ตรวจปั๊มน้ํามัน

“อนุทิน” เช่ารถ สุ่มตรวจปั๊มน้ำมัน จ.นครพนม ขอทุกคนช่วยกันประหยัดพลังงาน

ในวันที่สถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงยังคงตึงตัว “อนุทิน” เช่ารถ สุ่มตรวจปั๊มน้ำมัน จ.นครพนม ขอทุกคนช่วยกันประหยัดพลังงาน ได้กลายเป็นข่าวที่สร้างแรงบันดาลใจให้ประชาชนหลายคน นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล แสดงให้เห็นถึงความเป็นกันเองและใกล้ชิดประชาชน โดยการเช่ารถยนต์ขับด้วยตัวเองลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันแบบไม่แจ้งล่วงหน้า

“อนุทิน” เช่ารถ สุ่มตรวจปั๊มน้ำมัน จ.นครพนม ขอทุกคนช่วยกันประหยัดพลังงาน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 11.40 น. ที่อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม นายกรัฐมนตรีได้สุ่มตรวจสถานีบริการน้ำมัน โดยพูดคุยกับเจ้าของปั๊มและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอย่างเป็นกันเอง ท่านบอกว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้นแล้ว แต่ยังต้องใช้พลังงานอย่างประหยัดและช่วยกันรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนตระหนัก

สถานการณ์น้ำมันในจังหวัดนครพนมปัจจุบัน

จังหวัดนครพนมมีสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงรวมกว่า 333 แห่ง โดยแบ่งเป็นปั๊มขนาดใหญ่ 72 แห่ง ในอำเภอธาตุพนมเองมีปั๊มขนาดใหญ่ 10 แห่ง สถานการณ์ดีขึ้นมาก น้ำมันดีเซลเริ่มกระจายปกติไปทุกอำเภอ ไม่มีการต่อคิวเหมือนช่วงก่อนหน้า น้ำมันชนิดอื่นๆ ก็บริการได้ตามปกติ นี่เป็นสัญญาณดีที่แสดงให้เห็นว่ามาตรการต่างๆ เริ่มเห็นผล

นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำให้จังหวัดนครพนมเพิ่มการประชาสัมพันธ์เรื่องการประหยัดพลังงาน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่การเดินทางจะคึกคัก ต้องติดตามปริมาณน้ำมันให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

อนุทิน เช่ารถ สุ่มตรวจปั๊มน้ำมัน จ.นครพนม
นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ตรวจปั๊มน้ำมัน
สุ่มตรวจสถานีบริการน้ำมัน ธาตุพนม
อนุทิน พูดคุยกับเจ้าของปั๊ม
รณรงค์ประหยัดพลังงาน นครพนม

การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่เพียงช่วยตรวจสอบสถานการณ์จริง แต่ยังเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่และประชาชน นอกจากนี้ “อนุทิน” เช่ารถ สุ่มตรวจปั๊มน้ำมัน จ.นครพนม ขอทุกคนช่วยกันประหยัดพลังงาน ยังกระตุ้นให้เราทุกคนคิดถึงการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ

เคล็ดลับประหยัดพลังงานจากนายกรัฐมนตรี

  • ขับรถด้วยความเร็วคงที่เพื่อลดการสิ้นเปลืองน้ำมัน
  • ตรวจเช็กระบบรถยนต์สม่ำเสมอ เช่น ลมยางและน้ำมันเครื่อง
  • ใช้รถสาธารณะหรือรวมเที่ยวเมื่อเป็นไปได้
  • ปิดเครื่องยนต์เมื่อจอดนานเกิน 1 นาที
  • รณรงค์ให้ครอบครัวและเพื่อนบ้านช่วยกัน

ในมุมมองของผู้เขียน การกระทำของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมในการนำโดยการทำ เป็นผู้นำที่ไม่ยอมให้พิธีรีตองมาขวางกั้นการทำงานเพื่อประชาชน สถานการณ์น้ำมันที่ดีขึ้นในนครพนมเป็นผลจากความร่วมมือของทุกฝ่าย หากเราทุกคนช่วยกันประหยัดพลังงาน อนาคตของประเทศจะยั่งยืนยิ่งขึ้น

คุณล่ะ มีวิธีประหยัดน้ำมันแบบไหนบ้าง? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วช่วยกันรณรงค์เพื่อชาติที่ประหยัดพลังงานนะครับ!

ที่มา – “อนุทิน” เช่ารถ สุ่มตรวจปั๊มน้ำมัน จ.นครพนม ขอทุกคนช่วยกันประหยัดพลังงาน

ผู้ว่าฯโคราชตรวจปั๊มน้ำมัน ไม่พบผิดปกติ

สถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในไทยช่วงนี้กำลังร้อนระอุ จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันผันผวน ผู้คนตื่นตระหนกแห่ซื้อตุน สร้างคิวยาวเหยียดตามปั๊มทั่วประเทศ นายกรัฐมนตรียืนยันว่าไทยไม่ขาดแคลน แต่ปัญหามาจากความตื่นตระหนกของประชาชนเอง ล่าสุดที่จังหวัดนครราชสีมา หรือโคราช ผู้ว่าฯ โคราช ตรวจปั๊มน้ำมัน ไม่พบความผิดปกติ แจง “หมดชั่วคราว” เกิดจากกระบวนการขนส่ง ทำให้ประชาชนโล่งใจไปตามๆ กัน

ผู้ว่าฯ โคราช ตรวจปั๊มน้ำมัน ไม่พบความผิดปกติ แจง “หมดชั่วคราว” เกิดจากกระบวนการขนส่ง

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 เวลา 11.30 น. นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นำทีมเจ้าหน้าที่จากพลังงานจังหวัด พาณิชย์จังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัด และฝ่ายปกครอง เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันในอำเภอเมือง เพื่อป้องกันการเอาเปรียบประชาชนและสร้างความเชื่อมั่น

ผู้ว่าฯ โคราช ตรวจปั๊มน้ำมัน ไม่พบความผิดปกติ

จากการสุ่มตรวจ 3 ปั๊มในตัวเมือง พบว่าการจำหน่ายน้ำมันโดยรวมปกติ ไม่มีกักตุนเพื่อเก็งกำไร แต่บางปั๊มมีน้ำมันหมดชั่วคราว ซึ่งผู้ว่าฯ ชี้แจงว่าเกิดจากกระบวนการขนส่งที่กำลังดำเนินการ ไม่ใช่การเจตนาปฏิเสธขาย สร้างความกระจ่างให้ชาวโคราชที่กังวล

ผลการตรวจสอบปั๊มน้ำมันทั่วโคราช

โคราชมีปั๊มน้ำมันทั้งสิ้น 1,153 แห่ง ครอบคลุม 32 อำเภอ ผู้ว่าฯ สั่งการนายอำเภอทุกพื้นที่ตรวจสอบต่อเนื่อง โดยเน้น:

  • ตรวจสอบการกักตุนหรือปฏิเสธขายโดยไม่มีเหตุผล
  • เอกซเรย์หัวจ่ายน้ำมัน ตรวจความเที่ยงตรง ให้ได้น้ำมันเต็มลิตร
  • ดำเนินคดีเด็ดขาดหากพบผิดกฎหมาย
ผู้ว่าฯ โคราช ตรวจปั๊มน้ำมัน

นอกจากนี้ ยังย้ำให้ประชาชนวางแผนการใช้รถ ใช้น้ำมันอย่างประหยัด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอย หากเจอพฤติกรรมไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งได้ที่:

  • ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด
  • ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา
  • พลังงานจังหวัด การค้าภายใน พาณิชย์จังหวัด
  • สายด่วน 1567 และ 1569

วิกฤติน้ำมันครั้งนี้สอนให้เราเห็นว่า ความตื่นตระหนกสามารถทำให้ปัญหาใหญ่ขึ้นได้ ผู้ว่าฯ โคราชทำหน้าที่ดีมากในการตรวจสอบทันที สถานการณ์ในโคราชจึงน่าไว้วางใจ หวังว่าทุกจังหวัดจะเลียนแบบ เพื่อให้ประชาชนใช้ชีวิตปกติ

สุดท้าย ขอให้ทุกท่านช่วยกันประหยัดน้ำมัน หลีกเลี่ยงการตุนเกินจำเป็น แล้วปัญหาจะคลี่คลายเร็วขึ้น ลองแชร์ประสบการณ์ปั๊มใกล้บ้านคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ!

ที่มา – ผู้ว่าฯ โคราช ตรวจปั๊มน้ำมัน ไม่พบความผิดปกติ แจง “หมดชั่วคราว” เกิดจากกระบวนการขนส่ง

“สันติ” สั่ง สคบ. เข้ม 6 มาตรการรับมือสงครามตะวันออกกลาง สกัดกักตุนน้ำมัน

ในสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนจาก“สันติ” สั่ง สคบ. เข้ม 6 มาตรการรับมือสงครามตะวันออกกลาง สกัดกักตุนน้ำมัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและสินค้าจำเป็นในประเทศไทย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสันติ ปิยะทัต ได้ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรม โดยมุ่งเน้นป้องกันการกักตุนและเก็งกำไรที่อาจทำให้ราคาพุ่งสูง

“สันติ” สั่ง สคบ. เข้ม 6 มาตรการรับมือสงครามตะวันออกกลาง สกัดกักตุนน้ำมัน

วันที่ 11 มีนาคม 2569 นายสันติ ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยสั่งการให้สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ดำเนินการทันที มาตรการเหล่านี้ครอบคลุมหลายมิติ เพื่อรับมือกับความผันผวนของราคาน้ำมันและห่วงโซ่อุปทานที่อาจได้รับผลจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันหลักของโลก

6 มาตรการหลักที่ สคบ. จะเข้มงวด

มาตรการทั้ง 6 ข้อ ได้รับการออกแบบมาเพื่อปกป้องประชาชนโดยตรง โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • เพิ่มสายด่วน 1166 อีก 10 คู่สาย: รับเรื่องร้องเรียนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้บริโภคแจ้งปัญหาได้รวดเร็ว
  • คุมเข้มค่าสาธารณูปโภค: ห้ามหอพักและที่พักเช่าเรียกเก็บค่าไฟ ค่าน้ำเกินจริง โดยจะมีการตรวจสอบอย่างละเอียด
  • ตรวจสอบฉลากทองคำ: กำกับดูแลการขายทองรูปพรรณให้โปร่งใส ในช่วงที่ราคาทองผันผวนจากสถานการณ์โลก
  • รณรงค์สิทธิผู้บริโภค: ส่งเสริมการตรวจสอบคุณภาพ มาตรฐาน และราคาสินค้าทั้งในร้านค้าออฟไลน์และออนไลน์
  • เพิ่มทางเลือกการชำระเงิน: ขอความร่วมมือร้านค้าเปิดรับชำระเงินหลายช่องทาง เช่น เงินสดหรือแอปพลิเคชัน
  • ช้อปออนไลน์ปลอดภัย: สนับสนุนการซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนกับ สคบ. เช่น “ตลาดแบบตรง” เพื่อลดความเสี่ยง

มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยสกัดการเอารัดเอาเปรียบ แต่ยังเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในช่วงวิกฤต

สั่งลุยตรวจปั๊มน้ำมัน สกัดกักตุน

นายสันติ ยังให้ความสำคัญกับปัญหาการกักตุนน้ำมัน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ เช่น จังหวัดพังงา ที่มีรายงานปั๊มน้ำมันบางแห่งอ้างน้ำมันหมดบ่อยครั้ง ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในร่วมกับ สคบ. ลงพื้นที่ตรวจสอบความถี่สูงขึ้น หากพบพิรุธ เช่น การกักตุนเพื่อเก็งกำไร จะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของ“สันติ” สั่ง สคบ. เข้ม 6 มาตรการรับมือสงครามตะวันออกกลาง สกัดกักตุนน้ำมัน ที่มุ่งรักษาเสถียรภาพราคา

ผลกระทบสงครามตะวันออกกลางต่อประเทศไทย

สงครามในตะวันออกกลางส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันดิบโลก ซึ่งไทยนำเข้ามากกว่า 80% ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศอาจปรับตัวสูงขึ้น ส่งผล连锁ต่อสินค้าอื่นๆ เช่น อาหาร ขนส่ง และสาธารณูปโภค นอกจากนี้ ยังกระทบต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจโดยรวม มาตรการจาก สคบ. จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบรรเทาผลกระทบ

ผู้บริโภคควรติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด และตรวจสอบราคาสินค้าผ่านช่องทาง官方 เช่น เว็บไซต์ สคบ. หรือแอปพลิเคชันที่เชื่อถือได้ เพื่อหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพ

ความคืบหน้าช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง

นอกจากมาตรการภายใน นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยังอัปเดตสถานการณ์คนไทย โดยมีคนไทย 68 คนจากเมืองวาน ประเทศตุรกี เดินทางกลับไทยกลุ่มแรกเช้าวันที่ 12 มีนาคม และกลุ่มสองวันที่ 13 มีนาคม คนไทยในอิรัก 14 คน กำลังประสานผ่านจอร์แดน ส่วนกาตาร์ช่วย 24 คนกลับคืนวันที่ 11 มีนาคม ยูเออีมีเที่ยวบินพิเศษจากเอทิฮัดไปกรุงเทพฯ และภูเก็ตจนถึง 12 มีนาคม

กระทรวงฯ เตือนมิจฉาชีพแอบอ้างสถานทูตหลอกโอนเงิน โดยยืนยันไม่เก็บค่าธรรมเนียมอพยพ และมียอดช่วยเหลือสะสมกว่า 381 รายแล้ว

โดยรวมแล้ว “สันติ” สั่ง สคบ. เข้ม 6 มาตรการรับมือสงครามตะวันออกกลาง สกัดกักตุนน้ำมัน ถือเป็นนโยบายที่ตอบโจทย์สถานการณ์ได้ดี ผู้บริโภคควรใช้สิทธิ์แจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 1166 เพื่อช่วยกันสอดส่อง หากคุณพบปัญหา อย่าลังเลที่จะแจ้งทันที จะช่วยให้สังคมไทยแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ที่มา – “สันติ” สั่ง สคบ. เข้ม 6 มาตรการรับมือสงครามตะวันออกกลาง สกัดกักตุนน้ำมัน

Scroll to top