คู่สมรส

ป.ป.ช. เปิดกรุ โสภณ ซารัมย์ กรณีพ้นตำแหน่ง สส. ทรัพย์สินเกิน 50 ล้านบาท

เชื่อว่าหลายคนคงกำลังให้ความสนใจกับข่าวคราวการเมืองโดยเฉพาะเรื่องของทรัพย์สินนักการเมือง ล่าสุดทางสำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ได้ออกมาเผยข้อมูลที่หลายคนจับตามอง นั่นคือ ป.ป.ช. เปิดกรุ โสภณ ซารัมย์ กรณีพ้นตำแหน่ง สส. ทรัพย์สินเกิน 50 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของการตรวจสอบความโปร่งใสในแวดวงการเมืองไทย

เจาะรายละเอียด ป.ป.ช. เปิดกรุ โสภณ ซารัมย์ กรณีพ้นตำแหน่ง สส. ทรัพย์สินเกิน 50 ล้านบาท

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่นายโสภณ ซารัมย์ ได้พ้นจากตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 โดยมีการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ตามระเบียบข้อบังคับ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ายอดรวมมูลค่าทรัพย์สินของทั้งตัวนายโสภณและคู่สมรสมีตัวเลขสุทธิอยู่ที่ 55,101,288.85 บาท ถือเป็นตัวเลขที่น่าสนใจและสะท้อนถึงการจัดการสินทรัพย์ของนักการเมืองท่านนี้ได้อย่างชัดเจน

สรุปรายการทรัพย์สินที่ ป.ป.ช. เปิดกรุ โสภณ ซารัมย์ กรณีพ้นตำแหน่ง สส. ทรัพย์สินเกิน 50 ล้านบาท

หากเรามาไล่ดูรายละเอียดกันแบบเจาะลึก จะพบว่าทรัพย์สินของนายโสภณและคู่สมรสนั้นกระจายอยู่ในหลายรูปแบบ ทั้งทรัพย์สินส่วนตัวและของคู่สมรส ดังนี้ครับ:

  • ทรัพย์สินของนายโสภณ ซารัมย์ (ผู้ยื่นบัญชี): มีมูลค่ารวมกว่า 31.7 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งเงินฝากใน 8 บัญชี เงินลงทุน ที่ดินจำนวน 5 แปลง โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงยานพาหนะและสิทธิในสัมปทานต่างๆ
  • ทรัพย์สินของคู่สมรส: มีมูลค่ารวมกว่า 23.3 ล้านบาท ประกอบด้วยเงินฝาก ที่ดินกว่า 16 แปลง การลงทุน และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ

ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ ในบัญชีที่ยื่นมานั้นไม่ปรากฏว่ามีรายการหนี้สินใด ๆ รวมถึงไม่มีการแจ้งรายการในส่วนของเงินสดหรือทรัพย์สินของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ซึ่งนับเป็นการยื่นบัญชีที่ค่อนข้างกระชับและชัดเจนในมุมมองของผู้ตรวจสอบครับ

ทั้งนี้ การที่ ป.ป.ช. เปิดกรุ โสภณ ซารัมย์ กรณีพ้นตำแหน่ง สส. ทรัพย์สินเกิน 50 ล้านบาท ออกมาเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับนักการเมือง แต่ถือเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ประชาชนได้เห็นที่มาที่ไปของทรัพย์สินผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของความโปร่งใสในระบอบประชาธิปไตยครับ ส่วนตัวมองว่าการเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคประชาชนได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องคอยติดตามตรวจสอบกันต่อไปว่าการทำงานในอนาคตของท่านจะเป็นอย่างไรครับ

ที่มา – ป.ป.ช. เปิดกรุ “โสภณ ซารัมย์” กรณีพ้นตำแหน่ง สส. ทรัพย์สินเกิน 50 ล้านบาท

เปิดรับฟังความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ถึง 31 ก.ค.นี้

เปิดรับฟังความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ถึง 31 ก.ค.นี้

ใครที่กำลังวางแผนสร้างครอบครัวหรือสนใจประเด็นเรื่องเทคโนโลยีการเจริญพันธุ์ ต้องไม่พลาดข่าวนี้ค่ะ! ล่าสุดรัฐบาลได้เดินหน้าเปิดรับฟังความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยทุกคนสามารถเข้าไปแสดงความคิดเห็นได้ผ่านช่องทางออนไลน์จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้เท่านั้นค่ะ

ในปัจจุบัน สังคมไทยเปลี่ยนไปเยอะมาก ทั้งเรื่องสังคมสูงวัยและปัญหาภาวะมีบุตรยากที่พบมากขึ้นเรื่อยๆ ทางกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข จึงได้หยิบยกเรื่องนี้มาปัดฝุ่นใหม่ เพื่อให้การเข้าถึงเทคโนโลยีอุ้มบุญมีความปลอดภัย รัดกุม และที่สำคัญคือป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์ในเชิงพาณิชย์หรือการค้ามนุษย์นั่นเองค่ะ

จุดเปลี่ยนสำคัญของร่างกฎหมายอุ้มบุญฉบับปรับปรุง

การปรับปรุงครั้งนี้ถือเป็นก้าวใหญ่ที่น่าสนใจมาก โดยมีประเด็นสำคัญที่น่าจับตามองใน เปิดรับฟังความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ดังนี้ครับ:

  • ความเท่าเทียมในครอบครัว: ปรับคำนิยามจาก “สามีภริยา” ให้ครอบคลุมถึง “คู่สมรส” เพื่อให้คู่รักที่มีความหลากหลายสามารถเข้าถึงสิทธิ์การช่วยเจริญพันธุ์ได้อย่างเท่าเทียม
  • การยกระดับความปลอดภัย: เพิ่มบทบาทของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เข้มงวดขึ้น เพื่อติดตามและตรวจสอบการใช้บริการให้โปร่งใส
  • การสนับสนุนทางการแพทย์: มีการปรับเงื่อนไขสำหรับคู่สมรสที่มีชาวต่างชาติ รวมถึงสามารถส่งออกอสุจิ ไข่ หรือตัวอ่อนได้ภายใต้เกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
  • ปราบปรามการค้ามนุษย์: สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเพิ่มอัตราโทษที่รุนแรงขึ้น เพื่อปิดช่องว่างไม่ให้ขบวนการอาชญากรใช้ช่องทางอุ้มบุญมาแสวงหาผลกำไรผิดกฎหมาย

รัฐบาลหวังว่าการดำเนินการครั้งนี้จะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น Medical Hub ระดับโลกได้อย่างสง่างาม โดยยังคงรักษามาตรฐานด้านมนุษยธรรมและจริยธรรมไว้ได้อย่างครบถ้วนครับ การปรับกฎหมายในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของคนอยากมีลูกเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของภาพลักษณ์ประเทศและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของเด็กที่เกิดมาด้วย

หากคุณมีข้อเสนอแนะหรือความคิดเห็น สามารถเข้าไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศได้ที่ www.law.go.th ซึ่งเสียงของพวกคุณมีความหมายอย่างยิ่งในการสร้างกฎหมายที่สมบูรณ์และใช้งานได้จริงในสังคมไทยยุคใหม่ครับ

หากมองในมุมมองของผู้บริโภค การมีกฎหมายที่เข้มงวดและเป็นธรรมจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับพ่อแม่มือใหม่ได้มากขึ้นอย่างแน่นอน การที่มีการ เปิดรับฟังความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสทองที่จะช่วยสะท้อนความต้องการของประชาชนให้หน่วยงานรัฐได้รับทราบครับ

ที่มา – เปิดรับฟังความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ถึง 31 ก.ค.นี้ หวังป้องกันการค้ามนุษย์

นายกฯ ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล วันเฉลิมพระชนมพรรษา

นายกฯ ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล วันเฉลิมพระชนมพรรษา

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมาถือเป็นวันมงคลยิ่งสำหรับพสกนิกรชาวไทย เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทางด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนางธนนนท์ ชาญวีรกูล คู่สมรส ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล ณ บริเวณท้องสนามหลวง เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยมีพระสงฆ์จำนวน 149 รูป เข้าร่วมในพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้

การจัดงาน นายกฯ ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล วันเฉลิมพระชนมพรรษา ในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งประธานศาลฎีกา ประธานวุฒิสภา และคณะผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรต่างๆ ที่มารวมพลังทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล โดยบรรยากาศในช่วงเช้าเต็มไปด้วยความเรียบร้อยและสง่างาม นายกรัฐมนตรีได้นำคณะผู้เข้าร่วมพิธีร่วมกันตักบาตรพระสงฆ์ ท่ามกลางบรรยากาศของพี่น้องประชาชนที่มาร่วมงานด้วยความปลาบปลื้มใจ

รายละเอียดกิจกรรม นายกฯ ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล วันเฉลิมพระชนมพรรษา

หลังจากเสร็จสิ้นพิธีทำบุญตักบาตร นายกรัฐมนตรีและคู่สมรสได้เดินทางไปยังห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อลงนามถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โดยมีการทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้ในนามคณะรัฐมนตรีและแสดงถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนสืบไป

  • นายกรัฐมนตรีและคู่สมรสเป็นประธานในพิธี ณ ท้องสนามหลวง
  • ถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์เพื่อถวายพระพร
  • ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมพรรษา ณ ห้องแดง พระบรมมหาราชวัง

กิจกรรมสำคัญเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องยืนยันถึงความศรัทธาของพสกนิกร แต่ยังเป็นการส่งเสริมให้คนในชาติร่วมกันทำความดีถวายแด่พระองค์ท่าน เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 นี้ ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เราคนไทยจะได้ร่วมสืบสานประเพณีและแสดงความจงรักภักดีร่วมกัน นี่คือภาพสะท้อนของความรักความสามัคคีที่เกิดขึ้นในสังคมไทยเราครับ

ที่มา – นายกฯ ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

ทรัพย์สินประธาน กกต. คนใหม่เกือบร้อยล้าน หนี้ 90 บาท

ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของ “ณรงค์ กลั่นวารินทร์” ประธาน กกต. คนใหม่และคู่สมรส มีทรัพย์สินเกือบร้อยล้าน มีหนี้บัตรเครดิต 90 บาท รวยอู้ฟู่ 85 ล้านบาท! ภรรยาถือครองที่ดิน 9 แปลง แถมหนี้บัตรเครดิตน้อยนิดแค่ 90 บาทเท่านั้น

ทรัพย์สินอู้ฟู่! ประธาน กกต. คนใหม่และคู่สมรส มีทรัพย์สินเกือบร้อยล้าน มีหนี้บัตรเครดิต 90 บาท

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. คนใหม่และคู่สมรส มีทรัพย์สินเกือบร้อยล้าน มีหนี้บัตรเครดิต 90 บาท กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2568 โดยนายณรงค์และนางชรินทร์ภัสร์ คู่สมรส แจ้งว่ามีทรัพย์สินรวมกันทั้งสิ้น 85,099,109 บาท และมีหนี้สินรวม 4,430,244 บาท

รายละเอียดทรัพย์สินของประธาน กกต. คนใหม่

นายณรงค์มีทรัพย์สินส่วนตัว 22,282,074 บาท ประกอบไปด้วย:

  • เงินฝากในบัญชีธนาคาร 6 บัญชี รวมมูลค่า 10,163,217 บาท
  • เงินลงทุนในกองทุนเปิดต่างๆ มูลค่า 4,541,356 บาท
  • ที่ดิน 6 แปลงในย่านหนองจอก กรุงเทพฯ และอำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี รวมมูลค่า 3.25 ล้านบาท
  • โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างมูลค่า 2.75 ล้านบาท
  • ยานพาหนะมูลค่า 5 แสนบาท
  • สิทธิและสัมปทานมูลค่า 7 แสนบาท
  • ทรัพย์สินอื่นๆ มูลค่า 377,500 บาท

ที่น่าสนใจคือนายณรงค์ไม่มีหนี้สินเลย

สำหรับรายได้ต่อปีของนายณรงค์อยู่ที่ 2,256,480 บาท ซึ่งมาจากเงินเดือน 966,480 บาท เงินประจำตำแหน่ง 510,000 บาท เงินค่ารับรองเหมาจ่ายรายเดือน 510,000 บาท ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร 50,000 บาท เงินปันผลจากการถือครองหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ 20,000 บาท และกำไรจากการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ 200,000 บาท โดยมีรายจ่ายต่อปีรวม 560,000 บาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว 360,000 บาท และค่าอุปการะมารดา 200,000 บาท

ทรัพย์สินของคู่สมรส

ด้านนางชรินทร์ภัสร์ คู่สมรส มีทรัพย์สินรวม 62,817,034 บาท ประกอบด้วย:

  • เงินฝาก 13 บัญชี รวม 2,702,954 บาท
  • เงินลงทุนในสหกรณ์ออมทรัพย์และสลากออมสินดิจิทัล 2,591,900 บาท
  • ที่ดิน 9 แปลง ในจังหวัดร้อยเอ็ด นครนายก ปทุมธานี และเขตบางกะปิ รวม 47,228,500 บาท
  • โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 8.96 ล้านบาท
  • ยานพาหนะ 600,000 บาท
  • ทรัพย์สินอื่น 733,680 บาท

นางชรินทร์ภัสร์มีหนี้สินเป็นเงินกู้ธนาคารกรุงไทย 4,430,154 บาท และหนี้บัตรเครดิตเพียง 90 บาทเท่านั้น! มีรายได้ต่อปี 425,984 บาท แบ่งเป็นเงินเดือน 423,925 บาท และดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร 2,059 บาท มีรายจ่ายต่อปีรวม 378,016 บาท เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว 120,000 บาท, ค่าผ่อนห้องชุด 203,400 บาท และค่าเบี้ยประกันชีวิต 54,616 บาท

นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังมีทรัพย์สินอื่นที่น่าสนใจ เช่น นาฬิกา Rolex 2 เรือน มูลค่ารวม 800,000 บาท, สร้อยคอทองคำ 2 เส้น มูลค่า 80,000 บาท, พระเลี่ยมทอง 5 องค์ มูลค่า 30,000 บาท, ทับทิม 2 เม็ด มูลค่า 60,000 บาท, นิล 1 เม็ด มูลค่า 15,000 บาท และปืนสั้น 2 กระบอก มูลค่า 66,180 บาท

การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงฐานะทางการเงินที่มั่นคงของ ประธาน กกต. คนใหม่และคู่สมรส มีทรัพย์สินเกือบร้อยล้าน มีหนี้บัตรเครดิต 90 บาท แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเป็นกลาง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรม

ที่มา – ประธาน กกต. คนใหม่และคู่สมรส มีทรัพย์สินเกือบร้อยล้าน มีหนี้บัตรเครดิต 90 บาท

Scroll to top