คดีเหมืองทองอัครา

“พีระพันธุ์” เผย คดีเหมืองทองอัคราคลี่คลาย ทีมนินจา

“พีระพันธุ์” เผย คดีเหมืองทองอัคราคลี่คลาย เป็นเพราะ ทีมนินจา ที่ทำงานมา 3 รัฐบาล คดีดังที่ทำให้รัฐบาลไทยปวดหัวมานานหลายปี ในที่สุดก็คลี่คลายได้แล้ว ด้วยฝีมือของทีมลับที่เรียกว่า “ทีมนินจา” นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ออกมาเผยความจริงเบื้องหลังการเจรจาครั้งนี้ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568

“พีระพันธุ์” เผย คดีเหมืองทองอัคราคลี่คลาย เป็นเพราะ ทีมนินจา ที่ทำงานมา 3 รัฐบาล

คดีเหมืองทองอัครา เป็นข้อพิพาทใหญ่ระหว่างรัฐบาลไทยกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด จากออสเตรเลีย เจ้าของเหมืองทองคำอัคราในจังหวัดพิจิตร ปัญหาเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2559 เมื่อรัฐบาล คสช. ภายใต้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งระงับกิจการเหมือง หลังมีกระแสต่อต้านจากประชาชนที่กังวลเรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะประเด็นไซยาไนด์ที่อาจรั่วไหล

บริษัทคิงส์เกตมองว่ารัฐบาลไทย “กลั่นแกล้ง” จึงฟ้องร้องต่ออนุญาโตตุลาการที่สิงคโปร์ ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย เสี่ยงต้องจ่ายค่าเสียหายสูงถึงหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งเป็น “ค่าโง่” ที่ไม่มีใครอยากเห็น

จุดเริ่มต้นของทีมนินจาในสมัยรัฐบาลลุงตู่

ตอนที่นายพีระพันธุ์เข้ามารับผิดชอบ คดีใกล้ถึงจุดชี้ขาดแล้ว ทีมปกติจากกระทรวงอุตสาหกรรมกำลังเจรจา แต่ต้องการการประสานงานลึกซึ้งนอกรอบ จึงขออนุมัติจากนายกฯ ประยุทธ์ ตั้ง “ทีมนินจา” ขึ้นมา ชุดนี้ประกอบด้วย

  • นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
  • ศ.อธึก อัศวานันท์
  • พล.ท.นิธิ จึงเจริญ (ตำแหน่งขณะนั้น)
  • ตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ทีมนี้เข้าไปเจรจากับผู้บริหารบริษัทอัคราและบริษัทแม่ในออสเตรเลีย ชี้แจงข้อเท็จจริงว่าการสั่งปิดเป็นอำนาจปกติของอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ไม่ใช่เจตนากลั่นแกล้ง แม้ใช้ ม.44 แต่เป็นเพื่อเร่งด่วนเท่านั้น นอกจากนี้ คดีอาญาที่ยังค้าง รัฐบาลไม่สามารถแทรกแซงได้ แต่ทีมชี้ให้เห็นโอกาสธุรกิจระยะยาวในไทยที่คุ้มค่า

ผู้บริหารคิงส์เกตทั้งในไทยและออสเตรเลียยอมรับแนวทางนี้ ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายขอขยายเวลาคำชี้ขาดจากอนุญาโตตุลาการร่วมกัน โดยไม่มีใครคัดค้าน

ความต่อเนื่องข้าม 3 รัฐบาล: จากประยุทธ์ สู่เศรษฐา และแพทองธาร

สิ่งน่าประทับใจคือ ทีมนินจายังคงทำงานต่อเนื่อง แม้รัฐบาลเปลี่ยน สมัยนายเศรษฐา ทวีสิน และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ไม่ได้ตั้งทีมใหม่ แต่ให้ทีมนเดิมประสานต่อ จนในที่สุดผู้ถือหุ้นบริษัทยอมรับเงื่อนไขที่ผู้บริหารเสนอ ไม่ต้องรอคำตัดสินจากสิงคโปร์ ยุติข้อพิพาทได้สำเร็จ

การเจรจาครั้งนี้ไม่เพียงช่วยประหยัดเงินภาษีของประชาชนหลายหมื่นล้าน แต่ยังฟื้นความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติ โดยแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยมีระบบยุติธรรมและเปิดกว้างสำหรับธุรกิจที่โปร่งใส

นอกจากนี้ คดีนี้ยังเป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับการใช้อำนาจรัฐ ว่าต้องชัดเจนเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่นำไปสู่การฟ้องร้องระดับนานาชาติ เหมืองทองอัคราอาจกลับมาเปิดใหม่ได้ หากปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย

เหมืองทองอัคราเคยสร้างรายได้มหาศาล สร้างงานให้คนในพื้นที่พิจิตรนับพันคน หากคลี่คลายได้จริง จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและเพิ่มรายได้แผ่นดินจากภาษี แต่ต้องสมดุลกับการดูแลสุขภาพประชาชนและแม่น้ำป่าสัตว์ป่าใกล้เคียง

“พีระพันธุ์” เผย คดีเหมืองทองอัคราคลี่คลาย เป็นเพราะ ทีมนินจา ที่ทำงานมา 3 รัฐบาล แสดงให้เห็นพลังของความสามัคคีและความต่อเนื่องในการแก้ปัญหาชาติ อย่าปล่อยให้การเมืองมาขัดขวางผลประโยชน์ประชาชน

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? คดีเหมืองทองอัคราควรกลับมาเปิดหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รู้เบื้องหลังความสำเร็จที่แท้จริง!

ที่มา – “พีระพันธุ์” เผย คดีเหมืองทองอัคราคลี่คลาย เป็นเพราะ ทีมนินจา ที่ทำงานมา 3 รัฐบาล

“ธนกร” ชู “อนุทิน” กำชับยุติข้อพิพาทเหมืองทองอัครา

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวดีของบ้านเมืองกันบ้างนะครับ ความสำเร็จในการยุติข้อพิพาทเหมืองทองอัคราที่ทุกคนรอคอยมานานกว่า 8 ปี ในที่สุดก็เป็นรูปธรรมแล้ว! นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ออกมาให้เครดิตเต็มๆ ให้กับนายกรัฐมนตรี “อนุทิน” ชาญวีรกูล ที่กำชับให้ใช้กลยุทธ์เชิงรุก จนคู่กรณียอมยุติข้อพิพาทโดยสมัครใจ สุดยอดไปเลยใช่ไหมล่ะ?

ยุติข้อพิพาทเหมืองทองอัครา

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักปัญหานี้กันหน่อย เหมืองทองอัครา ตั้งอยู่ในจังหวัดพิจิตร เป็นเหมืองทองคำรายใหญ่ของไทยที่ดำเนินการโดยบริษัท Kingsgate Consolidated จากออสเตรเลีย ปัญหาเริ่มมาตั้งแต่ปี 2560 เมื่อรัฐบาลสั่งปิดเหมืองเพราะตรวจพบไซยาไนด์เกินมาตรฐาน ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนท้องถิ่น บริษัทฟ้องไทยต่ออนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ (ICSID) ขอค่าชดเชยมหาศาลกว่า 1 แสนล้านบาท ยืดเยื้อมา 8 ปี จนกลายเป็นบาดแผลใหญ่ของภาคการลงทุน

แต่ตอนนี้ จบแล้วครับ! การยุติข้อพิพาทเหมืองทองอัคราครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจากการวางแผนอย่างเป็นระบบ ตามที่นายธนกรเล่าว่า ในปี 2563 เคยตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งที่มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เข้ามาช่วย แต่ชุดนั้นสิ้นสุดตามวาระรัฐบาลเก่า จนมาถึงพฤษภาคม 2568 ตั้งคณะทำงานใหม่ นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ

กลยุทธ์เชิงรุกจาก “อนุทิน”

สิ่งที่ทำให้สำเร็จคือคำสั่งตรงจากนายกฯ อนุทิน ที่มอบหมายให้นายธนกรวางกลยุทธ์ต่อสู้คดีแบบเข้มข้น โดยบูรณาการทีมที่ปรึกษากฎหมาย ไทยแสดงจุดยืนชัดเจนในเวทีโลก ว่าเราพร้อมสู้ถึงที่สุดในชั้นอนุญาโตตุลาการ แต่ก็เปิดช่องเจรจาแบบฉันมิตร ภายใต้หลักกฎหมายสำคัญ คือ ไม่ยอมรับเงื่อนไขที่เป็นภาระต่อชาติเด็ดขาด

特にในช่วงก่อนคำชี้ขาดกลางพฤศจิกายน 2568 สัญญาณเข้มแข็งจากไทย ทำให้คู่กรณีเห็นว่าทางออกที่ดีที่สุดคือยุติข้อพิพาทเหมืองทองอัคราโดยสมัครใจ นายธนกรยังแย้มว่า ได้ขอคำแนะนำจากทีมที่ปรึกษาของ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตลอด และเมื่อสำเร็จ ลุงตู่ยังชื่นชมทีมงานด้วย

ผลงานรูปธรรมของทีมกระทรวงอุตสาหกรรม

  • ใช้กลยุทธ์เจรจาเชิงรุก รักษาผลประโยชน์ชาติสูงสุด
  • ปกป้องภาพลักษณ์การลงทุนของไทย
  • ยุติคดียาวนาน 8 ปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
  • บูรณาการทุกฝ่าย ตั้งแต่ปลัดฯ ไปจนถึงที่ปรึกษากฎหมาย

นี่คือตัวอย่างการทำงานที่ต่อเนื่องของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรมทุกคน ทำให้ปัญหาที่ค้างคาไม่จบสิ้น กลายเป็นชัยชนะของชาติ สุดยอดมาก!

จากมุมมองของผม การยุติข้อพิพาทเหมืองทองอัคราครั้งนี้ ไม่เพียงช่วยประหยัดงบประมาณมหาศาล แต่ยังฟื้นความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติ ว่าไทยเคารพกฎหมายและปกป้องสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน มันเป็นบทเรียนสำคัญว่าการเจรจาแบบมีหลักการ สามารถชนะคดีใหญ่ได้โดยไม่ต้องสู้ถึงที่สุด

คุณล่ะครับ คิดว่าความสำเร็จนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้ไทยแก้ปัญหาคล้ายๆ กันได้อีกไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ!

ที่มา – “ธนกร” ชู “อนุทิน” กำชับใช้กลยุทธ์เชิงรุก ทำยุติข้อพิพาทเหมืองทองอัคราสำเร็จ

ปิดฉาก 8 ปี คดีเหมืองทองอัครา “คิงส์เกต” ถอนฟ้อง

นายกฯ ขอบคุณ ก.อุตสาหกรรม เจรจา “คิงส์เกต” ถอนฟ้องรัฐบาลไทย ปิดฉากข้อพิพาทปิดฉาก 8 ปี คดีเหมืองทองอัครา “คิงส์เกต” ถอนฟ้องรัฐบาลไทย 8 ปี

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวชื่นชมและขอบคุณกระทรวงอุตสาหกรรม ที่เป็นตัวกลางไปเจรจากับ คิงส์เกต คอนโซลิเดทเต็ด ลิมิเต็ด (Kingsgate Consolidated Limited) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบกิจการเหมืองทองอัครา ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งได้ประกาศยุติข้อพิพาทกับรัฐบาลไทย ในเรื่องการยกเลิกทำเหมืองทองอัครา ซึ่งช่วงนี้ใกล้ที่จะมีการอ่านคำพิพากษา แต่เมื่อเขายินดีที่จะถอนฟ้อง ก็ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับคนไทย

ด้าน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากรายงานของกระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้การกำกับดูแลของนายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐบาลได้ยุติข้อพิพาท “ไทย–คิงส์เกต” ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 8 ปี โดยไม่ต้องมีคำตัดสินของอนุญาโตตุลาการ ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงของประเทศ และเสริมความเชื่อมั่นต่อระบบการลงทุนของไทยในระยะยาว การปิดฉาก 8 ปี คดีเหมืองทองอัครา “คิงส์เกต” ถอนฟ้องครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่คาราคาซังมานาน

โดยคณะอนุญาโตตุลาการได้แจ้งผลอย่างเป็นทางการว่า “ไม่ต้องออกคำสั่งตัดสินคดี” หลังทั้งสองฝ่ายสามารถหาข้อยุติร่วมกัน ภายใต้กรอบกฎหมายไทย และหลักสากลด้านสิ่งแวดล้อม การกำกับดูแล และความปลอดภัย ซึ่งเป็นแนวทางที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ผลักดันมาโดยตลอด นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง เดินหน้าแก้ปัญหาเหมืองแร่ทองคำอย่างเป็นระบบ ปกป้องสิ่งแวดล้อมควบคู่เศรษฐกิจชุมชน และได้สั่งการให้กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างโปร่งใส รอบคอบ และรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน

ปิดฉาก 8 ปี คดีเหมืองทองอัครา “คิงส์เกต” ถอนฟ้อง

การปิดฉาก 8 ปี คดีเหมืองทองอัครา “คิงส์เกต” ถอนฟ้องรัฐบาลไทยนับเป็นข่าวดีที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย หลังจากข้อพิพาทที่ยืดเยื้อมานานถึง 8 ปี ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจแก่ประเทศ การยุติข้อพิพาทโดยไม่ต้องมีการตัดสินของอนุญาโตตุลาการ ถือเป็นความสำเร็จของรัฐบาลในการเจรจาและหาข้อยุติที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

ความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากการทำงานอย่างหนักของกระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ได้ผลักดันแนวทางการแก้ไขปัญหาเหมืองแร่ทองคำอย่างเป็นระบบ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจชุมชน ควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

การปิดฉาก 8 ปี คดีเหมืองทองอัครา “คิงส์เกต” ถอนฟ้องไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงของประเทศในด้านกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ยังมีผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว:

  • ความเชื่อมั่นของนักลงทุน: การยุติข้อพิพาทช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อประเทศไทย ทำให้เกิดการลงทุนใหม่ๆ และส่งผลดีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ
  • การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน: การแก้ไขปัญหาเหมืองแร่ทองคำอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการทำเหมือง สามารถพัฒนาเศรษฐกิจของตนเองได้อย่างยั่งยืน
  • การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม: การดำเนินงานของเหมืองแร่ทองคำจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากลด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพของประชาชน

การปิดฉาก 8 ปี คดีเหมืองทองอัครา “คิงส์เกต” ถอนฟ้องรัฐบาลไทยครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเจรจา การแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ และการคำนึงถึงผลประโยชน์ของทุกฝ่าย การสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

ที่มา – ปิดฉาก 8 ปี คดีเหมืองทองอัครา “คิงส์เกต” ถอนฟ้องรัฐบาลไทย

Scroll to top