นายกฯ

อนุทิน ลั่นรัฐบาลไม่ต้องแจงฮั้ว สว. พร้อมเอาผิดไอลอว์

อนุทิน ลั่นรัฐบาลไม่ต้องแจงฮั้ว สว. พร้อมเอาผิดไอลอว์

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านและพรรคประชาชนเตรียมเปิดหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีการฮั้ว สว. ภาคพิเศษ โดยนายอนุทินได้ย้ำชัดว่า อนุทิน ลั่นรัฐบาลไม่ต้องแจงฮั้ว สว. เพราะไม่เกี่ยวข้อง เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศหลังจากกระบวนการคัดเลือก สว. สิ้นสุดลงไปแล้ว

นายอนุทินกล่าวว่า ในฐานะฝ่ายบริหาร รัฐบาลมีหน้าที่รับผิดชอบในการทำงานเพื่อประชาชน ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาคอยชี้แจงประเด็นการเมืองที่ตนเองไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย และในส่วนที่มีการกล่าวหาโดยองค์กรหรือบุคคลต่างๆ นั้น ทางทนายความส่วนตัวอย่าง นายศุภชัย ใจสมุทร ได้ดำเนินการทางกฎหมายกับนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เรียบร้อยแล้ว เพื่อรักษาสิทธิและแสดงความบริสุทธิ์ใจ

มุมมองต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

สำหรับกระแสข่าวการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือนสิงหาคมนี้ นายอนุทินมองว่าเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตยที่ฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ซึ่งตนเองก็ไม่ได้มีความกังวลแต่อย่างใด หากรัฐบาลทำงานด้วยความโปร่งใสและไม่ได้ทำเรื่องผิดกฎหมายก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องกลัว โดยมองว่านี่คือการทำหน้าที่ปกติของฝ่ายค้านที่ประชาชนคาดหวัง

นอกเหนือจากประเด็นการเมืองแล้ว นายอนุทินยังได้ชี้แจงถึงการทุจริตสอบท้องถิ่น ซึ่งเป็นปัญหาที่รัฐบาลให้ความสำคัญมาก โดยระบุว่า:

  • มีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง
  • สั่งยกเลิกการสอบทันทีที่มีหลักฐานทุจริต
  • ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างเข้มงวด
  • ไม่มีการช่วยเหลือผู้กระทำความผิดอย่างแน่นอน

นายอนุทินเชื่อมั่นว่าในประเด็นการทุจริตสอบท้องถิ่นนั้นรัฐบาลได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่และมีความโปร่งใสที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งนี้สำหรับประเด็นที่ว่า อนุทิน ลั่นรัฐบาลไม่ต้องแจงฮั้ว สว. เพราะไม่เกี่ยวข้อง นั้น ถือเป็นการยืนยันจุดยืนของรัฐบาลที่ต้องการมุ่งเน้นการบริหารประเทศมากกว่าการโต้ตอบประเด็นทางการเมืองที่ไม่มีที่มาที่ไปชัดเจน

ท้ายที่สุด การที่นายอนุทินมั่นใจในผลงานของรัฐบาลและการจัดการปัญหาการทุจริตอย่างเด็ดขาด เป็นบทพิสูจน์ว่ารัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นอันดับหนึ่ง การตรวจสอบเป็นสิ่งที่รัฐบาลพร้อมรับฟังเสมอ แต่ต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริงและอยู่ในขอบเขตของการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ใช่การเมืองที่มุ่งเน้นแต่การกล่าวหาเพื่อทำลายชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว

ที่มา – “อนุทิน” ลั่นรัฐบาลไม่ต้องแจงฮั้ว สว. เพราะไม่เกี่ยวข้อง ยันเอาผิด “ยิ่งชีพ ไอลอว์” กล่าวหา

อนุทินย้ำสอบสวนทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ไม่มีวิ่งเต้น

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงกำลังติดตามประเด็นร้อนเรื่องการสอบบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นที่กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง โดยเน้นย้ำถึงนโยบายสำคัญในเรื่อง อนุทินย้ำสอบสวนทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ไม่มีวิ่งเต้น เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับผู้ที่ตั้งใจอ่านหนังสือสอบทุกคนโดยไม่ต้องพึ่งพาเส้นสาย

อนุทินย้ำสอบสวนทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ไม่มีวิ่งเต้น ให้ทุกหน่วยงานทำงานแข่งกัน

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่กระตุกต่อมความรู้สึกของสังคมอย่างมาก นายอนุทินจึงได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในหลายระดับชั้น ทั้งในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานภายนอกอย่าง ป.ป.ท. และตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลจะมีความรอบด้านและรัดกุมที่สุด

มาตรการเด็ดขาดเพื่อความโปร่งใส

นโยบายหลักที่ท่านนายกฯ เน้นย้ำคือ อนุทินย้ำสอบสวนทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ไม่มีวิ่งเต้น อย่างแน่นอน โดยมีแนวทางการทำงานที่น่าสนใจดังนี้:

  • การทำงานเชิงรุก: แต่ละหน่วยงานต้องเร่งสอบสวนคู่ขนานกันไปเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว
  • การกำกับดูแล: คณะกรรมการชุดใหญ่จะคอยกำกับภาพรวม เพื่อไม่ให้เกิดการซูเอี๋ยหรือช่วยเหลือกันในระดับปฏิบัติการ
  • สนับสนุนเต็มที่: รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนแบบไร้เงื่อนไข ไม่ต้องเกรงใจหน้าอินทร์หน้าพรหม

นายอนุทินยังกล่าวเสริมว่า การตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ ไม่ใช่การทำงานแยกส่วน แต่เป็นการแข่งกันทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายคือการหาผู้ทำความผิดมาลงโทษให้เร็วที่สุด เพราะเรื่องนี้มีการพูดถึงความเสียหายในเรื่องการจ่ายสินบนและการเปลี่ยนแปลงผลคะแนน ซึ่งต้องยอมรับว่าหากปล่อยไปจะกลายเป็นกฎหมู่ที่ทำลายระบบราชการไทย

ในส่วนของกรอบระยะเวลาที่จะเห็นผลสรุปนั้น คณะกรรมการชุดใหญ่วางแผนไว้ภายใน 30 วัน ส่วนชุดย่อยจะดำเนินการตามเนื้อหาให้เร็วที่สุดเพื่อให้สังคมคลายข้อสงสัย นี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนกลับคืนมา

บทเรียนในครั้งนี้สอนให้เราเห็นว่า การสอบเข้ารับราชการต้องวัดกันที่ความรู้และความสามารถจริงๆ หากใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทุจริตจะต้องไม่ได้รับโอกาสในระบบราชการอีกต่อไป และในฐานะประชาชน เราควรจับตาดูบทสรุปของเรื่องนี้ต่อไป เพราะความโปร่งใสคือรากฐานสำคัญของบ้านเมืองที่ดีครับ

ที่มา – “อนุทิน” ย้ำสอบสวนทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ไม่มีวิ่งเต้น ให้แต่ละหน่วยงานทำงานแข่งกัน

นายกฯ ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล วันเฉลิมพระชนมพรรษา

นายกฯ ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล วันเฉลิมพระชนมพรรษา

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมาถือเป็นวันมงคลยิ่งสำหรับพสกนิกรชาวไทย เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทางด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนางธนนนท์ ชาญวีรกูล คู่สมรส ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล ณ บริเวณท้องสนามหลวง เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยมีพระสงฆ์จำนวน 149 รูป เข้าร่วมในพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้

การจัดงาน นายกฯ ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล วันเฉลิมพระชนมพรรษา ในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งประธานศาลฎีกา ประธานวุฒิสภา และคณะผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรต่างๆ ที่มารวมพลังทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล โดยบรรยากาศในช่วงเช้าเต็มไปด้วยความเรียบร้อยและสง่างาม นายกรัฐมนตรีได้นำคณะผู้เข้าร่วมพิธีร่วมกันตักบาตรพระสงฆ์ ท่ามกลางบรรยากาศของพี่น้องประชาชนที่มาร่วมงานด้วยความปลาบปลื้มใจ

รายละเอียดกิจกรรม นายกฯ ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล วันเฉลิมพระชนมพรรษา

หลังจากเสร็จสิ้นพิธีทำบุญตักบาตร นายกรัฐมนตรีและคู่สมรสได้เดินทางไปยังห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อลงนามถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โดยมีการทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้ในนามคณะรัฐมนตรีและแสดงถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนสืบไป

  • นายกรัฐมนตรีและคู่สมรสเป็นประธานในพิธี ณ ท้องสนามหลวง
  • ถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์เพื่อถวายพระพร
  • ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมพรรษา ณ ห้องแดง พระบรมมหาราชวัง

กิจกรรมสำคัญเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องยืนยันถึงความศรัทธาของพสกนิกร แต่ยังเป็นการส่งเสริมให้คนในชาติร่วมกันทำความดีถวายแด่พระองค์ท่าน เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 นี้ ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เราคนไทยจะได้ร่วมสืบสานประเพณีและแสดงความจงรักภักดีร่วมกัน นี่คือภาพสะท้อนของความรักความสามัคคีที่เกิดขึ้นในสังคมไทยเราครับ

ที่มา – นายกฯ ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

นายกฯ ลุยตลาดบางใหญ่ ตรวจ “ไทยช่วยไทย X Local Low Cost”

สวัสดีครับพี่น้องชาวไทยทุกท่าน วันนี้มีข่าวดีมาบอกกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เตรียมลุยตลาดบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมโครงการสุดเด็ด “ไทยช่วยไทย X Local Low Cost” ที่รัฐบาลดันเต็มสูบ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน ด้วยสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาพิเศษ ลดสูงสุดกว่า 60% เลยทีเดียว! โครงการนี้มาจากกระทรวงพาณิชย์ที่ต่อยอดนโยบายไทยช่วยไทยเดิม ให้ครอบคลุมทั่วประเทศผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และร้านค้าท้องถิ่นใหญ่ๆ กว่า 99 แห่ง รวม 800 สาขา เรียกได้ว่าสะดวกสบายสุดๆ

ตลาดบางใหญ่ที่นายกฯ จะไปนั้น เป็นตลาดกลางใหญ่ที่สุดฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ มีผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ครบครัน พี่น้องที่อยู่แถวนนทบุรีหรือใกล้เคียงรีบไปช้อปกันได้ตั้งแต่วันที่ 1-10 พฤษภาคม 2567 นี้เลย คาดว่าจะช่วยลดค่าครองชีพได้ 25-60% แถมยังเปิดโอกาสให้ร้านโชห่วย SMEs และสินค้า OTOP ได้ขายดีขึ้นอีกด้วยนะครับ เศรษฐกิจท้องถิ่นเลยได้กระตุ้นแบบ win-win

ไทยช่วยไทย X Local Low Cost

มาดูรายละเอียดโครงการ “ไทยช่วยไทย X Local Low Cost” กันแบบชัดๆ เลยครับ โครงการนี้เน้นนำสินค้าจำเป็นมาขายราคาถูกพิเศษ โดยลดราคาสูงสุด 60% ครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภคที่เราต้องใช้ทุกวัน เช่น ข้าวสาร น้ำมัน ไข่ไก่ ผักผลไม้ เนื้อสัตว์ และของใช้ในบ้าน รัฐบาลร่วมมือกับห้างค้าส่งค้าปลีกใหญ่ๆ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงง่าย ไม่ต้องเดินทางไกล

กำหนดการโครงการไทยช่วยไทย X Local Low Cost

  • 1-10 พฤษภาคม 2567: ช้อปได้ที่ร้านค้าที่เข้าร่วมทั่วประเทศ กว่า 800 สาขา
  • ทุกวันศุกร์ในพฤษภาคม: วันที่ 1, 8, 15, 22, 29 พ.ค. กรมการปกครองนำสินค้าราคาถูกลดสูงสุด 58% ไปขายที่ว่าการอำเภอทั่วไทย

สะดวกที่ไหนไปที่นั่นเลยครับ ไม่ว่าจะตลาดสด ห้างสรรพสินค้า หรืออำเภอใกล้บ้าน โฆษกประจำสำนักนายกฯ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก บอกว่าประชาชนสามารถเลือกซื้อได้ตามความสะดวก ช่วยลดภาระค่าครองชีพได้จริงๆ โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาสินค้าแพงแบบนี้

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีโครงการเสริมอย่าง “ไทยช่วยไทย พลัส” ที่จะช่วยเหลือประชาชนถึง 34 ล้านคน ทั้งผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.4 ล้านคน และประชาชนทั่วไป นายกฯ เพิ่งประชุมทีมเศรษฐกิจเมื่อวาน เพื่อเตรียมงบและมาตรการ คาดว่าจะเริ่มจ่ายเงินวันที่ 1 มิถุนายน 2567 ผ่านครม. รัฐบาลมุ่งมั่นบรรเทาค่าครองชีพหลายด้าน ไม่ใช่แค่ขายถูก แต่ยังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้ SMEs และ OTOP เติบโต

ทำไมโครงการ “ไทยช่วยไทย X Local Low Cost” ถึงน่าสนใจ? เพราะมันไม่ใช่แค่ลดราคาชั่วคราว แต่เป็นการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานให้ยั่งยืน ช่วยเกษตรกร ผู้ผลิตท้องถิ่น และผู้บริโภคไปพร้อมกัน ในยุคที่เงินเฟ้อสูง โครงการแบบนี้คือตัวช่วยชั้นดี ผมเชื่อว่าถ้าทุกคนไปสนับสนุน ร้านค้าท้องถิ่นจะแข็งแกร่งขึ้น เศรษฐกิจหมุนเวียนได้ดีกว่าเดิม

พี่น้องครับ อย่าพลาดนะ! รีบเช็คร้านใกล้บ้านแล้วไปช้อปสินค้าราคาประหยัดจาก “ไทยช่วยไทย X Local Low Cost” กันเถอะ ลดสูงสุด 60% คุ้มสุดๆ ช่วยตัวเองช่วยชาติ ไปช้อปวันนี้ เศรษฐกิจดีขึ้นแน่นอน หรือถ้าอยากอัพเดทข่าวสารเพิ่ม ติดตามบล็อกเราไว้เลยครับ มีเคล็ดลับประหยัดเงินมาฝากตลอด!

ที่มา – นายกฯ เตรียมลุยตลาดบางใหญ่ นนทบุรี ตรวจ “ไทยช่วยไทย X Local Low Cost” ดันสินค้าราคาประหยัด

“จูรี” กรีดรัฐบาล แฉน้ำมันใต้โควตาหายฮวบ

สถานการณ์วิกฤตพลังงานในภาคใต้กำลังเป็นประเด็นร้อนที่ประชาชนเดือดร้อนหนัก โดยเฉพาะที่หาดใหญ่และจังหวัดสงขลา ล่าสุด “จูรี” กรีดรัฐบาลอยู่คนละโลกกับชาวบ้าน แฉน้ำมันใต้โควตาหายฮวบ กลายเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในการอภิปรายสภาผู้แทนราษฎร นายจูรี นุ่มแก้ว ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมากล่าวหาว่ารัฐบาลสื่อสารผิดเพี้ยนกับความเป็นจริงที่ประชาชนกำลังเผชิญ

“จูรี” กรีดรัฐบาลอยู่คนละโลกกับชาวบ้าน แฉน้ำมันใต้โควตาหายฮวบ

ในวันที่ 25 มีนาคม 2567 ระหว่างการประชุมสภาฯ นายจูรีได้อภิปรายอย่างดุเดือด จวกว่ารัฐบาลเหมือนอยู่คนละโลกกับชาวบ้านที่ต้องตากแดดรอคิวเติมน้ำมันยาวเป็นกิโลเมตร ขณะที่นายกรัฐมนตรียืนยันว่าไม่มีวิกฤตน้ำมันขาดแคลน นายจูรีจึงท้านายกฯ ให้ลองบินไปหาดใหญ่ด้วยตัวเอง เพื่อสัมผัสปัญหาตั้งแต่ตั๋วเครื่องบินแพงยันสภาพปั๊มน้ำมัน 3 แบบ คือ คิวยาวเหยียด ปั๊มร้างเพราะน้ำมันหมด และปั๊มปิดบริการชั่วคราว

โควตาน้ำมันใต้หายไปไหน? ข้อมูลจากพื้นที่จริง

จากข้อมูลที่นายจูรีลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าโควตาน้ำมันดีเซลและเบนซินที่ปั๊มในพื้นที่ใต้ โดยเฉพาะหาดใหญ่ เคยได้รับวันละหมื่นลิตร แต่ปัจจุบันลดฮวบเหลือเพียง 3,000-5,000 ลิตรเท่านั้น รัฐบาลยังไม่มีคำตอบว่าน้ำมันหายไปไหน นอกจากนี้ยังทวงถามสัญญาเงินเยียวยาชาวหาดใหญ่ที่ยังไม่ได้รับการจ่ายแม้แต่บาทเดียว สถานการณ์อาจบานปลายหนักขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก

  • คิวยาวเป็นกิโลเมตร: ชาวบ้านต้องรอตั้งแต่เช้าตรู่ บางคนรอไม่ไหวต้องเลิก
  • ปั๊มน้ำมันร้าง: น้ำมันหมดสต็อก ปิดให้บริการ ส่งผลกระทบต่อการขนส่ง
  • ปั๊มปิดชั่วคราว: เนื่องจากขาดแคลนโควตา ทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นชะงักงัน
  • ราคาตั๋วเครื่องบินพุ่ง: ความต้องการเดินทางสูง แต่พลังงานขาดแคลน

ปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำมัน แต่กระทบทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้ใช้รถใช้ถนน พ่อค้าแม่ค้าที่ต้องขนส่งสินค้า ไปจนถึงอุตสาหกรรมขนาดเล็กในภาคใต้ นายจูรียังหยิบยกคำปราศรัยเก่าของนายกฯ ที่เคยบอกว่า “ประชาชนจะรวยไม่ไหวแล้ว” มาแซะว่า สงสัยคนรวยจริงๆ คือกลุ่มนายทุนที่ได้ประโยชน์ ไม่ใช่ชาวบ้านที่กำลังลำบากแสนสาหัส

ผลกระทบวิกฤตน้ำมันใต้ต่อเศรษฐกิจและชีวิตประจำวัน

วิกฤตนี้ทำให้ต้นทุนการขนส่งสูงขึ้น สินค้าอุปโภคบริโภคแพงตามไปด้วย ชาวบ้านในพื้นที่หาดใหญ่และสงขลาต้องปรับตัวอย่างหนัก บางรายหันไปใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแทน แต่ไม่ใช่ทุกคนทำได้ รัฐบาลถูกวิจารณ์หนักเรื่องการสื่อสารที่ไม่ตรงความจริง หากปล่อยไว้ปัญหาอาจลุกลามทั่วประเทศ โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวที่กำลังมาถึง

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การขาดแคลนน้ำมันใต้เกิดจากหลายปัจจัย เช่น การนำเข้าน้ำมันดิบล่าช้า ปัญหาโลจิสติกส์ และการกระจายโควตาที่ไม่ทั่วถึง รัฐบาลควรเร่งเจรจากับผู้ค้าปลีกน้ำมันและเพิ่มการนำเข้าเพื่อแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นตอ

สุดท้ายแล้ว “จูรี” กรีดรัฐบาลอยู่คนละโลกกับชาวบ้าน แฉน้ำมันใต้โควตาหายฮวบ เป็นเครื่องเตือนใจว่ารัฐบาลต้องลงพื้นที่จริงและรับฟังปัญหาประชาชนมากกว่านี้ มิเช่นนั้นความเชื่อมั่นจะยิ่งลดลง คุณคิดว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหานี้ได้ทันสงกรานต์หรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่กำลังเดือดร้อนจากวิกฤตน้ำมันใต้ได้รู้ด้วยนะครับ

ที่มา – “จูรี” กรีดรัฐบาลอยู่คนละโลกกับชาวบ้าน แฉน้ำมันใต้โควตาหายฮวบ ท้านายกฯ พิสูจน์ความจริง

คริส พรรคเศรษฐกิจ หนุน อนุทิน หมอวรงค์ ชวนซื้อข้าว

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยกันครับ คริส พรรคเศรษฐกิจ หนุน อนุทิน อย่างชัดเจนในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2567 นายคริส โปตระนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อจากพรรคเศรษฐกิจ ได้ขึ้นอภิปรายแสดงจุดยืนสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศ

เหตุผลที่ คริส พรรคเศรษฐกิจ หนุน อนุทิน นั้นน่าสนใจมาก เพราะทั้งสองพรรคมีวิสัยทัศน์ตรงกันในหลายประเด็น โดยเฉพาะการปราบปรามการทุจริต ซึ่งพรรคเศรษฐกิจเคยชูสโลแกน “นโยบายทุจริตเท่ากับประหาร” มาดูกันว่าข้อเสนอ 4 ข้อที่คริสยกมาจะช่วยยกระดับอนุทินให้กลายเป็น “รัฐบุรุษ” ได้อย่างไร

คริส พรรคเศรษฐกิจ หนุน อนุทิน ชู 4 ข้อเสนอสำคัญ

ในการอภิปรายตอนเวลา 11.20 น. คริสได้ชูธง 4 ข้อเสนอที่เชื่อว่าถ้านายอนุทินทำได้จริง จะไม่ใช่แค่นายกฯ สมัยที่ 3 แต่จะเป็นผู้นำระดับรัฐบุรุษของชาติเลยทีเดียว ข้อเสนอเหล่านี้ตอบโจทย์ปัญหาเรื้อรังของประเทศได้ตรงจุด

  • ข้อ 1: ปราบทุจริตเต็มสูบ – พรรคเศรษฐกิจและภูมิใจไทยมีนโยบายแก้ไขกฎหมายหลายร้อยฉบับที่ล้าสมัย ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดคอร์รัปชัน ถ้าทำได้ จะช่วยตัดวงจรทุจริตได้อย่างเด็ดขาด
  • ข้อ 2: เลือกคนรักชาติในยุคสงครามโลก – โลกกำลังเผชิญสงครามและความไม่แน่นอน อนุทินต้องดึงคนรักชาติ รักแผ่นดินมาช่วยงาน เพื่อความมั่นคงของชาติ
  • ข้อ 3: กิโยตินกฎหมายนำเข้าน้ำมัน – เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่นำเข้าน้ำมันราคาถูกมาขายในประเทศ ลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
  • ข้อ 4: ผลักดันโครงสร้างพื้นฐานใหญ่ – ในฐานะวิศวกร อนุทินเคยผลักดันโครงสร้างพื้นฐานมาแล้ว คริสเชื่อว่าจะต่อยอดโครงการ Ocean Link และรถไฟฟ้าความเร็วสูงได้สำเร็จ ซึ่งเป็นนโยบายหลักของพรรคเศรษฐกิจ

คริส พรรคเศรษฐกิจ หนุน อนุทิน จะเป็นจุดเปลี่ยนการเมือง?

การที่ คริส พรรคเศรษฐกิจ หนุน อนุทิน แสดงให้เห็นถึงการรวมพลังพรรคเล็กพรรคกลางเพื่อแก้ปัญหาใหญ่ของชาติ ในสถานการณ์ที่การเมืองไทยกำลังแบ่งขั้ว การสนับสนุนนี้ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้อนุทินในการลุ้นตำแหน่งนายกฯ หลังจากการเจรจารัฐบาลที่ยืดเยื้อ นอกจากนี้ ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ของพรรคเศรษฐกิจที่เน้นเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานมากกว่าการเมืองแบบเดิมๆ

แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเห็นด้วย ด้านนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยภักดี ได้ออกมาคัดค้านอย่างดุเดือด โดยยืนยันว่าจะไม่โหวตให้นายณัฐพงษ์ (น่าจะหมายถึงตัวแทนฝั่งตรงข้าม) และเรียกร้องให้อนุทินแสดงความเป็นผู้นำตัวจริง

หมอวรงค์ ชวนอนุทินซื้อข้าวกินเอง เป็นตัวอย่าง ส.ส.

หมอวรงค์ยกประเด็นอาหาร ส.ส. ที่เคยเสนอให้ยกเลิกเพราะเป็นการใช้ภาษีประชาชน แต่ถูก ส.ส.พรรคประชาชนคัดค้าน เขาจึงท้าทายอนุทินในฐานะผู้นำปราบทุจริต ว่าควรตั้งที่ปรึกษานายกฯ น้อยลง ไม่ใช่ปูนบำเหน็จ และประกาศซื้ออาหารกินเอง ไม่ใช้เงินภาษี

“ถ้าท่านประกาศว่าจะซื้ออาหารกินเอง จะไม่รบกวนภาษีประชาชน ผมเชื่อว่าจะโดนใจพี่น้องประชาชนแน่นอน” หมอวรงค์กล่าว พร้อมเชิญอนุทินมากินมื้อกลางวันด้วยกัน เพื่อให้ ส.ส.เกรงใจและเป็นต้นแบบที่ดี การกระทำเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ ถ้าผู้นำทำได้ จะช่วยฟื้นศรัทธาในนักการเมืองได้มาก

ประเด็นนี้ชี้ให้เห็นปัญหาการใช้จ่ายงบประมาณ ส.ส. ที่ประชาชนบ่นมานาน โดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจยากลำบากแบบนี้ การเป็นตัวอย่างด้วยการสละสิทธิ์ส่วนตัว จะช่วยลดภาพลักษณ์นักการเมืองฟุ่มเฟือยได้

การอภิปรายครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการโหวตนายกฯ แต่ยังสะท้อนวิสัยทัศน์และค่านิยมของ ส.ส. แต่ละคน สุดท้ายแล้ว ประชาชนอย่างเราคือผู้ตัดสินใจผ่านการเลือกตั้งครั้งหน้า

คุณคิดเห็นอย่างไรกับการที่ คริส พรรคเศรษฐกิจ หนุน อนุทิน และข้อเสนอซื้อข้าวกินเองของหมอวรงค์? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญนะครับ!

นอกจากนี้ การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่เน้นผลงานมากกว่าปากเสียง หากอนุทินได้เป็นนายกฯ จริง ข้อเสนอ 4 ข้อนี้จะเป็นเครื่องวัดความสำเร็จหรือไม่ ต้องจับตาดูต่อไป

ที่มา – “คริส” พรรคเศรษฐกิจ ยืนยัน หนุน “อนุทิน” ด้าน “หมอวรงค์” ชวนซื้อข้าวกินเองเป็นตัวอย่างสส.

ศบก. ย้ำ ไทยประท้วงสูงสุด จี้ อิหร่าน

ศบก. ย้ำ ไทยประท้วงสูงสุด จี้ อิหร่าน ให้แถลงขอโทษและชี้แจงข้อเท็จจริง หลังเกิดเหตุยิงเรือขนสินค้าไทยในช่องแคบฮอร์มุซ สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลกระทบโดยตรงต่อคนไทยและการค้าของประเทศ ล่าสุดรัฐบาลไทยแสดงท่าทีเด็ดขาดเพื่อปกป้องผลประโยชน์ชาติ

ศบก. ย้ำ ไทยประท้วงสูงสุด จี้ อิหร่าน แถลงขอโทษ

วันที่ 13 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ได้แถลงข่าวประจำวัน โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศไทย ได้อัปเดตสถานการณ์ล่าสุด โดยเฉพาะเหตุการณ์เรือบรรทุกสินค้าไทยที่ถูกยิงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการขนส่งน้ำมันและสินค้าทั่วโลก

เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2569 กระทรวงการต่างประเทศไทยได้เชิญเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยเข้าพบอย่างเร่งด่วน ฝ่ายไทยประท้วงอย่างสูงสุดต่อเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นกับเรือสัญชาติไทยและลูกเรือชาวไทย เรียกร้องให้ทางการอิหร่านออกแถลงการณ์ขอโทษอย่างเป็นทางการ ชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด และรับประกันว่าจะไม่เกิดเหตุซ้ำรอยในอนาคต เอกอัครราชทูตอิหร่านแสดงความเสียใจและรับทราบจะรายงานไปยังกรุงเตหะรานทันที

นอกจากนี้ ไทยยังย้ำความกังวลต่อการลุกลามของความขัดแย้งในภูมิภาค เรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจ กลับสู่การเจรจาทางการทูต และคำนึงถึงความปลอดภัยของพลเรือนผู้บริสุทธิ์ ช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่หากปิดกั้นจะกระทบเศรษฐกิจโลก รวมถึงไทยที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจำนวนมาก

ศบก. ย้ำ ไทยประท้วงสูงสุด จี้ อิหร่าน: ความคืบหน้าการช่วยเหลือลูกเรือ

ในช่วงเย็นวันที่ 12 มี.ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ได้หารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน โดยมีนายกรัฐมนตรีและนายสีหศักดิ์ร่วมฟัง ขอบคุณโอมานที่ช่วยเหลือลูกเรือไทยทันท่วงที และขอให้เร่งค้นหาลูกเรือที่สูญหายอีก 3 คน รัฐมนตรีโอมานยืนยันให้ความช่วยเหลือเต็มที่ คาดว่าจะพบคนหายเร็วๆ นี้

กระทรวงการต่างประเทศไทยและสถานทูตที่กรุงมัสกัต ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับทางการโอมาน ปฏิบัติการค้นหาดำเนินต่อเนื่อง ลูกเรือไทย 20 คนที่ปลอดภัยแล้ว จะเดินทางโดยรถจากเมืองคาซาบไปสนามบินมัสกัต สถานทูตออกหนังสือเดินทางฉุกเฉินให้ครบแล้ว การเดินทางผ่าน UAE ได้ประสานอำนวยความสะดวกจากสถานทูตไทยในอาบูดาบีและกงสุลใหญ่ดูไบ คาดลูกเรือกลับไทยได้ในไม่ช้า

  • ลูกเรือปลอดภัย 20 คน: เดินทางกลับไทยเร็วๆ นี้
  • ลูกเรือหาย 3 คน: เร่งค้นหาด้วยความร่วมมือโอมาน
  • ประสาน UAE: อำนวยความสะดวกผ่านแดน

ศบก. ย้ำว่า ความปลอดภัยคนไทยคือ優先สูงสุด รัฐบาลกำลังทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือ

สถานการณ์ตะวันออกกลางและการประชุมอาเซียน

สถานการณ์โดยรวมยังตึงเครียด อิหร่านขู่ออกแถลงการณ์ไม่ปิดฐานทัพสหรัฐ จะโจมตีต่อเนื่อง วางทุ่นระเบิดในฮอร์มุซ โจมตีเรือใกล้ UAE ส่งผลน้ำมันหยุดชะงักบางส่วน

บ่ายวันนี้ มีประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษที่ไทยริเริ่ม หารือผลกระทบและแนวรับมือ หลังประชุม รมว.ต่างประเทศจะแถลง 14.30 น.

สำหรับคนไทยในอิหร่าน ชุดที่ 2 (34+30 คน) กลับไทยปลอดภัยแล้ว สถานทูตยังช่วยเหลือคนไทยที่เหลือ มอบสิ่งของ ประสานสายการบินและอนุญาต overflight

เหตุการณ์นี้สะท้อนความสำคัญของการทูตไทยที่เด็ดขาดแต่สงบศึก ไทยประท้วงสูงสุด จี้ อิหร่านเพื่อปกป้องพลเมืองและผลประโยชน์ชาติ ในยุคความขัดแย้งโลกเพิ่ม รัฐบาลต้องเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์

ติดตามข่าวสารอัปเดตจากศบก. และแบ่งปันบทความนี้เพื่อให้คนไทยตระหนักถึงสถานการณ์ หากมีประสบการณ์หรือความเห็น สามารถคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – ศบก. ย้ำ ไทยประท้วงสูงสุด จี้ อิหร่าน แถลงขอโทษ-ชี้แจงข้อเท็จจริง หลัง ยิงเรือขนสินค้าไทย

“อนุทิน” ปัดจบดีลรัฐบาล ย้ำยังไม่เริ่ม ลั่น“ผมเป็นคนดีล”

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องการเมืองร้อนๆ ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ นั่นคือ “อนุทิน” ปัดจบดีลรัฐบาล ย้ำยังไม่เริ่ม ลั่น“ผมเป็นคนดีล” ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตา หลังจากมีข่าวลือหนาหูเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ มาดูกันว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายกรัฐมนตรีปัจจุบัน ได้ออกมาพูดอะไรบ้าง

“อนุทิน” ปัดจบดีลรัฐบาล ย้ำยังไม่เริ่ม ลั่น“ผมเป็นคนดีล”

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 11.50 น. นายอนุทิน ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน หลังจากที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ออกมาแฉว่าดีลตั้งรัฐบาลจบแล้ว 300 เสียง นายอนุทินตอบแบบชัดเจน ร้อง ‘ฮึ’ แล้วถามสื่อว่า ‘มาตู้ผมป่าว’ พร้อมชี้ตัวเองและย้ำว่า ‘คนดีลคือคนนี้’ แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและบทบาทหลักในการเจรจาของตัวเอง

สถานการณ์คะแนนเสียงยังไม่นิ่ง กกต. กำลังนับใหม่

นายอนุทิน ชี้แจงว่าตอนนี้ยังไม่มีการเริ่มดีลอะไรทั้งสิ้น เพราะกำลังมีการนับคะแนนใหม่ ส.ส. บัญชีรายชื่อหลายเขต และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็เพิ่งออกข่าวมา ดังนั้นจึงยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องดีลตั้งรัฐบาล ส่วนหลักการเดิมที่ต้องโหวตนายกฯ ก่อนแล้วค่อยคุยตำแหน่งนั้น ตอนนี้ยังรอให้ทุกอย่างนิ่งก่อน ‘ทุกวันนี้ได้แต่ประมาณเอาว่ามี ส.ส. อยู่เท่าไหร่ ถ้าทุกอย่างไม่นิ่งก็ไปคุยกับใครไม่ได้’

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการประกาศผลจาก กกต. นายอนุทิน บอกว่า กกต. ไม่ได้ขึ้นกับรัฐบาล จึงรายงานไม่ได้ และเรื่องประเด็นเลือกตั้งโมฆะจากบาร์โค้ด ก็ตอบว่า ‘ไม่ทราบครับ’ แสดงถึงความระมัดระวังในการให้ข้อมูล

เมินกระแสข่าวรัฐบาลไฟจราจรและเซอร์ไพรส์จาก ร.อ.ธรรมนัส

ที่น่าสนใจคือ เมื่อสื่อถามถึงกระแสตั้งรัฐบาลสีไฟจราจร ที่พรรคเพื่อไทย กล้าธรรม และประชาชน ร่วมมือกันเพื่อผลักพรรคภูมิใจไทยไปเป็นฝ่ายค้าน นายอนุทิน ไม่ตอบตรงๆ เพียงหัวเราะในลำคอ และเมื่อถามเรื่องตั้งรัฐบาลแข่งเพื่อล้มรัฐบาลปัจจุบัน ก็หัวเราะแล้วบอก ‘เหรอ’

  • กระแสเซอร์ไพรส์ใหญ่หลัง 25 ก.พ. จาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่จะกลับจากต่างประเทศ
  • นายอนุทิน ตอบ ‘ไม่ได้ยิน’
  • เมื่อถามกลัวจะโดนแฉหรือมีไม้เด็ด ก็ย้อน ‘กลัวหมายความว่ากลัวยังไง’

พฤติกรรมเหล่านี้แสดงให้เห็นว่านายอนุทินยังคงนิ่งและไม่หวั่นไหวกับข่าวลือ สถานการณ์การเมืองไทยกำลังเข้มข้น ทุกฝ่ายกำลังรอผลนับคะแนนใหม่จาก กกต. ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางต่อไป

จากมุมมองของผม สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความซับซ้อนของการเมืองไทย ที่ดีลต่างๆ ต้องรอให้คะแนนชัดเจนก่อน นายอนุทินที่ลั่น ‘ผมเป็นคนดีล’ น่าจะมีแผนการในใจแล้ว แต่ยังไม่เปิดไพ่ ทุกคนควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะอาจมีเซอร์ไพรส์รออยู่!

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? คอมเมนต์มาบอกกันได้เลยนะครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากชอบ เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อัพเดทข่าวการเมืองล่าสุด

ที่มา – “อนุทิน” ปัดจบดีลรัฐบาล ย้ำยังไม่เริ่ม ลั่น“ผมเป็นคนดีล”

“อนุทิน” แห่รถขอบคุณอยุทายาแลนด์สไลด์

สวัสดีครับชาวอยุธยาและแฟนข่าวการเมืองทุกท่าน! วันนี้เรามีเรื่องฮา ๆ และอบอุ่นใจมาฝากกัน จากเหตุการณ์สุดประทับใจเมื่อ “อนุทิน” แห่รถขอบคุณอยุธยาแลนด์สไลด์ หลังจากที่พรรคภูมิใจไทยกวาดชัยชนะแบบถล่มทลาย ครองทุกเขตในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเลยทีเดียว นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค พร้อมทีมงานแกนนำอย่างนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล, นายวราวุธ ศิลปอาชา และว่าที่ ส.ส. แต่ละเขต ขึ้นขบวนรถแห่โบกมือไหว้ขอบคุณชาวอยุธยาที่ให้การสนับสนุนอย่างล้นหลาม

“อนุทิน” แห่รถขอบคุณอยุธยาแลนด์สไลด์

เวลา 19.15 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 (เช็คปีนะครับ 2569 น่าจะพิมพ์ผิด) ที่อยุธยา บรรยากาศคึกคักมาก ขบวนรถแห่เคลื่อนตัวไปตามถนน ชาวบ้านทั้งสองฝั่งทางโบกมือต้อนรับ นายอนุทินยิ้มแย้มทักทายอย่างเป็นกันเอง เรียกได้ว่าความนิยมพุ่งปรี๊ด! โดยเฉพาะเด็กเจน Z ที่กรี๊ดลั่น รุมขอเซลฟี่กันใหญ่ นึกภาพตามนะครับ พี่ ๆ เจน Z วิ่งกรูกันมา นายกฯ ยิ้มแก้มปริ ถ่ายรูปร่วมกันสนุกสุด ๆ ด้านกลุ่ม อสม. อยุธยาก็ไม่ยอมแพ้ ตะโกนบอกรักนายกฯ ดังลั่น “อสม. รักนายกฯ!” ก่อนจะถ่ายรูปหมู่กันอย่างอบอุ่น

หลังจากนั้น คณะของนายอนุทินก็ลงเดินตลาดนัดทางเข้างาน “ยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก” ถ่ายรูปทักทายประชาชนแบบใกล้ชิด สักการะศาลหลักเมืองพระนครศรีอยุธยา แล้วก็เดินเล่นตลาด ร่วมกิจกรรมสนุก ๆ ในงาน นายอนุทินยังกล่าวถึงความยิ่งใหญ่ของอยุธยาในอดีตอีกด้วยนะครับ ว่าเป็นราชธานีมานาน 419 ปี ศูนย์กลางการปกครอง เศรษฐกิจ การค้า วัฒนธรรม ติดต่อกับนานาชาติ สร้างเอกลักษณ์สยามที่งดงาม โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปะ ผังเมือง ล้วนสะท้อนภูมิปัญญาบรรพชน โดยเฉพาะการใช้แม่น้ำล้อมเมืองทั้งคมนาคม เลี้ยงชีวิต และป้องกันตัว ฉลาดล้ำจริง ๆ!

แวะบูธโรงพักอโยธยา ถ่ายป้าย “รักเมียมาก” สุดฮา

ไฮไลต์ที่ฮามาก ๆ คือตอนที่ “อนุทิน” แห่รถขอบคุณอยุธยาแลนด์สไลด์ แล้วแวะบูธโรงพักอโยธยา เซ็นชื่อในบันทึกประจำวัน แล้วถ่ายรูปคู่กับป้ายดัง “รักเมียมาก”! นายอนุทินยืนโพสต์ท่ากับภริยา ยิ้มกว้าง สร้างสีสันให้งานคึกคักยิ่งขึ้น ภาพนี้กลายเป็นไวรัลทันที ชาวเน็ตแซวกันยกใหญ่ ว่า “รักเมียมากจริง ๆ นะท่านรองฯ” แสดงให้เห็นด้านชิล ๆ น่ารักของนักการเมืองรุ่นใหญ่

สำหรับว่าที่ ส.ส. อยุธยา 5 เขต จากพรรคภูมิใจไทย ที่สร้างประวัติศาสตร์แลนด์สไลด์ครั้งนี้ มีดังนี้:

  • เขต 1: นายทรงพล สุขสมบูรณ์ หรือ “ส.จ.เบียร์”
  • เขต 2: นายนพ ชีวานันท์
  • เขต 3: นางสาวพิมพฤดิ์ ตันจรารักษ์
  • เขต 4: นายคงกฤช รามศักดิ์
  • เขต 5: นายประดิษฐ์ สังขจาย

ทีมนี้แกร่งมาก สะท้อนฐานเสียงที่เหนียวแน่นของพรรคในพื้นที่ประวัติศาสตร์อย่างอยุธยา ไม่ใช่แค่ชนะ แต่ชนะแบบขาดลอย!

อนุทิน แห่รถขอบคุณอยุธยาแลนด์สไลด์
ภาพบรรยากาศอนุทินกับชาวอยุธยา
อนุทิน ถ่ายเซลฟี่กับเจน Z
กลุ่ม อสม. รักนายกฯ
นายอนุทินกับป้ายรักเมียมาก
ว่าที่ ส.ส. อยุธยา
ขบวนรถแห่พรรคภูมิใจไทย

เหตุการณ์ “อนุทิน” แห่รถขอบคุณอยุธยาแลนด์สไลด์ นี้ ไม่ใช่แค่การขอบคุณ แต่เป็นสัญญาณชัดเจนว่าพรรคภูมิใจไทยมีพลังในภาคกลาง โดยเฉพาะพื้นที่วัฒนธรรมอย่างอยุธยา การที่เจน Z และ อสม. รักและสนับสนุนขนาดนี้ แสดงถึงนโยบายที่ตอบโจทย์ทุกวัย ในอนาคต พรรคคงเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนต่อไป

คุณคิดยังไงกับเหตุการณ์นี้? คอมเมนต์บอกกันได้เลยนะครับ หรือแชร์โพสต์นี้ให้เพื่อน ๆ รับรู้บรรยากาศสุดมันส์! ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตแบบเป็นกันเองได้ที่นี่ทุกวัน

ที่มา – “อนุทิน” แห่รถขอบคุณอยุธยาแลนด์สไลด์-แวะบูธโรงพักอโยธยา ถ่ายป้าย “รักเมียมาก”

Scroll to top