นนทบุรี

เหยื่อ “หนุ่มกร่าง” โผล่แจ้งความเพิ่ม ถูกยิงเฉี่ยวแขน

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวร้อนที่กำลังเป็นกระแสเหยื่อ “หนุ่มกร่าง” โผล่แจ้งความเพิ่ม ถูกชักปืนยิงใส่ กระสุนเฉี่ยวแขนกันครับ เหตุการณ์สุดระทึกเกิดขึ้นย่านบางบัวทอง ทำให้หลายคนตกใจกับพฤติกรรมก้าวร้าวของผู้ต้องหาคนนี้ที่ดูจะไม่เกรงกลัวกฎหมายเลยสักนิด

เหยื่อ “หนุ่มกร่าง” โผล่แจ้งความเพิ่ม ถูกชักปืนยิงใส่ กระสุนเฉี่ยวแขน

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ร.ต.ท.ทรรศธร พากเพียรทัพย์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางบัวทอง ได้รับแจ้งจากนายบุญมี นาคำมูล อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถโรงน้ำแข็งย่านบางบัวทอง นายบุญมีเล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 05.30 น. ของวันเดียวกัน ขณะที่ตนกำลังนั่งดื่มกาแฟกับเพื่อนคนงาน 2-3 คน บริเวณศาลาภายในโรงน้ำแข็ง เพื่อรอขึ้นรถส่งน้ำแข็งให้ลูกค้า

จู่ๆ ก็มีชายวัยหนุ่มสวมเสื้อสีดำ กางเกงขาสั้นสีน้ำตาล ขี่รถจักรยานยนต์สีน้ำเงินมาถึง จากนั้นหนุ่มกร่างคนนี้ชักปืนขนาดไม่ทราบออกมายิงรัวเข้ามา3 นัดตรงบริเวณที่ทุกคนนั่งอยู่ โชคดีที่กระสุนเฉี่ยวแขนขวาของนายบุญมีไปแบบหวุดหวิด แต่ก็ทำให้ได้รับบาดเจ็บไปตามระเบียบ

รายละเอียดวีรกรรมสุดโหดของหนุ่มกร่าง

หลังจากยิงเสร็จ หนุ่มกร่างคนนี้ยังลงจากรถจักรยานยนต์ เดินเข้ามาหานายบุญมีพร้อมมีดปลอกผลไม้ในมือ! เขาบอกว่ารถกระบะตู้ทึบจากโรงงานขับปาดหน้าเขา นายบุญมีก็อธิบายไปว่าในโรงงานไม่มีรถแบบนั้นหรอกครับ สุดท้ายหนุ่มกร่างก็ยอมรับว่า “เข้าใจผิด” แล้วรีบขี่จยย.หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว นายบุญมีไม่รอช้า รีบเดินทางเข้าแจ้งความทันที

  • ลักษณะคนร้าย: สวมเสื้อสีดำ กางเกงขาสั้นสีน้ำตาล ขี่จยย.สีน้ำเงิน
  • อาวุธ: ปืนไม่ทราบขนาด + มีดปลอกผลไม้
  • สถานที่: โรงน้ำแข็งย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี
  • ผู้เสียหาย: นายบุญมี นาคำมูล อายุ 54 ปี กระสุนเฉี่ยวแขนขวา

ที่น่าสนใจคือ พนักงานโรงน้ำแข็งยืนยันว่าหนุ่มกร่างรายนี้คือคนเดียวกันกับที่ปรากฏในข่าวก่อนหน้านี้ ที่ไปตบและถีบป้าร้านน้ำแข็งวัย 60 ปี! เป็นวีรกรรมต่อเนื่องที่ทำให้ชาวเน็ตโอดครวญหนัก ว่าทำไมคนแบบนี้ถึงกล้าแสดงออกแบบนี้ในที่สาธารณะ

คดีนี้จะจบอย่างไร? การติดตามจากตำรวจ

ตอนนี้ตำรวจสภ.บางบัวทองกำลังเร่งสืบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุ โดยตรวจสอบภาพวงจรปิดรอบโรงน้ำแข็งและเส้นทางหลบหนี คาดว่าจะออกหมายจับในเร็ววันนี้ครับ เหตุการณ์แบบนี้เตือนใจให้เราต้องระวังตัวมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเช้าตรู่ที่คนยังไม่เยอะ

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา คดีเกี่ยวกับหนุ่มกร่างมักจะมีประวัติยาวเหยียด บางรายติดยา บางรายเมาเหล้า แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด การใช้อาวุธปืนแบบนี้ถือเป็นความผิดร้ายแรง อาจติดคุกยาวๆ เลยนะครับ

เพื่อป้องกันเหตุร้ายแบบนี้ เราแนะนำให้ติดตั้งกล้องวงจรปิดให้ครบถ้วน รายงานเหตุต้องสงสัยทันที และหลีกเลี่ยงการโต้เถียงกับคนวุ่นวาย ถ้าเจอสถานการณ์คล้ายๆ กัน อย่าลืมโทร 191 เลยครับ

สรุปแล้วเหยื่อ “หนุ่มกร่าง” โผล่แจ้งความเพิ่ม ถูกชักปืนยิงใส่ กระสุนเฉี่ยวแขนเป็นอีกคดีที่สะท้อนปัญหาความรุนแรงในสังคมไทย สุดท้ายอยากฝากว่า อย่าให้ความกร่างมาทำลายชีวิตตัวเอง สังคมเราต้องช่วยกันขับไล่พฤติกรรมแบบนี้ออกไป คุณคิดเห็นยังไงกับเหตุการณ์นี้ ลองคอมเมนต์บอกกันด้านล่างนะครับ และอย่าลืมแชร์เพื่อเตือนภัย!

ติดตามข่าวอาชญากรรมและเคล็ดลับป้องกันตัวได้ที่นี่ทุกวัน!

ที่มา – เหยื่อ “หนุ่มกร่าง” โผล่แจ้งความเพิ่ม ถูกชักปืนยิงใส่ กระสุนเฉี่ยวแขน

จับแล้ว หนุ่มกร่างตบหน้าป้าร้านน้ำแข็ง

จับแล้ว หนุ่มกร่างตบหน้าป้าร้านน้ำแข็ง โดนหมายจับ พ.ร.บ.อาวุธปืน พบยิงปืนขึ้นฟ้าด้วย! เหตุการณ์สุดสะเทือนใจในพื้นที่ จ.นนทบุรี ที่กลายเป็นข่าวใหญ่เมื่อหนุ่มวัย 45 ปี ใช้ความรุนแรงต่อป้าวัย 60 ปี เจ้าของร้านขายน้ำแข็ง ด้วยการชักปืนขู่ ตบหน้าและถีบร่างกาย ก่อนจะยิงปืนขึ้นฟ้าไม่ยั้ง สร้างความตื่นตระหนกให้ชาวบ้านและผู้สัญจรไปมา

จับแล้ว หนุ่มกร่างตบหน้าป้าร้านน้ำแข็ง โดนหมายจับ พ.ร.บ.อาวุธปืน พบยิงปืนขึ้นฟ้าด้วย

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2569 เวลาประมาณ 06.00 น. บริเวณหน้าร้านขายน้ำแข็ง หมู่ 5 ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี น.ส.ดวงดาว จิตเสนาะ วัย 60 ปี เจ้าของร้าน และบุตรสาว น.ส.กฤติยาณี สันตะวา วัย 29 ปี ถูกนายเทพฤทธิ์ อู่สกุล หรือ ‘เทพ’ วัย 45 ปี บุกลงจากรถ ชักปืนโชว์ขู่ ก่อนตบหน้าป้า 3 ครั้ง และถีบที่ท้อง 1 ครั้ง ผู้ต้องหาอ้างว่าเกิดจากคนงานชาวเมียนมาของร้านขับรถปาดหน้า ทำให้โมโหตามมาถามเรื่อง

หลังก่อเหตุ นายเทพฤทธิ์ยังไม่หนำใจ เดินไปยังร้านกาแฟคอกม้าที่อยู่ใกล้เคียง เวลา 06.25 น. กล้องวงจรปิดจับภาพชัดเจน ก่อนหายไปจากเฟรม แล้วตามด้วยเสียงปืนดังสนั่น 5-6 นัด ยิงขึ้นฟ้ากลางถนน ท่ามกลางรถราที่สัญจร สร้างความหวาดกลัวให้ผู้เห็นเหตุการณ์ นายบุญส่ง ฮะ ผู้จัดการร้านกาแฟ เล่าว่าเห็นผู้ต้องหาขับรถมาจอด โยนถุงน้ำตาลทราย แล้วล้วงกระเป๋าเหมือนหยิบปืน ก่อนยิงขึ้นฟ้า ตนกลัวลูกค้าที่เป็นครอบครัวมีเด็กเล็กจะเดือดร้อน จึงรีบแจ้งตำรวจทันที

ตำรวจไล่ล่า จับกุมได้ที่ศาลาวัด

เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2569 เวลา 13.00 น. ตำรวจ สภ.บางบัวทอง นำหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี เลขที่ ว.235/2569 ร่วมจับกุมนายเทพฤทธิ์ได้ที่ศาลาวัดเต็มรักสามัคคี ต.บางคูรัด ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นายชูเดช เขียวบาง เป็นคนพบตัวและแจ้งตำรวจ ท่ามกลางชาวบ้านที่นั่งอยู่ด้วยกัน นายครรชิต เที่ยงไธสง วัย 50 ปี เล่าว่าเห็นผู้ต้องหานั่งคุยปกติ บอกแค่ว่าเอา ‘ปืนมาให้ซ่อม’ ก่อนตำรวจบุกจับ

จากการตรวจค้น พบปืนลูกโม่ .38 อยู่ในกระเป๋าสะพาย และปลอกกระสุน 11 ปลอก ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ คือ มีปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และยิงปืนในชุมชน นำตัวส่ง สภ.บางบัวทอง สอบสวนดำเนินคดีต่อไป

บทเรียนจากเหตุการณ์รุนแรง

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่การทำร้ายร่างกาย แต่ยังเสี่ยงอันตรายจากอาวุธปืนที่ใช้อย่างผิดกฎหมาย ในประเทศไทย พ.ร.บ.อาวุธปืน พ.ศ. 2490 ควบคุมเข้มงวด หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี หรือปรับหนัก การยิงปืนขึ้นฟ้าอาจทำให้กระสุนตกใส่ผู้บริสุทธิ์ได้ ชาวบ้านในพื้นที่ต่างโล่งใจที่ตำรวจจับกุมได้เร็ว แต่ก็หวาดกลัวกับพฤติกรรมอันตรายแบบนี้

  • กล้องวงจรปิดช่วยสืบสวนได้ทันท่วงที
  • การแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านสำคัญมาก
  • หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง แก้ปัญหาด้วยสันติวิธี

เราควรตระหนักถึงความปลอดภัยในชุมชน หากพบพฤติกรรมน่าสงสัย รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น ติดตามข่าวสารอาชญากรรมและเคล็ดลับความปลอดภัยได้ที่บล็อกของเรา!

ที่มา – จับแล้ว หนุ่มกร่างตบหน้าป้าร้านน้ำแข็ง โดนหมายจับ พ.ร.บ.อาวุธปืน พบยิงปืนขึ้นฟ้าด้วย

เมืองนนท์เดือด หนุ่มกร่าง ชักปืนขู่ ตบหน้าป้าร้านน้ำแข็ง

เมืองนนท์เดือดอีกครั้งกับเหตุการณ์สุดสะเทือนใจที่กลายเป็นข่าวใหญ่ เมื่อ หนุ่มกร่างชักปืนขู่ ตบหน้าป้าร้านน้ำแข็ง วัย 60 ปี โดยอ้างตัวว่าเป็นลูกน้องนักการเมืองท้องถิ่น เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ร้านขายน้ำแข็งในพื้นที่ ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ทำให้ชาวเน็ตและคนในพื้นที่แตกตื่น กล้องวงจรปิดจับภาพชัดเจน ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุแล้ว

เมืองนนท์เดือด หนุ่มกร่าง ชักปืนขู่ ตบหน้าป้าร้านน้ำแข็ง อ้างเป็นลูกน้องนักการเมือง

เหตุการณ์ เมืองนนท์เดือด หนุ่มกร่าง ชักปืนขู่ ตบหน้าป้าร้านน้ำแข็ง เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 เวลาประมาณ 06.00 น. น.ส.ดวงดาว จิตเสนาะ อายุ 60 ปี เจ้าของร้านขายส่งน้ำแข็งยูนิคและน้ำแข็งก้อน เล่าว่า ขณะที่ลูกน้องกำลังเตรียมน้ำแข็งส่งลูกค้า มีชายวัยกลางคนขี่ จยย. ฮอนด้า ไม่ทราบทะเบียนมาจอดหน้าร้าน จากนั้นชายคนนี้ที่ชื่อนายเทพฤทธิ์ อู่สกุล หรือ “เทพ” อายุประมาณ 40-45 ปี ก็เริ่มตะโกนด่าลูกน้องที่ขับรถไม่ดีพอใจ

ป้าดวงดาวพยายามเข้าไปไกล่เกลี่ย โดยบอกว่าจะให้เจ้าของรถโทรไปเคลียร์ แต่เจ้าหนุ่มกร่างกลับควักปืนไม่ทราบขนาดจากกระเป๋าสะพายข้างออกมาโชว์ขู่ ก่อนตบหน้าป้าถึง 3 ครั้ง ถีบเข้าที่ท้อง 1 ครั้ง และบังคับให้กราบเท้า โหดร้ายสุดๆ! เขายังโววายว่า “กูเป็นลูกน้องนักการเมือง รู้จักขาใหญ่มากมาย” ทำให้ป้าและลูกน้องแตกตื่น หลังก่อเหตุก็ขี่รถหลบหนีไป ก่อนจะย้อนกลับมาโวยวายอีกรอบ 2 ชั่วโมงต่อมา

ภาพกล้องวงจรปิด หนุ่มกร่างชักปืนขู่ป้าร้านน้ำแข็ง

รายละเอียดจากกล้องวงจรปิดและคำให้การ

กล้องวงจรปิดหน้าร้านบันทึกภาพชัดเจน นายเทพสวมเสื้อยืดสีเขียว นั่งบน จยย. แล้วล้วงปืนออกมาโชว์ เดินปรี่เข้าไปตบป้าดวงดาว 3 ครั้ง ถีบท้อง ก่อนหลบหนี ลูกสาวป้าคือ น.ส.กฤติยาณี สันตะวา อายุ 29 ปี เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.บางบัวทอง กับ พ.ต.ท.สุริยา ผลชู สารวัตรสอบสวนทันที ป้าเล่าว่าพยายามใจเย็น แต่เขายังเกรี้ยวกราด คล้ายคนเมาเหล้า และเคยไปก่อเหตุปา-of ยิงปืนที่ร้านอื่นก่อนหน้า

พฤติกรรมแบบนี้เป็นภัยสังคมชัดๆ ผู้ก่อเหตุไม่สนใจกฎหมาย อ้างเส้นสายนักการเมืองเพื่อข่มขู่ ทำให้นึกถึงเหตุการณ์คล้ายๆ กันในนนทบุรีที่เคยมีข่าวหนุ่มกร่างใช้ความรุนแรงกับผู้หญิงวัยชรา ชาวบ้านในพื้นที่ ต.บางคูรัด หมู่ 5 บอกว่ากลัวมาก เพราะร้านน้ำแข็งเป็นแหล่งขายส่งทั่วหมู่บ้าน

การดำเนินการของตำรวจสภ.บางบัวทอง

พ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทอง ผกก.สภ.บางบัวทอง สั่งการให้ พ.ต.ท.ศิโรดม ศรีปัญญา สว.สส. นำชุดสืบสวนตรวจกล้อง CCTV เส้นทางหลบหนีแล้ว ทราบตัวผู้ต้องหา “เทพ” ชัดเจน กำลังไล่ล่าตัว หากมีเบาะแสโทร สภ.บางบัวทอง ตลอด 24 ชม. เหตุการณ์นี้เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ใช้บริการ อาวุธปืน และทำร้ายร่างกายชัดเจน

  • ชักปืนขู่: ผิดกฎหมายหมื่นบาทปรับหรือจำคุก
  • ทำร้ายร่างกายผู้สูงอายุ: โทษหนักกว่าเดิม
  • อ้างอิทธิพลนักการเมือง: ตำรวจยืนยันดำเนินคดีไม่มีละเว้น

จากประสบการณ์ข่าวอาชญากรรมในพื้นที่นนทบุรี เหตุแบบนี้มักเกิดจากคนมีพฤติกรรมก้าวร้าว อาจเมาสุรา สังคมต้องตื่นตัว หากเจอหนุ่มกร่างแบบนี้ อย่าปะทะ เก็บหลักฐานแจ้งตำรวจทันที เพื่อป้องกันเหตุรุนแรง escalation

เหตุการณ์เมืองนนท์เดือด หนุ่มกร่าง ชักปืนขู่ ตบหน้าป้าร้านน้ำแข็ง สะท้อนปัญหาความรุนแรงในชุมชนที่ต้องแก้ไขด่วน ชาวเน็ตเห็นด้วยว่าต้องจับกุมให้ได้ และไม่ยอมให้อ้างเส้นสายมาปกป้อง นี่คือบทเรียนให้ทุกคนระวังตัว โดยเฉพาะผู้ประกอบการร้านค้าขายส่ง

คุณคิดเห็นอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? แชร์ประสบการณ์หรือข้อมูลเพิ่มเติมในคอมเมนต์ได้เลย หากพบเห็นผู้ต้องหา รีบแจ้งตำรวจเพื่อความปลอดภัยของทุกคน!

ที่มา – เมืองนนท์เดือด หนุ่มกร่าง ชักปืนขู่ ตบหน้าป้าร้านน้ำแข็ง อ้างเป็นลูกน้องนักการเมือง

“คนนนท์” หวังแก้โกง: พีระพันธุ์ มั่นใจทำได้จริง!

“พีระพันธุ์” นำทีมหาเสียง ช่วยลูกพรรครวมไทยสร้างชาติ ปลื้ม “คนนนท์” หวังแก้โกง ปราบยา คุมค่าไฟ! ย้ำชัดพรรคทำได้จริง!

วันที่ 9 มกราคม 2567 ที่จังหวัดนนทบุรี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ลงพื้นที่พบปะประชาชนที่หมู่บ้านพฤกษา 3 และตลาดบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี พร้อมผู้สมัคร สส.นนทบุรี พรรค รทสช. คือ ร.ท.ภาคย์ธนณิศ นุชน้อย เขต 1 เบอร์ 7, นายปราโมทย์ พันธุ์เกตุ เขต 2 เบอร์ 10, นายประชา มีเหม็ง เขต 3 เบอร์ 4, นางสาวณัฐปัณฑ์ ดาวเรือง เขต 4 เบอร์ 10, นายสุวิศิษฏ์ พงศ์ภรณ์ปภาณ เขต 5 เบอร์ 9, นายปรีชา ฉอสุวรรณชาติ เขต 7 เบอร์ 9 และ นายสุธี ทองสวัสดิ์ เขต 8 เบอร์ 1 ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคัก ประชาชน พ่อค้า แม่ค้าให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น เข้ามาทักทายขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกจำนวนมาก พร้อมพูดคุยกับกลุ่มผู้นำชุมชนถึงเรื่องค่าพลังงานไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น

“คนนนท์” หวังแก้โกง

นายพีระพันธุ์ เปิดเผยว่า ขอขอบคุณชาวหมู่บ้านพฤกษา 3 และชาวตลาดบางบัวทอง จ.นนทบุรี ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น กลุ่มผู้นำชุมชนต่างกังวลเรื่องค่าไฟฟ้าพลังงานที่สูงขึ้น แต่ก็ให้ความเชื่อมั่นต่อตน ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ว่าจะสามารถเข้ามาแก้ไขโครงสร้างราคาพลังงานให้ลดลงได้หลังจากที่เคยทำสำเร็จมาแล้ว ว่าสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายภาคครัวเรือนให้ประชาชนได้จริง หากได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขณะที่บรรดากลุ่มแม่ค้าก็ได้สะท้อนปัญหาในพื้นที่ เช่น ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด การลักขโมย และการทะเลาะวิวาทในชุมชนจากปัญหาเศรษฐกิจปากท้องในครัวเรือน ซึ่งพรรคมีแนวนโยบายที่จะลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้จริง นอกจากนี้ พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ พร้อมสนับสนุนไม่ให้มีการแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 ด้วย

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า “พรรครวมไทยสร้างชาติ เราให้ความสำคัญกับการรักษาความสงบสุขของบ้านเมืองเป็นอันดับหนึ่ง ควบคู่ไปกับการเร่งลดค่าครองชีพ โดยเฉพาะราคาพลังงาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ว่าเรามีนโยบายที่สามารถทำได้จริง ขอให้พี่น้องประชาชนให้โอกาสเลือกพรรค รทสช. เบอร์ 6 และผู้สมัคร ส.ส. ระบบเขตของพรรคเข้าสภาฯ ไปทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน เราทำได้จริงๆ”

“คนนนท์” ฝากความหวังไว้กับพรรค รทสช.

การลงพื้นที่จังหวัดนนทบุรีของนายพีระพันธุ์ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการแก้ไขปัญหาปากท้อง และการลดค่าครองชีพ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่

พรรครวมไทยสร้างชาติ ชูนโยบายที่เน้นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นไปที่การลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน การสร้างงานสร้างรายได้ และการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน

ที่สำคัญ ประชาชนคนนนท์ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นปัญหาที่กัดกินสังคมไทยมาอย่างยาวนาน พรรครวมไทยสร้างชาติจึงให้ความสำคัญกับการปราบปรามการทุจริต และสร้างระบบการบริหารจัดการที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

นอกจากนี้ ประชาชนยังให้ความสนใจในเรื่องของการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง พรรครวมไทยสร้างชาติจึงมีนโยบายที่เข้มงวดในการปราบปรามยาเสพติด และให้การช่วยเหลือผู้ที่ติดยาเสพติดให้กลับมาเป็นคนดีของสังคม

สำหรับเรื่องค่าไฟที่เป็นประเด็นร้อนแรง พรรครวมไทยสร้างชาติได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะเข้ามาแก้ไขโครงสร้างราคาพลังงานให้ลดลง ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนคนนนท์ให้ความหวังเป็นอย่างมาก

สรุปแล้ว การลงพื้นที่ของนายพีระพันธุ์ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อพรรครวมไทยสร้างชาติ และเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง

การที่คนนนท์จำนวนมาก หวังให้พรรครวมไทยสร้างชาติเข้ามาแก้ไขปัญหาต่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการการเปลี่ยนแปลง และความต้องการเห็นอนาคตที่ดีกว่าเดิม ผมเชื่อว่าพรรคการเมืองใดก็ตามที่สามารถตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้ ก็จะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างแน่นอน

ที่มา – “พีระพันธุ์” ปลื้ม “คนนนท์” หวังแก้โกง ปราบยา คุมค่าไฟ ย้ำชัดพรรคทำได้จริงๆ

“อภิสิทธิ์” ฟังโรงเรียนขยายโอกาส จ.นนทบุรี

“อภิสิทธิ์” นำผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ รุดฟังปัญหาการศึกษาโรงเรียนขยายโอกาสใน จ.นนทบุรี สะท้อนเด็กเรียนน้อยลง เรียนฟรีไม่จริง ค่าอาหารกลางวันไม่พอ ยาเสพติด-บุหรี่ไฟฟ้า-กัญชาระบาด

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 8 มกราคม 2569 ที่ จ.นนทบุรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1 พร้อมนายเมฆินทร์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่ภาคกลาง และนายเอิบ พงบุหงอ ผู้สมัคร สส.นนทบุรี เขตเลือกตั้งที่ 3 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ร่วมลงพื้นที่รับฟังอุปสรรคระบบการศึกษา และการเรียนการสอนจากผู้อำนวยการโรงเรียนวัดใหม่ผดุงเขต จ.นนทบุรี

จากการหารือในเบื้องต้นมีการสะท้อนปัญหาเรื่องงบประมาณอุดหนุนค่าอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง และจำนวนนักเรียน เช่น เด็กต่ำกว่า 40 คน จะได้อุดหนุนค่าอาหารกลางวันรายหัว/วัน จะได้ 36 บาท แต่ถ้าหากมีเด็กนักเรียนมากกว่า 40 คนจะได้ค่าอาหารลดเหลือเพียง 22 บาท/หัว/วัน ซึ่งไม่เพียงพอ ทางโรงเรียนจึงฝากให้พรรคประชาธิปัตย์ช่วยผลักดันแก้ไขในเรื่องนี้ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง เพราะกระทบต่อการเจริญเติบโตของเด็กนักเรียนที่เป็นอนาคตของชาติ

จากนั้นคณะของนายอภิสิทธิ์ พบปะกับนักเรียนที่ทำกิจกรรมอยู่ที่บริเวณลานสนามหน้าเสาธง โดยได้พูดคุยนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และถามว่ารู้จักหรือไม่ว่าเป็นใคร เด็กชั้น ม.1 จึงตอบว่า “รู้จัก เป็นนายกฯ เก่าของประเทศไทย” นายอภิสิทธิ์ จึงกล่าวต่อไปว่า “แน่ใจนะ อาจจะเป็นนายกฯ ใหม่ก็ได้” เด็กนักเรียนจึงได้กล่าวต่อมาว่า “ก็เป็นไปได้”

ต่อมา นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า ตนตั้งใจมาโรงเรียนขยายโอกาส เนื่องจากโรงเรียนมีหลายรูปแบบและมีสภาพปัญหาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งโรงเรียนขยายโอกาสมีขนาดใกล้เคียงกับโรงเรียนขนาดเล็ก และมีการเรียนการสอนถึงแค่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เด็กส่วนใหญ่จะไปต่อสายอาชีพ ซึ่งพบว่าพื้นที่อื่นๆ เริ่มมีปัญหาจำนวนเด็กที่เรียนต่อลดลง วันนี้มาติดตามนโยบายหลายเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์เคยทำไว้ เช่น การเรียนฟรี ซึ่งปัจจุบันยังมีปัญหาไม่ฟรีจริง มีการติดขัดด้านงบประมาณต่างๆ จึงมีการจ้างบุคลากรเพิ่มเติม ซึ่งโรงเรียนนี้โชคดีที่มีองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ให้การสนับสนุน น่าจะเป็นจังหวัดเดียว เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่อื่น 

และจากนี้จะเห็นปัญหาในเชิงโครงสร้างการเชื่อมโยงแม้กระทั่งความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น เรื่องการกู้ยืมเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) รวมไปถึงปัญหาสังคมที่ทำให้การจัดการศึกษานั้นยากขึ้น รวมไปถึงเด็กสมาธิสั้นลง อีกทั้งมีเรื่องยาเสพติดในชุมชน บุหรี่ไฟฟ้า รวมไปถึงการลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ก็พบว่ามีสะท้อนปัญหาเรื่องกัญชาเข้ามามากในหมู่นักเรียนและเยาวชน.

“อภิสิทธิ์” นำผู้สมัคร สส.ปชป. ฟังโรงเรียนขยายโอกาส จ.นนทบุรี สะท้อนปัญหาการศึกษา

จากการลงพื้นที่“อภิสิทธิ์” นำผู้สมัคร สส.ปชป. ฟังโรงเรียนขยายโอกาส จ.นนทบุรี สะท้อนปัญหาการศึกษา พบว่าปัญหาการศึกษาไทยยังคงเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณที่ไม่เพียงพอต่อค่าอาหารกลางวันของเด็กนักเรียน หรือปัญหาเรื่องยาเสพติดที่แพร่ระบาดในหมู่นักเรียนและเยาวชน

สิ่งที่ “อภิสิทธิ์” ได้จากการฟังโรงเรียนขยายโอกาส จ.นนทบุรี

จากการรับฟังปัญหาจากผู้อำนวยการโรงเรียนวัดใหม่ผดุงเขต ทำให้ “อภิสิทธิ์” ได้เห็นภาพรวมของปัญหาการศึกษาในโรงเรียนขยายโอกาส ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีขนาดใกล้เคียงกับโรงเรียนขนาดเล็ก และมีการเรียนการสอนถึงแค่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ทำให้ “อภิสิทธิ์” เข้าใจถึงความต้องการและความจำเป็นของโรงเรียนเหล่านี้มากยิ่งขึ้น

  • ปัญหาเรื่องงบประมาณค่าอาหารกลางวันไม่เพียงพอ
  • ปัญหาเรื่องการเรียนฟรีที่ไม่ฟรีจริง
  • ปัญหายาเสพติดและบุหรี่ไฟฟ้าแพร่ระบาด
  • ปัญหาเด็กสมาธิสั้น
  • ปัญหาการกู้ยืมเงิน กยศ.

ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่ซับซ้อนและต้องการการแก้ไขอย่างยั่งยืน ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน

ดังนั้น การที่ “อภิสิทธิ์” ลงพื้นที่“อภิสิทธิ์” นำผู้สมัคร สส.ปชป. ฟังโรงเรียนขยายโอกาส จ.นนทบุรี สะท้อนปัญหาการศึกษา ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการแก้ไขปัญหาการศึกษาไทย เพราะการรับฟังปัญหาจากผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง จะช่วยให้เข้าใจถึงปัญหาอย่างแท้จริง และสามารถนำไปสู่การหาแนวทางแก้ไขที่ตรงจุดและยั่งยืนได้

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาการศึกษาไทยไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงจากทุกฝ่าย หากเราต้องการเห็นการศึกษาไทยพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น เราต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

การศึกษาเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ หากเราสามารถยกระดับคุณภาพการศึกษาของไทยได้ เราก็จะสามารถสร้างอนาคตที่ดีให้กับลูกหลานของเราได้

การติดตาม“อภิสิทธิ์” นำผู้สมัคร สส.ปชป. ฟังโรงเรียนขยายโอกาส จ.นนทบุรี สะท้อนปัญหาการศึกษา ครั้งนี้ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการรับฟังปัญหาจากผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม

ที่มา – “อภิสิทธิ์” นำผู้สมัคร สส.ปชป. ฟังโรงเรียนขยายโอกาส จ.นนทบุรี สะท้อนปัญหาการศึกษา

กู้ภัยแจง! คุยโทรศัพท์หน้าบ้านนัทปง เจรจางานศพ

จากกรณีการเสียชีวิตของ “นัทปง” นักข่าวชื่อดัง ซึ่งผลชันสูตรพบสารไซยาไนด์ในร่างกาย ทำให้เกิดข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อนหน้า การเปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิดข้างบ้านนัทปง บันทึกภาพและเสียงในช่วงเวลาสำคัญ โดยเฉพาะภาพเจ้าหน้าที่กู้ภัยรายหนึ่งกำลังสนทนาโทรศัพท์หน้าบ้าน ทำให้เกิดการตีความต่างๆ นานา เกี่ยวกับการต่อรองราคา

ล่าสุด นายแบงค์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ปรากฏในคลิป ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่าการสนทนาโทรศัพท์นั้น เป็นเรื่องของการต่อรองราคาจัดงานศพของอีกเคสหนึ่ง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ “นัทปง” แต่อย่างใด

กู้ภัยแจงคลิปวงจรปิด คุยโทรศัพท์หน้าบ้าน “นัทปง” กำลังต่อรองราคาจัดงานศพอีกเคส

นายแบงค์ อธิบายว่า ในวันเกิดเหตุ ตนได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตในบ้านหลังดังกล่าว เมื่อไปถึงก็พบศพนอนอยู่บนพื้น และมีเพื่อนของผู้ตายอยู่ 2 คน ตนจึงสอบถามว่าเป็นอะไรกัน ซึ่งทั้งสองคนแจ้งว่าเป็นเพื่อน

สำหรับประเด็นการสนทนาโทรศัพท์ที่ถูกบันทึกภาพไว้ นายแบงค์ ชี้แจงว่า เป็นการคุยเรื่องการจัดงานศพอีกงานหนึ่ง ซึ่งมีการต่อรองราคากัน โดยมีการเสนอราคาจัดงานศพครบชุดในราคา 100,000 บาท และต่อรองเหลือ 85,000 บาท แต่ตนไม่สามารถลดราคาให้ได้ เนื่องจากมี “หงส์หน้าเมรุ” และดอกไม้สดครบชุด

กู้ภัยยัน! คุยเรื่อง “หงส์” ไม่ใช่ “ผง” ไม่เกี่ยว “นัทปง”

นายแบงค์ ย้ำว่า ตนไม่รู้จักกับ “นัทปง” เป็นการส่วนตัว และสิ่งที่พูดในโทรศัพท์คือคำว่า “หงส์” ซึ่งหมายถึงหงส์ที่ใช้ประดับหน้าเมรุ ไม่ใช่คำว่า “ผง” อย่างที่หลายคนเข้าใจ นอกจากนี้ การที่ตนพูดถึง “ผู้ใหญ่” นั้น หมายถึงผู้ใหญ่บ้านที่ตนติดต่อเรื่องการปิดเคสการจัดงานศพอีกงานหนึ่งที่กำลังดำเนินการอยู่

“ตอนที่เข้าไปเจอศพ ตนไม่เจอซองยาตามที่บอก ตอนนี้ตนได้รับความเสียหายจากข้อกล่าวหาว่ากู้ภัยได้เข้าไปเรียกรับเงิน เพื่อจะปิดเรื่องบางอย่าง” นายแบงค์ กล่าว

นายแบงค์ ยังกล่าวอีกว่า หลังจากทราบว่าศพของ “นัทปง” มีสารไซยาไนด์ ตนก็รู้สึกตกใจ และไม่ทราบมาก่อนว่าผู้ตายเป็นนักข่าว ตอนที่เข้าไปในบ้าน ตนยังไม่ได้เก็บศพ เพียงแต่ถ่ายรูปและส่งให้ร้อยเวร และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จากภาพในกล้องวงจรปิด จะเห็นว่าตนเข้าไปในบ้าน แล้วออกมาคุยโทรศัพท์ ก่อนจะรีบออกไปเพื่อไปทำเคสจัดงานศพอีกงานหนึ่งที่กำลังดำเนินการอยู่ ดังนั้น ขอยืนยันว่าการสนทนาโทรศัพท์ดังกล่าว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของ “นัทปง” อย่างแน่นอน เจ้าหน้าที่กู้ภัยแจงคลิปวงจรปิด คุยโทรศัพท์หน้าบ้าน “นัทปง” กำลังต่อรองราคาจัดงานศพอีกเคสเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

การออกมาให้ข้อมูลของเจ้าหน้าที่กู้ภัยในครั้งนี้ ถือเป็นการคลายข้อสงสัยในประเด็นการสนทนาโทรศัพท์หน้าบ้าน “นัทปง” ได้ในระดับหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม การสืบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงของ “นัทปง” ยังคงต้องดำเนินต่อไป เพื่อให้ความจริงปรากฏและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

จากเหตุการณ์นี้ ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้าน ก่อนที่จะตัดสินหรือเชื่อในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ข้อมูลที่ไม่ได้กลั่นกรองอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและการกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรมได้

ที่มา – กู้ภัยแจงคลิปวงจรปิด คุยโทรศัพท์หน้าบ้าน “นัทปง” กำลังต่อรองราคาจัดงานศพอีกเคส

รับร่าง “นัทปง” ส่งตรวจพิสูจน์ กทม.เช้าพรุ่งนี้

ความคืบหน้าล่าสุด คณะกู้ภัยเชียงราย เตรียม รับร่าง “นัทปง” ส่งตรวจซ้ำ ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ คาดว่าจะเดินทางถึงกรุงเทพฯ ในเช้าวันพรุ่งนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.บางกรวย ได้ออกมาเปิดเผยถึงนาทีชีวิตที่เข้าช่วยเหลือ ณ จุดเกิดเหตุ โดยพยายามปั๊มหัวใจเพื่อยื้อชีวิตเกือบ 30 นาที แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ และยืนยันว่าไม่พบถุงยาหรือสิ่งผิดปกติอื่นๆ ในบริเวณนั้น

เมื่อเวลา 19.10 น. ของวันที่ 6 ธันวาคม 2568 เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากมูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศลเชียงราย ได้เดินทางไปยังวัดริมกก จังหวัดเชียงราย เพื่อ รับร่าง “นัทปง” ส่งตรวจซ้ำ โดย “นัทปง” หรือ นายณัฐวุฒิ ปงลังกา ผู้สื่อข่าวและผู้ประกาศข่าวชื่อดังจากช่อง 8 เพื่อนำร่างไปชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม คาดการณ์ว่าร่างของนายณัฐวุฒิจะเดินทางถึงสถาบันฯ ในช่วงเช้าของวันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม 2568 เพื่อดำเนินการตามกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป

ในขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจาก นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กู้ชีพจากโรงพยาบาลบางกรวย และเป็นหนึ่งในทีมที่เข้าถึงจุดเกิดเหตุการเสียชีวิตของ นายณัฐวุฒิ ปงลังกา อายุ 35 ปี ภายในทาวน์โฮมในพื้นที่อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี

นายเอ เล่าว่า หลังจากได้รับแจ้งเหตุในช่วงเช้าว่ามีชายหมดสติภายในบ้าน ทีมกู้ชีพจำนวน 3 คน พร้อมพยาบาลได้รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุทันที เมื่อถึงที่หมาย พบว่ามีผู้แจ้งเหตุรออยู่และพาเข้าไปยังห้องด้านขวามือของบ้าน พบร่างของนายณัฐวุฒินอนอยู่บนโซฟาในลักษณะคล้ายคนพักผ่อน โดยท่อนล่างตั้งแต่เอวลงไปราบกับพื้น ไม่ได้อยู่ในท่านอนราบตามปกติ พยาบาลได้ทำการตรวจชีพจรและไม่พบการเต้นของหัวใจ จึงสอบถามผู้ที่อยู่ในบ้านว่าต้องการให้ทำการปั๊มหัวใจหรือไม่ และเมื่อได้รับการยืนยัน ทีมกู้ชีพจึงเริ่มทำการ CPR (Cardiopulmonary Resuscitation) และให้น้ำเกลือตามขั้นตอนการช่วยชีวิตอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาเกือบ 30 นาที

ระหว่างการช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายร่างของผู้เสียชีวิตลงมาจากโซฟามานอนราบกับพื้น เพื่อให้การ CPR เป็นไปอย่างถูกต้องมากยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่เป็นผล ผู้ที่อยู่ในบ้านจึงโทรศัพท์ตามเพื่อนอีกคนให้มายังที่เกิดเหตุ โดยสังเกตว่าบริเวณพรมข้างโซฟาที่ร่างของผู้นอนอยู่ พบกองอาเจียนสีขุ่นจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบบริเวณโดยรอบแล้ว พบเพียงคราบอาเจียนดังกล่าว และไม่พบถุงยาไซยาไนด์ หรือสิ่งผิดปกติอื่นๆ ในบริเวณนั้น ส่วนทรัพย์สินส่วนตัวของผู้ตาย เช่น ถุงเท้า สร้อยข้อมือ และนาฬิกา ยังคงอยู่ครบในสภาพปกติ

นายเอ ย้ำว่าข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริงที่ได้จากการปฏิบัติหน้าที่ของทีมกู้ชีพในวันที่เกิดเหตุ และไม่มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดี ขอให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ เพื่อนทั้งสองคนที่อยู่ในบ้านมีอาการเสียใจเป็นอย่างมากเมื่อทราบว่านายณัฐวุฒิได้เสียชีวิตแล้ว

รับร่าง “นัทปง” ส่งตรวจซ้ำ ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์

การ รับร่าง “นัทปง” ส่งตรวจซ้ำ ในครั้งนี้ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการคลี่คลายข้อสงสัยต่างๆ เกี่ยวกับการเสียชีวิต การชันสูตรอย่างละเอียดจะช่วยให้ทราบถึงสาเหตุการตายที่แท้จริง และนำไปสู่การดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ความคืบหน้าการรับร่าง “นัทปง” ส่งตรวจซ้ำ

ขณะนี้ ร่างของนายณัฐวุฒิ กำลังอยู่ระหว่างการเดินทางไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และคาดว่าจะถึงที่หมายในเช้าวันพรุ่งนี้ ซึ่งทางสถาบันฯ จะดำเนินการชันสูตรพลิกศพโดยละเอียด เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็กำลังเร่งสืบสวนสอบสวนพยานแวดล้อม และรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อประกอบสำนวนคดี

การเสียชีวิตของนายณัฐวุฒิ ปงลังกา สร้างความโศกเศร้าให้กับครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และผู้ที่ติดตามผลงานของเขาเป็นจำนวนมาก ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียครั้งนี้

คดีนี้ยังคงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด และหวังว่าความจริงจะปรากฏในเร็ววัน

ที่มา – รับร่าง “นัทปง” ส่งตรวจซ้ำที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ คาดถึง กทม. เช้าพรุ่งนี้

ตร.เตรียมเปิดบ้าน “นัทปง” ออกหมายเรียกเพื่อน

จากกรณีการเสียชีวิตของ “นัทปง” ผู้สื่อข่าวและผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ล่าสุดตำรวจเตรียมความพร้อมในการเข้าตรวจสอบบ้านพักเพื่อเก็บหลักฐานสำคัญเพิ่มเติม และออกหมายเรียกเพื่อนร่วมโต๊ะอาหาร 4 คนที่อยู่ในบ้านคืนก่อนพบศพ เพื่อเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2568 เวลา 10.30 น. ที่ สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี ได้มีการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าในคดีของ นายณัฐวุฒิ ปงลังกา หรือ “นัทปง” อายุ 35 ปี โดยมี พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จ.นนทบุรี พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ พงศ์ธนารักษ์ ผกก.สภ.บางกรวย และเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจากหลายหน่วยงานเข้าร่วมการประชุม หลังจากผลชันสูตรศพพบสารพิษไซยาไนด์ในร่างกาย “นัทปง” ในปริมาณสูงถึง 1.85 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต

พ.ต.อ.กิตติ์ศักดิ์ พงศ์ธนารักษ์ ผกก.สภ.บางกรวย เปิดเผยว่า ได้มีการเรียกประชุมตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี โดยตำรวจกำลังตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลของบุคคลที่อยู่ในบ้านในวันเกิดเหตุ ซึ่งมีทั้งหมด 5 คน รวมถึง “นัทปง” ผู้เสียชีวิตด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการเชิญตัวทั้งหมดมาสอบปากคำเพื่อหาข้อเท็จจริง

สำหรับการเข้าตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุเพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติมนั้น จะต้องรอให้ทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตเสร็จสิ้นพิธีฌาปนกิจที่ จ.เชียงรายเสียก่อน จากนั้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะเข้าทำการตรวจสอบอย่างละเอียดทันทีที่ได้รับการประสานงาน

มีรายงานข่าวว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้ทำการตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุ ได้มีบุคคลใกล้ชิดของผู้เสียชีวิตกลับเข้าไปในบ้าน และนำซองบรรจุผงสีขาวไปให้อาจารย์หมอชื่อดังทำการตรวจพิสูจน์ ซึ่งผลการตรวจพบว่าเป็นสารไซยาไนด์ โดยบุคคลที่นำผงสีขาวไปตรวจได้ขอร้องไม่ให้เปิดเผยผลการตรวจในทันที

ต่อมา แพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้แจ้งผลการตรวจพบสารไซยาไนด์ในร่างกาย “นัทปง” ให้กับพนักงานสอบสวนทราบ ก่อนที่ ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขา รมว.พม. จะนำภาพซองบรรจุผงสีขาวโพสต์ลงบนเฟสบุ๊กส่วนตัว ทำให้ข่าวการเสียชีวิตของ “นัทปง” จากสารไซยาไนด์ถูกเผยแพร่ออกมา

สำหรับเพื่อนที่อยู่ในบ้านในวันเกิดเหตุและร่วมดื่มสังสรรค์กับ “นัทปง” มีทั้งหมด 4 คน ได้แก่ น.ส.ออ และ น.ส.โอ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานของผู้ตาย และชายอีก 2 คน คือ นายบิ๊ก นักศึกษาแพทย์จากมหาวิทยาลัยชื่อดัง และ นายต้น ทำงานเป็นบุรุษพยาบาลในโรงพยาบาลชื่อดัง

ล่าสุด พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ในบ้านของผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ราย คือ นายบิ๊ก นายต้น น.ส.ออ และ น.ส.โอ ให้เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการนัดหมายผ่านทางโทรศัพท์แล้วหลายครั้ง แต่ยังไม่สามารถตกลงเวลาที่แน่นอนได้ โดยมีการอ้างว่ายังติดงานพิธีศพของนายณัฐวุฒิที่ จ.เชียงราย

สรุปความคืบหน้าคดี “นัทปง”

ตำรวจเตรียมเปิดบ้าน “นัทปง” เก็บหลักฐานสำคัญ

  • เตรียมเปิดบ้านพักเพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติม
  • ออกหมายเรียกเพื่อนร่วมโต๊ะอาหาร 4 คนให้ปากคำ
  • ผลชันสูตรพบสารไซยาไนด์ในร่างกาย
  • เร่งคลี่คลายคดี

ตร.เตรียมเปิดบ้าน “นัทปง” เก็บหลักฐาน ออกหมายเรียกเพื่อนร่วมโต๊ะ 4 คน ให้ปากคำ

การเสียชีวิตของ “นัทปง” ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงและคลี่คลายคดีนี้ให้กระจ่างโดยเร็วที่สุด การ ตร.เตรียมเปิดบ้าน “นัทปง” เก็บหลักฐาน ออกหมายเรียกเพื่อนร่วมโต๊ะ 4 คน ให้ปากคำ เป็นขั้นตอนสำคัญในการรวบรวมพยานหลักฐาน

ความคืบหน้าล่าสุดของการสืบสวนคดี ตร.เตรียมเปิดบ้าน “นัทปง” เก็บหลักฐาน ออกหมายเรียกเพื่อนร่วมโต๊ะ 4 คน ให้ปากคำ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการไขปริศนาการเสียชีวิต

การออกหมายเรียกเพื่อนร่วมโต๊ะอาหารทั้ง 4 คน ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการสอบสวนเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนก่อนที่ “นัทปง” จะเสียชีวิต

การเสียชีวิตของ “นัทปง” นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ในวงการสื่อสารมวลชน หวังว่าการสืบสวนจะนำไปสู่การคลี่คลายความจริง และมอบความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิตและครอบครัว

คดี ตร.เตรียมเปิดบ้าน “นัทปง” เก็บหลักฐาน ออกหมายเรียกเพื่อนร่วมโต๊ะ 4 คน ให้ปากคำ ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ที่มา – ตร. เตรียมเปิดบ้าน “นัทปง” เก็บหลักฐาน ออกหมายเรียกเพื่อนร่วมโต๊ะ 4 คน ให้ปากคำ

แพทย์นิติฯ แจ้งผลชันสูตร “ณัฐวุฒิ ปงลังกา” พบสารพิษ

เจ้าหน้าที่ชุดสืบ จ.นนทบุรี เร่งประชุมวางแผนคลี่คลายคดี หลังแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ แจ้งผลชันสูตรศพ “ณัฐวุฒิ ปงลังกา” ผู้สื่อข่าวช่องดัง พบสารพิษในร่างกาย และต้องรอผลทางการประมาณ 1 เดือน คดีนี้มีความซับซ้อนและต้องการความรอบคอบในการสืบสวน

วันที่ 5 ธันวาคม 2568 จากกรณี เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 68 เวลา 10.00 น. ร.ต.อ.อังคาร ศรีโยธะ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในบ้านหลังหนึ่งใน ต.บางกรวย จ.นนทบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุพบเป็นบ้านทาวน์โฮม 2 ชั้น ภายในห้องนั่งเล่นชั้นล่างพบศพนายณัฐวุฒิ ปงลังกา อายุ 35 ปี ผู้สื่อข่าวช่องดัง นอนเสียชีวิตอยู่บนผ้าปูกับพื้น สวมเสื้อยืดคอกลมสีดำ สวมกางเกงยีนส์ สวมถุงเท้า สวมนาฬิกาข้อมือ ภายในห้องไม่พบร่องรอยการต่อสู้ หรือบาดแผลถูกทำร้ายร่างกาย 

จากการสอบสวนทราบว่า วันเกิดเหตุหลังนายณัฐวุฒิ ผู้ตาย เลิกงานกลับมาบ้านเพื่อพักผ่อนและนั่งดื่มกับเพื่อนผู้ชายอีก 2 คน ก่อนที่ผู้ตายจะเข้าไปนอนในห้องนั่งเล่นชั้นล่าง จนตอนเช้าเพื่อนผู้ตายได้กลับมาที่บ้าน พบว่านายณัฐวุฒิ นอนเสียชีวิตอยู่ที่พื้นห้องโดยไม่ทราบสาเหตุ ผู้ตายมีโรคประจำตัวเป็นภูมิแพ้ หืดหอบ หลังเกิดเหตุได้ส่งศพไปผ่าชันสูตรหาสาเหตุการตายอย่างละเอียดอีกครั้งที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ 

ต่อมาวันที่ 4 ธ.ค. 68 แพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้แจ้งมายังร้อยเวรเจ้าของคดีว่า จากการชันสูตรศพพบสารพิษในร่างกายของผู้ตาย ส่วนผลชันสูตรอย่างเป็นทางการต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จะส่งผลชันสูตรอย่างเป็นทางการกลับมาให้พนักงานสอบสวน

หลังได้รับรายงานทางวาจาจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ พงศ์ธนารักษ์ ผกก.สภ.บางกรวย ได้รายงานให้ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ทราบพร้อมสั่งการให้ พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส. พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม รอง ผบก.สส. พ.ต.อ.พูนสุข เตชะประเสริฐพร ผกก.1 บก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.ศุภชัย ศรีศักดิ์ ผกก.สส.ภ.จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธร จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี ได้ประชุมและแบ่งหน้าที่การทำงาน เพื่อคลี่คลายคดีการเสียชีวิตนายณัฐวุฒิ ปงลังกา

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางครอบครัว และสถานีต้นสังกัดได้นำร่างของนายณัฐวุฒิ ปงลังกา มาตั้งทำพิธีทางศาสนารดน้ำศพและฟังสวดพระอภิธรรมศพเพียง 2 วัน คือ 1 – 2 ธ.ค. 68 จากนั้นทางครอบครัวได้รับร่างนำกลับไปทำพิธีทางศาสนาต่อที่วัดริมกก ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย ระหว่างวันที่ 3 – 5 ธ.ค. และจะทำการฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ 6 ธ.ค. นี้

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดกล้วย ต.วัดชลอ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เพื่อพูดคุยกับสัปเหร่อของวัด กล่าวว่า วันที่ร่างของนายณัฐวุฒิ ซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวคนดังมาถึงที่วัด ตนได้ขอตรวจสอบดูใบมรณะของผู้ตายแล้ว ก็พบว่ามีใบมาแสดงถูกต้อง ทางวัดจึงอนุญาตให้ประกอบพิธีทางศาสนา โดยในวันแรกหลังจากที่นำร่างออกมาจากโรงพยาบาล ตนเพียงแต่จัดเตรียมสถานที่ในศาลาให้ ส่วนที่เหลือมีทีมงานของสถานีเขามาคอยดูแลแต่งหน้าศพให้ ตนเห็นเพียงแค่หน้ากับข้อมือที่ยื่นออกมาไว้ให้รดน้ำเท่านั้น ซึ่งตนยังมองเพียงว่านักข่าวหนุ่มคนนี้หน้าตาดีไม่น่าจะมาอายุสั้นไวแบบนี้

สัปเหร่อวัดกล้วย กล่าวอีกว่า สภาพศพที่ตนเห็นนั้น ต้องยอมรับว่าแยกไม่ออกเลยว่าผู้ตายเสียชีวิตอย่างไร เพราะสภาพศพมีการตกแต่งมาจากโรงพยาบาลแล้ว ประกอบกับในใบมรณะบัตรระบุว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นสาเหตุการเสียชีวิต ตนในฐานะสัปเหร่อจึงไม่ได้ใส่ใจอะไรเป็นพิเศษ ไม่ทันสังเกตว่าใบหน้าผู้ตายหรือข้อมือ จึงไม่สามารถระบุได้ว่าผู้ตาย ตายด้วยลักษณะผิดปกติหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานไปทางญาติและเพื่อนของผู้ตายที่อยู่ในบ้านวันเกิดเหตุ เพื่อมาสอบปากคำและจะนำตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เข้าไปตรวจสอบภายในบ้านเกิดเหตุอีกครั้ง แต่ทั้งหมดขอเดินทางมาโรงพัก หลังจากเสร็จงานศพก่อนส่วนการเสียชีวิตตำรวจยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าเกิดจากอะไร ต้องตรวจสอบพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง

แพทย์นิติวิทยาศาสตร์ แจ้งผลชันสูตร “ณัฐวุฒิ ปงลังกา” พบสารพิษ

การเสียชีวิตของนายณัฐวุฒิ ปงลังกา ยังคงเป็นปริศนาที่รอการคลี่คลาย การพบสารพิษในร่างกายทำให้คดีนี้มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมหลักฐานและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อหาความจริง

ความคืบหน้าล่าสุดคดี ณัฐวุฒิ ปงลังกา

ความคืบหน้าล่าสุดของคดี ณัฐวุฒิ ปงลังกา คือการรอผลชันสูตรอย่างเป็นทางการจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำผลชันสูตรมาประกอบการพิจารณาเพื่อสรุปสาเหตุการเสียชีวิต

คดีนี้ได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นผู้สื่อข่าว และการเสียชีวิตมีเงื่อนงำหลายอย่าง หวังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถคลี่คลายคดีนี้ได้ในเร็ววันและนำความยุติธรรมมาสู่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต การตรวจสอบสารพิษในร่างกายของณัฐวุฒิ ปงลังกา เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยไขปริศนาการเสียชีวิตในครั้งนี้

ที่มา – แพทย์นิติวิทยาศาสตร์ แจ้งผลชันสูตร “ณัฐวุฒิ ปงลังกา” พบสารพิษในร่างกาย

Scroll to top