเรือนจำ ระเบียบการปฏิบัติตัว สิทธิ หน้าที่ และประโยชน์ต่างๆ

  • การเยี่ยมญาติ: สามารถเยี่ยมได้หลังกักโรค โดยต้องเป็นญาติที่ระบุชื่อไว้ (10 รายชื่อ) และเปลี่ยนแปลงรายชื่อได้ทุก 30 วัน
  • การฝากเงิน: ญาติสามารถฝากเงินให้ผู้ต้องขังใช้จ่ายในเรือนจำได้

สิ่งของที่ไม่อนุญาต: เสื้อผ้า สิ่งของมีค่า เครื่องประดับ จะถูกเก็บรักษาไว้ และญาติต้องติดต่อขอรับคืน

การฝากเงินและการใช้จ่าย: ญาติสามารถฝากเงินเข้าบัญชีผู้ต้องขังได้ แต่มีวงเงินจำกัด เปิดขั้นตอน ราชทัณฑ์คุมขัง “ทักษิณ” ฝากเงินใช้ซื้อของในคุกได้ไม่เกิน 15,000 บาท เพื่อใช้ซื้อของใช้ส่วนตัวภายในเรือนจำ เช่น สบู่ ยาสีฟัน หรืออาหารเสริม

ข้อควรระวังและความปลอดภัย

กรมราชทัณฑ์ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ต้องขังเป็นอย่างมาก มีมาตรการป้องกันการทะเลาะวิวาท การกลั่นแกล้ง และการทำร้ายร่างกาย นอกจากนี้ ยังมีการดูแลสุขภาพจิตของผู้ต้องขัง เพื่อป้องกันการคิดสั้น

กระบวนการทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงความละเอียดและความใส่ใจของกรมราชทัณฑ์ในการดูแลผู้ต้องขังทุกราย ไม่ว่าจะเป็นผู้ต้องขังทั่วไปหรือผู้ต้องขังที่มีชื่อเสียง เพื่อให้การควบคุมและการแก้ไขฟื้นฟูเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

แม้ว่าการจำกัดวงเงินฝากจะไม่เกิน 15,000 บาท อาจดูเป็นจำนวนที่จำกัด แต่ก็เพียงพอต่อการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานของผู้ต้องขังภายในเรือนจำ และเป็นไปตามระเบียบที่กำหนดไว้สำหรับผู้ต้องขังทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

ที่มา – เปิดขั้นตอน ราชทัณฑ์คุมขัง “ทักษิณ” ฝากเงินใช้ซื้อของในคุกได้ไม่เกิน 15,000 บาท

อิ๊งค์ โพสต์รูปคู่ทักษิณ เขียนแคปชั่นสั้นๆ “พ่อ”

“แพทองธาร” เดินทางเข้าพรรค “เพื่อไทย” เพื่อร่วมประชุม สส. ประจำสัปดาห์ โดยไม่ได้ตอบคำถามสื่อมวลชน ได้แต่พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะโพสต์รูปภาพคู่กับ “ทักษิณ” ลงในอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมเขียนแคปชั่นสั้นๆ แต่มีความหมายลึกซึ้งว่า “พ่อ” สร้างความประทับใจให้กับผู้ติดตามเป็นอย่างมาก

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 เวลา 14.10 น. ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางมาถึงเพื่อเข้าร่วมการประชุม สส. ประจำสัปดาห์ น.ส.แพทองธาร มีสีหน้าสงบนิ่ง โดยมีรัฐมนตรีหลายท่าน อาทิ น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง, และนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง มารอต้อนรับ

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงบรรยากาศการประชุมในวันนี้ (9 ก.ย.) ว่าจะมีการให้กำลังใจ สส. พรรคเพื่อไทยอย่างไรบ้าง แต่ น.ส.แพทองธาร เพียงแต่พยักหน้าตอบรับกับสื่อมวลชนเท่านั้น ผู้สื่อข่าวยังได้สอบถามเพิ่มเติมว่าได้เดินทางไปส่งนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าเรือนจำหรือไม่ และกำลังใจของนายทักษิณเป็นอย่างไรบ้าง น.ส.แพทองธาร ก็ไม่ได้ตอบคำถามเช่นกัน ก่อนที่จะเดินขึ้นไปยังห้องประชุมทันที

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า การเดินทางมายังพรรคเพื่อไทยวันนี้ น.ส.แพทองธาร มาพร้อมกับ นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี

ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อเวลา 14.26 น. นางสาวแพทองธารได้โพสต์รูปภาพคู่กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งเขียนแคปชั่นน่ารักๆ ว่า “พ่อ” พร้อมติดแฮชแท็ก #9sep2025 ซึ่งเป็นช่วงเวลาภายหลังจากที่ศาลฎีกามีคำสั่งให้บังคับโทษจำคุก 1 ปี ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการรักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยให้เริ่มนับโทษใหม่จนกว่าจะครบ 1 ปี และให้นำตัวไปควบคุมยังเรือนจำทันที สังเกตได้ว่าชุดที่นางสาวแพทองธารสวมใส่ในวันนี้เป็นชุดเดียวกับที่ใส่เดินทางไปยังศาลฎีกา

อิ๊งค์ โพสต์รูปคู่ทักษิณ เขียนแคปชั่นสั้นๆ “พ่อ”

การกระทำของ น.ส.แพทองธาร ที่โพสต์รูปคู่ “ทักษิณ” เขียนแคปชั่นสั้นๆ “พ่อ” แสดงให้เห็นถึงความรักและความผูกพันในครอบครัว แม้ว่านายทักษิณจะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

ความหมายของการโพสต์รูปคู่ “ทักษิณ” เขียนแคปชั่นสั้นๆ “พ่อ”

การโพสต์รูปภาพดังกล่าวอาจมีความหมายหลายอย่าง นอกเหนือจากความรักใคร่ในครอบครัว อาจเป็นการส่งสัญญาณไปยังกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยว่า นายทักษิณยังคงเป็นที่รักและเคารพของครอบครัวชินวัตร และยังคงเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของพรรคเพื่อไทย

  • เป็นการแสดงความรักและความผูกพันในครอบครัว
  • เป็นการส่งกำลังใจให้นายทักษิณ
  • เป็นการสื่อสารกับกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย

อนึ่ง การไม่ตอบคำถามของสื่อมวลชนของ น.ส.แพทองธาร ขณะเดินทางเข้าประชุมพรรคเพื่อไทย อาจเป็นเพราะต้องการหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบต่อรูปคดี หรืออาจเป็นเพราะต้องการเก็บข้อมูลบางอย่างไว้เพื่อหารือภายในพรรคก่อนที่จะแถลงต่อสาธารณชน

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความไม่แน่นอน การเคลื่อนไหวของนักการเมืองและพรรคการเมืองต่างๆ จำเป็นต้องได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อทำความเข้าใจถึงทิศทางและอนาคตของประเทศไทย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัว และความผูกพันที่มีต่อบุคคลอันเป็นที่รัก แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก กำลังใจจากคนในครอบครัวก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เราก้าวผ่านอุปสรรคไปได้

ที่มา – “อิ๊งค์” โพสต์รูปคู่ “ทักษิณ” เขียนแคปชั่นสั้นๆ “พ่อ” ไม่ตอบสื่อขณะเข้าประชุมเพื่อไทย

“นายกฯ อนุทิน” เห็นใจ “ทักษิณ” กรณีโดนโทษ

“นายกฯ อนุทิน” เห็นใจ “ทักษิณ ชินวัตร” หลังศาลฎีกาการเมือง สั่งบังคับโทษจำคุก 1 ปี บอกเสียใจ คนเคยบริหารประเทศต้องมาเจอสภาพนี้

วันที่ 9 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่พรรคภูมิใจไทย ถึงกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งให้บังคับโทษจำคุก 1 ปี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยระบุสั้นๆ ว่า “ผมก็เสียใจ ผมก็เห็นใจท่าน คนระดับท่าน คนระดับนี้ที่บริหารประเทศมา เราก็ไม่อยากให้มาเจอกับสภาพเช่นนี้”

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี มีท่าทีเศร้าและหยุดนิ่งไปสักครู่เมื่อได้ยินผู้สื่อข่าวถามคำถาม และคล้ายพูดด้วยความลำบากใจระหว่างตอบคำถามกรณีมีคำสั่งให้บังคับโทษนายทักษิณ.

“นายกฯ อนุทิน” เห็นใจ “ทักษิณ” เสียใจคนเคยบริหารประเทศต้องมาเจอสภาพนี้

จากกรณีข่าวดังกล่าว ประเด็นที่น่าสนใจคือท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่แสดงความเห็นใจต่อคุณทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำลังเผชิญกับสถานการณ์ทางกฎหมายที่ยากลำบาก การแสดงออกถึงความเห็นใจนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของความสัมพันธ์ทางการเมือง และมิตรภาพส่วนตัวที่อาจมีอยู่ แม้จะมีความแตกต่างทางความคิดเห็นทางการเมือง

การที่ “นายกฯ อนุทิน” เห็นใจ “ทักษิณ” นั้น เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะทั้งสองท่านต่างก็เคยดำรงตำแหน่งสำคัญในการบริหารประเทศ และเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ร่วมกัน การที่อดีตผู้นำประเทศต้องมาเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ ย่อมเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะมีภูมิหลังทางการเมืองอย่างไรก็ตาม

ทำไมนายกฯ อนุทินถึงแสดงความเห็นใจ?

เหตุผลที่นายกรัฐมนตรีอนุทินแสดงความเห็นใจต่อคุณทักษิณ อาจมีหลายปัจจัยประกอบกัน ดังนี้:

  • ความเคารพในฐานะอดีตผู้นำ: คุณทักษิณเคยเป็นนายกรัฐมนตรีที่บริหารประเทศมาแล้ว การแสดงความเคารพต่ออดีตผู้นำถือเป็นสิ่งที่เหมาะสม
  • ความเข้าใจในความท้าทาย: การเป็นผู้นำประเทศต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย นายกฯ อนุทินอาจเข้าใจถึงแรงกดดันและความยากลำบากที่อดีตนายกฯ ทักษิณเคยเผชิญ
  • มิตรภาพส่วนตัว: แม้จะมีจุดยืนทางการเมืองที่แตกต่างกัน นายกฯ อนุทิน และคุณทักษิณ อาจมีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดีต่อกัน

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณทักษิณ ชินวัตร เป็นเครื่องเตือนใจว่าทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย และผลของการกระทำย่อมตามมาเสมอ อย่างไรก็ตาม การแสดงความเห็นใจและความเข้าใจต่อเพื่อนมนุษย์ เป็นสิ่งที่ควรกระทำไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร

การที่ “นายกฯ อนุทิน” เห็นใจ “ทักษิณ” สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์ที่ยังคงมีอยู่ในแวดวงการเมือง แม้ว่าการเมืองจะเป็นเรื่องของการแข่งขันและการต่อสู้เพื่ออำนาจ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องละทิ้งความเห็นอกเห็นใจและความเข้าใจซึ่งกันและกัน

การเมืองเป็นเรื่องของการบริหารจัดการผลประโยชน์ของชาติ และการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชน แต่ในขณะเดียวกันก็ควรให้ความสำคัญกับหลักการของความยุติธรรม และการเคารพสิทธิมนุษยชน การที่ “นายกฯ อนุทิน” เห็นใจ “ทักษิณ” เป็นการแสดงออกถึงความเห็นอกเห็นใจที่ควรมีในสังคม

ที่มา – “นายกฯ อนุทิน” เห็นใจ “ทักษิณ” เสียใจคนเคยบริหารประเทศต้องมาเจอสภาพนี้

สื่อนอกรายงาน: ทักษิณไม่รอดคดี ติดคุก 1 ปี

สื่อต่างประเทศหลายสำนักรายงานข่าวการตัดสินคดีชั้น 14 ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในวันนี้ โดยนายทักษิณต้องกลับเข้ารับโทษในเรือนจำใหม่ เป็นระยะเวลา 1 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศ ทั้งบีบีซี เอพี รอยเตอร์ส เดอะการ์เดียน แชนแนลนิวส์เอเชีย ต่างรายงานข่าวเกี่ยวกับคดีชั้น 14 ของทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย โดยศาลฎีกาฯ มีคำสั่งใจความสำคัญว่า การบังคับโทษไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทักษิณต้องกลับเข้ารับโทษในเรือนจำใหม่ เป็นระยะเวลา 1 ปี ก่อนนำตัวนายทักษิณเข้าเรือนจำในวันนี้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร 

คณะผู้พิพากษาระบุว่า ทักษิณมิได้มีอาการป่วยร้ายแรง และการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลไม่อาจนับเป็นระยะเวลาที่รับโทษแล้วได้ ทั้งยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ความรับผิดชอบไม่ได้อยู่ที่แพทย์เพียงฝ่ายเดียว โดยทักษิณจงใจยืดเวลาการพักรักษาตัวในโรงพยาบาลออกไปแทนการรับโทษในเรือนจำ ด้านนายทักษิณได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียหลังคำตัดสินศาลฎีกาออกมาโดยระบุว่า “แม้ว่าผมจะสูญเสียอิสรภาพทางร่างกาย แต่ผมยังมีอิสรภาพทางความคิดเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน” พร้อมยืนยันว่าจะรักษาความเข้มแข็งไว้เพื่อรับใช้สถาบันพระมหากษัตริย์ ประเทศไทย และประชาชนต่อไป

สื่อต่างชาติต่างรายงานว่า อดีตนายกรัฐมนตรีวัย 76 ปี ถูกตัดสินจำคุก 8 ปีในข้อหาทุจริตและใช้อำนาจในทางมิชอบ หลังเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อเดือนสิงหาคม 2566 ภายหลังใช้ชีวิตลี้ภัยในต่างประเทศมานานหลายปี แต่เขาไม่เคยต้องนอนในเรือนจำแม้แต่คืนเดียว เพราะอยู่ในคุกเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนถูกย้ายไปห้องพักพิเศษที่โรงพยาบาลตำรวจในกรุงเทพฯ โดยอ้างว่ามีอาการโรคหัวใจและเจ็บหน้าอก เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดความสงสัยและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างกว้างขวาง

สื่อรายงานว่าคดีชั้น 14 ทักษิณนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความปั่นป่วนทางการเมืองในประเทศไทย ก่อนหน้านี้ แพทองธาร ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังฮุน เซน ผู้นำกัมพูชา เปิดเผยการสนทนาทางโทรศัพท์กับเธอเกี่ยวกับข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเธอเรียกฮุน เซน ว่า “ลุง” ต่อมา ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าเธอทำผิดมาตรฐานจริยธรรม จึงถูกปลดออกจากตำแหน่ง

ขณะเดียวกัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้วรัฐสภาไทยได้ลงมติเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ถือเป็นนายกฯ คนที่ 3 ภายในเวลาเพียง 2 ปี.

สื่อนอกรายงานคดีชั้น 14 ทักษิณไม่รอดติดคุก 1 ปี

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีชั้น 14 ทักษิณ

คดีของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ยังคงเป็นที่จับตาของทั้งในและต่างประเทศ สื่อนอกหลายสำนักได้รายงานถึงความคืบหน้าและผลของการตัดสินคดีล่าสุดที่ส่งผลให้เขาต้องกลับเข้าเรือนจำอีกครั้ง

ความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เกิดขึ้นควบคู่ไปกับคดีนี้ยิ่งทำให้สถานการณ์มีความซับซ้อนและน่าติดตามมากยิ่งขึ้น การตัดสินใจของศาลและปฏิกิริยาของสังคมต่อเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด

การกลับเข้าเรือนจำของทักษิณ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางการเมืองที่อาจนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ที่คาดไม่ถึงในอนาคต การวิเคราะห์และการตีความของสื่อต่างประเทศเกี่ยวกับสถานการณ์นี้จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจและควรติดตาม

สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของกระบวนการยุติธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินการต่างๆ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หากการบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างเท่าเทียมและยุติธรรม สังคมก็จะสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

แน่นอนว่าเรื่องนี้ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป และการวิเคราะห์อย่างรอบด้านจะช่วยให้เข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ดีขึ้น

คดีนี้อาจเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักการเมืองและผู้มีอำนาจทุกคน ว่าการใช้อำนาจในทางที่ถูกต้องและโปร่งใสเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนและสร้างสังคมที่เป็นธรรม

ที่มา – สื่อนอกรายงานคดีชั้น 14 ทักษิณไม่รอดติดคุก 1 ปี

#ทักษิณชินวัตร ติดเทรนด์! ศาลสั่งจำคุก

แฮชแท็ก #ทักษิณชินวัตร กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์ หลังศาลฎีกามีคำสั่งให้บังคับโทษจำคุก 1 ปี ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ประเด็นนี้จุดประกายให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง และทำให้แฮชแท็กดังกล่าวพุ่งติดเทรนด์ในทวิตเตอร์ (X) อย่างรวดเร็ว

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำสั่งให้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ารับโทษจำคุก 1 ปี โดยให้เหตุผลว่าการรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจนั้นไม่เป็นไปตามกฎหมาย และไม่ถือว่าเป็นการบังคับโทษตามกระบวนการยุติธรรม

ต่อมาในเวลา 12.10 น. มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้นำตัวนายทักษิณขึ้นรถตู้ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อดำเนินการตามคำสั่งศาลฎีกาฯ และเริ่มกระบวนการรับโทษจำคุก 1 ปี

#ทักษิณชินวัตร และ #ศาลฎีกา ติดเทรนด์ทวิตเตอร์

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้สังคมออนไลน์ให้ความสนใจและพูดถึงประเด็นนี้อย่างมาก ส่งผลให้แฮชแท็ก #ทักษิณชินวัตร พุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับต้นๆ ของเทรนด์ในทวิตเตอร์ (X) เคียงคู่ไปกับแฮชแท็ก #ศาลฎีกา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสนใจของประชาชนต่อเรื่องนี้

ทำไม #ทักษิณชินวัตร ถึงติดเทรนด์?

การที่แฮชแท็ก #ทักษิณชินวัตร กลายเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของประชาชนต่อสถานการณ์ทางการเมือง และความเคลื่อนไหวของอดีตนายกรัฐมนตรีท่านนี้ ประเด็นการบังคับโทษจำคุก 1 ปี ได้กระตุ้นให้เกิดการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ทำให้เกิดการโต้เถียงและแลกเปลี่ยนข้อมูลในวงกว้าง

นอกจากนี้ การที่ศาลฎีกามีคำสั่งในลักษณะนี้ ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงกระบวนการยุติธรรม และความเท่าเทียมในการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีความสำคัญต่อสังคมโดยรวม

การที่เรื่องราวของ #ทักษิณชินวัตร กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง ยังแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลและความสำคัญของอดีตนายกรัฐมนตรีท่านนี้ ที่ยังคงมีต่อการเมืองไทย แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแล้วก็ตาม

ปรากฏการณ์ #ทักษิณชินวัตร ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าประเด็นทางการเมืองยังคงเป็นสิ่งที่ประชาชนให้ความสนใจ และพร้อมที่จะแสดงความคิดเห็นและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด การเกิดขึ้นของแฮชแท็กที่ติดเทรนด์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการแสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิดของสังคมที่มีต่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น

ดังนั้น การติดตามข่าวสารและทำความเข้าใจในประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์และตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล และมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคมที่ดีขึ้นต่อไป

ที่มา – แฮชแท็ก #ทักษิณชินวัตร พุ่งติดเทรนด์ หลังศาลฎีกาฯ สั่งบังคับโทษจำคุก 1 ปี

รถตู้นำตัวทักษิณถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เริ่มกระบวนการ

รถตู้นำตัว ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แล้ว และกำลังเข้าสู่กระบวนการแรกรับตามขั้นตอนของกรมราชทัณฑ์ ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนและประชาชนที่ติดตามข่าวนี้อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้รายงานบรรยากาศบริเวณด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร หลังจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำสั่งให้บังคับโทษจำคุก 1 ปี กับนายทักษิณ ชินวัตร เนื่องจากเห็นว่าการเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจก่อนหน้านี้ไม่ถูกต้องตามกฎหมายและไม่นับเป็นการบังคับโทษ

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้นำตัวนายทักษิณขึ้นรถตู้เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หมายเลขทะเบียน 1 นง 7412 กทม. เพื่อนำตัวไปรับโทษตามคำสั่งศาลฎีกาฯ โดยมีรายงานว่า รถตู้นำตัว ทักษิณ ชินวัตร เดินทางมาถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในช่วงสายของวันนี้

รถตู้นำตัว ทักษิณ ชินวัตร ถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แล้ว

ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถตู้นำตัว ทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางมาถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เมื่อเวลา 11.54 น. โดยขั้นตอนต่อไปจะเป็นไปตามกระบวนการของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งรวมถึงการตรวจสุขภาพ การทำประวัติ และการดำเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับตัวนักโทษใหม่

สิ่งที่น่าสนใจคือขั้นตอนการดำเนินการหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร นายทักษิณจะได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับนักโทษทั่วไปหรือไม่ และจะมีมาตรการดูแลเป็นพิเศษหรือไม่ ทางกรมราชทัณฑ์ยังไม่ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนนี้

ขั้นตอนหลัง รถตู้นำตัว ทักษิณ ชินวัตร ถึงเรือนจำ

หลังจากที่ รถตู้นำตัว ทักษิณ ชินวัตร เดินทางถึงเรือนจำ ขั้นตอนต่างๆ ที่จะดำเนินการมีดังนี้:

  • การตรวจร่างกายเบื้องต้น: เพื่อประเมินสุขภาพทั่วไปและตรวจหาโรคติดต่อ
  • การทำประวัติ: บันทึกข้อมูลส่วนตัว ประวัติคดี และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • การสัมภาษณ์: พูดคุยกับนักโทษใหม่เพื่อทำความเข้าใจสภาพจิตใจและความต้องการ
  • การจัดประเภทนักโทษ: พิจารณาประเภทของนักโทษเพื่อจัดให้อยู่ในแดนที่เหมาะสม

ทั้งนี้ การปฏิบัติต่อนักโทษทุกรายเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของกรมราชทัณฑ์ โดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนและความปลอดภัยของผู้ต้องขัง

คดีของนายทักษิณ ชินวัตร ถือเป็นคดีที่มีความซับซ้อนและได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก การบังคับโทษจำคุกในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของการเมืองไทยที่ต้องจับตามองกันต่อไป

แน่นอนว่าการที่ รถตู้นำตัว ทักษิณ ชินวัตร เดินทางถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการยุติธรรม และยังมีอีกหลายแง่มุมที่สังคมยังคงต้องการคำตอบและติดตามอย่างใกล้ชิด

ที่มา – รถตู้นำตัว “ทักษิณ ชินวัตร” ถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แล้ว เข้าสู่กระบวนการแรกรับ

Scroll to top