ทรัพย์สินทางปัญญา

ครม. เห็นชอบ MOU คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา มาตรฐานชั่งตวงวัด ไทย-จีน

ข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการไทย! เมื่อเร็วๆ นี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบการจัดทำบันทึกความเข้าใจหรือ MOU ครั้งสำคัญกับทางฝั่งจีน เพื่อยกระดับความร่วมมือในหลายมิติ โดยเฉพาะเรื่องของการคุ้มครองสิทธิประโยชน์และมาตรฐานการค้า ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในยุคที่การค้าออนไลน์ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ครม. เห็นชอบ MOU คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา มาตรฐานชั่งตวงวัด ไทย-จีน

การเดินหน้าในครั้งนี้ครอบคลุมความร่วมมือหลัก 3 ด้าน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับภาคธุรกิจไทย ซึ่งการที่ ครม. เห็นชอบ MOU คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา มาตรฐานชั่งตวงวัด ไทย-จีน นั้น ถือเป็นกลยุทธ์เชิงรุกที่จะช่วยแก้ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ในตลาดจีนได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ผู้ประกอบการไทยมักประสบปัญหาเครื่องหมายการค้าถูกนำไปแอบอ้าง

รายละเอียดความร่วมมือที่น่าสนใจ

  • การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา: ช่วยให้เจ้าของแบรนด์ไทยสามารถประสานงานเพื่อเอาผิดกับผู้ละเมิดสิทธิในจีนได้ง่ายขึ้น
  • ห่วงโซ่อุตสาหกรรมและอุปทาน: เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ MSMEs ไทยเชื่อมต่อเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตระดับโลก
  • มาตรฐานชั่งตวงวัด: ป้องกันการโกงน้ำหนักสินค้าจากการใช้เครื่องชั่งที่ไม่ได้มาตรฐาน

ในด้านของมาตรฐานการชั่งตวงวัดนั้น ถือว่าน่าสนใจมาก เพราะปัจจุบันมีการขายสินค้าออนไลน์ข้ามพรมแดนกันอย่างคึกคัก หากเรามีระบบตรวจสอบและมาตรฐานที่เข้มงวดตามที่ ครม. เห็นชอบ MOU คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา มาตรฐานชั่งตวงวัด ไทย-จีน ได้ระบุไว้ จะช่วยสร้างความเป็นธรรมให้กับทั้งผู้บริโภคและพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของด้วยความซื่อสัตย์ นอกจากนี้ยังช่วยปราบปรามการนำเข้าเครื่องชั่งที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายเข้ามาจำหน่ายในไทยอีกด้วย

บทสรุปของการที่ ครม. เห็นชอบ MOU คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา มาตรฐานชั่งตวงวัด ไทย-จีน ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างไทยและจีน ซึ่งจีนเองก็เป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยที่อยู่เคียงข้างกันมานานกว่า 13 ปี การมีกติกาที่ชัดเจนจะทำให้นักธุรกิจไทยสามารถรุกตลาดแดนมังกรได้อย่างมั่นใจและยั่งยืนกว่าเดิม

เรามองว่านี่คือโอกาสทองของผู้ประกอบการ MSMEs ที่จะใช้โอกาสจาก MOU ฉบับนี้ในการขยายธุรกิจ อย่าลืมตรวจสอบทรัพย์สินทางปัญญาของแบรนด์ตนเองให้เรียบร้อย เพื่อให้พร้อมรับสิทธิประโยชน์จากมาตรการคุ้มครองใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นครับ

ที่มา – ครม. เห็นชอบ MOU คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา มาตรฐานชั่งตวงวัด ไทย-จีน

กรมทรัพย์สินฯ เตือนผู้ส่งออกไทย ต้องจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าก่อนโกอินเตอร์

กรมทรัพย์สินฯ เตือนผู้ส่งออกไทย ต้องจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าก่อนโกอินเตอร์

การขยับขยายธุรกิจไปในตลาดต่างประเทศถือเป็นก้าวสำคัญที่น่าตื่นเต้นสำหรับผู้ประกอบการไทย แต่รู้หรือไม่ว่าก่อนจะโกอินเตอร์ สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ได้มีเพียงแค่คุณภาพสินค้าหรือแผนการตลาดเท่านั้น แต่คือการป้องกันทรัพย์สินทางปัญญาของท่านเอง วันนี้กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงได้ออกมาเตือนผู้ประกอบการทุกท่านว่า กรมทรัพย์สินฯ เตือนผู้ส่งออกไทย ต้องจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าก่อนโกอินเตอร์ เพื่อป้องกันปัญหาการถูกละเมิดลิขสิทธิ์หรือแบรนด์ถูกผู้อื่นนำไปจดตัดหน้าในต่างประเทศ

หลายครั้งที่เราพบว่าแบรนด์ไทยที่มีชื่อเสียงถูกนำไปแอบอ้าง หรือมีผู้อื่นหัวใสชิงไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในต่างแดนก่อน ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการตัวจริงเสียสิทธิ์ในการทำตลาดทันที ดังนั้น การวางแผนจดทะเบียนก่อนส่งออกหรือนำสินค้าไปโชว์ในงานนิทรรศการระดับโลกจึงเป็นกลยุทธ์ที่ขาดไม่ได้

วิธีรับมือหากแบรนด์ไทยถูกละเมิดสิทธิ์

หากวันหนึ่งคุณพบว่าแบรนด์ของคุณถูกละเมิดในต่างแดน อย่าเพิ่งตื่นตระหนก แต่ต้องรีบดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้:

  • ยื่นคัดค้าน: ติดต่อผู้เชี่ยวชาญเพื่อยื่นคัดค้านการจดทะเบียนของคู่กรณีภายในระยะเวลาที่กฎหมายของประเทศนั้นๆ กำหนด
  • ประสานหน่วยงานรัฐ: กรมทรัพย์สินทางปัญญาพร้อมเป็นตัวกลางในการสนับสนุนข้อมูลและประสานงานกับหน่วยงานต่างประเทศเพื่อจัดการกับสินค้าเลียนแบบ

อย่างไรก็ตาม การป้องกันย่อมดีกว่าการตามแก้ไข กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงได้แนะนำให้ผู้ประกอบการรู้จักกับระบบมาดริด (Madrid Protocol) ซึ่งเป็นทางออกที่ช่วยอำนวยความสะดวกอย่างมากในยุคปัจจุบัน

ทำไมต้องใช้งานระบบมาดริด?

ระบบมาดริดช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าใน 132 ประเทศสมาชิกทั่วโลกได้ด้วย “คำขอเดียว ภาษาเดียว และจ่ายค่าธรรมเนียมเพียงครั้งเดียว” ซึ่งนับเป็นทางออกที่ช่วยลดทั้งต้นทุนและเวลาได้อย่างมหาศาล เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการบุกตลาดโลกอย่างมืออาชีพ

นอกจากนี้ กรมฯ ยังมีโครงการ Trademark Monitor ที่ช่วยเฝ้าระวังแบรนด์ของคุณในต่างประเทศ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าแบรนด์ไทยจะเติบโตอย่างมั่นคงและปลอดภัยจากการถูกละเมิด หากท่านกำลังวางแผนนำสินค้าไปขายต่างประเทศ โปรดจำให้ขึ้นใจว่า กรมทรัพย์สินฯ เตือนผู้ส่งออกไทย ต้องจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าก่อนโกอินเตอร์ เพื่อความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาวครับ

ที่มา – กรมทรัพย์สินฯ เตือนผู้ส่งออกไทย ต้องจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าก่อนโกอินเตอร์

“ยศชนัน” เผยเตรียมคุย รร.ปอเนาะ-ตาดีกา แง้มปรับเพื่อไทย

ในวันที่ 23 เมษายน 2567 “ยศชนัน” เผย เตรียมแนวทางคุย รร.ปอเนาะ-ตาดีกาแล้ว แง้มประชุมเพื่อไทยปรับคนให้เหมาะกับงาน ได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะในแวดวงการเมืองและการศึกษา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลอย่างเป็นกันเอง แสดงถึงความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

“ยศชนัน” เผย เตรียมแนวทางคุย รร.ปอเนาะ-ตาดีกาแล้ว แง้มประชุมเพื่อไทยปรับคนให้เหมาะกับงาน

นายยศชนัน เน้นย้ำว่ากระทรวงศึกษาธิการได้เตรียมความพร้อมอย่างครบถ้วนสำหรับการพูดคุยกับโรงเรียนปอเนาะและตาดีกา ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาศาสนาอิสลามที่สำคัญในพื้นที่ชายแดนใต้ แม้จะขออุบรายละเอียด แต่ก็ยืนยันว่ามีแนวทางชัดเจนแล้ว ประเด็นหลักที่ถูกหยิบยกคือการส่งเสริมความเท่าเทียมทางการศึกษา ความปลอดภัย ความมั่นคง และการลดความรุนแรง รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนในพื้นที่

การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องอาศัยการบูรณาการจากทุกภาคส่วน โรงเรียนปอเนาะและตาดีกาไม่เพียงแต่เป็นแหล่งเรียนรู้ศาสนา แต่ยังเป็นศูนย์กลางชุมชนที่ช่วยหล่อหลอมเยาวชน หากสามารถเชื่อมโยงหลักสูตรให้สอดคล้องกับระบบการศึกษารัฐได้ จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและลดช่องว่างทางสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รายละเอียดการเตรียมแนวทางคุย รร.ปอเนาะ-ตาดีกา

จากที่ “ยศชนัน” เผย เตรียมแนวทางคุย รร.ปอเนาะ-ตาดีกาแล้ว แง้มประชุมเพื่อไทยปรับคนให้เหมาะกับงาน นายยศชนันได้หารือเบื้องต้นกับนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยมุ่งเน้นมิติความมั่นคงและเศรษฐกิจควบคู่กัน ในฐานะสมาชิกคณะรัฐมนตรี เขาจะสะท้อนปัญหาเหล่านี้เพื่อหาทางแก้ไขอย่างยั่งยืน

  • ประเด็นความเท่าเทียม: ส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพเท่าเทียมทุกคน
  • ความปลอดภัยและมั่นคง: ลดเหตุรุนแรงในพื้นที่ผ่านการศึกษา
  • เศรษฐกิจปากท้อง: พัฒนาทักษะเพื่อเพิ่มรายได้
  • บูรณาการหลักสูตร: เชื่อมโรงเรียนเอกชนศาสนากับระบบรัฐ

นอกจากนี้ ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายยศชนันจะประชุมกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อหารือเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา สนับสนุนสินค้ามูลค่าสูง ซึ่งอาจนำไปสู่การแถลงข่าว

แง้มประชุมพรรคเพื่อไทย: ปรับคนให้เหมาะกับงาน

สำหรับการประชุมพรรคเพื่อไทยในวันที่ 24 เมษายน นายยศชนันในฐานะแกนนำเผยว่าเป็นการอัปเดตการลงพื้นที่ รายงานแผนระยะสั้น-ยาว และบูรณาการงาน โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างบุคลากรให้เหมาะสมกับตำแหน่ง “เป็นการปรับคนให้เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ เพื่อความคล่องตัว โดยเฉพาะคนที่ร่วมรัฐบาลและต้องรับมือสถานการณ์เร่งด่วน” เขากล่าว ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของพรรคการเมือง

การปรับเปลี่ยนนี้สะท้อนถึงความยืดหยุ่นของพรรคเพื่อไทยในการบริหารจัดการท่ามกลางสถานการณ์政治ที่ซับซ้อน ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยไม่เปลี่ยนหลักการใหญ่โต

โดยรวมแล้ว “ยศชนัน” เผย เตรียมแนวทางคุย รร.ปอเนาะ-ตาดีกาแล้ว แง้มประชุมเพื่อไทยปรับคนให้เหมาะกับงาน แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของผู้นำในการแก้ปัญหาเชิงรุก ทั้งการศึกษาและการเมือง หากดำเนินการได้ดี จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับภาคใต้และเสถียรภาพรัฐบาล

คุณคิดอย่างไรกับแนวทางนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวสารการเมืองการศึกษาล่าสุดจากบล็อกเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!

ที่มา – “ยศชนัน” เผย เตรียมแนวทางคุย รร.ปอเนาะ-ตาดีกาแล้ว แง้มประชุมเพื่อไทยปรับคนให้เหมาะกับงาน

“ยศชนัน” แจงสภาฯ ครั้งแรก รมว.อว. พัฒนาทุนมนุษย์

ในวันที่ 9 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา มีเหตุการณ์สำคัญที่ทุกคนในวงการการเมืองและการศึกษาให้ความสนใจ นั่นคือ “ยศชนัน” แจงสภาฯ ครั้งแรก พร้อมทำหน้าที่ รมว.อว. ให้ดีที่สุดเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ลุกขึ้นชี้แจงนโยบายต่อรัฐสภา เป็นครั้งแรกในการประชุมแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ภายใต้การนำของนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา การชี้แจงครั้งนี้ไม่ใช่แค่การรายงาน แต่เป็นวิสัยทัศน์ชัดเจนที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง ด้วยพลังของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

“ยศชนัน” แจงสภาฯ ครั้งแรก พร้อมทำหน้าที่ รมว.อว. ให้ดีที่สุดเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์

นายยศชนัน เน้นย้ำว่า ในยุคที่เผชิญวิกฤตต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติ สังคม หรือเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคือกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาให้ทันท่วงที กระทรวงอว. ได้ดำเนินการไปแล้วหลายส่วน และพร้อมปรับปรุงจุดอ่อนที่พบเพื่อให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยจะเชื่อมโยงนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย (STI) เข้ากับนโยบายต่างประเทศ สังคม สิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติ และบริการภาครัฐ เพื่อให้เป็นกระดูกสันหลังของชาติ

นวัตกรรมจากวิจัยสู่เศรษฐกิจรากหญ้า

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการผลักดันนวัตกรรม โดยเชื่อมโยงวิจัยเชิงลึกของภาครัฐเข้ากับศักยภาพของเอกชน ใช้เงินงบประมาณอว. ร่วมกับทุนเอกชนและนักลงทุน เพื่อนำเทคโนโลยีจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ นอกจากนี้ ยังส่งเสริมทรัพย์สินทางปัญญาให้ นักวิจัยได้รับรายได้อย่างเป็นธรรม โดยให้ “นักคิด” และ “นักปฏิบัติ” ร่วมมือกัน นโยบายนี้จะช่วยให้ประเทศไทยไม่สูญเสียเอกราชทางเทคโนโลยี

สำหรับเศรษฐกิจ นายยศชนัน ชู “เศรษฐกิจสุขภาพ” เป็นโรง โดยมุ่งให้ไทยเป็นอันดับ 1 ของโลก เพิ่มผลิตภาพในภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ ยกระดับเกษตรมูลค่าสูง เช่น สมุนไพรไทย ความมั่นคงทางอาหาร อาหารแห่งอนาคต อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ การบำบัดด้วยเซลล์และยีนสำหรับโรคธาลัสซีเมีย พาร์กินสัน และมะเร็ง

ความมั่นคงไซเบอร์และเอกราชอาวุธยุทโธปกรณ์

ด้านความมั่นคง อว. จะร่วมกลาโหม สร้างเอกราชด้านอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อความปลอดภัยประชาชน สำหรับไซเบอร์ซีเคียวริตี้ จะพัฒนาการสื่อสารเชิงควอนตัม Open Data สู่รัฐบาลดิจิทัล Green Energy Net Zero และเทคโนโลยีป้องกันภัยพิบัติ นี่คือก้าวสำคัญที่ “ยศชนัน” แจงสภาฯ ครั้งแรก พร้อมทำหน้าที่ รมว.อว. ให้ดีที่สุดเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์

  • พลิกโฉมมหาวิทยาลัยทุกมิติ รับทุกวัยตั้งแต่เยาวชนถึงผู้สูงอายุ อัปสกิล-รีสกิล
  • ศิษย์เก่าเรียนต่อได้ไม่จำกัด
  • ลดความเหลื่อมล้ำ ปรับปรุงระบบ T-CAS ให้มีคุณภาพ

นายยศชนัน ทิ้งท้ายว่า “ผมจะทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุดเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศไทย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อความหวังของคนไทย” การชี้แจงครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่ชัดเจน หากนโยบายเหล่านี้ถูกนำไปปฏิบัติจริง จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย ลดช่องว่างทางสังคม และวางรากฐานเศรษฐกิจยั่งยืนในยุคดิจิทัล

ในมุมมองของผม นี่คือจุดเริ่มต้นที่ดีของรัฐบาลชุดใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาและนวัตกรรม หากคุณเป็นนักศึกษา นักวิจัย หรือประชาชนทั่วไป ลองคิดดูสิว่าการพัฒนาเหล่านี้จะเปลี่ยนชีวิตคุณอย่างไร? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข่าวสารการเมือง การศึกษา และเทคโนโลยีล่าสุด!

ที่มา – “ยศชนัน” แจงสภาฯ ครั้งแรก พร้อมทำหน้าที่ รมว.อว. ให้ดีที่สุดเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผนึก DSI ยึดของปลอมห้างดัง 1 แสนชิ้น

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผนึก DSI ยึดของปลอมห้างดัง 1 แสนชิ้น เป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาในวงการค้าและนักช้อปทั้งหลาย ล่าสุดหน่วยงานรัฐบุกตรวจเข้มพื้นที่ห้างสรรพสินค้าย่านปทุมวัน จับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ได้เพียบ มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยเอาจริงกับปัญหาของเถื่อนที่ครองตลาดมานาน

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผนึก DSI ยึดของปลอมห้างดัง 1 แสนชิ้น

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากรายงาน Notorious Markets ปี 2568 ของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ชี้ชื่อย่านการค้าไทย 1 แห่งติดบัญชีดำเรื่องละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา รัฐบาลจึงเร่งเครื่องบูรณาการปราบปราม โดยเมื่อ 12 มี.ค. 2569 กรมทรัพย์สินทางปัญญาร่วม DSI ลงพื้นที่ตรวจ 17 จุดในห้างดังย่านปทุมวัน พบร้านค้าและโกดังลับขายของเลียนแบบแบรนด์ดังเพียบ

สินค้าที่ถูกยึดส่วนใหญ่เป็นกระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า และแฟชั่นแบรนด์ดังที่เลียนแบบจนแทบแยกไม่ออก จับผู้ต้องหาได้หลายราย ของกลางกว่า 100,000 ชิ้น มูลค่าความเสียหาย 30 ล้านบาท เจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐานเตรียมดำเนินคดีเต็มรูปแบบ

ผลการตรวจสอบและมาตรการป้องกัน

ผู้บริหารห้างให้ความร่วมมือเต็มที่ ยกเลิกสัญญาเช่าทันทีกับผู้กระทำผิด พร้อมเพิ่มมาตรการตรวจสอบผู้เช่าใหม่ให้เข้มงวดขึ้น การบุกตรวจครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนเฝ้าระวังใหญ่ ครอบคลุมกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด แหล่งท่องเที่ยว และศูนย์การค้าทุกแห่ง โดยเฉพาะจุดที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น เพื่อรักษาภาพลักษณ์เศรษฐกิจไทย

  • สินค้าละเมิดหลัก: กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้าแฟชั่น
  • จำนวนของกลาง: กว่า 100,000 ชิ้น
  • มูลค่า: 30 ล้านบาท
  • พื้นที่ตรวจ: ห้างดังปทุมวัน 17 จุด

กรมทรัพย์สินทางปัญญายังประสานเจ้าของแบรนด์และแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อปราบทั้งออฟไลน์และออนไลน์ สร้างระบบนิเวศทรัพย์สินทางปัญญาที่แข็งแกร่ง สอดคล้องมาตรฐานสากล ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ

ปัญหาสินค้าปลอมไม่ใช่แค่ขโมยลิขสิทธิ์ แต่กระทบเศรษฐกิจทั้งระบบ ผู้ประกอบการแท้เจ็บตัว ลูกค้าซื้อของห่วย เสี่ยงสุขภาพจากวัสดุด้อยคุณภาพ ไทยกำลังยกระดับกฎหมายและเทคโนโลยีตรวจจับ เช่น AI สแกนภาพ เพื่อกำจัดของเถื่อนให้สิ้นซาก

ในอนาคต คาดว่าจะเห็นการตรวจบ่อยขึ้น ร่วมกับตำรวจ ทหาร และเอกชน เพื่อให้ตลาดสะอาด 100% นักช้อปอย่างเราควรตรวจสอบสินค้าด้วย ดูป้ายราคา โลโก้ คุณภาพ หากสงสัยแจ้งกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้เลย

การดำเนินการของ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผนึก DSI ยึดของปลอมห้างดัง 1 แสนชิ้น ครั้งนี้ สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาคมโลก ไทยไม่ยอมให้ของเถื่อนทำลายชื่อเสียงอีกต่อไป หากคุณเป็นเจ้าของแบรนด์หรือนักช้อป ติดตามข่าวสารและร่วมป้องกันด้วยนะครับ

อย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูล และช่วยกันปราบของปลอม!

ที่มา – กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผนึก DSI ตรวจเข้มพื้นที่ห้างดัง ยึดสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ กว่า 1 แสนชิ้น

Scroll to top