นิกร จํานง

“นิกร” ย้ำร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ไม่ล้างผิดคดี ม.112 – ฮั้ว สว. – โกงเลือกตั้ง

“นิกร” ย้ำร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ไม่ล้างผิดคดี ม.112 – ฮั้ว สว. – โกงเลือกตั้ง

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามอง สำหรับความคืบหน้าของร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งล่าสุด นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาให้ข้อมูลชัดเจนว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่มีการพ่วงประเด็นที่สังคมกังวลอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องการ “นิกร” ย้ำร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ไม่ล้างผิดคดี ม.112 – ฮั้ว สว. – โกงเลือกตั้ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ต้องย้ำไว้เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด

เหตุผลที่ต้องยืนหยัดในหลักการไม่ล้างผิด

นายนิกรได้อธิบายถึงขั้นตอนการพิจารณาในวุฒิสภาว่า ทุกอย่างยังคงเดินหน้าตามเจตนารมณ์เดิม คือมุ่งเน้นการสร้างความสันติสุขและปิดฉากความขัดแย้งทางการเมืองที่สั่งสมมาเกือบ 20 ปี โดยมีหลักการ 3 ข้อที่ห้ามแตะต้องเด็ดขาด ได้แก่:

  • การกระทำความผิดฐานทุจริตประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ
  • การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
  • ความผิดที่ส่งผลให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย รวมถึงความผิดต่อส่วนตัวที่ไม่ใช่เรื่องทางการเมือง

ดังนั้น สังคมจึงมั่นใจได้ว่าคำกล่าวที่ว่า “นิกร” ย้ำร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ไม่ล้างผิดคดี ม.112 – ฮั้ว สว. – โกงเลือกตั้ง นั้นคือข้อเท็จจริงที่ปรากฏในร่างกฎหมาย เพื่อให้การนิรโทษกรรมเป็นไปเพื่อผู้ที่มีแรงจูงใจทางการเมืองอย่างแท้จริงเท่านั้น

สำหรับการแก้ไขในชั้นวุฒิสภาเกี่ยวกับการตัดคำว่า “รัฐวิสาหกิจ” ออกและการจัดลำดับความผิดใหม่ในบัญชีแนบท้ายนั้น เป็นเพียงการจัดการทางเทคนิคและศักดิ์ของกฎหมาย ไม่ใช่การเพิ่มเนื้อหาหรือช่องโหว่แต่อย่างใด ส่วนกระแสข่าวเรื่องการล้างผิดคดีโกงเลือกตั้ง นายนิกรขอยืนยันหนักแน่นว่าเรื่องนี้ไม่มีทางเกิดขึ้น และหากสภาฯ เห็นชอบตามวุฒิสภา ก็คาดว่าเรื่องนี้จะได้ข้อสรุปในไม่ช้า

ท้ายที่สุด การผลักดันกฎหมายฉบับนี้ถือเป็นความพยายามที่ยาวนานตั้งแตปี 2548 หากทุกฝ่ายเห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไข ก็จะเป็นการปิดฉากปัญหาความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานาน และถือเป็นการก้าวเดินหน้าประเทศไปสู่ความปรองดองที่ยั่งยืน การทำความเข้าใจให้ตรงกันในประเด็นนี้จึงสำคัญมากต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมของไทยในอนาคต

ที่มา – “นิกร” ย้ำร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ไม่ล้างผิดคดี ม.112 – ฮั้ว สว. – โกงเลือกตั้ง

“นิกร” มองรัฐสภาชะลอแก้รธน. เพื่อรอร่างภาคประชาชน ส่อขยับได้รธน.ใหม่ เกินปี 2572

“นิกร” มองรัฐสภาชะลอแก้รธน. เพื่อรอร่างภาคประชาชน ส่อขยับได้รธน.ใหม่ เกินปี 2572

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อนายนิกร จำนง จากพรรคภูมิใจไทย ออกมาแสดงทัศนะถึงความคืบหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า “นิกร” มองรัฐสภาชะลอแก้รธน. เพื่อรอร่างภาคประชาชน ส่อขยับได้รธน.ใหม่ เกินปี 2572 ซึ่งการตัดสินใจชะลอเวลาเพื่อรอเนื้อหาจากภาคประชาชนนั้น อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อกรอบเวลาที่ประชาชนคาดหวังไว้

ความท้าทายของการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมุมมองของนิกร

นายนิกรได้เน้นย้ำถึงความรับผิดชอบของผู้นำฝ่ายค้านและการทำงานในสภา โดยมองว่าหากรัฐสภาตัดสินใจชะลอการพิจารณาเพื่อรอร่างจากภาคประชาชน จะทำให้กระบวนการทั้งหมดล่าช้าออกไป เพราะเมื่อมีการเสนอเข้ามาใหม่ จะต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบรายชื่อและการรับฟังความคิดเห็นอีกนับเดือน ซึ่งสถานการณ์ “นิกร” มองรัฐสภาชะลอแก้รธน. เพื่อรอร่างภาคประชาชน ส่อขยับได้รธน.ใหม่ เกินปี 2572 นี้ถือเป็นจุดที่น่ากังวลว่าความหวังของประชาชนในการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเลื่อนออกไปอีกไม่ต่ำกว่า 6 เดือน

  • การดึงร่างรัฐธรรมนูญออกไปเพื่อปรับแก้ใหม่เสียเวลาสะสม
  • ความเสี่ยงเรื่องข้อกฎหมายและการถูกร้องเรียนเรื่องจริยธรรม
  • ภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้นำฝ่ายค้านในการพาเรือลำใหญ่ให้ถึงฝั่ง
  • ความกังวลว่าประชาชนจะต้องผิดหวังซ้ำซากหากการเมืองยังคงเป็นอุปสรรค

นายนิกรยังย้ำเตือนว่า การทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกรัฐสภานั้นไม่ใช่เพียงการเล่นเกมการเมือง แต่คือการแบกรับความคาดหวังของประชาชนกว่า 21 ล้านเสียงที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงจริง ไม่ใช่แค่ความฝันค้าง โดยกล่าวถึงประเด็นที่ว่าหากเรามัวแต่เสียเวลาวนเวียนอยู่กับความเห็นที่ขัดแย้งกันเอง หรือยึดติดกับแนวทางที่สุ่มเสี่ยงต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ สุดท้ายผลลัพธ์ก็จะจบลงที่ความล่าช้า ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว “นิกร” มองรัฐสภาชะลอแก้รธน. เพื่อรอร่างภาคประชาชน ส่อขยับได้รธน.ใหม่ เกินปี 2572 และผลกระทบนี้จะกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันรับผิดชอบ

ในฐานะผู้ติดตามข่าวสาร เราคงต้องจับตาดูว่าในสมัยประชุมหน้า รัฐสภาจะมีท่าทีอย่างไรต่อการพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญนี้ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ใช่เพียงเอกสารทางกฎหมาย แต่เป็นพิมพ์เขียวของประเทศที่ประชาชนทุกคนต่างรอคอยด้วยความหวัง หากฝ่ายการเมืองสามารถลดการเล่นเกมและหันหน้ามาหาข้อสรุปที่ปลอดภัยและเป็นไปได้จริง ประเทศไทยก็คงมีโอกาสได้เห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ไม่ต้องรอจนถึงปี 2572 ตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ สรุปแล้วคือทุกคนต้องยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งมากกว่าชัยชนะทางการเมืองของฝ่ายตนเอง

ที่มา – “นิกร” มองรัฐสภาชะลอแก้รธน. เพื่อรอร่างภาคประชาชน ส่อขยับได้รธน.ใหม่ เกินปี 2572

ยังตอบชัดไม่ได้ไทม์ไลน์แก้ รธน. ต้องรอดูวาระ 1 ยัน ภท. พร้อมเติมเสียงให้ พท.

ยังตอบชัดไม่ได้ไทม์ไลน์แก้ รธน. ต้องรอดูวาระ 1 ยัน ภท. พร้อมเติมเสียงให้ พท.

การเคลื่อนไหวทางการเมืองในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 กลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้ง หลังจาก นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าล่าสุด โดยระบุว่า ยังตอบชัดไม่ได้ไทม์ไลน์แก้ รธน. ต้องรอดูวาระ 1 ยัน ภท. พร้อมเติมเสียงให้ พท. ซึ่งถือเป็นท่าทีที่สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนของการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลและกระบวนการทางรัฐสภาในปัจจุบัน

ปัจจัยที่ทำให้ ยังตอบชัดไม่ได้ไทม์ไลน์แก้ รธน. ต้องรอดูวาระ 1 ยัน ภท. พร้อมเติมเสียงให้ พท.

นายภราดรได้อธิบายเหตุผลที่ยังไม่สามารถสรุปกรอบเวลาการทำงานที่แน่นอนได้ว่า เนื่องจากขณะนี้ต้องรอการพิจารณารับหลักการในวาระที่ 1 เสียก่อน อีกทั้งยังต้องดูสถานการณ์ว่าจะมีพรรคการเมืองอื่นยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมอีกจำนวนกี่ฉบับ รวมถึงความชัดเจนจากพรรคประชาชนว่าจะมีการรวมรายชื่อเสนอด้วยหรือไม่ ดังนั้นสถานการณ์ที่ ยังตอบชัดไม่ได้ไทม์ไลน์แก้ รธน. ต้องรอดูวาระ 1 ยัน ภท. พร้อมเติมเสียงให้ พท. จึงเป็นเรื่องของกลไกรัฐสภาที่ต้องดูปัจจัยสนับสนุนรายวัน

สำหรับประเด็นสำคัญที่น่าสนใจในการแถลงครั้งนี้ ประกอบด้วย:

  • พรรคภูมิใจไทยมีความจริงใจในการสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยได้ยื่นร่างของพรรคออกมาเป็นรายแรกๆ เพื่อให้สังคมร่วมวิพากษ์วิจารณ์
  • ขั้นตอนหลังผ่านวาระ 1 จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการพูดคุยและถกเถียงจุดยืนของแต่ละฝ่าย
  • นายภราดรยืนยันว่าได้มีการหารือร่วมกับนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โดยพร้อมจะสนับสนุนเสียงจากพรรคภูมิใจไทยเพื่อเติมให้ครบตามเงื่อนไขทางกฎหมาย เนื่องจากลำพังพรรคเพื่อไทยเองยังมีเสียงไม่เพียงพอในการเสนอร่าง

ในส่วนของงบประมาณสำหรับการทำประชามติครั้งที่ 2 ทางรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีได้ย้ำชัดเจนว่ามีความพร้อมดำเนินการทุกรูปแบบ เพื่อตอบสนองต่อเจตนารมณ์ของประชาชนกว่า 26.7 ล้านเสียง รัฐบาลถือเป็นหน้าที่สำคัญที่ต้องบริหารจัดการให้เป็นไปตามกฎหมาย

ในมุมมองของผม การแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของพรรคการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นความร่วมมือครั้งใหญ่ที่ต้องใช้ความอดทนและการประนีประนอมสูงที่สุด เพื่อผลักดันกฎหมายสูงสุดของประเทศให้ก้าวหน้าไปได้ภายใต้ความเห็นชอบของทุกฝ่าย ไม่ว่าไทม์ไลน์จะเป็นอย่างไร การรักษาความโปร่งใสและประโยชน์ของประชาชนควรเป็นธงนำที่สำคัญที่สุดสำหรับนักการเมืองทุกคนครับ

ที่มา – ยังตอบชัดไม่ได้ไทม์ไลน์แก้ รธน. ต้องรอดูวาระ 1 ยัน ภท. พร้อมเติมเสียงให้ พท.

“นิกร จำนง” รายงานตัวสภาฯ เป็น สส.บัญชีรายชื่อ แทน “ซาบีดา”

“นิกร จำนง” รายงานตัวสภาฯ เป็น สส.บัญชีรายชื่อ แทน “ซาบีดา” ครับเพื่อนๆ วันนี้มีข่าวการเมืองอัปเดตที่น่าสนใจจากสภานักกฎหมายไทยเลย เมื่อเช้านี้ นายนิกร จำนง ได้เดินทางมาที่รัฐสภาเพื่อรายงานตัวอย่างเป็นทางการในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย แทนที่นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ที่เพิ่งลาออกจากตำแหน่งไป

“นิกร จำนง” รายงานตัวสภาฯ เป็น สส.บัญชีรายชื่อ แทน “ซาบีดา”

“นิกร จำนง” รายงานตัวสภาฯ เป็น สส.บัญชีรายชื่อ แทน “ซาบีดา”

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 เมษายน 2567 ณ ห้องรับรองพิเศษ 206 ชั้น 2 อาคารรัฐสภาใหม่เอี่ยม นายนิกร จำนง ได้เข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภา ตามประกาศของสภาผู้แทนราษฎรที่ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาแทนตำแหน่งที่ว่างลง ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อย มีนางสาวสิริธร ลิมปพยอม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

ภาพรายงานตัวของนิกร จำนง สส.ใหม่พรรคภูมิใจไทย

ทำไมซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ถึงลาออก?

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องผลการเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลงวันที่ 4 มีนาคม 2567 ได้ประกาศให้นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 5 ของบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ได้รับเลือกตั้งเป็น สส. แต่แล้วซาบีดาก็มีหนังสือขอลาออกจากการเป็น สส. ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2567 ทำให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามมาตรา 101 (3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560

  • ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ อยู่ในลำดับที่ 5 ของพรรคภูมิใจไทย
  • ลาออกเมื่อ 2 เม.ย. 2567
  • เป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (3)
  • กกต. ประกาศผลเลือกตั้ง 4 มี.ค. 2567

ด้วยเหตุนี้ สภาฯ จึงอาศัยมาตรา 105 (2) ให้คนถัดไปในบัญชีเลื่อนขึ้นมา ซึ่งก็คือนายนิกร จำนง นั่นเองครับ

รู้จักนายนิกร จำนง นักการเมืองรุ่นเก๋า

นายนิกร จำนง ไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการการเมืองนะครับ ท่านเป็นนักการเมืองอาวุโสจากจังหวัดสระแก้ว เคยลงสมัคร สส. เขตสระแก้วหลายสมัย สังกัดพรรคการเมืองหลายพรรคมาแล้ว เช่น พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา และล่าสุดพรรคภูมิใจไทย ท่านมีประสบการณ์ด้านกฎหมายและการเมืองมาอย่างโชกโชน เคยเป็นกรรมาธิการหลายชุด และเป็นที่รู้จักในฐานะนักสู้ในสภา

“นิกร จำนง” ร่วมงานกับรองเลขาฯสภา

การเข้ามาของนายนิกร ในครั้งนี้ คงจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้พรรคภูมิใจไทย ซึ่งกำลังเป็นพรรคยอดนิยมในขณะนี้ พรรคมี สส. กว่า 70 คน และบทบาทสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล การเลื่อน สส.บัญชีรายชื่อแบบนี้เป็นกลไกสำคัญของระบบเลือกตั้งแบบผสมที่เรามี ทำให้พรรคไม่ขาดตัวแทนง่ายๆ

ในมุมมองของผม “นิกร จำนง” รายงานตัวสภาฯ เป็น สส.บัญชีรายชื่อ แทน “ซาบีดา” ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของระบบที่ยืดหยุ่น ช่วยให้การเมืองเดินหน้าต่อเนื่อง แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงส่วนบุคคล หากคุณสนใจข่าวการเมืองแบบนี้ ลองติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตข่าวสารล่าสุด รีบแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ด้วยนะครับ จะได้ไม่พลาด!

ที่มา – “นิกร จำนง” รายงานตัวสภาฯ เป็น สส.บัญชีรายชื่อ แทน “ซาบีดา”

Scroll to top