ค่าไฟฟ้า

รทสช. ประชุมใหญ่เสริมทัพ กก.บห. ลั่นเดินหน้าเสรีโซลาร์

พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 อย่างคึกคัก เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2567 ที่สำนักงานใหญ่พรรค เขตพญาไท โดยมี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค เป็นประธานในที่ประชุม แกนนำ ส.ส. และสมาชิกพรรคเข้าร่วมจำนวนมาก เพื่อกำหนดทิศทางการทำงานและปรับโครงสร้างบริหารพรรคให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

รทสช. ประชุมใหญ่เสริมทัพ กก.บห. ลั่นเดินหน้า “เสรีโซลาร์-ปฏิรูปเครดิตบูโร”

ที่ประชุมใหญ่ของ รทสช. ประชุมใหญ่เสริมทัพ กก.บห. ลั่นเดินหน้า “เสรีโซลาร์-ปฏิรูปเครดิตบูโร” มีมติเห็นชอบเลือก พันเอกเฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) แทนตำแหน่งที่ว่าง ส่งผลให้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่มีความพร้อมและเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น นำโดย:

  • นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค – หัวหน้าพรรค
  • นายชัชวาลล์ คงอุดม – เลขาธิการพรรค
  • นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี – รองหัวหน้าพรรค
  • นายนราพัฒน์ แก้วทอง – รองหัวหน้าพรรค
  • และกรรมการบริหารคนอื่นๆ

โครงสร้างทีมบริหารชุดนี้จะช่วยให้พรรคขับเคลื่อนภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล

นโยบายเด่น: ร่าง พ.ร.บ. เสรีโซลาร์ ลดต้นทุนพลังงานสะอาด

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กล่าวถึงเป้าหมายสำคัญของพรรคในการผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรง 2 ฉบับหลัก ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ. เสรีโซลาร์ และ ร่าง พ.ร.บ. ปฏิรูปเครดิตบูโร โดยเฉพาะกฎหมายเสรีโซลาร์ที่มุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในครัวเรือน พรรคมีแผนประสานงานกับสถาบันการเงินของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน และ SME D Bank เพื่อให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ประชาชนที่ต้องการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน

ปัจจุบัน การติดตั้งโซลาร์เซลล์มีต้นทุนสูงเฉลี่ย 180,000 บาทต่อหลังคาบ้าน ทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงยาก แต่ด้วยนโยบาย รทสช. ประชุมใหญ่เสริมทัพ กก.บห. ลั่นเดินหน้า “เสรีโซลาร์-ปฏิรูปเครดิตบูโร” จะช่วยทลายข้อจำกัดเหล่านี้ ลดต้นทุนลงเหลือไม่ถึง 100,000 บาท ช่วยให้ครอบครัวประหยัดค่าไฟฟ้าได้ในระยะยาว คาดว่าจะลดค่าไฟได้ถึง 50-70% ต่อเดือน นอกจากนี้ กฎหมายยังอยู่ในขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ และเตรียมเข้าสู่การพิจารณาของสภาในเร็วๆ นี้

ปฏิรูปเครดิตบูโร สร้างความเป็นธรรมทางการเงิน

อีกหนึ่งนโยบายสำคัญคือ ร่าง พ.ร.บ. ปฏิรูปเครดิตบูโร ซึ่งจะปรับปรุงระบบข้อมูลเครดิตให้โปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น ปัจจุบัน ระบบเครดิตบูโรของไทยถูกวิจารณ์ว่าทำให้ประชาชนจำนวนมากติดบัญชีดำ (blacklist) จากหนี้สินเล็กน้อย ส่งผลให้กู้สินเชื่อใหม่ได้ยาก พรรค รทสช. มุ่งแก้ปัญหานี้ โดยกำหนดเกณฑ์ที่ชัดเจน ลดระยะเวลาการลงโทษ และเปิดโอกาสให้ประชาชนแก้ไขข้อมูลได้ง่ายขึ้น สิ่งนี้จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อพัฒนาชีวิตได้ดีขึ้น

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค เน้นย้ำว่า การทำงานของ รทสช. ในรัฐบาลไม่ใช่การแสวงหาตำแหน่งรัฐมนตรี แต่เน้นผลักดันสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน นอกจากนี้ พรรคยังเปิดตัวทีมโฆษกชุดใหม่ เพื่อสื่อสารนโยบายให้รวดเร็วและเข้าถึงประชาชน โดยมี ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี (รักษาการโฆษก), นายเกรียงไกรมาศ พจนสุนทร (เคนโด้), นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ และทีมงาน

นโยบายเหล่านี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของพรรครวมไทยสร้างชาติที่ให้ความสำคัญกับปัญหาความเป็นอยู่ของประชาชนจริงๆ ในยุคที่ราคาพลังงานและหนี้สินเป็นภาระหนัก การมีกฎหมายเสรีโซลาร์จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า ขณะที่ปฏิรูปเครดิตบูโรจะเปิดโอกาสทางการเงินใหม่ๆ ทำให้เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง

หากคุณเป็นเจ้าของบ้านที่กำลังกังวลเรื่องค่าไฟแพง หรือมีปัญหาเครดิตบูโร ติดตามความคืบหน้านโยบาย รทสช. ประชุมใหญ่เสริมทัพ กก.บห. ลั่นเดินหน้า “เสรีโซลาร์-ปฏิรูปเครดิตบูโร” ต่อไป เพราะนี่คือก้าวสำคัญสู่ชีวิตที่ดีขึ้น สนับสนุนและแชร์ข้อมูลนี้ให้เพื่อนๆ รู้จักกันนะครับ

ที่มา – รทสช. ประชุมใหญ่เสริมทัพ กก.บห. ลั่นเดินหน้า “เสรีโซลาร์-ปฏิรูปเครดิตบูโร”

“ทวี” ปูดปม “ค่าไฟทิพย์” ลั่นหน้าที่รัฐเร่งแก้เดือดร้อน

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคมไทยกันดีกว่าครับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เปิดโปงปัญหาค่าไฟทิพย์ที่พุ่งสูงถึง 1.09 ล้านล้านบาท! ท่านลั่นชัดเจนว่า นี่คือหน้าที่ของรัฐที่จะต้องเร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนโดยด่วน แถมยังแนะนำให้แก้ไขโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรมด้วยนะครับ มาฟังรายละเอียดกันเลย

ค่าไฟทิพย์ คืออะไร และทำไมถึงเป็นปัญหาใหญ่?

ไฟฟ้านั้นเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่เราทุกคนต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเปิดไฟ ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือแม้แต่ขับรถ EV ตามนโยบายรัฐบาล รัฐธรรมนูญกำหนดชัดว่ารัฐต้องถือหุ้นในกิจการไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 51% และต้องให้บริการโดยไม่เป็นภาระแก่ประชาชนเกินสมควร แต่ในความเป็นจริงล่ะครับ? ค่าไฟแพงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะค่าไฟทิพย์ที่ถูกเรียกเก็บแบบไม่โปร่งใส

พ.ต.อ.ทวีชี้ว่า คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกฯ เป็นประธาน 19 คน และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) 7 คน ดูเหมือนจะปล่อยเกียร์ว่าง ทำให้คนไทยต้องแบกภาระราคาไฟแพง แม้เรื่องไฟฟ้าจะซับซ้อน ต้องใช้คณิตศาสตร์เชิงซ้อนและโมเดลวิศวกรรม แต่รัฐต้องรับผิดชอบนะครับ

กับดัก 2 กลไกหลักของค่าไฟทิพย์

นโยบายส่งเสริมพลังงานสะอาดอย่างพลังงานแสงอาทิตย์หรือยานยนต์ไฟฟ้า ฟังดูดีใช่ไหมครับ? แต่ในอดีต มันกลายเป็นฝันร้ายที่เอื้อนายทุนผ่านค่าไฟทิพย์ ด้วย 2 กลไกใหญ่ๆ

  • 1. Adder และ FiT: Adder คือส่วนเพิ่มราคารับซื้อ เช่น ค่าไฟฐาน 3 บาท + Adder 8 บาท = 11 บาท/หน่วย จูงใจแต่ควบคุมยาก FiT กำหนดราคาคงที่ เช่น 5.60 บาท/หน่วย และ FiTa คือส่วนต่างที่เก็บจากเราในค่า Ft ทุกเดือน โดยไม่เคยถามประชาชน!
  • 2. SPP และ VSPP: SPP โรงไฟฟ้าขนาดเล็ก 10-90 MW อย่างก๊าซธรรมชาติหรือชีวมวล VSPP ขนาดเล็กมาก <10 MW อย่างโซลาร์รูฟท็อป ส่งผลให้ต้นทุนพุ่งเพราะรัฐต้องจ่าย “ค่าความพร้อมจ่าย” แม้โรงไฟฟ้าไม่ผลิตก็ตาม

จากกราฟข้อมูลที่พ.ต.อ.ทวีนำเสนอ กลุ่ม Firm (สีม่วง) อุดหนุนเอกชน 445,069 ล้านบาท ค่าพร้อมจ่ายสแตนด์บาย ส่วน Non-Firm, Partial-Firm, VSPP (สีเขียว) 648,148 ล้านบาท รวมกว่า 1.09 ล้านล้านบาทตลอด 30 ปี (2538-2568)! ปี 2567 เดียวๆ กว่า 1.2 แสนล้านบาท นี่เงินจากกระเป๋าประชาชนไปร่ำรวยให้เอกชนเลยครับ

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญและความเดือดร้อนประชาชน

ศาลรัฐธรรมนูญคำวินิจฉัย 1/2566 แนะนำให้ กพช. และ กกพ. กำหนดเพดานสัดส่วนเอกชนและกำลังสำรองให้เหมาะสม มิเช่นนั้นอาจเสียหายแก่ประโยชน์สาธารณะ สำรวจจากสำนักงานสถิติแห่งชาติยืนยัน ค่าครองชีพสูง ค่าไฟ-น้ำมันแพง รายได้ไม่พอจ่าย เป็นปัญหาอันดับ 1 ของประชาชน นายทุนพลังงานรวยจนทนไม่ไหว แต่เรากลับจน!

โครงสร้างปัจจุบันไม่เป็นธรรม รัฐต้องรีบแก้ไขค่าไฟทิพย์ ไม่ให้ทับถมคนไทยอีกต่อไปครับ เพื่อความมั่นคงพลังงานที่สมดุลกับภาระประชาชน

ส่วนตัวผมเห็นด้วยกับพ.ต.อ.ทวีมากครับ นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นความทุกข์ของพี่น้องประชาชน รัฐบาลควรเร่งปฏิรูประบบ ลดการอุดหนุนที่ไม่จำเป็น ส่งเสริมพลังงานสะอาดแบบยั่งยืนจริงๆ คุณล่ะครับคิดเห็นอย่างไร? คอมเมนต์บอกกันหน่อย และแชร์บทความนี้เพื่อให้เสียงเราดังถึงหูผู้มีอำนาจ!

ที่มา – “ทวี” ปูดปม “ค่าไฟทิพย์” ลั่นหน้าที่รัฐ เร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชน

“รัชดา” เมินโต้ “ศิริกัญญา” ปมคนละครึ่งพลัส จ่อช่วยค่าไฟ

“รัชดา” เมินโต้ “ศิริกัญญา” ปมค้านเคาะคนละครึ่งพลัส ยันรัฐบาลจ่อคลอดแพ็คเกจช่วยค่าไฟ-ปุ๋ย เป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ เมื่อโฆษกรัฐบาลไม่สนใจโต้แย้งกับฝ่ายค้าน แต่ยืนยันว่ารัฐบาลกำลังเร่งมือช่วยเหลือประชาชนจากค่าครองชีพที่พุ่งสูง โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าและปุ๋ยที่กระทบเกษตรกรและครัวเรือนทั่วไป

“รัชดา” เมินโต้ “ศิริกัญญา” ปมค้านเคาะคนละครึ่งพลัส ยันรัฐบาลจ่อคลอดแพ็คเกจช่วยค่าไฟ-ปุ๋ย

วันที่ 15 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านการเคาะมาตรการคนละครึ่งพลัสในช่วงนี้ โดยระบุว่าไม่ใช่เวลากระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ควรเน้นเยียวยาค่าครองชีพให้ประชาชนก่อน

น.ส.รัชดา ตอบแบบชิล ๆ ว่า “ไม่ตอบโต้ค่ะ” เพราะรัฐบาลกำลังพิจารณาเรื่องค่าครองชีพอยู่แล้ว และได้เริ่มโครงการไทยช่วยไทยไปก่อนหน้านี้ ส่วนหลังจากนี้จะมีมาตรการอื่น ๆ ออกมาแบบเป็นชุด ๆ ให้ประชาชนและฝ่ายค้านได้ติดตามกันแน่นอน ทำให้หลายคนมองว่านี่คือสัญญาณว่ารัฐบาลไม่ต้องการเสียเวลาดราม่า แต่โฟกัสที่การช่วยเหลือจริง

มาตรการที่รัฐบาลเตรียมคลอดหลัง “รัชดา” เมินโต้ “ศิริกัญญา”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่ารัฐบาลจะมีมาตรการอะไรในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งหน้า น.ส.รัชดา ยืนยันชัดเจนว่าจะมีแพ็คเกจเยียวยาออกมาแบบทยอย โดยครอบคลุมหลายด้าน ดังนี้

  • โครงการคนละครึ่งพลัส: ยังคงเดินหน้าเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ช่วยให้ประชาชนใช้จ่ายได้มากขึ้น
  • เยียวยาค่าไฟฟ้า: สำหรับครัวเรือนที่ใช้ไฟน้อย เพื่อลดภาระค่าไฟที่พุ่งสูงจากราคาน้ำมัน
  • ช่วยเหลือเรื่องปุ๋ย: เน้นเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคาปุ๋ยแพง ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตพืชผล
  • โครงการไทยช่วยไทย: ขยายผลต่อเนื่อง เพื่อให้คนไทยช่วยเหลือกันเอง

ทั้งหมดนี้จะออกมาเป็นแพ็คเกจใหญ่ รัฐบาลยืนยันว่าดูแลประชาชนแน่นอน ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังเปราะบางจากโควิด-19 และราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน

ปมขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้านเรื่องคนละครึ่งพลัส

ก่อนหน้านี้ น.ส.ศิริกัญญา ได้วิจารณ์หนักว่าการผลักดันคนละครึ่งพลัสตอนนี้ไม่เหมาะสม เพราะประชาชนกำลังเผชิญค่าครองชีพสูง ควรเยียวยาโดยตรงมากกว่า แต่ฝั่งรัฐบาลมองว่าทั้งสองอย่างทำควบคู่กันได้ เพื่อทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาค่าครองชีพ ซึ่งเป็นแนวทางที่รัฐบาลใช้มาตลอด

จากข้อมูลล่าสุด ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยต่อครัวเรือนเพิ่มขึ้นกว่า 20% ในปีนี้ ขณะที่ราคาปุ๋ยพุ่ง 50-100% ส่งผลให้เกษตรกรหลายรายลดพื้นที่เพาะปลูก นี่คือเหตุผลที่รัฐบาลเร่งแพ็คเกจดังกล่าว หากคลอดจริงจะช่วยพยุงเศรษฐกิจฐานรากได้ทันท่วงที

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐศาสตร์ยังชี้ว่ามาตรการแบบคนละครึ่งช่วยหมุนเงินในระบบได้ดี โดยในเฟสก่อน ๆ สร้างยอดใช้จ่ายกว่า 1 แสนล้านบาท ช่วยร้านค้าขนาดเล็กให้รอดพ้นวิกฤต

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านยังคงกดดันให้รัฐบาลเปิดเผยรายละเอียดชัดเจน เพื่อไม่ให้เป็นแค่นโยบายลม ๆ แล้ง ๆ ประชาชนหลายคนรอคอยมาตรการเหล่านี้ เพราะค่าครองชีพกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดในตอนนี้

ในมุมมองของผู้เขียน รัฐบาลควรสื่อสารให้ชัดเจนกว่านี้ เพื่อลดความสับสน และแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลฟังเสียงประชาชนจริง การเมินโต้แบบนี้แสดงถึงความมั่นใจ แต่ต้องพิสูจน์ด้วยผลงาน คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้ ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามอัปเดตมาตรการใหม่ ๆ จากรัฐบาลนะครับ

ที่มา – “รัชดา” เมินโต้ “ศิริกัญญา” ปมค้านเคาะคนละครึ่งพลัส ยันรัฐบาลจ่อคลอดแพ็คเกจช่วยค่าไฟ-ปุ๋ย

โพลเผยคนหนุนปรับโครงสร้างราคาพลังงาน

ในช่วงที่ราคาพลังงานทั่วโลกกำลังผันผวนหนัก สวนดุสิตโพลได้ทำการสำรวจความเห็นประชาชนเรื่องการรับมือวิกฤตพลังงานของรัฐบาล ซึ่งผลออกมาแบบชัดเจนว่า โพล เผย คนหนุนแนวทางปรับโครงสร้างราคาพลังงาน แต่อยากให้รัฐบาลลดภาษีน้ำมันเพิ่ม โดยประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับนโยบายที่นายกรัฐมนตรีแถลงไว้ ทำให้หลายคนมองว่านี่อาจเป็นทางออกสำคัญในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่กระทบชีวิตประจำวัน

โพล เผย คนหนุนแนวทางปรับโครงสร้างราคาพลังงาน แต่อยากให้รัฐบาลลดภาษีน้ำมันเพิ่ม

สวนดุสิตโพลจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นจากกลุ่มตัวอย่าง 1,266 คนทั่วประเทศ ทั้งทางออนไลน์และภาคสนาม ระหว่างวันที่ 7-10 เมษายน 2569 และเผยแพร่ผลเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 ผลการสำรวจพบว่าประชาชนเห็นด้วยกับแนวทางปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันและค่าไฟฟ้ามากที่สุด ร้อยละ 72.27 จาก 3 แนวทางที่นายกฯ แถลง นอกจากนี้ยังคาดหวังว่านโยบายเหล่านี้จะช่วยแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานได้สำเร็จถึงร้อยละ 34.36 แม้บางส่วนจะไม่แน่ใจร้อยละ 32.23 แต่ที่ชัดเจนคือประชาชนอยากให้รัฐบาลดำเนินการลดภาษีน้ำมันและภาษีสรรพสามิตเพิ่มเติมถึงร้อยละ 76.07

โพล เผย คนหนุนแนวทางปรับโครงสร้างราคาพลังงาน: ตัวเลขสำคัญที่ควรรู้

  • เห็นด้วยกับการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน: 72.27%
  • เชื่อว่าจะแก้ปัญหาได้สำเร็จ: 34.36%
  • ไม่แน่ใจในผลลัพธ์: 32.23%
  • อยากให้ลดภาษีน้ำมันเพิ่ม: 76.07%

วิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะจากราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูง สงครามการค้า หรือปัญหาซัพย์พลังงานในประเทศ ทำให้ค่าครองชีพของประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การปรับโครงสร้างราคาพลังงานจึงถูกมองว่าเป็นแนวทางระยะยาวที่ช่วยลดภาระ โดยแยกส่วนภาษี อัตราผลกำไร และต้นทุนนำเข้าให้ชัดเจนยิ่งขึ้น แต่ประชาชนยังกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายทันที จึงเรียกร้องให้รัฐลดภาษีน้ำมันก่อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ใช้รถใช้ถนนและธุรกิจขนาดเล็ก

นโยบายนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ครั้งนี้มาจากการสำรวจจริงจากประชาชน ทำให้มีความน่าเชื่อถือสูง หากรัฐบาลนำไปปฏิบัติจริง โดยเฉพาะการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันที่ปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนสูง อาจช่วยให้ราคาน้ำมันลดลง 5-10 บาทต่อลิตร ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นการขนส่ง สินค้าอุปโภคบริโภค และกำลังซื้อของประชาชน

อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างต้องคำนึงถึงรายได้ของรัฐด้วย เพราะภาษีน้ำมันเป็นแหล่งรายได้หลัก หากลดมากเกินไปอาจกระทบงบประมาณสาธารณะ เช่น การซ่อมแซมถนนหรือสวัสดิการสังคม ดังนั้น รัฐควรหาแหล่งรายได้ทางเลือก เช่น พัฒนาพลังงานทดแทนอย่างก๊าซธรรมชาติหรือพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อให้ยั่งยืนในระยะยาว

จากมุมมองของผู้เขียน คิดว่านี่เป็นสัญญาณบวกที่ประชาชนยังเชื่อมั่นในรัฐบาล หากดำเนินการรวดเร็วและโปร่งใส จะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นได้มาก โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัวหลังโควิด

คุณคิดอย่างไรกับผลโพลนี้? การปรับโครงสร้างราคาพลังงานจะช่วยแก้ปัญหาจริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ด้วยนะครับ!

ที่มา – โพล เผย คนหนุนแนวทางปรับโครงสร้างราคาพลังงาน แต่อยากให้รัฐบาลลดภาษีน้ำมันเพิ่ม

วิธีลงทะเบียน ล้างแอร์ช่วยชาติ จ่าย 300 บาท 3 หมื่นสิทธิ์

ฤดูร้อนมาเยือน ค่าไฟพุ่งกระฉูด! รัฐบาลมีโครงการดีๆ มาช่วยประชาชนประหยัดพลังงาน นั่นคือ วิธีลงทะเบียน ล้างแอร์ช่วยชาติ จ่ายเพียง 300 บาท รับสิทธิ์จำกัดแค่ 30,000 สิทธิ์เท่านั้น เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2569 ใครสนใจรีบเลย!

โครงการ “ล้างแอร์ช่วยชาติ 2569” (Clean your air, Care your life) เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กับพันธมิตรเอกชนชั้นนำอย่างห้างสรรพสินค้าต่างๆ เพื่อส่งเสริมการประหยัดพลังงาน ลดการใช้ไฟช่วงหน้าร้อนที่พีคสุดๆ และยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อีกด้วย นอกจากส่วนลดล้างแอร์ 300 บาทแล้ว ยังมีส่วนลดซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 อีก 15,000 สิทธิ์ คุ้มสุดๆ ไปเลย

ทำไมต้องล้างแอร์? เพราะแอร์ที่สกปรกจะกินไฟมากขึ้น 20-30% เลยนะ ล้างแล้วเย็นฉ่ำ ประหยัดไฟ ค่าไฟถูกลง แถมอากาศในบ้านสะอาด ดีต่อสุขภาพด้วย โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ โครงการนี้ช่วยให้ทุกคนเข้าถึงบริการล้างแอร์ราคาถูกได้ง่ายๆ

วิธีลงทะเบียน ล้างแอร์ช่วยชาติ

อยากรู้ วิธีลงทะเบียน ล้างแอร์ช่วยชาติ ใช่ไหม? ไม่ยากเลย แต่ต้องไปลงที่ห้างสรรพสินค้าที่ร่วมรายการเท่านั้นนะ ไม่มีลงออนไลน์หรือแอปสำหรับคนทั่วไป เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 23 พฤษภาคม 2569 หรือจนกว่าจะครบสิทธิ์

ขั้นตอนวิธีลงทะเบียน ล้างแอร์ช่วยชาติ ทำตามนี้เลย

1. เตรียมเอกสารให้พร้อม

  • บัตรประชาชนตัวจริง (ต้องเป็นเจ้าของบ้านหรือผู้มีชื่อในทะเบียนบ้าน)
  • บิลค่าไฟเดือนล่าสุด (เพื่อยืนยันเลขที่สัญญาไฟฟ้า 11 หลัก)

2. ไปห้างที่ร่วมโครงการ

ห้างที่เข้าร่วมมีหลายแห่ง เช่น HomePro, Power Buy, The Mall (Power Mall), ไทวัสดุ, Mega Home และอื่นๆ เดินไปที่แผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าเลย

3. แสดงเอกสารและรับสิทธิ์

  • ยื่นบัตรประชาชนและบิลค่าไฟให้พนักงานตรวจสอบ
  • ถ้าสิทธิ์ยังเหลือ ชำระเงินเพียง 300 บาท (ปกติราคาล้างแอร์ 600-700 บาท กฟผ. ช่วยออกส่วนต่าง 50% หรือตามเงื่อนไข)
  • นัดวันให้ช่างมาล้างแอร์ที่บ้านกับพนักงาน

เงื่อนไขสำคัญ: สิทธิ์ 1 หมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้า ต่อ 1 สิทธิ์ (ล้างได้ 1 เครื่อง) เฉพาะแอร์ติดผนัง (Wall Type) ขนาดไม่เกิน 24,000 BTU เท่านั้น อย่าลืมเช็คให้ดีก่อนไปนะ

นอกจากนี้ โครงการยังช่วยลดภาระค่าไฟช่วงหน้าร้อนที่ทุกคนเจอ คิดดูสิ ถ้าล้างแอร์แล้วประหยัดไฟเดือนละ 200-300 บาท ปีนึงก็หลายพันแล้ว แถมเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสิ่งแวดล้อม ลดโลกร้อนได้ด้วย ใครที่แอร์ที่บ้านเริ่มไม่เย็น ไม่ต้องเสียเงินแพงๆ รีบใช้สิทธิ์นี้เลย

เคล็ดลับเพิ่มเติม: ก่อนล้างแอร์ ทำความสะอาดตัวเองด้วย ตั้งแอร์ 25 องศา ใช้พัดลมช่วย เปิดม่านบังแดด จะยิ่งประหยัดไฟเข้าไปใหญ่ ลองคำนวณดู ถ้าบ้านคุณมีแอร์ 2 ตัว ล้างทั้งคู่ (ถ้าสิทธิ์เหลือ) ค่าไฟลดฮวบแน่นอน

โครงการนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลใส่ใจประชาชนจริงๆ อย่าพลาดโอกาสประหยัดเงินและช่วยชาติไปด้วยกัน สิทธิ์จำกัดจริงๆ 30,000 สิทธิ์ หมดไวแน่นอน!

รีบไปลงทะเบียนวันนี้ รับส่วนลดล้างแอร์ช่วยชาติ จ่ายแค่ 300 บาท ประหยัดค่าไฟยาวๆ ไปเลย!

ที่มา – วิธีลงทะเบียนเข้าโครงการ “ล้างแอร์ช่วยชาติ” รับเพียง 3 หมื่นสิทธิ์ จ่ายเพียง 300 บาท

เช็กเงื่อนไขลงทะเบียนล้างแอร์ 2569 รับส่วนลด 300 บาท

ยุคนี้ค่าไฟแพงขึ้นทุกวัน แต่มีทางออกช่วยประหยัดได้ง่ายๆ ด้วยโครงการดีๆ จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) อย่าง “ล้างแอร์ช่วยชาติ ประหยัดไฟ ไทยต้องรอด” วันนี้เราจะพาคุณไป เช็กเงื่อนไข ลงทะเบียนล้างแอร์ 2569 รับสิทธิ์ส่วนลดล้างแอร์ 300 บาท กันแบบละเอียดยิบ รีบมาดูเลย เพราะสิทธิ์มีจำกัดแค่ 30,000 สิทธิ์เท่านั้น!

เช็กเงื่อนไข ลงทะเบียนล้างแอร์ 2569 รับสิทธิ์ส่วนลดล้างแอร์ 300 บาท

โครงการนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 น. จนถึง 23 พฤษภาคม 2569 หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด ใครที่อยากล้างแอร์ให้เครื่องเย็นฉ่ำ ประหยัดไฟ ลดค่าใช้จ่าย ก็ต้องรีบเช็กเงื่อนไขด่วนๆ หลักๆ คือ:

  • เครื่องปรับอากาศแบบติดผนัง ขนาดไม่เกิน 24,000 BTU/h เท่านั้นนะ
  • จำกัด 1 สิทธิ์ต่อ 1 คน ต่อ 1 ครัวเรือน
  • สงวนสิทธิ์สำหรับพนักงาน กฟผ. ไม่สามารถใช้ได้
  • ค่าบริการล้างแอร์ไม่เกิน 600 บาท จะได้ลด 300 บาท ชำระจริงเหลือไม่เกิน 300 บาท

ทำไมต้องล้างแอร์? เพราะฝุ่นและสิ่งสกปรกสะสมในแอร์ทำให้เครื่องทำงานหนัก กินไฟมากขึ้น ล้างแล้วช่วยประหยัดไฟได้ถึง 10-20% เลยทีเดียว โดยเฉพาะหน้าร้อนแบบนี้ แอร์สะอาด=เย็นฉ่ำ+ไฟถูก!

ขั้นตอนการรับสิทธิ์เช็กเงื่อนไข ลงทะเบียนล้างแอร์ 2569

ไม่ต้องลงทะเบียนออนไลน์ แค่มาที่ห้างสรรพสินค้าที่ร่วมโครงการ เช่น HomePro, MEGA HOME, Power Buy, ไทวัสดุ, BnB home, โกลบอลเฮ้าส์, เดอะมอลล์, Power Mall, Emporium, PARAGON, โฮมวัน และอื่นๆ อีกมากมาย ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้:

  1. เตรียมบัตรประชาชนและบิลค่าไฟฟ้า 1 เดือนในปี 2569 (เดือนไหนก็ได้)
  2. ไปที่จุดบริการ พนักงานจะเช็กสิทธิ์ให้
  3. นัดหมายให้พนักงานมาล้างแอร์ที่บ้าน ภายใน 23 มิถุนายน 2569
  4. ชำระค่าบริการจริง (ลดแล้วไม่เกิน 300 บาท)

ถ้ามีข้อสงสัย สอบถามเพิ่มได้ที่ LINE OA: https://lin.ee/4PdJQqA เลย สะดวกมาก!

ประโยชน์ที่ได้จากการล้างแอร์ในโครงการนี้

นอกจากส่วนลด 300 บาทแล้ว ยังช่วยให้บ้านเย็นสบาย อากาศสะอาด ลดโรคภูมิแพ้จากฝุ่น ล้างแอร์เป็นประจำทุก 3-6 เดือน ช่วยยืดอายุเครื่อง ลดการเสียหายใหญ่ๆ ในระยะยาว คิดดูสิ ค่าไฟลด+เครื่องทนทาน=คุ้มสุดๆ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีแอร์หลายตัว เริ่มจากตัวหลักก่อนเลย

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการช่วยประชาชนประหยัดพลังงาน ลดภาระค่าไฟช่วงหน้าร้อน กฟผ. จัดเต็มเพื่อไทยต้องรอดจริงๆ หากคุณมีแอร์ติดผนังขนาดเหมาะสม อย่าพลาดเด็ดขาด สิทธิ์หมดเร็วแน่นอน!

รีบไปเช็กเงื่อนไข ลงทะเบียนล้างแอร์ 2569 กันเลยวันนี้ ล้างแอร์สะอาด ประหยัดไฟ ชีวิตดีขึ้นทันตา!

“ทวี” เรียกร้องหยุดสัมปทานเสือนอนกิน ค่าไฟต่ำ 3 บาท

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาคุยเรื่องที่ใกล้ตัวสุดๆ กันเลย นั่นคือ “ทวี” เรียกร้องหยุดสัมปทานเสือนอนกิน เพื่อหวังให้ค่าไฟฟ้าถูกลงต่ำกว่าหน่วยละ 3 บาท! พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ อดีตรัฐมนตรี ลั่นประกาศเดินหน้าทวงคืนความยุติธรรมให้ประชาชน โดยโพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 เรียกร้องให้รัฐบาลเลิกอุ้มกลุ่มทุนใหญ่ๆ แล้วคืนอำนาจพลังงานให้รัฐบาลดูแลเอง เพราะบิลค่าไฟที่แพงหูฉี่นี่แหละ คือสัญญาณบอกว่าตระบบบิดเบี้ยว ประชาชนต้องจ่ายแพงเพื่อเลี้ยง “เสือนอนกิน” ที่ได้สัมปทานจากรัฐ

“ทวี” เรียกร้องหยุดสัมปทานเสือนอนกิน

ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 56 รัฐต้องถือหุ้นไม่น้อยกว่า 51% ในธุรกิจพลังงานพื้นฐาน แต่ตอนนี้ กฟผ. ผลิตไฟได้เองแค่ 30% เท่านั้น อีก 70% ถูกโยนให้เอกชนรายใหญ่ผลิต สูญเสียอธิปไตยทางพลังงานไปให้ทุนผูกขาด พันตำรวจเอกทวีชี้ว่าประเทศไทยมีทรัพยากรพลังงานดีๆ ราคาถูกเพียบ แต่ถูกจำกัดไม่ให้ผลิตเต็มที่ เช่น ลิกไนต์แม่เมาะของ กฟผ. ที่เป็นเชื้อเพลิงไทยแท้ 100% ต้นทุนแค่ 1.20-1.23 บาท/หน่วย ไม่ต้องพึ่งนำเข้า ไม่กลัวน้ำมันแพงหรือสงคราม

หรือพลังน้ำของ กฟผ. ที่กระจายทั่วประเทศ ผลิตไฟฟ้าโดยไม่ต้องซื้อเชื้อเพลิง ค่าใช้จ่ายแค่ 1.06-1.37 บาท/หน่วย โรงงานเสร็จแล้ว ตัดค่าเสื่อมหมด แต่กลับต้องซื้อไฟจากเอกชนแพงๆ 3.15-3.53 บาท/หน่วย แถมยังจ่าย “ค่าความพร้อมจ่าย” ให้เอกชนแม้โรงไฟฟ้าไม่ผลิตจริงๆ นี่คือกำไรเกินเหตุที่ดูดเงินจากกระเป๋าประชาชน!

ทรัพยากรพลังงานราคาถูกที่ถูกลืม

  • ลิกไนต์แม่เมาะ: เชื้อเพลิงไทยแท้ ต้นทุนต่ำสุด 1.20 บาท/หน่วย
  • พลังน้ำ: ทรัพยากรธรรมชาติ ไม่มีค่าน้ำมัน ค่าแค่ 1 บาทต้นๆ

ถ้าใช้ของดีพวกนี้ให้เต็มที่ ค่าไฟจะถูกลงเยอะเลยครับ

8 มาตรการลดค่าไฟจาก กมธ.พลังงาน

พันตำรวจเอกทวีอ้างรายงาน กมธ.พลังงาน สภาฯ เมื่อ 7 มี.ค. 2568 ที่เสนอ 8 มาตรการ ลดค่าไฟได้อีก 0.8588 บาท/หน่วย ถ้าทำจริง!

  • 1. ยกเว้น VAT ค่าไฟครัวเรือน ลดภาระทันที
  • 2. หยุด Adder และ FiT ให้เอกชนที่คุ้มทุนแล้ว
  • 3. เอารายได้ค่าภาคหลวง ลดต้นทุนเชื้อเพลิงประชาชน
  • 4. อปท. และกรมทางหลวง จ่ายค่าไฟเอง ไม่ผลักให้ประชาชน
  • 5. ลดเงินนำส่งรัฐจาก กฟ. เหลือ 20% เอามาลดค่าไฟ
  • 6. ทบทวนสัญญา LNG เพิ่ม Long-Term Contract 85%
  • 7. ลดภาษีเงินได้นิติบุคคล กฟ. เหลือ 20%
  • 8. ตั้งคลัง LNG ปลอดอากร ลดต้นทุนก๊าซ

หยุดสัมปทานเสือนอนกิน ทำยังไง?

เพื่อค่าไฟ 2.50-3 บาท/หน่วย พันตำรวจเอกทวีเสนอชัดๆ

  • 1. สัญญา PPA เอกชนหมด ไม่ต่อ ดึงรัฐบริหารเอง
  • 2. คืน กฟผ. ผลิต 51% ตามกฎหมาย มุ่งบริการสาธารณะ
  • 3. เร่งผลิตจากลิกไนต์-พลังน้ำราคาถูก เป็นฐานค่าไฟ

สุดท้าย พันตำรวจเอกทวีย้ำว่ารัฐบาลต้องยึดประโยชน์ประชาชน รัฐธรรมนูญต้องปฏิบัติ ค่าไฟถูกทำได้จริง พลังงานคือสิทธิพื้นฐาน ไม่ใช่ของนายทุน ผมเชื่อว่าถ้าทุกคนช่วยกันเรียกร้อง เราจะเห็นค่าไฟถูกลงแน่นอน คุณล่ะคิดยังไงกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รู้ด้วยนะครับ เพื่อกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง!

ที่มา – “ทวี” เรียกร้องหยุดสัมปทานเสือนอนกิน หวังได้เห็นค่าไฟต่ำกว่าหน่วยละ 3 บาท

พีระพันธุ์ ลุยหาเสียงพิษณุโลก ชูข้าวตันละ 15,000 บาท

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวพิษณุโลกและเกษตรกรทั่วไทยครับ วันนี้เรามาพูดถึงข่าวการเมืองที่กำลังมาแรงกันหน่อยดีกว่า นายพีระพันธุ์ ลุยหาเสียงพิษณุโลกแบบเต็มตัว เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวบางระกำที่กำลังเดือดร้อนหนักจากราคาข้าวตกต่ำและค่าครองชีพแพงปรี๊ด นโยบายเด็ดๆ ที่ชูออกมาอย่างข้าวตันละ 15,000 บาท ลดราคาน้ำมันและค่าไฟ ก็ทำให้หลายคนเริ่มหันมองพรรครวมไทยสร้างชาติกันเยอะเลยนะ

พีระพันธุ์ ลุยหาเสียงพิษณุโลก ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

พีระพันธุ์ ลุยหาเสียงพิษณุโลก

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 (แก้จาก 2569 น่าจะพิมพ์ผิด) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เดินทางลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกอย่างอบอุ่น เพื่อช่วยนางสาวณัฏฐปีญา แครบทรี ผู้สมัคร ส.ส. เขต 4 เบอร์ 6 หาเสียงเลือกตั้ง ประชาชนมารอต้อนรับเพียบเลยครับ ก่อนลงพบปะนายพีระพันธุ์แวะไหว้พระพุทธชินราชที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นไปกราบหลวงพ่อสำลี ที่วัดราชบูรณะ พระอารามหลวงด้วย บรรยากาศคึกคักมาก เห็นแล้วรู้สึกได้ถึงพลังของประชาชน

ประชาชนต้อนรับ พีระพันธุ์ ลุยหาเสียงพิษณุโลก

จากนั้นก็ตรงดิ่งไปยังตลาดบางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ที่นี่พ่อค้าแม่ค้าและเกษตรกรรุมเล่าปัญหาให้ฟังแบบไม่ยั้ง หนี้สินพอกพูน ราคาข้าวหายเหือดเกวียนละแค่ไม่กี่พัน ปุ๋ยแพง ข้าวถูกพ่อค้าคนกลางกดราคา คุณลองคิดดูสิครับ ชาวนาไทยต้องลำบากขนาดไหนในยุคนี้

พีระพันธุ์ ลุยหาเสียงพิษณุโลก ชู นโยบายแก้ปากท้อง

พีระพันธุ์ พูดคุยกับเกษตรกรบางระกำ พิษณุโลก

นายพีระพันธุ์ตอบรับปัญหาเต็มๆ ด้วยนโยบายพรรคที่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องข้าว พรรครวมไทยสร้างชาติจะวางระบบให้ชาวนาได้ราคาข้าวตันละ 15,000 บาท ผ่านการให้รัฐร่วมลงทุนตั้งโรงสี รับซื้อข้าวเปลือก แปรรูปเป็นข้าวสารขายกิโลละ 30 บาท คำนวณแล้วต่อรอบผลิต ชาวนาได้ข้าวสารกว่า 200,000 บาท บวกแกลบรำข้าวอีก 75,000 บาท รวมเกือบ 300,000 บาท! เปลี่ยนจากชาวนาเป็นผู้ประกอบการเลยครับ น่าสนใจมากใช่มั้ย

นอกจากนี้ยังมีนโยบายพลังงานเด็ด ลดราคาน้ำมันเบนซิน-ดีเซลเหลือลิตรละ 25 บาท ค่าไฟไม่เกินหน่วยละ 3.30 บาท สวัสดิการถ้วนหน้า 1,500 บาท/เดือนทุกวัย หากเคยเสียภาษีได้เพิ่มอีก 500 บาท รวม 2,000 บาท ช่วยลดค่าครองชีพ ยกระดับชีวิตให้มั่นคง

  • ข้าวตันละ 15,000 บาท ผ่านโรงสีรัฐ
  • น้ำมันลิตรละ 25 บาท
  • ค่าไฟหน่วยละ 3.30 บาท
  • เบี้ยยังบำนาญ-พิการ 1,500-2,000 บาท/เดือน
  • ยกระดับเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการ

นโยบายเหล่านี้ตอบโจทย์ปัญหาจริงของชาวบางระกำและพิษณุโลกมากๆ ครับ ที่ผ่านมาเกษตรกรต้องเผชิญราคาผันผวน ค่าน้ำมันแพง ค่าไฟพุ่ง ทำให้รายได้ไม่พอเลี้ยงชีพ ถ้าพรรคนี้ได้บริหารจริง คงเห็นการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ลองนึกภาพชาวนาขายข้าวได้ราคาดี ไม่ต้องกังวลหนี้สิน มีเงินออม มีเวลาพักผ่อน น่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้คึกคักขึ้นเยอะ

สำหรับเพื่อนๆ ที่ติดตามข่าวเลือกตั้ง การที่พีระพันธุ์ ลุยหาเสียงพิษณุโลกแบบนี้ แสดงถึงความตั้งใจจริงจัง ไม่ใช่แค่มาถ่ายรูปเฉยๆ แต่ลงพื้นที่ฟังปัญหาและเสนอทางแก้ชัดเจน คุณลองเปรียบเทียบกับพรรคอื่นดูสิครับ ว่าใครตอบโจทย์ชีวิตจริงมากที่สุด

ส่วนตัวผมมองว่านโยบายนี้มีโอกาสสำเร็จสูง ถ้ารัฐบาลใหม่ให้ความสำคัญกับเกษตรกรซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจหลักของไทย มันไม่ใช่แค่ช่วยชาวนา แต่ช่วยทุกคนเพราะข้าวคืออาหารหลัก ลดราคาน้ำมันค่าไฟก็ช่วยทุกครัวเรือน ถ้าคุณเห็นด้วย ลองแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือกดไลค์แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รู้จักกันนะครับ และอย่าลืมไปใช้สิทธิเลือกตั้งเพื่ออนาคตที่ดีกว่า!

ที่มา – “พีระพันธุ์” ลุยหาเสียงพิษณุโลก ขอแก้ปัญหาชาวบางระกำ ชูข้าวตันละ 15,000 บาท ลดราคาน้ำมัน-ค่าไฟ

“คนนนท์” หวังแก้โกง: พีระพันธุ์ มั่นใจทำได้จริง!

“พีระพันธุ์” นำทีมหาเสียง ช่วยลูกพรรครวมไทยสร้างชาติ ปลื้ม “คนนนท์” หวังแก้โกง ปราบยา คุมค่าไฟ! ย้ำชัดพรรคทำได้จริง!

วันที่ 9 มกราคม 2567 ที่จังหวัดนนทบุรี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ลงพื้นที่พบปะประชาชนที่หมู่บ้านพฤกษา 3 และตลาดบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี พร้อมผู้สมัคร สส.นนทบุรี พรรค รทสช. คือ ร.ท.ภาคย์ธนณิศ นุชน้อย เขต 1 เบอร์ 7, นายปราโมทย์ พันธุ์เกตุ เขต 2 เบอร์ 10, นายประชา มีเหม็ง เขต 3 เบอร์ 4, นางสาวณัฐปัณฑ์ ดาวเรือง เขต 4 เบอร์ 10, นายสุวิศิษฏ์ พงศ์ภรณ์ปภาณ เขต 5 เบอร์ 9, นายปรีชา ฉอสุวรรณชาติ เขต 7 เบอร์ 9 และ นายสุธี ทองสวัสดิ์ เขต 8 เบอร์ 1 ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคัก ประชาชน พ่อค้า แม่ค้าให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น เข้ามาทักทายขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกจำนวนมาก พร้อมพูดคุยกับกลุ่มผู้นำชุมชนถึงเรื่องค่าพลังงานไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น

“คนนนท์” หวังแก้โกง

นายพีระพันธุ์ เปิดเผยว่า ขอขอบคุณชาวหมู่บ้านพฤกษา 3 และชาวตลาดบางบัวทอง จ.นนทบุรี ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น กลุ่มผู้นำชุมชนต่างกังวลเรื่องค่าไฟฟ้าพลังงานที่สูงขึ้น แต่ก็ให้ความเชื่อมั่นต่อตน ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ว่าจะสามารถเข้ามาแก้ไขโครงสร้างราคาพลังงานให้ลดลงได้หลังจากที่เคยทำสำเร็จมาแล้ว ว่าสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายภาคครัวเรือนให้ประชาชนได้จริง หากได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขณะที่บรรดากลุ่มแม่ค้าก็ได้สะท้อนปัญหาในพื้นที่ เช่น ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด การลักขโมย และการทะเลาะวิวาทในชุมชนจากปัญหาเศรษฐกิจปากท้องในครัวเรือน ซึ่งพรรคมีแนวนโยบายที่จะลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้จริง นอกจากนี้ พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ พร้อมสนับสนุนไม่ให้มีการแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 ด้วย

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า “พรรครวมไทยสร้างชาติ เราให้ความสำคัญกับการรักษาความสงบสุขของบ้านเมืองเป็นอันดับหนึ่ง ควบคู่ไปกับการเร่งลดค่าครองชีพ โดยเฉพาะราคาพลังงาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ว่าเรามีนโยบายที่สามารถทำได้จริง ขอให้พี่น้องประชาชนให้โอกาสเลือกพรรค รทสช. เบอร์ 6 และผู้สมัคร ส.ส. ระบบเขตของพรรคเข้าสภาฯ ไปทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน เราทำได้จริงๆ”

“คนนนท์” ฝากความหวังไว้กับพรรค รทสช.

การลงพื้นที่จังหวัดนนทบุรีของนายพีระพันธุ์ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการแก้ไขปัญหาปากท้อง และการลดค่าครองชีพ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่

พรรครวมไทยสร้างชาติ ชูนโยบายที่เน้นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นไปที่การลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน การสร้างงานสร้างรายได้ และการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน

ที่สำคัญ ประชาชนคนนนท์ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นปัญหาที่กัดกินสังคมไทยมาอย่างยาวนาน พรรครวมไทยสร้างชาติจึงให้ความสำคัญกับการปราบปรามการทุจริต และสร้างระบบการบริหารจัดการที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

นอกจากนี้ ประชาชนยังให้ความสนใจในเรื่องของการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง พรรครวมไทยสร้างชาติจึงมีนโยบายที่เข้มงวดในการปราบปรามยาเสพติด และให้การช่วยเหลือผู้ที่ติดยาเสพติดให้กลับมาเป็นคนดีของสังคม

สำหรับเรื่องค่าไฟที่เป็นประเด็นร้อนแรง พรรครวมไทยสร้างชาติได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะเข้ามาแก้ไขโครงสร้างราคาพลังงานให้ลดลง ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนคนนนท์ให้ความหวังเป็นอย่างมาก

สรุปแล้ว การลงพื้นที่ของนายพีระพันธุ์ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อพรรครวมไทยสร้างชาติ และเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง

การที่คนนนท์จำนวนมาก หวังให้พรรครวมไทยสร้างชาติเข้ามาแก้ไขปัญหาต่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการการเปลี่ยนแปลง และความต้องการเห็นอนาคตที่ดีกว่าเดิม ผมเชื่อว่าพรรคการเมืองใดก็ตามที่สามารถตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้ ก็จะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างแน่นอน

ที่มา – “พีระพันธุ์” ปลื้ม “คนนนท์” หวังแก้โกง ปราบยา คุมค่าไฟ ย้ำชัดพรรคทำได้จริงๆ

Scroll to top