ตํารวจทางหลวง

ไล่ล่าระทึก รวบหัวหน้าค่ายมวยขนกลุ่มต่างด้าว

เหตุการณ์สุดระทึกขวัญเกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงต้องเปิดฉาก ไล่ล่าระทึก รวบหัวหน้าค่ายมวยขนกลุ่มต่างด้าว วิ่งหนีกระเจิงเข้าหมู่บ้าน ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงดึกของวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา บนทางหลวงหมายเลข 359 ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่มักถูกใช้เป็นช่องทางในการลักลอบนำพาแรงงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศไทย

ไล่ล่าระทึก รวบหัวหน้าค่ายมวยขนกลุ่มต่างด้าว วิ่งหนีกระเจิงเข้าหมู่บ้าน

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อรถยนต์ต้องสงสัยขับผ่านมาด้วยความเร็วสูง เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อขอตรวจค้น แต่คนขับกลับเร่งเครื่องหนีอย่างไม่คิดชีวิต จนกระทั่งรถเสียหลักจอดทิ้งไว้ข้างทาง และคนขับตัดสินใจวิ่งหนีเข้าป่ายูคาลิปตัสในหมู่บ้าน ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี แต่ท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่ก็สามารถติดตามจับกุมนายวิชาญ อายุ 42 ปี ผู้เป็นคนขับไว้ได้สำเร็จ พร้อมกลุ่มต่างด้าวที่นั่งมาด้วยอีกจำนวนหนึ่ง

เปิดเบื้องหลังคดี ไล่ล่าระทึก รวบหัวหน้าค่ายมวยขนกลุ่มต่างด้าว

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายวิชาญให้การรับสารภาพอย่างหมดเปลือกว่า ปัจจุบันประกอบอาชีพเป็นหัวหน้าค่ายมวยอยู่ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว และได้หันมารับจ้างขนแรงงานต่างด้าวเพื่อนำเงินมาหมุนเวียนใช้จ่ายในค่ายมวยของตน โดยได้รับค่าจ้างเที่ยวละ 5,000 บาท ซึ่งทำมาเป็นเวลาประมาณ 3 เดือนแล้ว สำหรับแรงงานที่ถูกจับกุมได้นั้นมีทั้งชาวบังกลาเทศและชาวเมียนมา ซึ่งอ้างว่าจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อติดต่อสถานทูต แต่ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อและเตรียมขยายผลต่อไป

สรุปรายละเอียดสำคัญของคดี:

  • สถานที่เกิดเหตุ: ทางหลวงหมายเลข 359 อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี
  • ผู้ต้องหา: นายวิชาญ อายุ 42 ปี หัวหน้าค่ายมวย
  • ของกลาง: แรงงานต่างด้าว 9 ราย (บังกลาเทศ 8, เมียนมา 1)
  • มูลเหตุจูงใจ: ต้องการรายได้เสริมมาหมุนเวียนในค่ายมวย

เหตุการณ์ ไล่ล่าระทึก รวบหัวหน้าค่ายมวยขนกลุ่มต่างด้าว วิ่งหนีกระเจิงเข้าหมู่บ้าน ในครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ที่สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาการค้ามนุษย์และการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายยังคงเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การนำคนเข้าประเทศโดยไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบที่ถูกต้อง นอกจากจะเป็นความผิดตามกฎหมายแล้ว ยังอาจนำมาซึ่งปัญหาด้านความมั่นคงที่คาดไม่ถึง

เราหวังว่าการกวดขันของตำรวจทางหลวงจะช่วยยับยั้งอาชญากรรมในลักษณะนี้ได้มากขึ้น เพื่อความปลอดภัยของคนในชุมชนและภาพรวมของประเทศต่อไป

ที่มา – ไล่ล่าระทึก รวบหัวหน้าค่ายมวยขนกลุ่มต่างด้าว วิ่งหนีกระเจิงเข้าหมู่บ้าน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผนึกกำลังเปิดเส้นทางลำเลียง หัวใจดวงที่ 181

เชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็นข่าวภารกิจเร่งด่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ช่วยเปิดทางให้รถพยาบาล ล่าสุดถือเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจและน่าชื่นชมอย่างยิ่ง เมื่อมีการรวมพลังครั้งใหญ่ในภารกิจเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผนึกกำลังเปิดเส้นทางลำเลียง “หัวใจดวงที่ 181” ส่ง รพ.รามาธิบดี เพื่อต่อลมหายใจให้กับผู้ป่วยที่รอคอยโอกาสสำคัญ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผนึกกำลังเปิดเส้นทางลำเลียง “หัวใจดวงที่ 181” ส่ง รพ.รามาธิบดี

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 โดยตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ร่วมมือกับตำรวจทางหลวงและตำรวจจราจรโคราช อำนวยความสะดวกในการขนส่งอวัยวะหัวใจจากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา มุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งภารกิจนี้ถือเป็นการแข่งกับเวลาอย่างแท้จริง เพราะหัวใจมีระยะเวลาในการคงสภาพเพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้น

ความสำเร็จของภารกิจเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผนึกกำลังเปิดเส้นทางลำเลียง “หัวใจดวงที่ 181” ส่ง รพ.รามาธิบดี

ตลอดระยะทางกว่า 259 กิโลเมตร ทีมงานสามารถทำเวลาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 57 นาที จากปกติที่ต้องใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นได้จากปัจจัยสำคัญดังนี้:

  • การบูรณาการของหน่วยงานตำรวจหลายภาคส่วน ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
  • ความพร้อมของทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่ประสานงานกันอย่างรวดเร็ว
  • ความมีน้ำใจของพี่น้องประชาชนบนท้องถนนที่ช่วยกันเปิดทางให้รถลำเลียงอวัยวะผ่านไปได้อย่างปลอดภัย

การปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การอำนวยความสะดวกด้านจราจร แต่คือการสร้างชีวิตใหม่ให้แก่ผู้ป่วยที่รอการปลูกถ่ายอวัยวะ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพระราชปณิธานด้านการบำบัดทุกข์บำรุงสุขที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายยึดมั่น ปฏิบัติภารกิจนี้ด้วยใจเพื่อให้หัวใจดวงนี้ไปถึงมือแพทย์ให้ทันเวลาที่สุด

เราขอเป็นกำลังใจให้ทีมแพทย์ในการผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจในครั้งนี้ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และขอชื่นชมในความทุ่มเทของเหล่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนทุกคนที่มีส่วนร่วมในภารกิจนี้ครับ จิตสำนึกสาธารณะเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่เสมอ หากเราทุกคนรู้จักรักษากติกาและมีน้ำใจต่อกัน โลกใบนี้จะน่าอยู่ขึ้นและโอกาสในการรอดชีวิตของเพื่อนมนุษย์จะเพิ่มขึ้นอีกมากมายครับ

ที่มา – เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผนึกกำลังเปิดเส้นทางลำเลียง “หัวใจดวงที่ 181” ส่ง รพ.รามาธิบดี

จับหนุ่มขับกระบะติดป้ายแดงปลอม เลขสวยโฟร์เก้า อ้างเข้าใจผิด

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินข่าวหรือเห็นผ่านตากันมาบ้าง เกี่ยวกับการใช้รถป้ายแดงที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ล่าสุดมีกรณีที่น่าสนใจและเป็นอุทาหรณ์ชั้นดี เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงพบจับหนุ่มขับกระบะติดป้ายแดงปลอม เลขสวยโฟร์เก้า อ้างเข้าใจผิด รู้เท่าไม่ถึงการณ์ จนกลายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตในพื้นที่จังหวัดยะลา

จับหนุ่มขับกระบะติดป้ายแดงปลอม เลขสวยโฟร์เก้า อ้างเข้าใจผิด รู้เท่าไม่ถึงการณ์

เรื่องราวนี้เริ่มต้นจากความหวังดีของน้องชายที่ต้องการอำนวยความสะดวกให้กับพี่ชายที่เพิ่งถอยรถกระบะป้ายแดงออกมาใหม่ๆ แต่ดันตัดสินใจผิดพลาดด้วยการนำป้ายแดงปลอมที่มีเลขสวยสุดอลังการอย่าง ก-9999 มาติดให้ เพราะกลัวว่าพี่ชายจะโดนใบสั่งจากการขับรถที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งการจับหนุ่มขับกระบะติดป้ายแดงปลอม เลขสวยโฟร์เก้า อ้างเข้าใจผิด รู้เท่าไม่ถึงการณ์ครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่เจ้าของรถมือใหม่ควรศึกษาไว้ให้ดี

สรุปเหตุการณ์จับหนุ่มขับกระบะติดป้ายแดงปลอมเลขสวย

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าป้ายทะเบียนที่พบไม่มีมาตรฐานราชการและไม่มีสมุดคุมป้ายแดง ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการควบคุมตัวผู้ขับขี่และดำเนินคดีในข้อหาปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม เหตุการณ์จับหนุ่มขับกระบะติดป้ายแดงปลอม เลขสวยโฟร์เก้า อ้างเข้าใจผิด รู้เท่าไม่ถึงการณ์ในรอบนี้ทำให้เห็นชัดเจนว่า ต่อให้จะอ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือตั้งใจหวังดีแค่ไหน กฎหมายก็ไม่สามารถยกเว้นความผิดให้ได้หากตรวจสอบพบการกระทำที่ผิดเงื่อนไข

  • ตรวจสอบป้ายแดงให้ถูกต้องจากโชว์รูม
  • ต้องมีสมุดคู่มือการใช้รถป้ายแดงเสมอ
  • การใช้ป้ายปลอมมีความผิดทางอาญาฐานปลอมแปลงเอกสารราชการ

ข้อควรระวังสำหรับคนออกรถใหม่: การใช้รถป้ายแดงมีระเบียบที่เคร่งครัดมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเวลาที่ใช้ หรือป้ายทะเบียนที่ต้องได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น อย่าหลงเชื่อป้ายแดงทำเองหรือป้ายที่ดูผิดปกติเพียงเพราะความสวยงามหรือเลขมงคล เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่จะได้กลับมาอาจไม่ใช่ความเฮง แต่เป็นคดีความที่ทำให้ต้องเสียเวลาและเสียเงินโดยไม่จำเป็น

สุดท้ายนี้ ในฐานะผู้ใช้รถใช้ถนน เราควรทำตามระเบียบกฎหมายอย่างเคร่งครัด การรอป้ายทะเบียนจริงอาจจะช้าไปบ้าง แต่ก็ปลอดภัยที่สุดและไม่ต้องเสี่ยงกับปัญหาทางกฎหมายที่ตามมาในภายหลังครับ

ที่มา – จับหนุ่มขับกระบะติดป้ายแดงปลอม เลขสวยโฟร์เก้า อ้างเข้าใจผิด รู้เท่าไม่ถึงการณ์

เด็ก 11 ขโมยกระบะ ชนพระเดินธุดงค์ มรณภาพ 5 ราย

เชื่อว่าทุกคนคงจะใจหายไม่น้อยเมื่อได้รับทราบข่าวใหญ่ที่เกิดขึ้นในจังหวัดมุกดาหาร กรณี เด็ก 11 ขโมยกระบะ ขับเสียหลักพุ่งชน “พระเดินธุดงค์” เสียชีวิตแล้ว 5 บาดเจ็บเพียบ ทำให้เกิดการสูญเสียพระสงฆ์ที่กำลังอยู่ในช่วงปฏิบัติธรรม ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศอย่างมาก

เหตุการณ์สลด เด็ก 11 ขโมยกระบะ ขับเสียหลักพุ่งชน “พระเดินธุดงค์” เสียชีวิตแล้ว 5 บาดเจ็บเพียบ

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ในพื้นที่บ้านนาเวียงแก จังหวัดมุกดาหาร โดยคณะพระธุดงค์ที่กำลังเดินทางมุ่งหน้าไปจังหวัดอุบลราชธานีต้องมาประสบอุบัติเหตุไม่คาดฝัน เมื่อรถกระบะคันหนึ่งที่ขับโดยเด็กอายุเพียง 11 ปี พุ่งเข้าชนกลุ่มพระสงฆ์ ทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ มีพระมรณภาพในที่เกิดเหตุ 5 รูป และมีพระรูปอื่นได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ทั้งสาหัสและบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

สรุปสถานการณ์ความเสียหายจากเหตุโศกนาฏกรรม

จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้บาดเจ็บสาหัส 7 ราย และมีพระสงฆ์รูปอื่นๆ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยรวมกว่า 20 รูป จากพระทั้งหมดในขบวน 34 รูป เจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจในพื้นที่ได้เร่งเข้าให้การช่วยเหลือและนำตัวส่งโรงพยาบาลมุกดาหารเป็นการด่วน โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากความประมาทของเด็กวัย 11 ปีที่แอบนำรถยนต์ของผู้ปกครองมาหัดขับโดยที่ทางครอบครัวไม่ทราบเรื่อง

  • พระมรณภาพ: 5 รูป
  • พระบาดเจ็บสาหัส: 7 รูป
  • พระบาดเจ็บเล็กน้อย: ประมาณ 20 รูป
  • สาเหตุเบื้องต้น: เด็กอายุ 11 ปีขโมยรถพ่อแม่มาขับ

ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากเด็ก 11 ขโมยกระบะ ขับเสียหลักพุ่งชน “พระเดินธุดงค์” เสียชีวิตแล้ว 5 บาดเจ็บเพียบ นำมาสู่การตั้งคำถามในสังคมเรื่องการดูแลบุตรหลานและการควบคุมการเข้าถึงกุญแจรถยนต์ของคนในครอบครัว เพราะอุบัติเหตุครั้งนี้นอกจากจะย้อนกลับมาสร้างบาดแผลให้กับครอบครัวของผู้ก่อเหตุที่ยังเป็นเยาวชนแล้ว ยังเป็นการพรากชีวิตของพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ

เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับทางครอบครัวของพระอาจารย์ทุกรูปที่มรณภาพ และหวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นบทเรียนครั้งสำคัญให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองทุกคน ในการดูแลลูกหลานอย่างใกล้ชิดและเก็บกุญแจรถให้ห่างไกลจากมือเด็ก เพื่อป้องกันไม่ให้ความสูญเสียเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก

ที่มา – เด็ก 11 ขโมยกระบะ ขับเสียหลักพุ่งชน “พระเดินธุดงค์” เสียชีวิตแล้ว 5 บาดเจ็บเพียบ

วิโรจน์ จี้ทางหลวง ตรวจสอบแฟชั่นสติ๊กเกอร์ หวั่นส่วยรถบรรทุกคืนชีพ

วิโรจน์ จี้ทางหลวง ตรวจสอบแฟชั่นสติ๊กเกอร์ หวั่นส่วยรถบรรทุกคืนชีพ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียลอีกครั้ง เมื่อคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส. พรรคประชาชน ได้ออกมาเปิดเผยถึงปรากฏการณ์ใหม่ที่น่าสงสัยเกี่ยวกับวงการรถบรรทุก ซึ่งงานนี้เจ้าตัวถึงกับออกปากว่าเป็นการ "นวัตกรรมใหม่" ของสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็น วิโรจน์ จี้ทางหลวง ตรวจสอบแฟชั่นสติ๊กเกอร์ หวั่นส่วยรถบรรทุกคืนชีพ ในรูปแบบที่แนบเนียนกว่าเดิม!

หลายคนอาจจะคุ้นตากับสติ๊กเกอร์ข้อความว่า "ขับรถไม่สุภาพโปรดแจ้ง…" ซึ่งโดยปกติแล้วต้องติดไว้ที่ท้ายรถเพื่อรับคำร้องเรียนจากรถคันหลัง แต่ทว่ารุ่นล่าสุดนี้กลับมีความผิดปกติที่ทำให้น่าสงสัย เพราะดันไปโผล่อยู่ที่กระจกหน้าและประตูข้างคนขับแทน ซึ่งจุดนี้เองที่คุณวิโรจน์ตั้งข้อสังเกตว่า มันมีไว้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ด่านชั่งและตำรวจทางหลวงมองเห็นได้ง่ายขึ้นหรือไม่

เจาะลึกนวัตกรรมสติ๊กเกอร์กับการทุจริต

หากวิเคราะห์ตามที่คุณวิโรจน์ได้โพสต์ไว้ การติดสติ๊กเกอร์ไว้ที่กระจกหน้าในลักษณะที่รถคันอื่นมองไม่เห็น หรือติดไว้ที่ประตูข้างจนคนขับต้องเสี่ยงอันตรายขับรถกระหนาบข้างเพื่อหันไปมองนั้น ไม่ใช่เรื่องปกติของการแจ้งเบาะแสทั่วไปแน่นอนครับ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ วิโรจน์ จี้ทางหลวง ตรวจสอบแฟชั่นสติ๊กเกอร์ หวั่นส่วยรถบรรทุกคืนชีพ อย่างเร่งด่วน เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ธุรกิจสีเทาหรือส่วยรถบรรทุกกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง

  • จุดสังเกตความผิดปกติของสติ๊กเกอร์แบบใหม่
  • ความสำคัญของการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐ
  • ผลกระทบต่อความโปร่งใสในกรมทางหลวง

คุณวิโรจน์ได้ฝากถึง พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจทางหลวง และคุณอลงกรณ์ พรหมศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานควบคุมน้ำหนักยานพาหนะ กรมทางหลวง ให้เร่งเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้ก่อนที่จะสายเกินไป เพราะขณะนี้ข้อมูลในมือมีจำนวนมากและดูเหมือนจะเป็นกระแสที่กำลังถูกนำไปใช้ในวงกว้าง

สุดท้ายนี้ ในฐานะประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทำการสืบสวนข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส เพราะหากนี่คือสัญญาณของการหวนกลับมาของระบบส่วย วิโรจน์ จี้ทางหลวง ตรวจสอบแฟชั่นสติ๊กเกอร์ หวั่นส่วยรถบรรทุกคืนชีพ ก็ถือเป็นเสียงสะท้อนสำคัญที่สังคมต้องจับตาดูว่ามาตรการจัดการกับรถบรรทุกเกินน้ำหนักจะเป็นอย่างไรต่อไป ประสิทธิภาพของด่านตรวจจะกลับมาได้รับความเชื่อมั่นอีกครั้งหรือไม่ คำตอบขึ้นอยู่กับการกระทำของเจ้าหน้าที่หลังจากนี้ครับ

ที่มา – “วิโรจน์” จี้ทางหลวง ตรวจสอบแฟชั่นสติ๊กเกอร์ หวั่นส่วยรถบรรทุกคืนชีพ

เปิดเส้นทางเลี่ยงรถติด “สงกรานต์ 2569” สายเหนือ-อีสาน-ใต้-ตะวันออก

ใกล้เทศกาลสงกรานต์ 2569 เข้ามาแล้ว! หากคุณกำลังวางแผนเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวต่างจังหวัด เปิดเส้นทางเลี่ยงรถติด “สงกรานต์ 2569” สายเหนือ-อีสาน-ใต้-ตะวันออก จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงช่วง高峰รถติดหนึบ ลดเวลาเดินทางให้ถึงที่หมายอย่างรวดเร็ว ตำรวจทางหลวงได้แนะนำเส้นทางเลือกที่สะดวกปลอดภัย พร้อมเบอร์โทรฉุกเฉิน 1193 ตลอด 24 ชั่วโมง มาดูกันเลยว่ามีเส้นไหนบ้าง

เปิดเส้นทางเลี่ยงรถติด “สงกรานต์ 2569” สายเหนือ

สำหรับคนมุ่งหน้าสู่ภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ ลำปูง หรือแพร่ เส้นหลักอย่างพหลโยธินมักติดหนัก แต่มีทางเลี่ยงดังนี้

  • เส้นที่ 1: ใช้ถนนวงแหวนตะวันออก (ทล.พ.9) เลี้ยวซ้ายที่ต่างระดับคลองหลวง ต่อด้วย ทล.3214 เข้าสู่ ทล.347 จากนั้นเลี้ยวซ้ายที่แยกบางปะหัน เพื่อเชื่อม ทล.32 (สายเอเชีย) เส้นนี้ช่วยเลี่ยงตัวเมืองอยุธยา ลดระยะทางติดขัดได้ดี
  • เส้นที่ 2: ถนนวงแหวนตะวันตก (ทล.พ.9) เลี้ยวซ้ายเข้าถนนตลิ่งชัน-ชัยนาท (ทล.340) เชื่อมต่อถนนพหลโยธิน (ทล.1) แล้วเลี้ยวซ้ายที่แยกหลวงพ่อโอ ตรงไปนครสวรรค์ เหมาะสำหรับรถบรรทุกหรือยานพาหนะขนาดใหญ่

เคล็ดลับเดินทางสายเหนือ

แนะนำเช็คสภาพรถก่อนออกเดินทาง และใช้แอปนำทางอย่าง Google Maps เพื่ออัปเดตจราจรเรียลไทม์ เส้นเหล่านี้จะช่วยให้คุณเพลิดเพลินกับบรรยากาศทุ่งนาและภูเขาโดยไม่เครียด

ทางเลี่ยงรถติด สายอีสาน สงกรานต์ 2569

ภาคอีสานยอดฮิตอย่างโคราช ขอนแก่น อุดรธานี มีเส้นทางหลีกเลี่ยงหลายสาย

  • เส้นที่ 1: จากถนนพหลโยธิน เลี้ยวขวาที่สามแยกพุแค เข้าถนนพุแค-หล่มสัก (ทล.21) เลี้ยวขวาแยกม่วงค่อม สู่ ทล.2256 หรือเลี้ยวซ้าย ทล.205 ต่อ ทล.201 ไปชัยภูมิ วิวสวย ทางดี
  • เส้นที่ 2: มอเตอร์เวย์ M6 บางปะอิน-นครราชสีมา ระยะทาง 196 กม. เข้าด่านบางปะอิน ตรงถึงบายพาสเลี่ยงเมืองโคราช ความเร็วสูง สะดวกมาก
  • เส้นที่ 3: กรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา ใช้ ทล.304 (พนมสารคาม-กบินทร์บุรี-วังน้ำเขียว-ปักธงชัย) เข้าโคราช
  • เส้นที่ 4: กรุงเทพฯ-สระแก้ว-อรัญประเทศ-ตาพระยา-โนนแดง-ละหานทราย เข้าบุรีรัมย์ เส้นใหม่ เงียบสงบ

เส้นอีสานเหล่านี้ช่วยเลี่ยงจุด黑 ไม่ว่าจะไปสาดน้ำที่โคราชหรือกินส้มตำที่อีสาน

ทางเลี่ยงรถติด สายตะวันออก

ไปพัทยา บ้านพลูตาหลวง หรือเกาะช้าง ใช้เส้นเหล่านี้

  • ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์) เร็วที่สุด
  • ทล.304 ผ่านมีนบุรี-หนองจอก ออกสู่ตะวันออก
  • ทล.34 (เทพรัตน) ผ่านบางนา-บางปะกง หรือทางพิเศษบูรพาวิถี
  • ทล.3 (สุขุมวิท) วิวทะเลชายฝั่ง

ประโยชน์เส้นตะวันออก

ทุกเส้นมีปั๊มน้ำมันและจุดพักรถครบครัน เหมาะสำหรับครอบครัว

ทางเลี่ยงรถติด สายใต้ สงกรานต์ 2569

มุ่งใต้ไปภูเก็ต หาดใหญ่ หรือกระบี่

  • ทล.35 (พระราม 2) เลี่ยงกรุงเทพฯ ชายฝั่ง
  • ทล.4 (เพชรเกษม) เส้นหลักแต่มีทางแยกเลี่ยงเมืองเพชรบุรี-ประจวบฯ

เพิ่มเติม: ลองใช้ทางด่วนกาญจนาภิเษรร์เชื่อมเพชรเกษม เพื่อลดเวลาเข้าเมือง เพิ่มความปลอดภัยด้วยการขับช้าในฝนตก

สรุป เปิดเส้นทางเลี่ยงรถติด “สงกรานต์ 2569” สายเหนือ-อีสาน-ใต้-ตะวันออก เหล่านี้จะทำให้ทริปของคุณสนุกขึ้น เช็คเส้นทางก่อนออก ลดพีคอาทิตย์ 13-16 เม.ย. หากฉุกเฉิน โทร 1193 ทันที สงกรานต์นี้เดินทางปลอดภัย สาดน้ำให้สนุก แต่ขับรถให้มีสติ! แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ด้วยนะ จะได้ไม่ติดรถติดกัน

ที่มา – เปิดเส้นทางเลี่ยงรถติด “สงกรานต์ 2569” สายเหนือ-อีสาน-ใต้-ตะวันออก

ภารกิจต่อลมหายใจ ส่งมอบหัวใจดวง 163 ราชบุรี-ศิริราช 50 นาที

คุณเคยสงสัยไหมว่าการช่วยชีวิตคนไข้รอปลูกถ่ายอวัยวะนั้นเร่งด่วนแค่ไหน? วันนี้เราจะพาคุณไปดู ส่งมอบหัวใจดวงที่ 163 จากราชบุรี ถึง รพ.ศิริราช ภายใน 50 นาที ภารกิจสุดระทึกที่ตำรวจทางหลวงและตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ร่วมมือกันทำให้สำเร็จ ต่อลมหายใจให้ผู้ป่วยได้ทันเวลา นับเป็นเรื่องน่าประทับใจที่แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่และความร่วมมือจากประชาชน

ส่งมอบหัวใจดวงที่ 163 จากราชบุรี ถึง รพ.ศิริราช ภายใน 50 นาที

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2567 (ตามข้อมูล) ตำรวจทางหลวงหนองดินแดง ได้รับมอบหมายให้ส่งมอบหัวใจดวงที่ 163 พร้อมอวัยวะอีก 4 ส่วน จากโรงพยาบาลบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ไปยังโรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพฯ ระยะทางไกลถึง 76 กิโลเมตร แต่พวกเขาทำได้ภายในเวลาเพียง 50 นาที! ปกติการเดินทางเส้นนี้ โดยเฉพาะวันอาทิตย์ช่วงเย็นที่รถหนาแน่น ใช้เวลานานถึง 90 นาทีหรือ 2 ชั่วโมง แต่ด้วยการอำนวยความสะดวกชั้นยอด ทำให้ภารกิจนี้ลุล่วงอย่างปลอดภัย

ภาพตำรวจทางหลวงนำส่งมอบหัวใจดวงที่ 163 จากราชบุรี ถึง รพ.ศิริราช ภายใน 50 นาที

การประสานงานแบบวินาทีชีวิตของตำรวจ

เริ่มตั้งแต่เวลา 16.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงหนองดินแดง นำรถส่งอวัยวะออกจากโรงพยาบาลบ้านโป่ง จากนั้นประสานกับตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ซึ่งภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม ผู้บังคับการตำรวจจราจร ได้ส่งชุดเคลื่อนที่เร็วรอรับที่ศาลายา ถนนบรมราชชนนี ทางคู่ขนาน

  • ขั้นตอนที่ 1: ตำรวจทางหลวงนำทางจากราชบุรี
  • ขั้นตอนที่ 2: รับช่วงจากตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริในกรุงเทพฯ
  • ขั้นตอนที่ 3: รถตำรวจทางหลวงปิดท้าย ป้องกันการติดตาม
  • ขั้นตอนที่ 4: เปิดเส้นทางเร่งด่วน ร่วมกับการทางพิเศษและตำรวจจราจรพื้นที่

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สั่งการทันทีที่ได้รับแจ้ง ทำให้ทุกอย่างลงตัว ขณะที่ พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา กล่าวว่าญาติผู้ป่วยที่ รพ.ศิริราช เข้ามาขอบคุณเจ้าหน้าที่ด้วยความซาบซึ้ง

ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจขอบคุณจากญาติผู้ป่วยหลังส่งมอบหัวใจดวงที่ 163

สิ่งที่ทำให้ภารกิจนี้ประสบความสำเร็จคือความร่วมมือจากทุกฝ่าย พี่น้องประชาชนหลีกทางให้อย่างเต็มที่ แม้รถจะเยอะมากในช่วงกลับกรุงเทพฯ นี่คือพลังของสังคมไทยที่รวมใจช่วยเหลือชีวิต

ความสำคัญของการบริจาคและส่งต่ออวัยวะ

หัวใจดวงนี้เป็นดวงที่ 163 ที่ส่งต่อชีวิต นอกจากหัวใจยังมีอวัยวะอีก 4 ส่วนช่วยผู้ป่วย 4 ราย การปลูกถ่ายอวัยวะต้องทำภายในเวลาจำกัด หัวใจโดยเฉพาะไม่เกิน 4-6 ชั่วโมง ดังนั้น ส่งมอบหัวใจดวงที่ 163 จากราชบุรี ถึง รพ.ศิริราช ภายใน 50 นาที จึงเป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของระบบที่พร้อมช่วยเหลือ

ตำรวจทางหลวงและตำรวจจราจรแสดงให้เห็นว่าภารกิจช่วยประชาชนไม่มีวันหยุด แม้วันหยุดสุดสัปดาห์ก็พร้อม 24 ชั่วโมง จิตวิญญาณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่แท้จริง

เรื่องนี้ทำให้เราภูมิใจในหน่วยงานรัฐและประชาชน สะท้อนว่าความรวดเร็วและการประสานงานสามารถกู้ชีวิตได้ ลองนึกภาพผู้ป่วยที่รอคอย หัวใจดวงนี้คือความหวังใหม่

คำเชิญชวน: มาช่วยต่อลมหายใจกันเถอะ! ลงทะเบียนบริจาคอวัยวะวันนี้ที่ ระบบกลางการบริจาคอวัยวะ คุณอาจเป็นฮีโร่ที่ช่วยชีวิตใครสักคนได้

นอกจากนี้ หากคุณชื่นชอบเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจ แชร์โพสต์นี้เพื่อเผยแพร่ความดีให้คนอื่นรู้ และติดตามข่าวสารช่วยเหลือสังคมเพิ่มเติมจากเรา!

ที่มา – ภารกิจต่อลมหายใจ ส่งมอบหัวใจดวงที่ 163 จากราชบุรี ถึง รพ.ศิริราช ภายใน 50 นาที

จับร้อยตำรวจเอก คัมรี่ป้ายแดงปลอม รถขโมย

ข่าวใหญ่ในวงการอาชญากรรมที่กำลังเป็นกระแสจับร้อยตำรวจเอก พร้อมคัมรี่ป้ายแดงปลอม รถยนต์ที่ถูกขโมยมาจากเจ้าของชาวเกาหลีใต้ ผู้ต้องหาอ้างว่าไม่รู้เรื่องและรับจำนำมาอีกทอดหนึ่ง เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ที่จังหวัดกาญจนบุรี สร้างความตกตะลึงให้กับสังคมเพราะผู้ต้องหาคืออดีตนายตำรวจเอง

จับร้อยตำรวจเอก พร้อมคัมรี่ป้ายแดงปลอม

พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผู้บังคับการทางหลวง สั่งการให้ชุดสืบสวนทางหลวง นำโดย พ.ต.อ.ภคพล สุชล และ พ.ต.ต.กฤษฎา พ่วงปาน นำกำลังบุกจับกุม ร.ต.อ.ไทย (นามสมมติ) อายุ 58 ปี อดีตข้าราชการตำรวจ ในข้อหาปลอมแปลงเอกสารราชการและรับของโจร

จับร้อยตำรวจเอก พร้อมคัมรี่ป้ายแดงปลอม

ของกลางที่พบคือรถเก๋งโตโยต้า คัมรี่ สีเทา 1 คัน พร้อมแผ่นป้ายทะเบียนปลอมป้ายแดง 2 แผ่น ที่อู่รถในพื้นที่หมู่ 4 ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี รถคันนี้เพิ่งถูกขโมยมาจากศูนย์โตโยต้าในพื้นที่ สน.ประชาชื่น โดยเจ้าของคือชาวเกาหลีใต้ที่แจ้งความกับตำรวจ

เส้นทางสืบสวนและการจับกุม

ทุกอย่างเริ่มต้นจากวันที่ 18 ก.พ. 2567 ตำรวจ สน.ประชาชื่น ได้รับแจ้งจากเจ้าของรถคันนี้ ชาวเกาหลีใต้ที่ถูกคนรู้จักลักรถไป เจ้าหน้าที่ทางหลวงได้รับประสานงานทันที และติดตามเบาะแส พบว่ารถถูกนำออกจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่กาญจนบุรี

เมื่อบุกเข้าไปในอู่ พบรถจอดอยู่ในลานด้านใน ฝากระโปรงยังอุ่น แสดงว่าพึ่งขับมาถึง แต่ขั้วแบตเตอรี่ถูกถอดออกเพื่อตัดไฟ เตรียมแยกอะไหล่ขาย ร.ต.อ.ไทยยอมรับว่าเป็นคนขับรถคันนี้มา หมายเลขตัวถังตรงกับรถที่แจ้งหาย แผ่นป้ายเป็นของปลอมป้ายแดง ทำให้จับกุมทันที

รถคัมรี่ป้ายแดงปลอมที่ถูกจับ

คำให้การของผู้ต้องหา

จากการสอบสวน ร.ต.อ.ไทยให้การว่า รับรถคันนี้มาจาก “นายชาติ” ที่โกดังย่านพุทธมณฑลสาย 5 จ.นครปฐม โดยนายชาติบอกว่ารับจำนำจากชาวเกาหลีใต้ และตนจ่ายเงิน 350,000 บาท เป็นค่าจำนำ ก่อนขับมาที่อู่นี้เพื่อเตรียมแยกชิ้นส่วน แต่ยืนยันว่าไม่รู้ว่ารถถูกขโมย ปฏิเสธทุกข้อหา และถูกส่งตัวไป สน.ประชาชื่น

  • รถถูกขโมยจากศูนย์โตโยต้า สน.ประชาชื่น
  • ป้ายทะเบียนปลอมประเภทป้ายแดง ใช้หลบหนี
  • ผู้ต้องหาเป็นอดีตตำรวจ อายุ 58 ปี
  • เงินจำนำ 3.5 แสนบาท จากโกดังสาย 5
  • รถยังสภาพดี ฝากระโปรงอุ่น ถอดแบตเตอรี่

กรณีจับร้อยตำรวจเอก พร้อมคัมรี่ป้ายแดงปลอมนี้ สะท้อนปัญหาการโจรกรรมรถยนต์ที่ใช้ป้ายปลอมหลอกลวง โดยเฉพาะรถนำเข้าหรือมือสอง ป้ายแดงปลอมมักใช้ในขบวนการแยกอะไหล่ขายต่อ ทำให้ตรวจสอบยาก

ในปัจจุบัน การโจรกรรมรถยนต์ในไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรถหรูอย่างโตโยต้า คัมรี่ ที่อะไหล่มีราคาแพง ชาวเกาหลีใต้ที่อยู่อาศัยในไทยมักตกเป็นเป้าเพราะไม่คุ้นเคยระบบ หากคุณกำลังมองหารถมือสอง ควรตรวจสอบเลขตัวถัง เอกสาร และประวัติให้ชัดเจน หลีกเลี่ยงการรับจำนำจากแหล่งไม่น่าเชื่อถือ

บทเรียนจากเคสนี้คือ แม้แต่ตำรวจเก่าก็อาจพลาดได้ การตรวจสอบให้ละเอียดคือกุญแจสำคัญในการป้องกันการรับของโจรโดยไม่รู้ตัว

ติดตามข่าวอาชญากรรมและเคล็ดลับป้องกันการถูกโกงได้ที่บล็อกนี้ คอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับกรณีนี้!

ที่มา – จับร้อยตำรวจเอก พร้อมคัมรี่ป้ายแดงปลอม รถถูกขโมยมา อ้างไม่รู้ รับจำนำต่อมาอีกทอด

กกต. ส่งบัตรเลือกตั้ง ก่อนนับพร้อมกัน 8 ก.พ.

วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องสำคัญที่กำลังเป็นกระแสกันเลยนะครับ กกต. ส่งบัตรเลือกตั้ง ล่วงหน้าถึง 400 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศแล้ว พร้อมให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์ได้อย่างมั่นใจ ก่อนที่จะนับคะแนนพร้อมกันในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เรียกได้ว่าทุกอย่างพร้อมรบสุดๆ เพื่อความโปร่งใสในการเลือกตั้งทั่วไป

กกต. ส่งบัตรเลือกตั้ง พร้อมให้ประชาชนใช้สิทธิ์ ก่อนนับพร้อมกัน 8 ก.พ.

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้ร่วมมือกับบริษัทไปรษณีย์ไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปล่อยขบวนรถขนส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าแบบนอกเขตและนอกราชอาณาจักร ออกเดินทางไปยัง 400 เขตเลือกตั้งทั่วไทยเลยทีเดียว การขนส่งครั้งนี้ใช้รถมากกว่า 600 คัน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงคอยคุ้มกันตลอดเส้นทาง แถมยังมีระบบติดตามแบบเรียลไทม์ (Tracking) เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างปลอดภัย 100% เมื่อบัตรถึงที่หมาย ก็จะถูกเก็บไว้ในสถานที่พิเศษที่มีกล้อง CCTV เฝ้าทุก 24 ชั่วโมง ก่อนนำออกมานับหลังปิดหีบเวลา 17.00 น. ของวันเลือกตั้ง

กกต. ส่งบัตรเลือกตั้ง

เคลียร์ปมบัตรกรอกรหัสผิด ประชาชนวางใจได้

หลายคนอาจกังวลเรื่องบัตรเลือกตั้งที่กรอกรหัสผิดใช่มั้ยครับ? นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่ามีบัตรผิดประมาณ 100 ใบเท่านั้น และทาง กกต. ได้คัดแยกแล้วส่งไปยังเขตที่ถูกต้องตามสิทธิ์ของแต่ละคนเรียบร้อย ยืนยันเลยว่าบัตรทุกใบส่งถึงครบ ไม่มีหายสักใบเดียว ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในระบบที่โปร่งใสแบบนี้ได้เลยนะ

ส่วนทางไปรษณีย์ไทย ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ CEO ได้แจ้งว่าส่งบัตรไปแล้วกว่า 90% ครอบคลุมทุกจังหวัด แม้แต่กรุงเทพฯ ราชบุรี และพระนครศรีอยุธยา ก็จะเสร็จสิ้นภายในวันนี้แน่นอน งานนี้บริการดีเยี่ยมสมชื่อไปรษณีย์ไทยจริงๆ

ขบวนรถส่งบัตรเลือกตั้ง

ขั้นตอนการนับคะแนนหลังปิดหีบ 8 ก.พ.

มาดูกันว่าวันนับคะแนนจะเป็นยังไงบ้าง หลังปิดหีบเวลา 17.00 น. วันที่ 8 ก.พ. จะมีการแบ่งชุดนับคะแนนชัดเจน สำหรับหน่วยเลือกตั้งปกติ จะนับคะแนน ส.ส. แบบแบ่งเขต บัญชีรายชื่อ และบัตรประชามติทันที ส่วนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าจะมีคณะกรรมการชุดพิเศษ เบิกบัตรออกมานับที่สถานที่กำหนด พร้อมกันทั่วประเทศ ทุกขั้นตอนมีผู้สังเกตการณ์และถ่ายทอดสดให้ดูด้วยนะครับ

  • ขบวนรถ 600 คัน คุ้มกันโดยตร.ทางหลวง
  • ระบบ Tracking เรียลไทม์ ติดตามทุกฝีก้าว
  • CCTV 24 ชม. เก็บรักษาบัตรปลอดภัย
  • นับคะแนนพร้อมกันทั่วประเทศ หลัง 17.00 น.
  • แก้ปัญหาบัตรผิด 100% แล้ว

การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญมาก เพราะเป็นการกำหนดอนาคตของประเทศเรา ประชาชนทุกคนมีสิทธิ์มีเสียงเท่าเทียมกัน ถ้าคุณยังไม่ได้ไปใช้สิทธิ์ล่วงหน้า อย่าลืมเช็คบัตรประชาชนและไปลงคะแนนในวันจริงนะครับ อย่าให้สิทธิ์หลุดมือเด็ดขาด!

ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ผมเชื่อว่าระบบของ กกต. ครั้งนี้แน่นปึ้กสุดๆ ไม่มีทุจริตแน่นอน สิ่งสำคัญคือเราต้องไปใช้สิทธิ์กันเยอะๆ เพื่อให้ผลออกมาเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง

สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านติดตามผลการนับคะแนนสดๆ และเตรียมตัวไปโหวตให้สุดพลังในวันที่ 8 ก.พ. นี้เลยครับ!

ที่มา – กกต. ส่งบัตรเลือกตั้ง พร้อมให้ประชาชนใช้สิทธิ์ ก่อนนับพร้อมกัน 8 ก.พ.

Scroll to top