ซื้อเสียง

ปชน.แฉเงินสดถูกเบิก 4 เดือนก่อนเลือกตั้ง จริงหรือ?


ปชน. แฉเงินสดถูกเบิก 4 เดือนก่อนเลือกตั้ง 1.6 แสนล้าน “ธปท.” แจงคนกังวลอายัดบัญชีม้า

“ชัยวัฒน์” ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน แฉเงินสดถูกเบิก 4 เดือนก่อนเลือกตั้ง 1.6 แสนล้าน ชี้ เป็นสัญญาณอันตราย หวั่นนำไปซื้อเสียง ด้าน ธปท. แจงคนกังวลอายัดบัญชีม้า เบิกเงินมาใช้แทนธุรกรรมออนไลน์

วันที่ 11 มกราคม 2569 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า “เงินสด 160,000 ล้านบาทถูกเบิกออกไปไหน ในช่วง 4 เดือนก่อนเลือกตั้ง” มีผู้ใหญ่ในวงการธนาคารกระซิบมาว่าช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีการถอนเงินสดจากธนาคารต่างๆ มากผิดสังเกต มาถอนกันหลักร้อยล้าน พวกคุณสู้เหนื่อยแน่

นายชัยวัฒน์ เผยต่อไป ตนจึงเปิดข้อมูลสถิติธนบัตรของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ แล้วสิ่งที่เห็นน่าตกใจมาก ในขณะที่เราประกาศว่าไทยจะเป็นสังคมไร้เงินสด Cashless Society จากเดือนกรกฎาคม 2568 – พฤศจิกายน 2568 ธนบัตรที่ถูกเบิกออกจากแบงก์ชาติ รวม 160,816 ล้านบาท ซึ่งเฉพาะกันยายน 2568 เดือนเดียว ถูกเบิกออกไปถึง 127,010 ล้านบาท นี่คือตัวเลขการเบิกเงินสดรายเดือนที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ แม้อาจจะอ้างได้ว่าเป็นฤดูกาลปลายปีงบประมาณ แต่ถ้าเทียบข้อมูลย้อนหลังหลายปี มันไม่ใช่ค่าปกติตามฤดูกาล (Seasonal) แต่อย่างใด

แล้วเกิดอะไรขึ้นช่วงนั้น ไทม์ไลน์ทางการเมืองในช่วงเดียวกันคือกรกฎาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญสั่ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีกรณีคลิปเสียงกับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ต่อมาเดือนสิงหาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญสั่ง น.ส.แพทองธาร พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขณะที่เดือนกันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ทำ MOA ยุบสภาฯ ภายใน 4 เดือน

ชี้ สัญญาณอันตราย หวั่นการซื้อเสียงจาก เงินสดถูกเบิก 4 เดือนก่อนเลือกตั้ง

นายชัยวัฒน์ โพสต์อีกว่า คำถามที่ขอฝากไปถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) ผู้เกี่ยวข้องและสังคมไทย เงินสดแสนกว่าล้านนี้ถูกเบิกไปเตรียมทำอะไรในช่วงที่การเลือกตั้งกำลังจะมาถึง นี่คือสัญญาณอันตรายต่ออนาคตของประชาชนคนไทย เงินสดมหาศาลขนาดนี้ไม่ใช่เงินซื้อข้าวซื้อของตามปกติแน่นอน แต่คือเงินที่สามารถซื้อเสียง ซื้อเครือข่ายและซื้ออำนาจรัฐได้ แน่นอนเงินเหล่านี้ไม่มากก็น้อยมาจากทุนเทาที่ปล้นประชาชนมา

“อย่ายอมให้ประชาธิปไตยไทยถูกซื้อ ถ้าคุณอยากเห็นเศรษฐกิจไทยก้าวหน้า คนตัวเล็กมีโอกาส และการเมืองที่สร้างสรรค์ เราต้องไม่ยอมรับการซื้อเสียง นักการเมืองไทย เจ้าหน้าที่รัฐไทย ไม่โกง อยากเห็นคนตัวเล็กมีโอกาสลืมตาอ้าปากทำธุรกิจ อยากเห็นเศรษฐกิจไทยเติบโตก้าวทันโลก ทางเดียวคือการเลือกตั้งที่ไม่ยอมรับเงินซื้อเสียง เพราะเงินที่เขาเอามาฟาดคือหนี้สินและโอกาสที่ถูกปล้นไปจากอนาคตของคุณและลูกหลานของคุณ ประเทศไทยเปลี่ยนได้ด้วยปากกาในมือประชาชน 8 ก.พ. 69 นี้ เดินเข้าคูหากาส้ม 2 ใบ”

ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย ชี้แจงถึงกรณีการถอนเงินสดที่สูงผิดปกติ ว่า การเบิกถอนเงินสดที่สูงผิดปกติในเดือนกันยายน 2568 ที่ผ่านมา เป็นผลจากความกังวลต่อการขยายผลของมาตรการอายัดบัญชีม้า ที่ทำให้ประชาชนถอนเงินสดออกมาเก็บและใช้จ่ายแทนการทำธุรกรรมผ่านบัญชีออนไลน์ อีกทั้งร้านค้าหลายแห่งก็หันมารับชำระค่าสินค้าเป็นเงินสดมากขึ้น โดยสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นช่วงสั้นๆ และการชำระเงินของประชาชนได้กลับสู่ภาวะปกติแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคม

สำหรับการดูแลปริมาณเงินสดที่อาจเพิ่มขึ้นผิดปกติในช่วงการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ธปท. ได้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องใกล้ชิด โดย ธปท. จะบริหารจัดการควบคุมการสำรองเงินสดให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพื่อรองรับความต้องการใช้จ่ายที่แท้จริงของประชาชน ที่รวมความต้องการเงินสดที่ปกติจะเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีนด้วยแล้ว รวมทั้งได้ประสานกับธนาคารพาณิชย์ให้ติดตามดูแลการเบิกถอนเงินสดที่ผิดปกติอย่างเคร่งครัด และรายงาน ธปท. ทราบด้วย

เรื่องของ เงินสดถูกเบิก 4 เดือนก่อนเลือกตั้ง เป็นประเด็นที่น่าจับตามอง และต้องมีการตรวจสอบที่โปร่งใสเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลข่าวสารให้ดีก่อนที่จะเชื่อข้อมูลใดๆ

ที่มา – ปชน. แฉเงินสดถูกเบิก 4 เดือนก่อนเลือกตั้ง 1.6 แสนล้าน “ธปท.” แจงคนกังวลอายัดบัญชีม้า

“แรมโบ้” อ้อนขอโอกาสแก้ปัญหาเขต 10 โคราช

“แรมโบ้อีสาน” แฉมีผู้ประกอบการลักลอบนำเข้ามันสำปะหลังจากกัมพูชาราคาถูก ส่งผลให้ของเกษตรไทยตกต่ำและถูกนายทุนกดราคา ปูดข่าวเขต 10 โคราช จ่อซื้อเสียงรอบแรกแล้วหัวละ 1,000 อ้อนขอโอกาสเลือกเข้าสภาไปแก้ปัญหา

วันที่ 8 มกราคม 2569 นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดนครราชสีมา เขตเลือกตั้งที่ 10 พรรคโอกาสใหม่ ให้สัมภาษณ์ว่าภายหลังจากการลงพื้นที่พบกับพี่น้องประชาชนเขต 10 โคราช ประกอบด้วย อำเภอครบุรี อำเภอโชคชัย และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ได้รับการต้อนรับจากประชาชนเป็นอย่างดียิ่ง และสิ่งที่ชาวบ้านอยากให้แก้ปัญหามากที่สุดคือราคามันสำปะหลังที่ตกต่ำทุกปี เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเพราะประสบปัญหาขาดทุน

นายเสกสกล ระบุต่อไปว่า เรื่องนี้เกิดจากมีผู้ประกอบการลักลอบนำเข้ามันสำปะหลังราคาถูกจากประเทศกัมพูชา แล้วนำมาสวมสิทธิ์มันสำปะหลังของไทย ส่งผลให้มันสำปะหลังไทยขายไม่ได้ราคาและถูกพ่อค้านายทุนกดราคาอีกด้วย อีกทั้งยังมีปัญหาที่ชาวบ้านอยากให้มีการแก้ไขทั้งเรื่องปัญหาช้างป่าทับลานออกมากินและทำลายพืชไร่ของชาวบ้าน รวมถึงปัญหาแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ทับที่ทำกินของชาวบ้าน ซึ่งตนก็ขออาสาเข้าไปแก้ปัญหาทั้ง 3 เรื่องนี้ให้หากประชาชนชาวเขต 10 โคราช ให้โอกาสเลือกเข้าไปเป็นผู้แทนราษฎร

นอกจากนี้ ตนได้รับทราบจากพี่น้องประชาชนว่ามีผู้สมัครบางคนเตรียมใช้เงินซื้อเสียงจากชาวบ้านในเบื้องต้นแล้วหัวละ 1,000 บาท ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายต่อระบอบประชาธิปไตยอย่างยิ่ง เพราะถ้าผู้สมัคร สส. ลงทุนใช้เงินซื้อเสียงมหาศาลแบบนี้ แล้วประชาชนเลือกเข้าไปเป็นผู้แทนก็จะเข้าไปถอนทุนคืนอย่างแน่นอน จึงฝากให้พี่น้องประชาชนในเขต 10 โคราช คิดไตร่ตรองอย่างรอบคอบก่อนจะเลือก สส. ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

“ผมขอโอกาสจากพี่น้องชาวโคราชอีกสักครั้ง ผมจะอาสาเป็นผู้แทนท่านเข้าไปแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง พูดแล้วต้องปฏิบัติทันทีไม่ใช่แค่พูดเฉพาะตอนมาหาเสียง”

ขณะเดียวกัน นายเสกสกล ยังกล่าวถึงผลงานที่ผ่านมาที่ตนทำสำเร็จเกิดประโยชน์แก่พี่น้องชาวเขตเลือกตั้งที่ 10 คือการไปของบประมาณจาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสมัยนั้น มาก่อสร้างถนน 4 เลนจากอำเภอโชคชัย-ครบุรี จนทำให้การคมนาคมสะดวกสบายยิ่งขึ้น ซึ่งเดิมถนนสายนี้มีเพียง 2 เลนเท่านั้น และตนยังเข้าไปเป็นคณะทำงานของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ลงพื้นที่แก้ปัญหา ทั้งเรื่องช้างป่าที่ออกหากินนอกพื้นที่ ผลักดันให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ สร้างแหล่งอาหารในป่าให้เกิดความอุดมสมบูรณ์เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ป่าออกมาหากินนอกพื้นที่

ตลอดจนในสมัยที่ตนทำงานในรัฐบาลของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้มีการแก้ปัญหาเรื่องแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับที่ทำกินของราษฎรด้วยการจัดทำ One Map คือบูรณาการกำหนดแผนที่แนวเขตอุทยานใหม่ ส่วนไหนที่ไปทับที่ทำกินของชาวบ้านและไม่ใช่ป่าอุดมสมบูรณ์ก็ให้ชาวบ้านพิสูจน์สิทธิ์แล้วกันออกเพื่อให้เขาได้มีที่ดินทำมาหากินเลี้ยงชีพ ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าเรื่องมันไปติดอยู่ตรงไหนทั้งๆ ที่เป็นมติ ครม. ไปแล้ว ครั้งนี้ตนจะขอโอกาสเข้าไปแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง ถ้าประชาชนเขต 10 โคราช เลือกเสกสกล อัตถาวงศ์ หมายเลข 5 และเลือกพรรคโอกาสใหม่ หมายเลข 44

“แรมโบ้” อ้อนประชาชนเลือกเข้าสภาฯ ไปแก้ปัญหา เขต 10 โคราช

ทำไมเขต 10 โคราชถึงสำคัญ

การเลือกตั้งในเขต 10 โคราชมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่นี้ การตัดสินใจของท่านจะส่งผลต่อการแก้ไขปัญหาปากท้อง, ปัญหาราคาสินค้าเกษตร และความเป็นอยู่โดยรวมของทุกคน

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่พี่น้องประชาชนในเขต 10 โคราช ประสบอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคามันสำปะหลังที่ตกต่ำ ปัญหาช้างป่า หรือปัญหาที่ดินทำกิน การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ท่านจะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของท่านให้ดีขึ้นได้

อย่าปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป ร่วมกันออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงของท่าน เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับเขต 10 โคราช

การเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่มันคือเรื่องของเราทุกคน มาร่วมกันสร้างสรรค์สังคมที่ดีกว่าเดิมด้วยมือของท่านเอง

ที่มา – “แรมโบ้” อ้อนประชาชนเลือกเข้าสภาฯ ไปแก้ปัญหา ปูดเขต 10 โคราช จ่อซื้อเสียงหัวละ 1,000

“สุดารัตน์” ชี้ ทุนดำ-สแกมเมอร์รุกคืบยึดการเมืองไทย

“สุดารัตน์” ชี้ ภัยทุนดำ-สแกมเมอร์รุกคืบยึดการเมืองไทย หว่านแจก-ซื้อเสียง ย้ำคนไทยต้องไม่เลือกนักการเมืองชั่ว จี้รัฐบาลเร่งปราบขบวนการฟอกเงิน หวั่นนำไปสู่ความพินาศทั้งระบบของชาติ

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงกรณีสถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการแทรกซึมของทุนดำและขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติ ปล้นเงินจากประชาชนไทยและทั่วโลก ผ่านการหลอกลวงออนไลน์และธุรกรรมผิดกฎหมาย โดยมีมูลค่าความเสียหายปีละหลายแสนล้านบาท และกำลังพยายามฟอกเงินผ่านการเมืองไทย เพื่อยึดประเทศอย่างเป็นระบบและก่ออาชญากรรมเหล่านี้

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุในตอนหนึ่งว่า ด้วยเงินเพียง 20,000 ล้านบาท จากกลุ่มแก๊งสแกมเมอร์ซึ่งเป็นทุนดำที่ปล้นคนไทยไปหลายแสนล้านบาท ร่วมกับนักการเมืองชั่วบางกลุ่ม ขบวนการเหล่านี้สามารถแทรกซึมเข้ามามีอิทธิพลทางการเมืองได้อย่างน่ากลัว ตั้งแต่ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา กัมพูชากลายเป็นศูนย์กลางของสแกมเมอร์ที่ใช้หลอกและปล้นเงินจากผู้คนทั่วโลก รวมถึงมีการหลอกแรงงานไทยและต่างชาติเข้าไปทำงานในเครือข่าย มีการซ้อมทรมานและเสียชีวิต เข้าข่ายการค้ามนุษย์ จนทั่วโลกเรียกกันว่าสแกมโบเดีย

เงินจำนวนมหาศาลที่ได้จากการปล้นนี้จำเป็นต้องผ่านกระบวนการฟอกขาว หรือการฟอกเงิน (Money Laundering) ซึ่งประเทศไทยกลับกลายเป็นเป้าหมายหลักของอาชญากรข้ามชาติ เนื่องจากระบบการตรวจสอบและกฎหมายที่อ่อนแอ ทำให้ไทยกลายเป็นสวรรค์ของอาชญากร และเป็นศูนย์กลางการฟอกเงินของขบวนการสแกมเมอร์ทั่วภูมิภาค เมื่ออาชญากรเหล่านี้เข้ามาทำธุรกิจฟอกเงินในประเทศไทย ย่อมต้องจ่ายสินบนให้กับผู้มีอำนาจบางราย โดยเฉพาะนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อแลกกับการคุ้มครองหรือการหลีกเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมาย จึงก่อให้เกิดขบวนการ “ทุนดำ” ที่เติบโตอย่างรวดเร็วและมีอิทธิพลครอบงำระบบการเมือง

หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย เผยต่อไปว่า กลุ่มทุนดำเหล่านี้ไม่ได้เพียงฟอกเงินผ่านช่องทางเดิม เช่น การซื้ออสังหาริมทรัพย์ หมู่บ้านจัดสรร หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทย สกุลเงินดิจิทัล หรือทองคำเท่านั้น ซึ่งล้วนส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งและกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยอย่างรุนแรง แต่ยังพัฒนาเป็นรูปแบบใหม่ที่น่ากลัวกว่าเดิม คือการฟอกเงินผ่านกระบวนการทางการเมืองในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง อาจมีการใช้เงินทุนดำเข้ามาซื้อเสียงและควบคุมพรรคการเมือง เพื่อยึดประเทศไทยอย่างเบ็ดเสร็จ โดยมีรายงานว่าขบวนการดังกล่าวเตรียมใช้งบประมาณไม่เกิน 20,000 ล้านบาท เพื่อจ่ายให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางรายหัวละ 50–70 ล้านบาท เพื่อซื้อตัวและซื้อเสียงในการเลือกตั้ง

ทั้งนี้ หายนะของประเทศจะมาถึงแน่ หากคนไทยไม่พร้อมใจกันลุกขึ้นสู้ ขอเรียกร้องให้ประชาชนไม่เลือกนักการเมืองที่ซื้อเสียงอย่างเด็ดขาด เพราะเงินที่นำมาแจกนั้นคือเงินที่ปล้นจากคนไทยเอง ประชาชนสามารถรับเงินได้เพราะเป็นเงินของพวกเราที่ถูกปล้นไป แต่ต้องไม่กากบาทให้กับนักการเมืองชั่วที่เอาเงินสกปรกมาซื้ออำนาจ เพื่อกลับมาโกงชาติและประชาชนต่อไป

“ขอเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีให้เร่งดำเนินการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ที่ซุกซ่อนอยู่ในประเทศไทย รวมถึงนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐที่ให้การคุ้มครองขบวนการเหล่านี้ โดยต้องสั่งอายัดทรัพย์ ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และดำเนินคดีอาญากับทุกคนที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกาและนานาชาติเพื่อสกัดเส้นทางทุนดำไม่ให้กลับมาทำลายประเทศอีก หากประเทศไทยไม่รีบดำเนินการอย่างจริงจัง ขบวนการทุนดำจะกลายเป็นผู้ครอบงำการเมือง เศรษฐกิจ และระบบราชการไทยอย่างเบ็ดเสร็จ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในหลายประเทศในละตินอเมริกา ซึ่งอาจนำไปสู่ความพังพินาศทั้งระบบของชาติ”

“สุดารัตน์” ชี้ ทุนดำ-สแกมเมอร์รุกคืบยึดการเมืองไทย

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ได้ออกมาเตือนถึงภัยร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามาในประเทศไทย นั่นคือ “สุดารัตน์” ชี้ ทุนดำ-สแกมเมอร์รุกคืบยึดการเมืองไทย โดยขบวนการเหล่านี้กำลังใช้ช่องว่างทางกฎหมาย และความอ่อนแอของระบบตรวจสอบ เพื่อฟอกเงินที่ได้จากการหลอกลวงประชาชน

“สุดารัตน์” ชี้ ทุนดำ-สแกมเมอร์รุกคืบยึดการเมืองไทย ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะขบวนการเหล่านี้ได้เริ่มแทรกซึมเข้ามาในระบบการเมือง และพร้อมที่จะใช้เงินสกปรกซื้ออำนาจ เพื่อที่จะเข้ามาควบคุมประเทศอย่างเบ็ดเสร็จ

ทำไมต้องเร่งปราบปราม “สุดารัตน์” ชี้ ทุนดำ-สแกมเมอร์รุกคืบยึดการเมืองไทย?

การปล่อยให้ “สุดารัตน์” ชี้ ทุนดำ-สแกมเมอร์รุกคืบยึดการเมืองไทย เป็นภัยเงียบที่กัดกินสังคมไทย จะนำไปสู่ปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็น:

  • การทุจริตคอร์รัปชันที่เพิ่มขึ้น
  • ความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่รุนแรงขึ้น
  • ความเสื่อมถอยของระบบเศรษฐกิจ
  • ความไม่มั่นคงทางการเมือง

ดังนั้น การเร่งปราบปรามขบวนการเหล่านี้จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อปกป้องประเทศชาติและประชาชน

ไม่ใช่แค่นักการเมือง แต่ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในการต่อต้านภัยร้ายนี้ โดยการไม่สนับสนุนนักการเมืองที่ซื้อเสียง และร่วมกันตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชัน หากทุกคนร่วมมือกัน เราจะสามารถป้องกันไม่ให้ขบวนการทุนดำเหล่านี้เข้ามายึดครองประเทศไทยได้

การตระหนักถึงภัยร้ายของทุนดำและสแกมเมอร์ที่กำลังรุกคืบเข้ามาในประเทศไทยเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าที่เคย ประชาชนต้องร่วมมือกันตรวจสอบนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจเกี่ยวข้องกับขบวนการเหล่านี้ เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาเข้ามามีอำนาจและทำลายประเทศชาติของเรา

ที่มา – “สุดารัตน์” ชี้ ทุนดำ-สแกมเมอร์รุกคืบยึดการเมืองไทย จี้รัฐบาลเร่งปราบปราม

คลิปเสียงว่อน สส.ถูกดีล “ค่ายกมือ 10 กิโลกรัม”


กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมือง เมื่อมี คลิปเสียงว่อน สส.พรรคประชาชน ถูกสาวปริศนาดีลซื้อเสียง “ค่ายกมือ 10 กิโลกรัม” ปรากฏบนโลกออนไลน์ โดยเนื้อหาในคลิปบ่งชี้ถึงการเสนอผลประโยชน์เพื่อแลกกับการโหวตในสภา

คลิปเสียงว่อน สส.พรรคประชาชน ถูกสาวปริศนาดีลซื้อเสียง “ค่ายกมือ 10 กิโลกรัม” จริงหรือ?

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ภายหลังจากที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อเสียง สส.ภายในพรรค เพื่อสนับสนุนการลงมติผ่านร่างกฎหมายที่เสนอโดยรัฐบาล ต่อมา นายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง สส.ขอนแก่น พรรคประชาชน ได้ออกมาเปิดเผยว่า มีการเสนอเงินสดจำนวน 10 กิโลกรัม เพื่อแลกกับการลงมติเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และ ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) จริง

สถานการณ์ยิ่งทวีความเข้มข้น เมื่อมี คลิปเสียงว่อน สส.พรรคประชาชน ถูกสาวปริศนาดีลซื้อเสียง “ค่ายกมือ 10 กิโลกรัม” เผยแพร่ออกมา โดยในคลิปเป็นบทสนทนาระหว่างหญิงสาวปริศนากับ สส.ชายรายหนึ่ง ซึ่งมีการเจรจาต่อรองเรื่องผลประโยชน์ตอบแทนในการยกมือโหวตสนับสนุนกฎหมายที่รัฐบาลเสนอ หญิงสาวในคลิปเสนอให้ สส.ชาย เรียกจำนวนเงินที่ต้องการ โดยระบุว่า “เอาแบบนี้ พี่พูดมา พี่ไม่อยากร่วมงานกับใคร หนูจะตอบให้ว่าใช่หรือไม่ใช่… ส่วนบัดเจ็ทพี่เรียกมา ถ้าเรียกมาแล้วจบ เกิน 10 โลขึ้นไป เฉพาะยกมือ ไม่เกี่ยวกับย้าย ยกมือตามที่มีเอกสารให้… เอาง่ายๆ แค่ค่ายกมือ”

ทางด้าน สส.ชาย พยายามสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการจ่ายเงิน และยืนยันว่าเป็นการจ่ายเฉพาะ “ค่ายกมือ” เท่านั้น โดยหญิงสาวตอบว่าจะแบ่งจ่ายเป็น 3 งวด จำนวน 10 กิโลกรัม สำหรับการโหวต 2 เรื่อง และชักชวนให้ สส.ชายมาพบปะพูดคุยเพื่อหารือในรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมทั้งอ้างว่าจะติดต่อผู้ใหญ่ให้ เนื่องจากเป็นเรื่องใหญ่

### ประเด็นที่น่าสนใจจากคลิปเสียง

  • การเสนอผลประโยชน์ตอบแทน: หญิงสาวในคลิปเสนอเงินจำนวน 10 กิโลกรัม เพื่อแลกกับการยกมือโหวตสนับสนุนกฎหมาย
  • การแบ่งจ่าย: มีการพูดถึงการแบ่งจ่ายเงินเป็น 3 งวด
  • การอ้างถึง “ผู้ใหญ่”: หญิงสาวอ้างว่าจะติดต่อ “ผู้ใหญ่” เพื่อหารือในรายละเอียด
  • ความหวาดระแวง: สส.ชาย แสดงความไม่ไว้วางใจ และต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อประกอบการตัดสินใจ

นอกจากนี้ ในคลิปเสียงยังมีการพูดถึงพรรคการเมืองต่างๆ โดยหญิงสาวปฏิเสธว่าไม่ใช่พรรคอาจารย์… หรือพรรคผู้กองธรรมนัส และระบุว่า เงินที่เสนอมานั้น “มาจากฟากรัฐบาล ที่เหนือรัฐบาลอีก” พร้อมทั้งกล่าวถึงบุคคลตัวย่อ “ส.” แต่ไม่ยอมเปิดเผยว่าเป็นใคร

คลิปเสียงว่อน สส.พรรคประชาชน ถูกสาวปริศนาดีลซื้อเสียง “ค่ายกมือ 10 กิโลกรัม” นี้ สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการการเมืองไทยเป็นอย่างมาก และก่อให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับความโปร่งใสในการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงจริยธรรมของนักการเมือง

การปรากฏตัวของ คลิปเสียงว่อน สส.พรรคประชาชน ถูกสาวปริศนาดีลซื้อเสียง “ค่ายกมือ 10 กิโลกรัม” เป็นเครื่องเตือนใจให้สังคมไทยต้องตระหนักถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในแวดวงการเมือง และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

สุดท้ายนี้ ประชาชนควรใช้วิจารณญาณในการรับฟังข่าวสาร และติดตามความคืบหน้าของกรณีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันตรวจสอบและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

ที่มา – คลิปเสียงว่อน สส.พรรคประชาชน ถูกสาวปริศนาดีลซื้อเสียง “ค่ายกมือ 10 กิโลกรัม”

Scroll to top