จันทรุปราคา

เปิดภาพชัดๆ จันทรุปราคาเต็มดวง สีแดงอิฐ รอ 2 ปี

คุณพลาดการชม จันทรุปราคาเต็มดวง สีแดงอิฐสุดตระการตาไปหรือเปล่า? ไม่ต้องเสียใจนะ เพราะเรามีภาพชัดๆ มาฝาก พร้อมบอกเลยว่าครั้งถัดไปต้องรออีก 2 ปีข้างหน้า! ปรากฏการณ์ธรรมชาติสุดมหัศจรรย์นี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 ตรงกับวันมาฆบูชา ทำให้หลายคนตื่นเต้นสุดๆ ไปดูกันเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

จันทรุปราคาเต็มดวง คืออะไร และเกิดขึ้นเมื่อไหร่

จันทรุปราคาเต็มดวง เกิดเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนเข้าสู่เงามืดของโลกทั้งดวง ทำให้ดวงจันทร์ดูเหมือนถูกกลืนกิน แล้วกลายเป็นสีแดงอิฐสวยงาม เพราะแสงอาทิตย์ที่โค้งงอผ่านชั้นบรรยากาศโลก สร้างสีแดงแบบพระอาทิตย์ตกดินนั่นเอง ครั้งนี้เริ่มตั้งแต่เวลา 15.44 น. ตามเวลาประเทศไทย

  • 15.44 น.: ดวงจันทร์เข้าสู่เงามัว
  • 16.50 น.: เริ่มจันทรุปราคาบางส่วน
  • 18.04 น.: เข้าสู่จันทรุปราคาเต็มดวง สีแดงอิฐเต็มๆ
  • 18.23-19.02 น.: ชมได้ในไทยหลังดวงจันทร์ขึ้น
  • 20.17 น.: ออกเป็นบางส่วน
  • 21.23 น.: สิ้นสุด

แม้หลายพื้นที่จะมีเมฆและฝุ่น แต่ก็มีภาพชัดเจนจากทั่วโลก!

สถานที่ชมจันทรุปราคาเต็มดวงในไทย

ในประเทศไทย สามารถเห็นได้หลายจังหวัด โดยเฉพาะช่วงสีแดงอิฐชัดเจนที่ ขอนแก่น, สงขลา, ลพบุรี, พิษณุโลก, สุโขทัย, อ่างทอง, ชลบุรี, เพชรบุรี, นนทบุรี, กรุงเทพฯ บางจุด จังหวัดอื่นๆ ชมบางส่วนก็ยังตื่นเต้นไม่แพ้กัน ทั่วโลกเห็นได้ตั้งแต่ยุโรปตะวันออก เอเชีย ออสเตรเลีย อเมริกาทั้งสอง มหาสมุทรใหญ่ๆ และขั้วโลก

กิจกรรมสุดคึกคักจาก NARIT

ที่จุดสังเกตหลัก 5 แห่งของ NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ มีคนมาร่วมเพียบตั้งแต่เย็นยันดึก! นอกจาก จันทรุปราคาเต็มดวง แล้ว ยังส่องดาวพฤหัสบดีและ Great Red Spot ชัดเป๊ะ บรรยากาศอบอุ่น เหมือนเทศกาลท้องฟ้าเลยทีเดียว แฟนเพจ NARIT โพสต์ภาพสวยๆ ไว้เพียบ ลองไปส่องดูนะ

รู้ไหมว่าทำไมสีถึงแดงอิฐ? เพราะฝุ่นและเมฆกรองแสงสีน้ำเงินออก เหลือแต่แดงส้ม มันเป็นโอกาสทองสำหรับนักดาราศาสตร์และคนรักท้องฟ้าเลย

จันทรุปราคาเต็มดวง ครั้งถัดไปเมื่อไหร่ เช็กเลย!

ครั้งหน้าในไทยคือคืนข้ามปี 31 ธันวาคม 2571 ถึง 1 มกราคม 2572 รออีก 2 ปีเท่านั้น! เตรียมกล้อง เตรียมที่เที่ยว ชวนเพื่อนๆ มาชมกัน อย่าพลาดนะ เพราะมันเกิดไม่บ่อยๆ

นี่คือเหตุผลที่เราควรหันมองท้องฟ้ากันบ่อยๆ สร้างความทรงจำดีๆ กับครอบครัว ถ้าคุณเคยเห็นมาแล้ว แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์เลย! หรือติดตาม NARIT เพื่ออัปเดตปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ครั้งต่อไป ตอนนี้ลองวางแผนเที่ยวชมดาวฤกษ์ใกล้ๆ บ้านก่อนก็ดีนะ

เคล็ดลับชมจันทรุปราคา:

  • เลือกจุดโล่ง มองเห็นขอบฟ้าตะวันออก
  • เช็คพยากรณ์อากาศ
  • ใช้แว่นหรือกล้องถ้าจำเป็น (แต่ตาเปล่าก็เห็นชัด)
  • ถ่ายรูปด้วยโทรศัพท์มือถือวางบนขาตั้ง

ปรากฏการณ์แบบนี้เตือนใจว่าโลกเราน่าทึ่งแค่ไหน อย่าลืมชวนคนใกล้ชิดมาดูครั้งหน้า!

ที่มา – เปิดภาพชัดๆ “จันทรุปราคาเต็มดวง” สีแดงอิฐ ชมครั้งถัดไปอีก 2 ปีข้างหน้า เช็กเลยตรงกับวันไหน

ชมสด จันทรุปราคาเต็มดวง สีแดงอิฐนาน 39 นาที

คุณพร้อมที่จะตื่นตากับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติสุดมหัศจรรย์หรือยัง? จันทรุปราคาเต็มดวง กำลังมาเยือนในวันมาฆบูชา วันที่ 3 มีนาคม 2569 ครั้งนี้พิเศษเพราะดวงจันทร์จะกลายเป็นสีแดงอิฐสวยงามนานถึง 39 นาที! ถ้าคุณเป็นคนชอบดูดาวหรือแค่อยากเห็นอะไรใหม่ๆ ก็ห้ามพลาดเด็ดขาดนะ

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) จะถ่ายทอดสดให้เราชมผ่านเฟซบุ๊กเพจของพวกเขา เริ่มตั้งแต่เวลา 15.44 น. จนถึง 21.23 น. ตามเวลาประเทศไทย แต่สำหรับคนในไทยอย่างเราๆ จะเริ่มเห็นได้ชัดเจนตอนดวงจันทร์โผล่พ้นขอบฟ้าทิศตะวันออก เวลาประมาณ 18.23 น. เป็นต้นไป พอดีกับช่วงคราสเต็มดวงเลย ทำให้เห็น จันทรุปราคาเต็มดวง สีแดงอิฐตั้งแต่ขึ้นจนถึง 19.02 น. รวม 39 นาทีเต็มๆ จากนั้นจะค่อยๆ กลายเป็นคราสบางส่วนและเงามัว จนปรากฏการณ์สิ้นสุด มองได้ด้วยตาเปล่าทั่วประเทศ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษด้วย!

จันทรุปราคาเต็มดวง

จันทรุปราคาเต็มดวง คืออะไรกันแน่? มันเกิดขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์เรียงตัวกันตรงแนวเดียว โดยโลกอยู่ตรงกลาง บังแสงอาทิตย์ไม่ให้ไปถึงดวงจันทร์ ทำให้ดวงจันทร์ค่อยๆ เข้าไปในเงามืดของโลก จนเต็มดวง แล้วค่อยๆ ออกมา เกิดเฉพาะวันพระข้างขึ้น 14-15 ค่ำ หรือวันจันทร์เต็มดวงเท่านั้น ในสมัยโบราณคนไทยเรียกว่ารา “ราหูอมจันทร์” น่าขนลุกแต่สวยมาก!

ทำไมดวงจันทร์ถึงเป็นสีแดงอิฐ?

สีแดงอิฐที่เห็นใน จันทรุปราคาเต็มดวง มาจากปรากฏการณ์กระเจิงแสงของ Rayleigh คล้ายพระอาทิตย์ตก แสงสีน้ำเงินถูกกรองออก เหลือแสงสีแดงส้มทะลุผ่านชั้นบรรยากาศโลกไปตกกระทบดวงจันทร์ ทำให้ดูเหมือนดวงจันทร์เลือดหรือดวงจันทร์หมาป่าในตำนานตะวันตก สวยงามและลึกลับสุดๆ

แต่ทำไม จันทรุปราคาเต็มดวง ไม่เกิดทุกเดือนล่ะ? เพราะวงโคจรดวงจันทร์เอียงกับวงโคจรโลกประมาณ 5 องศา ดวงจันทร์เลยผ่านเงาโลกไม่ทุกครั้ง ปีละ 2-3 ครั้งเท่านั้น ถือเป็นโอกาสทองสำหรับนักดาราศาสตร์และคนรักฟ้า

วิธีเตรียมตัวชมจันทรุปราคาเต็มดวง

เพื่อให้ได้ภาพสวยๆ ลองเตรียมตัวดังนี้:

  • หาที่โล่งแจ้ง ทิศตะวันออก ไม่มีต้นไม้หรือตึกบัง
  • ใช้ตาเปล่าหรือกล้องโทรศัพท์ถ่ายได้ (อย่าลืมขาตั้ง)
  • เช็คสภาพอากาศให้แจ่มใส
  • ติดตามไลฟ์สด NARIT บนเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ
  • ชวนเพื่อนครอบครัวมาดูด้วยกัน สร้างความทรงจำดีๆ

นอกจากนี้ ปรากฏการณ์นี้ยังเป็นโอกาสดีให้เด็กๆ เรียนรู้วิทยาศาสตร์ ลองอธิบายให้ฟังว่าทำไมโลกถึงบังดวงจันทร์ได้ จะช่วยจุดประกายความสนใจในดาราศาสตร์ได้เยอะเลย

ในอดีต จันทรุปราคาเต็มดวงเคยเกิดหลายครั้ง เช่น ปี 2563 หรือ 2566 แต่ครั้งนี้ตรงวันมาฆบูชา ยิ่งมีความหมายทางวัฒนธรรมด้วย ราหูอมจันทร์ในคติไทยบ่งบอกถึงการต่อสู้ของพลังมืดกับแสงสว่าง สุดยอดไปเลย

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าปรากฏการณ์ธรรมชาติแบบนี้เตือนใจเราว่าโลกนี้ยังมีสิ่งมหัศจรรย์มากมายรอให้ค้นหา อย่าลืมมองขึ้นฟ้าบ่อยๆ นะ อย่าพลาด จันทรุปราคาเต็มดวง ครั้งนี้ ลองถ่ายรูปแชร์กันในโซเชียล แล้วแท็ก NARIT ด้วยสิ!

ที่มา – ชมสด “จันทรุปราคาเต็มดวง” ปรากฏการณ์ “ดวงจันทร์สีแดงอิฐ” นาน 39 นาที

ดูจันทรุปราคาเต็มดวง หัวค่ำวันนี้ 3 มี.ค. 9 ทริก

หัวค่ำวันนี้ 3 มีนาคม 2569 ค่ำคืนนี้เป็นคืนที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนรักดาราศาสตร์ เพราะจะเกิดปรากฏการณ์ ดูจันทรุปราคาเต็มดวง หัวค่ำวันนี้ 3 มี.ค. ขึ้น ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชาอีกด้วย สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ได้โพสต์แจ้งเตือนและแนะนำ 9 ทริก สุดเด็ดที่จะช่วยให้คุณไม่พลาดช่วงเวลาสำคัญนี้ ปรากฏการณ์จะเริ่มตั้งแต่ 15.44 น. จนถึง 21.23 น. แต่สำหรับคนในไทยจะเริ่มเห็นได้ตั้งแต่ 18.23 น. เป็นต้นไป เมื่อดวงจันทร์โผล่พ้นขอบฟ้า

จันทรุปราคาเต็มดวงคืออะไร? คือช่วงที่ดวงจันทร์เข้าสู่เงามืดของโลกแบบเต็มๆ ทำให้ดวงจันทร์ถูกบดบังทั้งดวง แต่แทนที่จะมืดสนิท ดวงจันทร์จะเปลี่ยนเป็นสีแดงอิฐสวยงาม เพราะแสงอาทิตย์ที่กรองผ่านชั้นบรรยากาศโลก สร้างภาพที่โรแมนติกและน่าตื่นตะลึง เหตุการณ์นี้เกิดไม่บ่อย โดยครั้งนี้ในไทยจะเห็นดวงจันทร์สีแดงนาน 39 นาที (18.23-19.02 น.) ถ้าพลาดต้องรออีก 2 ปีถึง 31 ธ.ค. 2571

ดูจันทรุปราคาเต็มดวง หัวค่ำวันนี้ 3 มี.ค. อย่าพลาด 9 ทริกสำคัญ

เพื่อให้คุณเตรียมตัวให้พร้อม NARIT แนะนำทริกเหล่านี้ ช่วยให้การชม ดูจันทรุปราคาเต็มดวง หัวค่ำวันนี้ 3 มี.ค. สมบูรณ์แบบที่สุด

ทริกที่ 1: เช็กเวลาให้แม่นยำ เริ่ม 18.23 น.

  1. เช็กเวลาให้แม่น: เวลาสำคัญคือ 18.23 น. ที่ดวงจันทร์จะโผล่จากขอบฟ้าในไทย ตั้งนาฬิกาเตือนล่วงหน้า 15-30 นาที เพื่อไม่ให้พลาดวินาทีแรกๆ ของคราสเต็มดวง
  2. มองทิศตะวันออก: ดวงจันทร์จะขึ้นทางทิศตะวันออก ช่วงนั้นเป็นคราสเต็มดวงพอดี สีแดงอิฐชัดเจน มองด้วยตาเปล่าได้สบาย ใช้แอปแผนที่ช่วยหาทิศทาง
  3. สีแดงอิฐนาน 39 นาที: ช่วง 18.23-19.02 น. เท่านั้น ชมให้เต็มอิ่มเพราะเวลาสั้นมาก
  4. ที่สูงได้เปรียบ: ขึ้นดาดฟ้า เนินเขา หรือจุดชมวิวที่โล่ง มองขอบฟ้าตะวันออกชัด เพราะดวงจันทร์ต่ำมาก
  5. ที่โล่งในที่ราบ: ถ้าอยู่ที่ราบ ไปทุ่งนา ริมทะเล หรือสนามกว้าง หลีกเลี่ยงต้นไม้ ตึกสูง ชั้นบรรยากาศหนาจะบดบัง
  6. ตาเปล่าพอ หรือใช้กล้องเสริม: มองตาเปล่าเห็นชัด แต่กล้องสองตาหรือกล้องโทรทรรศน์จะเห็นพื้นผิวดวงจันทร์ชัดเจนยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับถ่ายรูป
  7. ดูออนไลน์ได้: ถ้าฝนตกหรือเมฆมาก ชมไลฟ์สดจากเพจ NARIT ตั้งแต่ 17.00 น. สะดวกสบาย
  8. ดูต่อหลังคราสเต็ม: หลัง 19.02 น. เป็นคราสบางส่วน (19.02-20.17 น.) ดวงจันทร์เว้าแหว่ง ตามด้วยเงามัว (20.17-21.23 น.) ที่สังเกตยากกว่า
  9. พลาดรอ 2 ปี: ครั้งหน้าคือ 31 ธ.ค. 2571 เท่านั้น อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดมือ

นอกจากนี้ ยังมีเคล็ดลับเพิ่มเติม เช่น เช็กพยากรณ์อากาศให้ท้องฟ้าแจ่มใส เตรียมเสื้อกันหนาวเพราะค่ำคืนเย็นสบาย และใช้ขาตั้งกล้องถ้าจะถ่ายวิดีโอหรือภาพถ่ายไทม์แลปส์ ปรากฏการณ์นี้ไม่เพียงสวยงาม แต่ยังเป็นโอกาสเรียนรู้จักจักรวาล

ประโยชน์ของการดูจันทรุปราคาเต็มดวง

การชมจันทรุปราคาเต็มดวง ไม่ใช่แค่งานอดิเรก แต่ช่วยให้เข้าใจการเคลื่อนที่ของโลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ดีขึ้น เป็นกิจกรรมครอบครัวที่สร้างความผูกพัน ลองเชิญเพื่อนฝูงมาร่วม แล้วบันทึกโมเมนต์สุดพิเศษนี้

สุดท้าย อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมและไปชม ดูจันทรุปราคาเต็มดวง หัวค่ำวันนี้ 3 มี.ค. กันเลย! ถ้าชมแล้วสวยแค่ไหน แชร์ภาพและประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างนี้ด้วยนะ เราไม่อยากให้ใครพลาดปรากฏการณ์หายากแบบนี้ มันคือของขวัญจากฟากฟ้า!

ที่มา – ดูจันทรุปราคาเต็มดวง หัวค่ำวันนี้ 3 มี.ค. แนะ 9 ทริกช่วยให้ไม่พลาดช่วงเวลาสำคัญ

จันทรุปราคาเต็มดวง คืนวันมาฆบูชา 3 มี.ค. 2569

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวดาราศาสตร์สมัครเล่นทุกคน! วันนี้เรามาพูดถึงเหตุการณ์สุดพิเศษที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยๆ นะ นั่นคือ จันทรุปราคาเต็มดวง คืนวันมาฆบูชา 3 มีนาคม 2569 ถ้าพลาดครั้งนี้ไป ต้องรออีกเกือบ 2 ปีเลยล่ะ! ใครที่ชอบมองท้องฟ้ายามค่ำคืน ห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะดวงจันทร์จะกลายเป็นสีแดงอิฐสวยงาม เหมือนเลือดไหลงั้นแหละ ชวนให้ตื่นตาตื่นใจสุดๆ

จันทรุปราคาเต็มดวง คืนวันมาฆบูชา 3 มีนาคม 2569

ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์เรียงตัวกันตรงแนว โดยโลกอยู่ตรงกลาง บังแสงอาทิตย์ไม่ให้ไปถึงดวงจันทร์ ทำให้เรามองเห็นเงาของโลกทับดวงจันทร์เต็มๆ สีแดงที่เห็นนั้นเกิดจากแสงอาทิตย์ที่กรองผ่านชั้นบรรยากาศโลก ทำให้แสงสีน้ำเงินกระเจิงไป เหลือแต่สีแดงส้มสวยงาม คนไทยโบราณเรียกว่าราหูอมจันทร์ น่ากลัวแต่จริงๆ แล้วโรแมนติกมาก!

บังเอิญสุดๆ เลยที่ จันทรุปราคาเต็มดวง คืนวันมาฆบูชา 3 มีนาคม 2569 ตรงกับวันสำคัญทางพุทธศาสนา ทำให้เป็นคืนที่ทั้งสวยและมีความหมาย เหมือนฟ้าประกาศเตือนให้เราทบทวนตัวเอง หลังจากนั้นต้องรอไปถึงคืนข้ามปี 31 ธ.ค. 2571 – 1 ม.ค. 2572 เลยนะ เกือบ 2 ปีเต็ม!

เวลาสังเกตการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง คืนวันมาฆบูชา 3 มีนาคม 2569

ในประเทศไทย สามารถดูได้ด้วยตาเปล่าเลย ไม่ต้องใช้อุปกรณ์แพงๆ เริ่มตั้งแต่ดวงจันทร์โผล่พ้นขอบฟ้า เวลาประมาณ 18:23 น. จันทร์จะเป็นสีแดงอิฐเต็มดวงนานถึง 39 นาที จนถึง 19:02 น. แล้วค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ ปรากฏการณ์ทั้งหมดจาก 15:44 – 21:23 น. (เวลากรุงเทพ) สถานที่แนะนำคือพื้นที่โล่ง มองเห็นทิศตะวันออก เช่น ทุ่งนา ชายหาด หรือดาดฟ้าสูงๆ

ทำไมจันทรุปราคาเต็มดวง คืนวันมาฆบูชา 3 มีนาคม 2569 ถึงหายาก?

แม้ดวงจันทร์เต็มดวงทุกเดือน แต่จันทรุปราคาเกิดไม่ทุกครั้ง เพราะวงโคจรดวงจันทร์เอียง 5 องศากับโลก ทำให้บางเดือนผ่านเหนือหรือใต้เงาโลกไปเฉยๆ โดยเฉลี่ยเกิดปีละ 2 ครั้ง แต่เต็มดวงแบบนี้ยิ่งน้อย สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) คำนวณไว้แม่นยำ สามารถเช็คได้จากเว็บไซต์ของเขา

  • เตรียมตัวยังไง: หาสถานที่มืดๆ หลีกเลี่ยงแสงเมือง
  • อุปกรณ์: กล้องถ่ายรูปหรือโทรศัพท์ดีๆ พร้อมขาตั้ง
  • อากาศ: เช็คพยากรณ์ ฟ้าต้องแจ่มใส
  • ครอบครัว: ชวนคนใกล้ชิดมาดูด้วย สร้างความทรงจำ
  • แอพช่วย: ดาวน์โหลด Stellarium หรือ SkySafari

นอกจากนี้ ยังมีเกร็ดน่ารู้ เช่น ในบางวัฒนธรรมเชื่อว่าเป็นลางบอกเหตุ แต่ทางวิทยาศาสตร์คือปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สวยงาม ลองนึกภาพดวงจันทร์แดงฉานลอยเด่นบนท้องฟ้า คืนนั้นจะเป็นคืนที่คุณลืมไม่ลงแน่นอน

ส่วนตัวผมคิดว่านี่คือโอกาสทองในการเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กับวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะวันมาฆบูชาที่เน้นการเว้นร้าย ทำดี หลังดูจันทรุปราคา ลองทำบุญสักหน่อยนะ สร้างพลังบวกให้ตัวเอง

เรียกตัวจริง! อย่าลืมตั้งนาฬิกาปลุก 18:00 น. วันที่ 3 มี.ค. 2569 แล้วออกไปชม จันทรุปราคาเต็มดวง คืนวันมาฆบูชา 3 มีนาคม 2569 กันเถอะ แชร์รูปสวยๆ มาให้ดูด้วยนะ!

ที่มา – จันทรุปราคาเต็มดวง คืนวันมาฆบูชา 3 มีนาคม 2569 พลาดครั้งนี้ต้องรออีกเกือบ 2 ปี

จันทรุปราคาเต็มดวง 3 มี.ค. 2569: ชม 39 นาที

จันทรุปราคาเต็มดวง กำลังจะมาเยือนประเทศไทยในวันที่ 3 มีนาคม 2569 ซึ่งตรงกับคืนวันมาฆบูชา! ปรากฏการณ์สุดมหัศจรรย์นี้จะทำให้เราได้เห็นดวงจันทร์สีแดงอิฐสวยงามด้วยตาเปล่า ช่วงเวลาเพียง 39 นาทีเท่านั้น ห้ามพลาดเด็ดขาดนะเพื่อนๆ

จันทรุปราคาเต็มดวง

จันทรุปราคาเต็มดวง คือปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์เข้าสู่เงามืดของโลกทั้งดวง ทำให้แสงอาทิตย์ไม่ส่องถึง แต่แสงที่เลี้ยวเบนผ่านชั้นบรรยากาศโลกจะทำให้ดวงจันทร์ดูเป็นสีแดงอิฐสวยงาม เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก และครั้งนี้ NARIT หรือสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้ประกาศว่าเราจะได้ชมเต็มๆ ในไทย

ปรากฏการณ์ทั้งหมดจะเริ่มตั้งแต่เวลา 15:44 น. จนถึง 21:23 น. ตามเวลากรุงเทพฯ แต่ช่วงที่เราจะเห็นได้ชัดเจนที่สุดคือตอนดวงจันทร์ขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออก เวลา 18:23 น. จนถึง 19:02 น. รวม 39 นาทีพอดี! ตอนนั้นดวงจันทร์จะถูกบดบังทั้งดวง สีแดงอิฐชัดเจนมาก จากนั้นจะค่อยๆ ออกจากเงา จนสิ้นสุดคราสบางส่วนตอน 20:17 น.

ช่วงเวลารับชมจันทรุปราคาเต็มดวง

  • 18:23 น.: ดวงจันทร์ขึ้นทิศตะวันออก สีแดงอิฐเต็มดวง
  • 19:02 น.: เริ่มออกจากเงาเต็มดวง
  • 20:17 น.: สิ้นสุดคราสบางส่วน

ใครอยากชมต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพราะดวงจันทร์จะอยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้า แนะนำไปจุดโล่งๆ มองทิศตะวันออกชัด เช่น ชายหาด ทุ่งนา ดาดฟ้าตึกสูง หรือจุดชมวิว หลีกเลี่ยงต้นไม้หรือตึกบัง แต่ถ้าฝนตกหรือเมฆมาก อาจมองไม่เห็นนะ ตรวจสภาพอากาศล่วงหน้าเลย

จุดสังเกตการณ์หลักจาก NARIT

NARIT จัดเต็ม 5 จุดหลักให้ไปดูฟรี ตั้งแต่ 18:00-22:00 น. ในคืนนั้น พร้อมกิจกรรมดูดาวและถ่ายทอดสด

  • อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
  • หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา
  • หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ขอนแก่น
  • หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา
  • และจุดอื่นๆ ในเครือข่ายโรงเรียนดาราศาสตร์ทั่วประเทศ

เช็คจุดใกล้บ้านได้ที่ https://url.in.th/drYjB หรือติดตามไลฟ์สดทางเฟซบุ๊กและยูทูบ NARIT ไม่สะดวกไปก็ดูออนไลน์ได้สบายๆ

นอกจากนี้ โรงเรียนในเครือข่ายจะตั้งกล้องโทรทรรศน์ให้เด็กๆ ชมด้วย ช่วยกระจายความรู้ดาราศาสตร์ให้ทั่วถึง ปรากฏการณ์นี้ไม่เพียงสวยงาม แต่ยังเป็นโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับระบบสุริยะ เงาของโลก และแสงสีในธรรมชาติ ลองคิดดูสิ ดวงจันทร์ที่เราคุ้นเคยกลายเป็นสีแดงเพราะฝุ่นในชั้นบรรยากาศกรองแสงน้ำเงินออก เหมือนพระอาทิตย์ตกดินเลย!

Tips การถ่ายรูป: ใช้ขาตั้งกล้อง ช้าๆ 1/60 วินาที ISO 400-800 กล้องมือถือก็ถ่ายสวยได้ ถ้ามีแอพ sky map ช่วยหาตำแหน่งได้แม่นยำ

สุดท้ายนี้ อย่าลืมชวนครอบครัวเพื่อนฝูงไปชม จันทรุปราคาเต็มดวง กันนะ มันเป็นความทรงจำที่หาไม่ได้ทุกวัน ใครพลาดครั้งนี้รออีกหลายปีเลย!

ที่มา – “จันทรุปราคาเต็มดวง” 3 มีนาคม 2569 เผยช่วงเวลา 39 นาที รับชมดวงจันทร์สีแดงอิฐ

จันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม วันมาฆบูชา ชมทั่วไทย

จันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม วันมาฆบูชา เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่าตื่นเต้นและหาดูได้ยาก โดยเฉพาะเมื่อตรงกับวันสำคัญทางพุทธศาสนา ชาวไทยทั่วประเทศสามารถชมได้ด้วยตาเปล่า โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นในวันที่ 3 มีนาคม 2569 หรือ พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นวันมาฆบูชา ดวงจันทร์จะปรากฏเป็นสีแดงอิฐสวยงามขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออก

จันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม วันมาฆบูชา เกิดขึ้นเมื่อไหร่

ตามข้อมูลจาก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงจะเริ่มตั้งแต่เวลา 15:44 น. จนถึง 21:23 น. ตามเวลาประเทศไทย ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลก เวลา 15:44 น. แล้วเข้าสู่เงามืดเกิดคราสบางส่วน 16:50 น. ช่วงคราสเต็มดวงคือ 18:04 – 19:02 น. จากนั้นค่อยๆ ออกเว้าแหว่ง คราสบางส่วนสิ้นสุด 20:17 น. และพ้นเงามัว 21:23 น.

สำหรับคนไทย ดวงจันทร์โผล่พ้นขอบฟ้าเวลา 18:23 น. ซึ่งตรงกับช่วงคราสเต็มดวงพอดี จะเห็นดวงจันทร์สีแดงอิฐชัดเจน สามารถดูได้ทั่วไทยนาน 39 นาที จนถึง 19:02 น. จากนั้นเป็นคราสบางส่วนและเงามัวตามลำดับ เวลาอาจคลาดเคลื่อนเล็กน้อยตามพื้นที่

ชมจันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม วันมาฆบูชา ได้ที่ไหนบ้าง

นอกจากไทยแล้ว ยังดูได้ในยุโรปตะวันออก เอเชีย ออสเตรเลีย อเมริกาเหนือและใต้ มหาสมุทรแปซิฟิก แอตแลนติก อินเดีย ขั้วโลกทั้งสอง แต่สำหรับไทย ชมได้ทุกที่ที่ท้องฟ้าโปร่ง

จันทรุปราคาเต็มดวงคืออะไร และเกิดเพราะเหตุใด

จันทรุปราคาเกิดเมื่อดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์เรียงตัวตรงแนว โลกอยู่กลางบังแสงอาทิตย์ ทำให้ดวงจันทร์เข้าสู่เงามืดของโลก สังเกตได้เฉพาะวันเพ็ญหรือข้างขึ้น 14-15 ค่ำ ดวงจันทร์จะเว้าแหว่งจนเต็มดวงหายไป แล้วค่อยกลับมา ชาวไทยโบราณเรียก “ราหูอมจันทร์”

เหตุผลที่ไม่เกิดทุกเดือนเพราะวงโคจรจันทร์เอียง 5 องศากับโลก ทำให้บางครั้งผ่านเหนือหรือใต้เงา จันทรุปราคาเกิดเฉลี่ย 2 ครั้งต่อปี แต่การมองเห็นขึ้นกับตำแหน่งโลก สามารถพยากรณ์ล่วงหน้าได้แม่นยำ

ครั้งนี้พิเศษเพราะตรงวันมาฆบูชา ซึ่งเป็นวันระลึกถึงพระพุทธเจ้าแสดงโอวาทปาติโมกข์แก่พระสงฆ์ 1,250 รูปที่รวมตัวเองโดยไม่นัดหมาย ทำให้ปรากฏการณ์นี้มีความหมายทั้งทางวิทยาศาสตร์และจิตวิญญาณ

เคล็ดลับการชมจันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม วันมาฆบูชา

  • เลือกจุดชมที่ท้องฟ้าโปร่ง เปิดโล่งทางทิศตะวันออก
  • ไปกับครอบครัวหรือเพื่อน หลังเวียนเทียนวันมาฆบูชา
  • ใช้กล้องโทรศัพท์ถ่ายภาพ หรือกล้องดูดาวเพื่อภาพชัด
  • หลีกเลี่ยงแสงเมืองเพื่อเห็นสีแดงชัด
  • ตรวจสภาพอากาศล่วงหน้า

NARIT จัด 5 จุดหลักฟรี: อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร เชียงใหม่ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ นครราชสีมา ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา สงขลา เริ่ม 18:00-22:00 น. หรือดูไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กและยูทูบ NARIT

ปรากฏการณ์นี้เป็นโอกาสเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กับศาสนาไทย สร้างความทรงจำ難忘 อย่าพลาด จันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม วันมาฆบูชา ชวนคนใกล้ชิดไปชมด้วยกัน แล้วแบ่งปันภาพสวยๆ ในโซเชียล!

ที่มา – จันทรุปราคาเต็มดวง ตรงกับ 3 มีนาคม “วันมาฆบูชา” ชมได้ด้วยตาเปล่าทั่วไทย

จันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม วันมาฆบูชา ชมฟรีทั่วไทย

เพื่อนๆ สายดาราศาสตร์และคนรักธรรมชาติห้ามพลาดเลยนะ! วันที่ 3 มีนาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชา จะมีปรากฏการณ์สุด spectacular อย่าง จันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม เกิดขึ้น สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ทั่วประเทศไทย ดวงจันทร์จะเปลี่ยนเป็นสีแดงอิฐสวยงาม โผล่พ้นขอบฟ้าทิศตะวันออกในช่วงค่ำ ใครที่กำลังมองหาเหตุการณ์พิเศษในวันสำคัญทางศาสนาแบบนี้ ต้องเตรียมตัวให้พร้อมแล้วล่ะ

จันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่

ตามประกาศจาก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม จะเริ่มตั้งแต่เวลา 15.44 น. ไปจนถึง 21.23 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยช่วงไฮไลต์คือตอนดวงจันทร์เข้าสู่เงามืดเต็มดวง เวลา 18.04-19.02 น. สำหรับคนไทย เราจะเห็นดวงจันทร์โผล่ขึ้นจากขอบฟ้าเวลา 18.23 น. ตรงช่วงคราสเต็มดวงพอดี สามารถชมได้นาน 39 นาที ก่อนจะค่อยๆ กลายเป็นคราสบางส่วน

ตารางเวลาจันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม แบบละเอียด

  • 15.44 น.: ดวงจันทร์เข้าสู่เงามัวของโลก
  • 16.50 น.: เริ่มจันทรุปราคาบางส่วน
  • 18.04-19.02 น.: จันทรุปราคาเต็มดวง สีแดงอิฐสวยงาม
  • 20.17 น.: สิ้นสุดคราสบางส่วน
  • 21.23 น.: สิ้นสุดเงามัว

เวลาอาจคลาดเคลื่อนเล็กน้อยตามพื้นที่ต่างๆ แต่ทั่วไทยมองเห็นชัดเจน ไม่ต้องใช้กล้องโทรทรรศน์ด้วยซ้ำ เหมาะสำหรับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนมาปิกนิกดูดาวกัน

ทำไมจันทรุปราคาถึงเกิดขึ้น และสีแดงได้อย่างไร

จันทรุปราคาเกิดเมื่อดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์เรียงตัวตรงแนวเดียวกัน โดยโลกบังแสงอาทิตย์ไม่ให้ไปถึงจันทร์ เงาของโลกมี 2 ชั้น คือเงามัวและเงามืด เมื่อจันทร์เข้าสู่เงามืดเต็มดวง แสงอาทิตย์ที่กรองผ่านชั้นบรรยากาศโลกจะทำให้จันทร์ดูเป็นสีแดงอิฐ เพราะแสงสีน้ำเงินถูกกรองออก เหลือแต่สีแดงส้ม สวยงามเหมือนในนิยายวิทยาศาสตร์

คนไทยโบราณเรียกว่าราหูอมจันทร์ แต่จริงๆ เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดเฉลี่ย 2 ครั้งต่อปี เนื่องจากวงโคจรจันทร์เอียง 5 องศากับโลก จึงไม่เกิดทุกเดือน นักดาราศาสตร์คำนวณล่วงหน้าได้แม่นยำมาก

สถานที่ชมจันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม ได้ทั่วโลก

นอกจากไทยแล้ว ยังเห็นได้ในตะวันออกยุโรป เอเชีย ออสเตรเลีย อเมริกาเหนือ-ใต้ มหาสมุทรต่างๆ และขั้วโลก ถ้าอยู่ไทย ลองไปจุดชมวิวอย่างเขาใหญ่ ดอยสุเทพ หรือชายหาดพัทยา ที่โล่งโปร่ง ไม่มีแสงรบกวน

  • ทิศตะวันออก: เหมาะที่สุดสำหรับไทย
  • หลีกเลี่ยงเมืองใหญ่ที่มีมลพิษแสง
  • เตรียมเสื่อนั่งและขนมปังปิ้ง

ความพิเศษของวันมาฆบูชากับจันทรุปราคา

วันมาฆบูชาเป็นวันสำคัญในพุทธศาสนา ระลึกถึงพระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์ ถือเป็นโอกาสดีที่ธรรมชาติจัดสรรปรากฏการณ์งดงามมาสอดคล้อง เหมือนสัญญาณให้เราหยุดมองฟ้า คิดถึงความยิ่งใหญ่ของจักรวาล ผสมผสานวิทยาศาสตร์และศาสนาได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ จันทรุปราคายังเป็นโอกาสศึกษาวิทยาศาสตร์ให้เด็กๆ เรียนรู้เรื่องวงโคจร ดาราศาสตร์พื้นฐาน ถ่ายรูปด้วยมือถือก็สวย ลองใช้แอปอย่าง Stellarium วางแผนตำแหน่งดวงจันทร์ได้

เคล็ดลับการชมจันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม ให้ได้ภาพปัง

  • เลือกสถานที่สูง มืดสนิท ไกลแสงไฟเมือง
  • ใช้ขาตั้งกล้องถ้าจะถ่ายวีดีโอ
  • แต่งตัวอุ่นๆ เพราะคืนนั้นอาจเย็น
  • เช็คสภาพอากาศล่วงหน้า
  • ชวนครอบครัวหรือเพื่อน ทำกิจกรรม bonding

ปรากฏการณ์แบบนี้หายากในรอบปี อย่าปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่เห็นกับตา มันจะเป็นความทรงจำที่ดีตลอดชีวิต

สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านเตรียมตัวไปชม จันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม กันให้เต็มที่ แล้วแชร์ภาพและประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนะ เราอยากเห็นมุมมองของคุณ!

ที่มา – 3 มีนาคม เตรียมชม “จันทรุปราคาเต็มดวง” วันมาฆบูชา มองเห็นด้วยตาเปล่าทั่วไป

รวม 10 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามในปี 2569 ครบตลอดทั้งปี

10 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามในปี 2569 ท้องฟ้ายังมีเรื่องราวให้เงยหน้ามองตลอดทั้งปี ชวนออกเดินทางตามล่าความมหัศจรรย์ของจักรวาล พร้อมเปิดประสบการณ์เที่ยวใต้แสงดาว

ปี 2569 คืออีกหนึ่งปีที่ท้องฟ้าจะกลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทางและคนรักการเฝ้ามองดวงดาวตลอดทั้งปีจะมีเหตุการณ์น่าตื่นตาให้วางแผนออกทริป ทั้งคืนที่ดาวตกพร่างพราย การเคลื่อนตัวของดวงดาวและดาวเคราะห์ รวมถึงช่วงเวลาพิเศษที่ท้องฟ้าเผยความงามแบบหาดูได้ยาก เกริ่นชวนแพ็กกระเป๋า ออกไปสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวเคียงคู่ความมหัศจรรย์ของฟากฟ้าสำหรับปีหน้ากัน 

10 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามปี 2569

1. ดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี

          วันที่ 10 มกราคม 2569 ดาวพฤหัสบดีจะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ (Jupiter Opposition) จึงมีระยะใกล้โลกที่สุดในรอบปี ห่างจากโลกประมาณ 633 ล้านกิโลเมตร สังเกตการณ์ได้ตลอดคืน ปรากฏสว่างบนท้องฟ้า หากชมผ่านกล้องโทรทรรศน์กำลังขยายตั้งแต่ 30 เท่าขึ้นไป จะสามารถสังเกตเห็นดวงจันทร์กาลิเลียน รวมถึงแถบเมฆที่สวยงามของดาวพฤหัสบดี และหากใช้กำลังขยาย 100 เท่าขึ้นไป จะสามารถเห็น “จุดแดงใหญ่” พายุหมุนยักษ์ที่มีขนาดใหญ่กว่าโลกถึง 1.3 เท่า ได้อย่างชัดเจน ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นทุก ๆ ประมาณ 13 เดือน

10 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามปี 2569 ข่าวสด

2. จันทรุปราคาเต็มดวง

          วันที่ 3 มีนาคม 2569 ตรงกับวันมาฆบูชา ช่วงเวลาประมาณ 15.44 น. ถึง 21.23 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ในไทยจะเริ่มสังเกตได้ตั้งแต่ดวงจันทร์โผล่พ้นขอบฟ้า เวลาประมาณ 18:23 น. เป็นต้นไป (เวลา ณ กรุงเทพฯ ซึ่งจังหวัดอื่นเวลาอาจต่างจากนี้ไปเล็กน้อย) ทางทิศตะวันออก ซึ่งตรงกับช่วงที่กำลังเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงพอดี ช่วงดังกล่าวดวงจันทร์เต็มดวงปรากฏเป็นสีแดงอิฐ จนถึงเวลาประมาณ 19:02 น. หลังจากนั้นจะเกิดเป็นจันทรุปราคาบางส่วน จนสิ้นสุดปรากฏการณ์เวลาประมาณ 21:23 น. มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าทั่วไทย

10 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามปี 2569

3. ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้-ไกลโลกที่สุดในรอบปี

          ปรากฏการณ์ “ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี” (Micro Full Moon) จะตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา นอกจากนี้ยังเป็นดวงจันทร์เต็มดวงครั้งที่สองของเดือน หรือ บลูมูน (Blue Moon) เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เรียกว่า “ไมโครบลูมูน (Micro Blue Moon)” ดวงจันทร์เต็มดวงจะมีขนาดปรากฏเล็กว่าปกติเล็กน้อย สำหรับปรากฏการณ์ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี (Super Full Moon) จะตรงกับวันที่ 24 ธันวาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันคริสต์มาสอีฟพอดี ดวงจันทร์เต็มดวงจะมีขนาดปรากฏใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย

10 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามปี 2569

4. ดวงจันทร์บังดาวศุกร์

          วันที่ 14 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 19.28-20.34 น. (เวลา ณ กรุงเทพมหานคร) เริ่มสังเกตการณ์ได้ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ หลังดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า ทางทิศตะวันตก ในช่วงเวลาประมาณ 19.28 น. ดวงจันทร์จะค่อย ๆ เคลื่อนที่ไปบังดาวศุกร์ จนดาวศุกร์ลับหายไปหลังดวงจันทร์ฝั่งพื้นผิวส่วนมืด และโผล่พ้นออกมาทั้งดวงอีกครั้งฝั่งเสี้ยวสว่าง เวลาประมาณ 20.34 น. อย่างไรก็ตามในคืนดังกล่าว ดวงจันทร์จะตกลับขอบฟ้าเวลาประมาณ 20.24 น. ส่งผลให้ผู้สังเกตในประเทศไทยไม่สามารถสังเกตได้ครบทั้งปรากฏการณ์ แต่ยังคงสามารถติดตามชมช่วงสำคัญของการบังส่วนแรกได้ หากฟ้าใส ไร้เมฆฝน สังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่าทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย

10 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามปี 2569

5. ดาวศุกร์สว่างที่สุด

          เกิดขึ้น 2 ครั้งในรอบปีนี้ ครั้งแรกวันที่ 22 กันยายน 2569 ช่วงหัวค่ำทางทิศตะวันตก และวันที่ 27 พฤศจิกายน 2569 ช่วงรุ่งเช้าทางทิศตะวันออก หากมองผ่านกล้องโทรทรรศน์จะเห็นดาวศุกร์ปรากฏเป็นเสี้ยวคล้ายดวงจันทร์

10 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามปี 2569

6. ดาวเสาร์ใกล้โลกที่สุดในรอบปี

          วันที่ 4 ตุลาคม 2569 ดาวเสาร์จะโคจรมาอยู่ตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ (Saturn Opposition) จึงมีระยะใกล้โลกที่สุดในรอบปี ห่างจากโลกประมาณ 1,261 ล้านกิโลเมตร สังเกตการณ์ได้ตลอดทั้งคืน ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นทุก ๆ ประมาณ 378 วัน

10 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามปี 2569

7. ดวงจันทร์บังดาวพฤหัสบดี

          เช้ามืดวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 จะเกิดปรากฏการณ์ “ดวงจันทร์บังดาวพฤหัสบดี” เมื่อมองจากโลกจะเห็นดวงจันทร์จะค่อย ๆ เคลื่อนมาบังดาวพฤหัสบดี จนดาวพฤหัสบดีลับหายไปหลังดวงจันทร์ฝั่งเสี้ยวสว่าง และโผล่พ้นออกมากทั้งดวงอีกครั้งฝั่งพื้นที่ผิวส่วนมืด เวลาประมาณ 05.23 น. (เวลา ณ จังหวัดสงขลา) ในไทยสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า เฉพาะภาคใต้และบางเกาะในจังหวัดตราด สำหรับพื้นที่อื่นจะเห็นเป็นปรากฏการณ์ดาวพฤหัสบดีเคียงดวงจันทร์ตลอดคืน

10 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามปี 2569 ข่าวสด

8. ฝนดาวตกน่าติดตาม

          ฝนดาวตกเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี เกิดจากโลกโคจรเข้าตัดผ่านสายธารเศษหินและฝุ่นในอวกาศที่ดาวเคราะน้อยและดาวหางทิ้งไว้ สำหรับฝนดาวตกที่ไร้แสงจันทร์รบกวน และสามารถสังเกตการณ์ได้ในปี 2569 ได้แก่

  • วันที่ 22-23 เมษายน 2569 ฝนดาวตกไลริดส์ (18 ดวงต่อชั่วโมง)
  • วันที่ 12-13 สิงหาคม 69 ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ (100 ดวงต่อชั่วโมง) 
  • วันที่ 21-22 ตุลาคม 69 ฝนดาวตกโอไรออนิดส์ (20 ดวงต่อชั่วโมง) 
  • วันที่ 5-6 พฤศจิกายน 69 ฝนดาวตกทอริดส์ใต้ (10 ดวงต่อชั่วโมง)
  • วันที่ 12-13 พฤศจิกายน 2569 ฝนดาวตกทอริดส์เหนือ (5 ดวงต่อชั่วโมง) 
  • วันที่ 17-18 พฤศจิกายน 2569 ฝนดาวตกลีโอนิดส์ (15 ดวงต่อชั่วโมง)
  • วันที่ 14-15 ธันวาคม 2569 ฝนดาวตกเจมินิดส์ (150 ดวงต่อชั่วโมง)
10 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามปี 2569 ข่าวสด

ทั้งนี้ การชมฝนดาวตกขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในช่วงนั้น หากท้องฟ้ามีเมฆ หรือฝนตก จะสังเกตการณ์ได้ยาก แต่หากฟ้าใสไร้เมฆ ให้เลือกสถานที่ที่ท้องฟ้ามืดสนิท ห่างไกลจากแสงของตัวเมือง และแนะนำให้นอนชมด้วยตาเปล่า เพราะฝนดาวตกจะกระจายทั่วฟ้า

9. ดาวเคียงเดือนและดาวเคราะห์ชุมนุม

          ในปี 2569 มีปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือน และดาวเคราะห์ชุมนุมให้ชมตลอดทั้งปี ได้แก่

  • วันที่ 16 เมษายน 2569 ดวงจันทร์เคียงดาวพุธ ดาวอังคาร และดาวเสาร์ 
  • วันที่ 19-23 เมษายน 2569 / ดาวเคราะห์ชุมนุม (ดาวพุธ ดาวอังคาร และดาวเสาร์) 
  • วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ดวงจันทร์เคียงดาวเสาร์ 
  • วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ดวงจันทร์เคียงดาวพฤหัสบดี 
  • วันที่ 10 มิถุนายน 2569 ดาวศุกร์เคียงดาวพฤหัสบดี
  • วันที่ 16-18 มิถุนายน 2569 ดวงจันทร์เคียงดาวพุธ ดาวพฤหัสบดี และดาวศุกร์ 
  • วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ดวงจันทร์ผ่านหน้ากระจุกดาวลูกไก่
  • วันที่ 11 ตุลาคม 2569 ดาวอังคารผ่านหน้ากระจุกดาวรวงผึ้ง 
  • วันที่ 16 พฤศจิกายน 2569 ดาวอังคารเคียงดาวพฤหัสบดี
  • วันที่ 25 พฤศจิกายน 2569 ดาวอังคารเคียงดาวเรกูลัส
  • วันที่ 30 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2569 ดวงจันทร์เคียงดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และดาวเรกูลัส
10 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามปี 2569 ข่าวสด

10. ดวงอาทิตย์ตั้งฉากประเทศไทย

          ประเทศไทยมีช่วงที่ดวงอาทิตย์ผ่านจุดเหนือศีรษะ 2 ครั้งในรอบปี ได้แก่

  • ครั้งแรกในช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม เริ่มจากภาคใต้ไล่ขึ้นไปเรื่อย ๆ ถึงกรุงเทพฯ ตรงกับวันที่ 27 เมษายน 2569 และจบที่ภาคเหนือในเดือนพฤษภาคม 
  • ครั้งที่สองอยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคม – กันยายน โดยเริ่มจากภาคเหนือปลายเดือนกรกฎาคม ไล่ลงไปจนถึงกรุงเทพฯ ตรงกับวันที่ 16 สิงหาคม 2569 และจบที่ภาคใต้ในช่วงเดือนกันยายน 
10 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามปี 2569 ข่าวสด

 *** ช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์ผ่านจุดเหนือศีรษะ (ตั้งฉากกับประเทศไทย) จะแตกต่างกันไปแต่ละพื้นที่ สังเกตได้จากเงาจะตกอยู่ใต้วัตถุพอดีเสมือนไร้เงา

          สำหรับผู้ที่สนใจติดตามชมได้ในวันและเวลาดังกล่าว  หรือติดตามข้อมูลปรากฏการณ์ดาราศาสตร์เพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

          หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

ที่มา : https://travel.kapook.com/view297667.html

เปิดภาพ! จันทรุปราคาเต็มดวง เหนือฟ้าเมืองไทย

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) เผยภาพปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” เหนือประเทศไทยที่สวยงาม ในคืนวันที่ 7 ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 8 กันยายน 2568 สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่เฝ้ารอชม

NARIT ได้บันทึกภาพลำดับเหตุการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ แสดงให้เห็นการเคลื่อนที่ของดวงจันทร์ผ่านเงามืดของโลกได้อย่างชัดเจน เผยให้เห็นรูปทรงของเงาโลกที่ทาบทับลงบนดวงจันทร์

ภาพบันทึกแสดงให้เห็นช่วงเวลาตั้งแต่ 22:29 น. ของวันที่ 7 กันยายน เมื่อดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลก ทำให้ความสว่างค่อยๆ ลดลง จากนั้นดวงจันทร์เคลื่อนเข้าสู่เงามืด เกิดเป็นจันทรุปราคาบางส่วน และเข้าสู่ช่วง “จันทรุปราคาเต็มดวง” อย่างสมบูรณ์ ตั้งแต่เวลา 00:31 ถึง 01:53 น. ของวันที่ 8 กันยายน รวมระยะเวลานานถึง 1 ชั่วโมง 22 นาที

เปิดภาพลำดับปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” เหนือฟ้าเมืองไทย

ในช่วงเวลาที่เกิด “จันทรุปราคาเต็มดวง” ดวงจันทร์จะปรากฏเป็นสีแดงอิฐ เนื่องจากแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านชั้นบรรยากาศโลก แสงสีน้ำเงินจะถูกกระเจิงออกไป เหลือเพียงแสงสีแดงที่มีความยาวคลื่นยาวกว่า หักเหไปตกกระทบบนพื้นผิวดวงจันทร์ ทำให้เรามองเห็นดวงจันทร์เป็นสีแดงสวยงาม

ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ โคจรมาอยู่ในแนวเดียวกัน โดยมีโลกอยู่ตรงกลางระหว่างดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ทำให้เงาของโลกทอดไปบังดวงจันทร์

ปรากฏการณ์จันทรุปราคาครั้งต่อไป

สำหรับใครที่พลาดชม “จันทรุปราคาเต็มดวง” ในครั้งนี้ ไม่ต้องเสียใจ เพราะปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงที่สามารถสังเกตได้ในประเทศไทยครั้งต่อไป จะเกิดขึ้นในช่วงหัวค่ำของวันที่ 3 มีนาคม 2569 เตรียมตัวให้พร้อม เพื่อชมความสวยงามของปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าตื่นตาตื่นใจนี้

นอกจากนี้ ในเดือนกันยายน 2568 ยังมีอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ นั่นคือ ปรากฏการณ์ดาวเสาร์ใกล้โลกที่สุดในรอบปี ในวันที่ 21 กันยายน 2568 อย่าลืมติดตามข่าวสารและเตรียมตัวชมปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่สวยงามเหล่านี้

  • จันทรุปราคาเต็มดวง: เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์ทั้งดวงเคลื่อนที่เข้าไปในเงามืดของโลก
  • จันทรุปราคาบางส่วน: เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนที่เข้าไปในเงามืดของโลกเพียงบางส่วน
  • จันทรุปราคาเงามัว: เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนที่เข้าไปในเงามัวของโลก ทำให้ความสว่างของดวงจันทร์ลดลงเล็กน้อย

การชมปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ช่วยให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของจักรวาล และสร้างแรงบันดาลใจให้เราสนใจวิทยาศาสตร์มากขึ้น อย่าพลาดโอกาสในการชมปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่เกิดขึ้นในอนาคต

การที่ NARIT บันทึกภาพและเผยแพร่ภาพเหล่านี้ ทำให้ประชาชนทั่วไปที่อาจไม่มีโอกาสได้ชมด้วยตาตัวเอง สามารถรับชมความสวยงามของปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” ได้อย่างใกล้ชิด เป็นการส่งเสริมความรู้และความเข้าใจในด้านดาราศาสตร์ให้กับสังคม

ที่มา – เปิดภาพลำดับปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” เหนือฟ้าเมืองไทย

Scroll to top