นนทบุรี

พบปืน 2 กระบอกในรถ นายก อบจ.นนทบุรี ยันไม่ได้ยิงสวน

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับเหตุการณ์สลดที่เกิดขึ้นกับ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งถูกยิงจนเสียชีวิต ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียดจนกระทั่ง พบปืน 2 กระบอกในรถ “นายก อบจ.นนทบุรี” ผบช.ภ.1 ยันตรวจสอบแล้วไม่มีการใช้ยิงสวน เพื่อคลายข้อสงสัยและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายตามหลักฐานที่ปรากฏ

ตรวจสอบหลักฐาน พบปืน 2 กระบอกในรถ “นายก อบจ.นนทบุรี” ผบช.ภ.1 ยันตรวจสอบแล้วไม่มีการใช้ยิงสวน

จากการเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุโดยกองพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนพกสั้นจำนวน 2 กระบอกวางอยู่ในซองข้างประตูรถยนต์วอลโว่คันที่เกิดเหตุ ซึ่งประกอบด้วยปืนของคนขับรถและปืนของตัวนายก อบจ. เอง โดยจากการตรวจสอบสภาพปืนยังอยู่ในสภาพปกติ ไม่ได้ถูกหยิบออกมาใช้งานแต่อย่างใด

สรุปการตรวจสอบเหตุการณ์

พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ได้ออกมาให้ข้อมูลอย่างชัดเจนว่า เมื่อ พบปืน 2 กระบอกในรถ “นายก อบจ.นนทบุรี” ผบช.ภ.1 ยันตรวจสอบแล้วไม่มีการใช้ยิงสวน ทั้งจากหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณดังกล่าว ซึ่งหักล้างคำให้การของผู้ก่อเหตุที่อ้างว่ามีการชักปืนยิงตอบโต้กันก่อน

  • อาวุธปืน 2 กระบอกที่พบอยู่ในซองข้างประตูรถ
  • ปลอกกระสุนในที่เกิดเหตุเป็นของฝ่ายผู้ก่อเหตุจำนวน 5 ปลอก
  • ภาพจากกล้องวงจรปิดไม่ปรากฏว่ามีการยิงสวนออกมาจากภายในรถ

ในขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาหนักแก่ผู้ก่อเหตุ ทั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน รวมถึงข้อหาเกี่ยวกับอาวุธปืน แม้ผู้ก่อเหตุจะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามพยานหลักฐานที่มีอยู่อย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ได้ให้น้ำหนักกับคำกล่าวอ้างที่ขัดกับความเป็นจริงที่ปรากฏ

เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์ของความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งส่วนตัว ซึ่งจบลงด้วยความสูญเสียอย่างประเมินค่าไม่ได้ ความยุติธรรมที่แท้จริงต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ เราในฐานะคนในสังคมควรติดตามความคืบหน้าของคดีด้วยความรอบคอบและเคารพในกระบวนการยุติธรรมครับ

ที่มา – พบปืน 2 กระบอกในรถ “นายก อบจ.นนทบุรี” ผบช.ภ.1 ยันตรวจสอบแล้วไม่มีการใช้ยิงสวน

โซเชียลวิจารณ์ยับ ฉลอง เรี่ยวแรง ไม่ถูกใส่กุญแจมือ นั่งสูบบุหรี่ในโรงพัก

โซเชียลวิจารณ์ยับ ฉลอง เรี่ยวแรง ไม่ถูกใส่กุญแจมือ นั่งสูบบุหรี่ในโรงพัก

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ชาวเน็ตต่างพากันตั้งคำถามถึงกระบวนการยุติธรรม เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่อดีต สส.นนทบุรี อย่างคุณฉลอง เรี่ยวแรง ได้เข้ามอบตัวหลังก่อเหตุสะเทือนขวัญ แต่ภาพที่ปรากฏออกมากลับกลายเป็นว่า โซเชียลวิจารณ์ยับ ฉลอง เรี่ยวแรง ไม่ถูกใส่กุญแจมือ นั่งสูบบุหรี่ในโรงพัก จนหลายคนมองว่าเป็นการได้รับอภิสิทธิ์ที่ดูไม่เหมาะสมกับสถานะผู้ต้องหาในคดีร้ายแรงเช่นนี้

เบื้องลึกปมเหตุที่กลายเป็นข่าวใหญ่

เหตุการณ์ครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากความขัดแย้งเรื่องเงินจำนวน 11 ล้านบาท ที่ทางฝั่งคุณฉลองอ้างว่าได้ให้ทางผู้เสียชีวิตยืมไปใช้ในการหาเสียงเมื่อปี 2551 โดยที่ผ่านมาไม่ได้มีการทวงถามแต่อย่างใด จนกระทั่งตนเองประสบปัญหาด้านสุขภาพและต้องใช้เงินรักษาตัว จึงได้มีการเข้าไปพูดคุยและเกิดการโต้เถียงกันขึ้น ก่อนจะนำไปสู่เหตุสลดที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สังคมให้ความสนใจไม่แพ้กันคือภาพข่าวที่แพร่สะพัดออกไป การที่ผู้ก่อเหตุสามารถนั่งให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนได้อย่างอิสระโดยไม่มีเครื่องพันธนาการ อีกทั้งยังมีภาพสูบบุหรี่ในพื้นที่ของสถานีตำรวจ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการดูแลที่พิเศษเกินไปหรือไม่ จนเป็นที่มาของคำว่า โซเชียลวิจารณ์ยับ ฉลอง เรี่ยวแรง ไม่ถูกใส่กุญแจมือ นั่งสูบบุหรี่ในโรงพัก ในวงกว้าง

ข้อเท็จจริงจากฝั่งตำรวจ

ทางด้าน พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้ออกมาเปิดเผยถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า กรณีที่เห็นนายฉลองให้สัมภาษณ์ได้นั้น เป็นเพียงความต้องการที่จะขอโทษญาติผู้เสียชีวิตผ่านสื่อเท่านั้น ไม่ได้มีสิทธิพิเศษเหนือคนอื่นแต่อย่างใด และเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปหลังมีการยืนยันการเสียชีวิตของคู่กรณี เจ้าหน้าที่ก็ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนด้วยการใส่กุญแจมือในทันที

  • สังคมมองว่ามาตรฐานการปฏิบัติงานของตำรวจควรมีความเท่าเทียม
  • ความยุติธรรมต้องโปร่งใสและตรวจสอบได้
  • ภาพลักษณ์ขององค์กรตำรวจในสายตาประชาชนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้

ท้ายที่สุดแล้ว แม้ทางเจ้าหน้าที่จะชี้แจงถึงเหตุผลความจำเป็นในเชิงมนุษยธรรม แต่ความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อภาพ โซเชียลวิจารณ์ยับ ฉลอง เรี่ยวแรง ไม่ถูกใส่กุญแจมือ นั่งสูบบุหรี่ในโรงพัก นั้นได้สร้างคำถามสำคัญให้กับสังคมไทยว่า เราควรมีมาตรฐานที่ชัดเจนและเท่าเทียมกันสำหรับผู้ต้องหาทุกคน เพื่อไม่ให้เกิดข้อกังขาต่อกระบวนการยุติธรรมในอนาคต

ที่มา – โซเชียลวิจารณ์ยับ “ฉลอง เรี่ยวแรง” ไม่ถูกใส่กุญแจมือ นั่งสูบบุหรี่ในโรงพัก

ตร.ยันไม่มีสิทธิพิเศษ “ฉลอง” ชี้แจงสาเหตุ แค่ขอโทษผ่านสื่อ

ตร.ยันไม่มีสิทธิพิเศษ “ฉลอง” ชี้แจงสาเหตุ แค่เจ้าตัวอยากขอโทษผ่านสื่อ

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีของ นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ที่ได้ก่อเหตุบุกยิง นายก อบจ.นนทบุรี จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเหตุใดเจ้าตัวถึงมีโอกาสได้ออกมาชี้แจงผ่านสื่อมวลชน ทั้งที่เป็นผู้ต้องหาในคดีอุกฉกรรจ์ วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่าทำไม ตร.ยันไม่มีสิทธิพิเศษ “ฉลอง” ชี้แจงสาเหตุ แค่เจ้าตัวอยากขอโทษผ่านสื่อ จริงหรือไม่

เบื้องหลังการแถลงข่าวและข้อเท็จจริงทางคดี

พลตำรวจโทวัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าของคดีนี้ โดยยืนยันอย่างชัดเจนว่ากรณีที่ นายฉลอง ได้มีโอกาสพูดผ่านสื่อนั้น ไม่ใช่การมอบสิทธิพิเศษเหนือคนธรรมดาแต่อย่างใด แต่เป็นการขออนุญาตเป็นการส่วนตัวเพื่อแสดงความรู้สึกผิดและขอโทษไปยังครอบครัวของคู่กรณีเท่านั้น ทั้งนี้ การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยประเด็นสำคัญที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบ ได้แก่:

  • ตรวจสอบมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุที่ระบุว่าเกิดจากปัญหาการยืมเงินกันมานานหลายปี
  • รวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบคำกล่าวอ้างเรื่องการป้องกันตัว
  • ตรวจสอบอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุว่าเป็นของใครและมีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่

จากคำให้การของ นายฉลอง ที่ยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุเพียงผู้เดียวด้วยความอึดอัดใจส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องเงินทอง เจ้าหน้าที่ไม่ได้นิ่งนอนใจและต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานที่มีอยู่ เพราะแม้ว่าฝ่ายผู้ต้องหาจะอ้างว่าเป็นการป้องกันตัวเนื่องจากคนขับรถของคู่กรณีหยิบปืนขึ้นมา แต่ทางตำรวจยืนยันว่าจะต้องพิจารณาจากภาพจากกล้องวงจรปิดประกอบเป็นสำคัญ ไม่ใช่แค่การฟังความข้างเดียว

สรุปภาพรวมของสถานการณ์ปัจจุบัน

สำหรับสถานะของคดีในขณะนี้ เมื่อ ตร.ยันไม่มีสิทธิพิเศษ “ฉลอง” ชี้แจงสาเหตุ แค่เจ้าตัวอยากขอโทษผ่านสื่อ ทุกฝ่ายจึงควรให้พื้นที่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการทำงาน เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และที่สำคัญที่สุดคือต้องเฝ้าติดตามอาการของ นายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในขั้นวิกฤติ แม้จะพบว่าภายในรถของผู้เสียหายจะมีอาวุธปืนอยู่จริง แต่ก็ไม่ได้มีการยิงตอบโต้ออกไปแต่อย่างใด

ในฐานะประชาชน เราควรติดตามข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณ ไม่ด่วนตัดสินก่อนที่กระบวนการยุติธรรมจะสิ้นสุดลง เพราะคดีความที่มีบุคคลระดับอดีต สส. เข้ามาเกี่ยวข้อง ย่อมเป็นที่จับตามองของสังคมเสมอ และแน่นอนว่าหากมีการเอื้อประโยชน์หรือให้สิทธิพิเศษจริง ย่อมไม่อาจหลบพ้นสายตาของประชาชนไปได้

ที่มา – ตร.ยันไม่มีสิทธิพิเศษ “ฉลอง” ชี้แจงสาเหตุ แค่เจ้าตัวอยากขอโทษผ่านสื่อ

ประวัติ ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.คนดัง ผู้ก่อเหตุยิง นายก อบจ.นนทบุรี

เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการการเมืองไทย กับกรณีที่ชื่อของ ฉลอง เรี่ยวแรง กลับมาอยู่ในความสนใจของสาธารณชนอีกครั้ง หลังจากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันภายในองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี จนนำไปสู่การสูญเสียชีวิตของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ ประวัติ ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.คนดัง ผู้ก่อเหตุยิง นายก อบจ.นนทบุรี ให้มากขึ้น เพื่อให้เห็นภาพเส้นทางชีวิตของนักการเมืองท่านนี้กันครับ

ประวัติ ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.คนดัง ผู้ก่อเหตุยิง นายก อบจ.นนทบุรี

นายฉลอง เรี่ยวแรง เกิดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2498 เป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีมาอย่างยาวนาน ด้านการศึกษานั้น จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาครุศาสตรบัณฑิต จากสถาบันราชภัฏสวนดุสิต และระดับปริญญาโท สาขาศิลปศาสตร์ด้านพัฒนาสังคม จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มีพื้นฐานการศึกษาที่น่าสนใจไม่น้อย

เส้นทางการเมืองและที่มาของฉายา ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.คนดัง ผู้ก่อเหตุยิง นายก อบจ.นนทบุรี

หากจะพูดถึง ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.คนดัง ผู้ก่อเหตุยิง นายก อบจ.นนทบุรี ต้องบอกว่าเขามีเส้นทางที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาโชกโชน เริ่มต้นจากการเมืองท้องถิ่นก่อนจะขยับสู่ระดับประเทศ โดยเป็น ส.ส.นนทบุรี ถึง 3 สมัย ในปี 2539, 2548 และ 2554 ภายใต้สังกัดพรรคการเมืองที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชากรไทย พรรคไทยรักไทย หรือพรรคเพื่อไทย รวมถึงยังมีโอกาสได้ดำรงตำแหน่งสำคัญอย่างที่ปรึกษารัฐมนตรีในหลายกระทรวง

ในแง่ของฉายาทางการเมืองที่หลายคนคุ้นหูมีดังนี้:

  • หลอง งูเห่า: ฉายาที่โด่งดังช่วงปลายปี 2540 จากเหตุการณ์การเมืองกลุ่ม 13 งูเห่า ที่โหวตสวนมติพรรคเพื่อสนับสนุนนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี
  • หลอง ซีดี: ฉายาที่เกิดขึ้นในช่วงที่มีการตรวจค้นบ้านพักในอดีต

จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ถือเป็นเรื่องที่สร้างความตกใจให้กับสังคมไทยเป็นอย่างมาก เพราะไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ความรุนแรงไม่เคยเป็นทางออกที่ถูกต้องในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะในบริบทของการเมืองท้องถิ่นที่ควรจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาบ้านเมืองมากกว่าการใช้กำลังตัดสินกัน สุดท้ายนี้เราขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และหวังว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นบทเรียนครั้งสำคัญให้กับแวดวงการเมืองไทย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์น่าเศร้าเช่นนี้ซ้ำอีกในอนาคตครับ

ที่มา – ประวัติ “ฉลอง เรี่ยวแรง” อดีต สส.คนดัง ผู้ก่อเหตุยิง “นายก อบจ.นนทบุรี” เสียชีวิต

“ฉลอง เรี่ยวแรง” เปิดใจสาเหตุยิง นายก อบจ.นนทบุรี

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่หลายคนให้ความสนใจในขณะนี้ สำหรับกรณีข่าวใหญ่ในจังหวัดนนทบุรี เมื่ออดีต สส. คนดังอย่าง “ฉลอง เรี่ยวแรง” เปิดใจสาเหตุยิง นายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งสร้างความตกใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายในบริเวณอาคาร อบจ.นนทบุรี ศาลากลางจังหวัด ทำให้เกิดคำถามมากมายว่าปมเหตุที่แท้จริงคืออะไรกันแน่

เบื้องลึก “ฉลอง เรี่ยวแรง” เปิดใจสาเหตุยิง นายก อบจ.นนทบุรี

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายฉลองได้เผยเหตุผลสั้นๆ ขณะถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวว่า สาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้ มาจากการที่ตนเองกำลังประสบปัญหาชีวิตอย่างหนัก จึงได้เข้าไปขอความช่วยเหลือจาก พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ทำให้เกิดความโกรธแค้นจนนำไปสู่เหตุการณ์บานปลายในที่สุด หลังจากก่อเหตุ นายฉลองยอมรับว่าตนเองรู้สึกมืดแปดด้านและไม่รู้จะหนีไปไหน จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมได้ในที่สุด

ความสัมพันธ์ที่จบลงด้วยความรุนแรง

ทางด้าน นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ทั้งตัวผู้ก่อเหตุและผู้เสียหายนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพื่อนฝูงที่รู้จักกันมาอย่างยาวนาน มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาโดยตลอด การที่ “ฉลอง เรี่ยวแรง” เปิดใจสาเหตุยิง นายก อบจ.นนทบุรี ในครั้งนี้ จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายและสะท้อนให้เห็นว่า แม้จะเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่หากมีการพูดคุยผลประโยชน์หรือเรื่องส่วนตัวไม่ลงตัว ก็อาจเกิดการตัดสินใจที่ผิดพลาดได้ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

  • เหตุเกิดที่อาคาร อบจ.นนทบุรี
  • ผู้ก่อเหตุคือ นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส. นนทบุรี
  • ผู้เสียหายคือ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี
  • ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 รายเป็นคนขับรถ

ในแง่ของมุมมองต่อเหตุการณ์นี้ ต้องยอมรับว่าการใช้ความรุนแรงไม่เคยเป็นทางออกที่ดีสำหรับใคร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความลำบากส่วนตัวหรือปัญหาความสัมพันธ์ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้นอกจากจะส่งผลเสียต่อตัวผู้กระทำผิดเองแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่อีกด้วย เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่ากระบวนการยุติธรรมจะมีบทสรุปอย่างไร และหวังว่านี่จะเป็นอุทาหรณ์ให้หลายฝ่ายหันมาใช้สติในการแก้ไขปัญหามากกว่าการใช้กำลังตัดสินครับ

ที่มา – “ฉลอง เรี่ยวแรง” เปิดใจสาเหตุยิง นายก อบจ.นนทบุรี ขอให้ช่วย กลับถูกปฏิเสธ

ฉลอง เรี่ยวแรง โทรเข้ารายการสด เล่าสาเหตุบุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ

ฉลอง เรี่ยวแรง โทรเข้ารายการสด เล่าสาเหตุบุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ

กลายเป็นประเด็นที่สร้างความตกใจให้กับสังคมไทยเป็นอย่างมาก กับเหตุการณ์อุกอาจที่เกิดขึ้นภายในองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งมีรายงานว่า นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.คนดัง ได้ก่อเหตุบุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี จนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์

เรื่องราวที่น่าสนใจและกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คนทั้งประเทศได้รับรู้ถึงปมปัญหา คือวินาทีที่ ฉลอง เรี่ยวแรง โทรเข้ารายการสด ของ น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก ขณะที่กำลังออกอากาศอยู่ โดยนายฉลองได้เปิดเผยเหตุผลของการกระทำครั้งนี้อย่างหมดเปลือกกลางรายการสด ทำให้พิธีกรต้องรีบใช้ไหวพริบในการเกลี้ยกล่อมให้ผู้ก่อเหตุสงบสติอารมณ์และมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ ในทันที

เบื้องลึกปมแค้น 11 ล้านบาท

จากการพูดคุยผ่านโทรศัพท์ในรายการ น.ส.อัญชะลี ได้สอบถามถึงมูลเหตุจูงใจ โดยนายฉลอง เรี่ยวแรง โทรเข้ารายการสด เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจว่า ตนเองรู้สึกเจ็บใจอย่างหนัก เนื่องจากที่ผ่านมาได้ให้การสนับสนุนอีกฝ่ายมาโดยตลอด แต่เมื่อถึงเวลาที่ตนเองไปทวงถามเงินจำนวน 11 ล้านบาท กลับถูกปฏิเสธว่าไม่มีให้ ซึ่งความแค้นสะสมนี้เองที่กลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดการตัดสินใจใช้อาวุธปืนก่อเหตุในห้องทำงานภายในอาคาร อบจ.นนทบุรี

ลำดับเหตุการณ์สรุปได้ดังนี้:

  • เกิดเหตุยิงกันบริเวณอาคาร อบจ.นนทบุรี ช่วงสายของวันที่ 10 สิงหาคม 2569
  • นายฉลอง เรี่ยวแรง ติดต่อหา น.ส.อัญชะลี ขณะจัดรายการเพื่อสารภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น
  • ผู้ก่อเหตุระบุว่าใช้อาวุธปืนยิงไปประมาณ 4-5 นัด
  • พิธีกรพยายามเกลี้ยกล่อมให้วางปืนและนั่งรอมอบตัวเพื่อความปลอดภัยของประชาชนรอบข้าง
  • เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ในเวลาต่อมา

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนราคาแพงของการแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง แม้ว่าเรื่องของหนี้สินจะเป็นปัญหาใหญ่ แต่การตัดสินใจจบปัญหาด้วยชีวิตเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ทั้งนี้ คดีดังกล่าวต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินกระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

ที่มา – “ฉลอง เรี่ยวแรง” โทรเข้ารายการสด เล่าสาเหตุบุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ

เปิดประวัติ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ถูก อดีต สส. บุกยิง

กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความตกใจให้กับคนในจังหวัดนนทบุรีอย่างมาก สำหรับกรณีเหตุการณ์สะเทือนขวัญเมื่อมีรายงานว่า เปิดประวัติ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ถูก อดีต สส. บุกยิง ภายในที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้หลายคนให้ความสนใจในตัวของ พ.ต.อ.ธงชัย เป็นอย่างมากว่าท่านคือใครและมีเส้นทางชีวิตอย่างไรก่อนจะมาดำรงตำแหน่งนี้

เปิดประวัติ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ถูก อดีต สส. บุกยิง

พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ เป็นที่รู้จักในฐานะนักการเมืองท้องถิ่นคนสำคัญของจังหวัดนนทบุรี โดยท่านเกิดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2498 ผ่านเส้นทางชีวิตทั้งในสายงานตำรวจและสายงานการเมืองมาอย่างโชกโชน ก่อนที่จะเข้าสู่สนามเลือกตั้งนายก อบจ. จนได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนชาวนนทบุรีให้ดำรงตำแหน่งมาอย่างยาวนาน

เส้นทางชีวิตและบทบาทของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ

สำหรับประวัติการศึกษาของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ ถือว่ามีความโดดเด่นอย่างมาก โดยท่านสำเร็จการศึกษานิติศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจพิเศษ รุ่นที่ 9 นอกจากนี้ท่านยังได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ในหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นการบริหารการศึกษาหรือรัฐศาสตร์ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองและการทำงานเพื่อสาธารณะอยู่เสมอ

หากพูดถึงประวัติการทำงานของท่าน ก่อนจะมาถึงเหตุการณ์ เปิดประวัติ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ถูก อดีต สส. บุกยิง ท่านผ่านตำแหน่งสำคัญในแวดวงสีกากีมามากมาย ได้แก่:

  • ปี 2527 – 2531: ปฏิบัติหน้าที่ในกองคดีตำรวจ
  • ปี 2531 – 2540: ประจำกองปราบปราม
  • ปี 2540 – 2541: รองผู้กำกับการหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอไทรน้อย
  • ปี 2541 – 2543: รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองนนทบุรี
  • ปี 2543 – 2544: ผู้กำกับการสถานีตำรวจบางบัวทอง
  • ปี 2544 – 2547: ผู้กำกับการสถานีตำรวจปากเกร็ด
  • ปี 2547 – ปัจจุบัน: นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี

ด้วยประสบการณ์การทำงานยาวนานในพื้นที่นนทบุรี ทำให้ชื่อของ พ.ต.อ.ธงชัย เป็นที่คุ้นเคยของคนในพื้นที่อย่างดีเยี่ยม การที่ท่านต้องมาประสบกับเหตุการณ์ถูกบุกยิงในครั้งนี้จึงเป็นประเด็นที่สังคมกำลังติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งในแง่ของกระบวนการยุติธรรมและปมความขัดแย้งที่นำไปสู่เหตุการณ์ไม่คาดฝันดังกล่าว

ในฐานะประชาชน เราคงต้องหวังให้กระบวนการสอบสวนเป็นไปอย่างยุติธรรมและโปร่งใส เพื่อให้ความจริงปรากฏแก่สังคม การใช้ความรุนแรงแก้ปัญหาไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม หวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นบทเรียนให้สังคมตระหนักถึงการเคารพกฎหมายและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติวิธีมากยิ่งขึ้น

ที่มา – เปิดประวัติ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ถูก อดีต สส. บุกยิง

นนทบุรีอีกแล้ว อดีต สส. ฉลอง เรี่ยวแรง บุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย

นนทบุรีอีกแล้ว อดีต สส. ฉลอง เรี่ยวแรง บุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำเอาคนทั้งจังหวัดต้องตกใจ เมื่อมีรายงานข่าวใหญ่ว่า นนทบุรีอีกแล้ว อดีต สส. ฉลอง เรี่ยวแรง บุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย นายก อบจ.นนทบุรี กลางที่ทำการ อบจ. สร้างความตื่นตระหนกให้กับข้าราชการและประชาชนที่พบเห็นเหตุการณ์เป็นอย่างมาก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ในช่วงเวลาประมาณ 11.29 น. ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาปฏิบัติงานปกติของเจ้าหน้าที่ในสถานที่ราชการสำคัญของจังหวัด

รายละเอียดเหตุการณ์ นนทบุรีอีกแล้ว อดีต สส. ฉลอง เรี่ยวแรง บุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย

สำหรับลำดับเหตุการณ์ที่มีการรายงานในเบื้องต้นระบุว่า นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส. จังหวัดนนทบุรี ได้เดินทางไปยังที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ก่อนจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น โดยมีการบุกเข้ายิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งได้รับบาดเจ็บและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน โดยในขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยถึงชนวนเหตุจูงใจที่แน่ชัดว่าทำไมถึงต้องมีการก่อเหตุรุนแรงเช่นนี้ในสถานที่ราชการ

หากเรามองถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า นนทบุรีอีกแล้ว อดีต สส. ฉลอง เรี่ยวแรง บุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย นั้น ถือเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เนื่องจากทั้งคู่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีบทบาทสำคัญในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเกมการเมืองท้องถิ่น หรือความขัดแย้งส่วนตัวที่อาจจะสั่งสมมานานจนนำไปสู่การตัดสินใจที่ใช้อาวุธปืนเข้าแก้ปัญหา

  • ติดตามอาการล่าสุดของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ
  • ตรวจสอบประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองในจังหวัดนนทบุรี
  • เฝ้าระวังการดำเนินการทางกฎหมายต่ออดีต สส. ฉลอง เรี่ยวแรง

ในฐานะสื่อมวลชนและคนในสังคม เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่ากระบวนการยุติธรรมจะดำเนินการอย่างไรกับคดีนี้ เพราะไม่ว่าจะเป็นใครหรือมีอำนาจบารมีมากแค่ไหน การใช้ความรุนแรงในที่สาธารณะโดยเฉพาะในสถานที่ราชการเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ หวังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถคลี่คลายคดีนี้ได้อย่างโปร่งใสและยุติธรรมที่สุด เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนชาวนนทบุรีทุกคน

ที่มา – นนทบุรีอีกแล้ว อดีต สส. “ฉลอง เรี่ยวแรง” บุกยิง “พ.ต.อ.ธงชัย” นายก อบจ.นนทบุรี

โซเชียลผวา หลังมีแชตขู่ก่อเหตุรุนแรงอีก ล่าสุด โรงเรียนปากเกร็ด ชี้แจงแล้ว

โซเชียลผวา หลังมีแชตขู่ก่อเหตุรุนแรงอีก ล่าสุด โรงเรียนปากเกร็ด ชี้แจงแล้ว

กลายเป็นประเด็นที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคมออนไลน์อีกครั้ง เมื่อมีกระแสข่าว โซเชียลผวา หลังมีแชตขู่ก่อเหตุรุนแรงอีก ล่าสุด โรงเรียนปากเกร็ด ชี้แจงแล้ว ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการหยอกล้อกันในกลุ่มนักเรียนเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาจะก่อเหตุจริงแต่อย่างใด

เรื่องราวเริ่มต้นจากการที่เพจชื่อดังอย่าง “ข่าวคนนนท์” ได้โพสต์แชร์ข้อมูลเกี่ยวกับแชตหลุดที่มีข้อความขู่ก่อเหตุรุนแรงภายในโรงเรียนดังย่านปากเกร็ด สร้างความกังวลใจให้กับผู้ปกครองและนักเรียนเป็นอย่างมาก จนกระทั่งทางโรงเรียนต้องรีบออกมาสื่อสารเพื่อทำความเข้าใจกับสังคมโดยเร็วที่สุด

โรงเรียนปากเกร็ด เร่งคลี่คลายสถานการณ์และชี้แจงความจริง

ทางโรงเรียนปากเกร็ดได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่า จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเพียงบทสนทนาใน Open Chat ของนักเรียนคณะสี ซึ่งเป็นการพูดคุยเล่นกันในเชิงหยอกล้อ โดยผู้ที่เกี่ยวข้องได้ออกมายืนยันว่าไม่มีเจตนาจะทำตามข้อความดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ทางโรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจและได้ประสานงานกับทาง สภ.ปากเกร็ด ทันทีเพื่อประเมินสถานการณ์และเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดยิ่งขึ้น

แม้ประเด็น โซเชียลผวา หลังมีแชตขู่ก่อเหตุรุนแรงอีก ล่าสุด โรงเรียนปากเกร็ด ชี้แจงแล้ว จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น แต่เหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญในยุคดิจิทัล โดยมีข้อควรระวังดังนี้:

  • การใช้สื่อสังคมออนไลน์ควรมีความรับผิดชอบต่อคำพูด
  • งดการส่งต่อข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยันเพื่อลดความตื่นตระหนก
  • สถานศึกษามีมาตรการดูแลความปลอดภัยที่พร้อมรับมือเสมอ
  • หากพบสิ่งผิดปกติควรแจ้งเจ้าหน้าที่หรือครูทันทีแทนการแชร์ต่อ

ทางสถานีตำรวจภูธรปากเกร็ดเองก็ได้ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ให้งดส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ยืนยันและไม่ขยายความขัดแย้ง เพราะการกระทำดังกล่าวอาจสร้างความหวาดกลัวเกินจริงแก่สาธารณชน สำหรับกรณีของ โซเชียลผวา หลังมีแชตขู่ก่อเหตุรุนแรงอีก ล่าสุด โรงเรียนปากเกร็ด ชี้แจงแล้ว ถือเป็นกรณีศึกษาที่ดีว่า ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารไปไวมาก การตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนเชื่อและก่อนแชร์คือเกราะป้องกันตัวที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน

ความปลอดภัยในสถานศึกษาไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง และนักเรียนที่ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากเราทุกคนมีสติและใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ เหตุการณ์ลักษณะนี้ก็จะลดน้อยลงและสังคมก็จะมีความสุขมากขึ้นครับ

ที่มา – โซเชียลผวา หลังมีแชตขู่ก่อเหตุรุนแรงอีก ล่าสุด “โรงเรียนปากเกร็ด” ชี้แจงแล้ว

Scroll to top