ทีมแพทย์

สธ. จัดทีมแพทย์-รถฉุกเฉิน ดูแลประชาชนตลอดเส้นทางเคลื่อนพระศพ พระองค์ภา

ในวันที่แห่งความโศกเศร้าของการส่งเสด็จฯ ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาประกาศมาตรการสำคัญเพื่อรองรับพสกนิกรจำนวนมากที่จะเดินทางมาร่วมแสดงความจงรักภักดี โดยได้มีการ สธ. จัดทีมแพทย์-รถฉุกเฉิน ดูแลประชาชนตลอดเส้นทางเคลื่อนพระศพ พระองค์ภา อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าประชาชนจะได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

สธ. จัดทีมแพทย์-รถฉุกเฉิน ดูแลประชาชนตลอดเส้นทางเคลื่อนพระศพ พระองค์ภา

การดำเนินงานครั้งนี้ถือเป็นภารกิจสำคัญที่หน่วยงานสาธารณสุขให้ความสำคัญสูงสุด โดยได้มีการจัดเตรียมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล และอาสาสมัคร พร้อมรถพยาบาลฉุกเฉินประจำจุดต่างๆ ตลอดเส้นทาง เพื่อให้การดูแลประชาชนเป็นไปอย่างทั่วถึงและรวดเร็วที่สุด การ สธ. จัดทีมแพทย์-รถฉุกเฉิน ดูแลประชาชนตลอดเส้นทางเคลื่อนพระศพ พระองค์ภา ในครั้งนี้ ครอบคลุมตั้งแต่วัดและจุดปล่อยขบวนไปจนถึงจุดหมายปลายทาง

รายละเอียดเส้นทางที่ต้องเตรียมตัวและจุดบริการทางการแพทย์

สำหรับการเคลื่อนขบวนในครั้งนี้ มีเส้นทางสำคัญที่ประชาชนควรทราบและระมัดระวังเรื่องสภาพอากาศและการเบียดเสียด ดังนี้:

  • ออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เลี้ยวซ้ายถนนอังรีดูนังต์
  • เลี้ยวขวาออกสู่ถนนพระราม 4 มุ่งหน้าแยกสามย่าน
  • เลี้ยวขวาที่แยกสามย่าน เข้าสู่ถนนพญาไท
  • เลี้ยวซ้ายที่แยกพญาไท เข้าสู่ถนนศรีอยุธยา
  • ผ่านอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ และวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร
  • สิ้นสุดขบวนที่ถนนราชดำเนินผ่านประตูวิเศษไชยศรี

นอกจากนี้ ขอให้ประชาชนที่มาร่วมงานเตรียมความพร้อมของร่างกาย พกน้ำดื่ม และยาประจำตัวมาด้วย หากรู้สึกไม่สบายหรือพบผู้ต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งทีมแพทย์ที่ประจำอยู่ตามจุดต่างๆ ได้ทันที เพราะการดูแลความปลอดภัยของประชาชนคือหัวใจหลักที่ทำให้ภารกิจนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี

ขอให้ทุกท่านที่เดินทางมาร่วมส่งเสด็จฯ ดูแลสุขภาพของตนเองอย่างเคร่งครัด หากท่านมีโรคประจำตัวอย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกจากบ้าน และหากเกิดเหตุจำเป็น อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือจากทีมงานเจ้าหน้าที่ซึ่งพร้อมดูแลทุกคนอย่างสุดความสามารถครับ

ที่มา – สธ. จัดทีมแพทย์-รถฉุกเฉิน ดูแลประชาชนตลอดเส้นทางเคลื่อนพระศพ “พระองค์ภา”

“น้องแป้ง” นิสิตปี 1 บริจาคหัวใจ ตับ ไต ดวงตา

วันนี้เรามีเรื่องราวน่าประทับใจที่อยากแชร์ให้ทุกคนฟังกันครับ “น้องแป้ง” นิสิตชั้นปีที่ 1 บริจาคหัวใจ ตับ ไต ดวงตา สร้างบุญกุศลใหญ่ครั้งสุดท้าย เป็นข่าวที่ทำให้หัวใจพองโตจริงๆ แม้จะเศร้าแต่เต็มไปด้วยความเมตตาและการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ของน้องและครอบครัว

“น้องแป้ง” นิสิตชั้นปีที่ 1 บริจาคหัวใจ ตับ ไต ดวงตา สร้างบุญกุศลใหญ่ครั้งสุดท้าย

น้องแป้ง หรือ น.ส.ประวีนา สมพร อายุ 20 ปี เป็นนิสิตชั้นปีที่ 1 สาขาดุริยางคศาสตรบัณฑิต จากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เธอเป็นคนร่าเริง มีอนาคตไกล แต่โชคร้ายประสบอุบัติเหตุจราจรเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2567 (ตามข้อมูล) ทำให้มีเลือดออกในสมอง อาการหนักมาก แพทย์พยายามช่วยเต็มที่แต่ไม่ตอบสนอง ครอบครัวเข้าใจสถานการณ์และตัดสินใจอันยิ่งใหญ่

จากอุบัติเหตุสู่การตัดสินใจบริจาคอวัยวะ

หลังจากแพทย์แจ้งอาการ ทีม Transplant Coordinator Nurse (TCN) จากโรงพยาบาลมหาสารคาม เข้าไปพูดคุยกับครอบครัว ด้วยจิตเมตตา ครอบครัวยินยอมให้บริจาคอวัยวะทันที ประสานสภากาชาดไทยตรวจพบว่าสามารถบริจาคได้ หัวใจ ตับ ไต และดวงตา 2 ดวง นับเป็นผู้บริจาครายที่ 4 ของปีงบ 2567 และเป็นรายแรกของโรงพยาบาลที่บริจาคหัวใจได้เลยนะครับ

วันที่ 6 มีนาคม 2567 เวลา 09.30 น. เริ่มผ่าตัดเก็บอวัยวะ โดยทีมแพทย์ชั้นนำจากหลายโรงพยาบาลมาร่วมกัน:

  • ทีมผ่าตัดหัวใจ จากโรงพยาบาลรามาธิบดี
  • ทีมผ่าตัดตับและไต จากโรงพยาบาลศรีนครินทร์
  • ทีมจัดเก็บดวงตา จากโรงพยาบาลมหาสารคาม

นี่คือครั้งแรกของจังหวัดมหาสารคามที่ผ่าตัดหัวใจผู้บริจาคสำเร็จ! ทีมขนส่งรีบนำอวัยวะไปสนามบิน เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยอำนวยความสะดวก ส่งไปโรงพยาบาลรามาธิบดีทันเวลา ช่วยต่อชีวิตผู้ป่วยที่รอคอย ส่วนร่างน้องแป้งถูกส่งกลับบ้านที่อุบลราชธานีอย่างสมเกียรติ

ทำไมเรื่อง “น้องแป้ง” นิสิตชั้นปีที่ 1 บริจาคหัวใจ ตับ ไต ดวงตา ถึงน่าประทับใจ?

ในประเทศไทย การบริจาคอวัยวะยังขาดแคลนมากครับ ผู้ป่วยปลูกถ่ายไตต้องรอเฉลี่ย 5-10 ปี หัวใจยิ่งยาก เรื่องของน้องแป้งไม่ใช่แค่ช่วยชีวิต 4-5 ราย แต่ยังจุดประกายให้คนอื่นกล้าตัดสินใจบริจาค สร้างบุญกุศลใหญ่ครั้งสุดท้ายแบบนี้ มันสะท้อนความเมตตาแบบไทยๆ ที่ให้แบบไม่หวังผล

ลองนึกภาพสิครับ น้องแป้งที่รักดนตรี กลายเป็นฮีโร่ที่หัวใจเธอเต้นต่อในร่างคนอื่น ตับไตช่วยคนป่วยเรื้อรัง ดวงตามอบแสงสว่างให้ผู้บอด การเสียสละของครอบครัวนี่แหละที่ทำให้โลกนี้สวยงามขึ้น โรงพยาบาลมหาสารคามโพสต์แสดงความอาลัยและสดุดีสุดซึ้งในเฟซบุ๊กด้วย

จากประสบการณ์เราเห็นหลายเคสที่ครอบครัวลังเล แต่ครอบครัวน้องแป้งเลือกทางที่เมตตาที่สุด สอนให้เราคิดถึงบัตรบริจาคอวัยวะหรือดวงตาที่สภากาชาดมีแจกฟรี ทุกคนช่วยกันได้นะครับ

สุดท้ายนี้ เรื่องราวของน้องแป้งทำให้ผมคิดว่า ชีวิตสั้นแต่การให้ยาวนาน ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ ลองแชร์เรื่องนี้ต่อ และพิจารณาลงทะเบียนบริจาคดวงตาหรืออวัยวะสิครับ มันอาจเป็นบุญกุศลใหญ่ที่สุดในชีวิตคุณได้เลย สนับสนุนการบริจาคอวัยวะไปด้วยกันนะ!

ที่มา – “น้องแป้ง” นิสิตชั้นปีที่ 1 บริจาคหัวใจ ตับ ไต ดวงตา สร้างบุญกุศลใหญ่ครั้งสุดท้าย

Scroll to top