คนละครึ่งพลัส

คนละครึ่งพลัส 2568 เริ่มเมื่อไร? เช็กเงื่อนไข!

อัปเดตล่าสุดโครงการ “คนละครึ่ง 2568” หรือ “คนละครึ่งพลัส” จะเริ่มโครงการได้เมื่อไร? มาเช็กเงื่อนไขล่าสุดและดูกันว่าใครลงทะเบียนได้บ้าง

อัปเดตความคืบหน้าโครงการ “คนละครึ่ง” ปี 2568 หรือ “คนละครึ่งพลัส” ภายหลังจากที่ รัฐบาลอนุทินเตรียมนำโครงการดังกล่าว กลับมาปัดฝุ่นอีกครั้ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่อาจจะมีอะไรที่มากกว่าเดิม เช่น เรื่องสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้น 

“คนละครึ่งพลัส 2568” คืออะไร

สำหรับ “คนละครึ่ง” คือโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับฐานราก สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยโดยเฉพาะกลุ่มหาบเร่ แผงลอย เพื่อให้มีรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น โดยภาครัฐร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไปผ่านฝ่ายของผู้ซื้อ 50% โดยใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน หรือไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ

โดยล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงโครงการคนละครึ่ง ระบุว่า มีประโยชน์ เพราะมีส่วนร่วมกับประชาชนโดยมีการแชร์กัน รัฐบาลจะทำโครงการคนละครึ่งพลัส เป็นแรงจูงใจให้คนที่เสียภาษี 60:40 และมั่นใจว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้เร็ว รัฐบาลมีเวลาไม่มาก แต่อาจทำทุกอย่างที่ค้างท่อโดยเร่งปัจจัยทั้งหลายให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่เวลาที่เรามี รัฐบาลเสียงข้างน้อยไม่มีปัญหา พรรคร่วมไม่มีการไม่สนับสนุนกัน ทุกอย่างเป็นประโยชน์กับประเทศถือว่าเป็นบิ๊กวิน (Big Win) ของประเทศ

โครงการ “คนละครึ่งพลัส 2568” จะเริ่มเมื่อไร

สำหรับโครงการคนละครึ่งฉบับอัปเกรด หรือ “คนละครึ่งอนุทิน” ก่อนหน้านี้คาดการณ์ว่าจะเริ่มใช้ได้เร็วสุดในช่วงเดือนตุลาคม 2568 โดยใช้งบประมาณ ในหมวดงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงินราว 25,000 ล้านบาท

โดยนายอนุทิน ได้เผยความคืบหน้าบนเวทีปราศรัย ขณะหาเสียงช่วย น.ส.จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล หรือ ครูอีฟ เลือกตั้งซ่อม จ.ศรีสะเกษ เขต 5 ตอนหนึ่งว่า นโยบายต่างๆ พูดอะไรไว้เราจะทำตามที่พูดภายใน 1 เดือนนี้ “คนละครึ่งพลัส 2568” จะมาถึงมือแน่นอน

คาดแถลงนโยบาย 29-30 ก.ย. ดึง 2.5 หมื่นล้าน งบประมาณปี 68 ทำ “คนละครึ่งพลัส 2568” 

ขณะที่ทางด้าน นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงแนวโน้มการใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 และ “คนละครึ่ง” เมื่อถามว่า ส่วนงบประมาณปี 2568 จำนวน 2.5 หมื่นล้านบาท จะนำมาใช้ในโครงการคนละครึ่งทันหรือไม่ นายภราดร ย้ำว่า ต้องดูแนวทางและถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงบประมาณ ว่าจะมีช่องทางไหนที่สามารถทำได้หรือไม่ แต่ถึงอย่างไรต้องรอให้ ครม. มีความสมบูรณ์ก่อน

สำหรับการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ได้คุยนอกรอบว่า วันที่ 29-30 กันยายนนี้ ฉะนั้นน่าจะอยู่ในกรอบ แต่ถึงอย่างไรต้องรอหลังจากที่นายกรัฐมนตรีทำหนังสือถึงประธานรัฐสภา เพื่อนัดหารือ 3 ฝ่าย (ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล วุฒิสภา) เพื่อแบ่งสรรเวลาและกำหนดวันที่ชัดเจนอีกครั้ง ซึ่งเบื้องต้นได้ประสานนอกรอบแล้วก็คิดว่าน่าจะเป็น 29-30 กันยายน ส่วนจะต้องเร่งรัดเรื่องใดเป็นพิเศษหรือไม่ นายภราดร ตอบว่า ไม่ทันก็ไม่ทัน ไม่ทันก็ไปใช้งบประมาณปี 2569 หากทันก็ใช้งบประมาณปี 2568 ก็มีเท่านั้น

เงื่อนไข “คนละครึ่งพลัส 2568” ใครได้บ้าง

สำหรับโครงการคนละครึ่งรอบใหม่ จะให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคน โดยแบ่งสิทธิออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้

  • ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 

จะได้รับสิทธิพิเศษ “รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40%” หรือรูปแบบ 60:40 โดยกลุ่มนี้จะมีผู้ได้รับสิทธิ ประมาณ 11 ล้านคน

  • ประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 

จะได้รับสิทธิจ่ายคนละครึ่ง หรือ 50:50 โดยประชาชนจ่าย 50% และรัฐช่วยจ่ายอีก 50%

จ่อเพิ่มสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแก่ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี – ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ขณะที่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อัปเดตข้อมูลโครงการ คนละครึ่ง ว่า ในส่วนของนโยบายคนละครึ่ง กำลังเป็นที่จับตามอง แม้จะยังไม่ได้มีการประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการ แต่มีแนวทางเบื้องต้นว่า

  • ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิ์ในลักษณะ top up 

เช่น หากบัตรสวัสดิการให้สิทธิ์ 300 บาท รัฐบาลจะเติมให้อีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท เพื่อไม่ให้น้อยกว่าประชาชนทั่วไป

  • ขณะเดียวกัน ยังมีการพิจารณามอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแก่ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี 

เช่น อาจได้รับสิทธิ์ 1,200 บาทต่อคน แทน 1,000 บาท จากนี้ต้องไปดูขั้นตอนทางเทคนิค แต่นโยบายนี้ปฏิบัติแน่ เพราะหารือกันมาถึงแนวทางการปฏิบัติแล้ว

  • ชงเพิ่มวงเงิน 200 บาทต่อวัน

โดย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังได้เปิดเผยอีกว่า ภาคเอกชนได้เสนอให้เพิ่มวงเงินในโครงการคนละครึ่ง จากเดิม 150 บาทต่อวัน เป็น 200 บาทต่อวัน คนที่ใช้แพลตฟอร์ม และมีสิทธิอยู่แล้วจะไม่ต้องลงทะเบียนใหม่เมื่อถึงเวลาสามารถใช้ได้ทันที ส่วนคนที่ยังไม่เคยใช้ต้องลงทะเบียน และสำหรับคนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ก็มีระบบออฟไลน์รองรับ

อย่างไรก็ตาม สำหรับความคืบหน้า “โครงการคนละครึ่ง 2568” ยังต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลอีกครั้ง หากมีรายละเอียดเพิ่มเติม จะรายงานให้ทราบต่อไป.

โครงการ “คนละครึ่งพลัส 2568” เป็นโครงการที่น่าจับตามองสำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย และหวังว่ารัฐบาลจะเร่งดำเนินการให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว

ที่มา – อัปเดตโครงการ “คนละครึ่งพลัส” จะเริ่มเมื่อไร เช็กเงื่อนไขล่าสุด ใครได้บ้าง

คนละครึ่งพลัส ใช้ได้เมื่อไหร่? อัปเดตล่าสุด!

อัปเดตโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ในสมัยรัฐบาลอนุทิน ใช้ได้เมื่อไหร่ แย้มเพิ่มสิทธิให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

“คนละครึ่ง 2568” หรือ “คนละครึ่งพลัส” ที่เตรียมนำกลับมาปัดฝุ่นใหม่ในสมัยของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังคงเป็นนโยบายที่หลายคนรอคอย ซึ่งในรอบนี้อาจจะมีการปรับเงื่อนไขการลงทะเบียน และสิทธิการใช้จ่าย โดยเน้นสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่ระบบภาษี

สำหรับคนละครึ่งรอบใหม่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระบุว่า มีประโยชน์ เพราะมีส่วนร่วมกับประชาชนโดยมีการแชร์กัน รัฐบาลจะทำโครงการคนละครึ่งพลัส เป็นแรงจูงใจให้คนที่เสียภาษี 60:40 และมั่นใจว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้เร็ว รัฐบาลมีเวลาไม่มาก แต่อาจทำทุกอย่างที่ค้างท่อโดยเร่งปัจจัยทั้งหลายให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่เวลาที่เรามี รัฐบาลเสียงข้างน้อยไม่มีปัญหา พรรคร่วมไม่มีการไม่สนับสนุนกัน ทุกอย่างเป็นประโยชน์กับประเทศถือว่าเป็นบิ๊กวิน (Big Win) ของประเทศ

ขณะที่  “กระทรวงการคลัง” ได้ออกมายืนยันก่อนหน้านี้ว่า มีความพร้อมที่จะทำโครงการคนละครึ่งได้ทันที หากมีนโยบายออกมาชัดเจน เพราะขณะนี้มีความพร้อมทั้งในส่วนระบบ งบประมาณ และความเหมาะสมต่อสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน

อัปเดตล่าสุด “คนละครึ่งพลัส” ใครได้บ้าง

สำหรับเงื่อนไข คนละครึ่ง 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เผยว่า ในส่วนของนโยบายคนละครึ่งพลัส กำลังเป็นที่จับตามอง แม้จะยังไม่ได้มีการประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการ แต่มีแนวทางเบื้องต้น คือ

  • เพิ่มสิทธิผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จ่อรับเงินรวม 1,000 บาท

ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิในลักษณะ top up เช่น หากบัตรสวัสดิการให้สิทธิ 300 บาท รัฐบาลจะเติมให้อีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท เพื่อไม่ให้น้อยกว่าประชาชนทั่วไป 

  • มอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแก่ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี

ขณะเดียวกัน ยังมีการพิจารณามอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแก่ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี เช่น อาจได้รับสิทธิ์ 1,200 บาทต่อคน แทน 1,000 บาท จากนี้ต้องไปดูขั้นตอนทางเทคนิค แต่นโยบายนี้ปฏิบัติแน่ เพราะหารือกันมาถึงแนวทางการปฏิบัติแล้ว

  • ชงเพิ่มวงเงิน 200 บาทต่อวัน

โดยก่อนหน้านี้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังได้เปิดเผยอีกว่า ภาคเอกชนได้เสนอให้เพิ่มวงเงินในโครงการคนละครึ่ง จากเดิม 150 บาทต่อวัน เป็น 200 บาทต่อวัน คนที่ใช้แพลตฟอร์ม และมีสิทธิอยู่แล้วจะไม่ต้องลงทะเบียนใหม่เมื่อถึงเวลาสามารถใช้ได้ทันที ส่วนคนที่ยังไม่เคยใช้ต้องลงทะเบียน และสำหรับคนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ก็มีระบบออฟไลน์รองรับ

อย่างไรก็ตาม โครงการคนละครึ่ง 2568 ยังต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป.

คนละครึ่งพลัส: สรุปสิ่งที่คุณต้องรู้

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เป็นโครงการที่รัฐบาลกำลังพิจารณาอยู่ โดยมีเป้าหมายที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและผู้ที่อยู่ในระบบภาษี แม้ว่ารายละเอียดของโครงการยังไม่ชัดเจน แต่ก็เป็นที่คาดหวังว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ

สำหรับประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” สิ่งสำคัญคือการติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมเมื่อมีการประกาศรายละเอียดและเงื่อนไขอย่างเป็นทางการ

โครงการนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความหวังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ หากมีการบริหารจัดการที่ดีและประชาชนให้ความร่วมมือ ก็เชื่อได้ว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ และสร้างประโยชน์ให้กับทุกภาคส่วน

ที่มา – “คนละครึ่งพลัส” ใช้ได้เมื่อไหร่ แย้มเพิ่มสิทธิให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

อนุทิน มั่นใจคนละครึ่งพลัส ไทยไม่ยอมกัมพูชา


“นายกฯ อนุทิน” ฟังแถลงผลการศึกษาจาก นศ.วปอ.รุ่น 67 บอกเห็นค่า วปอ. ไม่เหมือนผู้นำคนอื่น ลั่น ไทยมีความพร้อมไม่ยอมกัมพูชา มั่นใจ “คนละครึ่งพลัส” 60:40 จูงใจคนเสียภาษี-กระตุ้นเศรษฐกิจได้เร็ว

เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 22 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 61 เข้าร่วมงานการแถลงผลการศึกษาเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของนักศึกษา วปอ. รุ่นที่ 67 ที่สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ โดยมี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานการแถลงผลการศึกษาฯ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.อ.พงศ์เทพ แก้วไชโย ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ พล.ท.ทักษิณ สิริสิงห ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร และพล.ต.เสด็จ อาคะจักร ประธานนักศึกษา วปอ.รุ่นที่ 67 เข้าร่วม

นายอนุทิน กล่าวตอนหนึ่งว่า สวัสดีพี่ๆ ทุกคน พี่หนู วปอ.61 นกหัวขวาน รายงานตัว ตนเรียน วปอ.61 แต่มางานแถลงผลการศึกษาแทบทุกปี เพราะเข้ามาเป็นรองนายกรัฐมนตรีในปี 2562 ตนเห็นคุณค่าของการเป็นนักศึกษา วปอ. อย่างมาก อาจมีมุมมองต่างจากผู้นำรัฐบาลท่านอื่นๆ ตนคิดว่าการเรียน วปอ. สำคัญอย่างยิ่ง เมื่อได้มาฟัง วปอ.67 ยอมรับว่าเหมือนเพลงพรหมลิขิตชักพาให้มาพบกันทันใด ทำไมเหมือนกับนโยบายรัฐบาลของตนที่เตรียมแถลงต่อรัฐสภาต้นเดือนตุลาคม อาจจะมีถ้อยคำที่ต่างกัน แต่กรอบความคิด ยุทธศาสตร์ตรงกัน ที่จะใช้หลักวิทยาศาสตร์คือจับต้องได้ เทคโนโลยีต้องทันโลกทันสมัย ทันท่วงที




ทั้งนี้ นักศึกษา วปอ.67 ยึดหลัก STEM แต่ตนจะขับเคลื่อนด้วยหลักที่คล้ายๆ กัน แต่โดยขอใช้คำว่า STECS ประกอบด้วย Systematic คือขับเคลื่อนต้องมีระบบ, Thainess ความเป็นเอกลักษณ์ของไทย เชื่อถือได้ ราคายุติธรรม, Exponential ขยายศักยภาพแบบเขย่งก้าวกระโดด และ C ที่ขอเติม S เพราะมีหลายคำ ไม่ว่าจะเป็น Connection คือสายสัมพันธ์ ที่เงินก็ซื้อไม่ได้ แต่ต้องใช้ให้ถูกต้องมีจริยธรรม ทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้า, Continuity คือต่อเนื่องไม่สิ้นสุด และ Constructive คือคิดเป็นบวก คิดก้าวหน้า และวันนี้ปัญหาคอร์รัปชันถึงเวลาแล้วเราต้องแก้ และคนไทยรังเกียจเดียดฉันท์ความไม่โปร่งใส ไม่สะอาด ทั้งทางการทำงาน จิตใจ รักชาติรักแผ่นดินคนไทย ซึ่งตอนนี้เริ่มมีการแบ่งแยกแล้ว

นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า วันนี้แยกกันเดินร่วมกันตี มีความหมายกับตนมาก ทหารก็คิดยุทธศาสตร์ไป รัฐบาลก็ต้องหาวิธีที่ต้องกดดัน วันนี้ยอมไม่ได้แล้ว มาถึงขนาดนี้ไม่ใช่การไล่ตี แต่เป็นการทำงานเชิงรุก กำหนดเงื่อนไขให้คนที่มีปัญหากับเราต้องยอมรับ เพราะประเทศไทยได้เปรียบทุกประตู ไม่ว่าจะทางเศรษฐกิจ แสนยานุภาพ เมื่อได้เปรียบแบบนี้จะให้เรายอมก่อนไม่ได้ ตนคิดว่าตนและผู้ที่นั่งในห้องนี้สะกดคำนี้ไม่เป็น ตนกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและทุกเหล่าทัพ จะใช้แนวทางนี้ดำเนินยุทธศาสตร์ต่อกรกับคนที่เรามีปัญหาอยู่ ชายแดนกัมพูชาต้องมีคำตอบมีผลลัพธ์ให้ประเทศไทยไม่สูญเสียอะไรไปมากกว่าผู้ที่เสียชีวิต ตนขอต้องไม่มีเราต้องทำให้ได้ภายใน 4 เดือน

“ประเทศไทยที่เราเบื่อหน่ายจะก้าวหน้าสักที ใครที่เคยดูถูกว่าพลังมวลชนไม่มีความหมาย พูดเลยว่าเปิดด่าน พูดเลยว่าเกี๊ยเซี๊ยะ พูดเลยว่ายอมเขา แล้วท่านจะรู้ว่านรกมีจริง”



สำหรับโครงการคนละครึ่ง นายอนุทิน ระบุว่ามีประโยชน์ เพราะมีส่วนร่วมกับประชาชนโดยมีการแชร์กัน รัฐบาลจะทำโครงการคนละครึ่งพลัส เป็นแรงจูงใจให้คนที่เสียภาษี 60:40 และมั่นใจว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้เร็ว รัฐบาลมีเวลาไม่มาก แต่อาจทำทุกอย่างที่ค้างท่อโดยเร่งปัจจัยทั้งหลายให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่เวลาที่เรามี รัฐบาลเสียงข้างน้อยไม่มีปัญหา พรรคร่วมไม่มีการไม่สนับสนุนกัน ทุกอย่างเป็นประโยชน์กับประเทศถือว่าเป็นบิ๊กวิน (Big Win) ของประเทศ.









นายกฯ เห็นค่า วปอ. ลั่นไทยไม่ยอมกัมพูชา มั่นใจคนละครึ่งพลัส กระตุ้นเศรษฐกิจได้เร็ว

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นายกฯ อนุทินได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่า “นายกฯ เห็นค่า วปอ. ลั่นไทยไม่ยอมกัมพูชา มั่นใจคนละครึ่งพลัส กระตุ้นเศรษฐกิจได้เร็ว” และพร้อมที่จะดำเนินนโยบายต่างๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนชาวไทย

คนละครึ่งพลัส กระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือ?

โครงการคนละครึ่งพลัส เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่รัฐบาลคาดหวังว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี ด้วยการเพิ่มแรงจูงใจให้ผู้เสียภาษีเข้าร่วมโครงการ โดยรัฐบาลจะสนับสนุน 60% และประชาชนจ่าย 40% ทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น นอกจากนี้ นายกฯ ยังยืนยันว่า นายกฯ เห็นค่า วปอ. ลั่นไทยไม่ยอมกัมพูชา มั่นใจคนละครึ่งพลัส กระตุ้นเศรษฐกิจได้เร็ว จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตอย่างรวดเร็ว

ประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างรอบคอบและระมัดระวัง การที่นายกฯ อนุทินแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่าจะไม่ยอมให้ประเทศไทยเสียเปรียบ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่แข็งแกร่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านว่าประเทศไทยพร้อมที่จะปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ

การที่ผู้นำประเทศให้ความสำคัญกับการศึกษาจากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) แสดงให้เห็นถึงความตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนยุทธศาสตร์และการเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต นายกฯ เห็นค่า วปอ. ลั่นไทยไม่ยอมกัมพูชา มั่นใจคนละครึ่งพลัส กระตุ้นเศรษฐกิจได้เร็ว เป็นการยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนเพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน

ที่มา – นายกฯ เห็นค่า วปอ. ลั่นไทยไม่ยอมกัมพูชา มั่นใจคนละครึ่งพลัส กระตุ้นเศรษฐกิจได้เร็ว

Scroll to top