คดีอุ๊งอิ๊ง

“อดีตนายกฯ สมชาย” ขอรอฟังศาล ยัน “ทักษิณ” เทิดทูนสถาบัน

“สมชาย วงศ์สวัสดิ์” ยืนยัน “ทักษิณ” จงรักภักดีเทิดทูนสถาบันเป็นอย่างยิ่ง ส่วนคดีชั้น 14 ศาลพิจารณาอย่างไรเราก็เคารพ ย้ำคำเดิมคดี “แพทองธาร” ทำเพื่อบ้านเมือง-อธิปไตยประชาชน ไม่เกี่ยวเรื่องการเสียดินแดน

วันที่ 22 ส.ค. 2568 ที่ศาลอาญา นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนร่วมรับฟังคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.1860/2567 ที่ถูกกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีเมื่อปี 2558 กรณีนายทักษิณ ให้สัมภาษณ์สื่อทีวีประเทศเกาหลีใต้ พาดพิงดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ว่า ต้องรอฟังศาลว่าวินิจฉัยอย่างไร แต่ส่วนตัวเชื่อว่าท่านมีความจงรักภักดี “ทักษิณ” เทิดทูนสถาบัน ส่วนศาลจะวินิจฉัยอย่างไรต้องรอฟังซึ่งเราเคารพในกระบวนการของศาล

เมื่อถามย้ำว่าคำตัดสินคดีนี้จะเป็นไปในเชิงบวกใช่หรือไม่ นายสมชาย ระบุว่า จากที่ตนใกล้ชิดนายทักษิณพอสมควร เห็นว่าท่านเป็นคนที่จงรักภักดีและเทิดทูนสถาบันอย่างยิ่ง ส่วนศาลจะตัดสินอย่างไรต้องรอฟัง เราไม่สามารถไปก้าวล่วงได้

ส่วนมีความกังวลเกี่ยวกับคดีชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจหรือไม่ นายสมชาย ระบุว่า เรื่องดังกล่าวนี้ท่านก็ทำตามขั้นตอน เมื่อผ่านกระบวนการของศาล ก็เข้าสู่กระบวนการรับโทษ ซึ่งเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ว่าจะดำเนินการอย่างไร และหากศาลจะพิจารณาอย่างไรเราก็เคารพ เพราะถือว่าเป็นกระบวนการยุติธรรม แต่ส่วนตัวไม่สามารถออกความเห็นได้

เมื่อถามว่ามีความเป็นห่วงในคดีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีด้วยหรือไม่ ที่จะมีการนัดคำพิพากษาในวันที่ 29 สิงหาคม นายสมชาย ระบุว่า อย่างที่ตนเคยบอก นางสาวแพทองธาร ทำเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองและประชาชน การรักษาอธิปไตยของคนไทยทุกคนรวมถึงตัวท่านด้วย ในฐานะผู้นำประเทศต้องรักษาเต็มที่อยู่แล้ว ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเสียดินแดน เพราะทหารดูแลอยู่ แต่เมื่อเกิดเรื่องมาแล้วก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการที่กฎหมายตราไว้ พร้อมย้ำว่าหากศาลว่าอย่างไรก็ต้องเป็นไปตาม

“อดีตนายกฯ สมชาย” ขอรอฟังศาล ยัน “ทักษิณ” เทิดทูนสถาบัน

จากกรณีที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับคดีความต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับนายทักษิณ ชินวัตร และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้สร้างความสนใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะประเด็นที่นายสมชายเน้นย้ำถึงความจงรักภักดีและเทิดทูนสถาบันของนายทักษิณ ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่สังคมให้ความสนใจ

ความเชื่อมั่นของนายสมชายต่อ “ทักษิณ” ที่เทิดทูนสถาบัน

นายสมชายได้แสดงความเชื่อมั่นอย่างหนักแน่นว่านายทักษิณเป็นผู้ที่จงรักภักดีและเทิดทูนสถาบันอย่างยิ่ง แม้ว่าจะมีคดีความที่เกี่ยวข้องกับการพาดพิงสถาบันเบื้องสูง แต่จากความใกล้ชิดที่นายสมชายมีต่อนายทักษิณ ทำให้เชื่อมั่นว่านายทักษิณมีความเคารพและเทิดทูนสถาบันอย่างแท้จริง

การพิจารณาคดีและความเคารพในกระบวนการยุติธรรม

นายสมชายได้กล่าวถึงการพิจารณาคดีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับนายทักษิณและนางสาวแพทองธาร โดยย้ำว่าทุกอย่างควรเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และเคารพในการตัดสินของศาล ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร การแสดงความเห็นของนายสมชายสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศ

ประเด็นสำคัญที่นายสมชายได้เน้นย้ำคือ การกระทำของนางสาวแพทองธารมีจุดมุ่งหมายเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน การรักษาอธิปไตยของชาติเป็นสิ่งที่ผู้นำประเทศต้องให้ความสำคัญ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียดินแดน การชี้แจงดังกล่าวเป็นการตอบโต้ข้อกังวลที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินคดีของนางสาวแพทองธาร

สิ่งที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้กล่าวถึง “ทักษิณ” เทิดทูนสถาบัน นั้น ถือเป็นมุมมองที่น่าสนใจและควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจในคดีความต่างๆ ควรเป็นไปตามข้อเท็จจริงและหลักฐานที่ปรากฏต่อศาล เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

และสุดท้ายนี้ ไม่ว่าผลการพิจารณาคดีจะเป็นเช่นไร สิ่งสำคัญคือการเคารพในกระบวนการยุติธรรมและยอมรับในผลการตัดสินของศาล เพราะเป็นหลักการพื้นฐานของสังคมประชาธิปไตย

ที่มา – “อดีตนายกฯ สมชาย” ขอรอฟังศาล ยัน “ทักษิณ” เทิดทูนสถาบันอย่างยิ่ง

สุทินมองคดีแพทองธาร-ทักษิณ: ความสุจริตเป็นเกราะ

“สุทิน” มองคดี “แพทองธาร-ทักษิณ” ความสุจริตจะเป็นเกราะกำบัง

นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังเป็นที่จับตา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คดีที่เกี่ยวข้องกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

นายสุทินกล่าวถึงคดีมาตรา 112 ของนายทักษิณ ชินวัตร ที่ศาลอาญาจะตัดสินในวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ว่า “ไม่มีปัญหา เพราะความสุจริตจะเป็นเกราะกำบัง” เขามั่นใจว่าความบริสุทธิ์และความตั้งใจดีของนายทักษิณ จะเป็นสิ่งที่ช่วยปกป้องเขาได้ในที่สุด

ในส่วนของคดีคลิปเสียงสนทนาของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายสุทินก็แสดงความเห็นในทำนองเดียวกันว่า “เช่นเดียวกัน ความสุจริต ตรงไปตรงมา น่าจะเป็นสิ่งที่ศาล (ศาลรัฐธรรมนูญ) หยิบมาพิจารณา” เขายังเสริมว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีการเตรียมแผนรับมือเป็นพิเศษ แต่ สส.ในพรรคมีการพูดคุยกันบ้าง โดย สส.รุ่นเก่าที่ผ่านประสบการณ์มามากจะไม่ค่อยกังวล ในขณะที่ สส.หน้าใหม่อาจมีความกังวลอยู่บ้าง

ความสุจริตจะเป็นเกราะกำบัง: สุทินมองเกมการเมือง

นายสุทินยังได้กล่าวถึงภาพรวมทางการเมือง โดยระบุว่าเป็นสไตล์การเมืองไทยที่ยากจะคาดเดาว่ารัฐบาลจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ แต่เขามั่นใจว่ารัฐบาลจะมีโอกาสทำงานให้กับประเทศอีกไม่น้อย และจะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ประชาชนได้เห็นอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น

เมื่อถามถึงคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทย นายสุทินยอมรับว่าคะแนนนิยมอาจมีขึ้นมีลงบ้างในช่วงนี้ แต่เขาก็เชื่อมั่นว่า “คะแนนนิยมพรรคจะขึ้นไปอีกครั้ง”

การออกมาให้สัมภาษณ์ของนายสุทินในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของพรรคเพื่อไทยในความบริสุทธิ์และความตั้งใจดีของทั้ง ดร.ทักษิณ และนายกฯ แพทองธาร แม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะเต็มไปด้วยความท้าทายและความไม่แน่นอน แต่พรรคเพื่อไทยก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป

สถานการณ์ทางการเมืองไทยยังคงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด การตัดสินใจของศาลในคดีต่างๆ จะมีผลต่อเสถียรภาพทางการเมืองและอนาคตของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นในความยุติธรรมและความสุจริต ยังคงเป็นสิ่งที่ประชาชนคาดหวังและต้องการจากผู้บริหารประเทศ

ท้ายที่สุดแล้ว เส้นทางทางการเมืองของทั้งนายทักษิณ และ น.ส.แพทองธาร จะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลและความเชื่อมั่นของประชาชน แต่สิ่งที่แน่นอนคือ ความสุจริตและความโปร่งใส จะเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน

คดี “แพทองธาร-ทักษิณ” กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมือง ซึ่งการที่ “สุทิน” มองว่าความสุจริตจะเป็นเกราะกำบัง สะท้อนความเชื่อมั่นภายในพรรคเพื่อไทย แม้ว่าหนทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยอุปสรรค

ที่มา – “สุทิน” มองคดี “แพทองธาร-ทักษิณ” ความสุจริตจะเป็นเกราะกำบัง

“แพทองธาร” แจงศาลรัฐธรรมนูญวันนี้กำลังใจดี ยิ้มรับ!

“แพทองธาร ชินวัตร” ยิ้มแย้มหลังไต่สวนต่อศาลรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้น พยักหน้ายิ้มรับ วันนี้กำลังใจดี หยุดทักทายประชาชน พร้อมขอบคุณที่มาให้กำลังใจ ก่อนเดินทางกลับบ้านพร้อมสามีและพี่สาว

วันที่ 21 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้าไต่สวนต่อศาลรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้น ได้ลงมาจากตึกในเวลา 13.24 น. พร้อมกับนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี และ นางสาวพิณทองธาร ชินวัตร คุณากรวงศ์ พี่สาว ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมไหว้ขอบคุณสื่อที่มาเกาะติดการทำข่าว

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่า วันนี้กำลังใจดีหรือไม่ น.ส.แพทองธาร ได้พยักหน้ารับ ก่อนตอบว่าดีค่ะ จากนั้น น.ส.แพทองธารพร้อมสามี ได้เดินไปทำความเคารพ พระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ก่อนเดินทางออกไปจากตึก โดยมีประชาชนนั่งวีลแชร์มารอตรงประตูทางออก เพื่อส่งกำลังใจ ซึ่งน.ส.แพทองธารได้หยุดทักทายและขอบคุณที่วันนี้มาให้กำลังใจ ก่อนเดินทางกลับบ้าน

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.แพทองธาร ได้ใช้เวลาในการชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง 30 นาที ขณะที่นายฉัตรชัย บางฉวด เลขา สมช. ใช้เวลาไปทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง

“แพทองธาร” แจงศาลรัฐธรรมนูญวันนี้กำลังใจดี

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงเป็นที่จับตามองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบุคคลสำคัญทางการเมืองอย่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ต้องเข้าชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลต่อความสนใจของประชาชนและสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก การปรากฏตัวของ น.ส.แพทองธารในวันนี้จึงเต็มไปด้วยความหมายและนัยยะสำคัญต่างๆ

การที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ปรากฏตัวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและกล่าวว่า “วันนี้กำลังใจดี” ย่อมสร้างความรู้สึกที่ดีให้กับผู้สนับสนุนและผู้ที่ติดตามข่าวสารของเธอ นอกจากนี้ การที่เธอหยุดทักทายและขอบคุณประชาชนที่มาให้กำลังใจ ยังแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความใกล้ชิดกับประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักการเมือง

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “แพทองธาร” แจงศาลรัฐธรรมนูญวันนี้กำลังใจดี

จากรายงานข่าว น.ส.แพทองธารใช้เวลาในการชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญเป็นเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างนาน สิ่งนี้อาจบ่งชี้ได้ว่ามีประเด็นสำคัญหลายอย่างที่ต้องชี้แจงและอธิบายต่อศาลรัฐธรรมนูญ

นอกจากนี้ การที่นายฉัตรชัย บางฉวด เลขา สมช. ใช้เวลาในการชี้แจง 1 ชั่วโมง ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจเช่นกัน เนื่องจากอาจเกี่ยวข้องกับประเด็นความมั่นคงหรือประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน

โดยสรุปแล้ว การปรากฏตัวของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ในวันนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น แม้ว่ารายละเอียดของการชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญจะยังไม่ถูกเปิดเผย แต่การที่เธอแสดงออกถึงความมั่นใจและกำลังใจที่ดี ย่อมเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับผู้สนับสนุนและผู้ที่ติดตามข่าวสารของเธอ

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความไม่แน่นอน และการตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญย่อมมีผลกระทบต่อทิศทางทางการเมืองของประเทศในอนาคต ดังนั้น การติดตามข่าวสารและทำความเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับประชาชนทุกคน

สิ่งที่น่าสนใจคือ การที่ประชาชนให้ความสนใจและเดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและความหวังที่พวกเขามีต่อนักการเมืองรุ่นใหม่ การสนับสนุนและความไว้วางใจจากประชาชนจะเป็นกำลังใจสำคัญที่จะช่วยให้ น.ส.แพทองธาร สามารถก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ และเดินหน้าทำงานเพื่อประเทศชาติต่อไปได้

“แพทองธาร” แจงศาลรัฐธรรมนูญวันนี้กำลังใจดี เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมาก การที่เธอแสดงความมั่นใจและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสถานการณ์ ย่อมเป็นสัญญาณที่ดีที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้สนับสนุนและประชาชนทั่วไป

ที่มา – “แพทองธาร” พยักหน้ายิ้มรับ แจงศาลรัฐธรรมนูญวันนี้กำลังใจดี

“แพทองธาร” แจงศาลรัฐธรรมนูญเสร็จ ศาลย้ำห้ามเผยแพร่

“แพทองธาร” แจงศาลรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ใช้เวลาเกือบ 1 ชม. ศาลสั่งย้ำห้ามเผยแพร่

ศาลรัฐธรรมนูญให้เลขา สมช. ชี้แจงเป็นคนแรก ใช้เวลาทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง 30 นาที ส่วน “นายกฯ แพทองธาร” ล่าสุดชี้แจงเสร็จสิ้นแล้ว โดยใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมง ศาลสั่งย้ำห้ามนำคำไต่สวนไปเผยแพร่ต่อสาธารณชน

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 เวลา 12.58 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลรัฐธรรมนูญว่า การไต่สวนในกรณีที่ประธานวุฒิสภาได้ส่งคำร้องของ ส.ว. จำนวน 36 คน เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 106 (4) และ (5) หรือไม่ จากกรณีที่ปรากฏคลิปเสียงการสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร (ผู้ถูกร้อง) กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชานั้น มีความคืบหน้าแล้ว

วันนี้ ศาลได้แจ้งให้กับสื่อมวลชนและผู้ที่มาฟังการไต่สวนได้รับทราบว่า การไต่สวนจะเรียกไต่สวนทีละคน โดยเริ่มจากนายฉัตรชัย บางฉวด เลขา สมช. และตามด้วย น.ส.แพทองธาร โดยจะไม่มีการถ่ายทอดสดสัญญาณให้บุคคลภายนอกได้รับชมและรับฟัง เนื่องด้วยประเด็นดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องความมั่นคงของชาติ ศาลรัฐธรรมนูญให้นายฉัตรชัยชี้แจงเป็นคนแรก ซึ่งใช้เวลาในการชี้แจงไปทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง 30 นาที ส่วน น.ส.แพทองธาร นั้นได้ทำการไต่สวนเสร็จสิ้นแล้วในเวลา 13.01 น. โดยใช้เวลาประมาณเกือบ 1 ชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวได้รายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อเวลา 13.02 น. คณะตุลาการได้อ่านปิดการไต่สวนสำหรับวันนี้ โดยได้สั่งกำชับทุกคนว่าห้ามนำข้อมูลจากการไต่สวนไปเผยแพร่ต่อ และห้ามบิดเบือนข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่อาจจะสร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน

ทั้งนี้ ศาลได้กำหนดให้นัดปิดคดีในวันที่ 27 สิงหาคม เวลา 09:30 น. และนัดอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในวันเดียวกัน พิจารณาแล้วเห็นว่าตุลาการแต่ละท่านมีเวลาในการทำความเห็นส่วนตัวเพียงหนึ่งวัน ซึ่งอาจจะไม่เพียงพอต่อการพิจารณาเพื่อให้เกิดความรอบคอบและครบถ้วน อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบพิธีการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 31 จึงให้คู่กรณีแถลงปิดคดีต่อศาลภายในวันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม 2568 หากไม่ยื่นภายในกำหนดเวลาที่กำหนด จะถือว่าไม่ติดใจที่จะยื่นคำแถลงดังกล่าว ส่วนการนัดแถลงด้วยวาจาและการลงมติ รวมถึงการอ่านคำวินิจฉัยนั้น ยังคงเป็นไปตามกำหนดเดิม คือวันที่ 29 สิงหาคม นี้

ความสำคัญของการพิจารณาคดี “แพทองธาร”

คดีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเมืองไทย การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญจะส่งผลกระทบต่อนายกรัฐมนตรีและเสถียรภาพของรัฐบาล การตัดสินใจที่โปร่งใสและเป็นธรรมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น: หากศาลตัดสินว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร สิ้นสุดลง จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในคดีนี้อย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน มีความซับซ้อนทางกฎหมาย และส่งผลกระทบต่อการเมืองไทยในวงกว้าง การรายงานข่าวอย่างถูกต้องและเป็นกลางจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

คดีนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของหลักนิติธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของรัฐบาล การตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญจึงเป็นที่จับตามองของประชาชนและทุกภาคส่วนในสังคม

ที่มา – “แพทองธาร” แจงศาลรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ใช้เวลาเกือบ 1 ชม. ศาลสั่งย้ำห้ามเผยแพร่

เริ่มไต่สวนเลขาฯ สมช. “อิ๊งค์” รอด้านนอก: ศาลย้ำความลับ!

ศาลรัฐธรรมนูญเริ่มต้นการเริ่มไต่สวนเลขาฯ สมช. ให้ “อิ๊งค์” รอด้านนอก ศาลย้ำเป็นความลับความมั่นคง ไม่ให้ถ่ายทอดสด โดยเรียกนายฉัตรชัย เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าให้การเป็นปากแรก พร้อมทั้งขอให้นายกรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ออกไปรอด้านนอกก่อน ศาลเน้นย้ำว่าคดีนี้เป็นความลับเกี่ยวกับความมั่นคง และสั่งห้ามทุกฝ่ายเปิดเผยรายละเอียดการไต่สวน หรือบิดเบือนข้อกฎหมายใดๆ ที่อาจทำให้สังคมเกิดความสับสน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 สิงหาคม 2568 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ออกนั่งบัลลังก์เพื่อเริ่มไต่สวนเลขาฯ สมช. ให้ “อิ๊งค์” รอด้านนอก ศาลย้ำเป็นความลับความมั่นคง ไม่ให้ถ่ายทอดสด ในกรณีที่ประธานวุฒิสภาได้ส่งคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 36 คน เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 106 (4) และ (5) หรือไม่ เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีคลิปเสียงบทสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร และสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา

นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ชี้แจงถึงกระบวนการพิจารณาว่า วันนี้เป็นการนัดเริ่มไต่สวนเลขาฯ สมช. ให้ “อิ๊งค์” รอด้านนอก ศาลย้ำเป็นความลับความมั่นคง ไม่ให้ถ่ายทอดสด พยานบุคคลที่ถูกเรียกมาให้ถ้อยคำในคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม มาตรา 82 ว่าความเป็นนายกรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

ศาลไม่อนุญาตให้มีการถ่ายทอดภาพและเสียงในการเริ่มไต่สวนเลขาฯ สมช. ให้ “อิ๊งค์” รอด้านนอก ศาลย้ำเป็นความลับความมั่นคง ไม่ให้ถ่ายทอดสด เนื่องจากพยานบุคคลที่มาให้ถ้อยคำเป็นพยานคู่ และคดีเป็นความลับเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ ห้ามมิให้ผู้เข้ารับฟังการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญ นำข้อความการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะการสร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ศาลได้มีการรายงานผู้มาศาลของคู่กรณี โดยฝ่ายผู้ร้องทางประธานวุฒิสภามอบฉันทะให้ผู้แทนมาศาลประกอบด้วย 1. พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สว. 2.พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. 3. นายชนินทร์ แก่นหิรัญ 4. นายตฤณ แก่นหิรัญ และ 5. นายอมร สุวรรณโนจน์ ส่วนผู้ถูกร้อง คือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และพยานบุคคล คือนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (เลขาธิการ)

ต่อมา นายนครินทร์ แจ้งว่าในการไต่สวนศาลได้มอบหมายให้ นายวิรุฬห์ แสงเทียน และนายนพดล เทพพิทักษ์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นผู้ดำเนินการไต่สวน และมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านอื่นร่วมซักถาม โดยนายวิรุฬห์ ได้ขอไต่สวนเลขาธิการ สมช. เป็นปากแรก และขอให้นายกรัฐมนตรีออกไปรอด้านนอก นอกจากนี้ หากฝ่ายผู้ร้องต้องการซักถามพยาน ต้องได้รับการอนุญาตจากองค์คณะตุลาการฯ ก่อน

อย่างไรก็ตาม นายฉัตรชัย กล่าวก่อนที่จะเริ่มการไต่สวนว่า “ข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่า ผมนายฉัตรชัย บางชวด ขอให้ความด้วยความสัตย์จริงทุกประการ” ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสัญญาณการถ่ายทอดจากกล้องวงจรปิดออกไป

เริ่มไต่สวนเลขาฯ สมช. ให้ “อิ๊งค์” รอด้านนอก ศาลย้ำเป็นความลับความมั่นคง ไม่ให้ถ่ายทอดสด

ติดตามข่าวสารการเมืองล่าสุด: เริ่มไต่สวนเลขาฯ สมช.

การไต่สวนครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ในอนาคต การที่ศาลเน้นย้ำถึงความลับและความมั่นคงของชาติ แสดงให้เห็นว่าคดีนี้มีความละเอียดอ่อน และต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ

ที่มา – เริ่มไต่สวนเลขาฯ สมช. ให้ “อิ๊งค์” รอด้านนอก ศาลย้ำเป็นความลับความมั่นคง ไม่ให้ถ่ายทอดสด

เกาะติด! “แพทองธาร” ถึงศาลรัฐธรรมนูญ ไต่สวนคดี

ไทยรัฐร่วมถ่ายทอดสด เกาะติดศาลรัฐธรรมนูญ ล่าสุด “นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร” เดินทางมาถึงแล้ว พร้อมสามี-พี่สาว และหมอพรหมินทร์ เตรียมเข้าสู่การไต่สวนพยานบุคคล

วันที่ 21 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเวลา 10.30 น. ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และ นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในกรณีคลิปเสียงสนทนากับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ จากกรณีคลิปเสียงสนทนากับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา

โดยวันนี้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ จะมีการถ่ายทอดภาพจากวงจรปิดจากห้องพิจารณาคดีลงมาให้สื่อมวลชนที่มาติดตามทำข่าวได้รับชมผ่านโทรทัศน์ที่ทางศาลเตรียมไว้บริเวณโถงด้านล่าง โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้ารับฟังภายในห้องขณะไต่สวน ซึ่งไทยรัฐออนไลน์และไทยรัฐทีวีจะร่วมเกาะติดและรายงานสถานการณ์ที่สำคัญนี้ด้วย

ในเวลา 09.27 น. น.ส.แพทองธาร เดินทางมาถึงสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแล้ว พร้อมด้วย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี  นายปิฎก สุขสวัสดิ์ คู่สมรสของนายกรัฐมนตรี และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ผู้เป็นพี่สาว โดย น.ส.แพทองธาร สวมชุดสีดำ เสื้อเชิ้ตที่สวม ยิ้มและยกมือสวัสดี-รับไหว้ทักทายสื่อมวลชนที่มารอติดตามทำข่าว โดยไม่ได้พูดคุยหรือให้สัมภาษณ์ใดๆ ก่อนที่จะขึ้นไปยังชั้น 2 ในเวลา 09.35 น. เพื่อเข้าสู่ห้องพิจารณา ซึ่งนายกรัฐมนตรีมาถึงก่อนเวลาที่ศาลนัดประมาณ 1 ชั่วโมง

ขณะที่ นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และคณะ เดินทางเข้ามาติดตามการรับฟังในฐานะผู้สังเกตการณ์ตามที่ศาลอนุญาตด้วย โดยศาลรัฐธรรมนูญจะมีการเผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดผ่านโทรทัศน์ที่จัดเตรียมไว้ให้ได้ติดตามบรรยากาศการไต่สวน อย่างไรก็ตาม หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการไต่สวนพยานบุคคล ศาลรัฐธรรมนูญให้ผู้ร้องหรือผู้ถูกร้องที่ประสงค์จะแถลงการณ์ปิดคดีให้ยื่นเป็นหนังสือต่อศาลภายในวันพุธที่ 27 สิงหาคม 2568 หากไม่ยื่นภายในกำหนดถือว่าไม่ติดใจยื่น รวมถึงนัดลงมติและอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. และนัดฟังคำวินิจฉัยเวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้องพิจารณาคดี ชั้น 3 ศาลรัฐธรรมนูญ.

การเดินทางมาศาลรัฐธรรมนูญของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ในครั้งนี้ ถือเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับคดีคลิปเสียงและการสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน

ถ่ายทอดสดเกาะติดศาลรัฐธรรมนูญ “แพทองธาร” ถึงแล้ว เข้าสู่การไต่สวนคดีคลิปเสียง

จับตาการไต่สวนคดีคลิปเสียง “แพทองธาร”

การไต่สวนในวันนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพิจารณาคดี โดยศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาจากพยานหลักฐานต่างๆ รวมถึงคำให้การของ น.ส.แพทองธาร และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวมีผลต่อความเป็นรัฐมนตรีหรือไม่

  • ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม:
  • การชี้แจงของ น.ส.แพทองธาร เกี่ยวกับคลิปเสียง
  • การพิจารณาพยานหลักฐานของศาลรัฐธรรมนูญ
  • ผลกระทบต่อสถานการณ์ทางการเมือง

การตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ จะเป็นที่จับตาของทุกฝ่าย และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่สำคัญ

อย่าลืมติดตามข่าวสารและสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับคดีนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทย

ถ่ายทอดสดเกาะติดศาลรัฐธรรมนูญ “แพทองธาร” ถึงแล้ว เข้าสู่การไต่สวนคดีคลิปเสียง เป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และจะมีการรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

ที่มา – ถ่ายทอดสดเกาะติดศาลรัฐธรรมนูญ “แพทองธาร” ถึงแล้ว เข้าสู่การไต่สวนคดีคลิปเสียง

“อิ๊งค์” และครอบครัวเข้าเฝ้าพระสังฆราช เอมมั่นใจ

“แพทองธาร ชินวัตร” พร้อม “ทักษิณ” และครอบครัว เข้าเฝ้า “สมเด็จพระสังฆราช” วันคล้ายวันเกิดอายุ 39 ปี “เอม พินทองทา” เชื่อมั่นน้องเจตนาบริสุทธิ์ ทำเพื่อประเทศ อวยพรให้ผ่านทุกอุปสรรคไปได้ด้วยดี

เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. วันที่ 21 สิงหาคม 2568 น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือ เอม โพสต์ภาพผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว aimpintongta ซึ่งมี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี (บิดา) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วย นายปิฎก สุขสวัสดิ์ (คู่สมรสของ น.ส.แพทองธาร) นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ (สามีของ น.ส.พินทองทา) และ ด.ญ.ธิธาร สุขสวัสดิ์ หรือ น้องธิธาร ลูกสาวคนโตของ น.ส.แพทองธาร ขณะเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 39 ปีของ น.ส.แพทองธาร

น.ส.พินทองทา ระบุข้อความว่า “เมื่อวานนี้ วันที่ 20 สิงหาคม ครอบครัวของเรา ได้รับพระวโรกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นับเป็นมงคลอันประเสริฐยิ่ง ในวาระวันคล้ายวันเกิดครบ 39 ปี ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นับเป็นสิริมงคลและเป็นบุญบารมีให้กับครอบครัวเราอย่างยิ่งค่ะ” โดยมีเพลง Blessing ของ Hollow Coves ประกอบ

ในเวลาต่อมา น.ส.พินทองทา ยังได้โพสต์ภาพเค้กวันเกิด และโพสต์ภาพคู่กับ น.ส.แพทองธาร อีกครั้งเนื่องในวันคล้ายวันเกิด 21 สิงหาคม พร้อมข้อความว่า “แด่น้องรัก …อย่างที่เคยบอกเสมอว่า พี่รักและภูมิใจในตัวน้องเล็กของบ้านทุกวัน…. ตั้งแต่เติบโตด้วยกันมา 39 ปี น้องเป็นคนเข้มแข็งเสมอ (ปนดุบ้าง) และมักจะทำทุกอย่างด้วยใจ พูดตรงไปตรงมาชัดเจน จนบางทีพี่ต้องตั้งสติก่อนไม่งั้นตกใจในความชัดเจนได้… น้องเป็นคนทุ่มเททำทุกอย่างด้วยความเต็ม 200% โดยเฉพาะเรื่องปกป้องคนที่รัก น้องจริงใจและใจดีมากๆ อาจจะไม่ง่ายที่จะมองออกจากบุคลิกที่เข้มแข็งของน้อง แต่พี่มั่นใจว่าถ้าถามทุกคนที่ใกล้ชิดจะรู้และพูดเป็นเสียงเดียวกันแบบนี้แน่นอน… ซึ่งพี่อบอุ่นทุกครั้งที่ไปไหนเราไปด้วยกันตัวติดกันเหมือนฝาแฝด

วันเกิดปีนี้เช่นเคย พี่ขอให้น้องมีสุขภาพที่แข็งแรงมีจิตใจที่ใสบริสุทธิ์… มีสติและทำทุกอย่างด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ตั้งใจทุ่มเททำเพื่อประเทศและทุกคนแบบที่น้องทำมาตลอด…พี่เชื่อมั่นว่า เจตนาที่บริสุทธิ์ และความเสียสละของน้องจะเป็นบุญอันใหญ่หลวงที่ปกป้องให้น้องผ่านทุกอุปสรรคไปได้ด้วยดี

วันนี้หรือวันไหนๆ เมื่อไหร่หันมาจะเจอพี่และคนที่รักและมั่นใจในตัวน้องอีกมากมาย… ส่งพลังและกำลังใจให้เจ้าของวันเกิดในวันนี้ค่ะ… สุขสันต์วันเกิดจ้า รักเธอเสมอออออ”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าในวันนี้เวลา 10.30 น. ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานบุคคล 2 ปาก คือ น.ส.แพทองธาร และนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในกรณีคลิปเสียงสนทนากับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาด้วย ก่อนที่จะนัดลงมติและอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ถึงความเป็นรัฐมนตรีว่าจะต้องสิ้นสุดลงหรือไม่.

“อิ๊งค์” และครอบครัวเข้าเฝ้าพระสังฆราช เอมมั่นใจ

เรื่องราวของ “อิ๊งค์” และครอบครัวเข้าเฝ้าพระสังฆราช ได้สร้างความสนใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเชื่อมั่นของ “เอม พินทองทา” ที่มีต่อน้องสาว

ทำไมเรื่อง “อิ๊งค์” และครอบครัวเข้าเฝ้าพระสังฆราช ถึงเป็นที่สนใจ?

การที่ “อิ๊งค์” และครอบครัวเข้าเฝ้าพระสังฆราชนั้น แสดงให้เห็นถึงความเคารพและความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทย นอกจากนี้ ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างครอบครัวชินวัตรกับสถาบันศาสนา

เหตุการณ์ “อิ๊งค์” และครอบครัวเข้าเฝ้าพระสังฆราชนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของสถาบันศาสนาในสังคมไทย และความศรัทธาที่ประชาชนมีต่อศาสนาพุทธ การที่ครอบครัวของนักการเมืองชื่อดังให้ความสำคัญกับศาสนา ก็ยิ่งเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนหันมาสนใจและทำนุบำรุงศาสนามากยิ่งขึ้น

“อิ๊งค์” และครอบครัวเข้าเฝ้าพระสังฆราช ถือเป็นภาพที่น่าประทับใจและเป็นสิริมงคลอย่างยิ่ง

ที่มา – “อิ๊งค์” และครอบครัวเข้าเฝ้าพระสังฆราช วันเกิด 39 ปี “เอม” เชื่อมั่นเจตนาบริสุทธิ์

ชมสด! เกาะติดศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวน

ชมสด! เกาะติดศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยาน นายกฯ อิ๊งค์ และ เลขาธิการ สมช. ในคดีที่ 36 ส.ว. ยื่นร้องความเป็นรัฐมนตรีของ “แพทองธาร” สิ้นสุดลงหรือไม่ ก่อนนัดแถลงด้วยวาจาและลงมติ 29 ส.ค. 68 จับตาทุกความเคลื่อนไหวที่อาจส่งผลต่ออนาคตทางการเมือง

หลังศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์รับคำร้องคดี สว. ร้องถอดถอน “แพทองธาร ชินวัตร” ปมคลิปเสียงสนทนา “ฮุน เซน” และมีมติ 7 ต่อ 2 สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นที่จับตามองของสังคมอย่างกว้างขวาง การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ชมสด! เกาะติดศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวน

วันที่ 21 สิงหาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดนัดไต่สวนพยานบุคคลจำนวน 2 ปาก คือ ผู้ถูกร้องและเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในวันที่ 21 ส.ค. เวลา 10.30 น. การไต่สวนครั้งนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

พยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียก หากไม่มาตามกำหนดนัด ถือว่าไม่ติดใจเป็นพยานบุคคล และให้ผู้ร้องหรือผู้ถูกร้อง ที่ประสงค์จะแถลงการณ์ปิดคดี ให้ยื่นเป็นหนังสือต่อศาลภายในวันที่ 27 ส.ค. หากไม่ยื่นภายในกำหนดถือว่าไม่ติดใจยื่น โดยศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือและลงมติในวันที่ 29 ส.ค. เวลา 09.30 น. นัดฟังคำวินิจฉัยเวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้องพิจารณาคดี ชั้น 3 ศาลรัฐธรรมนูญ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ และศาลรัฐธรรมนูญจะอนุญาตให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนและฟังคำวินิจฉัยเป็นรายบุคคล

ช่องทางติดตาม ชมสด! เกาะติดศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวน

สำหรับประชาชนที่สนใจติดตามความคืบหน้าของคดี สามารถรับชมรายงานสดจากศาลรัฐธรรมนูญ ได้ทางช่องทางออนไลน์ต่างๆ ดังนี้:

การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้ท่านเข้าใจประเด็นต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง และสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างมีวิจารณญาณ

การพิจารณาคดีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน ผลของการตัดสินอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ดังนั้น การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประชาชนทุกคน อย่าพลาดโอกาส ชมสด! เกาะติดศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวน เพื่อรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน

การที่ศาลรัฐธรรมนูญเปิดให้ประชาชนเข้ารับฟังการไต่สวนและฟังคำวินิจฉัย ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและความมุ่งมั่นที่จะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม การพิจารณาคดีนี้ยังคงต้องดำเนินต่อไปตามกระบวนการยุติธรรม และผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็นอย่างไรนั้น ยังคงต้องรอติดตามกันต่อไป

ที่มา – ชมสด เกาะติดศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวน ปมคลิปเสียง “นายกฯ อิ๊งค์” คุย “ฮุน เซน”

เพื่อไทยมั่นใจ “นายกฯ อิ๊งค์” บริสุทธิ์ใจ-หวังดีกับบ้านเมือง

เพื่อไทยไม่กังวล ยังเชื่อมั่น “นายกฯ อิ๊งค์” บริสุทธิ์ใจ-หวังดีกับบ้านเมือง

“วิสุทธิ์” เชื่อมั่นความบริสุทธิ์ใจ “แพทองธาร ชินวัตร” หวังดีกับบ้านเมือง-ไม่มีเจตนาร้าย ย้ำพรรคเพื่อไทยไม่กังวล เชื่อไม่มีปัญหา กำชับ สส. ทำหน้าที่อยู่ในสภา เท่ากับการเป็นกำลังให้นายกฯ แล้ว

วันที่ 20 สิงหาคม 2568 นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และประธาน สส.พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จะเดินทางไปร่วมไต่สวนคดีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ในวันพรุ่งนี้ 21 สิงหาคม 2568 เวลา 10.30 น. ว่า ทุกอย่างต้องว่าไปตามกระบวนการ น.ส.แพทองธาร มีทีมกฎหมายอยู่แล้ว เชื่อว่าชี้แจงได้ พรรคเพื่อไทยไม่ได้กังวลใจในเรื่องนี้

วิสุทธิ์ ไชยณรุณ
วิสุทธิ์ ไชยณรุณ

เมื่อถามว่าจะมี สส. เดินทางไปให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร ที่ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายวิสุทธิ์ ตอบว่าไม่มี เพราะ สส. ต้องทำหน้าที่เป็นองค์ประชุมในสภาฯ ส่วนทีมงานนายกรัฐมนตรีจะมีใครไปบ้างนั้นตนไม่ทราบ แต่เชื่อว่ามีทีมกฎหมายไปให้ข้อมูลอยู่แล้ว ที่ผ่านมาเราเจอนายกรัฐมนตรีที่สภาฯ ได้ให้กำลังใจกันอยู่แล้ว เชื่อว่าไม่มีปัญหา และในที่ประชุมพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 มีคนถามว่าต้องไปหรือไม่ ตนได้บอกไปว่าไม่ให้ไป เพราะ สส. ต้องทำหน้าที่อยู่ในสภาฯ เพราะการทำงานในสภาฯ ก็เท่ากับการเป็นกำลังให้นายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามต่อกรณีมีการปล่อยข่าวเกี่ยวกับการเลือกนายกรัฐมนตรีคนต่อไป นายวิสุทธิ์ เผยว่า เราไม่ได้คิดถึงประเด็นนี้ เราเชื่อมั่นความบริสุทธิ์ใจของนายกรัฐมนตรีที่หวังดีกับบ้านเมือง ไม่มีเจตนาร้าย และเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม.

พรรคเพื่อไทยเชื่อมั่น “นายกฯ อิ๊งค์” ทำเพื่อบ้านเมือง

จากกรณีที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องเข้าร่วมไต่สวนคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีความกังวลแต่อย่างใด และเชื่อมั่นในทีมกฎหมายของนายกรัฐมนตรีว่าจะสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงได้ นอกจากนี้ยังเน้นย้ำว่า สส. ทุกคนควรทำหน้าที่ของตนเองในสภา ซึ่งถือเป็นการสนับสนุนนายกรัฐมนตรีอีกทางหนึ่งด้วย

นายวิสุทธิ์ยังกล่าวถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ว่า พรรคไม่ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นดังกล่าว เนื่องจากทุกคนเชื่อมั่นในการทำงานและความหวังดีของ “นายกฯ อิ๊งค์” ที่มีต่อบ้านเมือง และเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม

สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันมีความผันผวนและเต็มไปด้วยข่าวลือมากมาย การที่พรรคเพื่อไทยออกมาแสดงความเชื่อมั่นในตัวนายกรัฐมนตรีจึงเป็นการส่งสัญญาณที่สำคัญถึงความมั่นคงและความเป็นเอกภาพภายในพรรค การสนับสนุนและให้กำลังใจซึ่งกันและกันในสถานการณ์ที่ท้าทายเช่นนี้ จะเป็นพลังสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการที่ทุกฝ่ายต้องเคารพในกระบวนการยุติธรรม และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อให้ความจริงปรากฏและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน การทำงานอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ จะเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญที่สุดในการเผชิญกับข่าวลือและการใส่ร้ายต่างๆ

การที่ สส. ทุกคนทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ในสภา ก็เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าพรรคเพื่อไทยกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง

ดังนั้น การที่พรรคเพื่อไทยไม่กังวลและยังคงเชื่อมั่นใน “นายกฯ อิ๊งค์” จึงเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพรรค ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

ท้ายที่สุดแล้ว การทำงานเพื่อส่วนรวมและการยึดมั่นในหลักการที่ถูกต้อง จะเป็นสิ่งที่นำพาประเทศชาติและพรรคการเมืองไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน

ที่มา – เพื่อไทยไม่กังวล ยังเชื่อมั่น “นายกฯ อิ๊งค์” บริสุทธิ์ใจ-หวังดีกับบ้านเมือง

Scroll to top