คดีนายก

ทำเนียบฯ เตรียมโถง “แพทองธาร” แถลงหลังศาลตัดสิน

ทำเนียบรัฐบาลเตรียมพื้นที่โถงกลางบนตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อให้ “แพทองธาร ชินวัตร” แถลงหลังศาลตัดสิน พร้อมจัดห้องม่วงให้รัฐมนตรีร่วมเกาะติดการถ่ายทอดสด

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งจะเดินทางเข้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 14.00 น. เพื่อติดตามการถ่ายทอดสดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณี สว. 36 คน เข้าชื่อยื่นเรื่องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรค 3 ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 106 (4) และ (5) หรือไม่ เนื่องจากไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร และ สมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยในเวลา 15.00 น.

สถานการณ์ทางการเมืองกำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อศาลรัฐธรรมนูญเข้ามามีบทบาทในการตัดสินประเด็นสำคัญต่างๆ การที่ทำเนียบรัฐบาลเตรียมความพร้อมสำหรับการแถลงข่าวของ “แพทองธาร ชินวัตร” แถลงหลังศาลตัดสิน แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตัดสินครั้งนี้ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อรัฐบาลและสถานการณ์ทางการเมืองโดยรวม

การที่รัฐมนตรีหลายท่านจะเข้าร่วมรับฟังการถ่ายทอดสดคำวินิจฉัยด้วย แสดงให้เห็นถึงความกังวลและความสนใจอย่างใกล้ชิดของรัฐบาลต่อเรื่องนี้ การที่ น.ส.แพทองธาร จะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนทันทีหลังจากศาลอ่านคำวินิจฉัยเสร็จสิ้น เป็นสิ่งบ่งชี้ว่ารัฐบาลต้องการที่จะสื่อสารข้อเท็จจริงและตอบข้อสงสัยของประชาชนอย่างรวดเร็วและโปร่งใส

ทำเนียบฯ เตรียมโถงกลางบนตึกไทยคู่ฟ้า “แพทองธาร” เตรียมแถลงหลังศาลตัดสิน

การเตรียมการของทำเนียบรัฐบาลในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดเตรียมสถานที่สำหรับการแถลงข่าวเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังทุกฝ่ายว่ารัฐบาลพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับผลของการตัดสิน ไม่ว่าผลจะออกมาในทิศทางใดก็ตาม การที่ น.ส.แพทองธาร จะเดินทางไปยังที่ทำการพรรคเพื่อไทยเพื่อพบปะกับ สส. และแฟนคลับ เป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีและความเข้มแข็งของพรรค

สิ่งที่น่าสนใจคือ การที่แฟนคลับจำนวนมากเดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร แสดงให้เห็นถึงฐานเสียงและความนิยมที่ยังคงแข็งแกร่ง การสนับสนุนจากประชาชนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการดำรงอยู่ของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ

ความสำคัญของการแถลงข่าวของ “แพทองธาร” หลังศาลตัดสิน

การแถลงข่าวของ “แพทองธาร ชินวัตร” แถลงหลังศาลตัดสิน มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้กับประชาชน รัฐบาลจะต้องสื่อสารข้อเท็จจริงอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา เพื่อป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนหรือข่าวลือต่างๆ นอกจากนี้ รัฐบาลยังต้องแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและความพร้อมที่จะดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย หากผลการตัดสินเป็นไปในทิศทางที่ไม่เป็นคุณต่อรัฐบาล

  • การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
  • การเตรียมพร้อมสำหรับการแถลงข่าว
  • การรักษาความสามัคคีภายในพรรค
  • การสื่อสารกับประชาชนอย่างโปร่งใส

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การเมืองไทยยังคงมีความไม่แน่นอนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ส่งผลกระทบต่ออนาคตทางการเมืองของประเทศไทย ทุกฝ่ายจึงควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น

โดยรวมแล้ว สิ่งที่ทำเนียบรัฐบาลกำลังทำอยู่นี้ เป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นหลังการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ สะท้อนให้เห็นถึงความตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องนี้ และความพยายามที่จะควบคุมสถานการณ์ให้ได้มากที่สุด การแถลงข่าวของ “แพทองธาร ชินวัตร” แถลงหลังศาลตัดสิน จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารข้อเท็จจริงและสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน

ที่มา – ทำเนียบฯ เตรียมโถงกลางบนตึกไทยคู่ฟ้า “แพทองธาร” เตรียมแถลงหลังศาลตัดสิน

มวลชนเสื้อแดงให้กำลังใจ “อิ๊งค์” เพื่อไทย เกาะติดผลศาล รธน.

พรรคเพื่อไทย เตรียมจอทีวีเกาะติดลุ้นผลวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ปมคลิปเสียง “นายกฯ อิ๊งค์ – ฮุน เซน” พบมวลชนทยอยเดินทางมารอให้กำลังใจ พร้อมใส่เสื้อแดงสกรีนข้อความ-รูป “แพทองธาร”

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากที่ทำการพรรคเพื่อไทย พบว่าเริ่มมีกลุ่มมวลชนผู้สนับสนุนและแฟนคลับพรรคเพื่อไทยเดินทางเข้ามา โดยพร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีแดงสกรีนข้อความให้กำลังใจและรูปของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งวันนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยความเป็นนายกรัฐมนตรีจะสิ้นสุดลงหรือไม่ ปมคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา

สถานการณ์ล่าสุดที่พรรคเพื่อไทย เต็มไปด้วยความคึกคัก มวลชนสวมเสื้อแดงให้กำลังใจ “อิ๊งค์” เพื่อไทย ต่างจับจ้องไปที่จอทีวีขนาดใหญ่ที่ทางพรรคได้จัดเตรียมไว้ เพื่อติดตามผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญอย่างใกล้ชิด บรรยากาศเต็มไปด้วยความคาดหวังและความตื่นเต้น

ทั้งนี้ บรรยากาศบริเวณโรงอาหารของพรรคเพื่อไทย มีการจัดเตรียมสถานที่สำหรับสื่อมวลชน และมวลชน-กลุ่มผู้สนับสนุนที่ทยอยเดินทางมา พร้อมมีการติดตั้งจอโทรทัศน์เพื่อถ่ายทอดสดช่วงที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ตั้งแต่เวลา 15.00 น.

ขณะที่ในเวลา 14.00 น. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคเพื่อไทย จะทยอยเดินทางเข้ามาเพื่อติดตามฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรีจะเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลช่วง 14.00 น. เช่นเดียวกัน และจะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ก่อนจะเดินทางมาที่พรรคเพื่อไทย เพื่อเข้ามาทักทายกับบรรดา ส.ส. และมวลชนที่มารอให้กำลังใจ.

มวลชนสวมเสื้อแดงรอให้กำลังใจ “อิ๊งค์” เพื่อไทยตั้งจอทีวีเกาะติดผลศาล รธน.

การรวมตัวของมวลชนในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสนับสนุนและความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อนางสาวแพทองธาร ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย อย่างเหนียวแน่น ไม่ว่าผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นเช่นไร กำลังใจจากมวลชนเหล่านี้ จะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้พรรคเพื่อไทยก้าวเดินต่อไปข้างหน้า

ทำไมมวลชนถึงสวมเสื้อแดงให้กำลังใจ “อิ๊งค์”

การสวมเสื้อแดงของมวลชน เป็นสัญลักษณ์ของการแสดงออกถึงความรัก ความสามัคคี และการสนับสนุนพรรคเพื่อไทยอย่างชัดเจน สีแดงเป็นสีที่สื่อถึงพลัง ความเข้มแข็ง และความมุ่งมั่น ซึ่งสะท้อนถึงความรู้สึกของมวลชนที่มีต่อพรรคเพื่อไทยและนางสาวแพทองธาร ชินวัตร

  • เสื้อแดงเป็นสัญลักษณ์ของความภักดีต่อพรรคเพื่อไทย
  • แสดงถึงความเชื่อมั่นในความเป็นผู้นำของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร
  • เป็นการรวมพลังเพื่อส่งกำลังใจให้แก่นายกรัฐมนตรี

ยิ่งไปกว่านั้น การที่มวลชนพร้อมใจกันสวมเสื้อแดงที่มีข้อความและรูปของนางสาวแพทองธาร ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความผูกพันและความใกล้ชิดระหว่างผู้นำพรรคและประชาชน การกระทำนี้ไม่เพียงแต่เป็นการให้กำลังใจเท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจนอีกด้วย

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความไม่แน่นอน แต่สิ่งที่แน่นอนคือความศรัทธาและความรักที่มวลชนมีต่อนางสาวแพทองธาร ชินวัตรและพรรคเพื่อไทย จะยังคงเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญต่อไป มวลชนสวมเสื้อแดงให้กำลังใจ “อิ๊งค์” เพื่อไทย และเฝ้ารอผลการพิจารณาด้วยความหวัง

การที่มวลชนพร้อมใจกันมามวลชนสวมเสื้อแดงรอให้กำลังใจ “อิ๊งค์” เพื่อไทยตั้งจอทีวีเกาะติดผลศาล รธน. แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯ อิ๊งค์อย่างชัดเจน ไม่ว่าผลการตัดสินจะเป็นอย่างไร กำลังใจจากประชาชนจะเป็นแรงผลักดันให้พรรคเพื่อไทยมุ่งมั่นทำงานเพื่อประเทศชาติต่อไปอย่างแน่นอน

มวลชนสวมเสื้อแดงรอให้กำลังใจ “อิ๊งค์” เพื่อไทยตั้งจอทีวีเกาะติดผลศาล รธน.เป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างนักการเมืองและประชาชนในระบอบประชาธิปไตย การแสดงออกถึงการสนับสนุนและให้กำลังใจ เป็นสิ่งที่สวยงามและควรค่าแก่การรักษาไว้

ที่มา – มวลชนสวมเสื้อแดงรอให้กำลังใจ “อิ๊งค์” เพื่อไทยตั้งจอทีวีเกาะติดผลศาล รธน.

ไทม์ไลน์วันชี้ชะตา “อิ๊งค์” เพื่อไทยเข้าพรรค

ไทม์ไลน์ 29 ส.ค. ศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัย “นายกฯ อิ๊งค์” บ่าย 3 เป็นต้นไป สส.เพื่อไทยเข้าพรรครอให้กำลังใจ – ภูมิใจไทยตั้งวอร์รูม พรรคประชาชนแถลงหลังรู้ผล ด้านคณะรวมพลังแผ่นดิน จ่อแถลงท่าที

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานไทม์ไลน์สำคัญของวันนี้ โดยในเวลา 09.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประชุมปรึกษาหารือ ทำความเห็นส่วนตน ลงมติ เพื่อส่งให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญ จัดทำคำวินิจฉัยกลางเพื่อเตรียมแถลง ในคำร้องที่ประธานวุฒิสภาส่งความเห็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) 36 คน เข้าชื่อยื่นประธานวุฒิสภา ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 106 (4) และ (5) หรือไม่ เนื่องจากไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร และสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา

จากนั้นในเวลา 15.00 น. เป็นช่วงสำคัญที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย มีการถ่ายทอดสดผ่านยูทูปศาลรัฐธรรมนูญ

ขณะที่ความเคลื่อนไหวพรรคการเมืองสำคัญ ในเวลา 10.00 น. พรรคภูมิใจไทย ตั้งวอร์รูมประชุมพรรค ติดตามการอ่านฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

เวลา 14.00 น. น.ส.แพทองธาร เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล ติดตามฟังการอ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมเตรียมแถลงข่าวหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย โดยมี สส.พรรคเพื่อไทย ทยอยเดินทางมารวมตัวให้กำลังใจ

เวลา 15.00 น. พรรคประชาชนซึ่งเป็นอีกพรรคตัวแปรการเมืองสำคัญในการจับขั้ว นัดประชุม สส. ณ ที่ทำการพรรค และหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยเสร็จสิ้น พรรคประชาชนจะมีการแถลงข่าว

ขณะที่เวลาเดียวกัน 15.00 น. คณะรวมพลังแผ่นดิน ปกป้องอธิปไตย แถลงข่าวกำหนดท่าทีและการเคลื่อนไหว หลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย

อย่างไรก็ตาม มีกระแสข่าวว่า น.ส.แพทองธาร จะไม่เข้าทำเนียบรัฐบาล แต่จะไปยังพรรคเพื่อไทย ซึ่งต้องรอติดตามการปรากฏตัวของ น.ส.แพทองธาร ในวันนี้อีกครั้ง โดยไทยรัฐออนไลน์และไทยรัฐทีวีร่วมเกาะติดรายงานสถานการณ์สดตลอดทั้งวัน ไปจนถึงเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย.

ไทม์ไลน์วันชี้ชะตา “อิ๊งค์” เพื่อไทยเข้าพรรค

การเมืองไทยในช่วงนี้เรียกได้ว่าอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองโดยรวม ไทม์ไลน์วันชี้ชะตา “อิ๊งค์” เพื่อไทยเข้าพรรค จึงเป็นที่จับตาของทุกฝ่าย ทั้งพรรคการเมือง นักวิเคราะห์ และประชาชนทั่วไป

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับการพิจารณาคดีของ น.ส.แพทองธาร ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง แม้ว่าจะมีกระแสข่าวต่างๆ ออกมา แต่ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป การตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ จะเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางทางการเมืองของประเทศไทยในอนาคต

ผลกระทบจาก ไทม์ไลน์วันชี้ชะตา “อิ๊งค์” เพื่อไทยเข้าพรรค

ไม่ว่าผลการตัดสินจะออกมาในรูปแบบใด ย่อมมีผลกระทบต่อการเมืองไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่า น.ส.แพทองธาร มีความผิดจริง ก็อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการยุบสภา การเลือกตั้งใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจทางการเมือง

ในทางกลับกัน หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่า น.ส.แพทองธาร ไม่มีความผิด ก็อาจเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับรัฐบาล และทำให้พรรคเพื่อไทยมีบทบาทมากขึ้นในการบริหารประเทศ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าผลการตัดสินจะเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ทุกฝ่ายเคารพการตัดสินใจของศาล และร่วมกันสร้างสรรค์การเมืองไทยให้เป็นไปในทิศทางที่สร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยรวม

การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญในช่วงเวลานี้ เพื่อให้เราสามารถเข้าใจถึงสถานการณ์ และพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้

นอกจากประเด็นของ น.ส.แพทองธาร แล้ว ยังมีประเด็นทางการเมืองอื่นๆ ที่น่าสนใจและควรติดตามอย่างใกล้ชิด เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การปฏิรูปกองทัพ และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะแนวทางต่างๆ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้การเมืองไทยพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น

โดยรวมแล้ว ไทม์ไลน์วันชี้ชะตา “อิ๊งค์” เพื่อไทยเข้าพรรค ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะมีผลกระทบต่ออนาคตทางการเมืองของประเทศไทยอย่างมาก การทำความเข้าใจสถานการณ์และเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน

ดังนั้น พวกเราควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบคอบ เพื่อให้เราสามารถตัดสินใจและมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์การเมืองไทยให้เป็นไปในทิศทางที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยรวม

ที่มา – ไทม์ไลน์วันชี้ชะตา “อิ๊งค์” เพื่อไทยเข้าพรรค – ปชน. จ่อแถลงหลังรู้ผลศาล

ถ่ายทอดสด! ลุ้นมติคดี ‘แพทองธาร’ วันนี้

เตรียมเกาะติดถ่ายทอดสด ลุ้นมติผลศาลรัฐธรรมนูญ นัดวินิจฉัยคดีคลิปเสียง “แพทองธาร” วันนี้! ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนัดพิจารณาชี้ชะตาคดีคลิปเสียงของนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ว่าจะเข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรงถึงขั้นต้องสิ้นสุดสถานะรัฐมนตรีหรือไม่ คดีสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด

วันนี้ (29 สิงหาคม 2568) เวลา 9.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการประชุมเพื่อลงมติในคำร้องที่ประธานวุฒิสภาส่งความเห็นของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 36 คน เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรค 3 ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ โดยมีประเด็นสำคัญคือเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นผลมาจากกรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร และสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยในเวลา 15.00 น. และจะมีการถ่ายทอดสด ลุ้นมติผลศาลรัฐธรรมนูญ นัดวินิจฉัยคดีคลิปเสียง “แพทองธาร” วันนี้เพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบโดยทั่วกัน

ถ่ายทอดสด ลุ้นมติผลศาลรัฐธรรมนูญ นัดวินิจฉัยคดีคลิปเสียง “แพทองธาร” วันนี้

หลังจากที่ศาลได้อ่านคำวินิจฉัยเสร็จสิ้น น.ส.แพทองธาร มีกำหนดการที่จะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาล และหลังจากนั้นจะเดินทางไปยังที่ทำการพรรคเพื่อไทย เพื่อพบปะกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และกลุ่มผู้สนับสนุนที่ได้นัดหมายกันไว้เพื่อรอให้กำลังใจ

ช่องทางติดตามถ่ายทอดสด

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามการถ่ายทอดสด ลุ้นมติผลศาลรัฐธรรมนูญ นัดวินิจฉัยคดีคลิปเสียง “แพทองธาร” วันนี้ ได้ผ่านทางไทยรัฐออนไลน์และไทยรัฐทีวี เพื่อเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอดทั้งวัน

สถานการณ์ทางการเมืองครั้งนี้เป็นที่จับตาของประชาชนอย่างยิ่ง ไม่ว่าผลการตัดสินจะออกมาเป็นอย่างไร ย่อมส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล และทิศทางทางการเมืองของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และทำความเข้าใจในรายละเอียดของข้อกฎหมายต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ และตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลรอบด้าน

การถ่ายทอดสด ลุ้นมติผลศาลรัฐธรรมนูญ นัดวินิจฉัยคดีคลิปเสียง “แพทองธาร” วันนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง และติดตามความเป็นไปของคดีนี้อย่างใกล้ชิด

  • การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญจะมีผลกระทบต่ออนาคตทางการเมืองของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร
  • คดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชนเนื่องจากเกี่ยวข้องกับประเด็นจริยธรรมของนักการเมือง
  • การถ่ายทอดสดจะช่วยให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว

ที่มา – ถ่ายทอดสด ลุ้นมติผลศาลรัฐธรรมนูญ นัดวินิจฉัยคดีคลิปเสียง “แพทองธาร” วันนี้(คลิป)

แพทองธารแถลงข่าว หลังศาลฯวินิจฉัยคดีคลิปเสียง

“แพทองธาร ชินวัตร” เตรียมแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล หลังรู้ผลศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีคลิปเสียง ก่อนเข้าพรรคเพื่อไทยไปพบ สส. ที่มารวมตัวให้กำลังใจ

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียงของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม โดยในเวลา 14.00 น. น.ส.แพทองธาร จะเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อติดตามรับฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะอ่านคำวินิจฉัยเวลา 15.00 น. ทั้งนี้ เมื่อศาลอ่านคำวินิจฉัยเสร็จสิ้นแล้ว น.ส.แพทองธาร จะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน จากนั้น น.ส.แพทองธาร จะเดินทางเข้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย เพื่อพบปะกับ สส.ของพรรค ที่มารอให้กำลังใจ และบรรดาแฟนคลับที่มารอให้กำลังใจด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เดิมทางพรรคเพื่อไทยนัดหมายให้ สส.ของพรรคเพื่อไทย รวมตัวกันที่พรรค แล้วนั่งรถเข้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อมาให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร แต่ล่าสุดได้มีการเปลี่ยนแปลงไม่ให้ สส. เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล แต่ให้รวมตัวกันที่พรรคเพื่อไทยตั้งแต่ 15.00 น. เพื่อรอให้ น.ส.แพทองธาร เดินทางเข้าไปที่พรรคแทน.

แพทองธาร เตรียมแถลงข่าว หลังรู้ผลศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีคลิปเสียง

สถานการณ์ทางการเมืองมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่เกี่ยวข้องกับคดีความต่างๆ ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ล่าสุดคือกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีการอ่านคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อนายกรัฐมนตรี และนำมาสู่การเตรียมพร้อมสำหรับการแถลงข่าวของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร

การแถลงข่าวครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นการชี้แจงรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงท่าทีและการดำเนินการต่อไปของรัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.แพทองธาร

ทำไมการแถลงข่าวของแพทองธาร หลังศาลฯวินิจฉัยคดีคลิปเสียงจึงสำคัญ

การแถลงข่าวของ น.ส.แพทองธาร ในครั้งนี้มีความสำคัญด้วยเหตุผลหลายประการ ดังนี้:

  • ความโปร่งใส: การแถลงข่าวถือเป็นการแสดงความโปร่งใสของรัฐบาลในการตอบคำถามและข้อสงสัยของประชาชน
  • ความชัดเจน: การแถลงข่าวจะช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และลดความสับสนที่อาจเกิดขึ้น
  • ความเชื่อมั่น: การแถลงข่าวอย่างตรงไปตรงมาจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักลงทุน

นอกเหนือจากประเด็นข้างต้น การแถลงข่าวของ น.ส.แพทองธาร ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงภาวะผู้นำและความสามารถในการจัดการกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมีสติและรอบคอบ

แน่นอนว่าการปรากฏตัวของ สส. และแฟนคลับที่พรรคเพื่อไทย เพื่อให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร หลังจากการแถลงข่าว ก็เป็นภาพที่แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันภายในพรรค

สิ่งที่น่าจับตามองต่อไปคือเนื้อหาของการแถลงข่าวของ น.ส.แพทองธาร จะเป็นอย่างไร จะมีประเด็นใดที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยและชี้แจง รวมถึงท่าทีของรัฐบาลต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นไปในทิศทางใด สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางทางการเมืองของประเทศในอนาคตอันใกล้นี้

ดังนั้น การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราสามารถเข้าใจสถานการณ์และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในฐานะพลเมือง

การที่ น.ส.แพทองธาร เตรียมตัวแถลงข่าวหลังทราบผลการวินิจฉัยคดีคลิปเสียง ถือเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสาธารณชน และความมุ่งมั่นที่จะนำพาประเทศไปข้างหน้า แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ

หวังว่าการแถลงข่าวครั้งนี้จะเป็นไปอย่างราบรื่น และสามารถสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับทุกฝ่าย หากคุณติดตามข่าวสารนี้อย่างใกล้ชิด คุณจะได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างแน่นอน

ที่มา – “แพทองธาร” เตรียมแถลงข่าว หลังรู้ผลศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีคลิปเสียง

ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งความ เอาผิดเพจบิดเบือนวันนัดไต่สวน

ศาลรัฐธรรมนูญได้แจ้งความต่อตำรวจไซเบอร์เพื่อเอาผิดกับเพจที่บิดเบือนข้อมูลเกี่ยวกับวันนัดไต่สวนคดีของนายกรัฐมนตรี โดยมุ่งเป้าไปที่เพจ Facebook ที่ชื่อ The Critics และช่อง YouTube สถาบันทิศทางไทย ที่เผยแพร่คลิปที่บิดเบือนวันนัดไต่สวนในคดีคลิปเสียงที่เกี่ยวข้องกับ “นายกฯ แพทองธาร”

สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ว่า ตามที่มีข่าวในสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ (ข่าวที่ 30/2568) เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา พบการเผยแพร่คลิปและข่าวในสื่อต่างๆ ที่เป็นเท็จและบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการไต่สวนของศาล การกระทำดังกล่าวสร้างความเข้าใจผิดแก่สาธารณชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อศาลรัฐธรรมนูญ และอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 รวมถึงกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังอาจเป็นการละเมิดอำนาจศาลตามมาตรา 38 และ 39 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 และข้อ 10 และ 11 ของข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2562 สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจึงเตรียมดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลที่กระทำการบิดเบือนและเผยแพร่คลิปดังกล่าว

ในวันที่ 26 สิงหาคม 2568 สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้ทำการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อให้ดำเนินการทางกฎหมายกับ Facebook The Critics และ YouTube สถาบันทิศทางไทย ซึ่งเผยแพร่ข่าวที่เป็นเท็จและบิดเบือนข้อเท็จจริงในกระบวนการไต่สวนของศาล ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550

ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งความ เอาผิดเพจบิดเบือนวันนัดไต่สวน

ทำไมศาลรัฐธรรมนูญถึงแจ้งความ เอาผิดเพจบิดเบือนวันนัดไต่สวน?

การแจ้งความดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีของศาล อาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของศาล และสร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชน การกระทำดังกล่าวจึงเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ผลกระทบของการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญ อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชน ขาดความเชื่อมั่นในการตัดสินของศาล และอาจส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม

ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งความ เอาผิดเพจบิดเบือนวันนัดไต่สวน ถือเป็นการดำเนินการตามกฎหมายเพื่อปกป้องกระบวนการยุติธรรมและรักษาความน่าเชื่อถือของศาล การเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน

การที่ศาลรัฐธรรมนูญออกมาดำเนินการอย่างจริงจังเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความเป็นกลางและความถูกต้องของข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับศาล การดำเนินการนี้จึงเป็นสัญญาณเตือนไปยังผู้ที่อาจมีเจตนาบิดเบือนข้อมูลหรือเผยแพร่ข่าวสารที่เป็นเท็จ ให้ตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และระมัดระวังในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร

การใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างมีความรับผิดชอบเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม การตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนการเผยแพร่ และการหลีกเลี่ยงการบิดเบือนข้อมูล เป็นสิ่งที่ทุกคนควรคำนึงถึง

ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งความ เอาผิดเพจบิดเบือนวันนัดไต่สวน แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาความถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร และการปกป้องกระบวนการยุติธรรมจากการบิดเบือนข้อมูล การดำเนินการของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับทุกคนในการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างมีความรับผิดชอบ

จากกรณีนี้ แสดงให้เห็นว่าการตรวจสอบข้อมูลก่อนเชื่อและแชร์ต่อ มีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคดิจิทัล เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

ที่มา – ศาลรัฐธรรมนูญ แจ้งความตร.ไซเบอร์ เอาผิดพวกเพจบิดเบือนวันนัดไต่สวนคดีนายกฯ

รังสิมันต์ จับตาคดีนายกฯ หากรอดซักฟอกต่อ

รังสิมันต์” จับตาคดีนายกฯ เชื่อส่งผลการเมืองสูง เผยหากรอดเล็งซักฟอกรัฐบาลต่อทันที

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีคุณสมบัติของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ว่า เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อการเมืองอย่างแน่นอน โดยพรรคฝ่ายค้านจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากศาลมีคำวินิจฉัยให้นายกรัฐมนตรีรอด พรรคประชาชนจะหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อเดินหน้าตรวจสอบรัฐบาลต่อไป และอาจจะใช้มาตรการสำคัญอย่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 โดยจะพิจารณาช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อไป

ส่วนหากเกิดกรณีที่ไม่คาดฝันขึ้น นายรังสิมันต์ย้ำว่า พรรคประชาชนพร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ โดยไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล และยังคงยืนยันว่าการคืนอำนาจให้กับประชาชนผ่านการเลือกตั้งใหม่ คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศในขณะนี้

รังสิมันต์ จับตาคดีนายกฯ ผลกระทบการเมือง

สถานการณ์ทางการเมืองกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญเตรียมอ่านคำวินิจฉัยในคดีที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงประเด็นนี้ โดยเน้นย้ำถึงผลกระทบทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้นตามมา และความพร้อมของพรรคฝ่ายค้านในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลต่อไป

รังสิมันต์ โรม ชี้ คดีนายกฯ ส่งผลถึงเสถียรภาพรัฐบาล

นายรังสิมันต์ โรม ได้กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าผลจะออกมาในทิศทางใด พรรคฝ่ายค้านก็เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากศาลมีคำวินิจฉัยให้นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ก็อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่

อย่างไรก็ตาม หากศาลมีคำวินิจฉัยว่า นายกรัฐมนตรีไม่มีความผิด พรรคประชาชนและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก็เตรียมที่จะเดินหน้าตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้นต่อไป โดยอาจมีการใช้มาตรการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 เพื่อตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาลอย่างละเอียด

นอกจากนี้ นายรังสิมันต์ยังได้กล่าวถึงจุดยืนของพรรคประชาชนว่า พรรคฯ พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ โดยไม่ได้มีเป้าหมายที่จะเข้าร่วมรัฐบาล แต่ยังคงยืนยันว่าการคืนอำนาจให้กับประชาชนผ่านการเลือกตั้งใหม่ คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศในขณะนี้

ความเคลื่อนไหวของนายรังสิมันต์และพรรคประชาชน สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของพรรคฝ่ายค้านในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ทางการเมืองที่อาจเปลี่ยนแปลงไปได้ทุกเมื่อ การจับตารังสิมันต์ ในช่วงเวลานี้จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

  • หากผลการตัดสินออกมาเป็นคุณต่อรัฐบาล ควรรัฐบาลควรเปิดใจรับฟังข้อเสนอเเละข้อติชมจากฝ่ายค้าน
  • หากผลการตัดสินออกมาเป็นโทษต่อรัฐบาล ควรรัฐบาลควรยอมรับการตัดสินใจ

สถานการณ์ทางการเมืองไทยยังคงมีความไม่แน่นอนสูง การติดตามข่าวสารและข้อมูลอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราสามารถเข้าใจและวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเพื่ออนาคตของประเทศ

ที่มา – “รังสิมันต์” จับตาคดีนายกฯ เชื่อส่งผลการเมืองสูง หากรอดซักฟอกต่อทันที

ภูมิธรรม: ไม่เคยได้ยินซื้อเสียงโหวต 2 พันล้าน

รักษาการนายกฯ ลั่น อย่าไปคิดสิ่งที่ยังไม่เกิด ถามกลับใครพูดปมซื้อเสียงโหวต 2,000 ล้าน หวังล้มรัฐบาลหากมีการโหวตนายกฯ ใหม่ มอง สส.เพื่อไทยเชื่อ “แพทองธาร” บริสุทธิ์ใจ ไม่มีใครรู้ผลศาลจะเป็นอย่างไร

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 28 สิงหาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงกระแสข่าวมีการซื้อเสียงโหวต 2,000 ล้านบาท เพื่อล้มรัฐบาล หากมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยนายภูมิธรรม ย้อนถามสื่อว่า “ใครหรอครับ บอกมาเลย ผมจะได้ไปเจอ ผมยังไม่เคยได้ยินเรื่องนี้”

ผู้สื่อข่าวถามต่อกังวลหรือไม่หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม วันที่ 29 สิงหาคม 2568 แล้วต้องเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่อาจมีการพลิกขั้ว นายภูมิธรรม กล่าวว่า อย่าไปคิดสิ่งที่ยังไม่เกิด ตรงนั้นจะเกิดเมื่อ น.ส.แพทองธาร มีความผิด ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่ามีความผิดหรือไม่ เอาไปทีละขั้นตอน

ส่วนคำถามถึงกรณีที่ สส.พรรคเพื่อไทย จะนั่งรถบัสจากพรรคเพื่อไทยมาให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร ที่ทำเนียบรัฐบาลนั้น นายภูมิธรรม ตอบว่า ตนไม่ทราบ คงมาให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมาตนไม่ได้เข้าพรรคเลยเพราะมีภารกิจเยอะ จึงไม่ทราบว่าเขาคุยอะไรกัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงเรื่องที่มีการมองกันว่าบรรดา สส. รู้ผลล่วงหน้าแล้ว นายภูมิธรรม ระบุว่า อย่าไปคิดอย่างนั้น ตนเชื่อว่า สส.พรรคเพื่อไทย เชื่อในความตั้งใจและความบริสุทธิ์ใจของนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าข้อกล่าวหาไม่ใช่ปัญหา ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างประเทศหลายส่วนก็บอกว่าเป็นเรื่องธรรมดาทางการทูต ดังนั้น สส. จึงมั่นใจและคิดว่าจะประสบความสำเร็จ เลยอยากมาแสดงความยินดี ทั้งนี้ ไม่มีใครรู้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะใช้ดุลพินิจอย่างไร

ไม่เคยได้ยินซื้อเสียงโหวต 2,000 ล้าน ล้มรัฐบาล มองเพื่อไทยเชื่อนายกฯ บริสุทธิ์ใจ

จากกรณีที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับ ซื้อเสียงโหวต 2,000 ล้าน เพื่อล้มรัฐบาลที่อาจเกิดขึ้นในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่นั้น นายภูมิธรรม เวชยชัย ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว โดยเน้นย้ำว่าตนเองไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน และยังตั้งคำถามกลับไปยังผู้ที่ปล่อยข่าวนี้อีกด้วย

ภูมิธรรมตอบประเด็นซื้อเสียงโหวต 2,000 ล้าน

นอกจากนี้ นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงกรณีที่ สส. พรรคเพื่อไทยเดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร โดยเชื่อว่าเป็นการแสดงออกถึงความมั่นใจและความเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ใจของนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม นายภูมิธรรมย้ำว่า ผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญยังเป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความไม่แน่นอนสูง การคาดการณ์หรือการด่วนสรุปใดๆ อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและความสับสนได้ สิ่งสำคัญคือการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อให้สามารถวิเคราะห์สถานการณ์และตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง

ประเด็นเรื่อง ซื้อเสียงโหวต 2,000 ล้าน บาทเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและต้องพิจารณาด้วยความระมัดระวัง การแพร่กระจายข่าวสารที่ไม่ได้รับการยืนยันอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและเสถียรภาพทางการเมืองได้ ดังนั้น จึงควรตรวจสอบข้อมูลและแหล่งข่าวอย่างถี่ถ้วนก่อนที่จะเชื่อหรือเผยแพร่ข้อมูลใดๆ ต่อไป การแสดงความเห็นหรือการตัดสินใจใดๆ ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดและการสร้างความขัดแย้ง

การติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิดและการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้านเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประชาชนทุกคน เพื่อให้สามารถเข้าใจถึงความเป็นไปของสถานการณ์และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในระบอบประชาธิปไตยได้อย่างมีประสิทธิภาพ การแสดงความคิดเห็นและการถกเถียงกันอย่างสร้างสรรค์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาสังคมและการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น

ที่มา – ไม่เคยได้ยินซื้อเสียงโหวต 2,000 ล้าน ล้มรัฐบาล มองเพื่อไทยเชื่อนายกฯ บริสุทธิ์ใจ

29 ส.ค. “อิ๊งค์” เข้าทำเนียบฯ ลุ้นผลศาล รธน.

“แพทองธาร ชินวัตร” เข้าทำเนียบฯ 29 ส.ค. รอลุ้นผลศาลรัฐธรรมนูญกรณีคลิปเสียง ด้าน สส.เพื่อไทย เปลี่ยนแปลงสถานที่ นัดรวมตัวที่ทำการพรรค ให้กำลังใจ “อิ๊งค์”

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีการเปิดเผยจากแหล่งข่าว ล่าสุดพรรคเพื่อไทยแจ้งขอเปลี่ยนแปลงนัดหมายจากเดิมที่วันพรุ่งนี้ (29 สิงหาคม 2568) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคเพื่อไทย จะนัดรวมตัวกันที่พรรค แล้วนั่งรถเข้าทำเนียบรัฐบาล ให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อรอลุ้นคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ที่นัดอ่านคำวินิจฉัยในเวลา 15.00 น.

ทั้งนี้ มีการเปลี่ยนแปลงโดยแจ้งในไลน์กลุ่มของ สส.พรรคเพื่อไทย ว่าจะไม่เข้ามาในทำเนียบรัฐบาลแล้ว แต่จะรวมตัวกันที่พรรคเพื่อไทย โดยส่วนใหญ่เห็นด้วย เพราะมีความสะดวกสบายเรื่องสถานที่ โดยมีการแจ้งให้ สส. ไปรวมตัวกันที่พรรคตั้งแต่ 16.00 น.

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า น.ส.แพทองธาร จะเข้าทำเนียบรัฐบาลพรุ่งนี้ในเวลา 14.00 น.

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงเป็นประเด็นที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ 29 ส.ค. “อิ๊งค์” เข้าทำเนียบฯ ลุ้นผลศาล รธน. ซึ่งเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองที่สำคัญ การตัดสินใจของศาลในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพทางการเมืองและทิศทางของประเทศในอนาคต

นอกจากนี้ การที่ สส.พรรคเพื่อไทยมีการปรับเปลี่ยนแผนการรวมตัว โดยย้ายจากทำเนียบรัฐบาลไปเป็นที่ทำการพรรค แสดงให้เห็นถึงการเตรียมพร้อมและความรอบคอบในการรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น การรวมตัวกันที่พรรคยังเป็นการส่งสัญญาณให้เห็นถึงความสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของสมาชิกพรรค

29 ส.ค. “อิ๊งค์” เข้าทำเนียบฯ ลุ้นผลศาล รธน.

การตัดสินใจของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่จะเข้าทำเนียบฯ ในวันที่ 29 ส.ค. “อิ๊งค์” เข้าทำเนียบฯ ลุ้นผลศาล รธน. แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น การปรากฏตัวของเธอในครั้งนี้ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำและความรับผิดชอบต่อสถานการณ์ทางการเมือง

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับ 29 ส.ค. “อิ๊งค์” เข้าทำเนียบฯ ลุ้นผลศาล รธน.

สิ่งที่น่าสนใจคือการปรับเปลี่ยนแผนการรวมตัวของ สส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการประเมินสถานการณ์และความยืดหยุ่นในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป การเลือกที่จะรวมตัวกันที่พรรคอาจเป็นเพราะความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัวที่มากกว่า รวมถึงเป็นการหลีกเลี่ยงความวุ่นวายที่อาจเกิดขึ้นหากมีการรวมตัวกันที่ทำเนียบรัฐบาล

การตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 29 ส.ค. “อิ๊งค์” เข้าทำเนียบฯ ลุ้นผลศาล รธน. จะมีผลกระทบต่อการเมืองไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าผลการตัดสินจะเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญคือทุกฝ่ายควรเคารพการตัดสินใจของศาลและร่วมกันหาทางออกเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้

สถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของความสามัคคีและความร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาของประเทศ การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายและการสร้างความขัดแย้งจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก สิ่งที่ประเทศไทยต้องการในขณะนี้คือความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน เพื่อที่จะสามารถก้าวข้ามอุปสรรคและสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับทุกคน

การที่ น.ส.แพทองธาร ตัดสินใจเข้าทำเนียบรัฐบาลในวันดังกล่าว ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประเทศชาติ และพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายเพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองต่อไป การรอคอยผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญจึงเป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่ง ที่ทุกภาคส่วนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับผลที่จะตามมา

ที่มา – 29 ส.ค. “อิ๊งค์” เข้าทำเนียบฯ ลุ้นผลศาล รธน. ด้าน สส.เพื่อไทย ปรับใหม่นัดรวมตัวที่พรรค

Scroll to top