ชลบุรี

ชายต่างชาติรับสารภาพ ฆ่าสาว 17 ยัดกระเป๋า อ้างป้องกันตัว

เหตุการณ์สะเทือนขวัญ ชายต่างชาติรับสารภาพ ฆ่าสาว 17 ยัดกระเป๋า อ้างป้องกันตัว

กลายเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถปิดคดีสะเทือนขวัญ หลังจากตามรวบตัวผู้ต้องสงสัยชาวต่างชาติได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ล่าสุดนายไซมอน ปีเตอร์ คาร์แมน ชายสัญชาติออสเตรเลียวัย 46 ปี ได้เปิดปากยอมรับสารภาพแล้วว่าตนคือผู้ลงมือ ฆ่าสาว 17 ยัดกระเป๋า จริงตามที่ถูกกล่าวหา หลังจากพยายามหลบหนีความผิดแต่ไม่รอดพ้นสายตาของเจ้าหน้าที่ตำรวจไปได้

จากการสอบสวนเพิ่มเติม ณ สภ.เมืองพัทยา นายไซมอนยอมจำนนด้วยหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่เห็นภาพชัดเจนขณะเขาลากกระเป๋าเดินทางไปทิ้งศพบริเวณป่าริมทางรถไฟ ย่านซอยเขามะกอก ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยผู้ต้องหาให้การอ้างว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการป้องกันตัว ซึ่งเรื่องราวเริ่มต้นจากการที่เขาได้พบกับผู้เสียชีวิตที่ชายหาดจอมเทียนและชักชวนไปที่ห้องพัก แต่เกิดมีปากเสียงรุนแรงเรื่องเรียกเงินเพิ่ม ทั้งที่ตกลงกันไว้แล้ว

รายละเอียดคำให้การหลังถูกจับกุมในคดี ฆ่าสาว 17 ยัดกระเป๋า

นายไซมอนระบุว่า ในระหว่างการโต้เถียง ผู้เสียชีวิตได้นำมีดขึ้นมาจี้คอเขา ทำให้เกิดการยื้อแย่งกันขึ้น จนกระทั่งเขาใช้มือบีบคอฝ่ายหญิงจนแน่นิ่งไป เมื่อทราบว่าเสียชีวิตจึงตัดสินใจนำศพใส่กระเป๋าเดินทางไว้ในห้องน้ำนานกว่า 1 วัน ก่อนจะนำไปทิ้งเพื่ออำพรางคดี ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาหนักรวม 4 ข้อหา ได้แก่:

  • ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
  • ซ่อนเร้นศพ ย้ายหรือทำลายศพ
  • พรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเพื่อการอนาจาร
  • พาผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร

อย่างไรก็ตาม คำกล่าวอ้างที่ว่าเป็นการป้องกันตัวนั้นเป็นเพียงสิทธิ์ของผู้ต้องหา ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและผลชันสูตรในห้องเกิดเหตุ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงทั้งหมดอีกครั้ง โดยในขณะนี้คดี ฆ่าสาว 17 ยัดกระเป๋า กำลังอยู่ในขั้นตอนการฝากขังที่ศาลจังหวัดพัทยา

เหตุการณ์นี้นับเป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญ โดยเฉพาะการระมัดระวังตัวในการติดต่อกับคนแปลกหน้าหรือการไปในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ความปลอดภัยของเยาวชนเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องให้ความร่วมมือและสอดส่องดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุสลดเช่นนี้ซ้ำรอยอีก หวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะนำความเป็นธรรมมาสู่ครอบครัวผู้สูญเสียได้โดยเร็วที่สุด

ที่มา – ยอมจำนนหลักฐาน ชายชาวต่างชาติรับสารภาพ ฆ่าสาว 17 ยัดกระเป๋า อ้างป้องกันตัว

ชายต่างชาติ ตามหาสาวไม่เจอ พาลก่อเหตุสยอง สาดน้ำกรดใส่คนดูแลหอพักสาหัส

เกิดเหตุการณ์สุดสยองขวัญที่ทำเอาผู้คนในละแวกพัทยากลางถึงกับผวา เมื่อมีรายงานว่าชายต่างชาติ ตามหาสาวไม่เจอ พาลก่อเหตุสยอง สาดน้ำกรดใส่คนดูแลหอพักสาหัส สร้างความเดือดร้อนและความหวาดกลัวให้กับผู้พักอาศัยเป็นอย่างมาก โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายในซอยอนุโนทัย 2 พัทยากลาง จ.ชลบุรี ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบด่วน

ชายต่างชาติ ตามหาสาวไม่เจอ พาลก่อเหตุสยอง สาดน้ำกรดใส่คนดูแลหอพักสาหัส

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อชายต่างชาติรายหนึ่งอายุประมาณ 30-40 ปี ได้บุกเข้ามาในหอพักและพยายามเคาะห้องถามหาหญิงสาวรายหนึ่ง แต่เมื่อหาไม่พบก็เริ่มมีอาการคลุ้มคลั่ง เดินก่อกวนสร้างความรำคาญให้ผู้พักอาศัย จนกระทั่งนางสาววิราวรรณ ผู้ดูแลหอพักได้เข้าไปห้ามปรามและเจรจา แต่ทว่าเหตุการณ์กลับบานปลายกลายเป็นความรุนแรงเกินคาดคิด

สรุปเหตุการณ์ ชายต่างชาติ ตามหาสาวไม่เจอ พาลก่อเหตุสยอง สาดน้ำกรดใส่คนดูแลหอพักสาหัส

จากการสอบสวนเบื้องต้นพบข้อมูลที่น่าตกใจดังนี้:

  • ผู้ก่อเหตุเตรียมพร้อมโดยบรรจุน้ำกรดใส่ในขวดเบียร์มาด้วย
  • มีการโต้เถียงกันเกิดขึ้นก่อนที่คนร้ายจะสาดน้ำกรดใส่ผู้ดูแลอย่างโหดเหี้ยม
  • น้ำกรดโดนเข้าที่ใบหน้าและร่างกายของผู้บาดเจ็บ ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องรีบส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลชลบุรี
  • พยานในที่เกิดเหตุและกล้องวงจรปิดกำลังถูกนำมาใช้ประกอบหลักฐานเพื่อติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดี

ร่องรอยความเสียหายที่ปรากฏ ทั้งพรมเช็ดเท้าและเบาะเก้าอี้ที่ถูกน้ำกรดกัดจนเป็นรูโบ๋ เป็นสิ่งที่ยืนยันความรุนแรงของสารเคมีที่คนร้ายนำมาใช้ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่อุกอาจและขาดความยับยั้งชั่งใจอย่างรุนแรงในที่สาธารณะ

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา กำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทุกมุม เพื่อรีบควานหาตัวชายต่างชาติรายนี้มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้เร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่

ข้อคิดจากเหตุการณ์นี้: ความปลอดภัยในที่พักอาศัยเป็นเรื่องสำคัญ การจัดการกับบุคคลแปลกหน้าที่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุด โดยเฉพาะหากพบอาการคลุ้มคลั่งควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีแทนการเผชิญหน้าเพียงลำพัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้อีก

ที่มา – ชายต่างชาติ ตามหาสาวไม่เจอ พาลก่อเหตุสยอง สาดน้ำกรดใส่คนดูแลหอพักสาหัส

“เจ้าตูบสี่ขา” ได้กลับบ้านแล้ว หลังลอยคอกลางทะเลเกาะสีชัง

เชื่อว่าหลายคนคงจำข่าวที่สร้างความฮือฮาและลุ้นระทึกได้เป็นอย่างดี เมื่อมีชาวเรือใจดีไปพบกับ “เจ้าตูบสี่ขา” ได้กลับบ้านแล้ว หลังจากที่น้องไปลอยคออยู่กลางทะเลบริเวณเกาะสีชัง จนชาวเน็ตต่างช่วยกันตั้งชื่อให้ว่า “เจ้าบุญรอด” ซึ่งโชคดีเหลือเกินที่นาทีนั้นมีคนเห็นเข้าพอดี ทำให้เรื่องราวนี้จบลงแบบแฮปปี้เอนดิ้งสุดๆ

สาเหตุที่ทำให้ “เจ้าตูบสี่ขา” ได้กลับบ้านแล้ว หลังจากพลัดตกทะเลเกาะสีชัง

วันนี้เรามีข่าวดีมาฝากทุกคนครับ หลังจากที่การตามหาตัวเจ้าของดำเนินมาได้สักพัก ล่าสุดเจ้าของตัวจริงก็ได้ติดต่อเข้ามาแสดงตัวและพาน้องกลับบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสาเหตุที่ทำให้ “เจ้าตูบสี่ขา” ได้กลับบ้านแล้ว หลังจากผ่านเหตุการณ์ระทึกขวัญนั้น เจ้าของได้ชี้แจงว่า สาเหตุเกิดจากน้องพลัดตกเรือขณะกำลังเดินทาง ทำให้กระแสน้ำพัดพาน้องออกไปไกลจากจุดเดิม จนไปลอยคออยู่กลางทะเลเกาะสีชังอย่างน่าสงสาร

บทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์เจ้าตูบสี่ขา

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับคนเลี้ยงสุนัขที่ชอบพาน้องๆ ไปทำกิจกรรมทางน้ำ หรือเดินทางโดยเรือบ่อยๆ เราควรมีมาตรการป้องกันเพื่อให้แน่ใจว่าน้องจะไม่เกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันแบบเจ้าตูบรายนี้:

  • ควรมีสายจูงหรืออุปกรณ์ช่วยชีวิตสัตว์เลี้ยงสวมใส่ไว้เสมอเมื่ออยู่บนเรือ
  • หมั่นสังเกตพฤติกรรมน้องหมาไม่ให้คลาดสายตาหากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง
  • ฝึกฝนให้น้องหมาคุ้นเคยกับคำสั่งพื้นฐาน เพื่อความปลอดภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ท้ายที่สุดนี้ เราต้องขอขอบคุณพี่ชาวเรือผู้กล้าหาญที่ตัดสินใจช่วยเหลือชีวิตน้องไว้ได้ทันท่วงที นี่ถือเป็นเรื่องราวใจฟูที่ทำให้เราเห็นถึงความเมตตาที่มีให้แก่สัตว์โลก และถือเป็นโชคดีของครอบครัวนี้ที่ได้สุนัขแสนรักกลับคืนสู่อ้อมกอดอีกครั้ง ส่วนใครที่มีสัตว์เลี้ยงคู่ใจ ก็อย่าลืมดูแลใส่ใจเรื่องความปลอดภัยกันให้ดีด้วยนะครับ เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อจริงๆ หากใครมีประสบการณ์แบบนี้มาแบ่งปันกันได้นะครับว่าดูแลน้องหมาเวลาไปเที่ยวอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

ที่มา – “เจ้าตูบสี่ขา” ได้กลับบ้านแล้ว เจ้าของเผยสาเหตุ น้องหมาลอยคอกลางทะเลเกาะสีชัง

หนุ่มออกเรือจะพาลูกค้าไปตกปลา กลับเจอเจ้าตูบสี่ขา ลอยคออยู่กลางทะเลเกาะสีชัง

เชื่อเลยว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะเมื่อเราออกไปใช้ชีวิตอยู่กลางทะเลกว้างใหญ่ เหมือนกับเรื่องราวสุดประทับใจที่กำลังเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ขณะนี้ เมื่อมีหนุ่มออกเรือจะพาลูกค้าไปตกปลา กลับเจอ “เจ้าตูบสี่ขา” ลอยคออยู่กลางทะเลเกาะสีชัง ท่ามกลางกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก ซึ่งถ้าหากไม่ได้รับความช่วยเหลือทันเวลา คงเป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างแน่นอน

หนุ่มออกเรือจะพาลูกค้าไปตกปลา กลับเจอ “เจ้าตูบสี่ขา” ลอยคออยู่กลางทะเลเกาะสีชัง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณเกาะสัมปันยื้อ ใกล้กับเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี นายปิติสันต์ โภคทรัพย์ ไต๋เรือใจดีวัย 40 ปี เล่าว่าในขณะที่กำลังพาเรือออกไปบริการลูกค้าเพื่อตกปลานั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นวัตถุสีขาวลอยคออยู่กลางทะเล เมื่อเข้าไปใกล้ๆ กลับพบว่าเป็นสุนัขตัวหนึ่งที่กำลังมีอาการอ่อนแรง

วินาทีชีวิตของเจ้าตูบตัวน้อย

ด้วยสัญชาตญาณคนรักสัตว์ นายปิติสันต์ไม่รอช้า รีบสั่งลูกเรือให้เก็บคันเบ็ดและเร่งเครื่องเข้าไปช่วยเหลือทันที ซึ่งถ้ามองในมุมกลับกัน การที่หนุ่มออกเรือจะพาลูกค้าไปตกปลา กลับเจอ “เจ้าตูบสี่ขา” ลอยคออยู่กลางทะเลเกาะสีชังแบบนี้ ถือเป็นบุญของเจ้าสุนัขตัวนี้อย่างมาก เพราะพื้นที่บริเวณนั้นกระแสน้ำขึ้นลงค่อนข้างแรงและอันตราย หากสุนัขหมดแรงกลางทาง ชีวิตอาจไม่รอดเหมือนอย่างที่เป็นข่าว

  • หลังจากช่วยขึ้นมาได้ ไต๋เรือใช้เวลาเพียง 5 นาทีในการนำตัวขึ้นเรืออย่างปลอดภัย
  • มีการเช็ดตัวให้ด้วยผ้าสะอาดและป้อนขนมปังเพื่อประทังชีวิตและเพิ่มพลัง
  • ชาวเน็ตพากันตั้งชื่อให้ใหม่ว่า “เจ้าบุญรอด” เพราะรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์

เรื่องนี้สอนให้เราเห็นว่าความเมตตาไม่มีพรมแดนจริงๆ ครับ แม้จะเป็นเพียงสุนัขตัวหนึ่ง แต่คุณปิติสันต์ก็ยอมสละเวลาความสุขของลูกค้าบนเรือเพื่อช่วยชีวิตหนึ่งชีวิตไว้ สิ่งนี้สะท้อนถึงจิตใจที่งดงามของคนไทยได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันทางทีมงานกำลังมีการประกาศตามหาเจ้าของ ซึ่งคาดว่าอาจเป็นสุนัขของเรือโป๊ะที่พลัดตกน้ำไปในช่วงคลื่นลมแรง

สุดท้ายนี้ หากใครพบเห็นสัตว์ตกทุกข์ได้ยากในสถานการณ์ที่อันตรายแบบนี้ การยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือตามกำลังย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะทุกชีวิตมีค่าเสมอ และเหตุการณ์ หนุ่มออกเรือจะพาลูกค้าไปตกปลา กลับเจอ “เจ้าตูบสี่ขา” ลอยคออยู่กลางทะเลเกาะสีชัง ครั้งนี้จะเป็นเรื่องราวดีๆ ที่ทำให้พวกเรายิ้มได้ไปอีกนานครับ แล้วคุณล่ะครับเคยเจอเหตุการณ์ตื่นเต้นแบบนี้บ้างไหม ลองมาแชร์ประสบการณ์กันได้นะครับ

ที่มา – หนุ่มออกเรือจะพาลูกค้าไปตกปลา กลับเจอ “เจ้าตูบสี่ขา” ลอยคออยู่กลางทะเลเกาะสีชัง

สาววัย 36 ผวา อ้างถูกหนุ่มข้างห้องตามจีบ พอไม่รับรัก เจอซัดหมัดใส่ไม่ยั้ง

เชื่อว่าใครที่อาศัยอยู่หอพักหรือคอนโดก็น่าจะเคยเจอปัญหาเพื่อนบ้านกันบ้าง แต่ในกรณีล่าสุดนี้ถือว่าน่ากลัวและรุนแรงมากครับ เมื่อมีเหตุการณ์ สาววัย 36 ผวา อ้างถูกหนุ่มข้างห้องตามจีบ พอไม่รับรัก เจอซัดหมัดใส่ไม่ยั้ง จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่พัทยา สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้อยู่อาศัยในย่านนั้นเป็นอย่างมากครับ

สาววัย 36 ผวา อ้างถูกหนุ่มข้างห้องตามจีบ พอไม่รับรัก เจอซัดหมัดใส่ไม่ยั้ง

เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดวันหนึ่งที่อพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่งในซอยเทพประสิทธิ์ พัทยา โดยทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายจนมีผู้บาดเจ็บ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบหญิงสาวรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บฟกช้ำตามตัวและมีแผลที่ปากและคิ้ว เลือดไหลนอง ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีครับ

ชนวนเหตุของ สาววัย 36 ผวา อ้างถูกหนุ่มข้างห้องตามจีบ พอไม่รับรัก เจอซัดหมัดใส่ไม่ยั้ง

จากการสอบถามผู้เสียหาย เธอระบุว่าต้นเหตุมาจากเพื่อนข้างห้องที่แอบตามจีบเธอมานานกว่า 5-6 เดือนตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่ ซึ่งเธอก็พยายามปฏิเสธและหลบหน้ามาตลอด จนกระทั่งวันนี้หลังจากเลิกงานกลับมาถึงห้องก็ปะทะคารมกัน จนถูกฝ่ายชายลงมือทำร้ายร่างกายอย่างบ้าคลั่ง โดยอ้างเรื่องการคุยโทรศัพท์เสียงดังเป็นชนวนเหตุบังหน้า

สาเหตุหลักที่น่าตกใจของเรื่องมีดังนี้:

  • ความพยายามในการตามตื๊อของฝ่ายชายที่ฝ่ายหญิงไม่ได้เล่นด้วย
  • การสะสมความหงุดหงิดที่ระบายออกมาผ่านความรุนแรง
  • ข้ออ้างเรื่องเสียงดังที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนให้เกิดการใช้กำลัง

ทางพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ได้ยินเสียงทะเลาะกันตั้งแต่ชั้น 4 ลงมาถึงด้านล่างหน้าหอพัก ถึงแม้จะพยายามเข้าไปห้ามปรามแล้ว แต่ผู้ก่อเหตุก็ยังตามมาทำร้ายซ้ำอีก ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่รุนแรงและอันตรายมากครับ ส่วนตัวผู้ก่อเหตุในขณะนี้ได้หลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง โดยขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

เหตุการณ์ สาววัย 36 ผวา อ้างถูกหนุ่มข้างห้องตามจีบ พอไม่รับรัก เจอซัดหมัดใส่ไม่ยั้ง เป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญมากสำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่หอพักลำพัง หากใครกำลังเผชิญกับการคุกคามลักษณะนี้ อย่ารอช้าครับ ควรปรึกษาเจ้าของหอพัก แจ้งนิติบุคคล หรือรีบติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของเราเองครับ อย่าปล่อยให้คนที่มีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงลอยนวลเด็ดขาด

ที่มา – สาววัย 36 ผวา อ้างถูกหนุ่มข้างห้องตามจีบ พอไม่รับรัก เจอซัดหมัดใส่ไม่ยั้ง

พ่อเลี้ยงล้มทั้งยืน ลูกชายวัย 14 ถูกเครื่องกว้านสลิงบดขยี้ร่าง

พ่อเลี้ยงล้มทั้งยืน ลูกชายวัย 14 ถูกเครื่องกว้านสลิงบดขยี้ร่าง

เหตุการณ์เศร้าสลดใจเกิดขึ้นในโครงการก่อสร้างแห่งหนึ่งที่จังหวัดชลบุรี เมื่อเด็กชายวัยเพียง 14 ปี ต้องจากโลกนี้ไปอย่างกะทันหัน จากอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เมื่อน้องถูกเครื่องกว้านสลิงดึงร่างเข้าไปบดขยี้ต่อหน้าต่อตาพ่อเลี้ยง สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก

เรื่องราวของ พ่อเลี้ยงล้มทั้งยืน ลูกชายวัย 14 ถูกเครื่องกว้านสลิงบดขยี้ร่าง เริ่มต้นขึ้นในช่วงเย็นของวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่พ่อเลี้ยงกำลังคุมเครื่องปั้นจั่นตอกเสาเข็ม น้องได้ปีนขึ้นไปบนเครื่องด้วยความหวังดีอยากจะช่วยพ่อทำงาน แต่โชคร้ายที่กางเกงเกิดไปเกี่ยวกับเครื่องกว้านสลิงจนถูกดึงเข้าไปติดและบดขยี้ร่างอย่างโหดร้าย

นาทีวิกฤตของพ่อเลี้ยงล้มทั้งยืน ลูกชายวัย 14 ถูกเครื่องกว้านสลิงบดขยี้ร่าง

พ่อเลี้ยงผู้เห็นเหตุการณ์ถึงกับเข่าทรุดและเป็นลมหมดสติไปหลายรอบด้วยความเสียใจ เพราะก่อนเกิดเหตุเขาเพิ่งจะพูดคุยกับลูกชายอยู่หยกๆ โดยน้องบอกเพียงว่าอยากช่วยพ่อ ก่อนจะเกิดเหตุไม่คาดฝันเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงในการใช้เครื่องมือตัดถ่างเพื่อนำร่างน้องออกมา ท่ามกลางความโศกเศร้าของคนในครอบครัว โดยเฉพาะคุณแม่ที่แทบใจสลายเมื่อทราบข่าวร้ายครั้งนี้

สาเหตุเบื้องต้นสันนิษฐานว่าเกิดจากอุบัติเหตุระหว่างการปีนขึ้นไปบนเครื่องจักร ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ไม่มีความชำนาญ โดยเฉพาะเด็กหรือเยาวชนในพื้นที่อันตราย ดังนี้:

  • พื้นที่ก่อสร้างมีความเสี่ยงสูงจากเครื่องจักรกลหนัก
  • เครื่องกว้านสลิงหรือวินซ์มีกำลังดึงมหาศาลซึ่งสามารถทำอันตรายถึงชีวิตได้ในทันที
  • การสวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่รัดกุมอาจเป็นสาเหตุให้เกี่ยวเข้ากับเฟืองหรือเครื่องจักรได้

จากเหตุสลดนี้ เราอยากฝากข้อคิดเตือนใจให้พ่อแม่ผู้ปกครองที่ทำงานในลักษณะเสี่ยงอันตราย ว่าการดูแลบุตรหลานให้ห่างจากพื้นที่เหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุดครับ แม้เจตนาของเด็กจะอยากช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว แต่ชีวิตของน้องมีค่าเกินกว่าที่จะต้องมาเสี่ยงกับเครื่องจักรที่ไร้ความปราณี ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และหวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกฝ่ายเพิ่มความระมัดระวังในพื้นที่ก่อสร้างให้มากขึ้นกว่าเดิมครับ

ที่มา – พ่อเลี้ยงล้มทั้งยืน ลูกชายวัย 14 ถูกเครื่องกว้านสลิงบดขยี้ร่าง เห็นต่อหน้าแต่ช่วยไม่ทัน

สนั่นแยกวัดใจ เก๋ง ผอ.โรงเรียน ชนรถยนต์ไฟฟ้า เจ็บสาหัส 2 ราย

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงเคยผ่านเส้นทางที่เรียกว่า “แยกวัดใจ” กันมาบ้างนะครับ แต่วันนี้มีข่าวอุบัติเหตุที่น่าตกใจจากจังหวัดชลบุรีมาฝากกัน เป็นเหตุการณ์ สนั่นแยกวัดใจ เก๋ง ผอ.โรงเรียน ชนกับรถยนต์ไฟฟ้า เจ็บสาหัส 2 รายที่ จ.ชลบุรี ซึ่งถือเป็นอุทาหรณ์ที่เตือนใจผู้ใช้รถใช้ถนนให้ระมัดระวังกันมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณทางแยกที่ไม่มีสัญญาณไฟแดงควบคุม

สนั่นแยกวัดใจ เก๋ง ผอ.โรงเรียน ชนกับรถยนต์ไฟฟ้า เจ็บสาหัส 2 รายที่ จ.ชลบุรี

เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ บริเวณสี่แยกกังไฮ้ อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นจุดที่ทราบกันดีในหมู่คนพื้นที่ว่าเป็นแยกที่ต้องใช้ความระมัดระวังสูง รถยนต์ไฟฟ้า AION สีขาว และรถเก๋งของผู้อำนวยการโรงเรียนจากจังหวัดนนทบุรีได้พุ่งชนกันอย่างจังจนส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย คือนายพรชัย จันทะเลิศ และนางสาวพัชรา มีสุวรรณ ซึ่งกู้ภัยได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลบ่อทองเป็นการด่วน

เปิดสาเหตุเบื้องต้นและการเตือนภัย

จากการสอบถาม ผอ.โรงเรียนท่านหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่าขณะนั้นตนกำลังจะเดินทางกลับไปจังหวัดระยอง จนมาถึง สนั่นแยกวัดใจ เก๋ง ผอ.โรงเรียน ชนกับรถยนต์ไฟฟ้า เจ็บสาหัส 2 รายที่ จ.ชลบุรี ในจุดเกิดเหตุที่เป็นเพียงสัญญาณไฟกะพริบสีเหลือง ทำให้ไม่สามารถควบคุมรถได้ทันจนเกิดอุบัติเหตุรุนแรงในครั้งนี้ ด้านชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าบริเวณนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงอยากฝากเตือนทุกท่านดังนี้:

  • ชะลอความเร็วทุกครั้งเมื่อเข้าใกล้ทางแยกแม้มองเห็นว่าถนนโล่ง
  • ปฏิบัติตามป้ายจราจรและสัญญาณไฟกะพริบอย่างเคร่งครัด
  • สังเกตรถคันอื่นรอบข้างเพื่อเตรียมตัวเบรกหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

อุบัติเหตุครั้งนี้แม้จะมีการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าการหาสาเหตุ คือการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำรอย แม้เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าจะทันสมัย แต่ความปลอดภัยบนท้องถนนก็ยังคงขึ้นอยู่กับความไม่ประมาทของมนุษย์อยู่ดีครับ ข่าว สนั่นแยกวัดใจ เก๋ง ผอ.โรงเรียน ชนกับรถยนต์ไฟฟ้า เจ็บสาหัส 2 รายที่ จ.ชลบุรี จึงเป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีที่กระตุ้นให้เรากลับมามีสติในการขับขี่อีกครั้ง ขอให้ผู้บาดเจ็บทุกคนหายไวๆ และหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าดูแลความปลอดภัยบริเวณสี่แยกจุดนี้ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต

ที่มา – สนั่นแยกวัดใจ เก๋ง ผอ.โรงเรียน ชนกับรถยนต์ไฟฟ้า เจ็บสาหัส 2 รายที่ จ.ชลบุรี

ทลายออฟฟิศเว็บพนันย่านบางแสน เงินหมุนทะลุ 50 ล้าน

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินข่าวการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีกันมาบ้างแล้ว แต่ล่าสุดมีเหตุการณ์สุดระทึกที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชลบุรี เมื่อตำรวจบุก ทลายออฟฟิศเว็บพนันย่านบางแสน เงินหมุนทะลุ 50 ล้าน ซึ่งถือว่าเป็นเครือข่ายใหญ่ที่แอบแฝงตัวอยู่ในคอนโดมิเนียมใจกลางแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง งานนี้บอกเลยว่าไม่ใช่แค่งานสืบสวนธรรมดา แต่มีความดุเดือดชนิดที่ว่าคนร้ายยอมทิ้งหลักฐานลงมาจากชั้น 8 เลยทีเดียว

เบื้องลึกปฏิบัติการทลายออฟฟิศเว็บพนันย่านบางแสน เงินหมุนทะลุ 50 ล้าน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยศูนย์ไซเบอร์ สืบภาค 2 ได้รับรายงานว่ามีการใช้ห้องพักในคอนโดหรูย่านบางแสนเป็นฐานปฏิบัติการของแก๊งพนันออนไลน์ ทีมเจ้าหน้าที่นำโดย พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ โอสถานนท์ เข้าตรวจค้นทันทีเมื่อพบเป้าหมายชัดเจน ผลการตรวจค้นพบผู้ต้องหาคือ นายเอกกมล และนายอรรถชัย ซึ่งมีท่าทีพิรุธพยายามทำลายหลักฐานด้วยการโยนคอมพิวเตอร์และมือถือลงจากตึกชั้น 8 จนไปตกใส่รถชาวบ้านได้รับความเสียหาย เรียกได้ว่าเป็นการทลายออฟฟิศเว็บพนันย่านบางแสน เงินหมุนทะลุ 50 ล้านที่โกลาหลสุดๆ

ของกลางที่ยึดได้และเส้นทางการเงินมหาศาล

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น:

  • เครื่องคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊กหลายเครื่อง
  • โทรศัพท์มือถือที่ใช้สำหรับแชทตอบลูกค้าและคุมระบบ
  • อุปกรณ์ระบุตัวตนและข้อมูลบัญชีม้าที่เกี่ยวข้อง

เงินหมุนเวียนในเครือข่ายนี้มีมูลค่าสูงถึง 50 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นว่าธุรกิจสีเทานี้ขยายตัวได้รวดเร็วมากผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเฉพาะในช่วงที่กระแสการแข่งขันฟุตบอลโลกกำลังจะมาถึง บรรดาเว็บผีเหล่านี้มักจะฉวยโอกาสโฆษณาชวนเชื่อให้คนเข้าเล่นพนันเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน

บทเรียนจากเหตุการณ์นี้: การพนันออนไลน์ไม่เคยทำให้ใครรวยจริง มีแต่จะนำพาหนี้สินและปัญหาครอบครัวมาให้ ตำรวจยืนยันว่าจะขุดรากถอนโคนเครือข่ายนี้ให้ถึงต้นตอ ไม่ว่าจะเป็นผู้สั่งการหรือบัญชีม้า เพื่อไม่ให้เหลือที่ยืนสำหรับสิ่งผิดกฎหมายในสังคมไทย และหากใครมีเบาะแส อย่าลังเลที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อร่วมกันยับยั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตครับ

ที่มา – ทลายออฟฟิศเว็บพนันย่านบางแสน เงินหมุนทะลุ 50 ล้าน ทำลายหลักฐาน โยนคอมฯ ลงมาจากคอนโด

ชายวัย 52 เห็นกระบะเอาของมาทิ้ง หวังค้นหาทองกลับเจอระเบิด

เชื่อเลยว่าใครที่ชอบของเก่าหรือของมือสองคงต้องเคยมีโมเมนต์ที่หวังจะเจอสมบัติล้ำค่ากันบ้าง แต่วันนี้มีเหตุการณ์ระทึกขวัญเกิดขึ้นที่จังหวัดชลบุรี เมื่อชายวัย 52 เห็นกระบะเอาของมาทิ้ง หวังค้นหาทองกลับเจอระเบิดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ถือเป็นอุทาหรณ์ชั้นดีว่าของที่ดูไม่มีค่าในกองขยะ อาจซ่อนอันตรายร้ายแรงที่เราคาดไม่ถึงเอาไว้ครับ

เหตุการณ์ระทึกเมื่อชายวัย 52 เห็นกระบะเอาของมาทิ้ง หวังค้นหาทองกลับเจอระเบิด

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายในชุมชนสัมพันธ์นำชัย จ.ชลบุรี ขณะที่ชาวบ้านกำลังใช้ชีวิตตามปกติ นายสมชาย อายุ 52 ปี ได้สังเกตเห็นรถกระบะคันหนึ่งนำของมากองทิ้งไว้ข้างถังขยะ ด้วยความหวังดีหรืออาจจะด้วยความโชคชะตา นายสมชายจึงเข้าไปสำรวจดูว่ามีของอะไรที่พอจะเก็บไปใช้ประโยชน์ได้บ้าง จนกระทั่งไปเจอพระเครื่องและเหรียญเก่าเข้า เลยคิดว่าอาจจะมีทองคำซ่อนอยู่ข้างใน แต่สิ่งที่เขาหยิบขึ้นมากลับทำให้ต้องขนลุก

จุดเริ่มต้นของการค้นหาที่เปลี่ยนเป็นความกลัว

หลังจากที่เขาพยายามรื้อค้นห่อผ้า เขาก็ไปพบกับวัตถุรูปร่างลักษณะคล้ายระเบิดสีดำสนิท ในตอนนั้นเองที่ชายวัย 52 เห็นกระบะเอาของมาทิ้ง หวังค้นหาทองกลับเจอระเบิดเข้าจังๆ โชคดีที่ไหวพริบดี รีบเอาไปวางที่เดิมและรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทันที หากวินาทีนั้นระเบิดเกิดทำงานขึ้นมา รัศมีการทำลายล้าง 50 เมตรรอบจุดเกิดเหตุอาจสร้างความสูญเสียอย่างมหาศาล

  • ระเบิดแสวงเครื่อง: เป็นวัตถุที่ดัดแปลงขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญ
  • อันตรายที่มองไม่เห็น: ระเบิดประเภทนี้มีทั้งแสงวาบและเสียงดังที่อันตรายต่อดวงตาและระบบการได้ยิน
  • หลักปฏิบัติเมื่อพบวัตถุต้องสงสัย: ห้ามสัมผัส รีบถอยห่าง และแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

ทางเจ้าหน้าที่ชุด EOD ยืนยันว่านี่ไม่ใช่แค่ของเล่น แต่มันคือระเบิดแสวงเครื่องที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง การที่นายสมชายรอดมาได้ถือว่าโชคดีสุดๆ ต่อไปนี้เวลาเห็นถุงขยะหรือกองของทิ้งไว้ อย่าชะล่าใจหยิบมาค้นสุ่มสี่สุ่มห้านะครับ เพราะบางครั้ง “ทอง” ที่เราตามหา อาจกลายเป็น “ระเบิด” ที่พรากชีวิตเราไปได้ง่ายๆ

ที่มา – ชายวัย 52 เห็นกระบะเอาของมาทิ้ง หวังค้นหาทองกลับเจอระเบิด รีบวิ่งหนีตายโทรแจ้งตำรวจ

Scroll to top