ตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี

เปิด 35 ชื่อโผครม.อนุทิน 2 ทูลเกล้า 30 มี.ค.

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้มีข่าวการเมืองสุดฮอตมาอัพเดทให้ฟังกันแบบเรียลไทม์เลยครับ ครม.อนุทิน 2 กำลังจะทูลเกล้าฯ อย่างเป็นทางการในวันที่ 30 มีนาคมนี้แล้ว รายงานล่าสุดจากพรรคภูมิใจไทยยืนยันว่าผ่านด่านตรวจสอบคุณสมบัติทั้ง 35 รายชื่อเรียบร้อย แม้จะมีดราม่านิดหน่อยเรื่องนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล แต่พรรคเพื่อไทยส่งตัวสำรองมา 3 คน คือ นายนิกร โสมกลาง, นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ และนางสาวขัตติยา สวัสดิผล สุดท้ายเคาะ “นิกร” เสียบแทนที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่วน “เดียร์ ขัตติยา” กับ “วิสุทธิ์” วืดไปแบบน่าเสียดาย

การตรวจสอบครั้งนี้เข้มข้นมาก เมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา หน่วยงานอรหันต์ทั้งหลายได้สแกนประวัติและคุณสมบัติของว่าที่รัฐมนตรีทุกคน ไม่มีปัญหาเว้นแค่นามสาวสุดาวรรณคนเดียว ทำให้ต้องปรับโผใหม่ พรรคเพื่อไทยแอคชั่นไว ส่งรายชื่อสำรองมาทันที และทั้งสามคนผ่านฉลุย! นี่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความร่วมมือระหว่างพรรครัฐบาลในการจัดตั้ง ครม.อนุทิน 2 ชุดนี้

วันจันทร์ที่ 30 มี.ค. นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล จะประชุมสุดท้ายกับหน่วยตรวจสอบ หากไม่มีอะไรสะดุด ก็จะนำรายชื่อทั้ง 35 คนขึ้นทูลเกล้าฯ ตามขั้นตอนราชการทันที ครม.ชุดนี้คาดว่าจะมีทั้งหน้าเก่า หน้าใหม่ผสมกัน เน้นคนมีประสบการณ์จากพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วม

35 รายชื่อโผครม.อนุทิน 2

มาดูรายชื่อเต็มๆ กันเลยครับ จัดเรียงตามลำดับที่รายงานมา จะแบ่งเป็นกลุ่มๆ เพื่อให้อ่านง่าย

นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีในครม.อนุทิน 2

  • 1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • 2. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  • 3. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี
  • 4. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  • 5. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี
  • 6. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  • 7. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
  • 8. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหลัก

  • 9. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • 10. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • 11. นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • 12. นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • 13. พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
  • 14. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
  • 15. นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (แทนสุดาวรรณ)
  • 16. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นอกจากนี้ยังมีรัฐมนตรีช่วยอีกหลายท่าน เช่น ในกระทรวงคมนาคม เกษตรฯ ดิจิทัลฯ มหาดไทย ฯลฯ รวมทั้งหมด 35 ชื่อครบถ้วน รายชื่อนี้สะท้อนถึงการกระจายพอร์ตให้พรรคร่วมรัฐบาลอย่างลงตัว พรรคภูมิใจไทยได้หลักๆ หลายกระทรวงสำคัญ

ครม.อนุทิน 2 ชุดนี้คาดว่าจะโฟกัสประเด็นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การเกษตร และดิจิทัล เพื่อฟื้นฟูประเทศหลังวิกฤตต่างๆ ตัวอย่างเช่น นายอนุทินยังคงคุมมหาดไทย นายพิพัฒน์คมนาคมต่อเนื่อง หวังขับเคลื่อนโครงการใหญ่ๆ ได้เร็ว

ส่วนตัวผมมองว่าโผนี้แข็งแกร่ง มีทั้งทหาร นักการเมืองรุ่นเก๋า และคนรุ่นใหม่ หวังว่าจะไม่มีดราม่าคุณสมบัติเพิ่ม และเริ่มงานทันทีหลังทูลเกล้าฯ สำเร็จ คุณคิดยังไงกับ ครม.อนุทิน 2 ชุดนี้? ชอบใคร หรือคาดหวังนโยบายอะไรบ้าง คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย!

ที่มา – เปิด 35 ชื่อโผ “ครม.อนุทิน 2” เตรียมทูลเกล้าฯ 30 มี.ค. ชัดแล้ว “นิกร” แทน “สุดาวรรณ”

“สุดาวรรณ” ตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรี ไม่ผ่าน นิกร โสมกลางเสียบแทน

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยกันดีกว่าครับ สุดาวรรณ ตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรี ไม่ผ่าน สร้างความฮือฮาให้กับหลายๆ คน โดยเฉพาะแฟนคลับพรรคเพื่อไทยที่รอคอยการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่มีชื่อเสนอเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. กลับต้องอกหักเพราะไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ

สุดาวรรณ ตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรี ไม่ผ่าน เกิดอะไรขึ้น?

จากรายงานเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังจากยื่นเอกสารตรวจประวัติและคุณสมบัติผู้สมัครดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ปรากฏว่า น.ส.สุดาวรรณ ไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดตามกฎหมาย สาเหตุหลักๆ อาจมาจากประเด็นทางจริยธรรมหรือประวัติที่ถูกตรวจสอบโดยสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการคัดกรองบุคคลที่จะเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน แม้จะไม่เปิดเผยรายละเอียดชัดเจน แต่ก็ทำให้พรรคต้องปรับแผนด่วน

สุดาวรรณ ใครคือตัวเต็งที่พลาดโอกาส?

น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ของพรรคเพื่อไทย มีบทบาทสำคัญในฐานะรองหัวหน้าพรรคและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เธอเคยมีประสบการณ์ในวงการสื่อและการเมืองท้องถิ่น ทำให้ได้รับความไว้วางใจให้รับโควตาตำแหน่งกระทรวง พม. ที่ดูแลนโยบายสังคม ผู้คนหลายคนคาดหวังว่าเธอจะนำพาการเปลี่ยนแปลงด้านสวัสดิการ แต่สุดท้าย สุดาวรรณ ตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรี ไม่ผ่าน ทำให้ต้องรอโอกาสครั้งหน้า

นิกร โสมกลาง ส.ส.โคราช ผู้มาแทนที่

แทนที่จะปล่อยโควตาว่าง พรรคเพื่อไทยตัดสินใจส่ง นายนิกร โสมกลาง ส.ส.นครราชสีมา เขตเลือกตั้งที่ 2 ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดน.ส.สุดาวรรณ เข้ามาแทนที่ทันที โดยจะยื่นเอกสารตรวจสอบคุณสมบัติในวันเดียวกัน นายนิกรเป็น ส.ส.มือฉมังของพรรค มีประสบการณ์ยาวนานในการเมืองท้องถิ่น จังหวัดโคราช และเคยผ่านตำแหน่งสำคัญหลายครั้ง ทำให้เชื่อว่าจะผ่านฉลุยและสานต่อนโยบายได้อย่างราบรื่น

การเปลี่ยนตัวนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกในวงการการเมืองไทย เพราะคุณสมบัติรัฐมนตรีต้องสะอาด 100% ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 และ พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรมอย่างเคร่งครัด เช่น ไม่มีพฤติกรรมร้ายแรง ไม่ล้มละลาย ไม่ถูกศาลสั่งลงโทษ ฯลฯ

ผลกระทบจากการตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรีไม่ผ่านของสุดาวรรณ

แม้จะเป็นแค่ 1 ตำแหน่ง แต่ส่งผลต่อภาพรวมคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีแพทองธาร พิชัยยุทธ พรรคเพื่อไทยที่เป็นหัวหอกหลัก ต้องเร่งปรับโควตาเพื่อไม่ให้ล่าช้า กระทรวง พม. เป็นกระทรวงสำคัญที่ดูแลผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ และปัญหาสังคม หากว่างนานอาจกระทบการดำเนินนโยบายเร่งด่วน

  • ข้อดีของนิกร โสมกลาง: มีฐานเสียงแข็งในภาคอีสาน รู้ปัญหาท้องถิ่นดี
  • ความเสี่ยง: ต้องรอผลตรวจคุณสมบัติ หากไม่ผ่านอีก อาจวุ่นวาย
  • โอกาสสำหรับสุดาวรรณ: อาจได้ตำแหน่งอื่นหรือรอครม.ปรับปรุง
  • ภาพรวมพรรค: แสดงถึงความยืดหยุ่นในการปรับตัว

จากมุมมองของผม การที่ สุดาวรรณ ตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรี ไม่ผ่าน เป็นบทเรียนให้ทุกพรรคต้องเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่แรก ระบบตรวจสอบที่เข้มงวดนี้ช่วยยกระดับคุณภาพรัฐมนตรีได้จริง

อย่างไรก็ตาม เราควรติดตามต่อว่าครม.ชุดนี้จะเดินหน้าได้เร็วแค่ไหน และนโยบายเด่นๆ จะออกมาเมื่อไหร่ คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อยครับ!

ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตล่าสุดได้ที่บล็อกของเรา และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากคุณสนใจประเด็นนี้ เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลดีๆ ด้วยกัน

ที่มา – “สุดาวรรณ” ตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรี ไม่ผ่าน จับตา “นิกร โสมกลาง” สส.โคราช เสียบแทน

“อนุทิน” พยักหน้ารับ ส่งรายชื่อ ครม.ตรวจประวัติ

การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญกับการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หรือที่เรียกกันว่า ครม.อนุทิน 2 ล่าสุดมีพัฒนาการที่น่าสนใจ เมื่อ อนุทิน พยักหน้ารับ ส่งรายชื่อ ครม. ตรวจประวัติแล้ว โดยย้ำว่าหากพรรคร่วมรัฐบาลมีปัญหาจะตีกลับไปยังต้นสังกัดทันที ข่าวนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตา เพราะเกี่ยวข้องกับเสถียรภาพของรัฐบาลใหม่

อนุทิน พยักหน้ารับ ส่งรายชื่อ ครม. ตรวจประวัติแล้ว หากพรรคร่วมติดขัด ตีกลับต้นสังกัด

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์สั้นๆ หลังเป็นประธานงานวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ที่โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ท อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความคืบหน้าการจัดตั้งครม.ชุดใหม่ นายอนุทินยิ้มรับและพยักหน้า ไม่ได้ตอบตรงๆ แต่ยืนยันว่ากระบวนการเดินหน้าไปแล้ว โดยเฉพาะการส่งรายชื่อบุคคลที่คาดว่าจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีไปตรวจสอบประวัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สิ่งที่ทำให้ข่าวนี้โดดเด่นคือ นายกรัฐมนตรีย้ำถึงหลักเกณฑ์ที่เข้มงวด โดยยึดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลัก ซึ่งผูกพันทุกองค์กร การตรวจสอบจะครอบคลุมมากกว่า 10 หน่วยงาน โดยสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เป็นผู้ประสานงาน สำหรับพรรคภูมิใจไทยต้นสังกัดของนายอนุทิน ยืนยันว่าไม่มีปัญหาใดๆ แต่สำหรับพรรคร่วมรัฐบาล หากพบประวัติติดขัด เช่น คดีความผิดหรือคุณสมบัติไม่ครบถ้วน จะแจ้งกลับไปยังพรรคต้นสังกัดทันที เพื่อให้แก้ไขหรือเปลี่ยนตัว

อนุทิน พยักหน้ารับ ส่งรายชื่อ ครม. เรียบร้อยแล้ว

ขั้นตอนการส่งรายชื่อถือว่าเสร็จสิ้นแล้ว นี่เป็นสัญญาณบวกว่ารัฐบาลชุดใหม่ใกล้ประกาศแล้ว แต่ผู้สื่อข่าวยังกังวลว่าคดีที่เริ่มโผล่กับบุคคลในโผครม. จะทำให้ล่าช้าไหม นายอนุทินตอบชัดว่า “ก็มีหลักเกณฑ์ของมันอยู่” และเน้นย้ำการรอผลตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งอาจใช้เวลาสักระยะ แต่จำเป็นเพื่อความโปร่งใส

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นร้อนจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่อภิปรายเมื่อวันก่อน (19 มีนาคม 2569) พาดพิงว่านายอนุทินขาดคุณสมบัติจากคดีฮั้ว สว. แต่เจ้าตัวหัวเราะเบาๆ และไม่ได้ตอบคำถาม แสดงถึงความมั่นใจในกระบวนการ

ขั้นตอนการตรวจสอบประวัติรัฐมนตรีที่เข้มงวด

เพื่อให้เข้าใจชัดเจน กระบวนการตรวจสอบประวัติรัฐมนตรีมีดังนี้:

  • ส่งรายชื่อไปยังสลค. เพื่อประสานหน่วยงาน เช่น ตำรวจ ปปช. ศาล ธนาคารแห่งประเทศไทย
  • ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ไม่มีคดีร้ายแรงที่ศาลตัดสินแล้ว
  • ตรวจคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ เช่น ไม่ถือหุ้นสื่อ ไม่เป็นบุญธรรมบุคคลล้มละลาย
  • ยึดคำวินิจฉัยศาลรธน. เช่น คำวินิจฉัยที่ 9/2562 เรื่องห้ามนักการเมืองถือหุ้นสื่อ
  • แจ้งผลกลับต้นสังกัด หากติดขัดภายใน 7-15 วัน

กระบวนการนี้ช่วยป้องกันปัญหาในอนาคต เหมือนกรณีครม.ประยุทธ์ที่เคยมีรัฐมนตรีลาออกเพราะคดีหลังเข้ารับตำแหน่ง

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การที่ อนุทิน พยักหน้ารับ ส่งรายชื่อ ครม. แล้ว แสดงถึงความพร้อมของพรรคร่วมรัฐบาลทั้งภูมิใจไทย ภูมิใจไทย พรรคอื่นๆ ที่ร่วม แต่หากมีปัญหาจากคดีใหม่ๆ อาจทำให้การจัดตั้งล่าช้าออกไป 1-2 สัปดาห์ ส่งผลต่อนโยบายเร่งด่วน เช่น เศรษฐกิจ การเกษตร ที่รัฐบาลสัญญาไว้

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นสัญญาณดีว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาล หากทุกพรรคเตรียมตัวดี โครม.ชุดใหม่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้แน่นอน

ความเห็นผู้เขียน: การตรวจสอบที่เข้มงวดแบบนี้เป็นสิ่งจำเป็นในยุคที่ข่าวปลอมและคดีเท็จเยอะ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในผู้นำ หากคุณสนใจข่าวการเมืองอัปเดต ลองติดตามบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ รีบแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ด้วยนะ!

ที่มา – “อนุทิน” พยักหน้ารับ ส่งรายชื่อ ครม. ตรวจประวัติแล้ว หากพรรคร่วมติดขัด ตีกลับต้นสังกัด

“บวรศักดิ์” ชี้ ไม่มีปัญหา “อนุทิน” ถูกร้องตั้ง “ธรรมนัส” มิชอบ เหตุพ้น รมต. แล้ว

ในแวดวงการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยดราม่าร้อน ๆ ล่าสุดมีประเด็นที่น่าสนใจ เมื่อ“บวรศักดิ์” ชี้ ไม่มีปัญหา “อนุทิน” ถูกร้องตั้ง “ธรรมนัส” มิชอบ เหตุพ้น รมต. แล้ว ทำให้หลายคนหันมาสนใจเรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีชุดใหม่กันยกใหญ่ วันนี้เราจะมาวิเคราะห์กันแบบละเอียดว่าประเด็นนี้มันคืออะไร และทำไมถึงไม่มีปัญหาอย่างที่หลายคนกังวล

“บวรศักดิ์” ชี้ ไม่มีปัญหา “อนุทิน” ถูกร้องตั้ง “ธรรมนัส” มิชอบ เหตุพ้น รมต. แล้ว

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาล ในประเด็นที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถูกร้องเรียนเรื่องการแต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยถูกกล่าวหาว่าแต่งตั้งโดยมิชอบ

นายบวรศักดิ์ ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า เรื่องนี้ไม่มีปัญหาแล้ว เพราะปัจจุบัน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว ตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามไว้เฉพาะขณะดำรงตำแหน่ง พอพ้นตำแหน่งแล้วก็ถือว่าจบ ไม่มีอะไรติดค้าง

กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติ ครม. ชุดใหม่

นอกจากนี้ นายบวรศักดิ์ ยังพูดถึงกระบวนการตรวจสอบคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ที่กำลังจะมาว่า ยังไม่มีการปรึกษากันเรื่องนี้ แต่เป็นหน้าที่ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่จะส่งรายชื่อผู้เสนอตัวเข้ารับการตรวจสอบ โดยขยายไปยังหน่วยงานมากกว่า 9 แห่ง เช่น

  • ศาลยุติธรรม
  • ศาลปกครอง
  • สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
  • กองบัญชาการตำรวจสันติบาล
  • สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
  • และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

เขาย้ำว่า ถ้ามีลักษณะต้องห้ามชัดเจน ไม่ใช่แค่สุ่มเสี่ยง ก็ไม่สามารถดำรงตำแหน่งได้ แต่คำว่าสุ่มเสี่ยงต้องชี้แจงให้ชัดเจนก่อน

กรณีศึกษา ร.อ.ธรรมนัส และบทเรียนการเมือง

ย้อนกลับไป กรณี ร.อ.ธรรมนัส เคยมีประเด็นร้อนเรื่องคุณสมบัติ ส.ส. จากคดีเก่าที่ต่างประเทศ แต่สุดท้ายได้เข้ามารับตำแหน่ง รมต. จนกระทั่งพ้นไป ล่าสุดนายบวรศักดิ์ ยืนยันว่า ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในตำแหน่งแล้ว ดังนั้นการร้องเรียนต่อนายกฯ อนุทิน ก็ไม่กระทบอะไร

นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงคดีวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับนายภูมิธรรม เวชยชัย และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ที่ศาลเห็นว่าการกระทำขณะเป็น รมต. ไม่ใช่การแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม (สามารถอ่านคำวินิจฉัยฉบับเต็มได้)

ส่วนเรื่องนายบวรศักดิ์ เอง ยังไม่ถูกทาบทามให้กลับมานั่งรองนายกฯ อีกสมัย โดยบอกว่า "ยัง ๆ" และยังไม่สมมติอะไร เพราะรายชื่อยังไม่ได้รับรองทั้งหมด สื่อมวลชนเป็นคนตั้งเรื่องเอง

ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของระบบการเมืองไทย ที่การตรวจสอบต้องเข้มงวด แต่ก็ต้องเคารพหลักกฎหมาย โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญที่กำหนดกรอบชัดเจน หากเราต้องการการเมืองที่โปร่งใส ทุกฝ่ายต้องยึดหลักนี้

ในมุมมองของผู้เขียน การเมืองไทยควรมีกลไกตรวจสอบที่รวดเร็วและโปร่งใสมากขึ้น เพื่อลดดราม่าแบบนี้ และให้ประชาชนมั่นใจในผู้นำ อย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตจากเรา และแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ว่าคุณคิดอย่างไรกับประเด็น“บวรศักดิ์” ชี้ ไม่มีปัญหา “อนุทิน” ถูกร้องตั้ง “ธรรมนัส” มิชอบ เหตุพ้น รมต. แล้ว

ที่มา – “บวรศักดิ์” ชี้ ไม่มีปัญหา “อนุทิน” ถูกร้องตั้ง “ธรรมนัส” มิชอบ เหตุพ้น รมต. แล้ว

Scroll to top