งบประมาณเยียวยา

พรรคประชาชน ประชุม ครม.เงานัดแรก “เท้ง” ย้ำตรวจสอบรัฐบาล

พรรคประชาชน ประชุม ครม.เงานัดแรก เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 โดยมีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรค เป็นประธานในการประชุมครั้งสำคัญนี้ การประชุมครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกของกลไกครม.เงา ที่มุ่งยกระดับการตรวจสอบรัฐบาลและเสนอนโยบายทางเลือกให้ประชาชนได้พิจารณา ด้วยแนวคิด agenda-based ที่เน้นประเด็นเร่งด่วนของประเทศ

พรรคประชาชน ประชุม ครม.เงานัดแรก

ในที่ประชุม มีการหารือประเด็นสำคัญหลายด้าน โดย “เท้ง” ย้ำชัดเจนว่า ครม.เงาคือเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลให้โปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ใช่แค่การวิจารณ์ แต่เป็นการนำเสนอทางออกที่เป็นรูปธรรมเพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกคน

พรรคประชาชน ประชุม ครม.เงานัดแรก ชู 3 ประเด็นหลัก

จากการประชุม มีข้อสรุปสำคัญ 3 ประการที่ครม.เอยกขึ้นมาพูดคุยและเสนอแนะ ดังนี้

  • เรียกร้องเยียวยาภาคขนส่งและประมง: ภาคส่วนเหล่านี้แบกต้นทุนพลังงานสูงสุด แต่กลับถูกละเลยท่ามกลางวิกฤตพลังงาน ครม.เงาเรียกร้องให้รัฐบาลใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ในการจัดสรรงบประมาณ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่เป็นต้นน้ำของเศรษฐกิจ เช่น ชาวประมงที่ต้องเผชิญราคาน้ำมันแพงขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลกระทบต่อราคาอาหารและสินค้าอุปโภค ในที่ประชุม ตัวแทนจากทั้งสองภาคส่วนได้มาเล่าปัญหาและเสนอแนวทางช่วยเหลือที่ตรงจุด เช่น การลดภาษีน้ำมันเฉพาะกิจหรืออุดหนุนไฟฟ้าสำหรับเรือประมง
  • เตือนโครงการแลนด์บริดจ์เสี่ยงซ้ำรอย EEC: โครงการนี้หากเดินหน้าโดยอิงปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์มากกว่าเหตุผลเศรษฐกิจ อาจทำให้ไทยตกอยู่ใต้เงามหาอำนาจชาติใดชาติหนึ่ง เหมือนกรณี EEC ที่เคยถูกวิจารณ์เรื่องผลประโยชน์ไม่สมดุล ครม.เงาเตือนให้รัฐบาลระวังไม่ทิ้งไพ่ใบสำคัญทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม โดยควรศึกษาความคุ้มค่าอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ
  • ห่วง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท: มีความเสี่ยงใช้เงินแบบไร้หลักการ แค่กู้มาแจกเพื่อคะแนนนิยม โดยไม่เตรียมแผนรับมือสงครามยืดเยื้อ ครม.เงาเสนอให้รัฐบาลโปร่งใส แสดงแผนใช้เงินและชำระหนี้ชัดเจน ไม่หว่านแหงบประมาณ แต่เน้นโครงการที่ยั่งยืนเพื่อเศรษฐกิจระยะยาว

นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังยืนยันบทบาทครม.เงาจะทำงานคู่ขนานกับรัฐบาล เพื่อสะท้อนการบริหารที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยได้อย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์

การพรรคประชาชน ประชุม ครม.เงานัดแรกนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการตรวจสอบและเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์จริงๆ หากรัฐบาลนำข้อเสนอเหล่านี้ไปปรับใช้ จะช่วยแก้ปัญหาประเทศได้มากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจและพลังงานกำลังเผชิญความท้าทายหนักหน่วง

ในมุมมองของเรา กลไกครม.เงาแบบนี้เป็นนวัตกรรมทางการเมืองที่ไทยต้องการ เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกนโยบายที่หลากหลายและดีกว่า คุณคิดอย่างไรกับข้อเสนอเหล่านี้? มาแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวสารการเมืองเพิ่มเติมจากเราเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ

ที่มา – พรรคประชาชน ประชุม ครม.เงานัดแรก “เท้ง” ย้ำเป็นกลไกยกระดับตรวจสอบรัฐบาล

เจเศรษฐ์ ลงพื้นที่ซอยลิเกปากน้ำโพ ปลอบขวัญ 38 ครัวเรือน

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวดีท่ามกลางความเดือดร้อนกันหน่อยนะครับ เมื่อ เจเศรษฐ์ ลงพื้นที่ซอยลิเกปากน้ำโพ เพื่อปลอบขวัญพี่น้องผู้ประสบภัยจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในชุมชนหัวเมืองพัฒนา จังหวัดนครสวรรค์ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว แต่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยอย่างนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ไม่รอช้า รีบลงพื้นที่ให้กำลังใจและสั่งการช่วยเหลือทันที เรียกได้ว่าเป็นการแสดงความรับผิดชอบที่แท้จริงของผู้รับใช้ประชาชนเลยล่ะครับ

เจเศรษฐ์ ลงพื้นที่ซอยลิเกปากน้ำโพ

วันที่ 23 เมษายน 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายจากเพลิงไหม้ที่ชุมชนหัวเมืองพัฒนา บริเวณซอยสวรรค์วิถี 18 หรือที่รู้จักกันในชื่อซอยลิเก ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์ โดยท่านได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนที่พักพิงชั่วคราวทั้งที่ศูนย์ของมูลนิธิปากน้ำโพประชานุเคราะห์ และอาคารที่พักนักท่องเที่ยวบึงบอระเพ็ด คณะของท่านมีผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ นายก อบจ. และนายกเทศมนตรีนครนครสวรรค์ ร่วมด้วย ภาพรวมแล้วคือการประสานงานที่แน่นปึ้กเพื่อช่วยเหลือพี่น้องให้กลับสู่สภาพปกติโดยเร็ว

ผู้เข้าร่วมสำคัญในการลงพื้นที่

  • นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ – รมช.มหาดไทย
  • นางสาวชุติพร เสชัง – ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์
  • พล.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ – นายก อบจ.นครสวรรค์
  • นายจิตตเกษมณ์ นิโรจน์ธนรัฐ – นายกเทศมนตรีนครนครสวรรค์

ท่านเจเศรษฐ์ชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ทำงานไม่ย่อท้อตั้งแต่เกิดเหตุ พร้อมกำชับให้เร่งสำรวจความเสียหายละเอียดยิบ เพื่อจ่ายเงินเยียวยาตามกฎหมายให้เร็วที่สุด “แม้เหตุการณ์นี้จะหนักหนาและไม่มีใครคาดคิด แต่ขอให้ทุกคนมีกำลังใจ ผมเชื่อมั่นว่าพวกเราจะกลับมายิ้มได้อย่างเข้มแข็งอีกครั้ง โดยกระทรวงมหาดไทยจะติดตามการช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดเพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ไวที่สุด” คำพูดนี้ได้สร้างขวัญกำลังใจให้ทุกคนมากๆ เลยครับ

ความเสียหายและมาตรการช่วยเหลือเบื้องต้น

จากรายงานของผู้ว่าราชการจังหวัด เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ทำลายบ้านเรือนกว่า 27 หลังคาเรือน ส่งผลกระทบถึง 38 ครัวเรือน เบื้องต้นได้จัดศูนย์พักพิงชั่วคราว 2 แห่ง พร้อมแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และเครื่องใช้จำเป็น สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (ปภ.) กำลังบูรณาการกับเทศบาลเพื่อสรุปยอดและดำเนินการสงเคราะห์กรณีฉุกเฉินอย่างเร่งด่วน

  • สำรวจความเสียหายบ้านเรือนและทรัพย์สิน
  • จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นตามระเบียบ
  • จัดหาที่พักพิงและสิ่งของจำเป็น
  • ติดตามฟื้นฟูระยะยาว

นอกจากนี้ การที่ เจเศรษฐ์ ลงพื้นที่ซอยลิเกปากน้ำโพ ยังแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลใส่ใจปัญหาชุมชนแออัด ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงอัคคีภัยบ่อยครั้ง มันไม่ใช่แค่คำสั่งจากห้องประชุม แต่เป็นการลงมือจริงเพื่อบรรเทาความทุกข์ของประชาชน

บทเรียนและคำแนะนำป้องกันอัคคีภัยในชุมชน

เหตุการณ์แบบนี้เตือนใจเราทุกคนนะครับ ชุมชนแออัดอย่างซอยลิเกปากน้ำโพ มีบ้านติดกันชิดเชื้อแน่น แค่ประกายไฟเล็กๆ ก็ลุกลามได้ง่าย เพื่อป้องกันในอนาคต ควรทำตามคำแนะนำเหล่านี้:

  • ติดตั้งถังดับเพลิงและสายยาง ในจุดเสี่ยงทุกหลัง
  • หลีกเลี่ยงการใช้เตาแก๊สหรือไฟเปิดทิ้งไว้
  • ฝึกซ้อมอพยพภัยพิบัติประจำปี
  • ตัดแต่งสายไฟฟ้าที่ชำรุดทันที
  • สร้างทางหนีไฟที่กว้างขวาง

ผมเชื่อว่าถ้าทุกชุมชนนำไปใช้ จะช่วยลดความเสี่ยงได้เยอะเลย การลงพื้นที่ของเจเศรษฐ์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ช่วยเหลือวันนี้ แต่ยังเป็นแบบอย่างให้หน่วยงานท้องถิ่นทำงานดีขึ้นด้วย

สุดท้ายนี้ ขอให้พี่น้องผู้ประสบภัยเข้มแข็งและกลับมาดีกว่าเดิมนะครับ ถ้าคุณมีเรื่องราวหรือเคล็ดลับป้องกันไฟไหม้ แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย หรือติดตามอัพเดทข่าวการเยียวยาเพิ่มเติมที่นี่ เพื่อให้เราช่วยกันส่งต่อกำลังใจ!

ที่มา – “เจเศรษฐ์” ลงพื้นที่ซอยลิเกปากน้ำโพ ปลอบขวัญผู้ประสบภัยเพลิงไหม้ 38 ครัวเรือน

นายกฯ สั่งดูแลประชาชนที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว

โฆษกรัฐบาล เผย นายกฯ สั่งทุกหน่วยงานดูแลประชาชนที่อพยพไปอยู่ศูนย์พักพิงชั่วคราวจากเหตุปะทะชายแดนให้ดีที่สุด เตรียมงบประมาณช่วยเหลือเยียวยาให้พร้อม 

วันที่ 9 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยได้กล่าวก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 จนถึงขณะนี้ เกิดเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาหลายพื้นที่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ติดตามอย่างใกล้ชิด และสั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคงดูแลความปลอดภัยของประชาชน และปกป้องอธิปไตยของไทยอย่างเต็มกำลัง โดยเมื่อวานนี้ นายกรัฐมนตรีได้แถลงให้ประชาชนได้ทราบว่า ที่ประชุม สมช. มีมติยืนยันว่า รัฐบาลจะดำเนินการตามมติ สมช. โดยจะปฏิบัติการทางทหารในทุกกรณีตามเงื่อนไขของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และให้มีการปฏิบัติการทางทหารในเรื่องอื่นตามความจำเป็น พร้อมมอบหมาย

1. ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลประชาชนที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวให้ดีที่สุด ทั้งเรื่องความเป็นอยู่ ความปลอดภัย อาหารน้ำดื่ม การบริการทางการแพทย์ โดยทราบว่า นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ก็ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ต้องอพยพออกจากที่อยู่อาศัย

2. ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตรียมการเรื่องงบประมาณ

ในการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ต้องอพยพออกจากที่อยู่อาศัยตามหลักเกณฑ์เดิม เพื่อให้มีความพร้อมและสามารถโอนเงินให้ประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ไม่ล่าช้าเหมือนครั้งที่ผ่านมา

3. ให้กระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้สื่อสารข้อมูลในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ดังกล่าว เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้อง ชัดเจน และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

กำชับเร่งแก้ปัญหา โอนเงินเยียวยาน้ำท่วมโดยเร็ว

นายสิริพงศ์ ระบุว่า นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า เรื่องการจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ หลังจากที่ได้มีการปรับลดขั้นตอน ปรับลดเอกสาร และเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนทางออนไลน์ไปแล้ว การจ่ายเงินให้ถึงมือประชาชนก็ควรจะรวดเร็วขึ้น แต่ทราบว่าตอนนี้ ระบบยังมีปัญหาอยู่ ทำให้การจ่ายเงินยังล่าช้า ขอให้ทาง ปภ. และจังหวัด เร่งแก้ปัญหา และโอนเงินให้กับประชาชนให้เสร็จโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ ตามที่รัฐบาลมีนโยบายให้เปิดลงทะเบียนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ เพื่อปรับปรุงฐานข้อมูลของผู้ที่สมควรได้รับสิทธิให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้ คณะกรรมการบัตรสวัสดิการประชารัฐ กำลังพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์ด้านคุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงทะเบียน ก่อนที่จะนำมาเสนอ ครม. ให้ความเห็นชอบ ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเปิดลงทะเบียนใหม่ครั้งนี้ ขอให้คณะกรรมการบัตรสวัสดิการฯ ให้ความสำคัญกับการกำหนดหลักเกณฑ์ที่มุ่งเป้าการช่วยเหลือไปยังผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง กำหนดเกณฑ์การคัดกรองที่ดูทั้งมิติรายได้และทรัพย์สินที่รัดกุมมากขึ้น แทนที่จะมุ่งปรับเกณฑ์รายได้ลงอย่างเดียว เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณที่มีอยู่จำกัดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรงกลุ่มเป้าหมายที่สุด

นายสิริพงศ์ ระบุว่า ในช่วงท้ายของการประชุมคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากรัฐมนตรีท่านใดว่างเว้นจากภารกิจปกติ อยากให้ช่วยกันสับเปลี่ยนหมุนเวียนลงไปให้ความช่วยเหลือ และให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาตามศูนย์พักพิงต่างๆ ในแต่ละจังหวัด

นายกฯ สั่งดูแลประชาชนที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวให้ดีที่สุด

ความสำคัญของการดูแลประชาชนที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว

การที่นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ดูแลประชาชนที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวอย่างดีที่สุด แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความใส่ใจของรัฐบาลต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน การดูแลอย่างเต็มที่ครอบคลุมทั้งด้านความเป็นอยู่ ความปลอดภัย อาหารน้ำดื่ม และการบริการทางการแพทย์ ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ประสบภัย

นอกจากนี้ การเตรียมงบประมาณช่วยเหลือเยียวยาให้พร้อมยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่ารัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนและช่วยเหลืออย่างเต็มที่ การดำเนินการอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในการจ่ายเงินเยียวยาเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

การสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน และเป็นไปในทิศทางเดียวกันโดยกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศ ก็เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการเกิดความเข้าใจผิดและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความล่าช้าในการจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขและจ่ายเงินให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด

สำหรับการเปิดลงทะเบียนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ รัฐบาลมุ่งเน้นการให้ความช่วยเหลือไปยังผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง โดยกำหนดหลักเกณฑ์การคัดกรองที่รัดกุมมากขึ้น เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรงกลุ่มเป้าหมาย

โดยรวมแล้ว การดำเนินการของรัฐบาลในการดูแลประชาชนที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว การเตรียมงบประมาณช่วยเหลือเยียวยา และการแก้ไขปัญหาความล่าช้าในการจ่ายเงินเยียวยา แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่างๆ อย่างเต็มที่

การลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือและให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบตามศูนย์พักพิงต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญที่รัฐมนตรีควรให้ความสำคัญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของรัฐบาลต่อประชาชน

ในสถานการณ์ที่ประชาชนต้องเผชิญกับความยากลำบาก รัฐบาลมีบทบาทสำคัญในการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุน เพื่อให้พวกเขาสามารถผ่านพ้นวิกฤตไปได้ด้วยดี การดำเนินการอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และโปร่งใส เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากประชาชน

รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและนำไปปรับปรุงการดำเนินงาน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างตรงจุดและตอบสนองความต้องการของประชาชนได้มากที่สุด

การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เป็นสิ่งสำคัญในการบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่างๆ

รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน เพื่อให้พวกเขาสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว

การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและโครงการพัฒนาต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาทักษะของประชาชน เพื่อให้พวกเขาสามารถแข่งขันได้ในตลาดแรงงาน

การสร้างสังคมที่เป็นธรรมและเสมอภาค เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความปรองดองและความสามัคคีในชาติ

การดำเนินงานของรัฐบาลในการดูแลประชาชนที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวเป็นเรื่องที่น่ายกย่อง และหวังว่าจะมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพต่อไป

ที่มา – นายกฯ สั่งดูแลประชาชนที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวเหตุปะทะชายแดนให้ดีที่สุด เตรียมงบเยียวยาให้พร้อม

“จุลพันธ์” ยัน งบฯ พอเยียวยาเหตุปะทะชายแดน

“จุลพันธ์” ยืนยัน รัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ชี้ไม่จำเป็นต้องแปรงบฯกระตุ้นเศรษฐกิจ ขอเวลาทำให้ครบถ้วนกระบวนการก่อนชง ครม.อนุมัติ

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 12 สิงหาคม 2568 ที่ท้องสนามหลวง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.การคลัง กล่าวถึงการขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมในการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือ ซึ่งได้พูดคุยกับนายภูมิธรรมแล้วเห็นว่าต้องทำกระบวนการให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการผ่านกระบวนการทางงบประมาณและแหล่งเงิน รวมไปถึงกองทุนเงินเยียวยาและกรมบัญชีกลาง ที่จะต้องยกเว้นระเบียบบางข้อก่อนที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยอมรับอาจจะไม่ได้เร็วทันใจ แต่จะพยายามทำให้ทันสัปดาห์ต่อไป

เมื่อถามว่าในเบื้องต้นจะเป็นการเยียวยาในส่วนของข้าราชการหรือประชาชน นายจุลพันธ์กล่าวว่า ตอนนี้เราพูดถึงประชาชนที่ได้รับความเสียหาย ส่วนที่ถามว่าจะสามารถใช้งบประมาณที่เหลือจากงบกระตุ้นเศรษฐกิจมาช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบได้หรือไม่ นายจุลพันธ์ ตอบว่า หากจะทำก็สามารถทำได้ แต่ส่วนตัวแล้วอาจยังไม่จำเป็นต้องใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะรัฐบาลยังมีกลไกงบประมาณและแหล่งเงินที่เพียงพอที่จะนำมาเป็นงบเยียวยา ยืนยันว่าเงินที่จะนำไปช่วยเหลือประชาชนมีเพียงพออยู่แล้ว แต่จะใช้จากแหล่งใด เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องบริหารจัดการ

เมื่อถามว่า เงินค่าเบี้ยเลี้ยงชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่จะเข้าสู่ที่ประชุมครม. ในวันที่ 19 ส.ค. 2568 จะให้ทั้งประเทศหรือเฉพาะพื้นที่ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา นายจุลพันธ์กล่าวว่า ขอรอให้ออกก่อนดีกว่า ซึ่งอยู่ที่รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี และกระทรวงมหาดไทยกำลังดูอยู่ ตนไม่กล้าตอบ

“จุลพันธ์”ลั่นมีงบประมาณเพียงพอใช้เยียวยาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

รัฐบาลพร้อมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดน

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ รัฐบาลตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชนและพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเยียวยาอย่างเต็มที่ การดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้องและโปร่งใส เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ที่ต้องการอย่างแท้จริง

การที่มีงบประมาณเพียงพอสำหรับการเยียวยาเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ การบริหารจัดการงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบและความใส่ใจของรัฐบาลต่อประชาชนอีกด้วย

การเยียวยาไม่เพียงแต่เป็นการช่วยเหลือด้านการเงินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการดูแลด้านสุขภาพจิต การให้คำปรึกษา และการสนับสนุนด้านอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน การบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม จะช่วยให้การเยียวยามีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกด้าน

การดำเนินการอย่างรอบคอบและโปร่งใสเป็นสิ่งสำคัญในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดน การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่องจะช่วยสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นในกระบวนการเยียวยา

ความสำคัญของการเยียวยา

  • บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
  • ฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่
  • สร้างขวัญและกำลังใจ
  • ส่งเสริมความสามัคคี
  • เสริมสร้างความเชื่อมั่นในรัฐบาล

“จุลพันธ์”ย้ำ!รัฐบาลมีเงินเยียวยาเพียงพอ

จากคำยืนยันของนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.การคลัง ทำให้ประชาชนมั่นใจได้ว่ารัฐบาลมีความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดน การบริหารจัดการงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและการดำเนินการตามกระบวนการที่ถูกต้องจะช่วยให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ที่ต้องการอย่างแท้จริง

การแก้ไขปัญหาสถานการณ์ชายแดนอย่างยั่งยืนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการเจรจาและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นอีก

การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดนเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการดูแลประชาชน การดำเนินการอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากประชาชน

การให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญ การสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนจะช่วยให้การเยียวยามีประสิทธิภาพและเป็นไปอย่างราบรื่น

การลงทุนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดความขัดแย้ง การส่งเสริมการศึกษา การสร้างงาน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน จะช่วยสร้างโอกาสและความหวังให้กับประชาชน

การดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่องเป็นหน้าที่ของรัฐบาล การสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและการส่งเสริมความสามัคคีจะช่วยสร้างความมั่นคงและความสงบสุขในพื้นที่

ที่มา – “จุลพันธ์”ลั่นมีงบประมาณเพียงพอใช้เยียวยาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

Scroll to top