ดวงจันทร์

จันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม วันมาฆบูชา ชมฟรีทั่วไทย

เพื่อนๆ สายดาราศาสตร์และคนรักธรรมชาติห้ามพลาดเลยนะ! วันที่ 3 มีนาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชา จะมีปรากฏการณ์สุด spectacular อย่าง จันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม เกิดขึ้น สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ทั่วประเทศไทย ดวงจันทร์จะเปลี่ยนเป็นสีแดงอิฐสวยงาม โผล่พ้นขอบฟ้าทิศตะวันออกในช่วงค่ำ ใครที่กำลังมองหาเหตุการณ์พิเศษในวันสำคัญทางศาสนาแบบนี้ ต้องเตรียมตัวให้พร้อมแล้วล่ะ

จันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่

ตามประกาศจาก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม จะเริ่มตั้งแต่เวลา 15.44 น. ไปจนถึง 21.23 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยช่วงไฮไลต์คือตอนดวงจันทร์เข้าสู่เงามืดเต็มดวง เวลา 18.04-19.02 น. สำหรับคนไทย เราจะเห็นดวงจันทร์โผล่ขึ้นจากขอบฟ้าเวลา 18.23 น. ตรงช่วงคราสเต็มดวงพอดี สามารถชมได้นาน 39 นาที ก่อนจะค่อยๆ กลายเป็นคราสบางส่วน

ตารางเวลาจันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม แบบละเอียด

  • 15.44 น.: ดวงจันทร์เข้าสู่เงามัวของโลก
  • 16.50 น.: เริ่มจันทรุปราคาบางส่วน
  • 18.04-19.02 น.: จันทรุปราคาเต็มดวง สีแดงอิฐสวยงาม
  • 20.17 น.: สิ้นสุดคราสบางส่วน
  • 21.23 น.: สิ้นสุดเงามัว

เวลาอาจคลาดเคลื่อนเล็กน้อยตามพื้นที่ต่างๆ แต่ทั่วไทยมองเห็นชัดเจน ไม่ต้องใช้กล้องโทรทรรศน์ด้วยซ้ำ เหมาะสำหรับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนมาปิกนิกดูดาวกัน

ทำไมจันทรุปราคาถึงเกิดขึ้น และสีแดงได้อย่างไร

จันทรุปราคาเกิดเมื่อดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์เรียงตัวตรงแนวเดียวกัน โดยโลกบังแสงอาทิตย์ไม่ให้ไปถึงจันทร์ เงาของโลกมี 2 ชั้น คือเงามัวและเงามืด เมื่อจันทร์เข้าสู่เงามืดเต็มดวง แสงอาทิตย์ที่กรองผ่านชั้นบรรยากาศโลกจะทำให้จันทร์ดูเป็นสีแดงอิฐ เพราะแสงสีน้ำเงินถูกกรองออก เหลือแต่สีแดงส้ม สวยงามเหมือนในนิยายวิทยาศาสตร์

คนไทยโบราณเรียกว่าราหูอมจันทร์ แต่จริงๆ เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดเฉลี่ย 2 ครั้งต่อปี เนื่องจากวงโคจรจันทร์เอียง 5 องศากับโลก จึงไม่เกิดทุกเดือน นักดาราศาสตร์คำนวณล่วงหน้าได้แม่นยำมาก

สถานที่ชมจันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม ได้ทั่วโลก

นอกจากไทยแล้ว ยังเห็นได้ในตะวันออกยุโรป เอเชีย ออสเตรเลีย อเมริกาเหนือ-ใต้ มหาสมุทรต่างๆ และขั้วโลก ถ้าอยู่ไทย ลองไปจุดชมวิวอย่างเขาใหญ่ ดอยสุเทพ หรือชายหาดพัทยา ที่โล่งโปร่ง ไม่มีแสงรบกวน

  • ทิศตะวันออก: เหมาะที่สุดสำหรับไทย
  • หลีกเลี่ยงเมืองใหญ่ที่มีมลพิษแสง
  • เตรียมเสื่อนั่งและขนมปังปิ้ง

ความพิเศษของวันมาฆบูชากับจันทรุปราคา

วันมาฆบูชาเป็นวันสำคัญในพุทธศาสนา ระลึกถึงพระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์ ถือเป็นโอกาสดีที่ธรรมชาติจัดสรรปรากฏการณ์งดงามมาสอดคล้อง เหมือนสัญญาณให้เราหยุดมองฟ้า คิดถึงความยิ่งใหญ่ของจักรวาล ผสมผสานวิทยาศาสตร์และศาสนาได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ จันทรุปราคายังเป็นโอกาสศึกษาวิทยาศาสตร์ให้เด็กๆ เรียนรู้เรื่องวงโคจร ดาราศาสตร์พื้นฐาน ถ่ายรูปด้วยมือถือก็สวย ลองใช้แอปอย่าง Stellarium วางแผนตำแหน่งดวงจันทร์ได้

เคล็ดลับการชมจันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม ให้ได้ภาพปัง

  • เลือกสถานที่สูง มืดสนิท ไกลแสงไฟเมือง
  • ใช้ขาตั้งกล้องถ้าจะถ่ายวีดีโอ
  • แต่งตัวอุ่นๆ เพราะคืนนั้นอาจเย็น
  • เช็คสภาพอากาศล่วงหน้า
  • ชวนครอบครัวหรือเพื่อน ทำกิจกรรม bonding

ปรากฏการณ์แบบนี้หายากในรอบปี อย่าปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่เห็นกับตา มันจะเป็นความทรงจำที่ดีตลอดชีวิต

สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านเตรียมตัวไปชม จันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม กันให้เต็มที่ แล้วแชร์ภาพและประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนะ เราอยากเห็นมุมมองของคุณ!

ที่มา – 3 มีนาคม เตรียมชม “จันทรุปราคาเต็มดวง” วันมาฆบูชา มองเห็นด้วยตาเปล่าทั่วไป

นาซ่าเลื่อนภารกิจไปดวงจันทร์ หลังพบปัญหาทางเทคนิค

นาซ่าเลื่อนภารกิจไปดวงจันทร์ หลังพบปัญหาทางเทคนิค เป็นข่าวที่สร้างความฮือฮาในวงการอวกาศทั่วโลก ล่าสุด นาซ่าประกาศเลื่อนกำหนดการปล่อยจรวด Artemis II จากเดิมวันที่ 6 มีนาคม 2026 ออกไปเป็นช่วงเดือนเมษายน 2026 เนื่องจากทีมวิศวกรตรวจพบความผิดปกติในระบบก๊าซฮีเลียม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการควบคุมความดันและอุณหภูมิของเชื้อเพลิง

นาซ่าเลื่อนภารกิจไปดวงจันทร์ หลังพบปัญหาทางเทคนิค

นายแจเรด ไอแซคแมน ผู้บริหารระดับสูงของนาซ่า ได้แจ้งข่าวนี้เมื่อวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ โดยยอมรับว่าทุกคนรู้สึกผิดหวัง แต่ภารกิจยังคงเดินหน้าต่อไป นักอวกาศทั้ง 4 คนที่เตรียมพร้อมมานาน ได้ฝึกฝนอย่างหนักสำหรับการเดินทางรอบดวงจันทร์ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี นับตั้งแต่ภารกิจ Apollo สมัยก่อน

สาเหตุหลักของการเลื่อนภารกิจ Artemis II

ปัญหาเกิดขึ้นระหว่างการทดสอบสุดท้ายที่ศูนย์อวกาศเคนเนดี รัฐฟลอริดา ซึ่งเป็นการทดสอบครั้งที่ 2 หลังจากครั้งแรกมีปัญหาการรั่วไหลของก๊าซไฮโดรเจนจากตัวกรอง ในวันพฤหัสบดี การทดสอบ “wet rehearsal” หรือการบรรจุเชื้อเพลิงเหลวดำเนินไปได้อย่างราบรื่น แต่คืนวันศุกร์กลับพบความผิดปกติในระบบก๊าซฮีเลียม ทำให้ต้องหยุดชะงัก

  • ระบบก๊าซฮีเลียมผิดปกติ: ควบคุมความดันและอุณหภูมิเชื้อเพลิง
  • การทดสอบครั้งก่อน: รั่วไหลก๊าซไฮโดรเจน
  • ผลกระทบ: เลื่อนจากมีนาคมเป็นเมษายน 2026

แจเรด ไอแซคแมน เปรียบเทียบกับภารกิจ Gemini 8 ของนีล อาร์มสตรองในปี 1966 ที่ต้องยุติก่อนกำหนด แต่สุดท้ายประสบความสำเร็จใน Apollo 11 ปี 1969 เขาย้ำว่าปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องปกติในภารกิจอวกาศ และทีมงานนาซ่าทุ่มเทอย่างมากเพื่อความสำเร็จของ Artemis II

ภารกิจ Artemis II คืออะไร และสำคัญอย่างไร

Artemis II จะส่งนักอวกาศ 4 คนโคจรรอบดวงจันทร์ โดยใช้จรวด SLS (Space Launch System) ขนาดยักษ์ พวกเขาจะได้ศึกษาพื้นผิวดวงจันทร์อย่างใกล้ชิดเป็นเวลาหลายชั่วโมง ซึ่งเป็นก้าวสำคัญก่อน Artemis III ที่จะส่งมนุษย์ลงสู่พื้นผิวดวงจันทร์อีกครั้งในปี 2028 โปรแกรม Artemis มีเป้าหมายสร้างฐานถาวรบนดวงจันทร์ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจไปดาวอังคารในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ชุดอวกาศรุ่นใหม่ ระบบช่วยชีวิตขั้นสูง และยาน Orion ที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมอวกาศสุดขีด การเลื่อนครั้งนี้แม้จะน่าเสียดาย แต่ช่วยให้ทีมมีเวลาปรับปรุงความปลอดภัยให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ปัญหาทางเทคนิคเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของเทคโนโลยีอวกาศ แต่ก็เป็นโอกาสในการเรียนรู้ นาซ่าเคยเผชิญอุปสรรคมากมายในอดีต แต่ทุกครั้งก็ก้าวข้ามได้สำเร็จ ลองนึกถึง Apollo 13 ที่เกือบล้มเหลวแต่รอดมาได้

สำหรับแฟนข่าวอวกาศ ภารกิจนี้ไม่เพียงนำมนุษย์กลับสู่ดวงจันทร์ แต่ยังจุดประกายแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นใหม่สนใจวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม

ติดตามความคืบหน้าของ นาซ่าเลื่อนภารกิจไปดวงจันทร์ หลังพบปัญหาทางเทคนิค และข่าวอวกาศล่าสุดได้ที่นี่ เพื่อไม่พลาดทุกการอัปเดต!

ที่มา – นาซ่าเลื่อนภารกิจไปดวงจันทร์ หลังพบปัญหาทางเทคนิค

อีลอน มัสก์ ปรับแผน ดัน SpaceX สร้าง “เมืองโตได้เอง” บนดวงจันทร์

อีลอน มัสก์ ปรับแผน ดัน SpaceX สร้าง “เมืองโตได้เอง” บนดวงจันทร์แทนดาวอังคาร แล้วนะเพื่อนๆ! ซีอีโอสุดแสบของ SpaceX ประกาศเปลี่ยนยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (8 ก.พ.) ผ่านแพลตฟอร์ม X ของตัวเอง บอกเลยว่านี่คือข่าวร้อนที่แฟนอวกาศอย่างเราต้องตามติด

อีลอน มัสก์ ปรับแผน ดัน SpaceX สร้าง “เมืองโตได้เอง” บนดวงจันทร์แทนดาวอังคาร

เดิมที SpaceX มีความฝันสุดยิ่งใหญ่คือสร้างเมืองบนดาวอังคารภายใน 5-7 ปี แต่ตอนนี้มัสก์บอกว่า “ภารกิจสำคัญที่สุดคือรักษาอนาคตของอารยธรรมมนุษย์” และดวงจันทร์นี่แหละที่ทำได้เร็วกว่า! เขาตั้งเป้าสร้าง “เมืองที่เติบโตได้ด้วยตัวเอง” บนดวงจันทร์ให้สำเร็จภายใน 10 ปีเลยทีเดียว แถมยังวางแผนส่งยานไร้คนขับลงจอดดวงจันทร์เร็วสุดปี 2027 ส่วนโปรเจกต์ดาวอังคารต้องรอไปก่อน

อีลอน มัสก์ ปรับแผน ดัน SpaceX สร้าง “เมืองโตได้เอง” บนดวงจันทร์แทนดาวอังคารเพราะอะไร?

คุณรู้มั้ยว่าการตัดสินใจนี้มาจากรายงานของ Wall Street Journal ที่ SpaceX แจ้งนักลงทุนแล้ว โดยเลื่อนแผนส่งยานไปดาวอังคารจากปี 2026 มาเป็นดวงจันทร์ปี 2027 แทน นี่คือการปรับตัวที่ฉลาดมาก เพราะตอนนี้โลกกำลังแข่งขันดุเดือดระหว่างสหรัฐฯ กับจีน เรื่องการส่งมนุษย์กลับดวงจันทร์ครั้งแรกนับตั้งแต่ Apollo 17 ปี 1972 NASA กับ SpaceX ก็มี Artemis Program ที่กำลังมาแรง ส่วนจีนก็ไม่ยอมแพ้

การสร้างเมืองบนดวงจันทร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป มันจะเป็นฐานที่มั่นสำหรับมนุษยชาติ ช่วยสำรองเผ่าพันธุ์จากภัยพิบัติบนโลก และยังเป็นจุดกระโดดไปดาวอังคารในอนาคตด้วย SpaceX กำลังใช้เทคโนโลยี Starship ที่ทรงพลังเพื่อทำให้ฝันนี้เป็นจริง

แผนเสริม: xAI และศูนย์ข้อมูลในอวกาศ

นอกจากนี้ SpaceX เพิ่งซื้อ xAI บริษัท AI ของมัสก์เอง ทำให้มูลค่าบริษัทพุ่งแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์! แผนต่อไปคือสร้าง “ศูนย์ข้อมูลในอวกาศ” ที่ประหยัดพลังงานกว่าบนโลกมาก เพราะความต้องการ AI กำลังบูมสุดๆ มัสก์เชื่อว่าอวกาศจะแก้ปัญหาพลังงานได้ดี

IPO ครั้งใหญ่และ Tesla ก็เปลี่ยนตาม

เพื่อระดมทุน SpaceX เตรียม IPO ปีนี้ คาดได้ถึง 50,000 ล้านดอลลาร์ ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์! ส่วน Tesla มัสก์ทุ่ม 20,000 ล้านดอลลาร์ เปลี่ยนจากรถ EV เป็นบริษัทหุ่นยนต์และขับขี่อัตโนมัติ ยุติผลิตรถ 2 รุ่นเพื่อทำหุ่น Optimus แทน

  • จุดเด่นของแผนใหม่: ส่งยานลงดวงจันทร์ 2027
  • สร้างเมือง self-sustaining ภายใน 10 ปี
  • เลื่อนดาวอังคารแต่ไม่ยกเลิก
  • ผนวก AI จาก xAI
  • IPO มูลค่าสูงลิ่ว

บอกเลยว่า อีลอน มัสก์ ปรับแผน ดัน SpaceX สร้าง “เมืองโตได้เอง” บนดวงจันทร์แทนดาวอังคาร นี่แสดงให้เห็นวิสัยทัศน์ที่ยืดหยุ่นของเขา สมัยก่อนคนหัวรั้นอาจยึดแผนเก่า แต่ Elon รู้จักปรับตามสถานการณ์ นี่คือก้าวสำคัญสู่ยุค multi-planetary species! คุณคิดยังไงกับแผนนี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วอย่าลืมติดตามบล็อกเพื่อข่าวอวกาศอัปเดตทุกวันนะ

ที่มา – “อีลอน มัสก์” ปรับแผน ดัน SpaceX สร้าง “เมืองโตได้เอง” บนดวงจันทร์แทนดาวอังคาร

นาซาเคลื่อนจรวด SLS เตรียมภารกิจอาร์ทิมิส 2

องค์การนาซาเคลื่อนจรวด SLS สู่ฐานยิง เตรียมภารกิจ “อาร์ทิมิส 2” ส่งมนุษย์โคจรรอบดวงจันทร์รอบ 50 ปี การเคลื่อนย้ายครั้งสำคัญนี้เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจที่จะส่งมนุษย์ไปโคจรรอบดวงจันทร์อีกครั้งในรอบครึ่งศตวรรษ โดยมีเป้าหมายที่จะเริ่มการเดินทางในวันที่ 6 กุมภาพันธ์นี้

นาซาเคลื่อนจรวด SLS สู่ฐานยิง เตรียมภารกิจ “อาร์ทิมิส 2” ส่งมนุษย์โคจรรอบดวงจันทร์รอบ 50 ปี

เมื่อวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา องค์การนาซาได้ทำการเคลื่อนย้ายจรวด Space Launch System (SLS) และยานอวกาศโอไรออนจากอาคารประกอบยานไปยังแท่นยิง 39B ที่ศูนย์อวกาศเคนเนดีในฟลอริดา การเคลื่อนย้ายจรวด SLS ในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเตรียมภารกิจ “อาร์ทิมิส 2” ซึ่งเป็นภารกิจที่มีเป้าหมายเพื่อส่งมนุษย์ไปโคจรรอบดวงจันทร์

การเคลื่อนย้ายจรวด SLS และยานโอไรออนเป็นไปอย่างระมัดระวัง โดยใช้เวลาถึง 12 ชั่วโมงในการเคลื่อนย้ายระยะทาง 6.5 กิโลเมตร การเคลื่อนย้ายนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการทดสอบระบบขั้นสุดท้ายก่อนที่ภารกิจ “อาร์ทิมิส 2” จะเริ่มขึ้น

เป้าหมายของภารกิจ อาร์ทิมิส 2

ภารกิจ “อาร์ทิมิส 2” มีกำหนดการปล่อยตัวในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน นักบินอวกาศ 4 คน ซึ่งเป็นชาวอเมริกัน 3 คนและชาวแคนาดา 1 คน จะเดินทางไปโคจรรอบดวงจันทร์เป็นเวลา 10 วัน แม้จะไม่มีการลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ แต่ภารกิจนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำมนุษย์กลับไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้ง ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ตั้งไว้

นักบินอวกาศทั้ง 4 คน ได้แก่ รีด ไวส์แมน, วิคเตอร์ โกลเวอร์, คริสตินา คอค และ เจเรมี แฮนเซน ได้เดินทางมาชมจรวด SLS ในวันที่ทำการเคลื่อนย้าย โดยแฮนเซนกล่าวว่าเขารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก และเชื่อว่าภารกิจนี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่ามนุษย์สามารถทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้เป็นจริงได้

นาซากำลังเร่งดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย หลังจากที่โครงการล่าช้ามาเป็นเวลานาน การกำหนดเป้าหมายใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ถูกมองว่าเป็นการแข่งขันกับจีนในการสำรวจอวกาศ จีนมีแผนที่จะส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ภายในปี 2030 และกำลังเตรียมภารกิจไร้คนขับ “ฉางเอ๋อ 7” เพื่อสำรวจขั้วใต้ของดวงจันทร์ในปี 2026

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภารกิจอาร์ทิมิส 2 จะมีความคืบหน้าอย่างมาก แต่ภารกิจอาร์ทิมิส 3 ซึ่งเป็นการลงจอดบนดวงจันทร์ที่วางแผนไว้ในปี 2027 อาจต้องถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากความล่าช้าในการพัฒนาจรวดสตาร์ชิปของสเปซเอ็กซ์ ซึ่งจำเป็นสำหรับการนำนักบินลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์

การที่นาซามุ่งมั่นที่จะผลักดันภารกิจ นาซาเคลื่อนจรวด SLS สู่ฐานยิง เตรียมภารกิจ “อาร์ทิมิส 2” ส่งมนุษย์โคจรรอบดวงจันทร์รอบ 50 ปี แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์และการสำรวจจักรวาล ถึงแม้จะมีความท้าทายมากมายรออยู่ข้างหน้า แต่ความสำเร็จของภารกิจนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ในการใฝ่หาความรู้และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่ออนาคต

ภารกิจ นาซาเคลื่อนจรวด SLS สู่ฐานยิง เตรียมภารกิจ “อาร์ทิมิส 2” ส่งมนุษย์โคจรรอบดวงจันทร์รอบ 50 ปี นี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเดินทางไปดวงจันทร์ แต่เป็นการเปิดศักราชใหม่ของการสำรวจอวกาศอย่างแท้จริง

ที่มา – นาซาเคลื่อนจรวด SLS สู่ฐานยิง เตรียมภารกิจ “อาร์ทิมิส 2” ส่งมนุษย์โคจรรอบดวงจันทร์รอบ 50 ปี

Scroll to top