ชลบุรี

“เฮียตี๋ไทยไม่ทน” งานเข้า หนุ่มกะเหรี่ยงแจ้งจับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียกันดีกว่า นั่นคือเรื่อง “เฮียตี๋ไทยไม่ทน” งานเข้า หนุ่มกะเหรี่ยงแจ้งจับ คดีนี้พลิกผันจากคลิปวิดีโอที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงการใช้ความรุนแรงและศาลเตี้ยในสังคมไทย

“เฮียตี๋ไทยไม่ทน” งานเข้า หนุ่มกะเหรี่ยงแจ้งจับ

จากกรณีคลิปวิดีโอที่โชว์เหตุการณ์รุมทำร้ายชายคนหนึ่งในพัทยา ซึ่งถูกอ้างว่าเป็นแรงงานต่างด้าว แต่สุดท้ายกลายเป็นหนุ่มกะเหรี่ยงชาวไทยโดยกำเนิดจากจังหวัดกาญจนบุรี นายไอยวัฒน์ ฐิติวัฒนกนก หรือที่รู้จักในนาม เฮียตี๋ไทยไม่ทน เจ้าของเพจกระทะร้อนไทยไม่ทน ได้ออกมาชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กว่า ไม่ได้รุมทำร้าย แต่แค่ตบสั่งสอน 2 ทีเพื่อกู้ศักดิ์ศรีคนไทยเท่านั้น

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามคำให้การ

นายเดช อายุ 27 ปี ชาวกะเหรี่ยงที่ได้รับบาดเจ็บ เล่าว่า วันเกิดเหตุ 1 มีนาคม 2567 ตนทำงานพาร์ทไทม์เป็นพนักงานเอนเตอร์เทนที่สถานบันเทิงในพัทยาใต้ มีปากเสียงเล็กน้อยกับทางร้านเรื่องเหล้าและผลไม้ฟรี แต่เคลียร์กันเรียบร้อยแล้ว วันถัดมา 2 มีนาคม เฮียตี๋บุกมาที่ร้าน กระชากคอ ถามว่าเป็นคนไทยหรือไม่ ขอดูบัตรประชาชน ก่อนจะเกิดเหตุตามคลิป นายเดชบอกว่าหลังคลิปออกไป ชีวิตพลิกผัน อับอาย สภาพจิตใจย่ำแย่ หางานยาก อยากขอความเป็นธรรม ไม่ให้พาดพิงเชื้อชาติ

ล่าสุด 10 มีนาคม 2567 นายสุขสวัสดิ์ ทับมาโนช หรือมดดำ พาผู้เสียหายไปให้ปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองพัทยา กับ ร.ต.ท.ศุภกิตต์ รอง สว.สอบสวน กำลังรอผลใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาล

ข้อหาที่จะดำเนินคดี

ฝ่ายกฎหมายของผู้เสียหายเตรียมแจ้งข้อหาเฮียตี๋ไทยไม่ทน หลายประการ โดยมีดังนี้

  • หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา
  • นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ (พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์)
  • ทำร้ายร่างกายผู้อื่น
  • กักขังหน่วงเหนี่ยว

มดดำยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อให้ตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริงจากคลิปและพยานหลักฐานทั้งหมด ชาวกาญจนบุรีหลายคนไม่พอใจที่เฮียตี๋ตัดสินคนอื่นแบบศาลเตี้ย

เฮียตี๋ไทยไม่ทน คือใคร?

สำหรับคนที่ไม่รู้จัก เฮียตี๋ไทยไม่ทน หรือเฮียตี๋กระทะร้อน คืออินฟลูเอนเซอร์ดังในเฟซบุ๊ก มีผู้ติดตามหลักแสน ชอบโพสต์คลิปแฉพฤติกรรมต่างๆ ในนาม “ไทยไม่ทน” แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นฝ่ายถูกแฉแทน คลิปนี้กลายเป็นไวรัล สร้างดราม่าถกเถียงเรื่องสิทธิพลเมืองและการเหยียดเชื้อชาติ

เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาในสังคมไทยที่การตัดสินจากคลิปเพียงอย่างเดียวอาจผิดพลาด ผู้เสียหายยืนยันว่าเป็นคนไทยแท้ ไม่ใช่ต่างด้าว และเรียกร้องให้เฮียตี๋รับผิดชอบต่อข้อมูลเท็จที่โพสต์

ในมุมมองของผม เหตุการณ์ “เฮียตี๋ไทยไม่ทน” งานเข้า หนุ่มกะเหรี่ยงแจ้งจับ แสดงให้เห็นว่าความยุติธรรมต้องมาจากกฎหมาย ไม่ใช่ความรุนแรงหรือศาลเตี้ย ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน อย่าให้อคติมาทำลายชีวิตคนอื่น

คุณคิดอย่างไรกับคดีนี้? ควรให้อภัยเฮียตี๋หรือดำเนินคดีเต็มที่? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากเห็นด้วย!

ที่มา – “เฮียตี๋ไทยไม่ทน” งานเข้า หนุ่มกะเหรี่ยง แจ้งจับกักขัง ทำร้ายร่างกาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

คาดมีเงื่อนงำ พบศพหนุ่มต่างชาติ มีแผลถูกทรมาน

เมื่อเร็วๆ นี้เกิดเหตุสะเทือนขวัญในพื้นที่ จ.ชลบุรี เมื่อ พบศพหนุ่มต่างชาติ มีแผลถูกทรมาน ดับปริศนาริมถนนเลียบทางรถไฟเขาตาโล ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งสืบสวนหาความจริง โดยคาดว่ามีเงื่อนงำสำคัญจากหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ เหตุการณ์นี้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักท่องเที่ยวและชาวบ้านในพื้นที่พัทยา

พบศพหนุ่มต่างชาติ มีแผลถูกทรมาน

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 มีนาคม 2569 ร.ต.อ.รัชพล เสนีวงศ์ ณ อยุธยา รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางละมุง ได้รับแจ้งเหตุ พบศพหนุ่มต่างชาติ มีแผลถูกทรมาน ริมถนนเลียบทางรถไฟเขาตาโล ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ทันทีที่รับแจ้ง ตำรวจชุดสืบสวน พ.ต.ท.ยงยุทธ หวานเหนือ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.วุฒิพงษ์ กาสา สว.สส. ทีมพิสูจน์หลักฐานชลบุรี แพทย์โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ และหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ รีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

รายละเอียดสถานที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณโรงจอดรถจักรยานยนต์ของโรงแรมแห่งหนึ่ง ติดกับถนนเลียบทางรถไฟ พบศพชายชาวเอเชียหน้าตาตี๋ อายุราว 30-40 ปี คาดว่าเป็นชาวจีน สภาพศพน่าสยอง โดยมีเชือกไนลอนสีครีมยาว 1.5 เมตร รัดคอแขวนกับขื่อหลังคาสูง 3.2 เมตร ศพอยู่ในท่ายืน ขาทั้งสองย่อลงเล็กน้อย มือซ้ายยกติดบ่วงเชือก ผู้ตายสวมเสื้อคอกลมสีน้ำเงิน มีคำว่า “ARAS” ด้านหลัง กางเกงลายช้างสีขาว-ดำ รองเท้าผ้าใบสีขาว ใต้เท้ามีเศษยางมะตอยวางเรียง 2 ก้อน คาดเสียชีวิตมา 6-12 ชั่วโมง และไม่มีเอกสารประจำตัว

สภาพศพและร่องรอยการถูกทรมาน

จากการตรวจเบื้องต้น ร่างกายผู้ตายเต็มไปด้วยรอยเขียวช้ำทั่วตัว ตั้งแต่หัวจรดเท้า ใบหน้าบวมช้ำ ขาทั้งสองมีรอยจุดดำหลายจุด คล้ายถูกช็อตด้วยไฟฟ้า แผ่นหลังมีรอยไหม้เป็นแผลพุพองหลายจุด แพทย์และพิสูจน์หลักฐานสันนิษฐานว่า แผลเหล่านี้เกิดขึ้นก่อนเสียชีวิต 2-3 วัน ชี้ชัดว่า พบศพหนุ่มต่างชาติ มีแผลถูกทรมาน อย่างโหดร้ายก่อนถูกแขวนคอ

  • รอยเขียวช้ำทั่วร่างกาย
  • รอยช็อตไฟฟ้าที่ขา
  • แผลไหม้ที่แผ่นหลัง
  • ใบหน้าบวมช้ำ

หลักฐานสำคัญที่พบในตัวผู้ตาย

ในกระเป๋ากางเกงขวาพบจดหมาย 3 ฉบับเขียนด้วยภาษาจีน ไฟแช็ก 1 อัน และปากกา 1 ด้าม ข้อความในจดหมายระบุว่า “ฉันขอโทษครอบครัว ขอให้ช่วยติดต่อสถานทูต และติดต่อไปหาพ่อแม่ของฉัน และช่วยพาฉันกลับบ้าน” หลักฐานนี้ถือเป็นเงื่อนงำสำคัญที่ตำรวจกำลังตรวจแปลและสืบหาความเชื่อมโยง

  • จดหมายภาษาจีน 3 ฉบับ
  • ไฟแช็กและปากกา
  • ไม่มีพาสปอร์ตหรือเอกสารยืนยันตัวตน

คำให้การพยานและการสืบสวนต่อไป

นายเอกพจน์ หนุนดี อายุ 41 ปี คนขับรถน้ำที่มาพบศพคนแรก เล่าว่า กำลังฉีดน้ำบนถนนที่กำลังซ่อมแซมเพื่อลดฝุ่น แต่ระหว่างกลับรถก็พบศพแขวนคอในโรงจอดรถติดรั้วโรงแรม จึงรีบแจ้งตำรวจทันที

เบื้องต้น ตำรวจเก็บหลักฐานอย่างละเอียด ตรวจสอบกล้องวงจรปิดรอบพื้นที่ สอบปากคำพยาน และส่งศพไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงและตัวผู้กระทำผิด คาดว่าจะมีพัฒนาการเร็วๆ นี้

บริบทเหตุการณ์ในพื้นที่พัทยา

พัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดัง แต่ก็มีคดีอาชญากรรมบ่อยครั้ง โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่ตกเป็นเหยื่อการทรมานหรือฆาตกรรมปริศนา เหตุการณ์ พบศพหนุ่มต่างชาติ มีแผลถูกทรมาน ครั้งนี้ ยิ่งตอกย้ำปัญหาความปลอดภัยที่ต้องแก้ไขด่วน

จากข้อมูลสถิติ ตำรวจชลบุรีรายงานว่ามีคดีเกี่ยวกับชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา สาเหตุมาจากการพนันหนี้สิน หรือข้อพิพาทส่วนตัว นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังและแจ้งเหตุทันทีหากพบสิ่งผิดปกติ

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยว คุณสามารถช่วยได้โดยรายงานข้อมูล线索ให้ตำรวจ หากมีใครรู้จักผู้ตายหรือเห็นเหตุการณ์ก่อนหน้า ติดต่อ สภ.บางละมุง ได้เลย สุดท้ายแล้ว ความยุติธรรมต้องเกิดขึ้นเพื่อครอบครัวผู้เสียหาย

คุณคิดอย่างไรกับคดีนี้? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อเตือนใจผู้อื่น!

ที่มา – คาดมีเงื่อนงำ พบศพหนุ่มต่างชาติ มีแผลถูกทรมาน ดับปริศนาริมถนนเลียบทางรถไฟ

บึมสนั่นชลบุรี ถังรถบรรทุกน้ำมันระเบิด ดับ 1 ศพ

เกิดเหตุสุดสะเทือนใจ บึมสนั่นชลบุรี ถังรถบรรทุกน้ำมันระเบิด อัดร่างคนงานเดินผ่านดับ 1 ศพ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ที่ลานจอดรถบรรทุกในพื้นที่ ม.1 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวจนชาวบ้านแตกตื่น รถบรรทุกน้ำมัน 18 ล้อคันดังกล่าวเพิ่งขนส่งน้ำมันเสร็จและจอดพัก แต่แล้วถังน้ำมันเปล่าขนาดใหญ่ 50,000 ลิตรก็ระเบิดกระจาย เศษซากกระเด็นไปไกล โชคดีที่ไม่มีน้ำมันข้างใน มิเช่นนั้นอาจกลายเป็นหายนะใหญ่หลวง

ภาพเหตุการณ์บึมสนั่นชลบุรี ถังรถบรรทุกน้ำมันระเบิด

บึมสนั่นชลบุรี ถังรถบรรทุกน้ำมันระเบิด อัดร่างคนงานเดินผ่านดับ 1 ศพ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ พ.ต.ท.เศรษฐพล สิงห์นอก สว.สอบสวน สภ.หนองขาม รีบรุดไปที่เกิดเหตุทันที พร้อมหน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชา และเจ้าหน้าที่ป้องกันภัยเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ พบซากรถอีซูซุสีขาวทะเบียนชลบุรีกระจัดกระจาย ถังเหล็กหนักขนาดยักษ์ฉีกขาดยับเยิน ผู้เสียชีวิตคือนายณรงค์ อายุ 36 ปี ชาวชัยนาท เป็นคนงานในลานจอด ร่างกายฉีกขาดกระเด็นไปในป่าหญ้าใกล้เคียง สภาพน่าสยดสยองมาก

คำบอกเล่าจากพยานผู้เห็นเหตุการณ์

นายรังสรรค์ อายุ 51 ปี พยานที่อยู่ใกล้เคียง เล่าว่า รถคันนี้เพิ่งกลับมาจากส่งน้ำมัน จอดสนิทไม่มีใครยุ่ง จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงบึ้มดังลั่น ถังน้ำมันลอยขึ้นฟ้าแล้วตกลงกระแทกพื้นแรงๆ นายณรงค์เดินผ่านพอดี ถูกแรงดันอัดร่างหายวับไปเลย โซนนี้เป็นลานจอดรถบรรทุกใหญ่ ชาวบ้านใกล้เคียงบอกว่ารู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน เหมือนแผ่นดินไหวเลยทีเดียว

ภาพซากถังน้ำมันระเบิดบึมสนั่นชลบุรี

สาเหตุเบื้องต้นและการตรวจสอบ

ตำรวจและกองพิสูจน์หลักฐานชลบุรีที่ 2 กำลังเร่งตรวจสอบ รอผู้เชี่ยวชาญมาดูซากเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง อาจมาจากความร้อนสะสม แก๊สที่ค้างในถัง หรือประกายไฟจากงานซ่อมแซม แต่ตอนนี้ยังสรุปไม่ได้ ทีมกู้ภัยกันพื้นที่ไว้ ป้องกันอันตรายซ้ำซาก

บทเรียนความปลอดภัยจากเหตุบึมสนั่นชลบุรี

เหตุการณ์นี้เตือนใจทุกคนที่ทำงานเกี่ยวกับรถบรรทุกน้ำมัน ถังเปล่าไม่ได้ปลอดภัย 100% ยังมีไอระเหยหรือความดันอากาศที่อาจก่อระเบิดได้ นี่คือเคล็ดลับความปลอดภัยที่ควรรู้:

  • ตรวจสอบถังอย่างละเอียด ก่อนจอด ดูรอยรั่วหรือความเสียหาย
  • ห้ามเข้าใกล้ ถังร้อนหรือเพิ่งใช้งาน ปล่อยให้เย็นตัว
  • ใช้เครื่องมือป้องกัน ประกายไฟ เช่น ห้ามเชื่อมหรือสูบบุหรี่ใกล้ๆ
  • ติดตั้งระบบตรวจจับ แก๊สไวไฟในลานจอด
  • ฝึกอบรมบุคลากร เรื่องอันตรายจากถังแรงดัน

นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเข้มงวดกว่านี้ ลานจอดรถบรรทุกต้องมีมาตรฐานสูง เหตุบึมสนั่นชลบุรี ถังรถบรรทุกน้ำมันระเบิด แบบนี้ หากเกิดในเมืองใหญ่ ผลกระทบรุนแรงกว่านี้แน่

สุดท้าย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าชีวิตมีค่า อย่าประมาทในการทำงาน ฝากถึงทุกท่านที่ขับขี่หรือทำงานในอุตสาหกรรมนี้ ดูแลตัวเองและเพื่อนร่วมงานให้ดี หากมีข้อมูลเพิ่มเติมหรือประสบการณ์คล้ายกัน คอมเมนต์แชร์กันได้เลยนะครับ จะได้ช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ!

ที่มา – บึมสนั่นชลบุรี ถังรถบรรทุกน้ำมันระเบิด อัดร่างคนงานเดินผ่านดับ 1 ศพ

ซ่อมรถไม่ถูกใจ หนุ่มควงมีดฟันช่างซ่อม จยย. หัวแบะ หูเกือบขาด

เกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนใจในจังหวัดชลบุรี เมื่อ ซ่อมรถไม่ถูกใจ หนุ่มควงมีดฟันช่างซ่อม จยย. หัวแบะ หูเกือบขาด ทำให้ช่างหนุ่มวัย 24 ปีบาดเจ็บสาหัส เหตุการณ์นี้เกิดจากความไม่พอใจเรื่องการซ่อมรถจักรยานยนต์ที่ไม่ได้คุณภาพ สะท้อนปัญหาความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกวันหากขาดการควบคุมอารมณ์

ซ่อมรถไม่ถูกใจ หนุ่มควงมีดฟันช่างซ่อม จยย. หัวแบะ หูเกือบขาด

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 22.30 น. ที่ซอยหนองใหญ่ 8 ม.6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นายอนุชา บุญถาวร หรือบังชา อายุ 53 ปี เจ้าของที่ดินที่ให้เช่าร้านซ่อมรถ ได้บุกเข้าไปหานายนพฤทธิ์ แซ่มเมือง อายุ 24 ปี ช่างซ่อมมอเตอร์ไซค์ เนื่องจากไม่พอใจที่นำรถจักรยานยนต์ของลูกชายมาเปลี่ยนผ้าเบรก แต่หลังจากรับรถกลับพบว่าขี่สะดุดและเบรกไม่อยู่

ระหว่างที่ทั้งคู่พูดคุยกันเกิดปากเสียงรุนแรง นายนพฤทธิ์พยายามเดินหนีเข้าห้อง แต่บังชาก็ตามเข้าไปและใช้มีดดาบซามูไรยาว 1 เมตรฟันศีรษะ จนแผลฉีกขาดขนาดใหญ่ที่ศีรษะข้างซ้ายต้องเย็บ 27 เข็ม และหูเกือบขาด ช่างหนุ่มรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด

พฤติกรรมข่มขู่หลังก่อเหตุ

วันถัดมา 3 มีนาคม เวลา 20.30 น. บังชายังขับรถกระบะนิสสัน NV บุกมาที่อู่ซ่อมรถอีกครั้ง ถือมีดข่มขู่เจ้าของอู่ว่าจะปิดร้าน ยกเลิกสัญญาเช่า และให้ย้ายออกไป กล้องวงจรปิดจับภาพได้ชัดเจน พฤติกรรมนี้ยิ่งทำให้เจ้าของอู่หวาดกลัว

  • นำรถจยย.ลูกชายมาเปลี่ยนผ้าเบรก
  • รับรถกลับพบเบรกไม่อยู่
  • บุกไปต่อยช่างจนปากเสียง
  • ใช้มีดซามูไรฟันหัวและหูช่าง
  • ขับรถกลับมาข่มขู่เจ้าอู่

การจับกุมและการสารภาพ

ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางละมุง นำโดย พ.ต.ท.ยงยุทธ หวานเหนือ และ พ.ต.ท.วุฒิพงษ์ กาสา รีบลงพื้นที่ตรวจสอบ จับกุมนายอนุชาได้พร้อมของกลางมีดดาบ เมื่อสอบสวน ผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าโมโหที่ช่างทำหน้าบึ้งและด่าทอ แม้ยืนยันว่าใช้สันมีดตีไม่ใช่คม แต่ยังยอมรับเสพยาไอซ์ก่อนเกิดเหตุ ทำให้ขาดสติ นอกจากนี้ยังขู่เจ้าอู่อีก

นายนพฤทธิ์ คนเจ็บเล่าว่าไม่เคยมีปัญหากับผู้ก่อเหตุมาก่อน คิดว่าพูดคุยเรื่องซ่อมรถจบแล้ว แต่ไม่คาดคิดว่าจะถูกฟันจนเกือบตาย ตำรวจเตรียมแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายและเสพยาไอซ์ผิดกฎหมาย

เหตุการณ์ ซ่อมรถไม่ถูกใจ หนุ่มควงมีดฟันช่างซ่อม จยย. หัวแบะ หูเกือบขาด นี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับเจ้าของรถและช่างซ่อมทุกคน การซ่อมรถจักรยานยนต์ต้องได้มาตรฐานเพื่อความปลอดภัย หากไม่พอใจควรเจรจาหรือร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ใช้ความรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อมีปัจจัยยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย การตรวจเช็คเบรกเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะเบรกเสียอาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรง ช่างควรมีใบรับรองและใช้อะไหล่แท้ ส่วนเจ้าของรถควรทดสอบรถหลังซ่อมให้ดี หากพบปัญหาควรแจ้งทันที

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านควบคุมอารมณ์และหลีกเลี่ยงยาเสพติด หากมีประสบการณ์คล้ายกัน แชร์ในคอมเมนต์เพื่อเตือนใจผู้อื่น หรือแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องความรุนแรงจากเรื่องเล็กน้อย

ที่มา – ซ่อมรถไม่ถูกใจ หนุ่มควงมีดฟันช่างซ่อม จยย. หัวแบะ หูเกือบขาด

หามส่ง รพ. กลางดึก “อำนาจ รื่นเริง” ถูกสุนัขกัด ชักไข้สูง

ค่ำคืนวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เกิดเหตุสุดสะเทือนใจเมื่อ หามส่ง รพ. กลางดึก “อำนาจ รื่นเริง” ถูกสุนัขกัด ชักไข้สูง อดีตนักมวยแชมป์โลกชื่อดังต้องเผชิญอาการรุนแรงจนต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่บ้านพักในหมู่ 8 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ทำให้หลายคนตื่นตัวกับความเสี่ยงจากการถูกสุนัขกัดที่อาจนำไปสู่ภาวะอันตรายถึงชีวิต

หามส่ง รพ. กลางดึก “อำนาจ รื่นเริง” อดีตนักมวยแชมป์โลก ถูกสุนัขกัด ชักไข้สูง

เมื่อเวลา 21.00 น. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างประทีปได้รับแจ้งเหตุมีคนชักเกร็งภายในบ้านพร้อมไข้สูง พวกเขารีบรุดไปยังที่เกิดเหตุทันที พบ “อำนาจ รื่นเริง” อดีตแชมป์โลกมวยสากลรุ่นฟลายเวต 112 ปอนด์ สังกัด IBF นอนหนาวสั่น มีไข้สูง และมีแผลฉกรรจ์บริเวณหัวเข่า

หามส่ง รพ. กลางดึก \

จากคำบอกเล่าของอำนาจเอง เขาถูกสุนัขกัดเมื่อ 2 วันก่อน แต่กลัวคนในบ้านเป็นห่วงเลยไม่บอกใคร กลับมานอนพักฟื้นเงียบๆ ใครจะรู้ว่าอาการจะแย่ลงอย่างรวดเร็ว มีหนาวสั่น ไข้ขึ้นสูง และชักเกร็งในช่วงค่ำ จนครอบครัวต้องโทรแจ้งกู้ภัยด่วน โชคดีที่เจ้าหน้าที่มาถึงทัน ปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนหามส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา

ใครคือ “อำนาจ รื่นเริง” อดีตแชมป์โลกที่เราคุ้นชื่อ

อำนาจ รื่นเริง เป็นนักมวยไทยที่ผันตัวสู่วงการมวยสากล คว้าเข็มขัดแชมป์โลก IBF รุ่นฟลายเวตมาครองได้สำเร็จในปี 2555 หลังจากเอาชนะคู่ต่อสู้จากญี่ปุ่น เขาป้องกันแชมป์ได้หลายครั้ง ก่อนเสียเข็มขัดไปในที่สุด ชีวิตหลังเกษียณ เขายังคงเป็นไอดอลของนักมวยรุ่นใหม่ แต่เหตุการณ์ หามส่ง รพ. กลางดึก “อำนาจ รื่นเริง” ถูกสุนัขกัด ชักไข้สูง นี้ ทำให้แฟนๆ ตกใจและเป็นห่วงกันมาก

อันตรายจากสุนัขกัด: ทำไมต้องรีบรักษา

การถูกสุนัขกัดไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะคะ โดยเฉพาะถ้าสุนัขไม่ทราบที่มา อาจเสี่ยงติดเชื้อพิษสุนัขบ้า (Rabies) ซึ่งเป็นโรค смертельныйที่ป้องกันได้แต่รักษายาก อาการเริ่มต้นคือแผลบวมแดง ปวด มีไข้ หนาวสั่น และหากลุกลามอาจชักเกร็ง หายใจลำบาก จนถึงตายได้ เหตุการณ์ของอำนาจเป็นตัวอย่างชัดเจนว่าอย่าปล่อยไว้

  • อาการที่ต้องระวังหลังถูกกัด: แผลอักเสบ, ไข้สูง, หนาวสั่น, ชักเกร็ง, คลื่นไส้
  • สุนัขจรจัดหรือไม่รู้ประวัติ: เสี่ยงสูงมาก
  • เด็กและผู้สูงอายุ: อันตรายรุนแรงกว่า

ขั้นตอนปฐมพยาบาลและการรักษาถูกสุนัขกัด

ถ้าคุณหรือคนใกล้ชิดถูกสุนัขกัด ทำตามนี้เลยค่ะ

  1. ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที อย่างน้อย 15 นาที
  2. เช็ดแห้งและทายาหรือปิดแผลหลวมๆ
  3. รีบไปโรงพยาบาลใกล้บ้านเพื่อฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าและบาดทะยัก
  4. สังเกตอาการสุนัข ถ้าตายหรือผิดปกติ แจ้งเจ้าหน้าที่

ในกรณีของอำนาจ เขาต้องได้รับการรักษาเฉพาะทางเพราะไข้สูงและชัก แพทย์จะให้ยาลดไข้ ยากันชัก และตรวจหาเชื้อเพิ่มเติม ปัจจุบันอาการดีขึ้นแล้ว แต่ต้องนอนโรงพยาบาลต่อเพื่อความปลอดภัย

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับทุกคน โดยเฉพาะในพื้นที่ชลบุรีที่สุนัขจรจัดเยอะ การป้องกันคือกุญแจ เช่น อย่าเข้าใกล้สุนัขแปลกหน้า ใส่รองเท้าปิดเมื่อเดินกลางคืน และเลี้ยงสุนัขให้ฉีดวัคซีนครบ ถ้าถูกกัดอย่าลังเล รีบไปหาหมอทันที ชีวิตคุณมีค่าเกินกว่าจะเสี่ยง

คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้? เคยเจอเหตุการณ์คล้ายๆ กันมั้ย แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะคะ จะได้ช่วยเตือนใจกัน!

ที่มา – หามส่ง รพ. กลางดึก “อำนาจ รื่นเริง” อดีตนักมวยแชมป์โลก ถูกสุนัขกัด ชักไข้สูง

ขนลุก! วิญญาณสาวผมบ๊อบเข้าฝัน บอกหิวข้าว เจอกะโหลก

เพื่อนๆ ชาวเน็ตสายสยองขวัญมาทางนี้เลยครับ! วันนี้มีเรื่องจริงขนลุกซู่สุดๆ มาอัปเดตให้ฟังกันกับเหตุการณ์ ขนลุก วิญญาณสาวผมบ๊อบเข้าฝันหนุ่มลาว “บอกหิวข้าว” รุ่งเช้าเจอกะโหลกคนในสวน ที่จังหวัดชลบุรี หนุ่มลาวคนงานสวนมะพร้าวฝันเห็นสาวผมบ๊อบชุดขาวมาขอข้าวกินแบบหิวโซ พอตื่นเช้ามารดน้ำต้นไม้ก็เจอหัวกะโหลกมนุษย์โผล่กลางสวน! เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงเมื่อ 25 ก.พ. 2569 รับรองว่าอ่านแล้วขนลุกตามแน่นอน

ขนลุก วิญญาณสาวผมบ๊อบเข้าฝันหนุ่มลาว “บอกหิวข้าว” รุ่งเช้าเจอกะโหลกคนในสวน

เรื่องราวสุดพิศวงเริ่มต้นจากนายจำกัด อายุ 23 ปี ชาวสปป.ลาวที่ทำงานเป็นคนงานในสวนมะพร้าวแห่งหนึ่ง ริมถนนบ้านนาวัง – โป่งสะเก็ด ใกล้เขาสองพี่น้อง ม.5 ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี คืนก่อนเกิดเหตุ เขาฝันประหลาดมาก มีผู้หญิงสวมชุดขาว ไว้ผมบ๊อบสั้น เดินตรงมาหาแล้วพูดว่า “หิวข้าว ขอข้าวกินหน่อย” แถมยังบอกอีกว่าตัวเองอายุ 26 ปี หิวมากๆ จนเขาพยายามหาข้าวให้ในฝัน พอตื่นขึ้นมาก็ออกมาทำงานรดน้ำต้นมะพร้าวที่เพิ่งปลูกใหม่ แล้วเจอหัวกะโหลกมนุษย์นอนอยู่ตรงหน้า! ตอนแรกยังคิดว่าเป็นของปลอมซะอีก แต่เข้าใกล้ดูดีๆ แล้วเลือดตกยางออก รีบวิ่งไปบอกนายจ้างทันที

ฝันนำทาง? ความเชื่อเรื่องวิญญาณในวัฒนธรรมไทย-ลาว

นายจำกัดให้สัมภาษณ์ตำรวจอย่างมั่นใจว่า ขนลุก วิญญาณสาวผมบ๊อบเข้าฝันหนุ่มลาว “บอกหิวข้าว” รุ่งเช้าเจอกะโหลกคนในสวน คงเป็นเพราะดวงวิญญาณสาวรายนี้มาเข้าฝันเพื่อนำทางให้พบศพ ในวัฒนธรรมไทยและลาว เรามีความเชื่อเรื่องวิญญาณเข้าฝันบอกเหตุมาตั้งแต่โสมัยเก่า บางครั้งวิญญาณคนตายที่ยังลอยนวลจะมาขอให้ช่วยเหลือ เช่น ขออาหารหรือบอกที่ซ่อนศพ เหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก มีเคสคล้ายๆ กันหลายครั้ง เช่น วิญญาณเด็กมาฝันบอกให้ขุดเจอโครงกระดูก หรือผีหญิงร้องไห้ในฝันนำไปสู่จุดพบศพ คุณเคยฝันแบบนี้บ้างไหมครับ? ลองแชร์กันดู

ชิ้นส่วนโครงกระดูกที่พบกระจัดกระจาย

เมื่อตำรวจ ร.ต.อ.มะโนต ทิพย์เวช รอง สว.สอบสวน สภ.บางละมุง นำทีมกู้ภัย พิสูจน์หลักฐาน และแพทย์ รีบรุดไปตรวจสอบ พบชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์กระจายเกลื่อนในสวนมะพร้าว โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • หัวกะโหลกมนุษย์ 1 ชิ้น (ขนาดเล็ก คาดเป็นของผู้หญิง)
  • ท่อนแขนด้านบน ( humerus ) 2 ชิ้น
  • กระดูกสะโพก 1 ชิ้น
  • ชิ้นส่วนกระดูกเล็กๆ อีกหลายชิ้น

ชิ้นส่วนเหล่านี้ห่างกันประมาณ 40-50 เมตร คาดว่าผู้ตายเสียชีวิตมาแล้วอย่างน้อย 2-3 เดือน ตำรวจค้นหาในรัศมี 100-200 เมตรแต่ไม่เจอเพิ่ม นอกจากนี้ยังพบกระเป๋าใบหนึ่งห่างหัวกะโหลก 10 เมตร ภายในมีเสื้อผ้าผู้หญิง 6-7 ชิ้น แต่ยังไม่ยืนยันว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ตำรวจเชื่อว่าสุนัขจรจัดในพื้นที่คาบมากัดแทะกระดายแบบนี้ เพราะบริเวณนั้นมีหมาจรจัดเยอะมาก

ชาวบ้านใกล้เคียงตกใจหนัก สุนัขหอนทั้งคืน

ที่น่าขนลุกยิ่งกว่าคือ บ้านหลังหนึ่งห่างจุดพบกระดูกท่อนแขนแค่ 3 เมตร! เจ้าของบ้านเล่าว่าเห็นสุนัขคาบกระดูกชิ้นนี้มาแทะเล่นมาหลายวันแล้ว แต่ไม่คิดอะไร จนกระทั่งมีคนเจอหัวกะโหลกจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ ยอมรับว่าตกใจสุดๆ ที่ผ่านมาไม่เคยมีกลิ่นเน่าเหม็นหรือสิ่งผิดปกติ แต่พอคืนก่อนเกิดเหตุ หมาจรจัดในละแวกนั้นส่งเสียงหอนดังลั่นทั้งคืน! หลายคนเชื่อว่านี่คือสัญญาณจากวิญญาณที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือ

เบื้องต้น ตำรวจเก็บชิ้นส่วนทั้งหมดส่งสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อชันสูตรหาอัตลักษณ์ หาสาเหตุการตาย และ DNA อาจต้องรอผลนานหน่อย แต่จากหัวกะโหลกเล็กๆ น่าจะเป็นผู้เสียหายเพศหญิง ส่วนชิ้นส่วนที่หายไปจะประสานสืบสวนและท้องถิ่นช่วยค้นต่อ

เรื่อง ขนลุก วิญญาณสาวผมบ๊อบเข้าฝันหนุ่มลาว “บอกหิวข้าว” รุ่งเช้าเจอกะโหลกคนในสวน นี้ ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าโลกนี้มีอะไรที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้จริงๆ หรือเปล่า? ในมุมผมคิดว่ามันอาจเป็นบังเอิญผสมกับจิตใต้สำนึก แต่ถ้าเป็นวิญญาณจริง ก็ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้เราดูแลตัวเองดีๆ นะครับ คุณล่ะเชื่อเรื่องแบบนี้ไหม? มีประสบการณ์ผีเข้าฝันบ้างรึเปล่า? มาคอมเมนต์เล่าต่อด้านล่างเลย สายมูอย่าพลาดฟอลโลว์เพจเพื่ออัปเดตเรื่องลี้ลับเพิ่มเติม!

ที่มา – ขนลุก วิญญาณสาวผมบ๊อบเข้าฝันหนุ่มลาว “บอกหิวข้าว” รุ่งเช้าเจอกะโหลกคนในสวน

บุกรวบเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ พัทยา-สัตหีบ

เมื่อเร็วๆ นี้ ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือ บุกรวบเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ที่ตั้งหลักปักฐานในพื้นที่พัทยาและสัตหีบ จังหวัดชลบุรี การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการสืบสวนอย่างต่อเนื่องของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) ซึ่งสามารถทลายขบวนการอันตรายที่หลอกลวงประชาชนให้โอนเงินเข้าบัญชีม้า ก่อนตระเวนกดเงินสดออกมาหลักล้านบาท

บุกรวบเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ

ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้การอำนวยการของผู้บังคับบัญชา CIB ชุดปฏิบัติการที่ 2 กก.1 บก.ปคบ. นำโดย พ.ต.ต.หญิง สมวดี โพธิ์วัฒน์ สว.กก.1 บก.ปคบ. เจ้าหน้าที่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มนี้มาอย่างใกล้ชิด จนศาลจังหวัดชลบุรีออกหมายจับ 2 ผู้ต้องหา ได้แก่ นาย SERGEI อายุ 35 ปี สัญชาติรัสเซีย จับกุมได้ที่คอนโดมิเนียมในตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง และนางสาวศศิวิมล อายุ 20 ปี จับกุมได้บริเวณหน้าร้านนวดในตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ

ของกลางที่ตรวจยึดได้จากการบุกรวบเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ

จากการกวาดล้างครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางสำคัญ ได้แก่ บัตรเอทีเอ็มจำนวน 9 ใบ โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง ซึ่งใช้ในการดำเนินการหลอกลวง ขบวนการนี้มีพฤติกรรมนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หลอกให้ประชาชนโอนเงินผ่านช่องทางออนไลน์ จากนั้นใช้บัญชีม้าเพื่อรับเงินและถอนออกอย่างรวดเร็ว เงินที่หมุนเวียนในระบบมีมูลค่าหลักล้านบาท สร้างความเสียหายให้ผู้เสียหายจำนวนมาก

  • บัตรเอทีเอ็ม 9 ใบ จากธนาคารต่างๆ
  • โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง สำหรับติดต่อและสั่งการ
  • คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง ใช้จัดการข้อมูลบัญชีม้า
  • เงินสดและทรัพย์สินอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

วิธีการทำงานของเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ

บุกรวบเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ครั้งนี้เผยให้เห็นรูปแบบการทำงานที่ซับซ้อน กลุ่มผู้ต้องหาชาวต่างชาติร่วมมือกับคนไทยในการจัดหาบัญชีม้า ซึ่งมักเป็นบัญชีของบุคคลที่ถูกหลอกหรือสมัครใจรับจ้าง พวกเขาสร้างเว็บไซต์ปลอมหรือแอปพลิเคชันหลอกลงทุน หวยออนไลน์ หรือสินค้าลดราคา เพื่อดึงดูดเหยื่อให้โอนเงิน เมื่อเงินเข้าบัญชี ก็รีบถอนผ่านตู้ ATM หรือโอนต่อไปยังบัญชีอื่นๆ ในต่างประเทศ พื้นที่พัทยาและสัตหีบถูกเลือกเพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีคนต่างชาตินัก และตู้ ATM กระจายตัว ทำให้ง่ายต่อการหลบหนี

หลังจับกุม เจ้าหน้าที่แสดงหมายจับ แจ้งข้อหา และอ่านสิทธิให้ผู้ต้องหาฟัง ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลหนองขาม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่จะขยายผลหาหนอนแทะเพิ่มเติม

คำเตือนและวิธีป้องกันสแกมออนไลน์

ตำรวจ ปคบ. เตือนประชาชนให้ระวังกลโกงออนไลน์ โดยเฉพาะการหลอกลงทุน หลอกขายของ หรือขอข้อมูลบัญชี สโลแกนสำคัญคือ “อย่าโอน อย่ากดเงิน อย่าให้ข้อมูลส่วนตัว หากไม่แน่ใจให้ตัดสายทันที” นอกจากนี้ ยังมีเคล็ดลับป้องกันดังนี้

  • ตรวจสอบเว็บไซต์หรือแอปก่อนโอนเงิน ดูรีวิวและที่อยู่จริง
  • อย่าเชื่อข้อความจากคนไม่รู้จัก โดยเฉพาะที่สัญญาผลตอบแทนสูง
  • ใช้แอปธนาคารแจ้งเตือนทุกธุรกรรม
  • แจ้งความทันทีหากถูกหลอก ที่สายด่วน 1155 หรือศูนย์ดำรงธรรม
  • หลีกเลี่ยงบัญชีม้าที่มีชื่อแปลกๆ หรือธนาคารหลายแห่ง

การ บุกรวบเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ไทยในการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ที่ใช้ประเทศเราเป็นฐาน ซึ่งช่วยเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน หากคุณเคยเจอพฤติกรรมน่าสงสัย รีบแจ้งเบาะแสให้ตำรวจทราบ เพื่อช่วยกันหยุดยั้งขบวนการเหล่านี้ให้สิ้นซาก

ข้อมูลนี้เป็นบทเรียนสำคัญ ว่าอาชญากรรมออนไลน์ไม่มีพรมแดน และการตื่นตัวของทุกคนคือกุญแจสำคัญในการป้องกัน

ที่มา – บุกรวบเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ตระเวนกดเงินสดจากบัญชีม้า พื้นที่พัทยา–สัตหีบ

พี่เลี้ยงหมูเด้งยืนยันสภาพคอกฮิปโปธรรมชาติ

สวัสดีครับเพื่อนๆ แฟนคลับสัตว์น่ารักทุกท่าน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าร้อนแรงที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดีย นั่นคือสภาพคอกของ หมูเด้ง ฮิปโปแคระสุดฮอตจากสวนสัตว์เปิดเขาเขียว หลายคนเห็นภาพแล้วใจหาย รู้สึกว่าสวนสัตว์ดูแลไม่ดีใช่มั้ยล่ะ? แต่เดี๋ยวก่อนนะครับ พี่เลี้ยงหมูเด้ง ออกมาชี้แจงแล้วว่า มันเป็นพฤติกรรมธรรมชาติของฮิปโปเลยล่ะ ไม่ใช่ความประมาทเลยสักนิด!

พี่เลี้ยงหมูเด้งยืนยันสภาพคอกเป็นพฤติกรรมธรรมชาติ

นายณรงค์วิทย์ ชดช้อย ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ได้ออกมาให้ข้อมูลอย่างละเอียดเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 (ในเนื้อหาเป็น 2569 คงพิมพ์ผิด) โดยขอบคุณทุกคนที่ห่วงใยหมูเด้งก่อนเลย สวนสัตว์ยึดมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ระดับโลกจาก World Association of Zoos and Aquariums (WAZA) เป็นหลักนะครับ ภาพที่เห็นมูลเต็มคอกน่ะ เป็นมูลที่ฮิปโปขับถ่ายระหว่างวัน ซึ่งฮิปโปชอบถ่ายทั้งในน้ำและบนบก เพื่อกำหนดอาณาเขตของตัวเอง เป็นพฤติกรรมปกติสุดๆ เจ้าหน้าที่ก็ทำความสะอาดทุกเช้าอย่างสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้สกปรกค้างคืนแน่นอน

ส่วนสภาพคอกที่มีดิน โคลน และพืชน้ำชุ่มชื้นนั้น ออกแบบมาให้เหมาะกับชีววิทยาของฮิปโปแคระโดยเฉพาะ เพราะพวกมันต้องการความชื้นสูงเพื่อสุขภาพผิวหนัง ช่วยป้องกันผิวแห้งและให้แสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติได้เต็มที่ ไม่ใช่คอกแห้งๆ แบบที่เราคิดกันหรอกครับ

พี่เลี้ยงหมูเด้งเล่าปากเปล่าเรื่องการดูแลประจำวัน

มาฟังจากปาก พี่เลี้ยงหมูเด้ง โดยตรงกันเลยครับ คุณเบนซ์ หรือนายอรรถพล พี่เลี้ยงสุดหล่อที่รับผิดชอบหมูเด้ง บอกว่าตัวเขาเป็นซูคลิปเปอร์ (Zookeeper) หน้าที่หลักคือสังเกตพฤติกรรมสัตว์ จัดอาหาร บันทึกข้อมูลทุกวัน เช้ามาก็อาบน้ำให้หมูเด้ง ดูพฤติกรรมการกิน และเตรียมอาหารตามสัดส่วน

เรื่องน้ำในบ่อที่สีเขียว? อันนี้ธรรมชาติสุดๆ ครับ เช้าๆ เปลี่ยนน้ำใหม่ใสแจ๋ว แต่พอหมูเด้งลงเล่นน้ำตอนเช้า-บ่าย แถมแดดจัดๆ ก็ทำให้สาหร่ายขึ้น น้ำเลยเขียวได้ ถ้ามาเที่ยวเช้าจะเห็นน้ำใส แต่บ่ายๆ ก็เขียวตามธรรมชาติของฮิปโป พี่เลี้ยงย้ำชัดว่า ดูแลหมูเด้งไม่ต่างจากสัตว์ตัวอื่นเลย ไม่ได้พิเศษเพราะดัง ไม่ได้หวังผลกำไรหรือทำธุรกิจอะไรทั้งนั้น แค่ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทีมงานสวนสัตว์ทุกคนช่วยกันดูแล ไม่ใช่พี่เบนซ์คนเดียว ไปดูแลตัวอื่นบ้างตามกะด้วย

สวนสัตว์เขาเขียวมีแผนยกระดับ! โครงการฮิปโปวิลเลจ

ไม่หยุดแค่นี้ครับ สวนสัตว์ยังมีแผนพัฒนาใหญ่โต โครงการ ฮิปโปวิลเลจ บนพื้นที่ 10 ไร่เต็มๆ ได้รับอนุมัติแบบก่อสร้างแล้ว จะรองรับฮิปโปแคระ 6 ตัว และฮิปโปใหญ่ 7 ตัว มีพื้นที่กว้างขวาง สภาพแวดล้อมเลียนแบบธรรมชาติ 100% ก่อสร้างแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้สัตว์เครียดจากเสียงดังหรือก่อสร้างรบกวน แสดงให้เห็นว่าสวนสัตว์ใส่ใจจริงๆ

นอกจากนี้ ยังเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนผ่านช่องทางต่างๆ ด้วย ถ้ามีไอเดียดีๆ ส่งมาได้เลย จะช่วยยกระดับการดูแลสัตว์ให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น

  • ทำความสะอาดคอกทุกเช้า
  • เปลี่ยนน้ำบ่อประจำวัน
  • สังเกตพฤติกรรมและบันทึกข้อมูล
  • จัดอาหารตามความต้องการทางชีวภาพ
  • ออกแบบคอกชุ่มชื้นตามธรรมชาติ

เห็นมั้ยครับว่า พี่เลี้ยงหมูเด้ง และทีมสวนสัตว์ทุ่มเทแค่ไหน ดราม่าครั้งนี้กลายเป็นโอกาสให้ทุกคนเข้าใจฮิปโปมากขึ้นแทน สัตว์ทุกตัวในสวนสัตว์ได้รับการดูแลเท่าเทียม ไม่ว่าจะดังหรือไม่ดัง

สุดท้ายนี้ ถ้าคุณรักหมูเด้งและอยากเห็นด้วยตาตัวเอง ลองแวะไปสวนสัตว์เปิดเขาเขียวดูนะครับ โดยเฉพาะช่วงเช้า จะได้เห็นน้ำใสๆ และพี่เลี้ยงหมูเด้งกำลังดูแลน่ารักๆ มาแชร์รูปและความรู้สึกในคอมเมนต์ด้านล่างด้วยสิ ว่าคุณคิดยังไงกับเรื่องนี้!

ที่มา – พี่เลี้ยง “หมูเด้ง” ยืนยันสภาพคอกเป็นพฤติกรรมธรรมชาติของฮิปโปฯ ย้ำไม่ได้หวังผลกำไร

“ตัน ภาสกรนที” พลาดตกเวทีสูง 2 เมตร

เหตุการณ์สุดช็อกในวงการบันเทิงและธุรกิจ เมื่อตัน ภาสกรนที พลาดตกเวทีสูง 2 เมตรระหว่างขึ้นแจมบนเวทีคอนเสิร์ต สร้างความตกใจให้แฟนๆ และผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก วันนี้เราจะมาสรุปทุกอย่างที่เกิดขึ้นแบบละเอียด เพื่อให้คุณไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ตัน ภาสกรนที พลาดตกเวทีสูง 2 เมตร ในงานคอนเสิร์ตดัง

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 00.35 น. เกิดเหตุไม่คาดฝันในงาน “วันเดอร์ วัน มิวสิค เฟสติวัล (WONDER ONE Music Festival)” ที่เขาชีจรรย์ พัทยา ซึ่งเป็นคืนสุดท้ายของงาน คุณตัน ภาสกรนที หรือที่รู้จักในนาม “ตัน อิชิตัน” กรรมการผู้อำนวยการบริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กำลังสนุกสนานบนเวทีร่วมกับศิลปินดัง “กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่”

รายละเอียดเหตุการณ์ตัน ภาสกรนที พลาดตกเวที

ในช่วงประมาณ 00.00 น. ตัน ภาสกรนที ขึ้นเวทีเพื่อกล่าวขอบคุณผู้ร่วมงานและแจกของขวัญ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก แต่ระหว่างที่กำลังเต้นและแจมเพลงอย่างเมามันส์ เกิดพลาดเหยียบขอบเวทีที่สูงเกือบ 2 เมตร ก่อนจะกระแทกพื้นอย่างแรง ส่งผลให้ศิลปินต้องหยุดแสดงทันที ผู้ชมต่างส่งเสียงเชียร์และปรบมือให้กำลังใจ ขณะที่ทีมกู้ภัยและกู้ชีพรีบเข้ามาช่วยเหลือ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยหามตัวคุณตันส่งโรงพยาบาลกรุงเทพ-พัทยาทันที โดยเบื้องต้นพบอาการเจ็บปวดตั้งแต่ต้นคอไปจนถึงแผ่นหลัง ทีมแพทย์กำลังดูแลอย่างใกล้ชิด

พื้นหลังของตัน ภาสกรนที และงานคอนเสิร์ต

ตัน ภาสกรนที เป็นนักธุรกิจชื่อดัง เจ้าของแบรนด์เครื่องดื่มอิชิตันที่โด่งดังจากกลยุทธ์การตลาดสุดแหวกแนว โดยเฉพาะการไลฟ์ขายของและคลิปไวรัลบนโซเชียลมีเดีย เขายังเป็นผู้สนับสนุนหลักของงาน “วันเดอร์ วัน มิวสิค เฟสติวัล” ซึ่งจัดขึ้นที่วันชีจรรย์ เขาชีจรรย์ พัทยา ถือเป็นงานเทศกาลดนตรีครั้งแรกที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก มีศิลปินมากมายมาร่วมแจม

ก่อนเกิดเหตุ ตันเพิ่งโพสต์บนเฟซบุ๊กแสดงความภูมิใจในงานนี้ โดยระบุว่า “สองคืนที่ผ่านมา…ผมยืนมองหน้าเวทีแล้วรู้สึกภูมิใจ…ขอบคุณทุกคนที่มาร่วม…เราจะกลับมาพบกันใหม่ครับ” ซึ่งกลายเป็นโพสต์สุดซึ้งท่ามกลางข่าวอุบัติเหตุ

ขั้นตอนการเกิดเหตุแบบละเอียด

  • ศิลปินกอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่กำลังแสดงคอนเสิร์ตคึกคัก
  • ตัน ภาสกรนที ขึ้นเวทีแจมและแจกของขวัญ
  • ระหว่างเต้น พลาดตกจากเวทีสูงเกือบ 2 เมตร
  • ศิลปินหยุดแสดง ทีมกู้ภัยรีบเข้า
  • ผู้ชมปรบมือให้กำลังใจและภาวนา
  • หามส่งโรงพยาบาลกรุงเทพ-พัทยาเร่งด่วน

บทเรียนจากเหตุการณ์ตัน ภาสกรนที พลาดตกเวที

อุบัติเหตุครั้งนี้เตือนใจถึงความสำคัญของความปลอดภัยในงานอีเวนต์ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเวทีที่สูง แม้ผู้จัดจะมีทีมกู้ภัยพร้อม แต่การป้องกันยังต้องเข้มงวดมากขึ้น นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงบุคลิกของตันที่ร่าเริงและใกล้ชิดแฟนๆ ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เขาเป็นที่รัก

ปัจจุบัน ตันอยู่ในความดูแลของแพทย์แล้ว เราหวังว่าจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้ สะท้อนว่าคนดังก็เป็นมนุษย์ธรรมดาได้พลาดได้

คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์ตัน ภาสกรนที พลาดตกเวทีสูง 2 เมตรนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุด หายไวๆ นะพี่ตัน!

ที่มา – “ตัน ภาสกรนที” พลาดตกเวทีสูง 2 เมตร ในงานคอนเสิร์ต เจ้าหน้าที่เร่งหามส่ง รพ.

Scroll to top