จังหวัดภูเก็ต

อภิสิทธิ์ชี้: สส.ปาร์ตี้ลิสต์จากคนใต้ ยังไม่ได้เป็นนายกฯ

“อภิสิทธิ์” ชี้ได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์จากคนใต้ 12 คน ยังไม่ได้เป็นนายกฯ ต้องทำงานหนักเพิ่ม สส.เขต ประเด็นร้อนทางการเมืองที่กำลังถูกจับตามอง

การเลือกตั้งครั้งหน้ากำลังใกล้เข้ามา และพรรคการเมืองต่างๆ ต่างก็เร่งเครื่องหาเสียงกันอย่างเต็มที่ หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่องของ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ และความคาดหวังที่จะได้เสียงจากฐานเสียงของตนเอง

อภิสิทธิ์ชี้: สส.ปาร์ตี้ลิสต์จากคนใต้ ยังไม่ได้เป็นนายกฯ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเน้นย้ำว่า แม้จะได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์จากคนใต้จำนวน 12 คน ก็ยังไม่สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้ หากไม่สามารถเพิ่มจำนวน สส.เขตได้

นายอภิสิทธิ์กล่าวเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ที่ จ.นนทบุรี ว่า การลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชเมื่อวันที่ 7 มกราคม ที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน แต่การที่จะได้ สส.ในภาคใต้เพิ่มขึ้นนั้น จำเป็นต้องทำงานหนักมากขึ้น ต้องชี้ให้ประชาชนเห็นว่า การเลือก สส.บัญชีรายชื่อพรรค เพราะอยากให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีไปเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น สส.น้อยมาก ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคนภาคใต้ทุกคนใช้สิทธิ์เลือกพรรคประชาธิปัตย์ จะมี สส. เพียงแค่ 12 คนเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอที่จะผลักดันให้แคนดิเดตเป็นนายกรัฐมนตรีได้

ดังนั้น นายอภิสิทธิ์จึงเน้นย้ำว่า สส.เขต มีความสำคัญในการชี้ขาดบ้านเมืองในการตั้งรัฐบาลด้วย และเชื่อว่ากระแสพรรคทั้งในกรุงเทพฯ และภาคใต้ดีขึ้นแล้วหลังปีใหม่ และจะดีขึ้นอีกหลังตรุษจีน

การเพิ่ม สส.เขต: โจทย์ใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์

คำกล่าวของนายอภิสิทธิ์ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการมี สส.เขตจำนวนมาก เพื่อให้พรรคการเมืองสามารถมีอำนาจต่อรองในการจัดตั้งรัฐบาลได้ การพึ่งพาแต่ สส.ปาร์ตี้ลิสต์เพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอที่จะทำให้พรรคการเมืองบรรลุเป้าหมายทางการเมืองได้

เมื่อถูกถามว่าจะได้ สส. เพิ่มขึ้นจากเดิมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่ได้นับเป็นเขตที่แน่นอน แต่ที่ยืนยันได้แน่นอนคือ ระบบบัญชีรายชื่อจะเพิ่มเป็นเท่าตัวอยู่แล้ว ส่วน สส.เขต ต้องยอมรับว่าเริ่มจากฐานที่ต่ำมาก ดังนั้นก็ต้องทำงานหนัก สำหรับการเตรียมลงพื้นที่เยาวราชที่จะดึงคะแนนเสียงกลับมานั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ได้ไปพบปะประชาชนที่เยาวราชมาแล้วหนึ่งครั้ง และพยายามเดินเข้าหาทุกคนให้มากที่สุด

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงการหาเสียงในภูมิภาคอื่นว่า เพิ่งส่งกำหนดการปราศรัยเพื่อขออนุญาต กกต. จะไปให้ครบทุกภาค ทั้งภาคอีสานที่ จ.อุบลราชธานี, ภาคเหนือที่ จ.สุโขทัย, ภาคกลางที่จะมีทั้งที่ จ.ระยอง และอยุธยา เป็นต้น ส่วนภาคใต้จะปราศรัยที่ จ.สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช และสงขลา โดยในวันที่ 11 มกราคมนี้ จะไปที่ จ.ภูเก็ต

จากสถานการณ์ปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าการแข่งขันทางการเมืองมีความเข้มข้นสูง พรรคการเมืองต่างๆ ต้องปรับกลยุทธ์และทำงานอย่างหนัก เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน การได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์จากคนใต้ แม้จะเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ก็ไม่ใช่หลักประกันว่าจะสามารถนำไปสู่การเป็นนายกรัฐมนตรีได้ การเพิ่ม สส.เขต จึงเป็นโจทย์ที่สำคัญที่ทุกพรรคการเมืองต้องให้ความสำคัญ

อภิสิทธิ์ชี้: สส.ปาร์ตี้ลิสต์จากคนใต้ 12 คน ยังไม่ได้เป็นนายกฯ ต้องทำงานหนักเพิ่ม สส.เขต ถือเป็นความท้าทายที่สำคัญสำหรับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคการเมืองอื่นๆ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ที่มา – “อภิสิทธิ์” ชี้ได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ จากคนใต้ 12 คน ยังไม่ได้เป็นนายกฯ ต้องทำงานหนักเพิ่ม สส.เขต

ปชน. ส่งแกนนำให้กำลังใจ วันรับสมัคร สส.เขต

พรรคประชาชนเตรียมส่งแกนนำลงพื้นที่ให้กำลังใจในวันรับสมัคร สส.เขตพรุ่งนี้ โดยจะกระจายกำลังพลไปทั่วทุกภาคของประเทศ โดยมีนาย “เท้ง” นำทีมในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ 7 โมงเช้าที่สนามกีฬาเวสน์ 2 นอกจากนี้ “ไหม” จะลงพื้นที่บุรีรัมย์ และ “วีระยุทธ” นำทีมผู้สมัคร สส.ภูเก็ต

วันที่ 26 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาชนว่า ในวันรับสมัคร สส.เขตแบบแบ่งเขตพรุ่งนี้ (27 ธ.ค.) พรรคประชาชนจะใช้ยุทธวิธีดาวกระจาย โดยส่งแกนนำพรรคลงพื้นที่เพื่อให้กำลังใจผู้สมัครในแต่ละภูมิภาค

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จะนำผู้สมัคร สส.กทม. ไปสมัครที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 กทม. ในเวลา 07.00 น. โดยคาดว่าจะเดินทางโดยรถเมล์เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา ส่วน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 2 จะไปให้กำลังใจผู้สมัครที่จังหวัดบุรีรัมย์ และนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 3 จะนำทีมที่จังหวัดภูเก็ต

ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรค จะเดินทางไปที่จังหวัดสุรินทร์และศรีสะเกษ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค จะไปที่จังหวัดระยองและจันทบุรี น.ส.รักชนก ศรีนอก อดีต สส.กทม. จะไปที่จังหวัดชลบุรี และนายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน จะให้กำลังใจผู้สมัครที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายชัยธวัชด้วย

ปชช. ส่งแกนนำให้กำลังใจ วันรับสมัคร สส.เขต

การกระจายกำลังพลของพรรคประชาชนในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพร้อมของพรรคในการลงสนามเลือกตั้งที่จะมาถึงในเร็วๆ นี้ การที่แกนนำพรรคลงพื้นที่ไปให้กำลังใจผู้สมัคร สส. ในแต่ละเขตนั้น เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้สมัคร และยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของพรรคต่อผู้สมัครในทุกระดับ

พรรคประชาชนให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นอย่างมาก การส่งแกนนำไปให้กำลังใจผู้สมัครในวันรับสมัคร สส.เขต เป็นเพียงหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่พรรคเตรียมไว้สำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง พรรคยังคงเดินหน้าทำงานอย่างหนักเพื่อนำเสนอนโยบายและแนวทางในการพัฒนาประเทศให้กับประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้มีข้อมูลที่เพียงพอในการตัดสินใจเลือกผู้แทนที่เหมาะสมที่สุด

การเตรียมความพร้อมในวันรับสมัคร สส.เขต

การเตรียมความพร้อมสำหรับการลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเอกสารที่ใช้ในการสมัคร การเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน หรือการเตรียมทีมงานสนับสนุน การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้การลงสมัครเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

  • ตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วน: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารทุกอย่างที่ต้องใช้ในการสมัครนั้นถูกต้องและครบถ้วน
  • เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสัมภาษณ์: เตรียมคำตอบสำหรับคำถามที่คาดว่าจะถูกถามโดยสื่อมวลชน
  • เตรียมทีมงานสนับสนุน: มีทีมงานที่พร้อมช่วยในทุกด้าน ตั้งแต่การประชาสัมพันธ์ไปจนถึงการประสานงาน

พรรคประชาชนให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนของการเลือกตั้ง และพร้อมที่จะสนับสนุนผู้สมัคร สส. ทุกคนอย่างเต็มที่ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

พรรคประชาชนมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศไทย และเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นโอกาสสำคัญในการนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

การตัดสินใจของประชาชนในการเลือกผู้แทนที่เหมาะสม จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของประเทศ ดังนั้นจึงขอเชิญชวนให้ประชาชนทุกคนออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงของท่านในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

การที่พรรคแกนนำกระจายกันไปให้กำลังใจตามภาคต่างๆนั้น นอกจากจะเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้สมัครแล้ว ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของพรรคที่จะรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง

วันรับสมัคร สส.เขต คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชนพร้อมที่จะเดินหน้าต่อไปอย่างเต็มกำลัง

ที่มา – ปชน. ส่งแกนนำกระจายทุกภาค ให้กำลังใจวันรับสมัคร สส.เขต พรุ่งนี้ ส่วน “เท้ง” นำทีม กทม.

ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต: ความพร้อมล่าสุด

เตรียมพบกับเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติสุดยิ่งใหญ่ “ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต” ที่กำลังจะเกิดขึ้น! ความพร้อมล่าสุดของการจัดงานคืบหน้าไปกว่า 70% แล้ว เตรียมปลุกพลังภาพลักษณ์และเกียรติภูมิของประเทศไทย พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตกว่า 3 หมื่นล้านบาท

ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต

นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของการเตรียมงานไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต 2568 (Thailand Biennale, Phuket 2025) เมื่อวันที่ 8–9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปะ พบว่าการดำเนินงานโดยรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและน่าพอใจอย่างยิ่ง ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการเตรียมพื้นที่และติดตั้งผลงานศิลปะ ซึ่งมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 70%

ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวว่า “จากการติดตามในพื้นที่ เห็นได้ชัดถึงความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ศิลปิน และประชาชนชาวภูเก็ต ที่ร่วมกันเตรียมงานอย่างเข้มแข็ง ถือเป็นสัญญาณที่ดีของการจัดงานศิลปะร่วมสมัยนานาชาติระดับโลกครั้งนี้”

งานไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ระหว่างปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงสิ้นเดือนเมษายน 2569 รวมระยะเวลานานกว่า 5 เดือน โดยมีศิลปินหลักกว่า 65 คน/กลุ่ม จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ร่วมสร้างสรรค์ผลงานในพื้นที่จัดแสดงถึง 19 แห่ง และศาลาแสดงงานอีก 13 แห่ง ทั่วจังหวัดภูเก็ต

กิจกรรมหลากหลายใน ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต

นอกเหนือจากผลงานศิลปะร่วมสมัยที่หลากหลายรูปแบบแล้ว ยังมีกิจกรรมคู่ขนานอีกมากมาย อาทิ ดนตรี ศิลปะการแสดง เสวนา เวิร์กช็อป และกิจกรรมสร้างสรรค์ชุมชน ซึ่งจะกระจายอยู่ทั่วเมือง เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสศิลปะอย่างใกล้ชิดในทุกมิติของชีวิตประจำวัน

ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ศิลปินทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเริ่มทยอยเดินทางเข้าสู่จังหวัดภูเก็ต เพื่อเตรียมสร้างสรรค์และติดตั้งผลงาน โดยบางส่วนได้เริ่มแสดงผลงานแล้วตั้งแต่ช่วงพิธีเปิด ในขณะที่ผลงานบางส่วนจะทยอยเปิดตัวอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงการจัดงาน ทำให้บรรยากาศของเมืองภูเก็ตเต็มไปด้วยชีวิตชีวาตลอดระยะเวลาหลายเดือน

นอกจากนี้ จังหวัดภูเก็ตและคณะผู้จัดงานยังได้จัดสร้างผลงานศิลปะถาวร เพื่อมอบให้เป็นมรดกทางศิลปะแก่พื้นที่ เช่น ประติมากรรมสาธารณะบริเวณสะพานหิน และจุดท่องเที่ยวสำคัญอื่นๆ เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ชื่นชมอย่างยั่งยืน

ในส่วนของการเตรียมความพร้อมในพื้นที่ จังหวัดภูเก็ต โดยผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคธุรกิจ และประชาชนในพื้นที่ ได้ร่วมมือกันอย่างแข็งขัน ทั้งการปรับปรุงภูมิทัศน์ เตรียมพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว และร่วมมือประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม ร้านอาหาร ผู้ประกอบการขนส่ง ร้านขายของฝากของที่ระลึก และสถาบันการศึกษา ต่างพร้อมเป็นเจ้าภาพร่วมในการต้อนรับผู้มาเยือน

“ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีประสบการณ์ในการจัดงานระดับนานาชาติมาแล้วหลายครั้ง เรามั่นใจว่า ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต จะเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับประเทศไทย และช่วยยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของชาติ” นายประสพ กล่าว

การจัดงานครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยว และนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ที่มุ่งส่งเสริมอัตลักษณ์ไทยและทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นพลังแห่งภาพลักษณ์และเกียรติภูมิไทย ผ่านการสร้างสรรค์งานศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) คาดการณ์ว่า ตลอดระยะเวลาการจัดงาน จะมีผู้เข้าชมไม่น้อยกว่า 3 ล้านคน และก่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในจังหวัดภูเก็ตและพื้นที่ใกล้เคียงไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท

นายประสพ เรียงเงิน กล่าวในตอนท้ายว่า “ผมขอเชิญชวนศิลปิน ผู้สนใจในงานศิลปะ นักเรียน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เตรียมพบกับเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ณ จังหวัดภูเก็ต ในงานไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต ซึ่งจะเปิดเมืองด้วยศิลปะ เปิดหัวใจด้วยวัฒนธรรม และเปิดโอกาสใหม่ให้เศรษฐกิจไทยก้าวไกลบนเวทีโลก”

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับประสบการณ์ทางศิลปะที่ไม่เหมือนใคร! งานนี้ไม่ควรพลาด!

ที่มา – “ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต” คืบหน้า 70% พร้อมจัด เทศกาลศิลปะนานาชาติสุดยิ่งใหญ่

ภูมิใจไทยเปิดตัว “พลอยทะเล” ว่าที่ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต

พรรคภูมิใจไทยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต ได้แก่ “พลอยทะเล-ษณกร-วิวัฒน์” เตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งใหญ่หลังจากการยุบสภา โดย “พิพัฒน์” เร่งเดินหน้าทาบทามผู้สมัครใน 14 จังหวัดภาคใต้ ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 30 ที่นั่ง พร้อมยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ขัดต่อ MOA ของพรรคประชาชน

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 เวลา 10.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแกนนำภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย ได้ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต ทั้ง 3 เขต ได้แก่ นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ ผู้ซึ่งจะลงสมัครในเขตเลือกตั้งที่ 1 โดยเธอเคยดำรงตำแหน่งเป็นอดีตกรรมการบริหาร และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ นายษณกร กี่สิ้น อดีตรองนายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง จะลงสมัครในเขตเลือกตั้งที่ 2 และนายวิวัฒน์ จินดาพล อดีตสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต จะลงสมัครในเขตเลือกตั้งที่ 3 นายศุภชัยกล่าวว่า ทั้ง 3 ท่านจะร่วมมือกันกับพรรคภูมิใจไทย เพื่อมุ่งสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอีก 6 เดือนข้างหน้า

นายพิพัฒน์กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยได้ทำการทาบทามผู้สมัคร สส.ภูเก็ตทั้ง 3 เขต โดยนโยบายหลักของพรรคก่อนหน้านี้คือการแก้ไขปัญหาการจราจรที่ติดขัด ซึ่งในช่วงที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แต่ภารกิจดังกล่าวต้องหยุดชะงักลงเนื่องจากหมดวาระของรัฐบาลเสียก่อน ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวเสมอว่า หลังจากที่มีการเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ และแถลงนโยบายรัฐบาล จะถือว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่ และหลังจากนั้นอีก 4 เดือนก็จะมีการยุบสภาตามที่ได้ลงนาม MOA กับพรรคประชาชน

ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ได้รับการเสนอชื่อจากนายกรัฐมนตรีให้มาดูแลกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวภูเก็ตกำลังให้ความสนใจในการแก้ไขปัญหาการจราจรที่ติดขัด หากเขาได้รับโอกาสในการทำงานอย่างเต็มที่ เขาจะหารือกับระดับจังหวัดเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรที่ติดขัด โดยหากได้รายละเอียดแล้ว เขาจะลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต นอกจากนี้ จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นอันดับที่ 2 รองจากกรุงเทพมหานคร ซึ่งต้องพิจารณาว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้จังหวัดภูเก็ตมีรายได้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม และร่วมกันทำให้ภูเก็ตเป็นไข่มุกของโลก

ภูมิใจไทยเปิดตัว “พลอยทะเล” ว่าที่ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต

เมื่อถามถึงว่าจะมีว่าที่ผู้สมัคร สส.จากภาคใต้มาเพิ่มเติมอีกหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยได้มอบหมายให้เขาดูแล 14 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เชิญเพื่อนๆ ที่มีอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมมือกัน ซึ่งขณะนี้มีสมาชิกจากจังหวัดสงขลามาร่วมงานเรียบร้อยแล้ว และในจังหวัดฝั่งอันดามันวันนี้ก็มีจังหวัดภูเก็ตมาแล้ว 1 จังหวัด

สำหรับจังหวัดตรัง นายพิพัฒน์ได้ฟังนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ อดีต สส. ที่ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการโทรทัศน์ว่า จะมีการหารือกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งเขาก็มีโอกาสได้ไปหารือ โดยอย่างน้อยที่สุดเขต 1 และเขต 2 ขณะนี้ได้ตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงเฉพาะเขต 3 และเขต 4 ซึ่งต้องรอดูอีกครั้งว่านายสมชายจะตัดสินใจอย่างไรหลังได้ไปหารือกับนายเฉลิมชัย และเขาจะมีการแถลงข่าวอีกครั้ง ขณะที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เขาได้หารือกับหลากหลายกลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มไม่ได้เป็นกลุ่มก้อนเหมือนกับจังหวัดภูเก็ต

ทางด้าน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็คาดว่าในเร็วๆ นี้หากแถลงนโยบายรัฐบาลเสร็จสิ้น จะเห็นภาพว่าจะมีใครมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยบ้าง โดยตอนนี้มี สส.จากนราธิวาส 1 ท่าน และมีผู้สมัครเกือบทุกเขตใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนั้นมั่นใจว่าในพื้นที่ภาคใต้ 14 จังหวัดจะมีข้อสรุปทั้งหมด

ตั้งเป้า สส. 30 ที่นั่ง ภูมิใจไทยเปิดตัว “พลอยทะเล”

เมื่อถามถึงกรณีเคยมีกระแสข่าวว่าตั้งเป้าพื้นที่ภาคใต้ 30 เก้าอี้ นายพิพัฒน์ตอบว่า ก็ยังยืนยันเช่นเดิม ถ้าหากว่ามีผู้ที่มีความคิดเห็นทางการเมือง หรือเพื่อนๆ ที่ขณะนี้อาจเป็นสมาชิกจากพรรคอื่นจะมาร่วมกันพัฒนาและเดินทิศทางเดียวกับพรรค เพราะภาคใต้ของเราขาดโอกาสในการพัฒนา ภาคใต้เป็นภาคหลังสุดที่จะได้ถนน 4 เลน ซึ่งขณะนี้ถนนสายหลักก็ยังมีถนน 4 เลนไม่ครบ

ผู้สื่อข่าวถามต่อ การเดินหน้าทาบทามผู้สมัครจะเป็นการขัด MOA กับพรรคประชาชนหรือไม่ เพราะดูเหมือนเป็นการเติมเสียง นายพิพัฒน์ยืนยันว่า “ไม่ได้ขัด MOA เพราะการเดินหน้าทาบทามผู้สมัครเพื่อเตรียมการเลือกตั้งหลังยุบสภา หากไปเตรียมการหลังยุบสภาเกรงว่าจะไม่ทัน และเชื่อว่าทุกพรรคการเมืองขณะนี้ก็กำลังเตรียมการเลือกตั้งเช่นกัน ขอยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยจะปฏิบัติตาม MOA อย่างแน่นอน และให้สมาชิกพรรคประชาชนสบายใจ”

การเดินหน้าเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งใหญ่ที่จะมาถึงนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคภูมิใจไทยในการขยายฐานเสียงในพื้นที่ภาคใต้ และการผลักดันนโยบายต่างๆ เพื่อพัฒนาท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขปัญหาการจราจรในจังหวัดภูเก็ต และส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เติบโตยิ่งขึ้น การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต อย่าง “พลอยทะเล-ษณกร-วิวัฒน์” เป็นเพียงจุดเริ่มต้น และต้องติดตามกันต่อไปว่าพรรคภูมิใจไทยจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้หรือไม่

ที่มา – ภูมิใจไทยเปิดตัว “พลอยทะเล-ษณกร-วิวัฒน์” ว่าที่ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต ยันไม่ขัด MOA

Scroll to top