นักโทษแหกคุก

จับได้แล้ว นักโทษชาย หนีจากเรือนจำธัญบุรี คาดออกไปเคลียร์ปัญหาครอบครัว

จับได้แล้ว นักโทษชาย หนีจากเรือนจำธัญบุรี คาดออกไปเคลียร์ปัญหาครอบครัว! เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อน สร้างความฮือฮาให้กับสังคมเป็นอย่างมาก วันนี้เราจะมาสรุปเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังแบบละเอียดยิบ เพื่อให้ทุกคนเข้าใจบริบทและบทเรียนที่ได้จากเคสนี้

จับได้แล้ว นักโทษชาย หนีจากเรือนจำธัญบุรี คาดออกไปเคลียร์ปัญหาครอบครัว

นายเสกสรร รูปทอง อายุ 37 ปี ผู้ต้องขังคดีผิดฐานทำร้ายร่างกาย เหลือกำหนดโทษจำคุกอีกเพียง 23 วัน กำหนดพ้นโทษวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ได้ก่อเหตุหลบหนีระหว่างออกฝึกวิชาชีพนอกเรือนจำ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 10.47 น. ที่เรือนจำธัญบุรี

หลังจากนั้น กรมราชทัณฑ์ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที ร่วมกันปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เสี่ยง บ้านญาติ และเส้นทางหลบหนีต่างๆ จนกระทั่งนายเสกสรรติดต่อญาติเพื่อประสานขอเข้ามอบตัว เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม เวลา 21.50 น. เจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ที่ริมถนน 344 อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี

สาเหตุหลบหนี: ปัญหาครอบครัวที่รุนแรง

เบื้องต้นพบว่าสาเหตุหลักของการหลบหนีคือ ปัญหาครอบครัว ที่ค้างคาใจ ทำให้ผู้ต้องขังตัดสินใจหนีออกไปเคลียร์ปัญหาดังกล่าว แม้จะเหลือโทษอีกไม่กี่วันก็ตาม เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสังคมที่ซ่อนอยู่ในครอบครัวของผู้ต้องขัง ซึ่งอาจนำไปสู่พฤติกรรมเสี่ยงภัยได้

  • หลบหนีวันที่ 7 พ.ค. 2569 เวลา 10.47 น.
  • มอบตัววันที่ 8 พ.ค. 2569 เวลา 21.50 น.
  • สถานที่จับกุม: ถนน 344 อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี
  • โทษที่เหลือ: 23 วัน (พ้นโทษ 30 พ.ค. 2569)
  • คดี: ผิดฐานทำร้ายร่างกาย

กรมราชทัณฑ์แสดงความขอบคุณต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนที่ให้เบาะแส รวมถึงประกาศจะเพิ่มมาตรการเข้มงวดในการควบคุมผู้ต้องขังมากขึ้น เช่น การตรวจสอบที่เข้มงวดยิ่งขึ้น การใช้เทคโนโลยีติดตาม และการให้คำปรึกษาด้านจิตใจแก่ผู้ต้องขังที่มีปัญหาครอบครัว

บทเรียนจากกรณีจับได้แล้ว นักโทษชาย หนีจากเรือนจำธัญบุรี

เคสนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่าการทำงานเป็นทีมระหว่างหน่วยงานรัฐและประชาชนสามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว แม้ผู้ต้องขังจะหลบหนี แต่ก็กลับมามอบตัวเองได้ในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง สะท้อนถึงความรับผิดชอบของตัวผู้กระทำผิดเองด้วย นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นว่าปัญหาครอบครัวเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่เรือนจำควรให้ความสำคัญมากขึ้น

ในมุมมองของเรา การป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ ต้องเริ่มจากการสนับสนุนด้านสวัสดิการครอบครัวผู้ต้องขัง เช่น โครงการเยี่ยมญาติออนไลน์ การให้คำปรึกษาจิตวิทยา และการฝึกอาชีพที่ยั่งยืนหลังพ้นโทษ เพื่อลดโอกาสการกลับมาก่ออาชญากรรม

คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? มีประสบการณ์หรือมุมมองเกี่ยวกับปัญหาครอบครัวของผู้ต้องขังบ้างไหม คอมเมนต์มาบอกกันได้เลย! ติดตามข่าวอาชญากรรมและสังคมอัปเดตทุกวันกับเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – จับได้แล้ว นักโทษชาย หนีจากเรือนจำธัญบุรี คาดออกไปเคลียร์ปัญหาครอบครัว

เม็กซิโกเร่งล่าตัว 23 นักโทษ ฉวยโอกาสแหกคุก หลังแก๊งค้ายาโจมตี

เม็กซิโกเร่งล่าตัว 23 นักโทษ ฉวยโอกาสแหกคุก หลังแก๊งค้ายาโจมตี เป็นข่าวร้อนที่สะเทือนวงการความมั่นคงในเม็กซิโก เมื่อแก๊งค้ายาเสพติดชื่อดัง “ฮาลิสโก นิว เจนเนอเรชัน” หรือ CJNG เปิดฉากโจมตีเรือนจำเพื่อล้างแค้นผู้นำที่ถูกสังหาร ส่งผลให้นักโทษหลบหนีออกมาได้จำนวนมาก

เม็กซิโกเร่งล่าตัว 23 นักโทษ ฉวยโอกาสแหกคุก หลังแก๊งค้ายาโจมตี

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2569 ที่เมืองปวยร์โต บายาร์ตา เมืองตากอากาศชื่อดังชายฝั่งแปซิฟิกของรัฐฮาลิสโก แก๊ง CJNG ซึ่งนำโดยเอล เมนโช (El Mencho) ที่เพิ่งถูกกองกำลังความมั่นคงวิสามัญฆาตกรรม ได้ตอบโต้ด้วยการปิดกั้นถนน จุดไฟเผารถยนต์หลายคัน และบุกโจมตีเรือนจำโดยตรง ชายฉกรรจ์ขับรถพุ่งชนประตูเรือนจำ เปิดทางให้นักโทษ 23 คนหลบหนีไปในความโกลาหล

เจ้าหน้าที่เม็กซิโกกำลังเร่งไล่ล่าตัวคนร้ายเหล่านี้ โดยนายฮวน พาโบล เอร์นันเดซ เลขานุการฝ่ายความมั่นคงแห่งรัฐฮาลิสโก ระบุว่ากำลังประสานงานกับรัฐอื่นๆ เพื่อจับกุมนักโทษข้ามแดน แต่ยังไม่เปิดเผยชื่อหรือรายละเอียดตัวตนของผู้หลบหนี

ผลกระทบจากการโจมตีของแก๊ง CJNG

นอกจากเม็กซิโกเร่งล่าตัว 23 นักโทษ ฉวยโอกาสแหกคุก หลังแก๊งค้ายาโจมตีแล้ว เหตุการณ์นี้ยังทำให้เกิดความวุ่นวายทั่วเมือง ผู้เสียชีวิตกว่า 70 ราย รวมถึงสมาชิกกองกำลังพิทักษ์ชาติ 25 นาย ภาพควันดำพวยพุ่งเหนือเมืองตากอากาศ สายการบินยกเลิกเที่ยวบิน และเรือสำราญ 2 ลำเลี่ยงจอดพัก ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวต้องกักตัวในที่พัก

  • แก๊ง CJNG ปิดกั้นถนนและเผารถยนต์หลายคัน
  • บุกเรือนจำด้วยรถพุ่งชนประตู
  • นักโทษ 23 คนหลบหนีสำเร็จ
  • ผู้เสียชีวิตกว่า 70 รายทั่วเม็กซิโก
  • กระทบการท่องเที่ยวที่ปวยร์โต บายาร์ตา

ปัญหาแก๊งค้ายาในเม็กซิโกเป็นภัยคุกคามมาอย่างยาวนาน CJNG ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ทรงอิทธิพลที่สุด ควบคุมเส้นทางการค้ายาเสพติดไปยังสหรัฐฯ การสูญเสียผู้นำอย่างเอล เมนโช ทำให้เกิดการตอบโต้รุนแรงแบบนี้ ซึ่งสะท้อนถึงจุดอ่อนของระบบเรือนจำและความมั่นคงในประเทศ

มาตรการของทางการเม็กซิโกในการรับมือ

ทางการเม็กซิโกเพิ่มกำลังทหารและตำรวจไล่ล่าทั้งนักโทษและสมาชิกแก๊ง โดยเน้นพื้นที่ชายแดนและเมืองท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังมีแผนปรับปรุงความปลอดภัยเรือนจำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น เช่น ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มและฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ป้องกันการบุกจากภายนอก

เหตุการณ์เม็กซิโกเร่งล่าตัว 23 นักโทษนี้ ชี้ให้เห็นว่าความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับแก๊งค้ายายังคงรุนแรง หากไม่แก้ปัญหาต้นตอ เช่น ความยากจนและการทุจริต สถานการณ์อาจยิ่งเลวร้าย ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของเม็กซิโก

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่ารัฐบาลเม็กซิโกต้องเร่งปฏิรูประบบยุติธรรมให้แข็งแกร่ง เพื่อปกป้องประชาชนและนักท่องเที่ยว หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ สามารถติดตามเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุดได้

ที่มา – เม็กซิโกเร่งล่าตัว 23 นักโทษ ฉวยโอกาสแหกคุก หลังแก๊งค้ายาโจมตี

ราชทัณฑ์ล่าตัว! ตั้งรางวัลนำจับ “น.ช.ตนุภัทร”

กรมราชทัณฑ์ระดมกำลังตำรวจล่าตัว “น.ช.ตนุภัทร” นักโทษคดียาเสพติดแหกคุกดอยฮาง! พร้อมตั้งรางวัลนำจับ 5 หมื่นบาทสำหรับผู้แจ้งเบาะแส

ราชทัณฑ์ตั้งรางวัลนำจับ 5 หมื่น ล่าตัว “น.ช.ตนุภัทร” นักโทษแหกคุกดอยฮาง

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี นักโทษชาย ตนุภัทร จะกา อายุ 38 ปี นักโทษเด็ดขาดในคดียาเสพติด (เมทแอมเฟตามีน) หลบหนีออกจากเรือนจำชั่วคราวดอยฮาง สังกัดเรือนจำกลางเชียงราย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังนับยอดนักโทษก่อนเข้าเรือนนอน โดยพบเห็นครั้งสุดท้ายบริเวณกองงานเลี้ยงกระบือ ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมของเรือนจำชั่วคราวฯ

จากการตรวจสอบพบว่า น.ช.ตนุภัทร เพิ่งย้ายมาจากเรือนจำอำเภอฝาง เมื่อวันที่ 22 มกราคม เพื่อเข้ารับการอบรม “โครงการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย” (หลักสูตร 5 เดือน) เนื่องจากเป็นนักโทษชั้นดีที่ใกล้พ้นโทษ เจ้าหน้าที่คาดว่าอาจมีแรงจูงใจส่วนตัว หรือต้องการหลบหนีออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติที่คุ้นเคย

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังกับตำรวจ สภ.แม่ยาว และฝ่ายปกครอง ปิดล้อมพื้นที่ตามแนวแม่น้ำกก และตั้งจุดตรวจเข้มที่ด่านผาหงษ์ อ.ไชยปราการ เพื่อสกัดกั้นการหลบหนีไปยังภูมิลำเนาใน อ.แม่อาย และ อ.ฝาง

เรือนจำกลางเชียงรายได้ประกาศมอบเงินรางวัลนำจับ 50,000 บาท แก่ผู้ที่แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมตัว “น.ช.ตนุภัทร” ได้ ผู้ที่ทราบเบาะแสสามารถแจ้งได้ที่ โทร 080-4925695, 063-3986454 หรือสายด่วนตำรวจ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง

คำเตือน: ผู้ใดให้ที่พักพิงหรือช่วยเหลือผู้ต้องขังหลบหนี จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เส้นทางหลบหนีที่คาดการณ์ของ “น.ช.ตนุภัทร”

รายงานเพิ่มเติมระบุว่า จากข้อมูลผู้ดูแลหลังพ้นโทษและจุดที่พบเห็นล่าสุด คาดว่านักโทษหลบหนีออกจากเรือนจำชั่วคราวดอยฮางไปยังบริเวณหน้าถ้ำตุ๊ปู่ ทางทิศเหนือของลำน้ำกก จากแผนที่ในเอกสารระบุตำแหน่งบ้านของพี่ชาย ซึ่งคาดว่าเป็นจุดหมายปลายทางของ “น.ช.ตนุภัทร” โดยคาดว่าจะหลบหนีขึ้นไปทางทิศเหนือตามลำน้ำกก มุ่งหน้าสู่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

เส้นทางเข้าสู่บ้านพี่ชายต้องผ่านห้วยม่วงนอกและห้วยม่วงใน บ้านพักตั้งอยู่ที่หมู่ 5 ต.แม่นาวาง อ.แม่อาย เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวติดถนนบ้านหล่อทีสอง ใกล้กับบ้านสองชั้น ระหว่างหลบหนี นักโทษได้ขโมยเสื้อผ้าชาวบ้านมาเปลี่ยนเป็นเสื้อสีเทาและกางเกงยีนส์ เพื่ออำพรางตัว

สภ.แม่ยาวได้ประสานงานไปยัง สภ.แม่อาย เพื่อเฝ้าระวังเส้นทางและจุดหมายปลายทางตามแผนที่ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดแล้ว เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัว “น.ช.ตนุภัทร” อย่างสุดความสามารถ

การหลบหนีของนักโทษ “น.ช.ตนุภัทร” ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยในเรือนจำ และการเฝ้าระวังนักโทษอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

เจ้าหน้าที่ยังคงระดมกำลังตามล่าตัว “น.ช.ตนุภัทร” อย่างต่อเนื่อง หากท่านใดพบเห็นบุคคลที่มีลักษณะตรงกับข้อมูลข้างต้น โปรดแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ทันที เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา – ราชทัณฑ์ตั้งรางวัลนำจับ 5 หมื่น ล่าตัว “น.ช.ตนุภัทร” นักโทษแหกคุกดอยฮาง

ล่าตัว! **ค้นบ้านนักโทษชาย** หนีคดียาเสพติดเชียงราย

ตำรวจเร่งระดมกำลังตามล่าตัว **นักโทษชาย** คดียาเสพติด ที่หลบหนีออกจากเรือนจำเชียงรายอย่างเร่งด่วน หากใครพบเห็น โปรดแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบโดยเร็วที่สุด

จากกรณีที่ น.ช.ดนุภัทร จะกา อายุ 37 ปี นักโทษในคดียาเสพติด ได้ทำการหลบหนีออกจากเรือนจำดอยฮาง โดยคาดการณ์ว่ากำลังมุ่งหน้าไปยังชายแดนแม่อาย-ฝาง ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเตือนว่า ผู้ใดให้ที่พักพิงหรือให้ความช่วยเหลือในการหลบหนี จะมีโทษทั้งจำคุกและปรับตามกฎหมาย

ล่าสุด เมื่อเวลา 12.30 น. ของวันที่ 27 มกราคม 2569 พ.ต.อ.ประดิษฐ์ ติ๊บมา ผกก.สภ.ฝาง ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ชุดสายตรวจ และด่านตรวจต่างๆ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยแจ้งเบาะแส ในส่วนของ สภ.แม่อาย ชุดสืบสวนได้ร่วมกับ ตชด.334 เจ้าหน้าที่เรือนจำ และฝ่ายปกครอง เข้าทำการตรวจสอบบ้านพักของ**นักโทษชาย**ในพื้นที่บ้านห้วยม่วง ต.แม่นาวาง อ.แม่อาย

สำหรับ น.ช.ดนุภัทร จะกา อายุ 37 ปี มีลักษณะทางกายภาพเป็นชาวชาติพันธุ์ลาหู่ สูงประมาณ 150-160 เซนติเมตร ผิวคล้ำ รูปร่างสันทัด ผมสั้นเกรียน มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ หมู่ 5 ต.แม่นาวาง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ มีภรรยาอาศัยอยู่ใน ต.แม่นาวาง และมีญาติพี่น้องจำนวนมากในพื้นที่ อ.แม่อาย และ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

ภายหลังจากการประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงการหลบหนีของ**นักโทษชาย**คดียาเสพติดจากเรือนจำดอยฮาง ซึ่งคาดว่าจะมุ่งหน้าไปยังชายแดนแม่อาย-ฝาง ทางเจ้าหน้าที่ได้เตือนผู้ที่ให้ที่พักพิงหรือให้ความช่วยเหลือในการหลบหนี จะต้องรับโทษหนักทั้งจำคุกและปรับ หากพบเห็นผู้ต้องขังหลบหนี สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่หมายเลข 191, 053-451148 (สภ.ฝาง), 089-8501669 (ผู้กำกับ สภ.ฝาง) หรือ 053-459033 (สภ.แม่อาย)

ค้นบ้านนักโทษชาย คดียาเสพติด หลบหนีเรือนจำเชียงราย

ลักษณะเด่นของนักโทษชายที่หลบหนี

  • ชื่อ: น.ช.ดนุภัทร จะกา
  • อายุ: 37 ปี
  • ชาติพันธุ์: ลาหู่
  • ส่วนสูง: 150-160 เซนติเมตร
  • ผิว: คล้ำ
  • รูปร่าง: สันทัด
  • ผม: สั้นเกรียน
  • ภูมิลำเนา: ต.แม่นาวาง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นบุคคลที่มีลักษณะตรงกับที่ระบุ โปรดแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ทราบทันที การให้ความช่วยเหลือในการจับกุมคนร้าย ถือเป็นการช่วยเหลือสังคมให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

การหลบหนีของนักโทษคดียาเสพติดครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะยาเสพติดเป็นภัยร้ายที่ทำลายสังคม การจับกุมตัวผู้ต้องหาให้ได้โดยเร็ว จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบต่อชุมชนและสังคมโดยรวม

ที่มา – ค้นบ้าน “นักโทษชาย” คดียาเสพติด หลบหนีเรือนจำเชียงราย ล่าสุดยังจับตัวไม่ได้

ระดมล่า! นักโทษยาเสพติดแหกคุกดอยฮาง

ระดมล่า นักโทษยาเสพติดแหกคุกดอยฮาง คาดมุ่งหน้าชายแดนแม่อาย-ฝาง

เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อนักโทษยาเสพติดรายหนึ่งได้หลบหนีออกจากเรือนจำดอยฮาง จังหวัดเชียงราย ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้อง ระดมล่า นักโทษยาเสพติดแหกคุกดอยฮาง คาดมุ่งหน้าชายแดนแม่อาย-ฝาง อย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศ

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีนักโทษหลบหนีจากสถานกักขัง ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ล่าสุดเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางเชียงรายได้เปิดเผยข้อมูลและรูปพรรณสัณฐานของนักโทษรายดังกล่าว เพื่อประสานขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 18.30 น. เจ้าหน้าที่เรือนจำชั่วคราวดอยฮาง จ.เชียงราย ได้ตรวจพบว่า น.ช.ดนุภัทร จะกา อายุ 37 ปี นักโทษในคดียาเสพติด ได้อาศัยจังหวะช่วงเย็นหลบหนีออกจากที่คุมขัง ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติพบว่า น.ช.ดนุภัทร เพิ่งถูกย้ายมาจากเรือนจำอำเภอฝาง เมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่ผ่านมา เพื่อเข้ารับการอบรมใน “โครงการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย” (หลักสูตร 5 เดือน) ก่อนจะมาก่อเหตุหลบหนีหลังจากย้ายมาได้เพียง 4 วันเท่านั้น

ลักษณะของนักโทษที่กำลัง ระดมล่า นักโทษยาเสพติดแหกคุกดอยฮาง คาดมุ่งหน้าชายแดนแม่อาย-ฝาง คือ น.ช.ดนุภัทร จะกา อายุ 37 ปี (ชาติพันธุ์ลาหู่) สูงประมาณ 150-160 เซนติเมตร ผิวคล้ำ รูปร่างสันทัด ผมสั้นเกรียน ภูมิลำเนา ในพื้นที่หมู่ 5 ต.แม่นาวาง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ มีภรรยาอยู่ที่ ต.แม่นาวาง และมีญาติพี่น้องหนาแน่นในพื้นที่ อ.แม่อาย และ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

เจ้าหน้าที่เร่ง ระดมล่า นักโทษยาเสพติดแหกคุกดอยฮาง คาดมุ่งหน้าชายแดนแม่อาย-ฝาง

เจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่า น.ช.ดนุภัทร ซึ่งมีความคุ้นเคยกับภูมิประเทศพื้นที่สูงและแนวชายแดนในเขต อ.ฝาง และ อ.แม่อาย เป็นอย่างดี อาจกำลังพยายามเดินทางกลับไปหาญาติหรือหลบหนีออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติ โดยทันทีที่ทราบเหตุ เจ้าหน้าที่เรือนจำได้ระดมกำลังออกติดตามอย่างเร่งด่วน พร้อมประสานงานร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย และฝ่ายปกครอง เพื่อตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามเส้นทางหลักและเส้นทางรองที่มุ่งหน้าสู่ จ.เชียงใหม่

สถานการณ์เช่นนี้เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการปล่อยให้ผู้ต้องหาคดียาเสพติดหลบหนีไปได้ อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและความสงบสุขของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง ดังนั้นการ ระดมล่า นักโทษยาเสพติดแหกคุกดอยฮาง คาดมุ่งหน้าชายแดนแม่อาย-ฝาง จึงเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการอย่างเข้มงวด

เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เน้นย้ำว่า “การให้ที่พักพิงหรือช่วยเหลือผู้ต้องขังหลบหนี มีโทษหนักทั้งจำคุกและปรับ” หากประชาชนท่านใดพบเห็นบุคคลที่มีลักษณะคล้ายในภาพ หรือมีเบาะแสความเคลื่อนไหว โปรดแจ้งสายด่วน 191 หรือ เรือนจำกลางเชียงราย ได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง.

เหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ต้องนำไปพิจารณาปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยในเรือนจำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ซ้ำอีกในอนาคต ความร่วมมือของประชาชนในการแจ้งเบาะแสจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็ว

ที่มา – ระดมล่า นักโทษยาเสพติดแหกคุกดอยฮาง คาดมุ่งหน้าชายแดนแม่อาย-ฝาง

Scroll to top