ชาญชัย อิสระเสนารักษ์

“ชาญชัย” ยื่นร้องปมบาร์โค้ดเลือกตั้งโมฆะ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้เรามีเรื่องการเมืองที่กำลังเป็นกระแสแรงมากมาอัพเดทกัน นั่นคือ “ชาญชัย” ยื่นร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาล รธน. ชี้ขาดเลือกตั้งเป็นโมฆะ ปมบาร์โค้ด นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งที่รู้สึกถูกละเมิดสิทธิ เดินทางยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ซึ่งอาจทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับ!

“ชาญชัย” ยื่นร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาล รธน. ชี้ขาดเลือกตั้งเป็นโมฆะ ปมบาร์โค้ด

เรื่องนี้เริ่มจากพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯ เมื่อ 13 ธันวาคม 2568 กกต.ประกาศวันเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. และวันเลือกตั้งจริง 8 ก.พ. 2569 แต่ปัญหาคือบัตรเลือกตั้งที่ใช้ มีการพิมพ์บาร์โค้ดและ QR Code ซึ่งเชื่อมโยงได้กับรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและลำดับการลงคะแนน ทำให้เจ้าหน้าที่หรือคนที่เข้าถึงระบบ สามารถตรวจสอบย้อนหลัง (trace back) ได้ว่าใครเลือกใคร!

รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 85 บอกชัด “การออกเสียงลงคะแนนต้องโดยตรงและลับ” ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยที่ 7/2549 ไว้ว่า หลักการลับนี้เป็นหัวใจของประชาธิปไตย ถ้าไม่ลับ การเลือกตั้งก็ไม่เสรี ผู้ลงคะแนนจะกลัวถูกข่มขู่ โดยเฉพาะในระบบซื้อสิทธิขายเสียง ที่คนซื้อสามารถเช็คได้ว่าคนที่จ่ายเงินไปโหวตตามสัญญาหรือเปล่า ทำให้เกิดการกดดัน จูงใจ หรือคุกคามมากขึ้น

ทำไมบาร์โค้ดถึงเป็นปัญหาใหญ่?

สำนักงาน กกต. เองยังยอมรับว่าบัตรเหล่านี้ trace ได้ แม้จะบอกว่ายาก แต่ก็เป็นช่องโหว่ชัดๆ เพื่อนๆ ลองนึกภาพสิ ถ้าคุณไปโหวตแล้วมีรหัสเฉพาะตัว ใครๆ ก็รู้ได้ว่าคุณเลือกพรรคไหน จะกล้าโหวตตามใจจริงๆ มั้ย? มันทำลายความเชื่อมั่น เปิดทางให้ทุจริตหนักขึ้น และขัดหลัก free and secret ballot สากล

ปัญหาอื่นๆ ที่ชาญชัยชี้

นอกจากปมบาร์โค้ดแล้ว ยังมีประเด็นอื่นที่ไม่โปร่งใสอีกเพียบ ลองดูสรุปแบบ bullet points นะ:

  • การนับคะแนนไม่โปร่งใส: ขานคะแนนแล้วขีดทับด้วยใบปิดซ้อนๆ เจ้าหน้าที่ต้องมุดหัวเข้าไปขีด ไม่มีประเทศไหนทำแบบนี้ ส่อทุจริตชัดๆ
  • ผลขีดคะแนนไม่ตรงเอกสารสรุป: หลายหน่วยเลือกตั้งเจอปัญหานี้ เหมือนถูกสั่งการ
  • จำนวนบัตรไม่เท่ากัน (บัตรเขย่ง): บัตร ส.ส.เขต (เขียว) กับบัญชีรายชื่อ (ชมพู) ควรเท่ากันเพราะคนละใบต่อคน แต่เกือบทุกหน่วยไม่เท่า พิรุธใหญ่!
  • คูหาไม่ลับ: หลายที่เห็นจากด้านหลังได้ว่ากาเบอร์ไหน สื่อแพร่ภาพชัด

ชาญชัยย้ำว่าปัญหาเหล่านี้ทำลายประชาธิปไตย ทำให้ผลเลือกตั้งไม่สุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใส ขอให้ศาล รธน. วินิจฉัยตาม พ.ร.ป.วิธีพิจารณาศาล รธน. มาตรา 7(11) และ 46 ว่าการเลือกตั้งนี้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมั้ย พร้อมหลักฐานอย่างต้นขั้วบัตรเก่าๆ มาให้ดูด้วย

มุมมองส่วนตัวผมนะ การเลือกตั้งคือหัวใจประชาธิปไตย ถ้าไม่ลับ ไม่โปร่งใส รัฐบาลที่ได้มาก็ขาด legitimacy ประชาชนจะไม่เชื่อถือ สังคมแตกแยก ลองคิดดูถ้าทุกคนกลัวซื้อเสียงจนต้องโหวตตามแรงกดดัน เสรีภาพเราจะเหลืออะไร? เรื่องนี้ต้องเร่งตรวจสอบจริงจัง เพื่อรักษาความเชื่อมั่น

คุณล่ะคิดยังไงกับ “ชาญชัย” ยื่นร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาล รธน. ชี้ขาดเลือกตั้งเป็นโมฆะ ปมบาร์โค้ด? คอมเมนต์บอกความเห็นด้านล่างเลยนะ แล้วแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วย ช่วยกันติดตามข่าวให้การเมืองไทยโปร่งใสขึ้น!

ที่มา – “ชาญชัย” ยื่นร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาล รธน. ชี้ขาดเลือกตั้งเป็นโมฆะ ปมบาร์โค้ด

ด่วน! ชาญชัยยื่นศาล ห้าม “ทักษิณ ชินวัตร” ออกนอกประเทศ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองอีกครั้ง เมื่อนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อขอให้ศาลออกข้อกำหนดห้าม “ทักษิณ ชินวัตร” เดินทางออกนอกประเทศ เรื่องนี้สร้างความสนใจและเกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคม

เมื่อเวลา 11.30 น. ของวันที่ 5 กันยายน 2566 ที่ศาลฎีกา นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ได้ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีจุดประสงค์เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งห้าม นาย“ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางออกนอกประเทศ จนกว่าจะมีคำพิพากษาในคดีที่เกี่ยวข้องกับการบังคับโทษ 1 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้ นายทักษิณฯ ได้เข้ารับการรักษาตัวนอกเรือนจำ ณ ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ

“ทักษิณ ชินวัตร” ออกนอกประเทศ

ประเด็นสำคัญที่นายชาญชัยยกขึ้นมาคือ ความห่วงใยเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมและความโปร่งใสในการบังคับโทษ โดยนายชาญชัยกล่าวว่า แม้ว่านายทักษิณฯ จะได้เดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว (ซึ่งไม่ได้ระบุว่าเดินทางออกไปจริงหรือไม่) ตนยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับการพิจารณาบังคับโทษในคดีชั้น 14 และต้องการให้ศาลตรวจสอบว่าการจำคุกของนายทักษิณฯ เป็นไปอย่างถูกต้องและครบถ้วนตามกฎหมายหรือไม่

ถึงแม้ว่าศาลฯ จะยกคำร้องของนายชาญชัย โดยให้เหตุผลว่าตนไม่มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง แต่เขาก็ได้นำพยานหลักฐานต่างๆ ยื่นต่อศาลฯ เพื่อประกอบการพิจารณา โดยในวันที่ 9 กันยายน จะมีการฟังคำสั่งในคดีนี้

ความห่วงใยและข้อเสนอแนะถึง “ทักษิณ ชินวัตร”

นายชาญชัยได้แสดงความห่วงใยและให้ข้อเสนอแนะถึงนาย“ทักษิณ ชินวัตร” ให้เดินทางกลับมารับฟังคำสั่งของศาลฎีกาฯ ด้วยตนเอง หากศาลฯ มีคำสั่งยกคำร้องของตน เขาก็ไม่ได้รู้สึกกังวลหรือเสียหน้าแต่อย่างใด เพราะศาลฯ ได้นำพยานหลักฐานของตนไปพิจารณาในคดีแล้ว

นายชาญชัยย้ำว่า การกระทำของตนเป็นไปในฐานะประชาชนคนไทย ที่ต้องการรักษากระบวนการยุติธรรมและตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปอย่างถูกต้อง

ส่วนตัวนายชาญชัยเอง ไม่ขอแสดงความคิดเห็นว่านายทักษิณฯ จะเดินทางกลับประเทศไทยหรือไม่ แต่อยากจะเรียกร้องให้กลับมารับผิดชอบต่อสิ่งที่เคยกระทำไว้กับประเทศไทย

สถานการณ์นี้ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และผลการพิจารณาของศาลฯ ในวันที่ 9 กันยายน จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อทิศทางของคดีและความเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อไป

คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของปัญหาทางการเมืองและกฎหมายในประเทศไทย และเน้นย้ำถึงความสำคัญของกระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ การที่ประชาชนออกมาเรียกร้องและติดตามความคืบหน้าของคดีต่างๆ อย่างใกล้ชิด ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวและความใส่ใจต่อความเป็นไปของบ้านเมือง

มาร่วมกันติดตามข่าวสารและความคืบหน้าของคดีนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าความยุติธรรมจะเกิดขึ้นและกระบวนการทางกฎหมายจะดำเนินไปอย่างถูกต้อง!

ที่มา – “ชาญชัย” ยื่นศาลฎีกาฯ ออกคำสั่งห้าม “ทักษิณ ชินวัตร” ออกนอกประเทศ

Scroll to top