ตราด

ชายแดนตราดดุเดือด! ไทยยิงถล่มฐานปืนใหญ่กัมพูชา

ชายแดนตราดดุเดือดทั้งคืน เปิดแนวรบใหม่ถึงหาดเล็ก ไทยยิงถล่มฐานปืนใหญ่กัมพูชา รายงานสถานการณ์ล่าสุด บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัดตราด ที่ยังคงตึงเครียดและมีการปะทะกันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา มาติดตามรายละเอียดกัน

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2568 มีรายงานข่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ด้านจังหวัดตราด โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด ที่ยังคงมีการปะทะกันเป็นระยะๆ ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ทั้งจากการยิงด้วยปืนใหญ่ ปืน ค. และปืนเล็ก สร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก สถานการณ์ยังคงดำเนินต่อไปจนถึงช่วงเช้ามืดของวันนี้

ในช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. ได้เกิดเสียงปืนดังขึ้นที่บ้านหาดเล็ก ตำบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ฝ่ายไทยได้ทำการระดมยิงปืนใหญ่กว่า 10 นัดไปยังเป้าหมายที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เกาะยอ บ้านปากคลอง จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา สืบเนื่องจากการข่าวที่พบว่ามีความเคลื่อนไหวที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของฝ่ายไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจพบฐานปืนใหญ่จำนวน 4 จุด ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณดังกล่าว ทางฝ่ายไทยจึงได้ตัดสินใจดำเนินการทำลายฐานปืนใหญ่ทั้งสี่จุดจนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

ขณะเดียวกัน สื่อมวลชนของกัมพูชาได้รายงานข่าวว่า กองทัพเรือของไทยได้ทำการยิงปืนใหญ่กว่า 20 นัด เข้าใส่พื้นที่บ้านปากคลอง จังหวัดเกาะกง ส่งผลให้ประชาชนในหมู่บ้านปากคลองต้องอพยพออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน จนทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนัก

ชายแดนตราดดุเดือดทั้งคืน เปิดแนวรบใหม่ถึงหาดเล็ก ไทยยิงถล่มฐานปืนใหญ่กัมพูชา

สถานการณ์ชายแดนล่าสุด: ไทยยิงถล่มฐานปืนใหญ่กัมพูชา

สถานการณ์บริเวณชายแดนตราดดุเดือดทั้งคืน เปิดแนวรบใหม่ถึงหาดเล็ก ไทยยิงถล่มฐานปืนใหญ่กัมพูชา ยังคงเป็นที่จับตาจากหลายฝ่าย ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ การปะทะกันที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดน และความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับทั้งสองฝ่าย

เหตุการณ์ชายแดนตราดดุเดือดทั้งคืน เปิดแนวรบใหม่ถึงหาดเล็ก ไทยยิงถล่มฐานปืนใหญ่กัมพูชา ในครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณชายแดนทั้งสองฝั่งเป็นอย่างมาก ชาวบ้านต้องเผชิญกับความหวาดกลัวและความไม่มั่นคงในชีวิตและทรัพย์สิน หลายครอบครัวต้องอพยพออกจากบ้านเรือนเพื่อความปลอดภัย การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและการสร้างสันติภาพในพื้นที่ชายแดนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข

การเจรจาและการพูดคุยกันระหว่างรัฐบาลของทั้งสองประเทศเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความตึงเครียดและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น การใช้ความรุนแรงและการตอบโต้กันไปมา จะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก การหันหน้าเข้าหากันและหาทางออกร่วมกันอย่างสันติวิธี จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย

การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ชายแดนก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่จะช่วยสร้างความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองให้กับประชาชนทั้งสองฝั่ง การส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว จะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน การสร้างความเข้าใจอันดีและความร่วมมือกันระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ จะช่วยลดความขัดแย้งและสร้างสันติภาพในระยะยาวได้อีกด้วย

สถานการณ์ชายแดนตราดดุเดือดทั้งคืน เปิดแนวรบใหม่ถึงหาดเล็ก ไทยยิงถล่มฐานปืนใหญ่กัมพูชา เป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี และการสร้างความร่วมมือกันระหว่างประเทศ การหันหน้าเข้าหากันและการพูดคุยกันอย่างเปิดอก จะเป็นหนทางสู่สันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองที่ยั่งยืนสำหรับทุกฝ่าย

ที่มา – ชายแดนตราดดุเดือดทั้งคืน เปิดแนวรบใหม่ถึงหาดเล็ก ไทยยิงถล่มฐานปืนใหญ่กัมพูชา

F-16 ทิ้งไข่ 4 ลูกที่ตราด: รายงานล่าสุด

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จ.ตราด ตึงเครียด หลังมีรายงานว่าเครื่องบิน F-16 บินทิ้งไข่ 4 ลูก ใส่แนวคูทหารกัมพูชา บริเวณบ้าน 3 หลัง สร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ มาติดตามรายละเอียดของเหตุการณ์ F-16 ทิ้งไข่ 4 ลูก ใส่แนวคูทหารกัมพูชา บริเวณบ้าน 3 หลัง ใน จ.ตราด กัน

F-16 ทิ้งไข่ 4 ลูก ใส่แนวคูทหารกัมพูชา บริเวณบ้าน 3 หลัง ใน จ.ตราด

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ได้เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตระหนกบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัดตราด โดยมีรายงานว่าเครื่องบิน F-16 ซึ่งสนับสนุนปฏิบัติการของกองทัพเรือ ได้ทำการทิ้งระเบิดจำนวน 4 ลูก ลงบนแนวคูที่ทหารกัมพูชาขุดไว้ บริเวณใกล้เคียงกับบ้านเรือนประชาชนในตำบลชำราก อำเภอเมืองตราด

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15.55 น. โดยมีเป้าหมายเพื่อทำลายแนวป้องกันที่ทหารกัมพูชาสร้างขึ้น ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเข้ายึดพื้นที่ของนาวิกโยธินไทย หลังจากเครื่องบิน F-16 ทิ้งระเบิดแล้ว เรือรบและปืนใหญ่ภาคพื้นดินก็ได้ทำการยิงสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดกลุ่มควันดำขนาดใหญ่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า

รายละเอียดเหตุการณ์ F-16 ทิ้งไข่ 4 ลูก ที่ตราด

หลังจากการโจมตีทางอากาศและภาคพื้นดิน ช่วงเวลาประมาณ 16.10 น. ได้มีการปะทะกันด้วยปืนเล็กเป็นเวลาประมาณ 1 นาที ก่อนที่เสียงปืนใหญ่จะดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายนาที สถานการณ์บริเวณชายแดนยังคงตึงเครียด และมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด

เหตุการณ์ F-16 ทิ้งไข่ 4 ลูก ใส่แนวคูทหารกัมพูชา บริเวณบ้าน 3 หลัง ใน จ.ตราด นี้ ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเอง ทางหน่วยงานภาครัฐได้เร่งให้ความช่วยเหลือและดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีความซับซ้อน การแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องใช้ความอดทนและความเข้าใจ เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งและความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น การเจรจาและการใช้สันติวิธีเป็นแนวทางที่ควรให้ความสำคัญ เพื่อสร้างความมั่นคงและความสงบสุขในภูมิภาค

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี และการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน

การที่ F-16 ทิ้งไข่ 4 ลูก ใส่แนวคูทหารกัมพูชา บริเวณบ้าน 3 หลัง ใน จ.ตราด ถือเป็นเหตุการณ์ที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ที่มา – F-16 บินทิ้งไข่ 4 ลูก ใส่แนวคูทหารกัมพูชา บริเวณบ้าน 3 หลัง ใน จ.ตราด

ส่องอาวุธหนัก กองทัพกัมพูชา อานุภาพการทำลายถึงไทย

กองทัพกัมพูชา (Royal Cambodian Armed Forces: RCAF) มีการจัดหายุทโธปกรณ์ที่หลากหลาย โดยส่วนใหญ่นำเข้าจากกลุ่มประเทศอดีตสหภาพโซเวียต/รัสเซีย และจีน ซึ่งรวมถึงอาวุธหลักที่มีอานุภาพในการทำลายล้างสูงบางชนิด

 อาวุธหลักของกองทัพกัมพูชา

กองทัพกัมพูชามียุทโธปกรณ์หลายประเภทตั้งแต่อาวุธประจำกายไปจนถึงระบบปืนใหญ่หนัก:

  • ระบบจรวดหลายลำกล้อง (Multiple Rocket Launcher Systems – MLRS):
    • BM-21 Grad (ขนาด 122 มม.): เป็นระบบจรวดที่ไม่นำวิถี (ส่วนใหญ่) เน้นการยิงแบบ ปูพรมในพื้นที่กว้างมีท่อยิง 40 ลำกล้อง ระยะยิงประมาณ 20-40 กิโลเมตร อานุภาพทำลายล้างสูงในพื้นที่เป้าหมาย
    • RM-70: พัฒนาจาก BM-21 ถือเป็นหนึ่งในอาวุธปืนใหญ่ที่ทรงพลังที่สุดของกัมพูชา
    • PHL-03 (ขนาด 300 มม. – จรวดพิสัยไกล): เป็นระบบที่จัดหามาจากจีน มีขีดความสามารถที่น่าจับตามองมาก ระยะยิงไกลถึง 70 – 130 หรือ 160 กิโลเมตร (ขึ้นอยู่กับชนิดจรวด) สามารถใช้จรวดนำวิถีได้ และมีอำนาจทำลายล้างพื้นที่ขนาดใหญ่ได้อย่างราบคาบ ถือเป็นอาวุธพลิกเกม 
  • ปืนใหญ่สนามลากจูง:
  • มีการใช้งานปืนใหญ่หลายขนาด เช่น Type 59-1 (ขนาด 130 มม.) จากจีน, D-30 (ขนาด 122 มม.) จากโซเวียต/รัสเซีย
ส่องอาวุธ
  • ยานเกราะและรถถัง:
  • มีการใช้งานรถถังหลักรุ่นเก่า เช่น T-54/55 และรุ่นลอกแบบ Type 59 รวมถึงยานรบทหารราบ BMP-3 และรถลำเลียงพลหุ้มเกราะ BTR-60PB นอกจากนี้ยังมีรายงานการจัดซื้อรถถังหลักรุ่นใหม่ VT-4 และปืนใหญ่อัตตาจร SH1 (155 มม.) จากจีน

ปืนเล็กยาวและอาวุธประจำกาย:

  • ส่วนใหญ่เป็นอาวุธที่มาจากอดีตโซเวียตและจีน เช่น AK-47, Type 56/81, และปืนที่มาจากตะวันตก เช่น M16A1
ส่องอาวุธ

อานุภาพการทำลาย

อาวุธที่น่ากังวลที่สุดในบริบทชายแดนคือ ระบบจรวดหลายลำกล้อง (MLRS) เช่น BM-21 Grad และ PHL-03

  • BM-21 Grad: แม้จะขาดความแม่นยำสูง (เน้นการยิงปูพรม) แต่การยิงจรวดพร้อมกัน 40 ลูกในพื้นที่เป้าหมายจะก่อให้เกิด ความเสียหายรุนแรงในวงกว้าง ทั้งต่อกำลังพล อาคารบ้านเรือน และโครงสร้างพื้นฐานในแนวหลัง
  • PHL-03: ด้วยพิสัยการยิงที่ไกลและจรวดที่มีตัวเลือกนำวิถี จะทำให้อำนาจการยิงของกัมพูชา ครอบคลุมพื้นที่ลึกเข้าไปในประเทศไทยได้มากขึ้น และสามารถทำลายล้างพื้นที่ขนาดใหญ่ได้

เคยยิงมาฝั่งไทยหรือไม่ และเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง

มีการรายงานอย่างเป็นทางการว่าอาวุธของกัมพูชาเคยยิงเข้ามาในพื้นที่ฝั่งไทย ในเหตุการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนที่ผ่านมา โดยเฉพาะกรณีการปะทะหลายครั้งในช่วงปี พ.ศ. 2554 (กรณีปราสาทพระวิหาร) และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลัง

  • เหตุการณ์ในอดีต (เช่น ปี พ.ศ. 2554/2568):
    • มีการรายงานการใช้ เครื่องยิงจรวด BM-21 Grad ยิงเข้ามาในพื้นที่พลเรือนลึกในฝั่งไทย
    • ตัวอย่างเช่น ใน เหตุการณ์ปะทะไทย-กัมพูชาเมื่อกรกฎาคม พ.ศ. 2568 มีรายงานว่ากระสุนจาก BM-21ตกลงใส่ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในเขตอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมถึงสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนประชาชน

การอ้างอิงในปัจจุบัน:

  • ล่าสุดใน เดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 มีรายงานการปะทะกันอย่างหนักบริเวณช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี/ศรีสะเกษ ซึ่งกองทัพบกไทยได้ประณามการกระทำของกัมพูชาที่ใช้อาวุธยิงสนับสนุนต่างๆ ยิงมายังแนวทหารและ เคยยิงใส่พื้นที่เป้าหมายพลเรือนฝ่ายไทย ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต (อ้างอิง: Line Today, The101.world) นอกจากนี้ยังมีการอ้างอิงว่ากัมพูชาได้ยิง BM-21 ลงพื้นที่บ้านเรือนประชาชนฝั่งไทย ในจังหวัดบุรีรัมย์ (อ.บ้านกรวด)

ข้อตกลงในการถอนอาวุธ:

  • ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ได้มีการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ระหว่างไทยและกัมพูชา และมีข้อตกลงร่วมกันในการ ถอนอาวุธหนักและยุทโธปกรณ์ที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ออกจากแนวชายแดนเป็นระยะ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอาวุธเหล่านี้เคยถูกนำมาประจำการในบริเวณดังกล่าว

ที่มา :https://www.thairath.co.th/scoop/interview/2900666

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 ดอกไม้หลากสีสัน พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว

 งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 พบกับความงดงามตระการตาแห่งพรรณไม้จากทั่วอาเซียน เปลี่ยนเมืองเหนือให้กลายเป็นสวนดอกไม้สุดอลังการ

สัมผัสมนตร์เสน่ห์แห่งสีสันและความงามของเมืองเหนือในฤดูหนาว กับงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 จังหวัดเชียงราย งานสุดยิ่งใหญ่ที่รังสรรค์บรรยากาศแห่งความสดชื่นและความงดงามของพรรณไม้จากทั่วอาเซียน ท่ามกลางอากาศเย็นสบายและกลิ่นหอมของดอกไม้ที่อบอวลทั่วเมือง สำหรับงานปีนี้จัดวันไหน ? รายละเอียดงานมีอะไรบ้าง ? พร้อมแล้วไปดูด้วยกันเลย

งานมหกรรม
ไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 จัดวันไหน

          ข้อมูลจากเฟซบุ๊ก อบจ.เชียงราย แจ้งกำหนดการจัดงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 วันที่ 18 ธันวาคม 2568 – 7 มกราคม 2569 ณ สวนไม้งามริมน้ำกก อบจ.เชียงราย และโซนอำเภอต่าง ๆ วันที่ 19 ธันวาคม 2568 – 7 มกราคม 2569 ณ สวนสาธารณะหนองหลวง อำเภอเวียงชัย และวัดถ้ำเสาหินพญานาค อำเภอแม่สาย

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย ปี 2024

          ทั้งนี้ อบจ.เชียงราย ได้ปรับรูปแบบการจัดงานบางส่วน เพื่อร่วมถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย คืออะไร

 งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย คือ งานเทศกาลดอกไม้ระดับอาเซียนที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในจังหวัดเชียงราย เพื่อแสดงความงดงามของพรรณไม้ ดอกไม้ และศิลปะการจัดสวนจากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงการสะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเมืองเหนือที่อบอวลไปด้วยเสน่ห์ของฤดูหนาว

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย
ภาพจาก : Narin Nonthamand / shutterstock.com

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย ปี 2024

          ทุกพื้นที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันจากดอกไม้นับพันชนิด พร้อมบรรยากาศเย็นสบาย เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายรูป และพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาที่เชียงรายสวยที่สุดในรอบปี

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 กิจกรรม

 งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 แน่นอนว่ามีกิจกรรมรอให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกมากมาย ทั้งชมความงามแห่งดอกไม้, แชะภาพสวยทุกมุม, ชิมอาหารท้องถิ่นรสเด็ด, ช้อปผลิตภัณฑ์ชุมชน และอื่น ๆ มากมาย เช่น

         • สวนดอกไม้ 4 ฤดู – Summer / Rainy / Winter / Spring
         • นิทรรศการพระราชกรณียกิจ
         • งานศิลปะ – วัฒนธรรมล้านนา
         • ถนนคนเดินริมกก / โซน Food Truck / กาแฟ–ชาเชียงราย
         • วิถีชีวิตล้านนาและชาติพันธุ์กว่า 17 ชาติพันธุ์
         • ผลิตภัณฑ์ชุมชน และไม้ดอกไม้ประดับหลากหลายสายพันธุ์

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อบจ.เชียงราย
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อบจ.เชียงราย

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 เที่ยวช่วงไหนดี

          งานจะจัดขึ้นในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นเวลาที่เชียงรายมีอากาศเย็นสบายที่สุด ดอกไม้กำลังบานสะพรั่ง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการท่องเที่ยวพักผ่อนและสัมผัสเสน่ห์ของเมืองเหนืออย่างแท้จริง

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อบจ.เชียงราย
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อบจ.เชียงราย
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อบจ.เชียงราย
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อบจ.เชียงราย

 งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 ชวนคุณมาเก็บภาพประทับใจ เพลิดเพลินกับบรรยากาศสดชื่น และสัมผัสมนต์เสน่ห์ของเชียงรายในฤดูหนาวก่อนจากลา ^ ^ (สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อบจ.เชียงราย โทรศัพท์ 0 5317 5333)

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

ที่มา : https://travel.kapook.com/view296424.html

เที่ยวดีมีคืน 2568 สรุปเงื่อนไขท่องเที่ยวลดหย่อนภาษีที่ต้องรู้ พร้อมเช็กชื่อเมืองรองมีจังหวัดไหนบ้าง

เที่ยวดีมีคืน 2568 เมืองหลัก-เมืองรองลดหย่อนภาษีได้เท่าไร ครอบคลุมร้านอาหารไหม ต้องลงทะเบียนหรือไม่ มาเปิดรายละเอียดโครงการเที่ยวลดหย่อนภาษี 2568

เที่ยวดีมีคืน 2568 เมืองหลัก-เมืองรองลดหย่อนภาษีได้

กลับมาอีกครั้งกับโครงการเที่ยวไทยลดหย่อนภาษี ภายใต้ชื่อ “เที่ยวดีมีคืน 2568” ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ มาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้เช่นเคย อย่างไรก็ตาม ในรอบนี้ เงื่อนไขของโครงการมีรายละเอียดที่แตกต่างจากครั้งก่อน ๆ จึงควรศึกษาให้เข้าใจก่อนใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 2568 และมาตรวจสอบกันว่า เมืองรองมีจังหวัดอะไรบ้าง

เที่ยวดีมีคืน คืออะไร เริ่มวันไหน

เที่ยวดีมีคืน คือโครงการท่องเที่ยวลดหย่อนภาษี ที่ให้ประชาชนและนิติบุคคลสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวในประเทศไทย ในช่วงวันที่ 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568 มายื่นใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 2568  

เที่ยวดีมีคืน 2568 ใครใช้สิทธิได้บ้าง

  • บุคคลธรรมดาที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปี 2568
  • นิติบุคคล เช่น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

เที่ยวดีมีคืน 2568 ใช้ลดหย่อนภาษีปีไหน

          สามารถใช้ลดหย่อนภาษีปีนี้ (2568) โดยยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2569

เที่ยวดีมีคืน 2568 ลดหย่อนภาษีได้เท่าไร

เที่ยวดีมีคืน

สำหรับบุคคลธรรมดา

  • เที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัด และบางอำเภอของเมืองหลัก ลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า
  • เที่ยวเมืองหลัก ลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า

          โดยนำค่าใช้จ่ายตามที่จ่ายจริงมาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ

  • 10,000 บาทแรก ใช้ได้ทั้งใบกำกับภาษีทั้งแบบกระดาษและแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice)
  • 10,000 บาทหลัง ใช้หลักฐานแบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น (e-Tax Invoice)

ตัวอย่าง

  • เที่ยวเมืองรอง จ่าย 20,000 บาท สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า คือ 30,000 บาท
  • เที่ยวเมืองหลัก จ่าย 20,000 บาท สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า คือ 20,000 บาท

สำหรับนิติบุคคล เช่น บริษัท ห้าง ร้าน

          สามารถนำค่าใช้จ่ายจากการจัดอบรมสัมมนาในประเทศ เช่น ค่าห้องสัมมนา ค่าห้องพัก ค่าขนส่ง มาหักรายจ่ายตามที่จ่ายจริงได้ สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท ดังนี้

  • เมืองรอง 2 เท่า
  • เมืองหลัก 1.5 เท่า 

          จุดสำคัญสำหรับนิติบุคคลคือ ต้องใช้ใบกำกับภาษีแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) เท่านั้น ยกเว้นค่าขนส่งสามารถใช้ใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) ได้

ตัวอย่าง

  • ค่าใช้จ่ายจากการจัดสัมมนาในเมืองรอง 20,000 บาท สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า คือ 40,000 บาท
  • ค่าใช้จ่ายจากการจัดสัมมนาในเมืองหลัก 20,000 บาท สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า คือ 30,000 บาท

เที่ยวดีมีคืน 2568 
ใช้กับโรงแรม-ร้านอาหารได้ไหม

เที่ยวดีมีคืน

สำหรับบุคคลธรรมดา

ค่าใช้จ่ายที่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้คือ 

  • ค่าที่พักโรงแรม รีสอร์ท 
  • ค่าที่พักโฮมสเตย์ที่ได้รับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย ตรวจสอบรายชื่อได้ที่ dot.go.th    
  • สถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
  • ค่าบริการของร้านอาหาร ได้แก่ ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม รวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และค่าบริการ Service Charge 

         โดยต้องเป็นผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เท่านั้น และสามารถออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปได้

สำหรับนิติบุคคล

ค่าใช้จ่ายที่ใช้สิทธิได้ ประกอบด้วย 

  • ค่าใช้จ่ายห้องสัมมนา ค่าห้องพัก 
  • ค่าขนส่ง 
  • รายจ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการอบรมสัมมนาภายในประเทศที่จัดให้แก่ลูกจ้าง 
  • ค่าบริการของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว

          ทั้งนี้ หากจัดอบรมสัมมนาทั้งในเมืองหลักและเมืองรองในครั้งเดียวกัน ให้หักรายจ่ายที่สามารถแยกได้โดยชัดแจ้งว่าเกิดขึ้นในท้องที่ใด แต่ถ้าไม่สามารถแยกได้ ให้นำมาหักรายจ่ายได้ 1.5 เท่าของรายจ่ายตามที่จ่ายจริง

เมืองรองมีจังหวัดไหนบ้าง

          จังหวัดเมืองรองที่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้มากกว่าเมืองหลัก ประกอบด้วย 55 จังหวัด และบางพื้นที่ของเมืองหลัก 15 จังหวัด ดังนี้

 เที่ยวดีมีคืน 2568

ภาคเหนือ

  • เมืองรอง : เชียงราย, น่าน, พะเยา, แพร่, ลำปาง, ลำพูน, อุตรดิตถ์, แม่ฮ่องสอน, พิษณุโลก, พิจิตร, ตาก, เพชรบูรณ์, นครสวรรค์, สุโขทัย, กำแพงเพชร และอุทัยธานี
  • บางพื้นที่ของเมืองหลัก ได้แก่
    • เชียงใหม่ : อำเภอกัลยาณิวัฒนา, อำเภอไชยปราการ, อำเภอดอยเต่า, อำเภอดอยสะเก็ด, อำเภอดอยหล่อ, อำเภอพร้าว, อำเภอแม่แจ่ม, อำเภอแม่แตง, อำเภอแม่วาง, อำเภอแม่อาย, อำเภอเวียงแหง, อำเภอสะเมิง, อำเภอสันทราย, อำเภอสันป่าตอง, อำเภอสารภี, อำเภออมก๋อย และอำเภอฮอด

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

  • เมืองรอง : กาฬสินธุ์, ชัยภูมิ, นครพนม, บุรีรัมย์, บึงกาฬ, มหาสารคาม, มุกดาหาร, ยโสธร, ร้อยเอ็ด, ศรีสะเกษ, สกลนคร, สุรินทร์, หนองคาย, หนองบัวลำภู, อำนาจเจริญ, อุดรธานี, อุบลราชธานี และเลย
  • บางพื้นที่ของเมืองหลัก ได้แก่
    • ขอนแก่น : อำเภอกระนวน, อำเภอเขาสวนกวาง, อำเภอโคกโพธิ์ไชย, อำเภอชนบท, อำเภอชุมแพ, อำเภอซำสูง, อำเภอน้ำพอง, อำเภอโนนศิลา, อำเภอบ้านไผ่, อำเภอบ้านฝาง, อำเภอบ้านแฮด, อำเภอเปือยน้อย, อำเภอพระยืน, อำเภอพล, อำเภอภูผาม่าน, อำเภอภูเวียง, อำเภอมัญจาคีรี, อำเภอเวียงเก่า, อำเภอแวงน้อย, อำเภอแวงใหญ่, อำเภอสีชมพู, อำเภอหนองนาคำ, อำเภอหนองเรือ, อำเภอหนองสองห้อง และอำเภออุบลรัตน์
    • นครราชสีมา : อำเภอแก้งสนามนาง, อำเภอขามทะเลสอ, อำเภอขามสะแกแสง, อำเภอคง, อำเภอครบุรี, อำเภอจักราช, อำเภอเฉลิมพระเกียรติ, อำเภอชุมพวง, อำเภอโชคชัย, อำเภอด่านขุนทด, อำเภอเทพารักษ์, อำเภอโนนแดง, อำเภอโนนไทย, อำเภอโนนสูง, อำเภอบัวลาย, อำเภอบัวใหญ่, อำเภอบ้านเหลื่อม, อำเภอประทาย, อำเภอปักธงชัย, อำเภอพระทองคำ, อำเภอพิมาย, อำเภอเมืองยาง, อำเภอลำทะเมนชัย, อำเภอวังน้ำเขียว, อำเภอสีคิ้ว, อำเภอสีดา, อำเภอสูงเนิน, อำเภอเสิงสาง, อำเภอหนองบุญมาก และอำเภอห้วยแถลง

ภาคกลาง และภาคตะวันตก

  • เมืองรอง : ชัยนาท, ราชบุรี, ลพบุรี, สมุทรสงคราม, สิงห์บุรี, สุพรรณบุรี และอ่างทอง  
  • บางพื้นที่ของเมืองหลัก ได้แก่
    • กาญจนบุรี : อำเภอด่านมะขามเตี้ย อำเภอท่าม่วง อำเภอท่ามะกา อำเภอบ่อพลอย อำเภอพนมทวน อำเภอเลาขวัญ อำเภอหนองปรือ และอำเภอห้วยกระเจา 
    • ประจวบคีรีขันธ์ : อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์, อำเภอกุยบุรี, อำเภอทับสะแก, อำเภอบางสะพาน และอำเภอบางสะพานน้อย
    • เพชรบุรี : อำเภอบ้านลาด และอำเภอหนองหญ้าปล้อง
    • พระนครศรีอยุธยา : อำเภอท่าเรือ, อำเภอนครหลวง, อำเภอบางซ้าย, อำเภอบางบาล, อำเภอบางปะหัน, อำเภอบ้านแพรก, อำเภอผักไห่, อำเภอภาชี, อำเภอมหาราช, อำเภอลาดบัวหลวง, อำเภอวังน้อย, อำเภอเสนา, อำเภออุทัย
    • สระบุรี : อำเภอแก่งคอย, อำเภอเฉลิมพระเกียรติ, อำเภอดอนพุด, อำเภอบ้านหมอ, อำเภอวังม่วง, อำเภอวิหารแดง, อำเภอหนองแค, อำเภอหนองแซง และอำเภอหนองโดน

ภาคตะวันออก

  • เมืองรอง : ตราด, จันทบุรี, นครนายก, ปราจีนบุรี และสระแก้ว 
  • บางพื้นที่ของเมืองหลัก ได้แก่
    • ฉะเชิงเทรา : อำเภอคลองเขื่อน อำเภอท่าตะเกียบ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว อำเภอแปลงยาว อำเภอราชสาส์น และอำเภอสนามชัยเขต
    • ชลบุรี : อำเภอเกาะจันทร์ อำเภอบ่อทอง อำเภอบ้านบึง อำเภอพนัสนิคม อำเภอพานทอง และอำเภอหนองใหญ่
    • ระยอง : อำเภอเขาชะเมา, อำเภอนิคมพัฒนา, อำเภอบ้านค่าย, อำเภอบ้านฉาง, อำเภอปลวกแดง และอำเภอวังจันทร์

ภาคใต้

  • เมืองรอง : ชุมพร, ตรัง, นครศรีธรรมราช, นราธิวาส, ปัตตานี, พัทลุง, ระนอง, สตูล และยะลา 
  • บางพื้นที่ของเมืองหลัก ได้แก่
    • กระบี่ : อำเภอเขาพนม อำเภอปลายพระยา และอำเภอลำทับ 
    • พังงา : อำเภอเมืองพังงา, อำเภอกะปง, อำเภอคุระบุรี, อำเภอทับปุด, อำเภอท้ายเหมือง, อำเภอเกาะยาว และอำเภอตะกั่วทุ่ง
    • สงขลา : อำเภอเมืองสงขลา, อำเภอกระแสสินธุ์, อำเภอคลองหอยโข่ง, อำเภอควนเนียง, อำเภอจะนะ, อำเภอเทพา, อำเภอนาทวี, อำเภอนาหม่อม, อำเภอบางกล่ำ, อำเภอระโนด, อำเภอรัตภูมิ, อำเภอสทิงพระ, อำเภอสะเดา, อำเภอสะบ้าย้อย และอำเภอสิงหนคร
    • สุราษฎร์ธานี : อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี, อำเภอกาญจนดิษฐ์, อำเภอคีรีรัฐนิคม, อำเภอเคียนซา, อำเภอชัยบุรี, อำเภอไชยา, อำเภอดอนสัก, อำเภอท่าฉาง, อำเภอท่าชนะ, อำเภอบ้านนาเดิม, อำเภอบ้านนาสาร, อำเภอพระแสง, อำเภอพุนพิน, อำเภอวิภาวดี และอำเภอเวียงสระ

เที่ยวดีมีคืน 2568 ต้องลงทะเบียนไหม

         โครงการนี้ไม่ต้องลงทะเบียนใด ๆ หากใครต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวแล้วขอใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปจากโรงแรม หรือร้านอาหารที่ไปใช้บริการมาได้เลย โดยใช้ได้ทั้งแบบกระดาษ (เฉพาะ 10,000 บาทแรก) และแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ใช้ได้ 20,000 บาท)

ลดหย่อนภาษีท่องเที่ยว
ใช้หลักฐานอะไรบ้าง 

  • ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปที่ระบุชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวประชาชนของผู้มีเงินได้ ระบุวัน เดือน ปีที่เข้าพักหรือรับบริการจากร้านอาหาร และจังหวัดที่พักหรือร้านอาหารตั้งอยู่ 
  • สามารถใช้ได้ทั้งแบบกระดาษ (เฉพาะ 10,000 บาทแรก) และแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ใช้ได้ทั้ง 10,000 บาทแรก และ 10,000 บาทหลัง)

          โดยนำมาใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นภาษี 2568 ในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2569 ทั้งนี้ หากเป็นใบกำกับภาษีแบบอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลจะปรากฏในระบบของกรมสรรพากรโดยไม่ต้องแนบเอกสารหลักฐาน

ลดหย่อนภาษีท่องเที่ยวไทย
ได้เงินคืนเท่าไหร่

          เที่ยวดีมีคืน 2568 สำหรับบุคคลธรรมดาสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท (เมืองหลัก 1 เท่า) และ 30,000 บาท (เมืองรอง 1.5 เท่า) ซึ่งถ้าอยากรู้ว่าเราจะได้เงินคืนเท่าไหร่ ต้องนำมาคำนวณตามอัตราภาษีที่ต้องจ่ายอีกที ดังนี้ 

เที่ยวดีมีคืน

   หมายความว่าจะได้รับเงินภาษีคืนเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับฐานภาษีของตัวเอง เช่น ถ้ามีฐานภาษี 5% หากใช้จ่ายท่องเที่ยวเมืองรอง 20,000 บาท จะสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า คือ 30,000 บาท ดังนั้นจะได้เงินภาษีคืน 1,500 บาท

          ต่างจากคนที่มีฐานภาษี 35% หากไปเที่ยวเมืองรองแล้วใช้จ่ายสูงสุด 20,000 บาท ก็จะได้เงินคืนภาษีสูงสุด 10,500 บาทเลยทีเดียว

รวมคำถามเที่ยวดีมีคืน 2568

เที่ยวดีมีคืน

เที่ยวดีมีคืนใช้จังหวัดตัวเองได้ไหม

          จากเงื่อนไขที่ระบุไว้ไม่ได้กำหนดว่าห้ามใช้สิทธิในจังหวัดที่ตรงกับทะเบียนบ้าน ดังนั้นจึงสามารถใช้สิทธิในจังหวัดของตัวเองได้

ถ้าเที่ยวหลายจังหวัดทั้งเมืองหลัก เมืองรอง จะคำนวณอย่างไร

สมมติว่านาย A ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาได้เดินทางไปหลายจังหวัด ในช่วงวันที่ 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568 ดังนี้

          1. พักในโรงแรมของเมืองรอง 6,000 บาท ได้รับใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบกระดาษ
          2. ค่าอาหารในเมืองรอง 4,000 บาท ได้รับใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
          3. พักในโรงแรมของเมืองหลัก 5,000 บาท ได้รับใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบกระดาษ
          4. พักในโรงแรมของเมืองหลัก 7,000 บาท ได้รับใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์

          สามารถคำนวณแยกได้ดังนี้

ส่วนที่ 1 ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปในรูปแบบกระดาษ 10,000 บาทแรก

  • คือข้อ 1+ข้อ 3 เท่ากับ 6,000+5,000 = 11,000 บาท แต่แบบกระดาษหักภาษีได้เพียง 10,000 บาทเท่านั้น จึงต้องหักออก 1,000 บาทจากข้อ 3 เหลือ 4,000 บาท
  • ดังนั้นเหลือวงเงินมาคำนวณคือ ข้อ 1 เมืองรอง 6,000 บาท (1.5 เท่า) และข้อ 3 เมืองหลัก 4,000 บาท (1 เท่า) รวมเป็น (6,000*1.5)+(4,000*1) = 13,000 บาท

ส่วนที่ 2 ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (10,000 บาทหลัง)

  • คือข้อ 2+ข้อ 4 เท่ากับ 4,000+7,000 บาท = 11,000 บาท มีส่วนเกินมา 1,000 บาท จึงหักออกจากข้อ 4 เหลือ 6,000 บาท 
  • ดังนั้นเหลือวงเงินมาคำนวณคือ ข้อ 2 เมืองรอง 4,000 บาท (1.5 เท่า) และข้อ 4 เมืองหลัก 6,000 บาท (1 เท่า) รวมเป็น (4,000*1.5)+(6,000*1) = 12,000 บาท

          รวมทั้งสองส่วน สามารถลดหย่อนภาษีได้ 13,000+12,000 = 25,000 บาท

ค่าเครื่องดื่มแอลกอฮฮล์ เช่น สุรา เบียร์ ไวน์ นำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ไหม

          สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้เหมือนค่าอาหารและเครื่องดื่มประเภทอื่น ๆ โดยร้านอาหารนั้นต้องจดทะเบียน VAT และออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปได้

ร้านอาหารต้องอยู่ในโรงแรมที่พักหรือไม่

          ไม่จำเป็น สามารถรับประทานอาหารร้านใดก็ได้ที่อยู่ในระบบ VAT และออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปได้

ไม่พักโรงแรม แต่กินร้านอาหารในโรงแรมได้ไหม

        สามารถใช้สิทธิได้ หากร้านอาหารสามารถออกใบกำกับภาษีได้

ตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการที่ออก e-TAX ได้อย่างไร

          เข้าไปที่เว็บไซต์กรมสรรพากร etax.rd.go.th แล้วกรอกชื่อผู้ประกอบการหรือสถานประกอบการเพื่อค้นหา

          ใครที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและตั้งใจจะไปเที่ยวหน้าหนาวอยู่แล้ว แนะนำให้ศึกษาโครงการเที่ยวดีมีคืน 2568 เพื่อจะใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 2568 ที่จะยื่นแบบในต้นปี 2569 ได้อย่างถูกต้อง ไม่ผิดเงื่อนไข

ที่มา https://money.kapook.com/view296033.html

ผบ.ฉก.นย.ตราด ไม่สน BHQ ประชิดชายแดน

ผบ.ฉก.นย.ตราด ไม่สนกัมพูชาส่ง BHQ ประชิดชายแดน! ยืนยันเตรียมพร้อมรับมือขั้นสูงสุด ไม่หวั่นไหวต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น น.อ.ธรรมนูญ วรรณา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด เผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่ากัมพูชาส่งหน่วยรบพิเศษ BHQ ประชิดชายแดนตราดว่า เป็นเรื่องปกติทางการทหาร และไม่ได้สร้างความกังวลให้กับหน่วยงานแต่อย่างใด

จากกรณีที่คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) เดินทางไปยังบ้านทมอดา ประเทศกัมพูชา และมีรายงานเสียงคล้ายปืนดังขึ้น น.อ.ธรรมนูญ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการสร้างสถานการณ์จากฝ่ายกัมพูชา โดยเสียงที่ได้ยินเป็นเพียงประทัดเท่านั้น และตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของ AOT ว่าอาจมีการแอบอ้างหรือมีการแต่งกายเลียนแบบเพื่อสร้างความเข้าใจผิด

ผบ.ฉก.นย.ตราด ไม่สนกัมพูชาส่ง BHQ ประชิดชายแดน

ต่อข้อซักถามถึงกระแสข่าวการเคลื่อนกำลังหน่วยรบพิเศษ BHQ ของกัมพูชามายังชายแดนตราด น.อ.ธรรมนูญ ตอบว่า เป็นเรื่องปกติในพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง และเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมพร้อมทางทหาร อย่างไรก็ตาม ฉก.นย.ตราด ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และได้เตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดเพื่อรับมือกับทุกสถานการณ์

“เราไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้น” น.อ.ธรรมนูญ กล่าวอย่างหนักแน่น “ฉก.นย.ตราด เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ตลอดเวลา”

นอกจากนี้ น.อ.ธรรมนูญ ยังได้กล่าวถึงกรณีที่มีผู้ปกครองทหารเกณฑ์สอบถามถึงการส่งบุตรชายที่เพิ่งฝึกได้ 2 เดือนไปปฏิบัติงานที่ชายแดนว่า ทหารที่ผ่านการฝึกเบื้องต้นสามารถปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนได้ แต่จะอยู่ในส่วนสนับสนุน ไม่ได้ประจำการในแนวหน้า และการมอบหมายงานจะพิจารณาตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

การเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ชายแดนของ ฉก.นย.ตราด

สถานการณ์ชายแดนเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การที่ ผบ.ฉก.นย.ตราด ไม่สนกัมพูชาส่ง BHQ ประชิดชายแดน แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในศักยภาพและความพร้อมของหน่วยงานในการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ แม้ว่าจะมีกระแสข่าวหรือสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความตึงเครียด แต่การมีสติและความรอบคอบในการประเมินสถานการณ์เป็นสิ่งสำคัญ

  • การเตรียมความพร้อมทางด้านกำลังพลและยุทโธปกรณ์
  • การเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด
  • การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • การสร้างความเข้าใจและความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรักษาความสงบและความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน เพื่อให้ประชาชนสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข การที่ ผบ.ฉก.นย.ตราด ไม่สนกัมพูชาส่ง BHQ ประชิดชายแดน และยืนยันความพร้อมในการรับมือกับทุกสถานการณ์ ทำให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าจะมีผู้ที่คอยดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งหรือการกระทบกระทั่งที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง การเจรจาและการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด

ถึงแม้ว่าสถานการณ์ชายแดนอาจมีความไม่แน่นอน แต่ด้วยความพร้อมและความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย เราเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะสามารถรักษาอธิปไตยและความสงบสุขของชาติไว้ได้

ที่มา – ผบ.ฉก.นย.ตราด ไม่สนกัมพูชาส่ง BHQ ประชิดชายแดน ยันเตรียมการพร้อมรับมือขั้นสุด

น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี เดินป่าชมน้ำตกสวย ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ เอาใจสายลุย

  น้ำตกโกรกอีดก ที่เที่ยวสระบุรี ชวนไปเที่ยวเดินป่า ศึกษาเส้นทางธรรมชาติ ตามล่าหาเห็ดแชมเปญสีส้ม ชมความงามของน้ำตกโกรกอีดก ใครเป็นสายแอดเวนเจอร์ต้องไม่พลาด

 จังหวัดสระบุรี นับเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางของประเทศไทย มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม พวกวัดวาอารามต่าง ๆ รวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติอย่างน้ำตกที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นก็คือ น้ำตกโกรกอีดก น้ำตกที่สวยและสูงอีกแห่งหนึ่งในภาคกลาง ถือเป็นที่เที่ยวสุด Unseen ของจังหวัดสระบุรี ที่รอให้นักท่องเที่ยวสายลุยได้บุกป่าฝ่าดงไปสัมผัสกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ น้ำตกโกรกอีดก สถานที่ท่องเที่ยวสระบุรีให้มากขึ้นกัน

น้ำตกโกรกอีดก สระบุรี

น้ำตกโกรกอีดก ตั้งอยู่ที่ไหน

          น้ำตกโกรกอีดก ตั้งอยู่ที่ตำบลชะอม อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ในพื้นที่การดูแลของศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า และมีสถานที่เที่ยวใกล้เคียงให้นักท่องเที่ยวได้แวะไปเช็กอินกันต่ออีกด้วย เช่น น้ำตกหินดาด, น้ำตกเขาแคบ, น้ำตกโกรกฝาผนัง และน้ำตกซับป่าว่าน เป็นต้น

น้ำตกโกรกอีดก ชื่อนี้มีที่มาอย่างไร

 น้ำตกโกรกอีดก มาจากภาษาชาวบ้านที่เรียกกันตามลักษณะภูมิศาสตร์โดยรอบ ซึ่งรายล้อมไปด้วยเทือกเขามากมาย โดยคำว่า โกรก แปลว่า ภูเขา และ ดก แปลว่า เยอะ จึงเป็นที่มาของชื่อ โกรกอีดก นั่นเอง

ระยะทางการเดินไปยังน้ำตกโกรกอีดก

 เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกโกรกอีดก จะเป็นเส้นทางเดินเท้าเข้าไปกลางป่าลึก ระยะทางกว่า 8 กิโลเมตร เป็นระยะทางไป 4 กิโลเมตร และกลับอีก 4 กิโลเมตร ไม่มีเส้นทางที่ชัดเจน ดังนั้นใครที่ต้องการเข้าไปเที่ยวชมน้ำตก จึงต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคดให้นำทางเข้าไป โดยสภาพเส้นทางมีความเป็นธรรมชาติมาก ต้องผ่านป่า ผ่านลำธาร ซึ่งเส้นทางบางช่วงค่อนข้างอันตราย กระแสน้ำบางจุดก็ค่อนข้างเชี่ยว ในช่วงชั้นที่ 5 ถึงชั้นที่ 7 ทางเดินจะค่อนข้างแคบและชันมาก ต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินเป็นอย่างมาก

พืชพรรณในน้ำตกโกรกอีดก

         ระหว่างทางเดินขึ้นไปยังน้ำตกโกรกอีดก ยังเต็มไปด้วยพืชพรรณนานาชนิด ทั้งมอสส์ เฟิร์น ต้นกะเหรี่ยงยักษ์ที่มีขนาดใหญ่มาก และเห็ดหาชมได้ยากอย่าง เห็ดแชมเปญ ที่จะขึ้นเป็นจำนวนมากเต็มสองข้างทางเฉพาะบริเวณป่าที่มีความชื้นสูง โดยจะมีรูปร่างคล้ายถ้วยแชมเปญ สีส้มสดใส ให้นักท่องเที่ยวได้แวะชมความสวยงามกันตลอดเส้นทาง

น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี
น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี

ไฮไลต์ของน้ำตกโกรกอีดก

         น้ำตกโกรกอีดก เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูง มีทั้งหมด 7 ชั้น โดยมีความสูงอยู่ที่ 350 เมตร มีน้ำตลอดทั้งปี และช่วงเวลาที่เหมาะจะมาท่องเที่ยวที่นี่คือ ช่วงเดือนมิถุนายนไปจนถึงเดือนกันยายน เนื่องจากในฤดูฝนจะมีปริมาณน้ำเยอะไหลเต็มหน้าผา เป็นภาพที่ดูงดงามตระการตาหาชมได้ยาก

น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี
น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี

ที่พักของน้ำตกโกรกอีดก

 นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางไปเที่ยวน้ำตกโกรกอีดก มักจะเดินทางไป-กลับ หรือไปพักกางเต็นท์ที่ศูนย์ธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า ก่อนขึ้นน้ำตกวันรุ่งขึ้น เนื่องจากมีพื้นที่กว้างขวางสำหรับกางเต็นท์พักแรม ทั้งยังอยู่ใกล้กับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ บรรยากาศดีและใกล้ชิดธรรมชาติมาก

สิ่งที่ต้องเตรียมไปพิชิตน้ำตกโกรกอีดก

  • เสื้อผ้า ที่เหมาะกับการเดินป่า มีความคล่องตัว และป้องกันร่างกายได้ดี เช่น กางเกงขายาว หรือกางเกงสามส่วน และเสื้อแขนยาวพร้อมเปียกน้ำ เนื่องจากระหว่างทางต้องผ่านลำธาร มีกิ่งไม้ หินกรวด และแมลงเยอะ 
  • รองเท้า เลือกใส่แบบหุ้มส้นและเปียกน้ำได้ ไม่แนะนำให้ใส่รองเท้าแตะ เพราะเส้นทางไปยังน้ำตกค่อนข้างลื่นและเต็มไปด้วยหินคม
  • อาหารและน้ำดื่ม ควรเติมพลังสำหรับมื้อเช้ามาให้พร้อม และเตรียมอาหารกับน้ำดื่มสำหรับมื้อเที่ยงไปด้วย เพราะต้องใช้เวลาเดินเท้าไปยังน้ำตกประมาณ 4-5 ชั่วโมงเลยทีเดียว
  • ยาสำหรับทาแผล เนื่องจากทางเดินไปยังน้ำตกเป็นเส้นทางธรรมชาติที่มีความลื่นชัน หินคม และมีแมลง

การเข้าชมน้ำตกโกรกอีดก 2568

          สำหรับใครที่สนใจจะไปพิชิตน้ำตกโกรกอีดก ต้องติดต่อจองคิวผ่านทางเฟซบุ๊ก วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ชะอม ซึ่งมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละวัน สำหรับปี 2568 เปิดให้จองได้ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ผ่าน Google Form (ลิงก์จะปักหมุดไว้ในเฟซบุ๊ก วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ชะอม)

ขั้นตอนการลงทะเบียน

  • เข้า LINK หรือ SCAN QR CODE ไปที่ Google Form
  • กรอกข้อมูลส่วนตัว (1 คน / ฟอร์ม) เพื่อใช้ทำประกันชีวิต ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล, หมายเลขบัตรประชาชน, วันเดือนปีเกิด และเบอร์โทรศัพท์
  • เลือกวันที่ต้องการขึ้นน้ำตก
  • โอนเงิน เข้าบัญชี : ธนาคารกรุงไทย ต้องชื่อกลุ่มเท่านั้น, ชื่อบัญชี: วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ชะอม
  • แนบสลิปการโอนเงิน
  • อ่านและยอมรับระเบียบและข้อปฏิบัติ

ค่าบริการ

         กรณีลงทะเบียนจอง
          • คนไทย : 300 บาท / คน
          • ชาวต่างชาติ : 660 บาท / คน

         กรณี walk in (รับไม่เกิน 08.00 น.)
         • คนไทย : 350 บาท / คน
         • ชาวต่างชาติ : 700 บาท / คน

         *** เงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงวันจอง

  • เปลี่ยนวันได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น
  • ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันก่อนวันขึ้นน้ำตก
  • หากเลยกำหนด จะไม่สามารถคืนเงินหรือเปลี่ยนวันได้ทุกกรณี

การเดินทางไปยังน้ำตกโกรกอีดก

          การเดินทางมาเที่ยวที่นี่สามารถเดินทางได้หลายวิธี เช่น

  • รถยนต์ส่วนบุคคล เดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งสู่จังหวัดสระบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) จากนั้นให้เลี้ยวไปทางถนนหมายเลข 2 (เส้นมิตรภาพ) ขับตรงไปแล้วกลับรถตรงสวนมิ่งมงคล และให้ขับไปตามป้าย ทางไปไม่ยากเพราะมีเส้นทางหลักทางเดียว เป็นเส้นทางลาดยางอย่างดี มุ่งหน้าสู่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ น้ำตกเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า ระยะทางประมาณ 26 กิโลเมตร และต้องเดินทางต่อไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร เพื่อไปยังจุดเริ่มเดินของน้ำตกโกรกอีดก
  • ขนส่งสาธารณะ นั่งรถโดยสารสายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ผ่านเมืองสระบุรี ลงรถที่หน้าวัดทับกวาง หรือศูนย์โยเร ข้ามสะพานลอยมาฝั่งขวามือ เพื่อนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างเข้ามาระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร จะมาถึงที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ น้ำตกเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า และต้องเดินทางต่อไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร เพื่อไปยังจุดเริ่มเดินของน้ำตกโกรกอีดก
น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี

ช่องทางการติดต่อวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ชะอม

น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี

สำหรับใครที่อยากไปเที่ยวสระบุรีน้ำตกโกรกอีดกก็เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวน่าสนใจ เพราะมีทั้งธรรมชาติสวยงาม น้ำตกสูงตระการตา และพืชพรรณนานาชนิด เหมาะกับสายลุยเดินป่า ปีนเขา วันหยุดยาวนี้ใครยังไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหน หรือกำลังมองหากิจกรรมสุดแอดเวนเจอร์ ลองไปตามรอยเที่ยวกันได้เลย

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระบุรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ชะอม

ที่มา: https://travel.kapook.com/view261533.html

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568 ชวนออกเดินทาง สัมผัสอากาศเย็นและธรรมชาติทั่วไทย

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568 อากาศเย็นสบายกำลังดี เหมาะกับการออกเดินทางสัมผัสหมอกยามเช้าและวิวสวยทั่วไทย ไม่ว่าจะขึ้นเหนือ ชมทะเลหมอก หรือไปใต้รับลมทะเล

Learn more

          ลมหนาวปลายปีเริ่มพัดมาอีกครั้ง ชวนให้อยากออกเดินทางไปสัมผัสอากาศเย็น ทะเลหมอก และบรรยากาศสุดโรแมนติกที่มีเพียงฤดูกาลนี้เท่านั้นจะมอบให้ หน้าหนาว 2568 นี้ เตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม แล้วออกไปค้นหาความสวยงามของธรรมชาติ วิวหลักล้าน และเสน่ห์ของเมืองไทยในมุมที่คุณอาจยังไม่เคยเห็นกันเถอะ ว่าแต่จะมีที่เที่ยวหน้าหนาว 2568 ที่ไหนน่าสนใจและอยากแนะนำบ้างนั้น รวมรวมลิสต์ไว้ให้แล้ว

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568

1. ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

          ดอยอินทนนท์ จุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสอากาศหนาวจัด โดยเฉพาะบนยอดดอยที่อุณหภูมิอาจลดลงจนเกิดเหมยขาบ (น้ำค้างแข็ง) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาชมความงามของธรรมชาติยามเช้าตรู่ และไม่ควรพลาดการเดินศึกษาธรรมชาติที่ เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ที่มักจะเปิดให้เข้าชมในช่วงนี้ (สำหรับปี 2568 กิ่วแม่ปานเปิดให้เข้าเที่ยวชมตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 – 31 พฤษภาคม 2569) หรือจะสักการะพระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ซึ่งมีสวนดอกไม้เมืองหนาวที่บานสะพรั่งรอบบริเวณ พร้อมกับชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามตระการตาจากจุดสูงสุดของประเทศ ก็ประทับใจไม่แพ้กัน

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568

2. อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน

          หนึ่งในจุดหมายยอดฮิตของนักท่องเที่ยวในช่วงหน้าหนาวที่อยากสัมผัสทะเลหมอกและอากาศเย็นแบบใกล้ชิดธรรมชาติ ไฮไลต์อยู่ที่จุดชมวิวดอยกิ่วลม ซึ่งสามารถมองเห็นทะเลหมอกขาวโอบล้อมเทือกเขาและยอดดอยเชียงดาวได้อย่างสวยงามในยามเช้า ส่วนตอนกลางวันก็เหมาะแก่การเดินชมสวนไม้ดอกเมืองหนาว หรือนั่งจิบกาแฟชมวิวในโซนกางเต็นท์ที่มองเห็นวิวภูเขาสุดอลังการ ใครที่อยากหนีความวุ่นวาย มาสูดอากาศบริสุทธิ์และเก็บภาพความประทับใจของฤดูหนาวเหนือ แนะนำให้ปักหมุดห้วยน้ำดังไว้ในลิสต์ทริปปีนี้ได้เลย

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568

3. ดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย

          อยากสัมผัสเสน่ห์ของขุนเขาและวัฒนธรรมจีนยูนนานท่ามกลางอากาศเย็นสบาย แนะนำให้มาเที่ยวดอยแม่สลอง ฟินกับทะเลหมอกยามเช้าที่โอบล้อมหมู่บ้านสันติคีรี ชมไร่ชาที่ปลูกเรียงลดหลั่นตามไหล่เขา และลิ้มรสชาอู่หลงรสละมุนชื่อดังของดอยแม่สลอง พร้อมอิ่มอร่อยกับอาหารพื้นเมืองสไตล์จีนยูนนานแท้ ๆ เช่น ขาหมูหมั่นโถว และเกี๊ยวน้ำ นอกจากนี้ยังมีที่พักบรรยากาศสงบพร้อมวิวภูเขาสุดโรแมนติก เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติและหมอกหนาวในฤดูกาลที่สวยที่สุดของปี

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568
  • ที่อยู่ : ตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

4. อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง

          ชวนเที่ยวอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนช่วงหน้าหนาว เติมฟีลกับไฮไลต์บ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน ไอร้อนที่ลอยขึ้นกระทบกับอากาศเย็นในช่วงเช้าตรู่ จะก่อให้เกิดภาพหมอกขาวนวลปกคลุมทั่วบริเวณ ต้มไข่ออนเซ็น ท่ามกลางธรรมชาติ นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถเลือกผ่อนคลายด้วยการอาบน้ำแร่ เพื่อสุขภาพในห้องอาบน้ำส่วนตัวหรือบ่อรวม หรือจะเดินเล่นตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ไปยังน้ำตกแจ้ซ้อน ที่มีน้ำใสไหลเย็นตลอดปี ท่ามกลางป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้แจ้ซ้อนเป็นแหล่งพักผ่อนที่ลงตัวสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความสดชื่น ผ่อนคลาย และหลีกหนีความวุ่นวายในช่วงฤดูหนาว

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568

5. แพะเมืองผี จังหวัดแพร่

          ที่เที่ยวธรรมชาติชวนอันซีน บอกเลยว่าหน้าหนาวนี่แหละ ช่วยให้การเดินสำรวจพื้นที่เป็นไปอย่างเพลิดเพลินยิ่งขึ้น ตื่นตาตื่นใจกับความมหัศจรรย์ของเสาดินทรายรูปร่างแปลกตา ที่ถูกกัดเซาะโดยธรรมชาติมานานนับล้านปี จนเกิดเป็นแท่งและรูปร่างคล้ายสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ตามจินตนาการ ซึ่งเป็นฉากหลังที่ยิ่งใหญ่สำหรับการถ่ายภาพที่ไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะสั้น ให้เดินชมความงามของป่าที่รายรอบ และขึ้นไปชมทัศนียภาพอันกว้างไกลของบริเวณแพะเมืองผีได้จาก จุดชมวิวผาผ่อแล ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาที่น่าค้นหา และควรค่าแก่การมาเยือนในช่วงที่อากาศดีที่สุดของปี

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568

6. ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

          สำหรับช่วงหน้าหนาวปี 2568 ปางอุ๋ง ยังคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดโรแมนติกที่ได้รับฉายาว่า “สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย” ซึ่งเป็นที่ที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับอากาศหนาวเย็นจัดจนอุณหภูมิอาจลดลงต่ำมาก โดยมีไฮไลท์คือภาพอันงดงามของไอหมอกที่ลอยเหนือผิวน้ำในอ่างเก็บน้ำยามเช้าตรู่ตัดกับทิวสนสวยงามที่เรียงรายอยู่รอบ ๆ ซึ่งกิจกรรมยอดนิยมที่ไม่ควรพลาดคือการล่องแพไม้ไผ่เพื่อชมบรรยากาศในยามเช้า และการกางเต็นท์นอนรับลมหนาว ชมดาวในยามค่ำคืน ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง (*** ปางอุ๋งเปิดให้ท่องเที่ยวพักแรมในช่วงฤดูหนาวตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 30 เมษายน โดยจะ ปิดรับการท่องเที่ยวและพักแรมเป็นประจำทุกปี)

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568

7. อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

          อำเภอหล่มสัก ในช่วงหน้าหนาวปี 2568 เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสอากาศเย็นสบายโดยเฉพาะการเดินทางต่อไปยังสถานที่ยอดนิยมอย่างภูทับเบิกและเขาค้อที่อยู่ไม่ไกล แต่ตัวอำเภอหล่มสักเองก็มีเสน่ห์ที่ไม่ควรพลาดคือการเดินเล่นที่ถนนคนเดินไทหล่ม สัมผัสกับวิถีชีวิตดั้งเดิม ชิมอาหารพื้นเมืองที่หลากหลาย และชมการแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่นในบรรยากาศหนาวเย็นยามค่ำคืน นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางไปชมน้ำตกธารทิพย์ ซึ่งมีน้ำใสไหลเย็นตลอดช่วงฤดูหนาว หรือสายถ่ายภาพและชมวิว สามารถขับรถไปตามเส้นทางหล่มสัก-น้ำหนาว เพื่อแวะชมภูผาแดง ซึ่งเป็นจุดชมวิวอีนซีนริมทาง ก็เป็นอีกประสบการณ์ท่องเที่ยวหน้าหนาวน่าจดจำของอำเภอแห่งนี้

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568
  • ที่อยู่ : อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

8. ภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย

 อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า สวรรค์ของนักเดินทางสายลมหนาวและคนรักธรรมชาติ ในช่วงหน้าหนาวแบบนี้มีไฮไลท์สำคัญที่พลาดไม่ได้คือการไปชมทะเลหมอกยามเช้าตรู่พร้อมกับพระอาทิตย์ขึ้นที่ ผาชูธง และการเดินสำรวจเส้นทางธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่าง ลานหินปุ่ม และลานหินแตก ที่ธรรมชาติสรรค์สร้างอย่างน่าอัศจรรย์ นอกจากนี้ ในช่วงปลายปีถึงต้นปีจะมีการออกดอกบานสะพรั่งของ ทุ่งดอกกระดาษ สีสันสดใส และชมความงามของดอกนางพญาเสือโคร่งที่ภูลมโล (แม้ว่าภูลมโลจะอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า แต่ตั้งอยู่ฝั่งจังหวัดเลยและพิษณุโลก) เหล่านี้ทำให้ภูหินร่องกล้าเป็นจุดหมายปลายทางที่มอบประสบการณ์ความหนาวเย็น ประวัติศาสตร์ และความงามของดอกไม้ป่าที่ไม่เหมือนใคร

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568

9. อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

           อำเภอสังขละบุรี ในช่วงหน้าหนาวถือเป็นจุดหมายปลายทางที่เปี่ยมเสน่ห์ เพราะอากาศจะเย็นสบายกำลังดี ตื่นเช้าไปสัมผัสทะเลหมอกเหนือแม่น้ำบนสะพานอุตตมานุสรณ์ และร่วมตักบาตรยามเช้า กับพระสงฆ์และชาวบ้านในชุดมอญพื้นเมือง พร้อมชมวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชาวไทยและชาวมอญสองฝั่งแม่น้ำซองกาเลีย นอกจากนี้ ยังสามารถล่องเรือชมวัดใต้น้ำ (วัดวังก์วิเวการามเดิม) ซึ่งจะโผล่พ้นน้ำให้เห็นได้ชัดเจนในช่วงฤดูแล้ง/หน้าหนาว และเดินทางต่อไปยังเจดีย์พุทธคยาจำลอง เพื่อความเป็นสิริมงคล ถือเป็นทริปที่ลงตัวสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสอากาศหนาว ชมวิวธรรมชาติที่งดงาม และซึมซับวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของดินแดนสามวัฒนธรรม

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568
  • ที่อยู่ : อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

10. เกาะกูด จังหวัดตราด

 เกาะกูด สวรรค์แห่งทะเลตะวันออก เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่น ที่น้ำทะเลจะใสราวกับกระจก มีสีฟ้าครามงดงาม หาดทรายขาวละเอียดบริสุทธิ์ และคลื่นลมสงบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพักผ่อน พลาดไม่ได้กับการเที่ยวชมชายหาดต่าง ๆ เช่น หาดคลองเจ้า และ อ่าวบางเบ้า เพื่อชมพระอาทิตย์ตกดินอันโรแมนติก รวมถึงกิจกรรมทางน้ำอย่างดำน้ำชมปะการังที่หมู่เกาะรัง นอกจากนี้ ธรรมชาติบนเกาะก็ยังคงความเขียวขจีและสมบูรณ์ ทำให้น้ำตกกลางเกาะ เช่น น้ำตกคลองเจ้า และน้ำตกคลองยายกี๋ มีน้ำไหลให้ลงเล่นได้อย่างชื่นใจ ทำให้เกาะกูดเป็นจุดหมายปลายทางที่รวมความงามของทะเล ป่าเขา และความสงบไว้ได้อย่างลงตัวในช่วงฤดูหนาว

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568

ที่อยู่ : อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด

11. เขาแผงม้า จังหวัดนครราชสีมา

          ตั้งอยู่ในอำเภอวังน้ำเขียว ด้ยความที่ตั้งอยู่บนที่สูง ทำให้ช่วงฤดูหนาวอากาศจะเย็นสบายถึงหนาวจัด พลาดไม่ได้กับการตื่นเช้ามาชมทะเลหมอก ที่ปกคลุมทิวเขายามเช้า สามารถชมวิวได้จากจุดกางเต็นท์ของจุดสกัดเขาสูง หรือที่พักสไตล์รีสอร์ตโดยรอบ ที่สำคัญเป็นแหล่งชมฝูงกระทิงป่า ฝูงใหญ่ที่มักออกมาหากินในทุ่งหญ้าโล่งในช่วงเย็นถึงค่ำได้อย่างใกล้ชิดในระยะที่ปลอดภัยภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่  ดังนั้น เขาแผงม้าจึงมอบประสบการณ์การพักผ่อนที่ผสมผสานความฟินของการนอนกางเต็นท์รับลมหนาว การชมวิวทะเลหมอกสวยงาม และการชมสัตว์ป่าหายากไว้ในทริปเดียว

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568

12. ภูหลวง จังหวัดเลย

          ด้วยเพราะพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงเป็นที่ราบสูงและมีอากาศหนาวเย็นจัดตลอดฤดู โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดอุณหภูมิสามารถลดลงใกล้จุดเยือกแข็งได้เกือบทุกปี ทำให้เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สวยงามคือการเปลี่ยนสีของใบเมเปิล (ก่วมแดง) ให้เป็นสีแดงสดใสทั่วผืนป่าสนและทุ่งหญ้าบริเวณโคกนกกระบา ซึ่งเป็นภาพที่หาชมได้ยาก การไปเที่ยวภูหลวงจึงไม่ใช่แค่การเยี่ยมชมสถานที่ แต่เป็นการเข้าไปสัมผัสบรรยากาศอันบริสุทธิ์ของ “มรกตแห่งอีสาน” แนะนำว่านักศึกษาธรรมชาติโปรดปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และไม่อนุญาตให้นำ “รถจักรยาน” เข้าศึกษาธรรมชาติ (*** เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง เปิดให้เข้าศึกษาธรรมชาติ ในระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 – 30 เมษายน 2569)

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568

13. เขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

          อีกหนึ่งจุดหมายที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสกับอากาศเย็นสบายริมทะเลและธรรมชาติ มีไฮไลท์คือการผจญภัยในมิติแสงและเงาที่ถ้ำพระยานคร ถ้ำขนาดใหญ่ที่มีปล่องให้แสงอาทิตย์สาดส่องลงมากระทบกับพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ (แนะนำช่วงเวลา 10.30-12.30 น.) ซึ่งต้องเดินเท้าปีนป่ายขึ้น-ลงเขาแดงและหาดแหลมศาลาเพื่อเข้าชม หรือสำหรับสายชิล สามารถเลือกล่องเรือชมทิวทัศน์คลองเขาแดง ชมทัศนียภาพของเทือกเขาหินปูน หรือจะเยือนบึงบัว (ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ) เพื่อเดินบนสะพานไม้ชมดอกบัวและภูเขาสลับซับซ้อน หรือจะเลือกเดินขึ้นจุดชมวิวเขาแดง เพื่อชมวิวทะเล นากุ้ง และภูเขาสามร้อยยอดแบบพาโนราม่าท่ามกลางลมหนาวที่พัดผ่านอย่างสดชื่น

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568

14. ภูเขาหญ้า จังหวัดระนอง

          หน้าหนาวปีนี้ ที่อยากสัมผัสความงามของธรรมชาติแบบเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ไม่ซ้ำใคร ควรมาเช็กอินที่ภูเขาหญ้า โดดเด่นด้วยภูเขาลูกน้อยใหญ่ปกคลุมด้วยทุ่งหญ้าสีทองอร่ามในฤดูหนาว มองดูคล้ายทุ่งสะวันนาในต่างประเทศ เหมาะสำหรับการเดินเล่น ถ่ายภาพ หรือปิกนิกชมวิวในช่วงอากาศเย็นสบาย ยามเย็นยังสามารถชมพระอาทิตย์ตกท่ามกลางแสงสีทองที่ส่องกระทบเนินหญ้าได้อย่างงดงาม บรรยากาศสงบและลมหนาวพัดเบา ๆ ทำให้ภูเขาหญ้าเป็นอีกมุมพักผ่อนที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นของธรรมชาติในฤดูหนาวภาคใต้

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568
  • ที่อยู่ : ตำบลหงาว อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง

15. หาดเขาหลัก จังหวัดพังงา

          หนาวนี้ใครอยากเที่ยวทะเล แนะนำที่หาดเขาหลัก เพราะในช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ พื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามันจะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น อากาศจะดีเป็นพิเศษ ท้องฟ้าสดใส น้ำทะเลสีคราม ไม่มีมรสุม ทำให้เป็นช่วงที่ดีที่สุดสำหรับการทำกิจกรรมทางน้ำและการพักผ่อน โดยเฉพาะหาดเขาหลักที่มีบรรยากาศเงียบสงบไม่พลุกพล่าน ชายหาดทรายขาวละเอียดตัดกับโขดหินและต้นสนร่มรื่น และยังสามารถเดินทางไปดำน้ำที่หมู่เกาะสิมิลันและหมู่เกาะสุรินทร์ ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเฉพาะช่วงนี้เท่านั้น ทำให้การมาเที่ยวเขาหลักในหน้าหนาวจึงเป็นการผสมผสานระหว่างการพักผ่อนริมหาดที่ผ่อนคลายและการผจญภัยในโลกใต้ทะเลที่สวยงามที่สุด

          หน้าหนาว 2568 นี้ อย่าปล่อยให้ความเย็นผ่านไปเฉย ๆ ชวนคนรู้ใจหรือครอบครัวออกเดินทางไปสัมผัสธรรมชาติ วิวสวย และอากาศดีทั่วไทย เติมพลังใจให้เต็มก่อนเริ่มปีใหม่กันเถอะ ^ ^ 

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

ที่มา: https://travel.kapook.com/view296310.html

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ – Doi Inthanon National Parkเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง – Huai Nam Dang National Parkเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน Chaeson National Parkเฟซบุ๊ก วนอุทยานแพะเมืองผี จังหวัดแพร่ – Phae Mueang Phi Forest Parkเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติ ถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า – Phu Hin Rong Kla National Parkเฟซบุ๊ก กระทิง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้าเฟซบุ๊ก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง-จังหวัดเลยเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด – Khao Sam Roi Yot National Parkเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ Khaolak-Lamru National Park

ชำราก: เก็บกู้ระเบิด สร้างถนนสู่บ้าน 3 หลัง

ปฏิบัติการเปิดเส้นทางสร้างถนนความมั่นคงสู่บ้าน 3 หลัง ต.ชำราก ยังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางความท้าทายจากการค้นพบทุ่นระเบิดตลอดเส้นทาง เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องสแกนอย่างระมัดระวังในการทำงาน คาดว่าจะแล้วเสร็จในอีกประมาณ 20 วันนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารเตรียมพร้อมเข้ายึดพื้นที่ตามคำสั่ง แต่ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับทุ่นระเบิดที่อาจถูกวางไว้โดยรอบ ฉก.นย.ตราด เตรียมเปิดถนนเพิ่มอีก 1 เส้นทางเพื่อเสริมความมั่นคง

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการเปิดเส้นทางถนนความมั่นคงสู่บ้าน 3 หลัง บริเวณบ้านหนองรี ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด ของหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ที่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา เพื่อทวงคืนอธิปไตยไทยที่ถูกรุกล้ำมานานกว่า 40 ปี

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2568 พระศักดา สุนทโร พระนักเทศน์ชื่อดัง และนายกิตติธัช ไชยอรรถ ตัวแทนภาคประชาชน ผู้นำชุมชนตำบลชำราก ตำบลแหลมกลัด และประชาชน ได้ร่วมมือกันช่วยเหลือทหารช่างโดยการนำรถแบคโฮเข้าช่วยสนับสนุนเปิดเส้นทางถนนอีกแรงหนึ่ง ท่ามกลางความเสี่ยงที่ต้องเผชิญกับทุ่นระเบิดสมัยสงครามเขมรแดงเมื่อ 40 ปีที่แล้ว เป็นระยะตลอดเส้นทาง

บรรยากาศการทำงานวันนี้ ยังคงใช้รถแบคโฮทหาร 1 คัน เข้าปรับปรุงถนน นำหินขนาดใหญ่ออกจากพื้นที่ และรถแบคโฮของภาคประชาชนอีก 3 คัน มาช่วยทหารอีกแรงในการปรับเส้นทางถนน นอกจากนี้ยังมีทหารอีกชุดใช้เครื่องสแกนหาวัตถุระเบิดตลอดเวลาในหน้างานของการทำถนน ซึ่งล่าสุดยังเจอวัตถุระเบิดจำนวนมาก ทั้งลูกกระสุนปืน ค. ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล และหัวจรวด RPG เป็นต้น

ระเบิดที่พบทั้งหมด ถูกเจ้าหน้าที่ขุดหลุมเก็บไว้พร้อมล้อมด้วยเชือกสีแดง-ขาว โดยแบ่งพื้นที่ไว้ 4 จุด ตลอดเส้นทาง 4 กิโลเมตร เมื่อทำถนนเสร็จสมบูรณ์แล้วจะนำไปทำลายพร้อมกัน

นายกิตติธัช ไชยอรรถ กล่าวว่า การทำงานล่าสุดวันนี้ทหารช่างและประชาชนยังคงดำเนินการเปิดเส้นทางถนนและปรับปรุงถนนอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 20 วัน เส้นทางทั้ง 4 กิโลเมตร จะเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งหลังจากปรับพื้นถนนให้เรียบแล้วจะนำกากยางมะตอย ที่ทางหลวงชนบทตราด ให้การสนับสนุน มาเทบนผิวทางเพื่อใช้งานได้อย่างเต็มที่ ซึ่งตลอดระยะเวลาการทำงานนั้น ยังคงพบความเสี่ยงในการทำงาน นั่นคือ ทุ่นระเบิดที่ยังคงเจออยู่ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมากตลอดเวลา

ขณะที่จิตอาสาจากจังหวัดจันทบุรี ได้ทำอาหารไปมอบให้กับทหารพรานฐานหนองรีและทหารนาวิกโยธิน ที่ห่างจากกองอำนวยการประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งทหารพรานฐานหนองรี ให้ข้อมูลว่า เมื่อเช้านี้ ระหว่างที่เฮลิคอปเตอร์ นำเสบียงอาหารส่งให้กับฐานหนองรีเมื่อช่วงเช้านั้น ยังพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลจำนวน 2 ทุ่น โผล่จากพื้นที่ดิน ซึ่งเป็นดินที่นำมาปรับเป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ซึ่ง 1 ใน 2 ทุ่นระเบิดที่พบนั้น ถูกเหยียบแล้วแต่โชคดีทุ่นระเบิดไม่ทำงาน

ส่วนความเคลื่อนไหวบริเวณแนวหน้าที่ห่างจากบ้าน 3 หลัง ประมาณ 200 เมตร ทหารนาวิกโยธินตราด ได้เข้าตรึงกำลังตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมแล้ว พร้อมกับวางกำลังไว้ทุกจุด พร้อมที่จะเข้ายึดพื้นที่ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาระดับสูง แต่ทหารยังมีความกังวลว่า หากได้รับคำสั่งให้เข้ายึดพื้นที่บ้าน 3 หลัง อาจจะได้รับอันตรายจากทุ่นระเบิดสังหาร ที่คาดว่าฝ่ายกัมพูชาจะวางไว้โดยรอบ เพื่อปกป้องไม่ให้ทหารไทยเข้ายึดได้โดยง่าย

นอกจากนี้ทหารนาวิกโยธินตราด เตรียมเปิดเส้นทางถนนอีก 1 เส้นทาง จากยุทธการบ้านชำราก ไปยังบ้าน 3 หลัง ระยะทางประมาณ 8-10 กิโลเมตร เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับพื้นที่ชายแดนตราดในอนาคต

เก็บกู้ระเบิดตลอดทาง สร้างถนนความมั่นคงสู่บ้าน 3 หลัง “ชำราก”

การดำเนินการเก็บกู้ระเบิดตลอดทาง สร้างถนนความมั่นคงสู่บ้าน 3 หลัง “ชำราก” นั้นเต็มไปด้วยความยากลำบาก แต่ด้วยความมุ่งมั่นของทุกฝ่าย ทำให้โครงการนี้มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาเส้นทางนี้ไม่เพียงแต่จะอำนวยความสะดวกในการเดินทางเท่านั้น แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนอีกด้วย

ความท้าทายในการเก็บกู้ระเบิดตลอดทาง สร้างถนนความมั่นคงสู่บ้าน 3 หลัง “ชำราก”

การเก็บกู้ระเบิดตลอดทาง สร้างถนนความมั่นคงสู่บ้าน 3 หลัง “ชำราก” สะท้อนให้เห็นถึงความเสียสละและความร่วมมือของทั้งทหารและประชาชนในการพัฒนาพื้นที่ชายแดน แม้จะมีความเสี่ยง แต่ทุกฝ่ายก็พร้อมที่จะเผชิญหน้า เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับชุมชน

การสร้างถนนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดน แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย แต่การเก็บกู้ระเบิดตลอดทาง สร้างถนนความมั่นคงสู่บ้าน 3 หลัง “ชำราก” ก็ยังคงเดินหน้าต่อไปด้วยความหวัง

ที่มา – เก็บกู้ระเบิดตลอดทาง สร้างถนนความมั่นคงสู่บ้าน 3 หลัง “ชำราก” คาดอีก 20 วันแล้วเสร็จ

Scroll to top