ดีนา โบลัวร์เต

สภาเปรูถอดถอน ปธน. เซ่นวิกฤตอาชญากรรมพุ่งสูง

สมาชิกสภานิติบัญญัติของเปรู ได้ลงมติถอดถอนประธานาธิบดี ดีนา โบลูอาร์เต ออกจากตำแหน่ง ท่ามกลางกระแสความไม่พอใจอย่างรุนแรงของประชาชนจากปัญหาอาชญากรรมที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ รวมถึงเหตุกราดยิงในกรุงลิมาที่ซ้ำเติมความโกรธแค้นของสังคม สถานการณ์สภาเปรูลงมติถอดถอน ปธน. ดีนา โบลูอาร์เต พ้นตำแหน่ง เซ่นวิกฤตอาชญากรรมพุ่งสูงนี้ กำลังเป็นที่จับตามองจากทั่วโลก

ก่อนหน้านี้ สมาชิกรัฐสภาได้ลงคะแนนเพื่ออภิปรายถอดถอนเธอในข้อหา “ไร้ความสามารถทางศีลธรรม” และได้เรียกให้เธอเข้าชี้แจงต่อสภาในคืนวันเดียวกัน แต่เธอกลับปฏิเสธที่จะปรากฏตัว ทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติมีคะแนนเสียงเพียงพอที่จะดำเนินการถอดถอนอย่างรวดเร็ว

โฮเซ่ เฆรี ผู้นำรัฐสภาเปรู ประกาศผลการลงมติว่า สส. จำนวนถึง 118 เสียง จากทั้งหมด 122 เสียง ลงคะแนนเห็นชอบให้ถอดถอนเธอออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี ด้วยคะแนนที่ท่วมท้นอย่างมาก การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่น่าตกใจนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเกิดเหตุการณ์ยิงกันในคอนเสิร์ตกลางเมืองหลวง ซึ่งยิ่งโหมกระพือความโกรธแค้นต่อวิกฤตอาชญากรรมที่กำลังกัดกินประเทศ

การลงมติถอดถอนครั้งนี้แตกต่างจากความพยายามครั้งก่อนๆ ถึง 8 ครั้ง เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่กลุ่มการเมืองเกือบทุกฝ่ายในรัฐสภาแสดงการสนับสนุนข้อเสนอดังกล่าวอย่างชัดเจน

ประธานาธิบดีโบลูอาร์เต เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนธันวาคม 2565 หลังจากรัฐสภาได้ใช้กลไกเดียวกันนี้ถอดถอนอดีตประธานาธิบดีคนก่อนหน้าของเธอเช่นกัน

รัฐบาลของโบลูอาร์เตประสบปัญหาอย่างหนักในการรับมือกับอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีฆาตกรรมและการขู่กรรโชกทรัพย์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (8 ต.ค.) เธอกล่าวโทษปัญหาอาชญากรรมส่วนหนึ่งว่าเป็นผลมาจากผู้อพยพที่อาศัยอยู่ในประเทศอย่างผิดกฎหมาย

“อาชญากรรมเหล่านี้ถูกบ่มเพาะมานานหลายทศวรรษ และถูกเสริมความแข็งแกร่งโดยการอพยพที่ผิดกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลในอดีตไม่สามารถจัดการได้” เธอกล่าวระหว่างพิธีทางทหาร “แต่กลับเปิดประตูพรมแดนของเรา และอนุญาตให้ผู้กระทำผิดเข้ามาทุกที่ โดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ”

ตัวเลขอย่างเป็นทางการเผยว่า มีผู้เสียชีวิตจากการฆาตกรรม 6,041 ราย ระหว่างเดือนมกราคมถึงกลางเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในช่วงเวลาเดียวกันนับตั้งแต่ปี 2560 ขณะที่เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการขู่กรรโชกทรัพย์รวมอยู่ที่ 15,989 กรณี ระหว่างเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 28% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567

วิกฤตประธานาธิบดีครั้งล่าสุดของเปรูปะทุขึ้น หลังจากมีชายคนหนึ่งเปิดฉากยิงและทำให้มีผู้บาดเจ็บ 5 ราย ในระหว่างการแสดงคอนเสิร์ตของวงดนตรีแนวคัมเบียยอดนิยมที่สุดของเปรู เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

แม้ว่านายเอดูอาร์โด อารานา นายกรัฐมนตรี จะออกมาปกป้องประธานาธิบดีโบลูอาร์เตในการไต่สวนต่อรัฐสภาเกี่ยวกับปัญหาอาชญากรรมเมื่อวันพฤหัสบดี แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนใจ สส. ในการเดินหน้าถอดถอนประธานาธิบดีออกจากตำแหน่ง

“ความกังวลของรัฐสภาไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการยื่นญัตติถอดถอน และยิ่งไปกว่านั้นคือการอนุมัติญัตติ” นายอารานาชี้แจงต่อสภา “เราไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง เราอยู่ตรงนี้ และเรารู้ตั้งแต่ต้นว่าวันแรกที่เราทำงาน อาจเป็นวันสุดท้ายที่เราอยู่ในตำแหน่งด้วยเช่นกัน”.

สภาเปรูลงมติถอดถอน ปธน. ดีนา โบลูอาร์เต พ้นตำแหน่ง เซ่นวิกฤตอาชญากรรมพุ่งสูง

สถานการณ์ทางการเมืองในเปรูยังคงร้อนระอุ หลังสภาเปรูลงมติถอดถอน ปธน. ดีนา โบลูอาร์เต พ้นตำแหน่ง เซ่นวิกฤตอาชญากรรมพุ่งสูง การตัดสินใจครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อเสถียรภาพของประเทศ และอนาคตทางการเมืองของเปรูจะเป็นอย่างไรต่อไป เป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ทำไมสภาเปรูถึงลงมติถอดถอน ปธน. ดีนา โบลูอาร์เต พ้นตำแหน่ง เซ่นวิกฤตอาชญากรรมพุ่งสูง

เหตุผลหลักของการถอดถอนมาจากความไม่พอใจของประชาชนต่อการจัดการปัญหาอาชญากรรมที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รัฐบาลของโบลูอาร์เตถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และประชาชนรู้สึกไม่ปลอดภัย

  • อาชญากรรมที่เพิ่มสูงขึ้น: คดีฆาตกรรมและการขู่กรรโชกทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ
  • การกล่าวโทษผู้อพยพ: การที่ประธานาธิบดีกล่าวโทษผู้อพยพว่าเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาทำให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น
  • เหตุการณ์กราดยิง: เหตุการณ์กราดยิงในคอนเสิร์ตเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ประชาชนโกรธแค้น

วิกฤตการณ์ทางการเมืองครั้งนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความท้าทายที่เปรูกำลังเผชิญอยู่ และความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมอย่างจริงจัง การสภาเปรูลงมติถอดถอน ปธน. ดีนา โบลูอาร์เต พ้นตำแหน่ง เซ่นวิกฤตอาชญากรรมพุ่งสูง อาจเป็นการเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเปรู

ที่มา – สภาเปรูลงมติถอดถอน ปธน. ดีนา โบลูอาร์เต พ้นตำแหน่ง เซ่นวิกฤตอาชญากรรมพุ่งสูง

Gen Z เปรูลุกฮือ! ประท้วงต้านประธานาธิบดี

Gen Z เปรูลุกฮือ! ประท้วงใหญ่ต้านประธานาธิบดี เดือดประเด็นบำนาญ-คอร์รัปชัน กำลังเป็นกระแสที่ร้อนแรงในแวดวงข่าวต่างประเทศ คนรุ่นใหม่ในเปรูกำลังลุกขึ้นต่อสู้เพื่อสิทธิของพวกเขา ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจและการทุจริตที่รุนแรง การชุมนุมครั้งนี้ไม่ใช่แค่การประท้วงธรรมดา แต่เป็นเสียงสะท้อนจากเยาวชนที่เบื่อหน่ายกับระบบที่กดขี่

Gen Z เปรูลุกฮือ! ประท้วงใหญ่ต้านประธานาธิบดี เดือดประเด็นบำนาญ-คอร์รัปชัน

กลุ่มเยาวชน Gen Z ในเปรูได้รวมตัวกันอีกครั้งเพื่อต่อต้านประธานาธิบดีดีนา โบลัวร์เต เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพียงสัปดาห์เดียวหลังจากการเดินขบวนในกรุงลิมาที่นำไปสู่การปะทะรุนแรงกับตำรวจ ทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมากทั้งตำรวจ ผู้ประท้วง และนักข่าว การประท้วงปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2567 โดยจุดเริ่มต้นมาจากนโยบายปฏิรูประบบบำนาญที่บังคับให้คนอายุเกิน 18 ปีต้องเข้าร่วมกองทุนบำนาญ แต่เบื้องหลังคือความไม่พอใจสะสมต่อรัฐบาล

Gen Z เปรูลุกฮือ! ประท้วงใหญ่ต้านประธานาธิบดี เดือดประเด็นบำนาญ-คอร์รัปชัน นี้สะท้อนถึงปัญหาลึกซึ้งในสังคมเปรู ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคอร์รัปชันที่แพร่กระจาย ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ อาชญากรรมที่เพิ่มขึ้น และการใช้ความรุนแรงปราบปรามผู้ประท้วงตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบราย โจ-มารี เบิร์ต ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองเปรูจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน กล่าวว่าความไม่พอใจนี้คุกรุ่นมานาน และเชื้อเพลิงจากอื้อฉาวต่าง ๆ กำลังจุดติด

สาเหตุหลักของการประท้วง Gen Z ในเปรู

นอกจากประเด็นบำนาญแล้ว Gen Z เปรูลุกฮือยังเดือดเรื่องคอร์รัปชันในระดับสูงสุด รายงานจากสถาบันศึกษาของเปรูในเดือนกรกฎาคม 2567 ชี้ว่าคะแนนนิยมของประธานาธิบดีโบลัวร์เตต่ำเพียง 2.5% ขณะที่รัฐสภาอยู่ที่ 3% เท่านั้น สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเหมืองแร่ที่เปรูเป็นผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่อันดับสามของโลก การชุมนุมทำให้การดำเนินงานหยุดชะงัก สร้างความเสียหายมหาศาล

  • คอร์รัปชันและการทุจริต: รัฐบาลถูกกล่าวหาว่าละเลยคดีฉ้อฉล ส่งผลให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่น
  • ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ: อัตราเงินเฟ้อสูงและการว่างงานทำให้เยาวชนลำบาก
  • การใช้ความรุนแรง: การสังหารผู้ประท้วงโดยกองกำลังรัฐบาลจุดชนวนความโกรธ
  • นโยบายบำนาญที่ไม่เป็นธรรม: บังคับเข้ากองทุนโดยไม่คำนึงถึงฐานะ

การประท้วงของ Gen Z ในเปรูมีสัญลักษณ์ที่โดดเด่นคือหัวกะโหลกสวมหมวกฟาง จากมังงะญี่ปุ่นเรื่อง One Piece ซึ่งตัวละครลูฟี่เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่ออิสรภาพ เลโอนาร์โด มูนอซ ผู้ประท้วงคนหนึ่งกล่าวว่า ลูฟี่เดินทางปลดปล่อยผู้คนจากผู้ปกครองชั่วร้าย ซึ่งคล้ายกับสถานการณ์ในเปรู

ซานติอาโก ซาปาตา นักศึกษาที่เข้าร่วม ระบุว่า “เราเหนื่อยกับการที่คอร์รัปชันและความตายกลายเป็นเรื่องปกติ รัฐบาลที่เราเลือกควรเกรงกลัวเรา ไม่ใช่เราต้องกลัวรัฐบาล” คำพูดนี้สะท้อนถึงความสิ้นหวังของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง

ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการประท้วงนี้อาจยืดเยื้อ แม้แรงกดดันจากต่างชาติน้อยลง แต่เยาวชน Gen Z กำลังยึดแนวต้านระบบอำนาจเก่า การเคลื่อนไหวนี้อาจนำไปสู่ผลลัพธ์เชิงบวก หากได้รับการสนับสนุนที่กว้างขวางยิ่งขึ้น

การลุกฮือของ Gen Z ในเปรูไม่ใช่แค่เรื่องภายในประเทศ แต่เป็นบทเรียนสำหรับโลก โดยเฉพาะในแถบละตินอเมริกาที่เผชิญปัญหาคล้ายกัน หากคุณสนใจข่าวการเมืองโลก แนะนำให้ติดตามต่อเพื่อเห็นว่าการประท้วงนี้จะจบลงอย่างไร มันอาจจุดประกายการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ที่มา – Gen Z เปรูลุกฮือ! ประท้วงใหญ่ต้านประธานาธิบดี เดือดประเด็นบำนาญ-คอร์รัปชัน

Scroll to top