จัดตั้งรัฐบาล

“อนุทิน” ปัดตอบปมเคยตั้ง “ธรรมนัส” นั่ง รมต.

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวการเมืองไทยทุกท่าน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องร้อนๆ ในแวดวงการเมือง ที่กำลังเป็นกระแสอนุทิน ปัดตอบปมเคยตั้ง ธรรมนัส นั่ง รมต.กันเลยทีเดียว นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ให้สัมภาษณ์แบบปัดๆ ไปมา เกี่ยวกับประเด็นที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จากพรรคกล้าธรรม ประกาศว่าจะไม่ยอมเสียศักดิ์ศรีเดินเข้าหาพรรคภูมิใจไทยอีก และเรื่องคุณสมบัติในการตั้งรัฐมนตรี เรียกได้ว่าสถานการณ์ตึงเครียดแต่ อนุทินก็เล่นบทเพลย์เซฟแบบมือโปรเลยครับ

อนุทิน ปัดตอบปมเคยตั้ง ธรรมนัส นั่ง รมต. ที่สนามช้าง จ.บุรีรัมย์

อนุทิน ปัดตอบปมเคยตั้ง ธรรมนัส นั่ง รมต.

เหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 8 มี.ค. 2569 เวลา 10.30 น. ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสังเวียนแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตชื่อดังของเจ้าของพรรคภูมิใจไทย เมื่อนักข่าวถามถึงกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส เคยถูกตั้งเป็นรัฐมนตรีสมัยก่อน แต่ครั้งนี้ทำไมไม่กล้าแต่งตั้งอีก นายอนุทินเลือกที่จะไม่ตอบตรงๆ แต่ยกคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเรื่องหลักเกณฑ์คุณสมบัติรัฐมนตรีมาเป็นเกราะป้องกัน บอกว่าต้องยึดตามนั้น และขอเพลย์เซฟไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปรบกับศาล

บริบทพรรคกล้าธรรมประกาศเป็นฝ่ายค้าน

ก่อนหน้านี้ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ประกาศชัดว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ขณะที่เลขาฯ พรรคภูมิใจไทยอย่างนายไชยชนก ชิดชอบ บอกว่ารัฐบาลจัดตั้งเสร็จ 99.99% แล้ว แต่อนุทิน ปัดตอบปมเคยตั้ง ธรรมนัส นั่ง รมต. โดยบอกว่าทุกพรรคต้องพร้อมทุกบทบาท พรรคภูมิใจไทยเองก็เคยเป็นรัฐบาลแล้วกลายเป็นฝ่ายค้านมาแล้ว ยกตัวอย่างพรรคประชาชนที่เป็นฝ่ายค้านมาตลอดแต่ก็ทำประโยชน์ให้ประเทศได้มากมาย อย่ายึดติดว่ารัฐบาลหรือค้านนะครับ

ส่วนเรื่องจัดตั้งรัฐบาล อนุทินย้ำว่าต้องรอขั้นตอน รอเลือกประธานสภาในวันที่ 14 มี.ค. 2569 ก่อน แล้วค่อยตั้งคณะรัฐมนตรีที่ต้องโปรดเกล้าฯ ไม่ควรพูดล่วงหน้าเพราะมิบังควร บอกว่าพรรคแต่ละพรรคมีสไตล์ต่างกัน ไม่ต้องเลียนแบบใคร

  • หลักเกณฑ์เชิญร่วมรัฐบาล: ยึดหลักทำงานเพื่อประชาชนและขับเคลื่อนประเทศ
  • มั่นใจโหวตนายกฯ: ต้องมีกระบวนการก่อน พูดคุยระดับหนึ่ง
  • เรื่องธรรมนัส: เคารพศักดิ์ศรีหัวหน้าพรรคทุกพรรค ไม่ได้คุยกันเลย
ภาพอนุทิน ชาญวีรกูล ระหว่างให้สัมภาษณ์ปมอนุทิน ปัดตอบปมเคยตั้ง ธรรมนัส นั่ง รมต.

วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองหลังเลือกตั้ง

จากคำตอบของอนุทิน เห็นได้ชัดว่าพรรคภูมิใจไทยกำลังวางหมากอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะประเด็นจริยธรรมและคุณสมบัติรัฐมนตรีที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยชัดเจนแล้ว ไม่อยากเสี่ยงโดนร้องเรียน แม้เคยตั้งธรรมนัสมาก่อนแต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยน พรรคกล้าธรรมอาจไปทางฝ่ายค้านเต็มตัว ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลน่าจะเน้นพรรคร่วมที่มั่นคงกว่า

นอกจากนี้ อนุทินยังเน้นย้ำว่าพรรคการเมืองต้องทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรให้ดี ไม่ว่าจะบทบาทไหนก็สร้างประโยชน์ได้ทั้งนั้น เป็นการส่งสัญญาณให้ทุกฝ่ายใจเย็น รอขั้นตอนกฎหมาย

ส่วนตัวผมมองว่าอนุทิน ปัดตอบปมเคยตั้ง ธรรมนัส นั่ง รมต. แบบนี้ เป็นกลยุทธ์ฉลาด ป้องกันดราม่า แต่ก็ทำให้เกิดคำถามต่อว่าพรรคกล้าธรรมจะไปทางไหนต่อ หรือจะมีเซอร์ไพรส์อะไรรออยู่ คุณล่ะคิดยังไงกับเรื่องนี้? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยครับ หรือติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่บล็อกนี้เลย!

สุดท้ายนี้ การเมืองไทยยังคงน่าติดตามเสมอ หวังว่ารัฐบาลใหม่จะมาถึงเร็วๆ เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้เจริญรุ่งเรือง

ที่มา – “อนุทิน” ปัดตอบปมเคยตั้ง “ธรรมนัส” นั่ง รมต. ยกพรรคประชาชนก็เป็นฝ่ายค้านมาตลอด

ไผ่ ลิกค์ ย้ำทำมากกว่าพูด ทำงานได้หมด

ในวงการการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยการโต้เถียงและการแบ่งฝ่าย "ไผ่ ลิกค์" สส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจน โดย ไผ่ ลิกค์ ย้ำทำมากกว่าพูด ไม่ยึดติดว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล สามารถทำงานเพื่อประชาชนได้ทุกตำแหน่งหากตั้งใจจริง

ไผ่ ลิกค์ ย้ำทำมากกว่าพูด : แนวทางการทำงานเพื่อประชาชน

วันที่ 8 มี.ค. 2569 นายไผ่ ลิกค์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เปิดเผยแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ สส. โดยย้ำว่าการทำงานเพื่อประชาชนไม่จำเป็นต้องผูกขาดกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เขาพร้อมตั้งใจทำงานเต็มที่ในฐานะตัวแทนของจังหวัดกำแพงเพชร เปิดรับข้อเสนอแนะจากทุกคน หากประชาชนมีเรื่องที่อยากให้ดำเนินการ สามารถส่งเข้ามาได้ทันที และเขาจะทุ่มเททำทุกอย่างภายใต้กรอบกฎหมายตั้งแต่วันนี้

สำหรับผู้ที่เลือกเขาเข้ามา ไผ่ ลิกค์ สัญญาว่าจะไม่ทำให้ผิดหวัง ขณะที่ผู้ที่ไม่ได้เลือกก็พร้อมรับใช้เช่นกัน เขาขอให้ประชาชนกล้าแจ้งปัญหาหรือสิ่งที่ต้องการแก้ไข เพราะหากเงียบไว้ อาจทำให้เข้าใจว่าทุกอย่างปกติดี

ไม่สนใจฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ทำได้หมด

"ผมไม่สนใจว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล เพราะสามารถทำงานเพื่อประชาชนได้ทั้งหมด พรรคกล้าธรรมเราทำมากกว่าพูด ไม่เน้นสร้างคอนเทนต์ ฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลไม่สนใจหรอกครับ ทำเป็นหมดนั่นแหละ" คำกล่าวนี้ของไผ่ ลิกค์ สะท้อนปรัชญาการเมืองที่เน้นผลงานจริงมากกว่าการพูดจาหวือหวา

ในยุคที่การเมืองไทยมักถูกครอบงำด้วยการแบ่งขั้ว สส.อย่างไผ่ ลิกค์ ถือเป็นตัวอย่างของนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มุ่งแก้ปัญหาให้ประชาชนโดยตรง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม แนวคิดนี้ช่วยลดความขัดแย้งและเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนวาระท้องถิ่น เช่น ปัญหาการเกษตร สุขภาพ การศึกษา และโครงสร้างพื้นฐานในกำแพงเพชร

  • เปิดรับข้อเสนอแนะจากประชาชนทุกกลุ่ม
  • ทำงานเต็มที่ไม่ว่าจะฝ่ายค้านหรือรัฐบาล
  • เน้นผลงานจริง ทำมากกว่าพูด
  • ไม่เสียเวลา สร้างคอนเทนต์เพื่อเรียกไลค์
  • เชิญชวนแจ้งปัญหาเพื่อการแก้ไขที่ตรงจุด

พรรคกล้าธรรมภายใต้การนำของไผ่ ลิกค์ กำลังสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับการเมืองไทย โดยมุ่งเน้นการลงพื้นที่จริง ฟังเสียงประชาชน และผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อชาวกำแพงเพชร เช่น การพัฒนาแหล่งน้ำ การส่งเสริมสินค้า OTOP และการดูแลผู้สูงอายุในท้องถิ่น

ทำไมแนวคิด ไผ่ ลิกค์ ย้ำทำมากกว่าพูด ถึงสำคัญ

ในช่วงที่ประชาชนเริ่มหมดศรัทธากับนักการเมืองที่พูดเก่งแต่ทำไม่จริง แนวทางของไผ่ ลิกค์ ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นได้ การไม่ยึดติดฝ่าย ทำให้สามารถร่วมมือข้ามพรรคเพื่อผลประโยชน์สาธารณะ เช่น การยื่นกระทู้ถามรัฐมนตรี หรือการเสนอร่างกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อจังหวัด นอกจากนี้ ยังเป็นบทเรียนให้ สส.ท่านอื่นๆ ว่าการเมืองที่ดีต้องเริ่มจากใจที่อยากรับใช้ประชาชนจริงๆ

หากเปรียบเทียบกับ สส.ยุคก่อนที่มักต่อสู้กันเอง แนวทางนี้ช่วยให้การประชุมสภามีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดเวลาขัดแย้ง และเพิ่มเวลาสำหรับวาระประชาชน

สุดท้ายแล้ว ไผ่ ลิกค์ ย้ำทำมากกว่าพูด ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นการกระทำที่ประชาชนกำลังเฝ้าดู หากคุณอาศัยในกำแพงเพชรหรือมีปัญหาที่อยากให้ สส.ช่วย แนะนำให้ติดต่อนายไผ่ ลิกค์ โดยตรงผ่านช่องทางเฟซบุ๊กหรือสำนักงาน สส. เพื่อให้เสียงของคุณดังถึงสภา มาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการเมืองที่ทำงานจริงกันเถอะ

แนวคิดนี้แสดงให้เห็นว่าการเมืองไทยมีอนาคตสดใส หากนักการเมืองทุกคนหันมาเน้นผลงานมากกว่าทะเลาะกัน

ที่มา – “ไผ่ ลิกค์” ย้ำทำมากกว่าพูด ไม่สนใจจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ทำงานได้หมด

“อนุทิน” บอกดีใจที่ได้พบ “ยศชนัน” เพื่อร่วมรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในวงการการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยข่าวสารร้อนๆ อยู่เสมอ ล่าสุดมีโมเมนต์น่าประทับใจที่หลายคนให้ความสนใจ นั่นคือ “อนุทิน” บอกดีใจที่ได้พบ “ยศชนัน” เพื่อร่วมรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในงานแสดงคอนเสิร์ตรวมเพลงรักชาติของมหาวิทยาลัยมหิดล นี่เป็นภาพที่สะท้อนถึงความสามัคคีและความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ของนักการเมืองไทยเลยทีเดียว

“อนุทิน” บอกดีใจที่ได้พบ “ยศชนัน” เพื่อร่วมรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันที่ 8 มีนาคม 2567 เวลา 9.23 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้โพสต์ภาพลงโซเชียลมีเดีย โดยเป็นภาพกลุ่มที่ร่วมกันในงานคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ ภาพนั้นมีทั้งภริยาของท่าน นางสาวธนนนท์ นิรามิษ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ผู้สมัครนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยพร้อมภริยา นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ทุกคนยิ้มแย้มสดใส ถ่ายคู่กันอย่างอบอุ่น

ในแคปชั่นโพสต์ อนุทินระบุชัดเจนว่า “ดีใจมากที่ได้พบกับอาจารย์เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เพื่อร่วมรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในงานแสดงคอนเสิร์ตรวมเพลง #รักชาติ ของวงดุริยางค์ซิมโฟนี มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อคืนนี้ที่ศาลายา” คำพูดนี้ไม่เพียงแสดงถึงความยินดีส่วนตัว แต่ยังเป็นสัญญาณของการรวมตัวกันในโอกาสสำคัญที่ทุกคนมุ่งมั่นแสดงออกถึงความจงรักภักดี

รายละเอียดงานคอนเสิร์ตรักชาติที่ศาลายา

งานคอนเสิร์ตครั้งนี้จัดโดยวงดุริยางค์ซิมโฟนี มหาวิทยาลัยมหิดล ณ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมมหิดล ศาลายา เป็นการรวมเพลงรักชาติสุดยอดที่สร้างความประทับใจให้ผู้ชมจำนวนมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรด้วย ทำให้บรรยากาศเต็มเปี่ยมไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และรักชาติ นักการเมืองชื่อดังหลายท่านเดินทางมาร่วม เพื่อแสดงถึงการสนับสนุนสถาบันและวัฒนธรรมไทย

  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล: รักษาการนายกฯ และ รมว.มหาดไทย
  • นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์: แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย
  • นายพัฒนา พร้อมพัฒน์: รมว.สาธารณสุข
  • นางศุภจี สุธรรมพันธุ์: รมว.พาณิชย์
  • และภริยาของแต่ละท่าน

ความหมายเบื้องหลังการพบกันของอนุทินและยศชนัน

การที่ “อนุทิน” บอกดีใจที่ได้พบ “ยศชนัน” เพื่อร่วมรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นี้ มีนัยยะสำคัญในแง่การเมืองไทย โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์การเมืองกำลังร้อนระอุ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในฐานะอาจารย์และนักวิชาการด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ เคยถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคใหญ่ในสภา ส่วนอนุทินเองก็เป็นแกนนำพรรคภูมิใจไทยที่กำลังมีบทบาทสำคัญ การร่วมกันในงานนี้แสดงถึงการวางออกรสการเมืองชั่วคราว เพื่อมาร่วมแสดงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์

นอกจากนี้ ยังมีภาพขยายความสัมพันธ์ข้ามพรรคการเมือง ที่มักถูกมองว่าแตกแยก แต่ในโอกาสสำคัญเช่นนี้ ทุกคนสามารถรวมใจเป็นหนึ่งเดียวได้ สะท้อนถึงค่านิยมไทยที่ให้ความสำคัญกับสถาบันหลักของชาติ

งานนี้ไม่เพียงเป็นเวทีดนตรี แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคี โดยเฉพาะเพลงรักชาติที่ถูกบรรเลงอย่างงดงาม ทำให้ผู้เข้าร่วมทุกคนรู้สึกภาคภูมิใจในชาติไทย

จากมุมมองของผู้เขียน คิดว่านี่เป็นตัวอย่างที่ดีของนักการเมืองไทย ที่สามารถวางความขัดแย้งทางการเมืองไว้ข้างหลัง เพื่อมาร่วมกิจกรรมที่ยกระดับจิตสำนึกแห่งชาติ หากเกิดขึ้นบ่อยๆ ไทยเราก็คงก้าวหน้าขึ้นเยอะเลยนะครับ

คุณคิดเห็นอย่างไรกับโมเมนต์นี้? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ!

ที่มา – “อนุทิน” บอกดีใจที่ได้พบ “ยศชนัน” เพื่อร่วมรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ไชยชนก ขู่ลงดาบก่อมุ้งภูมิใจไทย ยันรัฐบาลอนุทิน 99.99%

ในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ มีข่าวร้อนที่ทุกคนจับตามอง นั่นคือ “ไชยชนก” ขู่ลงดาบพวกก่อมุ้งในภูมิใจไทย ยันตั้งรัฐบาลอนุทินคืบหน้าแล้ว 99.99% ซึ่งเป็นคำแถลงที่สร้างความชัดเจนให้กับสื่อมวลชนและประชาชนที่ติดตามสถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาล นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างหนักแน่น โดยเน้นย้ำถึงความคืบหน้าที่เกือบสมบูรณ์แบบแล้ว พร้อมเตือนภัยพวกที่พยายามก่อกวนภายในพรรค

“ไชยชนก” ขู่ลงดาบพวกก่อมุ้งในภูมิใจไทย ยันตั้งรัฐบาลอนุทินคืบหน้าแล้ว 99.99%

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2567 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างการสัมมนาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและความสามัคคีภายในพรรค โดยนายไชยชนก กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยเติบโตขึ้นมากกว่า 2 เท่า มีสมาชิกใหม่จำนวนมากกว่าสมาชิกเก่า การสัมมนาครั้งนี้จึงมุ่งสร้างความสนิทสนม แลกเปลี่ยนทัศนคติ และปลูกฝังวัฒนธรรมพรรคที่แตกต่างจากพรรคอื่นๆ คือการอยู่กันแบบครอบครัว มีการทำความรู้จักกันอย่างแท้จริง

คืบหน้าการตั้งรัฐบาลอนุทินเกือบ 100%

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล นายไชยชนกยืนยันว่า ตกผลึกแล้วถึง 99.99% โดยขอให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคเป็นผู้แถลงอย่างเป็นทางการ แต่ย้ำว่าการเมืองเปลี่ยนแปลงได้เสมอ จึงเว้นไว้ 0.01% เท่านั้น ข่าวนี้สร้างความมั่นใจให้กับฐานเสียงพรรคภูมิใจไทยและพันธมิตรที่กำลังรอคอยรัฐบาลใหม่ที่จะมาบริหารประเทศท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนต่างๆ

จัดการเด็ดขาดพวกก่อมุ้งและคลื่นใต้น้ำ

ประเด็นสำคัญที่นายไชยชนกเน้นคือปัญหาภายในพรรค โดยเฉพาะการบริหารมุ้งและก๊กต่างๆ เมื่อพรรคใหญ่ขึ้น ยิ่งต้องระวังคลื่นใต้น้ำที่เคยทำให้เอกภาพสั่นคลอนในอดีต แม้จะมีประเด็นร้อนอย่างกาสิโนหรือการเปลี่ยนสถานะจากรัฐบาลเป็นฝ่ายค้าน แต่ปัญหาจริงๆ คือการก่อมุ้งที่สร้างความปั่นป่วน

“ถ้าเกิดใครทำเรื่องนี้แล้วทำให้เกิดผลกระทบ เราจะมีบทลงโทษและการจัดการอย่างเด็ดขาดแน่นอนจากฝ่ายบริหาร” นายไชยชนกกล่าวอย่างชัดเจน โดยเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงแนวทางการทำงานใหม่ การให้เวทีคนทำงานจริงได้แสดงศักยภาพ จะช่วยสลายมุ้งเหล่านี้ได้

นอกจากนี้ ยังพูดถึงการปรับตัวทั้ง ส.ส.ใหม่และเก่า รวมถึงการโฟกัสฝ่ายนิติบัญญัติควบคู่ฝ่ายบริหาร เพื่อพาประเทศผ่านวิกฤตและวางรากฐานพัฒนาที่ยั่งยืน

  • พรรคเติบโตกว่า 2 เท่า สมาชิกใหม่มากกว่าสมาชิกเก่า
  • วัฒนธรรมพรรค: อยู่กันเป็นครอบครัว สร้างความสนิทสนม
  • การเปลี่ยนแปลงการทำงาน: ให้โอกาสคนจริงได้เติบโต
  • จัดการมุ้งเด็ดขาด ป้องกันคลื่นใต้น้ำ
  • ตั้งรัฐบาลคืบหน้า 99.99% พร้อมรับมือความไม่แน่นอน

การแถลงครั้งนี้ไม่เพียงยืนยันความคืบหน้าในการตั้งรัฐบาลอนุทิน แต่ยังแสดงถึงความมุ่งมั่นของพรรคภูมิใจไทยในการรักษาความเป็นเอกภาพ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในเกมการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและอุบายต่างๆ หากพรรคสามารถจัดการปัญหาภายในได้ดี รัฐบาลใหม่น่าจะเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่น

ในมุมมองของผู้เขียน ความเป็นเอกภาพของพรรคการเมืองคือกุญแจสู่ความสำเร็จในการบริหารประเทศ โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยที่กำลังก้าวสู่การเป็นแกนนำ หากสามารถขจัดมุ้งได้จริง จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้พรรคอื่นๆ ตามรอย คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “ไชยชนก” ขู่ลงดาบพวกก่อมุ้งในภูมิใจไทย ยันตั้งรัฐบาลอนุทินคืบหน้าแล้ว 99.99%

โผ ครม.อนุทิน 2 เพื่อไทย 5 รมว.นิ่งแล้ว

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวข่าวการเมืองทุกท่าน! วันนี้มีข่าวเด็ดมาอัปเดตกันแบบเรียลไทม์เลยนะ โผ ครม.อนุทิน 2 เพื่อไทย 5 รมว.นิ่งแล้ว “สุดาวรรณ” ได้เก้าอี้ พม. “สมศักดิ์” หลุดโผ นี่แหละข่าวที่แฟนๆ การเมืองรอคอยมานาน หลังจากที่โควตาพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้สัดส่วนรัฐมนตรีว่าการ 5 เก้าอี้ และรัฐมนตรีช่วยอีก 3 เก้าอี้ ล่าสุดในส่วนของรัฐมนตรีว่าการนิ่งสนิทแล้วครับ แต่ชื่อดังอย่าง “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ต้องหลุดโผไปแบบน่าเสียดาย ส่วนสุดาวรรณได้ไปนั่งเก้าอี้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แบบสวยงาม มาดูรายละเอียดกันเลยดีกว่าครับ

โผ ครม.อนุทิน 2 เพื่อไทย 5 รมว.นิ่งแล้ว “สุดาวรรณ” ได้เก้าอี้ พม. “สมศักดิ์” หลุดโผ

จากรายงานของผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2567 โควตาของพรรคเพื่อไทยในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายใต้อนุทิน ชาญสมอน ได้รับการยืนยันแล้วในส่วนหลักๆ โดย 5 ชื่อเด่นที่จะได้เป็นรัฐมนตรีว่าการมีดังนี้ครับ เพื่อนๆ ลองดูกันว่ามีใครบ้าง และทำไมถึงเหมาะกับตำแหน่งนั้นๆ

  • นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เตรียมรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ชื่อนี้เหมาะมากเพราะมีประสบการณ์ด้านวิชาการและนวัตกรรมมาอย่างโชกโชน คาดว่าจะช่วยผลักดันนโยบายไทย 4.0 ได้ดี
  • นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคคนสำคัญ ได้ไปนั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สุริยะเป็นคนที่มีฐานในภาคเกษตร ถือเป็นตัวเลือกที่ลงตัวเพราะเข้าใจปัญหาชาวนาและเกษตรกรไทยเป็นอย่างดี
  • นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย คว้าเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จุลพันธ์มีวิสัยทัศน์ด้านแรงงานชัดเจน น่าจะช่วยแก้ปัญหาการว่างงานและยกระดับทักษะแรงงานไทยได้
  • นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้รับมอบหมายให้ดูแลกระทรวงศึกษาธิการ ประเสริฐเป็นนักการเมืองรุ่นเก๋า มีเครือข่ายในวงการศึกษา คาดว่าจะปฏิรูประบบเรียนการสอนให้ทันสมัยมากขึ้น
  • น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ก๊วนใหญ่นครราชสีมา สายโคราชแท้ๆ ได้นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ชื่อนี้มาแรงมาก ฐานมั่นคงในพื้นที่อีสาน ถือเป็นชัยชนะของกลุ่มโคราชในพรรคเพื่อไทย

ส่วนที่ทุกคนพูดถึงคือ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่เคยอยู่ในโผแต่หลุดออกไป สาเหตุน่าจะมาจากการพิจารณาสมดุลภายในพรรคและพันธมิตร ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้โผลงตัวที่สุดครับ

เก้าอี้ รมช.เพื่อไทย ยังไม่นิ่ง ที่ว่าง 3 ลุ้น 7 คน

สำหรับรัฐมนตรีช่วยที่เหลือ 3 เก้าอี้ จะกระจายไปที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2 ตำแหน่ง และกระทรวงศึกษาธิการ 1 ตำแหน่ง แต่ตอนนี้ยังไม่เคาะขั้นสุดท้าย มีชื่อในตะกร้าถึง 7 คนเลยทีเดียว แกนนำพรรคกำลังประชุมถกกันอยู่ครับ รายชื่อผู้ลุ้นมีดังนี้

  • นายพัฒนา สัพโส ส.ส.สกลนคร บ้านใหญ่สกลฯ ลูกสาวและภรรยาครองตำแหน่งใหญ่ในพื้นที่ ถือเป็นตัวเต็ง
  • นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส.เลย 2 สมัย คล่องแคล่ว ประสานงานเก่ง
  • นายศุภชัย นพขำ ส.ส.ปทุมธานี 2 สมัย สู้สุดใจแม้เจอคู่แข่งหนัก
  • น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ส.ส.เชียงราย 2 สมัย ยึดพื้นที่สีแดงได้ท่ามกลางการรุมเจาะ
  • นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค มือปราศรัยหลัก ปากแจ๋วสุดๆ
  • นายศึกษิษฐ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย โควตากลาง
  • น.ส.ธีราภา ไพโรหกุล อดีตรองเลขาฯ นายกฯ ฝ่ายการเมือง โควตากลางอีกคน

คาดว่าภายในไม่กี่วัน แกนนำพรรคจะเคาะชื่อสุดท้าย ใครจะรอดตาเขียวบ้างรอติดตามนะครับ

โดยรวมแล้ว โผ ครม.อนุทิน 2 เพื่อไทย 5 รมว.นิ่งแล้ว “สุดาวรรณ” ได้เก้าอี้ พม. “สมศักดิ์” หลุดโผ นี้สะท้อนกลยุทธ์ของพรรคเพื่อไทยที่ให้ความสำคัญกับ ส.ส.บ้านใหญ่และแกนนำหลัก เพื่อเสริมความมั่นคงให้รัฐบาลชุดใหม่ให้ทำงานได้อย่างราบรื่น ในมุมมองผมคิดว่านี่เป็นการจัดทีมที่สมดุลดี ช่วยให้ครอบคลุมทุกภาคส่วน ทั้งการศึกษา เกษตร แรงงาน และสังคม ถ้าทำงานได้จริง นโยบายประชาชนนำไทยจะไปได้สวยแน่นอน คุณคิดเห็นยังไงกับโผชุดนี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ! และอย่าลืมกดติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดแบบไม่พลาดนะ

ที่มา – โผ ครม.อนุทิน 2 เพื่อไทย 5 รมว.นิ่งแล้ว “สุดาวรรณ” ได้เก้าอี้ พม. “สมศักดิ์” หลุดโผ

“กังฟู” ลั่นพร้อมร่วมรัฐบาลแบบไร้เงื่อนไข

ในสถานการณ์การเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้ง “กังฟู” ลั่นพร้อมร่วมรัฐบาลแบบไร้เงื่อนไข กลายเป็นประเด็นที่หลายคนจับตามอง โดยนายวสวรรธน์ พวงพรศรี หรือที่รู้จักในชื่อ “กังฟู” หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนระหว่างเดินทางเข้ารายงานตัวที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 พรรคเล็กที่มี ส.ส. 6 เสียงจากบัญชีรายชื่อและเขตชายแดน พร้อมเติมพลังให้รัฐบาลใหม่หากได้รับการทาบทามอย่างเป็นทางการ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ แน่นอน

“กังฟู” ลั่นพร้อมร่วมรัฐบาลแบบไร้เงื่อนไข

การประกาศครั้งนี้ของ “กังฟู” ไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆ แต่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของพรรคไทรวมพลังที่เกิดจากฐานเสียงประชาชนชายแดนใต้ ซึ่งผ่านความยากลำบากมานับไม่ถ้วน “เราจะไม่วิ่งเข้าไปขอตำแหน่งเอง มารยาททางการเมืองต้องรอให้พรรคใหญ่สุดอย่างพรรคภูมิใจไทยทาบทามก่อน” กังฟูกล่าวอย่างหนักแน่น นโยบายของทั้งสองพรรคมีจุดร่วมกันหลายประการ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาชายแดนและเศรษฐกิจ หากร่วมมือกันจะทำให้เสียงของชาวชายแดนดังขึ้นในสภาได้แน่นอน

6 เสียงเล็กๆ แต่พลังเต็มเปี่ยม

แม้พรรคไทรวมพลังจะมี ส.ส. เพียง 6 เสียง แต่ “กังฟู” ลั่นพร้อมร่วมรัฐบาลแบบไร้เงื่อนไข โดยย้ำว่าพร้อมสนับสนุนในหลักการเพื่อผลประโยชน์ประชาชน ไม่เล่นตัวหากได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการ เสียงเหล่านี้จะช่วยเติมพลังให้รัฐบาลเข้มแข็ง เดินหน้าแก้ปัญหาเรื้อรังได้เร็วขึ้น เช่น การผลักดัน พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาล ที่ค้างอยู่ในสภาชุดก่อน รวมถึงร่าง พ.ร.บ.หนี้สิน ที่จะช่วยเหลือเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย

นอกจากนี้ พรรคยังมุ่งสะท้อนปัญหาท้องถิ่นในสภา โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนที่ยังเผชิญความท้าทายจากความขัดแย้ง การค้าชายแดน และผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันและสินค้าพุ่งสูง ชาวบ้านจำนวนมากยังลำบาก กังฟูเรียกร้องให้ ส.ส. ทั้ง 500 เสียงช่วยกันขับเคลื่อนวาระนี้ให้เป็นรูปธรรม

ปัญหาชายแดน: ต้องแก้ไขอย่างยั่งยืน

กังฟูแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา แม้ปัจจุบันจะนิ่งสงบ แต่ไม่ควรนิ่งนอนใจ หากฝั่งตรงข้ามมีการยั่วยุหรือเสริมกำลัง ทหารไทยก็ต้องตอบโต้ด้วยความแข็งแกร่งเช่นกัน “ปัญหานี้ไม่ได้แก้ได้ในวันสองวัน ต้องใช้แนวทางยั่งยืน ทั้งงบประมาณ ความมั่นคง และสวัสดิการครอบครัวทหารที่ยังค้างเงินเยียวยา” เขากล่าว พร้อมเชื่อมั่นในกองทัพไทยที่จะปกป้องชาติ

  • ผลักดัน พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาล เพื่อเกษตรกร
  • ร่าง พ.ร.บ.หนี้สิน ช่วยลดภาระประชาชน
  • แก้ปัญหาชายแดนแบบยั่งยืน รวมสวัสดิการทหาร
  • ประสานงานระหว่างพรรคเพื่อรัฐบาลเข้มแข็ง

การเคลื่อนไหวของพรรคไทรวมพลังครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าพรรคเล็กก็มีบทบาทสำคัญในเวทีการเมือง หากรัฐบาลใหม่ก่อตัว จะช่วยให้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การค้า และความมั่นคงเดินหน้าต่อเนื่อง โดยไม่ติดขัดจากเสียงข้างมากที่เปราะบาง

สุดท้าย “กังฟู” ลั่นพร้อมร่วมรัฐบาลแบบไร้เงื่อนไข ย้ำว่าพรรคพร้อมจับมือทุกฝ่ายเพื่อประชาชน ชาวชายแดนและคนไทยทั้งประเทศจะได้รับประโยชน์สูงสุด หากคุณสนใจติดตามพัฒนาการการเมืองล่าสุด แนะนำให้ติดตามข่าวสารจากเรา เพื่อไม่พลาดทุกมุมมองที่เป็นกลางและวิเคราะห์เชิงลึก

ที่มา – “กังฟู” ลั่นพร้อมร่วมรัฐบาลแบบไร้เงื่อนไข หากได้รับทาบทาม 6 เสียงพร้อมเติมพลังให้รัฐบาล

“ทวี” รับภูมิใจไทยต่อสายจีบร่วมรัฐบาล แทงกั๊กรอมติพรรค

ในวงการการเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้ง “ทวี” รับภูมิใจไทยต่อสายจีบร่วมรัฐบาล แทงกั๊กรอมติพรรค กลายเป็นประเด็นที่ทุกคนจับตา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้เปิดใจอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับกระแสข่าวลือที่ว่า พรรคภูมิใจไทยได้ส่งสัญญาณเชิญชวนให้เข้าร่วมรัฐบาลใหม่นี้

“ทวี” รับภูมิใจไทยต่อสายจีบร่วมรัฐบาล แทงกั๊กรอมติพรรค

วันที่ 6 มีนาคม 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ได้เดินทางเข้ารายงานตัวในฐานะ ส.ส. และให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงเรื่องนี้ โดยยอมรับตรงๆ ว่าพรรคภูมิใจไทยได้ประสานงานผ่านเลขาธิการพรรคมาจริง แต่พรรคประชาชาติซึ่งเป็นพรรคขนาดเล็ก จะไม่ตัดสินใจเด็ดขาดโดยตัวบุคคล ต้องรอให้มีมติพรรคอย่างเป็นทางการก่อน เบื้องต้น พรรคเห็นว่าการเข้าร่วมรัฐบาลไม่ได้ขัดหลักการใดๆ และพร้อมที่จะทำงานเพื่อประชาชนหากได้รับคำเชิญอย่างชัดเจน

ไม่มีปมแค้นเก่าเรื่อง “เขากระโดง”

หนึ่งในประเด็นที่หลายคนสงสัยคือ ความขัดแย้งในอดีต โดยเฉพาะกรณีที่ พ.ต.อ.ทวี เคยตรวจสอบคดีฮั้วประมูล สว. และที่ดินเขากระโดงที่เกี่ยวข้องกับแกนนำพรรคภูมิใจไทย ทวีชี้แจงชัดเจนว่า ไม่มีปัญหาส่วนตัวใดๆ ทุกอย่างเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายในขณะนั้นเท่านั้น สำหรับการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น ถือเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 124 ที่ไม่มีใครครอบงำได้ ที่ผ่านมาเคยร่วมงานกันมาก็มีความสนิทสนมเป็นธรรมดา แต่หากมีเรื่องทุจริตหรือแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม พรรคประชาชาติยอมรับไม่ได้เด็ดขาด

บทบาทฝ่ายค้านสำคัญกว่ารัฐบาลในรัฐธรรมนูญฉบับนี้

พ.ต.อ.ทวียังให้มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับโครงสร้างรัฐธรรมนูญปัจจุบัน โดยระบุว่า “บทบาทฝ่ายค้านสำคัญกว่ารัฐบาล” เพราะใช้เสียง ส.ส. เพียง 1 ใน 10 ก็สามารถยื่นตรวจสอบจริยธรรม จนนำไปสู่การถอดถอนนายกรัฐมนตรีได้ ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจเสียอีก จุดยืนหลักของพรรคประชาชาติยังคงยึดมั่นในการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน ตามที่หาเสียงไว้กับประชาชน

สถานการณ์การเมืองไทยหลังเลือกตั้งกำลังเข้าสู่โหมดจัดตั้งรัฐบาล พรรคขนาดเล็กอย่างประชาชาติกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจ การที่ “ทวี” รับภูมิใจไทยต่อสายจีบร่วมรัฐบาล แทงกั๊กรอมติพรรค แสดงให้เห็นถึงความรอบคอบและยึดหลักประชาธิปไตยของพรรค หากมติพรรคออกมาเป็นบวก อาจส่งผลให้สมการรัฐบาลเปลี่ยนแปลงไปทันที

นอกจากนี้ พรรคประชาชาติภายใต้การนำของ พ.ต.อ.ทวี มีฐานเสียงที่แข็งแกร่งในภาคอีสานและภาคเหนือ โดยเฉพาะกลุ่มที่รังเกียจการทุจริต การตัดสินใจครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่สะท้อนนโยบายหลักของพรรคในการทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

  • รอ มติพรรคอย่างเป็นทางการก่อนตัดสินใจ
  • ยืนยันไม่มีแค้นส่วนตัวกับพรรคภูมิใจไทย
  • บทบาทฝ่ายค้านมีพลังตรวจสอบสูงในรัฐธรรมนูญใหม่
  • ยึดมั่นต่อต้านคอร์รัปชันเป็นหลัก

สำหรับพรรคภูมิใจไทยที่นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล ก็กำลังเร่งหาพันธมิตรเพื่อขยายฐานเสียงในรัฐบาล การต่อสายจีบพรรคเล็กๆ อย่างนี้เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด แต่สุดท้ายแล้ว การตัดสินใจของ “ทวี” จะเป็นตัวกำหนดทิศทาง

ผู้ติดตามการเมืองควรจับตาการประชุมพรรคประชาชาติในช่วงสัปดาห์หน้า เพราะอาจมีเซอร์ไพรส์ที่เปลี่ยนเกมการเมืองทั้งประเทศได้ ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวแบบนี้ช่วยเสริมสร้างความโปร่งใสในระบบพรรคการเมืองไทยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจของพรรคประชาชาติ? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวสารการเมืองล่าสุด!

ที่มา – “ทวี” รับภูมิใจไทยต่อสายจีบร่วมรัฐบาล แทงกั๊กรอมติพรรค

“เสรีพิศุทธ์” ซัดภูมิใจไทย ไร้มารยาท ไม่โหวต “อนุทิน”

“เสรีพิศุทธ์” ซัดภูมิใจไทย ไร้มารยาท เอาชื่อไปรวมเป็นเสียงรัฐบาล ย้ำไม่โหวตให้ “อนุทิน” เป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยช่วงนี้เลยนะครับ หลังจากที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ออกมาแฉแบบจัดเต็ม ระหว่างเดินทางเข้ารายงานตัวที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2567 บอกเลยว่าคำพูดของท่านแรงกล้ามาก โดยเฉพาะการตำหนิพรรคภูมิใจไทยว่าขาดมารยาทสุดๆ ที่เอาชื่อพรรคตัวเองไปรวมเสียงตั้งรัฐบาลทั้งที่ยังไม่เคยคุยกันจริงจัง

“เสรีพิศุทธ์” ซัดภูมิใจไทย ไร้มารยาท เอาชื่อไปรวมเป็นเสียงรัฐบาล

ก่อนอื่นต้องย้อนบริบทกันหน่อยครับ หลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) รอบล่าสุด พรรคเล็กๆ อย่างเสรีรวมไทยของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็กลายเป็นที่จับตามอง เพราะมี ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ และท่านยังประกาศชัดว่าจะไม่เกี่ยงงอน เข้ารายงานตัวหลังห่างสภาไป 2 ปีเต็ม เพื่อให้คนอื่นได้ทำงานแทน แต่คราวนี้กลับมาพร้อมกระสุนแรงๆ เลย

ท่านเล่าว่า พรรคภูมิใจไทยที่ได้ ส.ส. กว่า 190 เสียง คิดจะตั้งรัฐบาลใหญ่โต ต้องเอาพรรคเพื่อไทย 70 กว่าเสียงมารวมเป็น 200+ เสียง แต่ยังไม่พอ ต้องดึงพรรคเล็กพรรคน้อย 1 2 3 4 5 เข้ามาให้ครบ 300 เสียง เพื่อบีบพรรคอื่นๆ ให้ยอมตาม โดยเอาชื่อพรรคเสรีรวมไทยไปรวมด้วยแบบไม่มีมารยาท “คนอย่างนี้พอได้ 190 กว่า ก็คิดว่าจะต้องจัดรัฐบาล ต้องบริหารประเทศให้ได้ จะเป็นนายกรัฐมนตรีให้ได้” ท่านเหน็บแบบ辛辣เลยครับ

ย้ำไม่โหวตให้ “อนุทิน” และเปรียบเทียบพรรคเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังย้ำชัดเจนว่าจะไม่โหวตให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคภูมิใจไทยเด็ดขาด! แต่ก็ไม่บอกว่าจะเลือกใครนะครับ ทำเอาแฟนข่าวต้องรอฟังต่อ ท่านยังเหน็บ พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ พรรคน้องใหม่ที่เคยประกาศกร้าวว่าจะปราบโกง ใครโกงประหารชีวิต แต่ดันไปมอบตัวร่วมกับคนโกงซะแล้ว “ไปร่วมกับคนโกงไม่ได้หรอก” คำพูดนี้สะท้อน mindset ชัดเจน

ส่วนเรื่องที่ท่านกำลังผลักดัน คือการยื่นหนังสือต่อศาลฎีกา ขอให้ตั้งองค์คณะผู้พิพากษาไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีกลุ่มบุคคลถวายฎีกาพระราชทานอภัยโทษให้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยอ้างว่าฝ่าฝืนกฎหมายชัดๆ จากคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ ที่สั่งจำคุกกรณีรักษาตัวชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ

ท่านยังหยิบยกประเด็น “ตั๋วช้าง” การแต่งตั้งตำรวจแบบพิเศษ โดยเฉพาะ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล จากสารวัตรก้าว跳เป็น ผบ.ตร. ซึ่งเชื่อมโยงกับกระบวนการพานายทักษิณกลับไทย มีผลประโยชน์ทับซ้อน ก่อนหน้านี้ท่านยื่น ป.ป.ช. ตรวจสอบนายทักษิณ, นายวิษณุ เครืองาม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์, นายเศรษฐา ทวีสิน แล้ว วันนี้ขยับไปศาลฎีกา เรียกนายวิษณุกับนายทักษิณมาไต่สวน ถ้าผิดมีโทษจำคุก!

ท่านย้ำว่า “ละเมิดอำนาจพระมหากษัตริย์” ในฐานะอดีต ผบ.ตร. และผู้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ต้องปกป้องสถาบันฯ ไม่ให้ใครมาแสวงหาประโยชน์

คุณสมบัติแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคใหญ่ๆ

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังไล่เรียงคุณสมบัติแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคที่มี ส.ส. เกิน 20 เสียง ดังนี้

  • พรรคเพื่อไทย: นายแพทองธาร ชินวัตร – ลูกสาวทักษิณ ฐานะทายาทการเมือง
  • พรรคภูมิใจไทย: นายอนุทิน ชาญวีรกูล – ประสบการณ์รัฐมนตรีสาธารณสุข
  • พรรคพลังประชารัฐ: พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ – อดีตรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง
  • พรรคประชาชน: นายณัฐพงศ์ รุ่งเรืองเดชาภรณ์ – ส.ส. นายกฯ คนใหม่?

ท่านบอกว่ามีเสียงเดียวก็จะผลักดันกฎหมายสร้างความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม แม้จะยาก แต่ไม่ยอมแพ้

ประเด็นนี้แสดงให้เห็นถึงความแตกแยกในหมู่พรรคเล็ก ที่ไม่อยากถูกบีบให้เข้าร่วมรัฐบาลแบบไร้เงื่อนไข การเมืองไทยหลังเลือกตั้งยังคงเข้มข้น ลุ้นกันยาวๆ ครับ คุณคิดอย่างไรกับท่าทีของเสรีพิศุทธ์? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย หรือติดตามอัปเดตข่าวการเมืองเพิ่มเติมที่นี่!

ที่มา – “เสรีพิศุทธ์” ซัดภูมิใจไทย ไร้มารยาท เอาชื่อไปรวมเป็นเสียงรัฐบาล ย้ำไม่โหวตให้ “อนุทิน”

“อนุทิน” นำทัพ สส.ภูมิใจไทย รายงานตัวสภาฯ

วันนี้เรามาพูดถึงเหตุการณ์สุดคึกคักที่รัฐสภา เมื่อ“อนุทิน” นำทัพ สส.ภูมิใจไทย รายงานตัวสภาฯกันแบบเต็มสูบเลยนะครับ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เพราะเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 หลังการเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งปัจจุบันเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการและรมว.มหาดไทย เดินทางมาถึงก่อนเวลา แถมยังแวะช้อปปิ้งเสื้อผ้าที่บูธรอบสระมรกต ซื้อเสื้อกล้าม 2 ตัว เชิ้ตแขนสั้นยาวอย่างละตัว ยังถามพ่อค้าแม่ค้าว่า “รอโครงการคนละครึ่งอยู่ใช่ไหม” แบบเป็นกันเองสุดๆ

“อนุทิน” นำทัพ สส.ภูมิใจไทย รายงานตัวสภาฯ

เวลา 13.30 น. วันที่ 5 มีนาคม 2569 สส.พรรคภูมิใจไทยคณะใหญ่เดินทางมาถึงด้วยรถบัส 6 คัน นำทีมโดยนายอนุทิน ทุกคนตั้งแถวเดินขบวนลงบันไดเลื่อนไปชั้น B1 เพื่อรายงานตัวรับบัตรสส.ใหม่ หลังจากนั้น อนุทินยิ้มแย้ม ชูบัตรประจำตัวให้สื่อเห็น ก่อนรีบไปประชุมที่ทำเนียบ บรรยากาศอบอุ่น เหมือนครอบครัวใหญ่รวมตัวกัน

ยังไม่คุยตำแหน่งประธานสภา ชื่อโสภณ ซารัมย์โดด?

ต่อมาเวลา 14.00 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์เรื่องวันเปิดสภาเลือกประธานสภา ย้ำว่าขึ้นกับพระราชโองการ เลขาฯสภาแจ้งข้อมูลแล้ว รัฐบาลพร้อมช่วยเหลือเต็มที่ แต่ไทม์ไลน์ยังพูดไม่ได้ พอถามเรื่องพรรคคุยตำแหน่งประธานสภา บอกว่ายังไม่ได้คุย วันที่ 8 มี.ค. จะมีสัมมนา สส.ปฐมนิเทศให้รู้จักกันก่อน เพราะบางคนเพิ่งเจอหน้า

ชื่อนายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ ถูกหยิบยกมา บอกว่าทุกคนมีความเหมาะสม ไม่ปิดกั้นใครเลยครับ

ดีลพรรคร่วมรัฐบาล ถึงเวลาก็ชัดเจนเอง

เรื่องร้อนสุดคือดีลพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อ“อนุทิน” นำทัพ สส.ภูมิใจไทย รายงานตัวสภาฯแล้ว เผยว่า “เมื่อถึงเวลาอันสมควร มันก็ชัดเจนเอง ตามความเหมาะสม” ไม่ตอบตรงๆ ว่าพรรคกล้าธรรมจะร่วมหรือไม่ เดินขึ้นรถทันที สไตล์นักการเมืองตัวจริง!

ส่วนรัฐบาลรักษาการ บอกว่าทำงานปกติได้ แม้มีวิกฤตตะวันออกกลาง ไม่รีบร้อน เพราะมีรัฐธรรมนูญกำหนดขั้นตอนชัดเจน ใครเป็นนายกฯ ก็ต้องเร่งทำงานไม่ให้บ้านเมืองเสียหาย

  • อนุทินมาถึงก่อนเวลา ช้อปเสื้อผ้าเป็นกันเอง
  • สส.ภูมิใจไทยมาเป็นขบวนรถบัส 6 คัน
  • ยังไม่คุยประธานสภา รอสัมมนา 8 มี.ค.
  • ชื่อโสภณเหมาะสม แต่ทุกคนก็เหมาะ
  • ดีลพรรคร่วมรอเวลาชัดเจน ไม่ตอบพรรคกล้าธรรม

เหตุการณ์นี้สะท้อนภาพการเมืองไทยที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว หลังเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยดูมั่นใจเต็มเปี่ยม นำโดยอนุทินที่เป็นตัวชี้วัดสำคัญ หากดีลพรรคร่วมออกมา คงมีเซอร์ไพรส์แน่ๆ

จากมุมมองผม สถานการณ์ตอนนี้เหมือนหมากรุกใหญ่ อนุทินเล่นเกมรอจังหวะได้ดี รัฐบาลใหม่ใกล้แล้ว แต่ต้องรอขั้นตอนกฎหมาย อย่าลืมติดตามต่อนะครับ เพราะอาจมีอัพเดทใหญ่!

คุณคิดว่าพรรคไหนจะร่วมรัฐบาล? คอมเมนต์บอกกันหน่อยสิ!

ที่มา – “อนุทิน” นำทัพ สส.ภูมิใจไทย รายงานตัวสภาฯ บอกดีลพรรคร่วมรัฐบาล ถึงเวลาก็ชัดเจนเอง

Scroll to top