ดวงจันทร์เต็มดวง

30 มิถุนายน 2569 ชวนดู ดวงจันทร์เต็มดวง สังเกตได้ตลอดคืน

สวัสดีครับชาวนักดูดาวและผู้ที่ชื่นชอบปรากฏการณ์บนท้องฟ้าทุกท่าน เชื่อเลยว่าหลายคนคงกำลังตั้งตารอคอยวันสำคัญทางดาราศาสตร์อย่าง 30 มิถุนายน 2569 ชวนดู “ดวงจันทร์เต็มดวง” สามารถสังเกตได้เกือบตลอดคืน ซึ่งถือเป็นโอกาสพิเศษที่เราจะได้เห็นดวงจันทร์ส่องแสงสว่างไสวเต็มดวงบนท้องฟ้ายามค่ำคืนอย่างชัดเจนที่สุด

30 มิถุนายน 2569 ชวนดู “ดวงจันทร์เต็มดวง” สามารถสังเกตได้เกือบตลอดคืน

ทางด้าน สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ หรือ NARIT ได้ออกมาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับใครที่วางแผนจะออกไปชมความงามของธรรมชาติในคืนนี้ โดยปรากฏการณ์ 30 มิถุนายน 2569 ชวนดู “ดวงจันทร์เต็มดวง” สามารถสังเกตได้เกือบตลอดคืน เป็นช่วงเวลาที่โลกโคจรมาอยู่ระหว่างดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ทำให้มองเห็นดวงจันทร์ด้านที่ได้รับแสงอาทิตย์เต็มที่จนสว่างไปทั่วทั้งดวง

ทำไมเราถึงต้องรอชม 30 มิถุนายน 2569 ชวนดู “ดวงจันทร์เต็มดวง” สามารถสังเกตได้เกือบตลอดคืน?

การดูดวงจันทร์เต็มดวงไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการศึกษาพื้นผิวบนดวงจันทร์ด้วยตาเปล่าหรือกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก สำหรับคืนวันที่ 30 มิถุนายนนี้ คุณสามารถเตรียมตัวได้ง่ายๆ ดังนี้:

  • เลือกสถานที่ที่มีมลภาวะทางแสงน้อย เพื่อความคมชัด
  • เช็กสภาพอากาศในพื้นที่ของคุณ หากไม่มีเมฆมากรับรองว่าเห็นชัดแน่นอน
  • หากสนใจถ่ายภาพ ให้ใช้ขาตั้งกล้องเพื่อความนิ่งและปรับค่า ISO ให้เหมาะสม

ด้วยความที่ดวงจันทร์อยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ ทำให้การมองเห็นครั้งนี้พิเศษกว่าวันอื่นๆ เพราะแสงจันทร์จะมีความสว่างมากเป็นพิเศษ ใครที่พลาดกิจกรรมนี้ไปคงต้องรอรอบถัดไปนานเลยทีเดียวครับ ดังนั้นอย่าลืมหาเวลาว่างในช่วงค่ำคืนนี้ออกไปชื่นชมความมหัศจรรย์ของท้องฟ้ากันดูนะครับ

ผมมองว่าการได้หยุดพักจากความวุ่นวายแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าในคืนเดือนเพ็ญ เป็นวิธีเยียวยาจิตใจที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง เพราะความสวยงามของธรรมชาติไม่ได้มีค่าใช้จ่าย แต่ให้ความสุขทางใจได้อย่างมหาศาล ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการดูดวงจันทร์ในคืนนี้นะครับ

ที่มา – 30 มิถุนายน 2569 ชวนดู “ดวงจันทร์เต็มดวง” สามารถสังเกตได้เกือบตลอดคืน

เปิดภาพชัดๆ จันทรุปราคาเต็มดวง สีแดงอิฐ รอ 2 ปี

คุณพลาดการชม จันทรุปราคาเต็มดวง สีแดงอิฐสุดตระการตาไปหรือเปล่า? ไม่ต้องเสียใจนะ เพราะเรามีภาพชัดๆ มาฝาก พร้อมบอกเลยว่าครั้งถัดไปต้องรออีก 2 ปีข้างหน้า! ปรากฏการณ์ธรรมชาติสุดมหัศจรรย์นี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 ตรงกับวันมาฆบูชา ทำให้หลายคนตื่นเต้นสุดๆ ไปดูกันเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

จันทรุปราคาเต็มดวง คืออะไร และเกิดขึ้นเมื่อไหร่

จันทรุปราคาเต็มดวง เกิดเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนเข้าสู่เงามืดของโลกทั้งดวง ทำให้ดวงจันทร์ดูเหมือนถูกกลืนกิน แล้วกลายเป็นสีแดงอิฐสวยงาม เพราะแสงอาทิตย์ที่โค้งงอผ่านชั้นบรรยากาศโลก สร้างสีแดงแบบพระอาทิตย์ตกดินนั่นเอง ครั้งนี้เริ่มตั้งแต่เวลา 15.44 น. ตามเวลาประเทศไทย

  • 15.44 น.: ดวงจันทร์เข้าสู่เงามัว
  • 16.50 น.: เริ่มจันทรุปราคาบางส่วน
  • 18.04 น.: เข้าสู่จันทรุปราคาเต็มดวง สีแดงอิฐเต็มๆ
  • 18.23-19.02 น.: ชมได้ในไทยหลังดวงจันทร์ขึ้น
  • 20.17 น.: ออกเป็นบางส่วน
  • 21.23 น.: สิ้นสุด

แม้หลายพื้นที่จะมีเมฆและฝุ่น แต่ก็มีภาพชัดเจนจากทั่วโลก!

สถานที่ชมจันทรุปราคาเต็มดวงในไทย

ในประเทศไทย สามารถเห็นได้หลายจังหวัด โดยเฉพาะช่วงสีแดงอิฐชัดเจนที่ ขอนแก่น, สงขลา, ลพบุรี, พิษณุโลก, สุโขทัย, อ่างทอง, ชลบุรี, เพชรบุรี, นนทบุรี, กรุงเทพฯ บางจุด จังหวัดอื่นๆ ชมบางส่วนก็ยังตื่นเต้นไม่แพ้กัน ทั่วโลกเห็นได้ตั้งแต่ยุโรปตะวันออก เอเชีย ออสเตรเลีย อเมริกาทั้งสอง มหาสมุทรใหญ่ๆ และขั้วโลก

กิจกรรมสุดคึกคักจาก NARIT

ที่จุดสังเกตหลัก 5 แห่งของ NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ มีคนมาร่วมเพียบตั้งแต่เย็นยันดึก! นอกจาก จันทรุปราคาเต็มดวง แล้ว ยังส่องดาวพฤหัสบดีและ Great Red Spot ชัดเป๊ะ บรรยากาศอบอุ่น เหมือนเทศกาลท้องฟ้าเลยทีเดียว แฟนเพจ NARIT โพสต์ภาพสวยๆ ไว้เพียบ ลองไปส่องดูนะ

รู้ไหมว่าทำไมสีถึงแดงอิฐ? เพราะฝุ่นและเมฆกรองแสงสีน้ำเงินออก เหลือแต่แดงส้ม มันเป็นโอกาสทองสำหรับนักดาราศาสตร์และคนรักท้องฟ้าเลย

จันทรุปราคาเต็มดวง ครั้งถัดไปเมื่อไหร่ เช็กเลย!

ครั้งหน้าในไทยคือคืนข้ามปี 31 ธันวาคม 2571 ถึง 1 มกราคม 2572 รออีก 2 ปีเท่านั้น! เตรียมกล้อง เตรียมที่เที่ยว ชวนเพื่อนๆ มาชมกัน อย่าพลาดนะ เพราะมันเกิดไม่บ่อยๆ

นี่คือเหตุผลที่เราควรหันมองท้องฟ้ากันบ่อยๆ สร้างความทรงจำดีๆ กับครอบครัว ถ้าคุณเคยเห็นมาแล้ว แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์เลย! หรือติดตาม NARIT เพื่ออัปเดตปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ครั้งต่อไป ตอนนี้ลองวางแผนเที่ยวชมดาวฤกษ์ใกล้ๆ บ้านก่อนก็ดีนะ

เคล็ดลับชมจันทรุปราคา:

  • เลือกจุดโล่ง มองเห็นขอบฟ้าตะวันออก
  • เช็คพยากรณ์อากาศ
  • ใช้แว่นหรือกล้องถ้าจำเป็น (แต่ตาเปล่าก็เห็นชัด)
  • ถ่ายรูปด้วยโทรศัพท์มือถือวางบนขาตั้ง

ปรากฏการณ์แบบนี้เตือนใจว่าโลกเราน่าทึ่งแค่ไหน อย่าลืมชวนคนใกล้ชิดมาดูครั้งหน้า!

ที่มา – เปิดภาพชัดๆ “จันทรุปราคาเต็มดวง” สีแดงอิฐ ชมครั้งถัดไปอีก 2 ปีข้างหน้า เช็กเลยตรงกับวันไหน

ชมสด จันทรุปราคาเต็มดวง สีแดงอิฐนาน 39 นาที

คุณพร้อมที่จะตื่นตากับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติสุดมหัศจรรย์หรือยัง? จันทรุปราคาเต็มดวง กำลังมาเยือนในวันมาฆบูชา วันที่ 3 มีนาคม 2569 ครั้งนี้พิเศษเพราะดวงจันทร์จะกลายเป็นสีแดงอิฐสวยงามนานถึง 39 นาที! ถ้าคุณเป็นคนชอบดูดาวหรือแค่อยากเห็นอะไรใหม่ๆ ก็ห้ามพลาดเด็ดขาดนะ

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) จะถ่ายทอดสดให้เราชมผ่านเฟซบุ๊กเพจของพวกเขา เริ่มตั้งแต่เวลา 15.44 น. จนถึง 21.23 น. ตามเวลาประเทศไทย แต่สำหรับคนในไทยอย่างเราๆ จะเริ่มเห็นได้ชัดเจนตอนดวงจันทร์โผล่พ้นขอบฟ้าทิศตะวันออก เวลาประมาณ 18.23 น. เป็นต้นไป พอดีกับช่วงคราสเต็มดวงเลย ทำให้เห็น จันทรุปราคาเต็มดวง สีแดงอิฐตั้งแต่ขึ้นจนถึง 19.02 น. รวม 39 นาทีเต็มๆ จากนั้นจะค่อยๆ กลายเป็นคราสบางส่วนและเงามัว จนปรากฏการณ์สิ้นสุด มองได้ด้วยตาเปล่าทั่วประเทศ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษด้วย!

จันทรุปราคาเต็มดวง

จันทรุปราคาเต็มดวง คืออะไรกันแน่? มันเกิดขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์เรียงตัวกันตรงแนวเดียว โดยโลกอยู่ตรงกลาง บังแสงอาทิตย์ไม่ให้ไปถึงดวงจันทร์ ทำให้ดวงจันทร์ค่อยๆ เข้าไปในเงามืดของโลก จนเต็มดวง แล้วค่อยๆ ออกมา เกิดเฉพาะวันพระข้างขึ้น 14-15 ค่ำ หรือวันจันทร์เต็มดวงเท่านั้น ในสมัยโบราณคนไทยเรียกว่ารา “ราหูอมจันทร์” น่าขนลุกแต่สวยมาก!

ทำไมดวงจันทร์ถึงเป็นสีแดงอิฐ?

สีแดงอิฐที่เห็นใน จันทรุปราคาเต็มดวง มาจากปรากฏการณ์กระเจิงแสงของ Rayleigh คล้ายพระอาทิตย์ตก แสงสีน้ำเงินถูกกรองออก เหลือแสงสีแดงส้มทะลุผ่านชั้นบรรยากาศโลกไปตกกระทบดวงจันทร์ ทำให้ดูเหมือนดวงจันทร์เลือดหรือดวงจันทร์หมาป่าในตำนานตะวันตก สวยงามและลึกลับสุดๆ

แต่ทำไม จันทรุปราคาเต็มดวง ไม่เกิดทุกเดือนล่ะ? เพราะวงโคจรดวงจันทร์เอียงกับวงโคจรโลกประมาณ 5 องศา ดวงจันทร์เลยผ่านเงาโลกไม่ทุกครั้ง ปีละ 2-3 ครั้งเท่านั้น ถือเป็นโอกาสทองสำหรับนักดาราศาสตร์และคนรักฟ้า

วิธีเตรียมตัวชมจันทรุปราคาเต็มดวง

เพื่อให้ได้ภาพสวยๆ ลองเตรียมตัวดังนี้:

  • หาที่โล่งแจ้ง ทิศตะวันออก ไม่มีต้นไม้หรือตึกบัง
  • ใช้ตาเปล่าหรือกล้องโทรศัพท์ถ่ายได้ (อย่าลืมขาตั้ง)
  • เช็คสภาพอากาศให้แจ่มใส
  • ติดตามไลฟ์สด NARIT บนเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ
  • ชวนเพื่อนครอบครัวมาดูด้วยกัน สร้างความทรงจำดีๆ

นอกจากนี้ ปรากฏการณ์นี้ยังเป็นโอกาสดีให้เด็กๆ เรียนรู้วิทยาศาสตร์ ลองอธิบายให้ฟังว่าทำไมโลกถึงบังดวงจันทร์ได้ จะช่วยจุดประกายความสนใจในดาราศาสตร์ได้เยอะเลย

ในอดีต จันทรุปราคาเต็มดวงเคยเกิดหลายครั้ง เช่น ปี 2563 หรือ 2566 แต่ครั้งนี้ตรงวันมาฆบูชา ยิ่งมีความหมายทางวัฒนธรรมด้วย ราหูอมจันทร์ในคติไทยบ่งบอกถึงการต่อสู้ของพลังมืดกับแสงสว่าง สุดยอดไปเลย

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าปรากฏการณ์ธรรมชาติแบบนี้เตือนใจเราว่าโลกนี้ยังมีสิ่งมหัศจรรย์มากมายรอให้ค้นหา อย่าลืมมองขึ้นฟ้าบ่อยๆ นะ อย่าพลาด จันทรุปราคาเต็มดวง ครั้งนี้ ลองถ่ายรูปแชร์กันในโซเชียล แล้วแท็ก NARIT ด้วยสิ!

ที่มา – ชมสด “จันทรุปราคาเต็มดวง” ปรากฏการณ์ “ดวงจันทร์สีแดงอิฐ” นาน 39 นาที

เช็ก 3 ปรากฏการณ์ดวงจันทร์ที่ตรงกับวันสำคัญปี 2569

คุณรู้หรือไม่ว่าในปี 2569 จะมี เช็ก 3 ปรากฏการณ์ดวงจันทร์ที่ตรงกับวันสำคัญปี 2569 ที่น่าตื่นเต้นสุดๆ จากข้อมูลของ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ปรากฏการณ์เหล่านี้ไม่เพียงแต่สวยงามทางวิทยาศาสตร์ แต่ยังตรงกับวันสำคัญทางศาสนาและเทศกาล ทำให้เป็นโอกาสพิเศษในการสังเกตและฉลองไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นจันทรุปราคาเต็มดวง บลูมูนไมโคร หรือซูเปอร์ฟูลมูน มาดูรายละเอียดกันเลย!

เช็ก 3 ปรากฏการณ์ “ดวงจันทร์” ที่ตรงกับ “วันสำคัญ” ปี 2569

เฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้โพสต์แจ้งเตือนให้แฟนๆ ดาราศาสตร์เตรียมตัว เพราะปีนี้มี เช็ก 3 ปรากฏการณ์ดวงจันทร์ที่ตรงกับวันสำคัญปี 2569 ดังนี้ เนื่องจากวันสำคัญทางพุทธอย่างมาฆบูชา วิสาขบูชา อ้างอิงจากปฏิทินจันทรคติที่ดวงจันทร์เต็มดวง จึงทำให้เกิดความลงตัวแบบนี้ได้บ่อยครั้ง ส่วนคริสต์มาสอีฟก็บังเอิญตรงซูเปอร์มูนพอดี

วันมาฆบูชา 3 มีนาคม 2569: จันทรุปราคาเต็มดวง

เริ่มต้นปีด้วยปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่! วันมาฆบูชาจะเกิด จันทรุปราคาเต็มดวง ตั้งแต่ 15:44 น. ถึง 21:23 น. ตามเวลาประเทศไทย ในไทยเห็นได้ตั้งแต่ดวงจันทร์ขึ้นทิศตะวันออกเวลา 18:23 น. ซึ่งตรงช่วงคราสเต็มดวงพอดี ทำให้เห็นดวงจันทร์สีแดงอิฐตั้งแต่ขึ้นจนถึง 19:02 น. เป็นเวลา 39 นาที จากนั้นเป็นคราสบางส่วนและเงามัว สิ้นสุดด้วยตาเปล่าได้ทั่วไทย

  • สาเหตุสีแดง: แสงอาทิตย์กรองผ่านชั้นบรรยากาศโลก ทำให้แสงสีแดงผ่านถึงดวงจันทร์
  • เคล็ดลับถ่ายรูป: ใช้ขาตั้งกล้อง เลนส์เทเลโฟโต้ และปรับ ISO ต่ำเพื่อภาพคมชัด
  • ความสำคัญ: ตรงวันมาฆบูชา สอนธรรมะ 4 สงฆ์ 10 ประการ ชวนทำบุญและดูดาวไปด้วย

ปรากฏการณ์นี้หายาก มองเห็นชัดเจนทั่วประเทศ แม้แต่เด็กๆ ก็ตื่นเต้นได้

วันวิสาขบูชา 31 พฤษภาคม 2569: ไมโครบลูมูน (ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุด + เต็มดวงครั้งที่ 2 ของเดือน)

วันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันประสูติ-ตรัสรู้-ปรินิพพานของพระพุทธเจ้า จะมีดวงจันทร์เต็มดวงที่ ไกลโลกที่สุดในรอบปี ขนาดดูเล็กกว่าปกติเล็กน้อย และเป็น บลูมูนครั้งที่ 2 ในเดือน หรือ Micro Blue Moon ครั้งล่าสุดเมื่อ 31 ต.ค. 2563 หรือเกือบ 6 ปีก่อน

  • บลูมูนคืออะไร: ดวงจันทร์เต็มดวง 2 ครั้งในเดือนเดียว เกิดปีละ 1-2 ครั้ง
  • ไมโครเพราะ: ดวงจันทร์อยู่จุดอะพีล (ไกลสุด) ทำให้เล็กแต่ยังสวย
  • กิจกรรมแนะนำ: ไปวัดทำบุญตอนกลางวัน แล้วรอถ่ายจันทร์ยามค่ำ

เป็นการรวมเทศกาลทางศาสนากับดาราศาสตร์ที่ลงตัวมาก

วันคริสต์มาสอีฟ 24 ธันวาคม 2569: ซูเปอร์ฟูลมูน (ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุด)

ปิดท้ายปีด้วย ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุด หรือ Super Full Moon ขนาดใหญ่กว่าปกติ เหมาะถ่าย moon illusion เปรียบเทียบกับต้นไม้หรือตึก ตรงคริสต์มาสอีฟ ชวนฉลองใต้แสงจันทร์

  • ซูเปอร์มูนคือ: ดวงจันทร์เต็มดวงที่เปริเจ (ใกล้สุด) ใหญ่ 14% สว่าง 30%
  • ไอเดียถ่ายรูป: วางของเล่นคริสต์มาสข้างล่างเพื่อเอฟเฟกต์สนุก
  • สำหรับคนไทย: ฉลองทุกเทศกาลได้ แม้ไม่ใช่คริสต์มาสก็โรแมนติก

ปีนี้พิเศษเพราะปฏิทินสุริยคติตรงกับจันทรคติแบบบังเอิญ

ทำไมต้องเช็ก 3 ปรากฏการณ์ดวงจันทร์ที่ตรงกับวันสำคัญปี 2569?

ปรากฏการณ์เหล่านี้ไม่ใช่แค่มองเล่นๆ แต่ช่วยเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กับวัฒนธรรมไทย วันสำคัญพุทธอิงดวงจันทร์เต็มดวงตามธรรมชาติ ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้บ่อย นอกจากสวยงาม ยังเป็นโอกาสเรียนรู้จักจักรวาล ชวนครอบครัวออกมาดูฟ้ากัน ลดการใช้หน้าจอ เพิ่มความผูกพัน

เตรียมตัวอย่างไร? ตรวจสภาพอากาศ เช็คแอปดาราศาสตร์อย่าง Stellarium หรือตาม NARIT สวมเสื้อกันหนาวสำหรับธันาคม และอย่าลืมแบ่งปันภาพในโซเชียล!

ปี 2569 ถือเป็นปีทองของคนรักดวงจันทร์ อย่าพลาดโอกาสเหล่านี้ มันจะกลายเป็นความทรงจำพิเศษ ลองเช็กปฏิทินแล้ววงวันสำคัญไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ นะครับ สนุกและได้บุญด้วย!

ที่มา – เช็ก 3 ปรากฏการณ์ “ดวงจันทร์” ที่ตรงกับ “วันสำคัญ” ปี 2569

รวม 10 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามในปี 2569 ครบตลอดทั้งปี

10 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามในปี 2569 ท้องฟ้ายังมีเรื่องราวให้เงยหน้ามองตลอดทั้งปี ชวนออกเดินทางตามล่าความมหัศจรรย์ของจักรวาล พร้อมเปิดประสบการณ์เที่ยวใต้แสงดาว

ปี 2569 คืออีกหนึ่งปีที่ท้องฟ้าจะกลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทางและคนรักการเฝ้ามองดวงดาวตลอดทั้งปีจะมีเหตุการณ์น่าตื่นตาให้วางแผนออกทริป ทั้งคืนที่ดาวตกพร่างพราย การเคลื่อนตัวของดวงดาวและดาวเคราะห์ รวมถึงช่วงเวลาพิเศษที่ท้องฟ้าเผยความงามแบบหาดูได้ยาก เกริ่นชวนแพ็กกระเป๋า ออกไปสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวเคียงคู่ความมหัศจรรย์ของฟากฟ้าสำหรับปีหน้ากัน 

10 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามปี 2569

1. ดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี

          วันที่ 10 มกราคม 2569 ดาวพฤหัสบดีจะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ (Jupiter Opposition) จึงมีระยะใกล้โลกที่สุดในรอบปี ห่างจากโลกประมาณ 633 ล้านกิโลเมตร สังเกตการณ์ได้ตลอดคืน ปรากฏสว่างบนท้องฟ้า หากชมผ่านกล้องโทรทรรศน์กำลังขยายตั้งแต่ 30 เท่าขึ้นไป จะสามารถสังเกตเห็นดวงจันทร์กาลิเลียน รวมถึงแถบเมฆที่สวยงามของดาวพฤหัสบดี และหากใช้กำลังขยาย 100 เท่าขึ้นไป จะสามารถเห็น “จุดแดงใหญ่” พายุหมุนยักษ์ที่มีขนาดใหญ่กว่าโลกถึง 1.3 เท่า ได้อย่างชัดเจน ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นทุก ๆ ประมาณ 13 เดือน

10 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามปี 2569 ข่าวสด

2. จันทรุปราคาเต็มดวง

          วันที่ 3 มีนาคม 2569 ตรงกับวันมาฆบูชา ช่วงเวลาประมาณ 15.44 น. ถึง 21.23 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ในไทยจะเริ่มสังเกตได้ตั้งแต่ดวงจันทร์โผล่พ้นขอบฟ้า เวลาประมาณ 18:23 น. เป็นต้นไป (เวลา ณ กรุงเทพฯ ซึ่งจังหวัดอื่นเวลาอาจต่างจากนี้ไปเล็กน้อย) ทางทิศตะวันออก ซึ่งตรงกับช่วงที่กำลังเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงพอดี ช่วงดังกล่าวดวงจันทร์เต็มดวงปรากฏเป็นสีแดงอิฐ จนถึงเวลาประมาณ 19:02 น. หลังจากนั้นจะเกิดเป็นจันทรุปราคาบางส่วน จนสิ้นสุดปรากฏการณ์เวลาประมาณ 21:23 น. มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าทั่วไทย

10 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามปี 2569

3. ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้-ไกลโลกที่สุดในรอบปี

          ปรากฏการณ์ “ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี” (Micro Full Moon) จะตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา นอกจากนี้ยังเป็นดวงจันทร์เต็มดวงครั้งที่สองของเดือน หรือ บลูมูน (Blue Moon) เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เรียกว่า “ไมโครบลูมูน (Micro Blue Moon)” ดวงจันทร์เต็มดวงจะมีขนาดปรากฏเล็กว่าปกติเล็กน้อย สำหรับปรากฏการณ์ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี (Super Full Moon) จะตรงกับวันที่ 24 ธันวาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันคริสต์มาสอีฟพอดี ดวงจันทร์เต็มดวงจะมีขนาดปรากฏใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย

10 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามปี 2569

4. ดวงจันทร์บังดาวศุกร์

          วันที่ 14 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 19.28-20.34 น. (เวลา ณ กรุงเทพมหานคร) เริ่มสังเกตการณ์ได้ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ หลังดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า ทางทิศตะวันตก ในช่วงเวลาประมาณ 19.28 น. ดวงจันทร์จะค่อย ๆ เคลื่อนที่ไปบังดาวศุกร์ จนดาวศุกร์ลับหายไปหลังดวงจันทร์ฝั่งพื้นผิวส่วนมืด และโผล่พ้นออกมาทั้งดวงอีกครั้งฝั่งเสี้ยวสว่าง เวลาประมาณ 20.34 น. อย่างไรก็ตามในคืนดังกล่าว ดวงจันทร์จะตกลับขอบฟ้าเวลาประมาณ 20.24 น. ส่งผลให้ผู้สังเกตในประเทศไทยไม่สามารถสังเกตได้ครบทั้งปรากฏการณ์ แต่ยังคงสามารถติดตามชมช่วงสำคัญของการบังส่วนแรกได้ หากฟ้าใส ไร้เมฆฝน สังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่าทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย

10 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามปี 2569

5. ดาวศุกร์สว่างที่สุด

          เกิดขึ้น 2 ครั้งในรอบปีนี้ ครั้งแรกวันที่ 22 กันยายน 2569 ช่วงหัวค่ำทางทิศตะวันตก และวันที่ 27 พฤศจิกายน 2569 ช่วงรุ่งเช้าทางทิศตะวันออก หากมองผ่านกล้องโทรทรรศน์จะเห็นดาวศุกร์ปรากฏเป็นเสี้ยวคล้ายดวงจันทร์

10 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามปี 2569

6. ดาวเสาร์ใกล้โลกที่สุดในรอบปี

          วันที่ 4 ตุลาคม 2569 ดาวเสาร์จะโคจรมาอยู่ตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ (Saturn Opposition) จึงมีระยะใกล้โลกที่สุดในรอบปี ห่างจากโลกประมาณ 1,261 ล้านกิโลเมตร สังเกตการณ์ได้ตลอดทั้งคืน ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นทุก ๆ ประมาณ 378 วัน

10 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามปี 2569

7. ดวงจันทร์บังดาวพฤหัสบดี

          เช้ามืดวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 จะเกิดปรากฏการณ์ “ดวงจันทร์บังดาวพฤหัสบดี” เมื่อมองจากโลกจะเห็นดวงจันทร์จะค่อย ๆ เคลื่อนมาบังดาวพฤหัสบดี จนดาวพฤหัสบดีลับหายไปหลังดวงจันทร์ฝั่งเสี้ยวสว่าง และโผล่พ้นออกมากทั้งดวงอีกครั้งฝั่งพื้นที่ผิวส่วนมืด เวลาประมาณ 05.23 น. (เวลา ณ จังหวัดสงขลา) ในไทยสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า เฉพาะภาคใต้และบางเกาะในจังหวัดตราด สำหรับพื้นที่อื่นจะเห็นเป็นปรากฏการณ์ดาวพฤหัสบดีเคียงดวงจันทร์ตลอดคืน

10 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามปี 2569 ข่าวสด

8. ฝนดาวตกน่าติดตาม

          ฝนดาวตกเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี เกิดจากโลกโคจรเข้าตัดผ่านสายธารเศษหินและฝุ่นในอวกาศที่ดาวเคราะน้อยและดาวหางทิ้งไว้ สำหรับฝนดาวตกที่ไร้แสงจันทร์รบกวน และสามารถสังเกตการณ์ได้ในปี 2569 ได้แก่

  • วันที่ 22-23 เมษายน 2569 ฝนดาวตกไลริดส์ (18 ดวงต่อชั่วโมง)
  • วันที่ 12-13 สิงหาคม 69 ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ (100 ดวงต่อชั่วโมง) 
  • วันที่ 21-22 ตุลาคม 69 ฝนดาวตกโอไรออนิดส์ (20 ดวงต่อชั่วโมง) 
  • วันที่ 5-6 พฤศจิกายน 69 ฝนดาวตกทอริดส์ใต้ (10 ดวงต่อชั่วโมง)
  • วันที่ 12-13 พฤศจิกายน 2569 ฝนดาวตกทอริดส์เหนือ (5 ดวงต่อชั่วโมง) 
  • วันที่ 17-18 พฤศจิกายน 2569 ฝนดาวตกลีโอนิดส์ (15 ดวงต่อชั่วโมง)
  • วันที่ 14-15 ธันวาคม 2569 ฝนดาวตกเจมินิดส์ (150 ดวงต่อชั่วโมง)
10 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามปี 2569 ข่าวสด

ทั้งนี้ การชมฝนดาวตกขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในช่วงนั้น หากท้องฟ้ามีเมฆ หรือฝนตก จะสังเกตการณ์ได้ยาก แต่หากฟ้าใสไร้เมฆ ให้เลือกสถานที่ที่ท้องฟ้ามืดสนิท ห่างไกลจากแสงของตัวเมือง และแนะนำให้นอนชมด้วยตาเปล่า เพราะฝนดาวตกจะกระจายทั่วฟ้า

9. ดาวเคียงเดือนและดาวเคราะห์ชุมนุม

          ในปี 2569 มีปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือน และดาวเคราะห์ชุมนุมให้ชมตลอดทั้งปี ได้แก่

  • วันที่ 16 เมษายน 2569 ดวงจันทร์เคียงดาวพุธ ดาวอังคาร และดาวเสาร์ 
  • วันที่ 19-23 เมษายน 2569 / ดาวเคราะห์ชุมนุม (ดาวพุธ ดาวอังคาร และดาวเสาร์) 
  • วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ดวงจันทร์เคียงดาวเสาร์ 
  • วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ดวงจันทร์เคียงดาวพฤหัสบดี 
  • วันที่ 10 มิถุนายน 2569 ดาวศุกร์เคียงดาวพฤหัสบดี
  • วันที่ 16-18 มิถุนายน 2569 ดวงจันทร์เคียงดาวพุธ ดาวพฤหัสบดี และดาวศุกร์ 
  • วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ดวงจันทร์ผ่านหน้ากระจุกดาวลูกไก่
  • วันที่ 11 ตุลาคม 2569 ดาวอังคารผ่านหน้ากระจุกดาวรวงผึ้ง 
  • วันที่ 16 พฤศจิกายน 2569 ดาวอังคารเคียงดาวพฤหัสบดี
  • วันที่ 25 พฤศจิกายน 2569 ดาวอังคารเคียงดาวเรกูลัส
  • วันที่ 30 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2569 ดวงจันทร์เคียงดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และดาวเรกูลัส
10 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามปี 2569 ข่าวสด

10. ดวงอาทิตย์ตั้งฉากประเทศไทย

          ประเทศไทยมีช่วงที่ดวงอาทิตย์ผ่านจุดเหนือศีรษะ 2 ครั้งในรอบปี ได้แก่

  • ครั้งแรกในช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม เริ่มจากภาคใต้ไล่ขึ้นไปเรื่อย ๆ ถึงกรุงเทพฯ ตรงกับวันที่ 27 เมษายน 2569 และจบที่ภาคเหนือในเดือนพฤษภาคม 
  • ครั้งที่สองอยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคม – กันยายน โดยเริ่มจากภาคเหนือปลายเดือนกรกฎาคม ไล่ลงไปจนถึงกรุงเทพฯ ตรงกับวันที่ 16 สิงหาคม 2569 และจบที่ภาคใต้ในช่วงเดือนกันยายน 
10 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามปี 2569 ข่าวสด

 *** ช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์ผ่านจุดเหนือศีรษะ (ตั้งฉากกับประเทศไทย) จะแตกต่างกันไปแต่ละพื้นที่ สังเกตได้จากเงาจะตกอยู่ใต้วัตถุพอดีเสมือนไร้เงา

          สำหรับผู้ที่สนใจติดตามชมได้ในวันและเวลาดังกล่าว  หรือติดตามข้อมูลปรากฏการณ์ดาราศาสตร์เพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

          หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

ที่มา : https://travel.kapook.com/view297667.html

Scroll to top