ชัตดาวน์

สหรัฐฯ ชัตดาวน์ เสียหาย 7 พันล้านดอลลาร์/เดือน

สำนักงานงบประมาณสหรัฐฯ เตือนว่า การชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงนี้ จะสร้างความเสียหายที่ไม่อาจฟื้นคืนได้ถึงเดือนละ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สถานการณ์ สหรัฐฯ ยังชัตดาวน์ สนง.งบประมาณคาด เสียหาย 7 พันล้านดอลลาร์/เดือน นี้ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมาก

สำนักงานงบประมาณรัฐสภา (CBO) ของสหรัฐฯ เผยแพร่รายงานใหม่ในวันพุธที่ 29 ต.ค. 2568 ซึ่งประเมินมูลค่าความเสียหายที่เกิดจากผลกระทบจากการที่ หน่วยงานรัฐบาลส่วนใหญ่ต้องปิดทำการเพราะรัฐบาลผ่านงบประมาณไม่สำเร็จ หรือการ “ชัตดาวน์” ซึ่งดำเนินมาใกล้ครบ 1 เดือนแล้ว

รายงานใหม่จาก CBO ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ระบุว่า การปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ กำลังสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจประมาณ 7 พันล้านดอลลาร์ต่อเดือน (ราว 2.26 แสนล้านบาท) ซึ่งเป็นความเสียหายที่จะไม่สามารถกู้คืนกลับมาได้เมื่อหน่วยงานกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง

ในจดหมายที่ส่งถึง โจดี อาร์ริงตัน ประธานคณะกรรมการงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร (สังกัดพรรครีพับลิกัน รัฐเท็กซัส) CBO ระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศที่แท้จริง (Real GDP) จะลดลง 7 พันล้านดอลลาร์ ในกรณีที่ปิดหน่วยงานเป็นเวลาสี่สัปดาห์ ก่อนจะเพิ่มเป็น 1.1 หมื่นล้านเมื่อถึง 6 สัปดาห์ และ 1.4 หมื่นล้านตอน 8 สัปดาห์

CBO ระบุอีกว่า หลังจากการชัตดาวน์สิ้นสุดลง ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศที่แท้จริง (Real GDP) จะสูงขึ้นชั่วคราวเมื่อเทียบกับที่ควรจะเป็น แม้ว่าส่วนใหญ่ของการลดลงของ Real GDP จะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้ในที่สุด แต่จะมีมูลค่าระหว่าง 7 พันล้านดอลลาร์ถึง 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ที่จะไม่สามารถฟื้นคืนได้

ทั้งนี้เนื่องจาก การใช้จ่ายด้านสินค้าและบริการจะลดลงในช่วงที่มีการปิดหน่วยงาน เพราะพนักงานกว่าหนึ่งล้านคนไม่ได้รับค่าจ้าง แต่จะเพิ่มขึ้นอีกครั้งหลังจากที่หน่วยงานรัฐบาลกลับมาเปิดทำการ

CBO ระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวจะมีผลกระทบทางเศรษฐกิจมหภาคในเชิง “ลบ” เมื่อเทียบกับสถานการณ์ที่ไม่มีการชัตดาวน์ และผลกระทบเหล่านั้น “จะยิ่งรุนแรงขึ้น” เมื่อการชัตดาวน์ยืดเยื้อออกไป

CBO ใช้ข้อมูลจากหน่วยงานรัฐบาลกลางในการประเมินว่า โดยเฉลี่ยแล้ว พนักงานประมาณ 600,000 คน จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มยกเว้นและยังคงทำงานในแต่ละสัปดาห์ และพนักงาน 650,000 คน จะถูกสั่งพักงาน ซึ่งบุคลากรทางทหารและเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลางบางส่วนยังคงได้รับค่าจ้างผ่านการจัดสรรเงินทุนใหม่โดยทำเนียบขาว

ขณะที่พนักงานรัฐบาลกลางส่วนใหญ่ไม่ได้รับเงินเดือนระหว่างการปิดหน่วยงาน แต่ตามกฎหมายของรัฐบาลกลาง เมื่อหน่วยงานเปิดทำการ พวกเขาจะได้รับค่าจ้างย้อนหลังคืนทั้งหมด ไม่ว่าในช่วงนั้นจะได้ทำงานหรือไม่ก็ตาม

สหรัฐฯ ยังชัตดาวน์ สนง.งบประมาณคาด เสียหาย 7 พันล้านดอลลาร์/เดือน

ผลกระทบจากการที่ สหรัฐฯ ยังชัตดาวน์ สนง.งบประมาณคาด เสียหาย 7 พันล้านดอลลาร์/เดือน

การที่ สหรัฐฯ ยังชัตดาวน์ สนง.งบประมาณคาด เสียหาย 7 พันล้านดอลลาร์/เดือน ส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:

  • พนักงานรัฐบาล: พนักงานหลายแสนคนต้องพักงานหรือไม่ได้รับเงินเดือน
  • เศรษฐกิจ: GDP ลดลง และความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง
  • บริการสาธารณะ: บริการบางอย่างอาจหยุดชะงักหรือไม่สามารถเข้าถึงได้

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติอย่างทันท่วงที เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่อาจเกิดขึ้น

การแก้ไขปัญหา สหรัฐฯ ยังชัตดาวน์ สนง.งบประมาณคาด เสียหาย 7 พันล้านดอลลาร์/เดือน จำเป็นต้องมีการเจรจาและประนีประนอมระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อหาทางออกที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

ที่มา – สหรัฐฯ ยังชัตดาวน์ สนง.งบประมาณคาด เสียหาย 7 พันล้านดอลลาร์/เดือน

ทำเนียบขาวเตือนเลิกจ้างจนท.รัฐภายใน 2 วัน

ทำเนียบขาวเตือนเลิกจ้างจนท.รัฐ “กำลังจะเกิดขึ้น” ภายใน 2 วัน หลังวิกฤตชัตดาวน์ยืดเยื้อ

สถานการณ์การเมืองในสหรัฐอเมริกากำลังตึงเครียดอย่างมาก หลังจากที่รัฐบาลกลางเข้าสู่ภาวะชัตดาวน์หรือการปิดหน่วยงานรัฐ ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 7 ปี ทำเนียบขาวเตือนเลิกจ้างจนท.รัฐ “กำลังจะเกิดขึ้น” ภายใน 2 วัน หากยังไม่มีข้อตกลงระหว่างพรรครีพับลิกันและเดโมแครตในสภาคองเกรส สถานการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ 1 ตุลาคม หลังจากที่ทั้งสองพรรคไม่สามารถตกลงแผนงบประมาณใหม่ได้ทันเส้นตาย

ทำเนียบขาวเตือนเลิกจ้างจนท.รัฐ “กำลังจะเกิดขึ้น” ภายใน 2 วัน

ในการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาว รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ และโฆษกประจำทำเนียบขาว แคโรลีน ลีวิตต์ ได้ออกมาโทษพรรคเดโมแครตว่ากำลังเล่นเกมการเมือง ลีวิตต์เตือนอย่างชัดเจนว่า การเลิกจ้างเจ้าหน้าที่รัฐบาลครั้งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นภายในสองวัน เธอกล่าวว่า “บางครั้งคุณต้องทำในสิ่งที่คุณไม่อยากทำ” และเสริมว่า “เดโมแครตทำให้เราต้องตกอยู่ในสถานการณ์นี้” ขณะที่รองประธานาธิบดีแวนซ์ชี้ว่า หากเดโมแครตกังวลต่อผลกระทบต่อชาวอเมริกันจริง พวกเขาควรเปิดหน่วยงานรัฐใหม่ทันที ไม่ใช่มาบ่นเรื่องวิธีการดำเนินการ

วิกฤตชัตดาวน์ครั้งนี้คาดว่าจะส่งผลกระทบรุนแรงกว่าครั้งก่อน โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่าพนักงานรัฐบาลกลางที่ไม่จำเป็นราว 40% หรือประมาณ 750,000 คน จะถูกพักงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง ซึ่งมากกว่าการชัตดาวน์ในปี 2561 เจ้าหน้าที่ที่จำเป็น เช่น ทหารและเจ้าหน้าที่ชายแดน อาจต้องทำงานโดยไม่ได้รับเงินชั่วคราว แต่ในอดีตพวกเขามักได้รับเงินย้อนหลังเมื่อรัฐบาลเปิดทำการอีกครั้ง

สาเหตุของวิกฤตชัตดาวน์และจุดยืนของแต่ละพรรค

พรรคเดโมแครตยืนกรานต้องการการรับประกันงบประมาณด้านการดูแลสุขภาพสำหรับชาวอเมริกันรายได้น้อย โดยอ้างว่าการเจรจากับรีพับลิกันเกี่ยวกับผลประโยชน์สุขภาพยังไม่สำเร็จ ขณะที่พรรครีพับลิกันซึ่งควบคุมทั้งสองสภาแต่ขาดเสียง 60 เสียงที่จำเป็นในการผ่านกฎหมาย ต้องการใช้มาตรการชั่วคราวเพื่อให้รัฐบาลเปิดจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน โดยรักษาเงินทุนในระดับปัจจุบัน

วุฒิสมาชิก จอห์น ทูน ผู้นำเสียงข้างมากรีพับลิกัน กล่าวว่า “มันไม่ใช่เรื่องใครแพ้ใครชนะ แต่เกี่ยวกับชาวอเมริกัน” และกล่าวหาเดโมแครตว่าจับประชาชนเป็นตัวประกันเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง พรรครีพับลิกันยังคัดค้านการขยายสวัสดิการสุขภาพ โดยอ้างว่ามันจะเพิ่มภาระให้ผู้เสียภาษี และเป็นมาตรการที่เคยใช้ในยุคโควิด-19 ซึ่งปัจจุบันไม่จำเป็นอีกต่อไป

ทั้งสองฝ่ายยังคงโยนความผิดให้กันและกัน โดยไม่มีสัญญาณของการประนีประนอม คาดว่าจะมีการลงมติร่างกฎหมายงบประมาณระยะสั้นที่รีพับลิกันเสนอในวันศุกร์นี้ แต่โอกาสสำเร็จดูน้อยมาก สถานการณ์นี้ไม่เพียงกระทบต่อเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อบริการสาธารณะ เช่น การตรวจคนเข้าเมือง สุขภาพ และการเงินสาธารณะ ซึ่งอาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะงักงัน

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากวิกฤตชัตดาวน์

จากประวัติศาสตร์ การชัตดาวน์ครั้งก่อนๆ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนจำนวนมาก เช่น การหยุดชะงักของบริการรัฐ การเลื่อนจ่ายเงินช่วยเหลือ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ครั้งนี้ที่ทำเนียบขาวเตือนเลิกจ้างจนท.รัฐ “กำลังจะเกิดขึ้น” ภายใน 2 วัน อาจนำไปสู่การเลิกจ้างจำนวนมาก ซึ่งจะกระทบต่อครอบครัวเจ้าหน้าที่รัฐและเศรษฐกิจโดยรวม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากยืดเยื้อ อาจส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ชาวอเมริกันทั่วไปอาจได้รับผลกระทบจากบริการที่หยุดชะงัก เช่น การยื่นขอวีซ่า การตรวจสอบความปลอดภัยอาหาร หรือแม้กระทั่งการสำรวจสำมะโนประชากร สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความแตกแยกทางการเมืองที่ลึกซึ้งในสหรัฐฯ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนอื่นๆ เช่น สงครามการค้าและการฟื้นตัวหลังโควิด

  • ผลกระทบหลัก: พนักงานรัฐ 750,000 คนเสี่ยงถูกพักงาน
  • บริการที่อาจหยุด: สุขภาพ การเงินสาธารณะ ชายแดน
  • โอกาสแก้ไข: การลงมติวันศุกร์ แต่ยังไม่แน่นอน

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการประนีประนอมทางการเมือง หากทั้งสองพรรคสามารถหาทางออกได้ทันเวลา จะช่วยลดความเสียหายที่ไม่จำเป็น คุณคิดอย่างไรกับวิกฤตนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารเพิ่มเติมจากเราเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด

ที่มา – ทำเนียบขาวเตือน เลิกจ้าง จนท.รัฐ “กำลังจะเกิดขึ้น” ภายใน 2 วัน หลังวิกฤตชัตดาวน์ยืดเยื้อ

สหรัฐฯ จ่อชัตดาวน์ หลังทรัมป์–เดโมแครตเจรจาล้มเหลว

สหรัฐฯ จ่อชัตดาวน์ หลังทรัมป์–เดโมแครตเจรจาล้มเหลว

สหรัฐอเมริกากำลังเผชิญกับสถานการณ์ตึงเครียดทางการเมืองครั้งใหญ่ เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และผู้นำพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรส ไม่สามารถหาข้อตกลงเรื่องงบประมาณได้ ส่งผลให้รัฐบาลกลางใกล้เข้าสู่ภาวะ สหรัฐฯ จ่อชัตดาวน์ หลังทรัมป์–เดโมแครตเจรจาล้มเหลว ในคืนวันอังคารนี้ การปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วนอาจเกิดขึ้น หากไม่มีการแก้ไขทันเวลา

สหรัฐฯ จ่อชัตดาวน์ หลังทรัมป์–เดโมแครตเจรจาล้มเหลว: สาเหตุหลักจากจุดยืนที่แข็งกร้าว

หลังจากการประชุมฉุกเฉินที่ทำเนียบขาว รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยระบุว่า “เรากำลังมุ่งหน้าสู่การชัตดาวน์ เพราะพรรคเดโมแครตไม่ยอมทำสิ่งที่ถูกต้อง” เขายังกล่าวหาว่าพรรคเดโมแครตกำลังใช้กลยุทธ์ขู่ปิดรัฐบาลเพื่อบีบบังคับให้ได้ตามต้องการ ซึ่งถือเป็นการ “จ่อปืนที่ศีรษะของชาวอเมริกัน”

ในขณะเดียวกัน ชัค ชูเมอร์ ผู้นำวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต ยืนยันว่ายังคงมีความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ระหว่างสองฝ่าย โดยไม่มีสัญญาณใดๆ ที่บ่งชี้ว่าจะหลีกเลี่ยงการชัตดาวน์ได้ สถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องงบประมาณ แต่เป็นการต่อสู้ทางการเมืองที่เข้มข้น

จุดยืนของแต่ละพรรคในเหตุการณ์สหรัฐฯ จ่อชัตดาวน์ หลังทรัมป์–เดโมแครตเจรจาล้มเหลว

พรรครีพับลิกัน ซึ่งสนับสนุนทรัมป์ ต้องการขยายเวลาการใช้งบประมาณในระดับปัจจุบันออกไปแบบชั่วคราว เพื่อ “เตะถ่วง” ปัญหาให้ล่วงหน้า พวกเขาพอใจกับการลดการใช้จ่ายที่รัฐบาลทรัมป์ดำเนินการเอง โดยไม่ต้องผ่านสภาคองเกรส ซึ่งรวมถึงการตัดงบประมาณในหลายโครงการ

ส่วนพรรคเดโมแครตยืนกรานที่จะยุติการปฏิบัติแบบนี้ และเรียกร้องข้อตกลงที่ชัดเจนเพื่อต่ออายุเงินอุดหนุนประกันสุขภาพสำหรับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งจะหมดอายุในปลายปีนี้ พรรครีพับลิกันยังคงลังเลที่จะยอมรับประเด็นนี้ ทำให้การเจรจาติดขัด

  • รีพับลิกัน: มุ่งเน้นการลดค่าใช้จ่ายและงบประมาณชั่วคราว
  • เดโมแครต: เน้นสิทธิสุขภาพและข้อตกลงระยะยาว
  • ผลกระทบ: ชาวอเมริกันหลายล้านคนอาจได้รับผลกระทบจากบริการสาธารณะที่หยุดชะงัก

การต่อสู้นี้มีรากฐานมาจากการเมืองมากกว่านโยบาย พรรครีพับลิกันเชื่อว่าสามารถได้เปรียบ หากเดโมแครตถูกมองว่าเป็นฝ่ายเรียกร้องเงื่อนไขมากเกินไป ซึ่งมักนำไปสู่การตำหนิจากสาธารณชนเมื่อเกิดชัตดาวน์ แต่เดโมแครตมองว่าประเด็นสุขภาพเป็นจุดแข็งของพวกเขา และต้องการให้การถกเถียงมุ่งไปที่การสูญเสียความคุ้มครองประกันสุขภาพของประชาชน

ความซับซ้อนเพิ่มขึ้นเมื่อรีพับลิกันจำนวนมากดูเหมือนพอใจกับการชัตดาวน์ที่อาจยืดเยื้อ นายรัสส์ วอยต์ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณทำเนียบขาว ได้เผยแพร่บันทึกภายในที่ระบุว่ารัฐบาลทรัมป์จะใช้โอกาสนี้ลดค่าใช้จ่ายและการจ้างงานในระยะยาว โดยอาจปิดหน่วยงานหรือโครงการที่ไม่จำเป็นอย่างถาวร ซึ่งเชื่อมโยงกับนโยบาย “Doge” หรือกระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม ผู้นำเดโมแครตอย่างชูเมอร์ มองว่านี่เป็นเพียงกลยุทธ์ข่มขู่ โดยเรียกมันว่า “ความพยายามข่มขู่” และกล่าวหาทรัมป์ว่าพยายามไล่เจ้าหน้าที่รัฐตั้งแต่แรกเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

回顾การชัตดาวน์ครั้งก่อนในวาระแรกของทรัมป์ ซึ่งยาวนานถึง 35 วัน ถือเป็นสถิติยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ สิ้นสุดลงด้วยการประท้วงของเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศที่ทำงานฟรี ส่งผลกระทบต่อการเดินทางทั่วประเทศ การชัตดาวน์ครั้งนี้ยังคงคาดเดาไม่ได้ และอาจนำไปสู่ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่รุนแรงยิ่งขึ้น

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์ สหรัฐฯ จ่อชัตดาวน์ หลังทรัมป์–เดโมแครตเจรจาล้มเหลว สะท้อนถึงความแตกแยกทางการเมืองที่ลึกซึ้งในสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก หากยืดเยื้อ ชาวอเมริกันควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเข้าใจผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตประจำวัน

สุดท้ายนี้ การชัตดาวน์ไม่ใช่แค่ปัญหาภายใน แต่เป็นบทเรียนสำหรับการเมืองโลก หากคุณสนใจประเด็นนี้ อย่าลืมติดตามข่าวสารเพิ่มเติมและแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้เราได้แลกเปลี่ยนมุมมองกัน

ที่มา – สหรัฐฯ จ่อชัตดาวน์ หลังทรัมป์–เดโมแครตเจรจาล้มเหลว

Scroll to top