จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายกฯ ยกคณะลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้

นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ยกคณะลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อหารือหน่วยงานความมั่นคงและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ โดยมีคณะรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารชั้นนำร่วมเดินทางด้วย

นายกฯ ยกคณะลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้

นายกฯ ยกคณะลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ หารือหน่วยงานความมั่นคง

การเดินทางเริ่มต้นจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะบินตรงไปยังสนามบินนราธิวาส โดยมีรัฐมนตรีสำคัญหลายท่านร่วม เช่น นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ และอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงพล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด

เมื่อถึงพื้นที่ นายกฯ ยกคณะลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ โดยเริ่มที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เพื่อมอบนโยบายแก้ปัญหาตามแนวทางรัฐบาล และตรวจเยี่ยมการทำงานของเจ้าหน้าที่ จากนั้นเดินทางไปบ้านศรียะลา ต.สุเตง อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อหารือสำคัญกับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในการเชื่อมโยงรัฐบาลกับชุมชนท้องถิ่น

นายกรัฐมนตรีหารือที่บ้านศรียะลา

ประชุมติดตามสถานการณ์ความมั่นคงที่ กอ.รมน. ภาค 4

ต่อมา คณะเดินทางไปยังกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ณ ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี นายกรัฐมนตรีเป็นประธานประชุมติดตามความมั่นคงในสามจังหวัดชายแดนใต้ โดยหารือเรื่องสถานการณ์ปัจจุบัน มาตรการป้องกัน และแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับความมั่นคง

  • มอบนโยบายแก้ปัญหายั่งยืน
  • ตรวจเยี่ยมกำลังพลและหน่วยงานความมั่นคง
  • ประเมินความเสี่ยงในพื้นที่ชายแดน

ตรวจพื้นที่ชายแดนและเปิดงานท่องเที่ยวชุมพร

กำหนดการยังรวมถึงการตรวจเยี่ยมพื้นที่ชายแดน อ.แว้ง จ.นราธิวาส ณ สะพานเชื่อมบูเก๊ะตา (ไทย) – บูกิต บุหงา (มาเลเซีย) เพื่อติดตามการป้องกันชายแดนและความร่วมมือกับเพื่อนบ้าน ก่อนบินต่อไปเป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ชายหาดบางเบิด ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

นายกฯ ตรวจพื้นที่ชายแดน

การนายกฯ ยกคณะลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ติดตามสถานการณ์ความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ การศึกษา และการเชื่อมโยงชุมชน ซึ่งเป็นแนวทางหลักของรัฐบาลในการสร้างความสงบสุขยั่งยืน ปัญหาในภาคใต้เป็นประเด็นเรื้อรังมานาน แต่ด้วยการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องและการหารือกับผู้นำท้องถิ่น รัฐบาลมุ่งหวังว่าจะเห็นความคืบหน้าที่ชัดเจนมากขึ้น

นอกจากนี้ การรวมคณะรัฐมนตรีจากหลายกระทรวงแสดงให้เห็นถึงการบูรณาการทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นกลาโหม ยุติธรรม มหาดไทย คมนาคม และศึกษาธิการ เพื่อแก้ปัญหาแบบองค์รวม ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการเยี่ยมชมชายแดนและการส่งเสริมท่องเที่ยวจะช่วยเสริมภาพลักษณ์บวกให้กับพื้นที่ ลดความขัดแย้ง และดึงดูดนักลงทุน

ในมุมมองของผู้เขียน การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญที่รัฐบาลแสดงความจริงใจต่อประชาชนภาคใต้ หากดำเนินการต่อเนื่องและฟังเสียงจากทุกฝ่าย จะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนได้ ลองติดตามข่าวสารและพัฒนาการเพิ่มเติม เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – นายกฯ ยกคณะลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ หารือหน่วยงานความมั่นคง ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่

ยื่นหนังสือถึงนายกฯ เร่งสอบคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้เรามาคุยกันแบบเป็นกันเองเรื่องการเมืองร้อนๆ ในพื้นที่ชายแดนใต้ ที่กำลังเป็นข่าวใหญ่เลย นั่นคือยื่นหนังสือถึงนายกฯ เร่งสอบคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ เหตุการณ์ลอบยิงรถของ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ จากนราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ สร้างความไม่สบายใจให้ทุกคนมาก เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่โยงไปถึงความมั่นคงและการเมืองในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เลยทีเดียว

ยื่นหนังสือถึงนายกฯ เร่งสอบคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์

วันที่ 9 เมษายน 2567 (ตามเนื้อหาแก้ปี) นายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ พร้อม สส.คู่ใจอย่าง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ, สส.สุไลมาน บือแนปีแน และ สส.อับดุลอายี สาแม็ง ได้บุกยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ที่อาคารรัฐสภา เวลา 10.00 น. พอดี โดยเรียกร้องให้เร่งรัดสืบสวนคดีนี้ให้ชัดเจน เพราะเป็นการโจมตีที่รุนแรง สร้างความหวาดกลัวให้ สส. และประชาชนในพื้นที่

นายกฯ รับปากแล้วว่าจะลงพื้นที่นราธิวาสหลังสงกรานต์ เพื่อเยี่ยมประชาชน ให้กำลังใจครอบครัว สส.กมลศักดิ์ และกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี รองนายกฯ พิพัฒน์ รัชกิจประการ ร่วมรับหนังสือด้วย ฟังดูดีนะครับ แต่ประชาชนรอผลจริงๆ ว่าจะออกมายังไง

สมาชิกรัฐสภาชายแดนใต้รวมพลังทวงความยุติธรรม

บ่ายวันเดียวกัน เวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา สมาชิกรัฐสภาจากสามจังหวัดชายแดนใต้ทุกพรรค รวมตัวแถลงข่าวทวงคดีนี้ จาก สส.ประชาชาติ พรรคกล้าธรรม พรรคประชาชน และ สว. อังคณา นีละไพจิตร นายซูการ์โน บอกว่าคดีนี้อุกอาจมาก ตำรวจสืบเจอว่ารถที่ใช้ยิงเป็นของ กอ.รมน. ปืนก็เบิกจากคลังหลวง โยงเจ้าหน้าที่รัฐชัดๆ เกือบเดือนแล้วยังจับผู้บงการไม่ได้ สส.ทุกคนห่วงความปลอดภัยตัวเองและประชาชนที่เลือกมา

พวกเขาย้ำว่านายกฯ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลและ ผอ.กอ.รมน. ต้องติดตามให้ถึงที่สุด ไม่งั้นประชาชนในพื้นที่จะหมดหวังนะครับ

สส.กมลศักดิ์ มั่นใจมีคนสั่งการ บอกไม่ใช่เรื่องส่วนตัว

ตัว สส.กมลศักดิ์ เองก็ให้สัมภาษณ์แบบแมนๆ ว่ามั่นใจว่ามีคนสั่งการหมายเอาชีวิต ติดตามลอบยิงมา 5-6 ครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้รอดเพราะมีพยานหลักฐานดี จนจับผู้ต้องสงสัยได้บางส่วน เช่น นายสมพรกับลูก เรือเอกวิโรจน์ อดีตนาวิกโยธิน และนายธนภัทร อดีตทหารพราน ส่วนนาวาเอกมนตรี หัวหน้ากองบริหาร กอ.รมน.นราธิวาส ถูกย้ายไปกรุงเทพฯ และสอบวินัยแล้ว

เขาบอกว่ารถ กอ.รมน. ให้ยืมมือสังหาร ต้องสืบลึกกว่านี้ ไม่ใช่แค่ยืมรถธรรมดา และปัดข่าวลือค่าหัว 10 ล้านว่าเป็นแค่ข่าวลือในพื้นที่ ส่วนเรื่องแยกทางกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เรื่องอนาคตนั้น ยังตอบไม่ได้ ต้องหารือกันก่อน ผิดหวังนโยบายสันติภาพชายแดนใต้ที่รัฐบาลยังไม่ชัดเจน

  • จุดสำคัญของคดี: รถและปืนโยงเจ้าหน้าที่รัฐ
  • ผู้ต้องหาหลบหนี 2 คน: เรือเอกวิโรจน์ และนายธนภัทร
  • นายกฯ สัญญาเร่งรัดและลงพื้นที่
  • สส.กมลศักดิ์ เชื่อมีผู้บงการใหญ่

นายสัมพันธ์ แจงรูปคู่ น.อ.มนตรี ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว

นายอามินทร์ และนายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส พรรคกล้าธรรม ชี้แจงรูปในโซเชียลที่แชร์กันว่า รูปงานแต่งงานเมื่อ 2-3 ปีก่อน เป็นรูปหมู่ประชาชนมาถ่าย ไม่ได้สนิทส่วนตัว ขอโฟกัสที่คดีดีกว่า พวกเขาย้ำว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการเมืองระหว่างพรรค สส.ทุกคนต้องปลอดภัยเพื่อประชาชน

เหตุการณ์ยื่นหนังสือถึงนายกฯ เร่งสอบคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ นี้ สะท้อนปัญหาความรุนแรงในชายแดนใต้ที่ยังไม่จบสิ้น รัฐบาลต้องจริงจังกว่านี้เพื่อสันติภาพ รัฐบาลต้องจริงจังกว่านี้เพื่อสันติภาพและความเชื่อมั่นจากประชาชน

ส่วนตัวผมคิดว่า คดีนี้ถ้าสืบถึงผู้บงการได้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเมืองพื้นที่นี้เลย คุณล่ะครับคิดยังไงกับเรื่องนี้? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อย สนับสนุน สส.ชายแดนใต้ให้มีที่ยืนปลอดภัย และติดตามอัปเดตคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ได้ที่บล็อกเรา!

ที่มา – ยื่นหนังสือถึงนายกฯ เร่งสอบคดีลอบยิง “สส.กมลศักดิ์” แยกทาง ภท. เรื่องอนาคต

“อนุทิน” บินหาดใหญ่ เยียวยาน้ำท่วม-จชต.

“อนุทิน” บินหาดใหญ่ 14 ม.ค. ดูเยียวยาน้ำท่วม-ติดตามเหตุ 3 จังหวัดชายแดนใต้ บอกติดตลก รมต.กัมพูชาหัวคะแนนใหญ่ ย้ำคุยชายแดนแค่ระดับผู้นำ ลั่น ไม่ต้องถึง UN ไม่ใช่คนขี้ฟ้อง วันนี้ รมต.ลา 8 คน

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 13 มกราคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีจะเดินทางไป จ.สงขลา ในวันที่ 14 มกราคม 2569 ว่า ไปดูสรุปสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ ไปดูว่าการเยียวยาที่ดำเนินการไปหมดแล้วนั้น 100 เปอร์เซ็นต์หรือเปล่า และไม่ใช่เฉพาะหาดใหญ่ แต่มีพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงด้วย ไปติดตามผลให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และช่วงเย็นตนมีงานสีดำด้วย จึงถือโอกาสไปติดตาม

ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังการฟื้นฟูหาดใหญ่เป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน ระบุว่า จะยัง 100 เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ เพราะความเสียหายเกิดขึ้นเยอะ แต่พยายามฟื้นฟูให้ได้มากที่สุด จากการได้รับรายงานอย่างน้อยช่วงเทศกาลปีใหม่มีความพร้อมให้บริการนักท่องเที่ยวและประชาชนที่เดินทางไปเที่ยว และการลงพื้นที่วันที่ 14 มกราคม จะถือโอกาสเชิญเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) มาพบด้วย เพื่อติดตามมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุจากการก่อการร้ายและการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ซึ่งได้ส่งสรุปมาให้แล้วแต่จะเร่งให้ดำเนินการทำเรื่องขอขึ้นมา เมื่อไป จ.สงขลา ถือว่าเป็นที่นัดประชุมที่เกิดความสะดวก

ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีรัฐมนตรีประเทศกัมพูชา ระบุว่าการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ให้เลือกนายอนุทิน แต่ให้เลือกพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาชนเพื่อไม่ให้เกิดสงคราม จะสู้กับกระแสนี้ไหวใช่หรือไม่ โดยนายอนุทิน กล่าวติดตลกว่า “โห นั่นหัวคะแนนใหญ่เลยนะนั่น”

ทางด้านคำถามว่าโซเชียลมีการตั้งข้อสังเกตรัฐบาลปลุกกระแสรักชาติเหมือนกับกัมพูชา นายอนุทิน เผยว่า คนไทยทุกคนรักชาติไม่ต้องไปปลุก ดูสิมีใครยอมให้เปิดด่านหรือไม่ในช่วงนี้ เมื่อถามย้ำว่ากังวลว่ากรณีนี้จะทำให้กระแสที่กำลังพุ่งอยู่ลดลงหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า เขาบอกให้เชียร์ใคร ไม่ให้เชียร์ตน และตนเป็นคนที่ยืนหยัดต่อสู้ รักษาเกียรติภูมิ รักษาอธิปไตย รักษาแผ่นดิน ร่วมกับฝ่ายกองทัพมาโดยตลอด การที่บอกไม่ให้เชียร์ตน หมายความว่าเขาคิดว่าตนเป็นผู้ที่ทำความเสียหายให้เขามาก น่าจะมีคนที่เขาควบคุมได้หรือไม่ ก็แล้วแต่

ในประเด็นคำถามว่าถือเป็นการแทรกแซงการเมืองประเทศไทยหรือไม่ นายอนุทิน บอกว่า เป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ แต่ตนไม่ถืออะไรเลยทั้งสิ้น หากจะคุยตนคุยในระดับผู้นำประเทศ เมื่อถามอีกว่าต้องแจ้งไปยังองค์การสหประชาชาติ (UN) หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ไม่ต้อง จะทำตัวเป็นคนขี้ฟ้องทำไม”

นักข่าวถามต่อ การออกมาพูดเช่นนี้แสดงว่ากัมพูชากลัวนายอนุทิน ใช่หรือไม่ นายอนุทิน เผยว่า ตนไม่ได้ต้องการให้ใครกลัว เพียงแต่ทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ ตนไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้วถึงรักบ้านรักเมือง แต่ตนรักบ้านรักเมืองโดยความเป็นตนอยู่แล้ว สิ่งที่เขาพูดมาแต่ละอย่าง การบอกว่าอย่าเลือกพรรคภูมิใจไทยเพื่อพลิกสถานการณ์ ตนเชื่อว่าคนไทยคิดได้ และการที่เขาพูดเช่นนี้คนที่น่ากังวลคือพรรคที่เขาเชียร์มากกว่า

ส่วนกรณี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน บอกว่าจะไม่จับมือกับพรรคภูมิใจไทยนั้น นายอนุทิน ตอบว่า เรื่องนี้ตนยังไม่ได้คุยกับใคร ทุกอย่างพรรคใครพรรคมัน ถึงเวลาตนก็ฟังเสียงประชาชน พรรคอื่นจะฟังหรือไม่ฟังก็เป็นเรื่องของพรรคอื่น ในคำถามว่าพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยสามารถกลับมาดีกันได้ใช่หรือไม่ หากโหวตเตอร์บอกให้จับมือกัน นายอนุทิน กล่าวตอบว่า “รอให้โหวตเตอร์บอก ตอนนี้ยังไม่บอก”

ก่อนการประชุม ครม. นายอนุทินได้เยี่ยมชมนิทรรศการผลิตภัณฑ์โอทอปและการจัดงานวันครูอีกด้วย

“อนุทิน” บินหาดใหญ่ เยียวยาน้ำท่วม-จชต.

วันนี้มีรัฐมนตรีแจ้งลาประชุมถึง 8 ท่านด้วยกัน ซึ่งรวมถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์

ภารกิจ “อนุทิน” บินหาดใหญ่: เยียวยาน้ำท่วมและติดตามสถานการณ์ จชต.

การเดินทางไปหาดใหญ่ของนายอนุทินในวันที่ 14 มกราคมนี้ มีเป้าหมายหลักสองประการ ได้แก่ การติดตามความคืบหน้าในการเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงการติดตามสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.). นายอนุทินต้องการตรวจสอบให้แน่ใจว่าการช่วยเหลือเป็นไปอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ประชาชนกำลังประสบความเดือดร้อน

นอกจากนี้ การเดินทางครั้งนี้ยังเป็นการแสดงความใส่ใจของรัฐบาลต่อปัญหาและความท้าทายในพื้นที่ จชต. โดยนายอนุทินจะหารือกับเลขาธิการ ศอ.บต. เพื่อติดตามมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุจากการก่อการร้ายและการช่วยเหลือผู้ประกอบการในพื้นที่

การเยือนหาดใหญ่ครั้งนี้ของนายอนุทิน ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน

ขณะเดียวกัน ประเด็นทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีกัมพูชาก็ถูกหยิบยกขึ้นมาถาม นายอนุทินตอบด้วยท่าทีติดตลก แต่ก็แสดงความมั่นใจในศักดิ์ศรีและอธิปไตยของไทย

ประชุม ครม. มีรัฐมนตรีลา 8 คน

ทั้งนี้ ก่อนที่นายอนุทิน จะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เยี่ยมชมนิทรรศการทิศทางการขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์โอทอป เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไทยที่เข้าร่วมโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก จากนั้นนายอนุทิน ได้รับมอบดอกกล้วยไม้ เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานวันครู ครั้งที่ 70 พ.ศ. 2569 จาก นายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วันนี้มีรัฐมนตรีแจ้งลาประชุม 8 คน คือ

  • ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  • นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
  • จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
  • นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โดยสรุปแล้ว ภารกิจของ “อนุทิน” บินหาดใหญ่ ครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและสร้างความมั่นคงในพื้นที่เสี่ยงภัย

ที่มา – “อนุทิน” บินหาดใหญ่ 14 ม.ค. ดูเยียวยาน้ำท่วม-ตามเหตุ จชต. วันนี้ 8 รมต. ลาประชุม ครม.

อนุทินไม่ประมาท! ฟังปชช.หลังโพลชี้คะแนนนำ

“อนุทิน” เดินเท้าเข้าทำเนียบฯ หลังพาภริยาทำบุญวันเกิด บอกเวลาที่เหลือช่วยลูกพรรคหาเสียง ลั่นไม่ประมาทหลังผลโพลบางที่มีคะแนนนำ ย้ำต้องปรับปรุงการข่าว หลังเหตุการณ์ป่วนใต้

เมื่อเวลา 08.20 น. วันที่ 13 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินเท้าจากย่านโรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง กรุงเทพฯ มายังทำเนียบรัฐบาล ภายหลังไปรับประทานอาหารเช้ากับ น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา โดยนายอนุทิน เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า เดินมาเพื่อย่อยอาหาร หลังแวะไปรับประทานข้าวแกงมา วันนี้ข่าวไม่มีอะไร สบายๆ วาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็มีไม่มาก เมื่อถามว่า วันนี้ทำไมถึงมาแต่เช้าตรู่ นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของ น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา เมื่อเช้าจึงไปทำบุญตักบาตรที่วัดบวรนิเวศวิหาร ราชวรวิหาร

นายอนุทิน ยังให้สัมภาษณ์ถึงการร่วมเวที “ทิศทางโลกทิศทางไทย” Global Dynamics and Thailand’s Future หัวข้อ Thailand Vision 2035 เมื่อวันที่ 12 มกราคม ว่า ก็โอเค พยายามพูดให้อยู่ภายใน 20 นาที ซึ่งก็ไม่ได้ครอบคลุมทั้งหมด เมื่อถามกรณีที่ นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) บอกว่านายกฯ โหนกระแสรัฐมนตรีกัมพูชา นายอนุทิน หัวเราะไม่ตอบคำถาม ก่อนยกแก้วกาแฟขึ้นมาดื่ม เมื่อถามว่าบรรยากาศที่เหลืออีก 26 วัน จะเป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ดีนะครับ ตอนนี้พยายามหาเวลาลงไปช่วยลูกพรรค กรุงเทพฯ บ้าง ต่างจังหวัดบ้างแล้วแต่เวลาที่มี จะไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และวันที่ 14 มกราคม อาจจะแวะไปสงขลา แต่ผู้ใหญ่ ผู้บังคับบัญชาอยู่ในพื้นที่แล้ว

หวัง สส. ทุกที่แต่ต้องรอฟัง ปชช.

เมื่อถามว่าเห็นโพลแล้วใจชื้นหรือไม่เพราะบางโพลมีคะแนนนำและตัวเลข สส. ได้เยอะกว่าพรรคอื่น นายอนุทิน กล่าวว่า จะบอกว่าใจชื้นก็ไม่ได้ จะใจชื้นหรือใจแห้งก็ต้องรู้ผลเราก็ไม่ประมาท เห็นผลโพลที่ดีขึ้น ถามว่ากำลังใจดีขึ้นไหมก็เป็นธรรมดาก็มีกำลังใจดีขึ้น ลูกพรรคก็มีความคึกคักขึ้น เมื่อถามว่าอย่าง กทม. เหมือนเสียงตอบรับจะดี โอกาสที่จะได้ สส. ครั้งแรกมีหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราก็คาดหวังทุกที่ อยู่ที่ประชาชน เชื่อประชาชนตัดสินใจถูกต้องเสมอ เมื่อถามว่าก่อนเลือกตั้ง 2 สัปดาห์คาดว่าจะมีปรากฏการณ์อะไรเกิดขึ้นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็เห็นเริ่มเทศกาลสาดโคลนกัน แต่ละคนควรใช้เวลาผลักดันนโยบายพรรคตัวเองสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ไม่ใช่พอรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอลงหรืออาจจะตาม แล้วเที่ยวไปนั่งซัดใส่ความคนนั้นคนนี้ เมื่อถามว่าโค้งสุดท้ายพรรคจะมีไม้เด็ดนโยบายอะไรดึงดูดประชาชน นายอนุทิน กล่าวว่า เราทำงานสม่ำเสมอ ไม่สาดโคลนใคร เมื่อถามว่า ช่วงนี้เริ่มมีบางพรรคประกาศว่าจะจับมือกับพรรคนั้นไม่จับมือกับพรรคนี้ พรรคภูมิใจไทยยืนยันว่าสามารถทำงานกับทุกพรรคใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ที่ผ่านมามันเป็นอย่างนั้นไหมล่ะ เรารอให้ประชาชนเขาตัดสินใจ บางทีพูดปากไวไป ซึ่งวันนี้มีดิจิทัลฟุตพรินต์ พูดไปก็ต้องมานั่งแก้เก้อ พูดให้น้อยดีกว่า ห่วงเรื่องของตัวเองให้มากๆ อย่าไปยุ่งเรื่องของคนอื่นเขา

นายกฯ ย้ำต้องปรับปรุงการข่าว หลังเหตุป่วนใต้

นายอนุทิน ยังกล่าวถึงสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าทั้งฝ่ายความมั่นคงและการทหารต้องทำหน้าที่ของเขาไปอย่างเต็มที่ ตนกำชับเรื่องของการข่าว สิ่งที่มันเกิดขึ้นจะบอกว่าการข่าวไม่ล้มเหลวมันก็ไม่ได้ต้องปรับปรุง มันเกิดขึ้นไปแล้ว ตอนนี้สิ่งที่ได้ย้ำในสิ่งที่เป็นฝ่ายขึ้นตรงกับการสั่งงานของตนคือ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ให้ไปเร่งร่วมมือกับทางจังหวัดในการช่วยเหลือผู้ที่ประสบเหตุ ทั้งผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย ต้องช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ซึ่งในพื้นที่ได้ส่งรายละเอียดมาแล้วเดี๋ยวตนจะขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปอ่าน โดยมีมาตรการ ระเบียบ และมติจากที่ประชุมในการที่จะช่วยเหลือว่าการเกิดเหตุร้ายแบบนี้จะต้องทำอย่างไรบ้าง ตนจะต้องเร่งให้มันเร็วขึ้น ส่วนใหญ่ต้องใช้งบประมาณจากงบกลาง ซึ่งงบกลางที่จะนำไปใช้สำหรับสถานการณ์ที่เร่งด่วนฉุกเฉิน และช่วยเหลือประชาชนโดยที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับทางราชการปกติ ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะพิจารณาให้อยู่แล้ว เมื่อถามย้ำว่า กรณีนี้ทางการข่าวไม่ได้มีการรายงานมาก่อนใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าแจ้งก็คงไม่เกิด

“อนุทิน” บอกปมกัมพูชายึดฟังระดับผู้นำ

ส่วนปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งกัมพูชาไม่ค่อยจะเคารพข้อตกลงที่ทำกันเท่าไหร่ นายอนุทิน ระบุว่า เรามีเอกสารที่เรายืนยันเจตนารมณ์มาทั้งคู่ คือเราต้องฟังผู้นำประเทศ ขืนไปนั่งใส่ใจกับคนทุกระดับมันก็ไม่ใช่

อนุทินไม่ประมาท! ฟังปชช.หลังโพลชี้คะแนนนำ

สถานการณ์การเมืองยังคงร้อนระอุ แม้ว่าผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน (โพล) บางสำนักจะชี้ว่าพรรคภูมิใจไทยมีคะแนนนำ แต่ อนุทินไม่ประมาท! ฟังปชช.หลังโพลชี้คะแนนนำ อย่างรอบคอบและพร้อมรับฟังเสียงของประชาชนเสมอ

อนุทินย้ำ! ไม่ประมาทหลังผลโพลบางที่มีคะแนนนำ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน แม้ว่าผลโพลบางแห่งจะแสดงให้เห็นว่าพรรคมีคะแนนนำอยู่ก็ตาม เขากล่าวว่าพรรคจะไม่ประมาทและจะมุ่งมั่นทำงานอย่างหนักต่อไป เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนให้ได้มากที่สุด

นอกจากนี้ นายอนุทินยังกล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังจะมาถึง โดยเน้นย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกพรรคการเมือง เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชน

การที่นายอนุทินออกมาแสดงความเห็นในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงของพรรคภูมิใจไทยที่จะเป็นปากเสียงให้กับประชาชน และทำงานเพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างสม่ำเสมอ และการทำงานอย่างหนักเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับประชาชน

ดังนั้น การที่นายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และให้คำมั่นว่าจะไม่ประมาทและทำงานอย่างหนักต่อไป จึงเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและเป็นสิ่งที่ประชาชนควรให้การสนับสนุน

การเลือกตั้งครั้งต่อไป ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้แสดงออกถึงเจตนารมณ์ของตนเอง และเลือกผู้แทนที่สามารถเป็นปากเสียงและทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนได้อย่างแท้จริง ดังนั้น ประชาชนควรติดตามข่าวสารและข้อมูลต่างๆ อย่างใกล้ชิด ศึกษาและทำความเข้าใจนโยบายของแต่ละพรรคการเมืองอย่างถี่ถ้วน ก่อนตัดสินใจเลือกผู้แทนที่ตนเองเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้

อนุทินไม่ประมาท! ฟังปชช.หลังโพลชี้คะแนนนำ สะท้อนความตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – “อนุทิน” ลั่นไม่ประมาทหลังผลโพลบางที่มีคะแนนนำ หวังได้ สส. ทุกที่แต่ต้องรอฟัง ปชช.

นายกฯ สั่ง กอ.รมน. คุมเข้ม สแกมเมอร์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์

โฆษกรัฐบาลเผย นายกรัฐมนตรี กำชับวงประชุม กอ.รมน. ยกระดับกลไกป้องสแกมเมอร์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เดินหน้าขับเคลื่อน 4 แผนสำคัญแก้ไขปัญหาชายแดนใต้

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 ต.ค. 2568 ที่ห้องประชุม ชั้น 3 อาคารรื่นฤดี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ถนนนครราชสีมา เขตดุสิต กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ครั้งที่ 1/2569 โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำการให้ความสำคัญและยกระดับกลไกการป้องกันสแกมเมอร์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ให้ทุกภาคส่วนทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ

นายกฯ สั่ง กอ.รมน. คุมเข้ม สแกมเมอร์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์

เห็นชอบแผนขับเคลื่อนภาคใต้

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ครั้งที่ 1/2569 มีมติเห็นชอบแผนในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 4 แผน ดังนี้

  1. แผนปฏิบัติการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ พุทธศักราช 2568-2570 มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ส่งเสริมการศึกษา และสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนกับภาครัฐ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความขัดแย้งและความรุนแรงในพื้นที่
  2. แผนปฏิบัติการความมั่นคงรองรับพื้นที่บังคับใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรพุทธศักราช 2551 มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายในประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และการป้องกันการก่อเหตุร้าย
  3. โครงสร้างการจัด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค 4 ส่วนหน้า ประจำปีงบประมาณพุทธศักราช 2569 จัดโครงสร้างองค์กรให้มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน โดยมีการปรับปรุงโครงสร้างการบังคับบัญชาและการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ
  4. อัตราเฉพาะกิจ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค 4 ส่วนหน้า ประจำปีงบประมาณพุทธศักราช 2569 กำหนดอัตรากำลังพลให้เหมาะสมกับภารกิจที่ได้รับมอบหมาย โดยมีการเพิ่มกำลังพลในหน่วยงานที่จำเป็น และมีการฝึกอบรมให้กำลังพลมีความพร้อมในการปฏิบัติงาน

ความสำคัญของการป้องกันสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ปัจจุบันปัญหาสแกมเมอร์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์ทวีความรุนแรงมากขึ้น สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก กลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ใช้วิธีการหลอกลวงที่หลากหลายและซับซ้อน ทำให้เหยื่อหลงเชื่อและสูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการป้องกันและปราบปรามสแกมเมอร์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์จึงเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง

รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยมีการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และมาตรการต่างๆ เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามจากสแกมเมอร์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน

ประชาชนควรระมัดระวังและป้องกันตนเองจากการถูกหลอกลวงจากสแกมเมอร์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยไม่หลงเชื่อข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ และไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวให้กับบุคคลที่ไม่รู้จัก หากได้รับโทรศัพท์หรือข้อความที่น่าสงสัย ควรตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน

การที่นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ กอ.รมน. ยกระดับกลไกการป้องกันสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง การทำงานร่วมกันแบบบูรณาการของทุกภาคส่วนจะเป็นกุญแจสำคัญในการปราบปรามสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้หมดสิ้นไป

ที่มา – นายกรัฐมนตรี กำชับวงประชุมกอ.รมน. ยกระดับกลไกป้องสแกมเมอร์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์

Scroll to top