คนละครึ่งพลัส

ลงทะเบียนร้านค้าคนละครึ่งพลัสผ่านแอปฯถุงเงิน

ร้านค้าเดิม ร้านค้าใหม่ สามารถลงทะเบียนร้านค้า คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ ถุงเงิน ได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 19 ธันวาคม 2568!

วันที่ 15 ตุลาคม 2568 ถือเป็นวันแรกของการเปิดให้ ลงทะเบียนร้านค้า คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ ถุงเงิน สำหรับร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่มุ่งหวังจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน เพิ่มกำลังซื้อ และสร้างรายได้ให้กับร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยโครงการมีระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 มีจำนวนสิทธิสำหรับประชาชนประมาณ 20 ล้านสิทธิ หรือจนกว่าวงเงิน 4.4 หมื่นล้านบาทจะหมดลง

สำหรับร้านค้าที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ สามารถลงทะเบียนได้ที่จุดบูธของกระทรวงมหาดไทยที่ร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 19 ธันวาคม 2568 โดยใช้งานผ่านแอปพลิเคชันถุงเงิน และจะเริ่มรับสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 06:00 – 23:00 น.

ลงทะเบียนร้านค้า คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ ถุงเงิน

สำหรับร้านค้าถุงเงินที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 ในปี 2565 และผ่านเกณฑ์ของโครงการแล้ว ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใหม่ เพียงแค่อัปเดตแอปพลิเคชันถุงเงินให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด และมองหาแบนเนอร์โครงการ “คนละครึ่งพลัส” แล้วกดเข้าไปได้เลย

หากไม่พบแบนเนอร์โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ในแอปฯ ถุงเงิน ให้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการในฐานะ “ร้านค้าใหม่”

ขั้นตอนการลงทะเบียนร้านค้าใหม่ คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ ถุงเงิน

  • สำหรับร้านค้าที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ
    1. เตรียมบัตรประชาชน
    2. รูปถ่ายร้านค้าที่เห็นรูปเจ้าของร้านขณะกำลังประกอบกิจการ
  • ร้านค้าบุคคลธรรมดา หรือวิสาหกิจชุมชน
    1. นำแบบฟอร์มติดต่อเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อยืนยันการประกอบกิจการจริง
  • ร้านค้านิติบุคคลรายย่อย หรือธุรกิจเฉพาะ
    1. นำแบบฟอร์มติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย เพื่อส่งตรวจข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐ
  • นำเอกสารทั้งหมดไปยื่นที่จุดบูธของกระทรวงมหาดไทยที่ร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา

สำหรับร้านค้าที่ยังไม่ได้เป็นร้านค้าถุงเงิน สามารถสมัครได้ที่สาขาธนาคารกรุงไทย หรือที่เว็บไซต์ www.ถุงเงินกรุงไทย.com จากนั้นกดสมัครเป็นร้านค้าถุงเงิน และเข้าร่วมโครงการฯ หรือ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครเข้าร่วมโครงการ ลงทะเบียนร้านค้า คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ ถุงเงิน

อย่ารอช้า! รีบลงทะเบียนร้านค้า คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ ถุงเงิน เพื่อรับโอกาสเพิ่มยอดขายและขยายฐานลูกค้าของคุณในช่วงปลายปีนี้ โครงการนี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับร้านค้าในการกระตุ้นยอดขายและสร้างความเติบโตทางธุรกิจ

ที่มา – ลงทะเบียนร้านค้า คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ ถุงเงิน สำหรับร้านค้าเดิม

ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส: คู่มือร้านค้าใหม่และเงื่อนไข

“คนละครึ่งพลัส 2568” เริ่มแล้ววันแรก! เปิดลงทะเบียนร้านค้า ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. – 19 ธ.ค. มาดูวิธีสมัครเข้าร่วมโครงการสำหรับ “ร้านค้าใหม่” พร้อมเงื่อนไขในการพิจารณาให้สิทธิกัน

เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 68 โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ได้เปิดให้ร้านค้าที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ ซึ่งเป็นนโยบายจากรัฐบาลเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน และเพิ่มกำลังซื้อ รวมทั้งช่วยสร้างรายได้ให้ร้านค้ารายย่อย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยโครงการเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. – 31 ธ.ค. 2568 มีจำนวนสิทธิสำหรับประชาชนประมาณ 20 ล้านสิทธิ หรือจนกว่าวงเงิน 4.4 หมื่นล้านบาทจะหมด

สำหรับร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส สามารถลงทะเบียนได้ที่บูธกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. – 19 ธ.ค. 68 โดยใช้งานผ่านแอปฯ ถุงเงิน

ภาพรวมระยะเวลาร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส”

ไทม์ไลน์โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ปี 2568 สำหรับร้านค้าและฟู้ดเดลิเวอรี มีรายละเอียดดังนี้:

15 ต.ค. 68: เปิดลงทะเบียน “ร้านค้าใหม่” สมัครเข้าร่วมโครงการวันแรก

29 ต.ค. 68: ร้านค้าถุงเงินเริ่มรับสิทธิวันแรก

3 พ.ย. 68: เริ่มลงทะเบียน “ฟู้ดเดลิเวอรี”

7 พ.ย. 68: ร้านค้าถุงเงินเริ่มรับสิทธิผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการ

31 ธ.ค. 68: สิ้นสุดโครงการ

ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส สามารถใช้จ่ายได้ระหว่างเวลา 06.00 – 23.00 น. ของทุกวัน

สำหรับร้านค้าฟู้ดเดลิเวอรี สามารถใช้จ่ายได้ระหว่างเวลา 06.00 – 21.00 น. และต้องรับออร์เดอร์ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 68 ก่อนเวลา 21:00 น.

วิธีลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” 2568 สำหรับร้านค้าใหม่

หากคุณเป็นร้านค้าใหม่และต้องการเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” นี่คือขั้นตอน:

  1. สมัครร้านค้าถุงเงิน
    • ต้องมีบัญชีธนาคารกรุงไทย
    • สมัครเป็นร้านค้าถุงเงินผ่าน www.ถุงเงินกรุงไทย.com
    • ดาวน์โหลด/อัปเดตแอปฯ ถุงเงินเป็นเวอร์ชันล่าสุด
  2. สมัครเข้าร่วมโครงการ
    • ตรวจสอบประเภทกิจการและดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร เพื่อยื่นสมัครกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
    • กรอกใบสมัคร พร้อมแนบบัตรประจำตัวประชาชน และรูปถ่ายร้านค้าที่มีรูปเจ้าของขณะประกอบกิจการ
    • นำเอกสารติดต่อเจ้าหน้าที่ตามหน่วยงานที่กำหนดเงื่อนไขของกลุ่มร้าน

ร้านค้าบุคคลธรรมดาหรือผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มการสมัครร้านค้า สำหรับกระทรวงมหาดไทย

ร้านค้านิติบุคคลรายย่อยหรือธุรกิจเฉพาะ สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มการสมัครร้านค้า สำหรับธนาคารกรุงไทย

  1. การอนุมัติเข้าร่วมโครงการ
    • นำเอกสารที่ได้รับการยืนยันแล้ว มายื่นสมัครเข้าร่วมโครงการ ณ จุดให้บริการ เพื่อขออนุมัติเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส ได้ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. – 19 ธ.ค. 68
    • หากได้รับการอนุมัติเข้าร่วมโครงการ จะแสดง “เมนูคนละครึ่งพลัส” บนแอปฯ ถุงเงิน
    • รับสิทธิตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. – 31 ธ.ค. 68 เวลา 06:00 – 23:00 น.

“คนละครึ่งพลัส” ร้านค้าเดิมไม่ต้องลงทะเบียนใหม่

ร้านค้าคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ที่ผ่านเกณฑ์ ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่

  1. ดาวน์โหลด/อัปเดตแอปฯ ถุงเงินให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
  2. ร้านค้าที่ผ่านการอนุมัติจะได้รับการแจ้งเตือนผ่านแอปฯ ถุงเงิน
  3. เมื่อผ่านเข้าร่วมโครงการ แบนเนอร์คนละครึ่งพลัสจะปรากฏบนแอปฯ ถุงเงิน
  4. กดยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลงของโครงการ
  5. สามารถใช้งานคนละครึ่งพลัส ได้ทันที

เปิดเงื่อนไขการพิจารณาร้านค้าร่วม “โครงการคนละครึ่ง 2568”

เงื่อนไขการพิจารณาร้านค้าที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส มีดังนี้:

1. ร้านค้ากลุ่มเดิม (ที่ผ่านเกณฑ์ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่)

  • ร้านค้าถุงเงินที่เคยได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง เฟส 5 (ปี 2565) ผ่านเกณฑ์ตามเงื่อนไขโครงการ
  • ร้านค้าธงฟ้าบุคคลธรรมดา ผ่านเกณฑ์ตามเงื่อนไขโครงการ
  • ร้านค้าโครงการกรุงเทพแผงลอย ผ่านเกณฑ์ตามเงื่อนไขโครงการ

2. ร้านค้ากลุ่มใหม่ ลงทะเบียนใหม่

ร้านที่ต้องได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ

(1) ร้านค้าบุคคลธรรมดา

  • ร้านอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป
  • ร้านค้า/บริการของวิสาหกิจชุมชน
  • ผู้ประกอบการรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสาร เช่น สามล้อถีบ เป็นต้น
  • ร้านทำเล็บ ทำผม

(2) ร้านค้านิติบุคคล

  • ร้านค้า/บริการของวิสาหกิจชุมชน

มีเงื่อนไขดังนี้:

  • ต้องเป็นร้านค้าถุงเงินที่ได้รับการยืนยันการประกอบกิจการจริงจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ของกระทรวงมหาดไทย/กทม.
  • นำแบบฟอร์มสมัครร้านค้า สำหรับกระทรวงมหาดไทย/กทม. ที่ได้รับการยืนยันแล้ว ยื่นเอกสารที่จุดตั้งบูธกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือ ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา
  • สมัครร้านค้าถุงเงิน > ดาวน์โหลดแบบฟอร์มสมัครร้านค้า สำหรับกระทรวงมหาดไทย/กทม. > เจ้าหน้าที่รัฐยืนยันการประกอบกิจการ > ยื่นเอกสารที่จุดตั้งบูธหรือสาขาธนาคารกรุงไทย

ร้านที่ต้องตรวจสอบคุณสมบัติเฉพาะ

(1) ร้านค้าบุคคลธรรมดา

  • ร้านให้บริการนวด สปา
  • ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ ได้แก่ แท็กซี่, รถตู้โดยสารประจำทาง, รถยนต์สามล้อ, รถสองแถว, รถจักรยานยนต์รับจ้าง

(2) ร้านค้านิติบุคคล

  • ร้านค้านิติบุคคลขนาดเล็ก มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท (ยื่น ภ.ง.ด. 50 รอบบัญชี 67 ข้อมูล ณ 30 ก.ย. 68) ซึ่งขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป หรือให้บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม และให้บริการขนส่งสาธารณะ
  • ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง

มีเงื่อนไข ดังนี้

ร้านค้าถุงเงินที่ต้องตรวจสอบใบอนุญาตหรือใบขับขี่สาธารณะหรือตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานของรัฐ ต้องนำแบบฟอร์มสมัครร้านค้าสำหรับเจ้าหน้าที่กรุงไทย ไปยื่นเอกสารที่จุดตั้งบูธกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารกรุงไทยทุกสาขา

สมัครร้านค้าถุงเงิน > ดาวน์โหลดแบบฟอร์มสมัครร้านค้าสำหรับเจ้าหน้าที่กรุงไทย > ยื่นเอกสารที่จุดตั้งบูธหรือสาขาธนาคารกรุงไทย

ขั้นตอนดาวน์โหลดและติดตั้ง “แอปฯ ถุงเงิน”

  • เปิดแอปฯ App Store หรือ Google Play
  • รองรับโทรศัพท์ระบบปฏิบัติการ Android 10+ และรองรับโทรศัพท์ระบบปฏิบัติการ iOS 15+ ขึ้นไป
  • พิมพ์ค้นหา “ถุงเงิน”
  • กดเลือกติดตั้ง

วิธีการสร้าง QR รับเงิน “คนละครึ่งพลัส” 2568 ทำอย่างไร

  1. เลือกเมนู โครงการคนละครึ่งพลัส
  2. กดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข
  3. เข้าสู่หน้าจอ ใส่จำนวนเงิน
  4. ระบุจำนวนเงิน และกดยืนยัน
  5. สร้าง QR รับเงิน เพื่อให้แอปฯ เป๋าตัง สแกน
  6. ได้รับแจ้งเตือน เมื่อลูกค้าสแกนสำเร็จ

การเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส เป็นโอกาสที่ดีสำหรับร้านค้าในการเพิ่มยอดขายและเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆ อย่ารอช้า รีบสมัครเข้าร่วมโครงการกันได้เลย!

ที่มา – ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” แนะคู่มือสำหรับร้านค้าใหม่ พร้อมเงื่อนไขการพิจารณา

วิธีลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส สำหรับร้านค้า 15 ต.ค. นี้

เตรียมตัวให้พร้อม! ร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” 2568 มาดูวิธีลงทะเบียนกันเลย! ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าใหม่ ร้านค้าคนละครึ่งเฟส 5 เดิม หรือร้านค้าที่ผูกกับแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี ก็สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคมนี้ รับเงินง่ายๆ ผ่าน “แอปฯ ถุงเงิน”

“คนละครึ่งพลัส” เป็นโครงการดีๆ จากรัฐบาล ที่ตั้งใจกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2568 โดยรัฐจะช่วยจ่ายค่าสินค้าและบริการบางส่วน ให้กับประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อมากขึ้น และสร้างรายได้ให้กับร้านค้ารายย่อย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ โครงการนี้มีระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคม 2568 มีจำนวนสิทธิประมาณ 20 ล้านสิทธิ หรือจนกว่าจะครบวงเงิน 4.4 หมื่นล้านบาท

สำหรับร้านค้าที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ สามารถลงทะเบียนได้ที่จุดตั้งบูธของกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 19 ธันวาคม 2568

ส่วนประชาชนทั่วไป ที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป สามารถลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง ได้ตั้งแต่วันที่ 20 – 26 ตุลาคม 2568 เวลา 06.00 – 22.00 น. และเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568

วิธีลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” สำหรับร้านค้า

“คนละครึ่ง 2568” วิธีลงทะเบียนสำหรับ “ร้านค้าใหม่”

สำหรับร้านค้าใหม่ ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” สามารถสมัครได้ที่จุดตั้งบูธของกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 19 ธันวาคม 2568 โดยมีขั้นตอนดังนี้:

1. ต้องมีบัญชีธนาคารกรุงไทย

2. สมัครเป็นร้านค้าถุงเงินผ่าน www.ถุงเงินกรุงไทย.com และดาวน์โหลด/อัปเดตแอปฯ ถุงเงินเป็นเวอร์ชันล่าสุด

3. ตรวจสอบประเภทกิจการและดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร เพื่อนำไปยื่นสมัครกับหน่วยงาน

4. นำเอกสารที่ได้รับการยืนยันแล้ว มายื่นสมัครเข้าร่วมโครงการ ณ จุดให้บริการ

5. ร้านค้าจะได้รับผลการพิจารณาผ่านทาง SMS

6. เมื่อผ่านเข้าร่วมโครงการ แบนเนอร์คนละครึ่ง พลัสจะปรากฏบนแอปฯ ถุงเงิน

7. กดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขของโครงการ

8. รับชำระค่าสินค้าและบริการจากประชาชน

9. ตรวจสอบประวัติการรับเงิน บนแอปฯ ถุงเงิน

วิธีลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” สำหรับร้านค้า

วิธีลงทะเบียนสำหรับ “ร้านค้าเดิม” (ร้านคนละครึ่งเฟส 5 ปี 2565 ที่ผ่านเกณฑ์)

1. ดาวน์โหลด/อัปเดตแอปฯ ถุงเงินให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

2. ร้านค้าที่ผ่านการอนุมัติ จะได้รับการแจ้งเตือนผ่านแอปฯ ถุงเงิน

3. เมื่อผ่านเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” แบนเนอร์คนละครึ่ง พลัสจะปรากฏบนแอปฯ ถุงเงิน

4. กดยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลงของโครงการ

5. รับชำระค่าสินค้าและบริการจากประชาชน

6. ตรวจสอบประวัติการรับเงินบนแอปฯ ถุงเงิน

วิธีลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” สำหรับร้านค้า

วิธีลงทะเบียนสำหรับ ร้านค้าที่ผูกกับ “แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี”

1. ดาวน์โหลด/อัปเดตแอปฯ ถุงเงินให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

2. ร้านค้าที่ได้รับการอนุมัติแล้ว สามารถผูกกับแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีได้ ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

3. กดแบนเนอร์ “โครงการฟู้ดเดลิเวอรี” บนแอปฯ ถุงเงิน เพื่อยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข

4. เลือกผูกแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่ต้องการ

5. รับชำระค่าอาหาร/เครื่องดื่มจากประชาชน

6. แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี จัดหาไรเดอร์ไปยังร้านค้า

7. ไรเดอร์จัดส่งอาหาร/เครื่องดื่ม

8. ตรวจสอบประวัติการรับเงินบนแอปฯ ถุงเงิน

ขั้นตอนดาวน์โหลดและติดตั้ง “แอปฯ ถุงเงิน”

  • เปิดแอปฯ App Store หรือ Google Play
  • รองรับโทรศัพท์ระบบปฏิบัติการ Android 10+ และรองรับโทรศัพท์ระบบปฏิบัติการ iOS 15+ ขึ้นไป
  • พิมพ์ค้นหา “ถุงเงิน”
  • กดเลือกติดตั้ง

วิธีเข้าใช้งาน “แอปฯ ถุงเงิน” เพื่อรับเงิน “คนละครึ่งพลัส” 2568

การเข้าใช้งานแอปฯ ถุงเงินมี 2 วิธี ดังนี้

เข้าใช้งานแอปฯ “ถุงเงิน” ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือ

1. เลือกเจ้าของร้าน

2. เลือก “เข้าใช้งานด้วย เบอร์มือถือ”

3. ระบุเบอร์โทรศัพท์ เพื่อขอ OTP

4. กรอก OTP จาก SMS เพื่อยืนยันเข้าระบบ

5. กด “ยอมรับ” ข้อตกลงและเงื่อนไข

6. กด “ตกลง” เพื่อระบุตำแหน่งร้านค้า

7. เข้าสู่หน้าหลักแอปฯ ถุงเงิน

เข้าใช้งานแอปฯ “ถุงเงิน” ด้วยแอปฯ “เป๋าตัง”

1. เลือกเจ้าของร้าน

2. เลือก “เข้าใช้งานด้วยเป๋าตัง”

3. เลือก “ดำเนินการต่อ” เพื่อไปแอปฯ เป๋าตัง

4. ใส่ PIN เป๋าตัง

5. กด “ยืนยัน”

6. กด “ยอมรับ” ข้อตกลงและเงื่อนไข

7. กด “ตกลง” เพื่อระบุตำแหน่งร้านค้า

8. เข้าสู่หน้าหลักแอปฯ ถุงเงิน

คุณสมบัติร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” 

1. เป็นผู้ประกอบการร้านค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป ที่มีสัญชาติไทย (ผู้ประกอบการร้านค้าฯ) ดังนี้

  • ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่นิติบุคคล หรือ 
  • ร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (ร้านค้าธงฟ้าฯ) ที่ไม่ใช่นิติบุคคล เว้นแต่เป็นร้านค้าธงฟ้าฯ ของสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือ
  • ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2547 (พ.ร.บ. กองทุนหมู่บ้านฯ) หรือ 
  • ร้านค้าของวิสาหกิจชุมชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนฯ) 

ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นร้านค้าที่มีลักษณะเป็นร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ และต้องมีการประกอบการที่สามารถตรวจสอบได้
2. เป็นผู้ประกอบการบริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม ที่มีสัญชาติไทย (ผู้ประกอบการบริการฯ) ดังนี้

  • ผู้ประกอบการบริการที่ไม่ใช่นิติบุคคล หรือ
    ผู้ประกอบการบริการของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมือง ตาม พ.ร.บ. กองทุนหมู่บ้านฯ หรือ
  • ผู้ประกอบการบริการของวิสาหกิจชุมชนตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนฯ

ทั้งนี้ ต้องมีสถานประกอบการเป็นหลักแหล่งและตรวจสอบได้ และกรณีเป็นผู้ประกอบการบริการนวด สปา จะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย

3. เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ ที่มีสัญชาติไทยและไม่ใช่นิติบุคคล (ผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะฯ) ดังนี้

  • ผู้ประกอบการประเภทรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI – METER) รถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย รถยนต์สามล้อสาธารณะ รถสองแถวรับจ้าง และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ทั้งนี้ ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย
  • ผู้ประกอบการรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสารที่สามารถตรวจสอบได้ เช่น สามล้อถีบ เป็นต้น

4. เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ ได้แก่
รถไฟฟ้าในเขตเมือง รถไฟ รถโดยสารประจำทางสาธารณะ และเรือโดยสารสาธารณะ (ผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะฯ)

5. เป็นนิติบุคคลขนาดเล็ก เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 68 และงบการเงินตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด. 50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2567

ซึ่งขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป หรือให้บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม และให้บริการขนส่งสาธารณะ โดยมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 กันยายน 2568
ทั้งนี้ ผู้ให้บริการนวด สปา หรือผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะจะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย

6. ร้านค้าจะต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ (1) โครงการคนละครึ่ง, (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2, (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3, (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และ (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5

7. ประเภทสินค้าและบริการ อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม และบริการขนส่งสาธารณะ โดยไม่รวมถึงสินค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกำนัล บัตรเงินสด และบริการรูปแบบอื่นๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า

ทั้งนี้ การกำหนดเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงรายการสินค้าและบริการของโครงการฯ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้กำหนด

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ถือเป็นโอกาสดีๆ สำหรับร้านค้าในการเพิ่มยอดขายและดึงดูดลูกค้า อย่ารอช้า! รีบเตรียมตัวและลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการกันนะคะ

ที่มา – วิธีลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” สำหรับร้านค้า เตรียมร่วมโครงการ 15 ต.ค. นี้

วิธีลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ผ่านเป๋าตัง รู้ผลไว!

อัปเดตขั้นตอนการลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ปี 2568! เตรียมพร้อมก่อนใช้สิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตัง และรู้ผลภายใน 3 วันหลังลงทะเบียน

ความคืบหน้าล่าสุดของโครงการ “คนละครึ่งพลัส” หลังจากคณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณ 44,000 ล้านบาท สำหรับผู้มีสิทธิไม่เกิน 20 ล้านคน ครอบคลุมระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคม 2568

สำหรับประชาชนทั่วไป สามารถเริ่มลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตังได้ ตั้งแต่วันที่ 20 – 26 ตุลาคม 2568 ในช่วงเวลา 06.00 – 22.00 น. และเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 ส่วนร้านค้าที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ สามารถสมัครได้ที่บูธกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 19 ธันวาคม 2568

“คนละครึ่งพลัส” เปิดเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ

  • ผู้ที่ต้องการรับสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” สามารถลงทะเบียนได้ ตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. – 26 ต.ค. 68 ช่วงเวลา 06:00 – 22:00 น.
  • ผู้ที่เคยได้รับสิทธิคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) สามารถกดลงทะเบียนรับสิทธิและตรวจสอบผลผ่านการแจ้งเตือนบนแอปฯ เป๋าตังได้เลย
  • ผู้ที่ไม่เคยได้รับสิทธิคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) สามารถกดลงทะเบียนรับสิทธิและตรวจสอบผลผ่าน SMS และการแจ้งเตือนบนแอปฯ เป๋าตัง
  • หากได้รับสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” แล้ว สามารถเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. – 31 ธ.ค. 68 ช่วงเวลา 06:00 – 23:00 น.

ประชาชนผู้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90, ภ.ง.ด. 91, ภ.ง.ด. 95) ของปีภาษี 2567 ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส”

1. ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย

2. ต้องมีอายุ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน

3. ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน

4. ต้องไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568

5. ต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1-5 ที่ผ่านมา

ขั้นตอนการลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” 2568

  • ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปฯ เป๋าตัง จาก Apple Store หรือ Play Store ให้เรียบร้อย และเปิดใช้บริการ G Wallet
  • กดลงทะเบียนรับสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” บนแอปฯ เป๋าตัง ได้ตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. – 26 ต.ค. 68 (จนกว่าจะครบจำนวนสิทธิ หรือครบวงเงินงบประมาณของโครงการ) เวลา 06:00 – 22:00 น. ของทุกวัน
  • สมัครใช้งาน G Wallet (สำหรับลูกค้าที่เคยยกเลิก G Wallet หรือไม่เคยมี G Wallet เท่านั้น)
  • รอรับการแจ้งผลการลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ซึ่งปกติจะใช้เวลาประมาณ 3 วัน
  • ผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) สามารถตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตังได้เลย
  • สำหรับผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ผลการลงทะเบียนจะแจ้งเตือนผ่าน SMS และแอปฯ เป๋าตัง
  • หากได้รับสิทธิแล้ว ให้เข้าแอปฯ เป๋าตัง และกดแบนเนอร์โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เพื่อเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. – 31 ธ.ค. 68 เวลา 06:00 – 23:00 น.
คนละครึ่งพลัส

“คนละครึ่งพลัส” 2568 ได้เท่าไร ใครได้บ้าง

ภาครัฐจะช่วยจ่าย 50% (ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน)

  • กลุ่มผู้ได้รับสิทธิ 2,400 บาท

คือ ประชาชนที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90, ภ.ง.ด. 91, ภ.ง.ด. 95) ของปีภาษี 2567 ตามข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568

  • กลุ่มผู้ได้รับสิทธิ 2,000 บาท

คือ ประชาชนที่ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาข้างต้น

วิธีการใช้สิทธิ “โครงการคนละครึ่งพลัส” ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

ช่องทางที่ 1 (วิธีที่ง่ายที่สุด)

  • เข้าแอปฯ เป๋าตัง (ต้องสมัครบริการและผูก G Wallet ให้เรียบร้อยก่อน)
  • กดที่แบนเนอร์โครงการ “คนละครึ่งพลัส” บนหน้าแรกของแอปฯ เป๋าตัง

ช่องทางที่ 2

  • เข้าแอปฯ เป๋าตัง (ต้องสมัครบริการและผูก G Wallet ให้เรียบร้อยก่อน)
  • เลือก G Wallet (บนหน้าแรกของแอปฯ เป๋าตัง)
  • กดที่แบนเนอร์โครงการ “คนละครึ่งพลัส”
คนละครึ่งพลัส

อย่าลืมตรวจสอบสิทธิและเงื่อนไขต่างๆ ของโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ให้ละเอียดก่อนทำการลงทะเบียนนะครับ เพื่อให้คุณไม่พลาดโอกาสในการรับสิทธิประโยชน์จากโครงการนี้

ที่มา – ขั้นตอนลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ใช้สิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตัง รู้ผลภายใน 3 วัน

เช็กเงื่อนไข! คนละครึ่งพลัส จ่ายอะไรได้บ้าง

เช็กเงื่อนไข-คุณสมบัติเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” สแกนจ่ายผ่านแอปฯ เป๋าตัง ดูชัดๆ ซื้อสินค้า-บริการ อะไรได้ไม่ได้

ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไฟเขียวโครงการ “คนละครึ่งพลัส” อัดงบ 4.4 หมื่นล้าน เติมกำลังซื้อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี 2568 โดยภาครัฐจะร่วมจ่ายค่าสินค้าและบริการบางประเภทให้แก่ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อลดรายจ่ายให้ประชาชนมีกำลังจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และสร้างรายได้แก่ร้านค้ารายย่อย หวังกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย 

โดยเปิดให้ประชาชนอายุ 16 ปีขึ้นไป ลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง ตั้งแต่วันที่ 20-26 ตุลาคม 2568 เริ่มใช้สิทธิ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568

คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส

สำหรับใครที่สนใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ต้องมีคุณสมบัติดังนี้:

  1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  2. มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
  3. มีบัตรประจำตัวประชาชน
  4. ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568
  5. ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ (1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และ (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5

ช่องทางลงทะเบียนสิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตัง

การลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิโครงการคนละครึ่งพลัส สามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านแอปฯ เป๋าตัง:

ผู้ที่เคย เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง

ผู้ที่ไม่เคย เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่าน SMS และแอปฯ เป๋าตัง

เงื่อนไขการใช้สิทธิสำหรับประชาชน

เพื่อให้การใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งพลัส เป็นไปอย่างราบรื่น อย่าลืมทำความเข้าใจเงื่อนไขเหล่านี้:

  • ผู้ที่ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่งพลัส ใช้สิทธิครั้งแรกภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ก่อนเวลา 23:00 น. เพื่อไม่ให้โดนตัดสิทธิ์ตามเงื่อนไขโครงการ
  • ใช้จ่ายผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส กับร้านค้าที่ร่วมโครงการ ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06:00 – 23.00 น. โดยชำระผ่าน G Wallet

สิทธิประโยชน์

โครงการคนละครึ่งพลัส มอบสิทธิประโยชน์ดังนี้:

ภาครัฐจ่าย 50% (ไม่เกิน 200 บาท/คน/วัน)

  • ประชาชนผู้ยื่นแบบภาษี : 2,400 บาท/คน ตลอดโครงการ
  • ประชาชนผู้ไม่ยื่นแบบภาษี: 2,000 บาท/คน ตลอดโครงการ

แล้ว คนละครึ่งพลัส ซื้ออะไรได้บ้าง?

สินค้าที่ร่วมโครงการ

คุณสามารถใช้สิทธิคนละครึ่งพลัส ซื้อสินค้าและบริการหลากหลายประเภท ได้แก่:

  • อาหาร และ เครื่องดื่ม
  • สินค้าทั่วไป
  • บริการขนส่งสาธารณะ
  • บริการนวด
  • สปา
  • ทำเล็บทำผม

สินค้าที่ไม่ร่วมโครงการ

อย่างไรก็ตาม มีสินค้าบางประเภทที่ไม่สามารถใช้สิทธิคนละครึ่งพลัส ได้:

  • สินค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ผลิตภัณฑ์ยาสูบ
  • บัตรกำนัล
  • บัตรเงินสด
  • บริการรูปแบบอื่นๆ ที่เป็นการชำระสินค้า หรือบริการล่วงหน้า

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน อย่าลืมตรวจสอบสิทธิและเงื่อนไขต่างๆ เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากโครงการได้อย่างเต็มที่นะคะ

ที่มา – เช็กเงื่อนไข “คนละครึ่งพลัส” จ่ายผ่านแอปฯ เป๋าตัง ดูชัดๆ ซื้อสินค้า-บริการ อะไรได้ไม่ได้

วิธีลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

มาดูขั้นตอนลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” เพื่อรับสิทธิช่วยจ่ายสูงสุด 2,400 บาท พร้อมเช็กเงื่อนไขการใช้สิทธิที่นี่!

โครงการคนละครึ่งพลัส คืออะไร?

โครงการคนละครึ่งพลัส เป็นโครงการจากภาครัฐที่ช่วยจ่ายค่าสินค้าและบริการบางประเภทให้แก่ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและกระตุ้นเศรษฐกิจ

คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส

  1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  2. มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
  3. มีบัตรประจำตัวประชาชน
  4. ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  5. ไม่ถูกระงับสิทธิ์จากโครงการคนละครึ่งต่างๆ

สิทธิโครงการคนละครึ่งพลัส: ใครได้เท่าไหร่?

  • กลุ่มผู้ได้รับสิทธิ 2,400 บาท: ผู้ยื่นภาษี ภ.ง.ด. 90, ภ.ง.ด. 91 หรือ ภ.ง.ด. 95 ปีภาษี 2567
  • กลุ่มผู้ได้รับสิทธิ 2,000 บาท: ผู้ไม่ยื่นภาษีตามที่กล่าวมา

ช่องทางลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

ผู้ที่เคยร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565): ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง

ผู้ที่ไม่เคยร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565): ตรวจสอบผลผ่าน SMS และแอปฯ เป๋าตัง

เงื่อนไขการใช้สิทธิ์สำหรับประชาชน

  • ใช้สิทธิ์ครั้งแรกภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ก่อน 23:00 น.
  • ใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 (06:00 – 23:00 น.) ผ่าน G Wallet

วิธีลงทะเบียนและใช้สิทธิ์โครงการคนละครึ่งพลัส

ลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง วันที่ 20 – 26 ตุลาคม 2568 (06:00 – 22:00 น.)

สำหรับผู้ที่ไม่เคยรับสิทธิ์ คนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565)

  1. อัปเดตแอปฯ เป๋าตังเป็นเวอร์ชันล่าสุด
  2. เข้าแอปฯ เป๋าตัง และกดแบนเนอร์ “โครงการคนละครึ่งพลัส”
  3. ยอมรับข้อตกลงและยืนยันลงทะเบียน
  4. รอผลการลงทะเบียน (ผ่านแอปฯ และ SMS ภายใน 3 วัน)
  5. เติมเงินเข้า G Wallet
  6. เริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568
  7. ตรวจสอบประวัติการใช้สิทธิ์บนแอปฯ
คนละครึ่งพลัส ลงทะเบียน

สำหรับผู้ที่เคยรับสิทธิ์ คนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565)

  1. อัปเดตแอปฯ เป๋าตังเป็นเวอร์ชันล่าสุด
  2. เข้าแอปฯ เป๋าตัง และกดแบนเนอร์ “โครงการคนละครึ่งพลัส”
  3. ยอมรับข้อตกลงและยืนยันลงทะเบียน
  4. รอผลการลงทะเบียน (ผ่านแอปฯ)
  5. เติมเงินเข้า G Wallet
  6. เริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568
  7. ตรวจสอบประวัติการใช้สิทธิ์บนแอปฯ
คนละครึ่งพลัส

รีบลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” เพื่อรับสิทธิพิเศษในการช่วยลดค่าใช้จ่าย และร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศกันนะคะ!

ที่มา – เปิดวิธีลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” รับสิทธิสูงสุด 2,400 บาท

ร้านค้าใหม่เข้าร่วมคนละครึ่งพลัส: วิธีการและสิทธิ์ผู้ซื้อ

ไขข้อสงสัย ร้านค้าใหม่เข้าร่วม “คนละครึ่งพลัส” มีขั้นตอนอย่างไร ลงทะเบียนในฐานะผู้ซื้อได้หรือไม่

ภายหลัง ครม.ไฟเขียว “คนละครึ่งพลัส” อัดงบ 4.4 หมื่นล้าน เติมกำลังซื้อ ปลุกเศรษฐกิจปลายปี 2568 โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เผยเปิดให้คนอายุ 16 ปีขึ้นไปลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 20-26 ตุลาคม 2568 ใช้สิทธิ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 ย้ำให้ใช้สิทธิครั้งแรกก่อนวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 และก่อนเวลา 23:00 น. รัฐอุดหนุน 2,000-2,400 บาทต่อคน ครอบคลุม 20 ล้านคน นั้น

ไทยรัฐออนไลน์ ไขข้อสงสัยและข้อข้องใจสำหรับร้านค้า เกี่ยวกับกรณีคำถามที่ว่า “ถ้าร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการอยู่แล้ว จะสามารถเข้าร่วมคนละครึ่งพลัสในฐานะผู้ซื้อด้วยได้หรือไม่?” ล่าสุด กระทรวงการคลังได้ออกมาชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ระบุว่า “ได้สิครับ ถ้าเป็นประชาชนเป็นคนไทย ก็มีสิทธิ์ไม่ว่าคุณจะเป็นพ่อค้าแม่ค้า ก็สามารถที่จะมาเป็นกลุ่มคนไทยเหมือนกัน อายุเกิน 16 ปีตามสิทธิ์ มีบัตรประชาชนมาลงทะเบียนได้”

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส

1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย

2. มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน

3. มีบัตรประจำตัวประชาชน

4. ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568

5. ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ (1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และ (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5

ขั้นตอนการลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส

  • ดาวน์โหลดแอปฯ เป๋าตัง และเปิดใช้บริการ G Wallet
  • กดลงทะเบียนรับสิทธิได้ตั้งแต่ วันที่ 20 ตุลาคม – 26 ตุลาคม 2568 เวลา 06.00 – 22.00 น.
  • ผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง
  • ผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่าน SMS และแอปฯ เป๋าตัง
  • ผู้ได้รับสิทธิเข้าแอปฯ เป๋าตัง และกดแบนเนอร์โครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อเริ่มใช้จ่าย วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06.00 – 23.00 น.

ร้านค้าใหม่เข้าร่วม “คนละครึ่งพลัส” มีขั้นตอนอย่างไร

ร้านค้าใหม่ หากต้องการเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส มีขั้นตอนอย่างไร

1. มีบัญชีธนาคารกรุงไทย และสมัครเป็นร้านค้าถุงเงินสำเร็จ

2. เตรียมบัตรประจำตัวประชาชน และรูปถ่ายร้านค้าที่มีรูปเจ้าของขณะประกอบกิจการ

3. ตรวจสอบประเภทกิจการและดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร ไปยื่นสมัครกับหน่วยงานดังนี้

  3.1 หน่วยงานกระทรวงมหาดไทย (แบบฟอร์ม สำหรับเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทย)

    – ร้านค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป

    – ร้านค้า/บริการของวิสาหกิจชุมชน และ OTOP

    – สามล้อถีบ

    – ร้านทำผม ทำเล็บ

  3.2 หน่วยงานธนาคารกรุงไทย (แบบฟอร์ม สำหรับเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย)

    – ผู้ประกอบการขนส่งที่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ (เช่น TAXI-METER รถตู้โดยสารสาธารณะ รถจักรยานยนต์สาธารณะ เป็นต้น)

    – ร้านให้บริการนวดสปา ที่มีใบอนุญาตสถานประกอบการ

    – ร้านค้านิติบุคคลขนาดเล็ก (ภ.ง.ด. 50) รอบบัญชีปี 2567 ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 2568*

4. นำเอกสารที่ได้รับการรับรองเรียบร้อยแล้ว ติดต่อ ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ

หมายเหตุ: * เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 68 และงบการเงินตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด. 50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2567 ซึ่งขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป หรือให้บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม และให้บริการขนส่งสาธารณะ โดยมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 ทั้งนี้ ผู้ให้บริการนวด สปา หรือผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะจะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย

สำหรับร้านค้าใหม่ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส ควรเตรียมเอกสารให้พร้อมและดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด เพื่อให้ไม่พลาดโอกาสในการเพิ่มยอดขายและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น และอย่าลืมตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ซื้อ เพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเองในโครงการนี้

ที่มา – ร้านค้าใหม่เข้าร่วม “คนละครึ่งพลัส” มีขั้นตอนอย่างไร ลงทะเบียนในฐานะผู้ซื้อได้หรือไม่

ลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส 2568 ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

เตรียมตัวให้พร้อม! วิธีลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส 2568 พร้อมเช็กเงื่อนไขการใช้สิทธิ ผ่านแอปฯ เป๋าตัง สำหรับประชาชน โครงการดีๆ ที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568

หลังจากที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณในการดำเนินโครงการ “คนละครึ่งพลัส” จำนวนไม่เกิน 44,000 ล้านบาท สำหรับกลุ่มเป้าหมายจำนวนไม่เกิน 20 ล้านคน ระยะเวลาโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568

ประชาชนสามารถเริ่มต้นลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง ได้ตั้งแต่วันที่ 20 – 26 ตุลาคม 2568 เวลา 06.00 – 22.00 น. และเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568

ลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส 2568

ก่อนที่จะไปลงทะเบียน เรามาดูกันก่อนว่าใครมีสิทธิบ้าง!

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส

  1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  2. มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
  3. มีบัตรประจำตัวประชาชน
  4. ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568
  5. ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ (1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และ (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5

ขั้นตอนการลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส อย่างละเอียด

เตรียมแอปฯ เป๋าตังให้พร้อม แล้วทำตามขั้นตอนเหล่านี้ได้เลย:

  • ดาวน์โหลดแอปฯ เป๋าตัง และเปิดใช้บริการ G Wallet
  • กดลงทะเบียนรับสิทธิได้ตั้งแต่ วันที่ 20 ตุลาคม-26 ตุลาคม 2568 เวลา 06.00 – 22.00 น.
  • ผู้ที่เคย เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง
  • ผู้ที่ไม่เคย เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่าน SMS และแอปฯ เป๋าตัง
  • ผู้ได้รับสิทธิเข้าแอปฯ เป๋าตัง และกดแบนเนอร์โครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อเริ่มใช้จ่าย วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06.00 – 23.00 น.

เงื่อนไขการใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส ที่ควรรู้

  • รัฐช่วยจ่าย 50% ผู้ได้รับสิทธิจ่ายเอง 50% ผ่านแอปฯ เป๋าตัง
  • ตลอดระยะเวลาโครงการ ตั้งแต่ 29 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2568 เวลา 06.00-23.00 น.

วงเงินและสิทธิ

  • จำกัดสิทธิไม่เกิน 200 บาท/คน/วัน หรือสูงสุด ตามวงเงินสิทธิ
  • ผู้ยื่นแบบภาษี: 2,400 บาท/คน
  • ผู้ไม่ยื่นแบบภาษี: 2,000 บาท/คน

การสะสมสิทธิ

  • สิทธิจะถูกสะสม หากใช้ไม่หมดในแต่ละวัน
  • ระบบจะคืนสิทธิที่ไม่ได้ใช้เข้ายอดรวมของผู้ได้รับสิทธิและจะคำนวณสิทธิใหม่ในเวลา 06.00 น. ของทุกวัน

ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ

ช่วงเวลาการใช้สิทธิ

  • ใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 06.00 – 23.00 น. ของทุกวัน
  • ไม่สามารถใช้สิทธินอกเวลาดังกล่าวได้

สินค้าและบริการที่เข้าร่วมโครงการ

สินค้าและบริการที่เข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส 2568 ครอบคลุมประเภทสินค้าและบริการหลากหลาย เช่น อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม และบริการขนส่งสาธารณะ อย่างไรก็ตาม จะไม่รวมถึงสินค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกำนัล บัตรเงินสด และบริการรูปแบบอื่น ๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า

ข้อควรจำ: ต้องมีการซื้อสินค้า/บริการจริงตรงตามมูลค่าที่สแกนจ่าย ไม่อนุญาตให้ผู้ประกอบการทอนเงินสดหรือรับแลกสินค้า/บริการ คืนเป็นเงินสด ไม่ว่ากรณีใด

จัดการง่ายๆ ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

  • แจ้งเตือนยอดใช้จ่ายสิทธิคงเหลือได้ที่แอปฯ เป๋าตัง
  • ใช้ง่ายครบจบในแอปฯ เดียว

ฟู้ดเดลิเวอรี

  • ใช้จ่ายกับร้านค้าฟู้ดเดลิเวอรี ได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06.00 – 21.00 น.
  • เฉพาะร้านอาหาร/เครื่องดื่มที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น (ไม่รวมค่าจัดส่ง)

โครงการ คนละครึ่งพลัส 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน อย่าลืมตรวจสอบสิทธิและเงื่อนไขต่างๆ ให้ดีก่อนลงทะเบียนนะครับ!

ที่มา – ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” 2568 เช็กเงื่อนไขใช้สิทธิ ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

“อนุทิน” ตรวจน้ำท่วมพิจิตร เพิ่มเยียวยา คนละครึ่งพลัส

นายกฯ ลงพื้นที่ จ.พิจิตร ติดตามช่วยเหลือประชาชน ประสบภัย น้ำท่วม ยันรัฐบาลไม่เพิกเฉย เล็งหาทางเพิ่มเงินเยียวยาน้ำท่วมเกิน 30 วัน ย้ำอย่าลืมลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” กลางเดือนนี้ ชี้เป็น สส. ต้องไม่ทิ้งประชาชน

วันที่ 10 ต.ค. 2568 เมื่อเวลา 12.00 น. ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) เขตพญาไท นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เดินทางลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำท่วมภาคกลางตอนบน จ.พิจิตร จ.ชัยนาท และจ.สิงห์บุรี รวมถึงมอบถุงยังชีพ

โดยเวลา 13.20 น. นายกฯและคณะ ลงพื้นที่จุดแรกที่จ.พิจิตร ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชตะพานหิน อ.ตะพานหิน เนื่องจากพื้นที่โรงพยาบาลได้รับผลกระทบน้ำเอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมแต่ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว จากนั้น เวลา 14.00 น. นายกฯและคณะเดินทางถึงโรงเรียนเทศบาลตะพานหินวิทยาคาร ต.ตะพานหิน อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร โดยมีนายวรโชติ สุคนธ์ขจร รมช.สาธารณสุข น.ส.ธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร นายเชษฐา โมสิกรัตน์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง และสส.จากพรรคภูมิใจไทย ประกอบด้วย นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร เขต 1 นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร เขต 2 นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ สส.พิจิตร เขต 3 ร่วมให้การต้อนรับ

เล็งหาทางช่วยพื้นที่น้ำท่วมนานเกิน 30 วัน

โดยนายกฯ กล่าวพบปะประชาชนว่า ตนมาให้กำลังใจ และตั้งใจที่จะมาพบปะพวกท่าน รับทราบจากผู้ว่าราชการจังหวัดและสส.พิจิตร ว่าน้ำท่วมมาระยะหนึ่งแล้ว ขอให้พวกเราอดทนอีกนิดจะปลายฝนแล้ว สถานการณ์น่าจะดีขึ้นรัฐบาลจะไม่เพิกเฉยละเลย ภายในสัปดาห์หน้า เราจะอนุมัติเงินช่วยเหลือเยียวยาให้กับพ่อแม่พี่น้องที่ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งเท่าไหร่ก็ไม่คุ้ม แต่รัฐบาลก็จะเร่งช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องประชาชนก่อน ครัวเรือนละ 9,000 บาท ซึ่งดูสภาพน้ำแล้ว 50,000 ยังไม่คุ้มเลย แต่รัฐบาลจะพยายามหาวิธีช่วย สำหรับตนหากเลย 30 วันยังได้ 9,000 บาท ไม่เพียงพอจึงมอบให้รัฐมนตรีที่กำกับดูแลงบประมาณ หาวิธีช่วยเหลือประชาชนให้มากกว่านี้ได้อย่างไรบ้าง เพราะเป็นความผิดของรัฐบาลที่ไม่สามารถระบายน้ำให้ประชาชนได้ทัน ทำให้เดือดร้อน สำหรับกรณี อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร พี่น้องไม่ต้องไปพิสูจน์อะไร ไปลงทะเบียนเอาชื่อไปไว้ที่อำเภอ ถ้าใครไม่ได้เงิน ผู้ว่าฯ จะเดือดร้อน ทุกคนต้องลงทะเบียนให้เรียบร้อยแล้วเงินมาที่ ปภ. เงินจะเข้าบัญชีทุกคน

เตือนอย่าลืมลงทะเบียนคนละครึ่ง

นายกฯ กล่าวว่า อย่าลืมลงทะเบียนคนละครึ่งด้วย น่าจะกลางเดือนตุลาคมพี่น้องไปลงทะเบียนวันละ 200 บาท ประชาชนใส่ 200 บาท รัฐบาลใส่ 200 บาท เอาไปจับจ่ายใช้สอย ต้องขอร้องให้ประชาชนไปจับจ่ายใช้สอย แล้วรัฐบาลถึงจะเติมอีกครึ่งให้ ไม่ใช่เงินหยอดกระปุก ไม่ใช่เงินเยียวยา แต่เป็นเงินช่วยเหลือเป็นเวลา 2 เดือน จนถึงสิ้นปีนี้ ก็หวังว่าจะได้เอาไปใช้ เศรษฐกิจจะได้หมุนเวียน เราก็ไปอุดหนุนคนขายของ เขาก็ไปซื้อของต่อเศรษฐกิจก็จะดีขึ้น ทั่วประเทศก็จะมีเงินหมุนเวียน 1 แสนล้านบาท ช่วยให้รายได้ดีขึ้น ตรงนี้เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายในสิ้นเดือนนี้ แต่กลางเดือนนี้ พี่น้องไปลงทะเบียนได้แล้ว

บอกผู้ว่าฯ เอาใจประชาชน เท่ากับเอาใจนายกฯ

นายกฯ กล่าวอีกว่า ต่อไปก็มีเงินช่วยเหลือให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ใช่บัตรคนจน ที่จะใส่เงินเดือนละ 300 บาท แถมไป 1,700 บาท เป็น 2 พันบาท ทั้งหมดอนุมัติงบประมาณหมดแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้ประชาชนเดือดร้อนในเรื่องน้ำท่วม แต่การจับจ่ายใช้สอยจะมีเม็ดเงิน ให้ประชาชนนำมาซื้อข้าวซื้อของในสิ้นปีนี้ ทั้งนี้ ฝากพี่น้องอสม. ซึ่งตนก็เป็นอสม.บุรีรัมย์ ตนมีความจำเป็นที่จะต้องขอความช่วยเหลือ อสม.ดูแลปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ตนมาอยู่นี้แล้ววิญญาณ อสม.เข้าสิง เราเชื่อว่าผู้ว่าฯ เอาใจใส่พี่น้องประชาชนได้ และเท่ากับเอาใจนายกฯ เอาใจมท.1 ด้วย คือต้องไม่ให้พ่อแม่พี่น้องลำบาก หามาตรการ กลไก หาวิธี ทำให้ชื่อพี่น้องทุกคนไปปรากฏที่ อธิบดี ปภ.ให้ได้ แล้วสัปดาห์หน้ากดปุ่ม เงินเข้า 9,000 บาททันที เราจะให้ไม่ต้องรอเงินเยียวยานาน

จากนั้น นายอนุทิน ได้แนะนำ 3 สส.พิจิตร พรรคภท.พร้อมกล่าวว่า ยังไงก็ผูกพันคนพิจิตร เรามีสส.3 คนใช่ไหม ให้พรรคภท.หมดใช่ไหม วันนี้หัวหน้าพรรคภท.มาเป็นนายกฯ แล้ว จะไม่มาตอบแทนพี่น้องพิจิตรได้ไหม ก็ไม่ได้ ถูกต้องแล้ว ซึ่งต้องขอขอบคุณ อันนี้ไม่เกี่ยวกับพรรคการเมือง ตอนนี้ทุกคนต้องระดมมาช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องอยู่แล้วพอทราบว่าจะมีการลงพื้นที่ของ 2 รัฐมนตรีคือนายศักดาและนายวรโชติ ถ้าสัปดาห์หน้าพี่น้องประชาชน ไม่ได้รับการช่วยเหลือเอาให้เละ ตอนนี้ทั้ง 2 รัฐมนตรี ลงมาพื้นที่ก็สบายใจ ซึ่งเป็นสส.ด้วย ดังนั้น จิตวิญญาณที่มีความห่วงใยที่ต้องการช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องมีมากกว่าความเป็นรัฐมนตรี

“ผมจะบอกให้ว่าการเป็นรัฐมนตรีกับเป็นสส. และเป็นนายกฯ ซึ่งมันดีทั้งหมด แต่ถ้าคนที่ทำการเมือง คนที่ถูกเลือกให้เป็นสส.และวันหนึ่งคุณเลือกได้อย่างเดียว มีอยู่ 3 ตำแหน่ง แต่คุณเลือกได้อย่างเดียว ระหว่างรัฐมนตรี นายกฯ และสส. รับรองร้อยทั้งร้อย ขอเป็นสส. ขอให้เชื่อมั่น นี่คือความสำคัญ ที่พี่น้องเลือกพวกผมเข้ามา ผมถึงไม่ลาออกจากสส. เพราะเป็นสส.ช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้อง และผมดันเลือกสส.ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 ต้องช่วยเหลือทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นพวกเราขอให้มีความมั่นใจว่าความเป็น สส. มันทิ้งพ่อแม่พี่น้องไม่ได้ ต้องลงพื้นที่ หลังวันพฤหัสบดีที่มีการประชุมสภา ต้องเร่งกลับบ้านไปเจอกับพี่น้องประชาชนที่เลือก พี่น้องไม่มีวันถูกทอดทิ้งแน่นอน” นายอนุทิน กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า เราจะมีแผนการฟื้นฟูปรับระบบระบายน้ำ ทำถนน สร้างคันกั้นน้ำ ทำโครงสร้างพื้นฐานให้แข็งแรงขึ้น ไม่ต้องเจอเหตุการณ์ซ้ำๆซากๆแบบนี้อีก น้ำต้องหาวิธีระบาย อย่างที่บึงสีไฟทำอย่างไรให้ผันน้ำลงสู่เจ้าพระยา ลงไปลงอ่าวไทยเร็วที่สุด โดยไม่ให้ท่วมจังหวัดที่ไหลผ่าน

ขอประชาชนให้อภัย เร่งเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนให้เร็วที่สุด

นายกฯ กล่าวตอนท้ายว่า ตรงนี้ก็ขอให้พ่อแม่พี่น้องให้อภัยพวกผมด้วย ซึ่งเราไม่ได้อยู่เฉยๆ แต่หาวิธีหาหนทางต่างๆ ที่จะมาเยียวยาความเดือดร้อนของท่านทั้งหลายให้ลดน้อยลงให้มากที่สุด ต้องขอให้กำลังใจ ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ข้าราชการทุกท่าน ฝ่ายข้าราชการ ทั้งฝ่ายปกครองตำรวจทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอาสาสมัครทั้งหลาย ขอบคุณที่ช่วยดูแลพี่น้องประชาชนของเรา ไม่ให้ประสบอันตรายเป็นอย่างดี วันนี้มาพบปะกับท่านก็จะไปเร่งดำเนินการช่วยเหลือต่างๆ ให้พี่น้องโดยเร็ว อย่าลืมเร่งลงทะเบียนให้เรียบร้อย พร้อมกับลงทะเบียนคนละครึ่งด้วย เพราะจะเกิดขึ้นใน 2-3 สัปดาห์ เพื่อบรรเทาค่าใช้จ่าย ขอฝากผู้ว่าฯ ย้ำอีกครั้ง ประชาชนรอนานไม่ได้ ต้องเร่งดำเนินการให้ถึงมือประชาชนให้เร็วที่สุด และขอทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง พ้นทุกข์พ้นโศกโดยเร็ว และขอให้ทำมาค้าขึ้น เงินทองไหลมาเทมา มีจิตใจที่ดี พวกเรานำสิ่งเล็กน้อยมาให้เทียบไม่ได้กับความเสียหาย แต่เราจะทำให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้

จากนั้น นายกฯ เดินพบปะประชาชน พร้อมถ่ายภาพเซลฟี่เป็นที่ระลึก โดยมีประชาชนเข้าสวมกอดด้วยความดีใจที่ได้เจอนายกฯด้วย ก่อนนายกฯ และเดินทางต่อมายังจ.ชัยนาทเป็นประธานการประชุมสรุปสถานการณ์น้ำ และแผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท

อนุทิน” ตรวจน้ำท่วมพิจิตรครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนจากภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินเยียวยา หรือการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการ“อนุทิน” ตรวจน้ำท่วมพิจิตรและเน้นย้ำการลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นมาตรการที่หวังจะบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้กลับมาดีขึ้นโดยเร็วที่สุด

ที่มา – “อนุทิน” ตรวจน้ำท่วมพิจิตร เล็งเพิ่มเงินเยียวยา เตือนอย่าลืมลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส

Scroll to top