ทิดอลงกต

เร่งสอบ “ทิดอลงกต” พบ 24 ประเด็น โยงตลกดัง

ความคืบหน้าคดีของ “ทิดอลงกต” อดีตเจ้าอาวาสวัดดัง กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง เมื่อ “บิ๊กเต่า” สั่งเร่งสอบสวน “ทิดอลงกต” อย่างเข้มข้นในเรือนจำ พร้อมเผยว่าตลก 3 พยางค์ชื่อดังยังไม่ได้เข้าชี้แจงกับตำรวจ นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมว่าล็อต 2 ของคดีนี้เป็นเรื่องใหม่ทั้งหมด เกี่ยวข้องกับเรื่องการเงิน และไม่เกี่ยวข้องกับ “หมอบี” แต่อย่างใด

เร่งสอบ “ทิดอลงกต” พบ 24 ประเด็นข้อสงสัย โยงตลก 3 พยางค์-ซ่อมโรงแรม

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการดำเนินคดี “ทิดอลงกต การละคร” หรือ นายอลงกต พลมุข อายุ 65 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ว่า หลังจากการประชุมได้มีการเร่งให้มีการสอบสวนทิดอลงกตในเรือนจำ เพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด รวมถึงเร่งสอบเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มูลนิธิต่างๆ และผู้เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของวัด ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการทั้งหมด

ส่วนกรณีของตลก 3 พยางค์ชื่อดัง ที่มีความเกี่ยวข้องกับวัดนั้น ชุดสืบสวนกำลังเร่งดำเนินการ เนื่องจากเข้ามาเกี่ยวข้องในช่วงที่วัดมีปัญหา และเข้ามาช่วยเหลือในหลายส่วนจนเกิดความน่าสงสัย โดยกองบังคับการปราบปรามกำลังทำคดีนี้อยู่ และตลกคนดังกล่าวยังไม่ได้เข้ามาชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด

ประเด็นโรงแรมกับการซ่อมบำรุงที่น่าสงสัย

เมื่อถามถึงการสืบทรัพย์สินของวัดพระบาทน้ำพุ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า มีข้อเท็จจริงจำนวนมาก และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งประเด็นขึ้นมามากมาย บางประเด็นจบลงแล้ว แต่บางประเด็นได้หยิบยกมาทำต่อ นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังเป็นข้อสงสัยจากหลักฐานที่ยึดมาได้ โดยเฉพาะประเด็นโรงแรม ที่มีการนำเงินวัดเข้าไปซ่อมบำรุงห้องพัก โดยยืนยันว่าโรงแรมนี้ได้นำเงินวัดเข้าไปซ่อมบำรุงภายในห้องพักและตัวโรงแรมจริง แต่ยังไม่ทราบว่าเงินจากวัดเข้าไปทั้งหมดเท่าไหร่ ซึ่งเป็นหนึ่งใน 24 ประเด็นที่พนักงานสอบสวนตั้งข้อสงสัย

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวเพิ่มเติมว่า มีบางประเด็นที่ชัดเจนแล้ว และสามารถแจ้งข้อกล่าวหาทิดอลงกตได้ แต่ขณะนี้กำลังสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมก่อน

เมื่อถามถึงการออกหมายจับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับวัดพระบาทน้ำพุ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ตอบว่า ขอสอบปากคำก่อน เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับธุรกรรมการเงินของวัดทั้งหมด และในล็อต 2 นี้ จะก่อคดีขึ้นมาใหม่ ไม่เกี่ยวข้องกับคดีของหมอบีและทิดอลงกต แต่ถ้าพบความเชื่อมโยงกันก็พร้อมที่จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม

สรุปคือ คดีของทิดอลงกตยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงินของวัดที่ถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง หรือความเกี่ยวข้องของบุคคลต่างๆ โดยเฉพาะตลก 3 พยางค์ชื่อดังที่ยังไม่ได้ออกมาให้ข้อมูลใดๆ หวังว่าการสอบสวนอย่างเข้มข้นนี้จะนำไปสู่ความกระจ่างและความยุติธรรมในที่สุด

ที่มา – เร่งสอบ “ทิดอลงกต” พบ 24 ประเด็นข้อสงสัย โยงตลก 3 พยางค์-ซ่อมโรงแรม

คุรุสภา ยึดคืนรางวัลคุณูปการต่อการศึกษา “ทิดจอร์จ-ทิดแย้ม”

วงการสงฆ์และการศึกษาไทยต้องเผชิญกับข่าวที่น่าตกใจ เมื่อ “คุรุสภา” มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยึดคืนรางวัลพระสงฆ์ผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาชาติที่เคยให้กับ “ทิดจอร์จ” หรืออดีตพระอลงกต และ “ทิดแย้ม” หรืออดีตพระธรรมวชิรานุวัตร ภายหลังทั้งสองท่านถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้เปิดเผยถึงการประชุมกับคุรุสภาเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยระบุว่าก่อนหน้านี้ คุรุสภาได้มอบรางวัลอันทรงเกียรติแก่ อดีตพระอลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี ในฐานะพระสงฆ์ผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาชาติ ประจำปี 2563 เนื่องจากการที่ท่านมีจิตสาธารณะอันแรงกล้าในการช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์มาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป เมื่ออดีตพระอลงกตต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยสงฆ์อย่างร้ายแรง นำไปสู่การถูกดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงิน ซึ่งเป็นความผิดทางอาญาที่ร้ายแรง คุรุสภาจึงพิจารณาเห็นว่า พฤติการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของรางวัลที่เคยได้รับ ดังนั้นจึงมีมติให้ยึดคืนรางวัลคุรุสภา ยึดคืนรางวัลคุณูปการต่อการศึกษา

ไม่เพียงแต่ทิดจอร์จเท่านั้นที่ถูกยึดคืนรางวัล อดีตพระธรรมวชิรานุวัตร หรือ ทิดแย้ม อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม ซึ่งเคยได้รับรางวัลเดียวกันนี้ ก็ถูกพิจารณาให้ถูกยึดคืนรางวัลด้วยเช่นกัน เนื่องจากมีเหตุผลและข้อพิจารณาในทำนองเดียวกัน

คุรุสภา ยึดคืนรางวัลคุณูปการต่อการศึกษา “ทิดจอร์จ-ทิดแย้ม”

การตัดสินใจของคุรุสภาในครั้งนี้ ถือเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคม หลายคนเห็นด้วยกับการตัดสินใจดังกล่าว โดยมองว่าเป็นการรักษาสักดิ์ศรีและความน่าเชื่อถือของรางวัล และเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า ผู้ที่ได้รับรางวัลจะต้องประพฤติตนให้เหมาะสมกับเกียรติที่ได้รับ

อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ที่แสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง โดยมองว่า การยึดคืนรางวัลเป็นเรื่องที่รุนแรงเกินไป และควรพิจารณาถึงคุณงามความดีที่ทั้งสองท่านได้เคยทำไว้ในอดีตประกอบด้วย นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องกระบวนการในการพิจารณาและการตัดสินใจของคุรุสภาว่ามีความเป็นธรรมและโปร่งใสเพียงใด

ผลกระทบต่อวงการสงฆ์และการศึกษา: การที่คุรุสภา ยึดคืนรางวัลคุณูปการต่อการศึกษา ในครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกและความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อวงการสงฆ์และการศึกษาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายคนอาจรู้สึกผิดหวังและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นโอกาสที่จะได้ทบทวนและปรับปรุงระบบการพิจารณาและมอบรางวัลให้มีความรัดกุมและโปร่งใสมากยิ่งขึ้น

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นยังเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ที่อยู่ในวงการต่างๆ โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับรางวัลหรือตำแหน่งอันทรงเกียรติ ว่าจะต้องประพฤติตนให้เหมาะสมกับสถานะและเกียรติที่ได้รับ และจะต้องตระหนักเสมอว่า การกระทำของตนเองย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์กรและสังคมโดยรวม

บทเรียนจากกรณี คุรุสภา ยึดคืนรางวัลคุณูปการต่อการศึกษา

สิ่งที่เกิดขึ้นกับ “ทิดจอร์จ” และ “ทิดแย้ม” เป็นเครื่องเตือนใจให้กับทุกคนว่า คุณงามความดีที่เคยทำมา ไม่สามารถลบล้างความผิดที่ได้กระทำลงไปได้ และการได้รับรางวัลหรือตำแหน่งอันทรงเกียรติ ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับสิทธิพิเศษเหนือกฎหมายหรือศีลธรรม

  • ความสำคัญของการตรวจสอบประวัติและพฤติกรรมของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับ
  • รางวัลการสร้างกลไกในการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ที่ได้รับรางวัล
  • การกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการยึดคืนรางวัลที่ชัดเจนและเป็นธรรม

กรณีคุรุสภา ยึดคืนรางวัลคุณูปการต่อการศึกษา ให้ข้อคิดว่า การมอบรางวัลและการเชิดชูเกียรติบุคคล ควรทำด้วยความรอบคอบ และมีการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่า ผู้ที่ได้รับรางวัลเป็นผู้ที่มีคุณธรรมและจริยธรรมอย่างแท้จริง และสมควรที่จะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคม

ที่มา – คุรุสภา ยึดคืนรางวัลคุณูปการต่อการศึกษา “ทิดจอร์จ-ทิดแย้ม” หลังถูกดำเนินคดี

Scroll to top