นโยบายคนละครึ่งพลัส

“ธนกร” ย้ำชัยชนะ “ภูมิใจไทย” มาจากผลงานที่จับต้องได้

ในวงการการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยคำมั่นสัญญาและวาทกรรมมากมาย การเลือกตั้งครั้งล่าสุดได้พิสูจน์ให้เห็นว่าประชาชนให้ความสำคัญกับผลงานที่จับต้องได้จริงมากกว่าถ้อยคำสวยหรู ล่าสุด “ธนกร” ย้ำชัยชนะ “ภูมิใจไทย” มาจากผลงานที่จับต้องได้ ผ่านคำสัมภาษณ์ของนายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จของพรรคภูมิใจไทยที่กวาดคะแนนเสียงอันดับ 1 มาครองได้อย่างสง่างาม

“ธนกร” ย้ำชัยชนะ “ภูมิใจไทย” มาจากผลงานที่จับต้องได้

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 นายธนกร ได้ให้สัมภาษณ์อย่างหนักแน่น โดยชี้แจงว่า ชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยไม่ได้มาจากกระแสชั่วคราวหรือคำพูดไพเราะ แต่เกิดจากผลงานที่ประชาชนสัมผัสได้จริง ตลอดช่วงที่พรรคอยู่ในฐานะรัฐบาล พวกเขาได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติกลับมา และทำให้ตลาดหุ้นไทยพุ่งสูงขึ้นทันทีหลังประกาศผลเลือกตั้ง สิ่งเหล่านี้คือหลักฐานที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่สัญญาในกระดาษ

ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทยยึดมั่นจุดยืนรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีความเด็ดขาดในการแก้ปัญหาชายแดนใต้ และผลักดันนโยบายที่ตอบโจทย์ชีวิตประชาชน เช่น โครงการคนละครึ่งพลัสที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ส.ส. ของพรรคยังลงพื้นที่ทำงานอย่างใกล้ชิด ทำให้ฐานคะแนนมั่นคง ไม่หวั่นไหวตามกระแสโซเชียลมีเดีย

ทำไม “ธนกร” ย้ำชัยชนะ “ภูมิใจไทย” มาจากผลงานที่จับต้องได้

นายธนกร ยังได้วิจารณ์พรรคคู่แข่งอย่างพรรคประชาชนที่มุ่งแก้โครงสร้างใหญ่โตแต่ขาดผลงานจับต้อง ข่าวลือเชิงลบเรื่องพฤติกรรม ส.ส. ก็ทำให้ประชาชนหมดศรัทธา ในขณะที่พรรคภูมิใจไทยพิสูจน์ตัวเองด้วยการกระทำจริง นี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้คะแนนถล่มทลาย

นอกจากนี้ ในประเด็นม็อบเรียกร้องนับคะแนนใหม่ นายธนกร วอนให้ทุกฝ่ายเคารพกฎหมายและกระบวนการของ กกต. พรรคภูมิใจไทยพร้อมรับการตรวจสอบทุกด้าน แต่ขอร้องอย่าปลุกปั่นให้บ้านเมืองวุ่นวาย พรรคที่แพ้ไม่ควรถามถึงขั้นล้มเลือกตั้ง ทุกอย่างต้องยึดข้อเท็จจริงเพื่อความสงบสุขของชาติ

ผลงานเด่นของพรรคภูมิใจไทยที่นำไปสู่ชัยชนะ

  • เศรษฐกิจมั่นคง: ดึงดูดการลงทุน ส่งผลให้ตลาดหุ้นโตต่อเนื่อง
  • นโยบายประชาชน: โครงการคนละครึ่งพลัสช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย
  • ความมั่นคงชายแดน: จัดการปัญหาอย่างเด็ดขาด สร้างความเชื่อมั่น
  • ทำงานพื้นที่: ส.ส. คลุกคลีประชาชน สร้างฐานเสียงแท้จริง
  • จุดยืนชัดเจน: รักชาติ ศาสนา กษัตริย์ ไม่คลอนคลาย

ชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากความทุ่มเทหลายปี การเมืองไทยกำลังเปลี่ยนไป ประชาชนฉลาดขึ้น รู้ดีว่าผลงานจริงสำคัญกว่าคำหวาน นายธนกร จึงย้ำว่า “ธนกร” ย้ำชัยชนะ “ภูมิใจไทย” มาจากผลงานที่จับต้องได้ เพื่อเตือนใจนักการเมืองทุกพรรค

ในมุมมองของผู้เขียน ชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยเป็นบทเรียนสำคัญว่าการเมืองต้องมีผลงาน ไม่ใช่แค่ปราศรัยเก่ง หากพรรคอื่นๆ เรียนรู้ จะช่วยยกระดับการเมืองไทยให้ดีขึ้น คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “ธนกร” ย้ำชัยชนะ “ภูมิใจไทย” มาจากผลงานที่จับต้องได้มากกว่าถ้อยคำสวยหรู

ภูมิใจไทยหาเสียง! ย้ำคนละครึ่งพลัสกลับมาแน่

แกนนำภูมิใจไทยกระจายหาเสียง “อนุทิน” อ้อนชุมพรขอโอกาส ไม่ทำให้ผิดหวัง “พิพัฒน์” ลงสงขลา ดันเศรษฐกิจพื้นที่ “ซาบีดา” ไปพัทลุง บอกแบ่งคะแนนให้ใครไม่ได้จริงๆ “เอกนัฏ-ธนกร” ลุย กทม.-สมุทรปราการ

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 18 มกราคม 2569 ที่ตลาดเขาปีบ อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จุดที่ 2 ช่วยนายสุพล จุลใส ผู้สมัครจังหวัดชุมพร เขต 3 หาเสียง มีประชาชนเข้ามาห้อมล้อมขอถ่ายรูป โดย นายอนุทิน ปราศรัยบนรถตอนหนึ่งว่า วันนี้มาฝากเนื้อฝากตัว ชุมพรมี สส.ได้ 3 คน ขอฝากผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยทุกคน และฝากลูกหนู เบอร์ 37 ด้วย ฝากพ่อแม่พี่น้องชาวชุมพรให้โอกาส รับรองว่าจะไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะเราพูดแล้วทำ แหลงแล้วทำ ก่อนทิ้งท้ายว่า “เลือกอนุทิน คนติดดิน รับใช้ชาวชุมพร”

จากนั้นนายอนุทิน ลงพื้นที่จุดที่ 3 ที่ตลาดนัด ดอนหว้า ต.ครน อ.สวี จ.ชุมพร ช่วยนายวิชัย สุดสวาสดิ์ ผู้สมัคร สส.ชุมพร เขต 1 หาเสียง ทันทีที่ลงจากรถได้เดินเข้าไปหาคุณยายอารมณ์ ก่อนจะคุกเข่าให้คุณยายสวมผ้าขาวม้าให้ โดยคุณยายอวยพรให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีนานๆ เพื่อรักษาไว้ซึ่งสถาบันและแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา นายอนุทิน น้อมรับก่อนถ่ายภาพร่วมกัน แล้วจึงเดินทักทายประชาชน ก่อนขึ้นปราศรัยว่า นอกจากเลือก สส.เขตแล้ว ต้องเลือกพรรคภูมิใจไทยด้วย มิเช่นนั้นตนเองจะไม่ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี

“สิ่งแรกที่จะเข้าไปแล้วทำคือโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ประชาชนไม่ต้องกลัว เพราะหากไม่ทำเดี๋ยวตาย ไม่ใช่พ่อแม่พี่น้องอดตาย แต่ตนจะตายก่อน ถูกประชาชนกระทืบแบนแน่นอน”

ก่อนที่เดินทางต่อมาที่ตลาดสดเทศบาลเมืองชุมพร เพื่อมาพบปะพี่น้องประชาชน จุดนี้มีคนมารอขอถ่ายรูป มีกองเชียร์ส่งเสียงสนับสนุนตลอดทาง รวมถึงมีแฟนคลับเข้ามามอบเหรียญพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ให้ ก่อนจะอวยพรให้โชคดี และยังมีคุณยายวัย 95 ปี บอกว่า “ขอให้นายกฯ โชคดี” ทำให้นายอนุทิน ถึงขั้นลงไปกราบที่ตัก

สนามสงขลาคึกคัก “พิพัฒน์” ชูนโยบายถนน–วงแหวน ดันเศรษฐกิจพื้นที่

ทางด้าน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แม่ทัพภาคใต้ พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ปราศรัยช่วยผู้สมัคร สส.สงขลา เมื่อเวลา 13.30 น. ท่ามกลางประชาชนมาร่วมรับฟังอย่างคึกคัก ณ โรงเรียนบ้านม่วง เขตเลือกตั้งที่ 6 ครอบคลุม อ.สะเดา และ อ.คลองหอยโข่ง โดยมีผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยร่วมเวที ได้แก่ นายอนุกูล ปรึกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส.เขต 6 และ นายสรรเพชญ บุญญามณี ผู้สมัคร สส. เขต 1

นายพิพัฒน์ ปราศรัยว่า พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงการถนนและถนนวงแหวนหาดใหญ่ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลา พร้อมย้ำว่า นโยบายด้านเศรษฐกิจที่เข้าถึงประชาชน เช่น คนละครึ่งพลัส ยังคงเป็นสิ่งที่ประชาชนจำนวนมากเรียกร้องให้กลับมาอีกครั้ง สะท้อนจากเสียงตอบรับบนเวทีปราศรัย โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อประชาชนพร้อมใจกันส่งเสียงเรียกร้องให้นายอนุทิน เดินทางมาพบปะประชาชนในพื้นที่ พร้อมเชิญชวนให้เดินตลาดในเขตเลือกตั้งที่ 6 ด้วยตนเอง

ขณะเดียวกัน นายพิพัฒน์ ยังกล่าวถึงเหตุผลในการสนับสนุน นายอนุกูล ว่า เป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และมีพื้นฐานจากภาคธุรกิจ ซึ่งแตกต่างจากนักการเมืองแบบเดิม เพราะนักธุรกิจเข้าใจการบริหารงบประมาณ รู้ว่าทำอย่างไรให้เกิดผลลัพธ์จริงและไม่ขาดทุน เมื่อนำแนวคิดนี้มาใช้ในสภาฯ จะสามารถตั้งกระทู้ ซักถาม และผลักดันงบประมาณจากกระทรวงต่าง ๆ มาพัฒนาพื้นที่ อ.สะเดา และ อ.คลองหอยโข่ง ได้อย่างเป็นรูปธรรม

“หน้าที่ของ สส. ไม่ใช่แค่พูดเก่ง แต่ต้องรู้ว่าจะพูดอย่างไรให้กระทรวงหันมามองพื้นที่เรา และนำงบประมาณมาพัฒนาปากท้องของพี่น้องประชาชนได้จริง”

อย่างไรก็ตาม ช่วงหนึ่งของการปราศรัย นายพิพัฒน์ เน้นย้ำว่าอายุไม่ใช่อุปสรรคของการทำงานทางการเมือง สิ่งสำคัญคือหัวใจและความตั้งใจ พร้อมเชิญชวนประชาชนให้ตัดสินใจเลือกผู้แทนที่พร้อมทำงานจริงในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เลือกพรรคภูมิใจไทย ทั้งคนและพรรค เพื่อพัฒนาตำบล อำเภอ และจังหวัด ให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

“ซาบีดา” ช่วย 3 ผู้สมัครพัทลุง ชี้ นาทีนี้ภูมิใจไทยคือคำตอบ

ขณะที่ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ จ.พัทลุง ช่วยผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยหาเสียง ประกอบด้วย นาวาอากาศเอกอธิคุณ คงมี (ผู้การจุน) ผู้สมัคร สส.พัทลุง เขต 1 นายวรท เทอดวีระพงศ์ (ปลัดเม่น) ผู้สมัคร สส.พัทลุง เขต 2 และนายเขมพล อุ้ยตยะกุล (มุนินทร์) ผู้สมัคร สส.พัทลุง เขต 3

โดยตั้งแต่ช่วงเช้า นางสาวซาบีดา เดินตลาดสดเทศบาลเมืองพัทลุง และพบปะผู้นำศาสนาที่มัสยิดตัวเมืองพัทลุง จากนั้นช่วงสายต่อไปที่ตลาดใต้โหนด อ.ควนขนุน ส่วนช่วงบ่ายไปที่เทศบาลควนเสาธง อ.ตะโหมด ก่อนจะปิดท้ายที่ตลาดเย็นแม่ขรี นางสาวซาบีดา ขอคะแนนให้กับผู้สมัครของพรรคทุกเขต และย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน ให้ความสำคัญกับพี่น้องชาวไทยเชื้อสายมุสลิม ขับเคลื่อนเรื่องกิจการฮัจญ์ที่ราคาสูงเข้าไม่ถึง ผลักดันจนทำให้วันนี้ราคาถูกลง ตั้งแต่พรรคภูมิใจไทยเข้าไปทำงานในกระทรวงมหาดไทย ใช้เวลาเกือบ 3 ปี สามารถลดราคาให้ผู้ที่จะไปประกอบพิธีฮัจญ์ได้เกือบ 300 ล้านบาท และยังผลักดันให้มีการขึ้นเงินค่าตอบแทนครูโรงเรียนตาดีกาอีกด้วย

นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า นายพิพัฒน์ ที่ดูแลพื้นที่ภาคใต้ก็ทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด วันนี้พัทลุงกำลังจะไปได้ด้วยดี ขอให้ประชาชนใช้การเมืองให้เป็น เลือกคนให้เป็น อย่าเลือกเขตเดียว ต้องเลือกทั้งจังหวัดไปเป็นองคาพยพ ให้เห็นศักดิ์ศรีชาวพัทลุงว่าไปเป็นกลุ่มเป็นก้อน สิ่งสำคัญอยากให้พี่น้องใช้การเมืองให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ชาวพัทลุง

พร้อมกล่าวถึงนโยบายพรรคภูมิใจไทย ว่า ทุกท่านให้การตอบรับโครงการคนละครึ่งพลัสเป็นอย่างดี และสอบถามว่าจะกลับมาอีกหรือไม่ ยืนยันว่ากลับมาแน่นอนหากเลือกภูมิใจไทย ส่วนเรื่องนโยบายพรรคอื่นๆ ครอบคลุมทั้งเรื่องการศึกษาทั้งระบบทุกเพศทุกวัย เข้าไปพัฒนาทักษะสร้างงาน สร้างรายได้สร้างอาชีพ รวมถึงให้ความสำคัญเรื่องปัญหายาเสพติด ที่มีศูนย์บำบัดยาเสพติด และสิ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สร้างศักดิ์ศรีทำให้ไทยเป็นไทยในเวทีโลก ไม่มีใครสามารถลบหลู่ดูหมิ่นหรือเข้ามาแย่งอธิปไตยของเราได้ ถือเป็นภารกิจหลักของพรรคภูมิใจไทยที่จะต้องดูแลทั้งเรื่องความมั่นคง สังคม เศรษฐกิจปากท้อง วางมาตรการรับมือภัยพิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นระบบมากที่สุด

“ขอฝากว่า กาอย่างเดียวไม่พอ ต้องบอกต่อด้วย วันที่ 8 กุมภาพันธ์ขอกาเน้นๆ เลือกภูมิใจไทยทั้ง 2 ใบ ระบบเขตและเบอร์พรรค ทำไมวันนี้ถึงต้องเป็นพรรคภูมิใจไทย ทุกท่านเห็นแล้วว่าพรรคที่มีแนวโน้มเติบโตมากที่สุด และได้รับกระแสความนิยมสูงสุดตอนนี้น่าจะเป็นพรรคภูมิใจไทย พรรคกำลังเติบโตแต่มีทิศทางที่ดี มีขนาดใหญ่ขึ้น มีจิ๊กซอว์ที่จะเติมเต็ม เป็นส่วนผสมที่ลงตัว มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทำงานร่วมกัน ดังนั้น ภูมิใจไทยเป็นคำตอบสุดท้ายสำหรับพี่น้องประชาชน ใครมาขอแบ่งคะแนน ขอโทษนะคะไม่ได้จริงๆ นาทีนี้ต้องภูมิใจไทยเท่านั้นที่จะทำให้พี่น้องประชาชนภูมิใจ”

“เอกนัฏ” อ้อนชาวดินแดง-พญาไท เทใจให้ “ครูพรีมมี่” เข้าสภาฯ

ส่วนในพื้นที่ กทม. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพื้นที่ กทม. พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรค ขึ้นเวทีปราศรัยตลาดใต้ทางด่วนหน้าวัดมะกอก เพื่อหาเสียงให้กับ นายนรเสฏฐ์ เธียรประสิทธิ์ ผู้สมัคร สส.เขตดินแดง-พญาไท โดยได้รับการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่เข้าฟังการปราศรัยอย่างเนืองแน่น

นายเอกนัฏ ปราศรัยตอนหนึ่งว่า ถ้าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยได้กลับมาใหม่ นายอนุทิน ประกาศปกป้องชีวิตพี่น้องทหาร สร้างกำแพงตามแนวชายแดน เพื่อปกป้องไม่ให้มีอาวุธสงครามตกมาใส่คนไทย เป็นกำแพงกั้นสินค้าเถื่อน ยาเสพติด สำหรับนายอนุทิน แม้จะมีบุคลิกนอบน้อม เข้ากับคนง่าย แต่แก้ปัญหาไทย-กัมพูชาอย่างเด็ดขาด จนสามารถสถาปนาความมั่นคง จัดระเบียบตามแนวชายแดนได้ 17 จุดเป็นที่เรียบร้อย อีกทั้งยังมีทีมงานคุณภาพ อย่าง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย ที่ทำผลงานในรอบ 2-3 เดือนที่ผ่านมา จนเป็นที่ประจักษ์ ทั้งเรื่องค้าขายทำข้าวขึ้นราคา เรื่องเวทีนานาชาติ เรื่องคนละครึ่งพลัส ทำจีดีพีขยับขึ้น สะท้อนภาพชัดเจนว่าภูมิใจไทยพูดแล้วทำ ทำแบบให้เห็นผลงานแล้ว ตอนนี้นายกฯ เดินตามตลาดต้องดูแลให้ดี เพราะเจ้าหนี้เยอะมาก ตามมาทวงหนี้ 2,000 บาท 2,400 บาท กับโครงการคนละครึ่งพลัส ดังนั้น คนอย่างอนุทิน ต้องกลับมาใช้หนี้ นโยบายคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ทำทันที

“ทำงานไม่ถึง 3 เดือนยังทำได้ขนาดนี้ ถ้ามีเวลา 4 ปี จะทำได้ขนาดไหน พรรคภูมิใจไทยไม่ขายฝัน เราพิสูจน์ฝีมือแล้วมั่นใจทำได้แน่นอน รอบนี้มากับทีมแอดเวนเจอร์ ศุภจี สีหศักดิ์ เอกนิติ และท่านอนุทิน ทำให้ผมเดินหน้าสุดซอยต่อแน่นอน เข้าใจว่ามีหลายพรรคมาประชาสัมพันธ์จะขอทำนั่นนี่ แต่เที่ยวนี้การเลือกของท่านมีผลกับประเทศไทย เรายอมให้ไทยอยู่แบบเสี่ยงๆ แบบนี้ได้หรือ เสี่ยงโดยไม่รู้ว่าจะมีรัฐบาลสนับสนุนกองทัพหรือไม่ จะยอมให้ประชานิยมมาทุบกระปุก จะเสี่ยงแบบนี้ต่อไปหรือไม่ ถ้าเสี่ยงไม่ได้ ก็ไม่ยาก เลือกคนที่ไม่เสี่ยง คือคนที่ทำมาแล้วสำเร็จ ตามที่พูด ไม่ต้องเสี่ยงแล้ว 8 กุมภาพันธ์ เอาชัวร์อย่าให้ใครหลอก เลือกภูมิใจไทยทั้ง 2 ใบ”

จากนั้น นายนรเสฏฐ์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา มองเห็นปัญหาของประชาชน ที่ตนอยากเข้าไปช่วยแก้ไข ไปเป็นปากเป็นเสียงในสภาฯ อยากช่วยพัฒนาทั้งเรื่องคุณภาพชีวิต ยกระดับรายได้ สร้างโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชน ผลักดันเรื่องการดูแลผู้สูงอายุ สานต่อคนละครึ่งพลัส และเรื่องสำคัญที่ตนอยากเห็นมากที่สุดคือ คนดินแดง-พญาไท ต้องมีโรงพยาบาลรัฐที่มีมาตรฐานในพื้นที่ ตนพร้อมจะเป็นกระบอกเสียงส่งไปให้ถึงในระดับนโยบาย ขณะนี้ลงพื้นที่อย่างมั่นใจ ประชาชนให้การต้อนรับเป็นอย่างดีเพราะเห็นผลงานของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมา ตอกย้ำเรื่องการพูดแล้วทำ และนโยบายต่างๆ ที่หาเสียงครั้งนี้ ก็เป็นนโยบายที่ทำได้จริงๆ โดยยังคงใช้ยุทธศาสตร์เคาะประตูบ้านให้ชาวบ้านได้เห็นหน้าตา หวังว่าประชาชนจะเปิดใจให้โอกาสตนสักครั้ง ตนจะทำงานเต็มที่แน่นอน ขอโอกาสจากพี่น้องประชาชนเลือกครูพรีมมี่เข้าไปทำงาน

โดยหลังจากปราศรัยแล้วเสร็จ นายเอกนัฏและนายนรเสฏฐ์ เดินพบปะทักทายประชาชนที่มาฟังการปราศรัย ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักประชาชนขอถ่ายรูป

“ธนกร” อ้อนคนสมุทรปราการ หนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ อีกสมัย

ขณะที่ นายธนกร วังบุญคงชนะ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ ผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เขต 6 พรรคภูมิใจไทย ซึ่งตลอดเส้นทางที่เดินหาเสียงได้รับความสนใจจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยอย่างมาก โดยขอถ่ายรูป และเรียกร้องให้รัฐบาลเดินหน้าโครงการคนละครึ่งพลัสต่อ

นายธนกร ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้แทบจะทุกพรรคการเมืองยอมรับแล้วว่าโครงการคนละครึ่งพลัสเป็นโครงการที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง แม้แต่พรรคสีแดงที่เคยโจมตีว่าโครงการคนละครึ่งเป็นแค่กู้มาแจก ไม่ได้แก้ปัญหาจริง ทำไมไม่แจกเป็นเงินสด วันนี้ก็ยังเอาไปหาเสียงแถมยังอ้างว่าจะเพิ่มเงินเป็น 70:30 อีกด้วย ส่วนพรรคสีส้มที่เคยด่าเช้าด่าเย็น วันนี้ก็ยังต้องกลืนน้ำลายตัวเอง แถมดัดแปลงให้คนที่ซื้อคนละครึ่งพลัสในร้าน SME ที่ร่วมรายการยังจะได้หวยใบเสร็จ 1 ใบอีกต่างหาก ทั้งนี้ นายอนุทิน ระบุชัดเจนว่าหากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โครงการคนละครึ่งพลัสจะขยายให้ครอบคลุมมากกว่าเดิม จะให้พ่อแม่พี่น้องไปขึ้นทะเบียนได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทำให้คนขายของจะได้ขายได้มากขึ้น จะทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น

พรรคภูมิใจไทยยังมีนโยบายในการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาให้ได้ 40 ล้านคน ด้วยมาตรฐานระดับสากล ทั้งในด้านการบริการและความปลอดภัย เพื่อให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญของนักท่องเที่ยว ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเติบโตและเข้มแข็งได้ในระยะยาว

นายธนกร กล่าวอีกว่า วันนี้พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน ยืนยันว่าเราเป็นพรรคที่พูดแล้วทำ สิ่งไหนที่เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ถ้าเราเป็นรัฐบาลเราทำแน่นอน ไม่เหมือนบางพรรคที่ประกาศอยู่ทุกวี่วันว่ามีเราไม่มีเทา แต่วันนี้เท่าที่ได้ยินข่าวตำรวจเขาจับไปแล้วผู้สมัครสีเทา กลายเป็นว่าถูกสโลแกนที่ตัวเองประกาศย้อนกลับมาทำร้ายพรรคตัวเอง ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่หาเสียงในหลายพื้นที่ที่ผ่านมา กระแสเลือกนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีมาแรงมาก ไปที่ไหนพ่อค้าแม่ค้าต่างออกมาส่งเสียงเชียร์ ให้การต้อนรับพรรคภูมิใจไทยอย่างอบอุ่น เป็นผลจากความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนที่มีต่อผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย ดังนั้น ขอให้พี่น้องประชาชนช่วยเปลี่ยนกระแสเหล่านี้ให้เป็นคะแนนเสียงให้กับพรรคภูมิใจไทยอย่างถล่มทลาย เพื่อให้นายอนุทินได้เข้าไปบริหารประเทศอย่างเต็มที่อีกครั้งด้วย

“เลือกตั้งรอบนี้ พี่น้องชาวสมุทรปราการต้องเลือกด้วยยุทธศาสตร์นะครับ กาเลือกนายฐาปกรณ์ กุลเจริญ ผู้สมัคร สส.เขตของพรรคภูมิใจไทยแล้ว ยังต้องกาเลือกบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทยหมายเลข 37 เท่านั้นด้วย เพราะรอบนี้จะแบ่งใจไปให้ใครไม่ได้แล้วครับ ถ้าอยากให้นโยบายดีๆ ของพรรคภูมิใจไทยที่คิดมาเพื่อประชาชนเกิดขึ้น นายกฯ ต้องชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล เท่านั้น”

การหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยครั้งนี้ มุ่งเน้นการย้ำถึงนโยบายที่เคยทำได้จริง และความตั้งใจที่จะสานต่อนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน หากได้รับโอกาสอีกครั้งในการเป็นรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่งพลัสกลับมาแน่ ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชน

อย่าลืมติดตามข่าวสารและนโยบายของพรรคภูมิใจไทย เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจเลือกตั้งครั้งต่อไป

ที่มา – แกนนำภูมิใจไทยกระจายหาเสียง ย้ำพูดแล้วทำ คนละครึ่งพลัสกลับมาแน่ ถ้าได้เป็นรัฐบาล

“ธนกร” มั่นใจ “อนุทิน” ได้นั่งนายกฯ อีกสมัย

“ธนกร” มั่นใจ “อนุทิน” ได้นั่งนายกฯ อีกสมัย

“ธนกร” ลุยหาเสียง ลั่น หากพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำรัฐบาล ลุยแก้ปัญหาต่อ โว พิสูจน์แล้วคนละครึ่งพลัส คุ้มค่ากว่าเงินดิจิทัล 10,000 บาท เผย 14 จังหวัดใต้กระแสดี มั่นใจ “อนุทิน” ได้นั่งนายกฯ อีกสมัย

วันที่ 12 มกราคม 2569 นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ลงพื้นที่ตลาดชะอวด อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ช่วยหาเสียงให้กับ นายสนั่น พิบูลย์ ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขตเลือกตั้งที่ 4 ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยภายในตลาดอย่างมาก

นายธนกร กล่าวว่า ถ้าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โครงการคนละครึ่งพลัส นโยบายส่งเสริมราคาพืชผลทางการเกษตรให้สูงขึ้น และการขยายช่องทางการตลาดให้กับผลไม้ตามฤดูกาลเกิดขึ้นทันทีแน่นอน โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่งพลัส ถือเป็นมาตรการที่ตอบโจทย์ทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการช่วยเหลือประชาชนโดยตรง แต่ตั้งแต่สมัยรัฐบาลลุงตู่ (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ที่เป็นต้นตำรับโครงการคนละครึ่ง บางพรรคเคยโจมตี แต่วันนี้โดดร่วมวงมีด้วย ไหนๆ ก็จะก๊อปปี้ของเขาแล้ว ก็ควรขอโทษคงจะดี วันนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าโครงการคนละครึ่งพลัสน่าจะเป็นมาตรการที่มีความคุ้มค่ามากกว่าโครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท

นอกจากนโยบายหลักๆ เหล่านี้แล้ว พรรคภูมิใจไทยยังมีนโยบายที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา สาธารณสุข หรือการสร้างงานสร้างรายได้ เราเชื่อว่าการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด และจะเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

สำหรับการลงพื้นที่ในจังหวัดนครศรีธรรมราชครั้งนี้ นายธนกรยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเลือกผู้แทนที่เข้าใจปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง และพร้อมที่จะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างจริงจัง พรรคภูมิใจไทยมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และเราเชื่อว่าด้วยความร่วมมือจากประชาชนทุกคน เราจะสามารถสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่สำหรับทุกคนได้อย่างแน่นอน

ทำไมนายธนกร มั่นใจ “อนุทิน” ได้นั่งนายกฯ อีกสมัย

เหตุผลสำคัญที่นายธนกรมั่นใจว่า “อนุทิน” ได้นั่งนายกฯ อีกสมัย มาจากกระแสตอบรับที่ดีของพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 14 จังหวัดภาคใต้ที่พรรคฯ ได้รับการสนับสนุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ นโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน และการทำงานอย่างหนักของทีมงานพรรคฯ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ นายธนกร ลงพื้นที่หาเสียงชาวบ้านโคกเหรียง อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา เพื่อช่วยนายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 6 พร้อมรับฟังปัญหา โดยอยากให้รัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหาบ่อขยะที่มีมายาวนาน นายธนกร ระบุว่า จะนำเรื่องนี้รายงานนายกรัฐมนตรี จากนั้นขึ้นเวทีปราศรัยแนะนำ นายศาสตรา ศรีปาน ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 ที่ทำการพรรค ภายในตลาดมากินตะ อ.หาดใหญ่ โดยนายธนกร ยืนยัน พรรคภูมิใจไทยจะผลักดันนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาภัยพิบัติให้กับคนหาดใหญ่และคนไทยทุกคน

ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่หาเสียงตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กระแสความนิยมพรรคภูมิใจไทยใน 14 จังหวัดภาคใต้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยจะได้รับความไว้วางใจให้เข้าไปเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และยกมือโหวตสนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยแน่นอน

ถึงแม้ว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยาก แต่จากสถานการณ์ปัจจุบัน พรรคภูมิใจไทยมีความพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวหน้าต่อไป เราเชื่อว่าด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริง เราจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้จริง

การที่นายธนกรมั่นใจว่า “อนุทิน” จะได้นั่งนายกฯ อีกสมัย สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของพรรคภูมิใจไทยและตัวของนายอนุทินเอง ซึ่งเป็นผู้นำที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้ตัดสินใจว่าจะเลือกใครเป็นผู้นำประเทศ และพรรคภูมิใจไทยก็พร้อมที่จะพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

ที่มา – “ธนกร” เผย 14 จังหวัดใต้กระแสภูมิใจไทยดี มั่นใจ “อนุทิน” ได้นั่งนายกฯ อีกสมัย

ศุภมาส-เอกนัฏ นำทีม สส.กทม.ชู คนละครึ่งพลัส

การเลือกตั้งครั้งสำคัญกำลังจะมาถึง และพรรคภูมิใจไทยก็พร้อมนำเสนอทีมผู้สมัคร สส.กทม. ที่แข็งแกร่ง โดยมี “ศุภมาส-เอกนัฏ” เป็นหัวหน้าทีม พร้อมชูนโยบายที่จับต้องได้และตรงใจประชาชนอย่าง “คนละครึ่งพลัส-ความมั่นคง” เน้นการสานต่อนโยบายที่เป็นประโยชน์และสร้างความมั่นใจให้กับคนไทยทุกคน

ศุภมาส-เอกนัฏ นำทีมผู้สมัคร สส.กทม. พรรคภูมิใจไทย ชูนโยบาย “คนละครึ่งพลัส-ความมั่นคง”

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี และ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แกนนำเลือกตั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยผู้สมัคร สส.กทม. ทั้ง 33 เขต ได้ให้สัมภาษณ์กับไทยรัฐทีวี ถึงความพร้อมในการเลือกตั้งที่จะมาถึง โดยเน้นย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ได้มีเพียงแค่คนใดคนหนึ่ง แต่มีทีมงานที่แข็งแกร่ง มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ผู้ช่วยหาเสียงต่างๆ ที่พร้อมจะทำงานเพื่อคนกรุงเทพฯ และคนไทยทุกคน

นายเอกนัฏ กล่าวว่า จุดเด่นของการหาเสียงครั้งนี้คือความจริงใจและความตั้งใจจริงที่จะทำเพื่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประกาศล่วงหน้าว่าจะเสนอใครเป็นรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนักในประวัติศาสตร์การเมืองไทย พร้อมย้ำว่า “พูดแล้วทำพลัส” ไม่ได้ขายฝัน และนโยบายต่างๆ ก็มีความชัดเจนว่าจะทำอย่างไร และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

น.ส.ศุภมาส เสริมว่า การเลือกตั้งครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนๆ เพราะประชาชนได้เห็นผลงานที่จับต้องได้ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เช่น โครงการ คนละครึ่งพลัส ที่เข้าถึงประชาชนโดยตรง การบริหารจัดการเรื่องชายแดน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ได้พูดอย่างเดียว แต่ทำให้เห็นแล้ว

ทำไมต้องเลือก “คนละครึ่งพลัส” และนโยบายความมั่นคง?

นโยบาย 2 อย่างที่ น.ส.ศุภมาส เน้นย้ำคือด้านเศรษฐกิจและด้านความมั่นคง โดย คนละครึ่งพลัส เป็นนโยบายที่ช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดรายจ่าย และกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานราก ขณะที่นโยบายความมั่นคงเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับคนไทยทุกคน เพราะเป็นการปกป้องสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

เมื่อถูกถามว่าทำไมต้องเลือกพรรคภูมิใจไทย นายเอกนัฏ ตอบว่า ผู้สมัครของพรรคมีความหลากหลาย ตั้งแต่รุ่นเก่า หน้าใหม่ อดีต สส.พรรคเพื่อไทย และอีกหลายๆ คน ซึ่งเป็นการผสมผสานประสบการณ์และความคิดใหม่ๆ เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประชาชน

เกี่ยวกับเป้าหมายจำนวนที่นั่ง สส.กทม. น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ยังไม่สามารถระบุจำนวนที่แน่นอนได้ในขณะนี้ แต่ยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยมีเป้าหมายที่ชัดเจน และจะทำงานกันเป็นทีมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น

เมื่อถามว่าพื้นที่ กทม. จะแพ้ไม่ได้ใช่หรือไม่ น.ส.ศุภมาส ตอบว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ได้คิดถึงเรื่องแพ้ แต่จะทำทุกวิถีทางให้ดีที่สุด เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน และพร้อมที่จะนำเสนอมืออาชีพเข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติ

สำหรับความเป็นไปได้ที่จะเห็น นายเอกนิติ และนางศุภจี มาช่วยหาเสียงในพื้นที่ กทม. นางสาวศุภมาศ ยืนยันว่าทั้งสองท่านจะมาช่วยหาเสียงอย่างแน่นอน เพราะเป็นผู้ช่วยหาเสียงที่ถูกต้องตามกฎหมาย

  • คนละครึ่งพลัส: นโยบายสานต่อเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
  • ความมั่นคง: ปกป้องสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
  • ทีมผู้สมัคร สส.กทม. ที่มีความหลากหลายและประสบการณ์

พรรคภูมิใจไทยมุ่งมั่นที่จะนำเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์และนำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคน และสร้างความมั่นคงให้กับประเทศชาติ การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้เลือกผู้แทนที่พร้อมจะทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

ดังนั้น อย่าลืมติดตามข่าวสารและนโยบายของพรรคภูมิใจไทย เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

ที่มา – “ศุภมาส-เอกนัฏ” นำทีมผู้สมัคร สส.กทม. พรรคภูมิใจไทย ชูนโยบาย “คนละครึ่งพลัส-ความมั่นคง”

สวนดุสิตโพล: หมดหวังรัฐบาลเดิม หวังรัฐบาลใหม่

สวนดุสิตโพล: หมดหวังรัฐบาลเดิม หวังรัฐบาลใหม่

ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองที่กำลังเข้มข้น สวนดุสิตโพล ได้สะท้อนมุมมองของประชาชนผ่านการสำรวจล่าสุด ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงไป หลังจากผลสำรวจดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนกันยายน 2568 พบว่าประชาชนเริ่มมีหวังกับรัฐบาลชุดใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจที่โดดเด่นอย่างคนละครึ่งพลัส

ประธานสวนดุสิตโพล สะท้อนความรู้สึกประชาชน “หมดหวังกับรัฐบาลเดิม ขอเริ่มมีหวังกับรัฐบาลใหม่”

วันที่ 28 กันยายน 2568 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้เผยผลการสำรวจความคิดเห็นจากกลุ่มตัวอย่าง 2,012 คนทั่วประเทศ ผ่านช่องทางออนไลน์และภาคสนาม ระหว่างวันที่ 23-26 กันยายน 2568 ในหัวข้อ “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนกันยายน 2568” ผลปรากฏว่าภาพรวมดัชนีการเมืองไทยได้คะแนนเฉลี่ย 4.02 คะแนน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคมที่ได้ 3.71 คะแนน สะท้อนถึงสัญญาณบวกในบรรยากาศการเมือง

ตัวชี้วัดที่ได้รับคะแนนสูงสุดคือผลงานของฝ่ายค้าน เฉลี่ย 4.57 คะแนน ขณะที่ตัวชี้วัดต่ำสุดคือการแก้ปัญหาความยากจน 3.59 คะแนน แสดงให้เห็นว่าประชาชนยังคงกังวลกับประเด็นเศรษฐกิจพื้นฐาน แม้การเมืองโดยรวมจะดีขึ้น

หมดหวังกับรัฐบาลเดิม ขอเริ่มมีหวังกับรัฐบาลใหม่

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล วิเคราะห์ว่า เดือนกันยายนนี้เป็นช่วงเปลี่ยนรัฐบาลจากแพทองธารสู่รัฐบาลอนุทิน ทำให้คะแนนอาจยังไม่ชัดเจนเต็มที่ แต่การเพิ่มขึ้นของคะแนนทุกด้าน ยกเว้นผลงานฝ่ายค้าน สะท้อนความรู้สึกของประชาชนที่ “หมดหวังกับรัฐบาลเดิม ขอเริ่มมีหวังกับรัฐบาลใหม่” โดยเฉพาะการจัดตั้งทีมเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และการนำนโยบายคนละครึ่งกลับมาในรูปแบบพลัส ซึ่งช่วยเสริมกระแสเงินในกระเป๋าให้ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่โดดเด่นที่สุดในเดือนนี้คือ อนุทิน ชาญวีรกูล ด้วยคะแนน 55.98% ขณะที่ฝ่ายค้านคือ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 44.27% ผลงานที่ประชาชนชื่นชอบจากรัฐบาลคือคนละครึ่งพลัส 46.25% และจากฝ่ายค้านคือการผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน 61.22%

ภาพรัฐบาลใหม่

อาทิตยา คงมี อาจารย์จากโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวเพิ่มเติมว่าผลสำรวจนี้บ่งบอกถึงการฟื้นตัวของดัชนีการเมือง โดยประชาชนกำลังจับตาการทำงานของทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีอนุทินคนใหม่ที่ได้รับความสนใจสูง การเพิ่มขึ้นของคะแนนหลายด้านชี้ให้เห็นสัญญาณเชิงบวกจากบรรยากาศการเมืองที่ผ่อนคลายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปัญหาเศรษฐกิจยังคงเป็นห่วง โดยคะแนนด้านราคาสินค้า ค่าครองชีพ และการว่างงาน แม้จะปรับขึ้นเล็กน้อยแต่ยังต่ำ สะท้อนว่าประชาชนคาดหวังมาตรการที่ชัดเจนและยั่งยืน หากรัฐบาลสามารถลดความเหลื่อมล้ำและแก้ปัญหาปากท้องได้ ดัชนีการเมืองอาจฟื้นตัวต่อเนื่องในช่วงปลายปี แต่หากไม่คลี่คลาย ปัญหาอาจกลับมาทำให้คะแนนผันผวนอีกครั้ง

ภาพการเมืองไทย

จากผลสำรวจนี้ เราสามารถเห็นได้ว่าประชาชนไทยกำลังมองหาการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจที่กระทบชีวิตประจำวัน การที่ “หมดหวังกับรัฐบาลเดิม ขอเริ่มมีหวังกับรัฐบาลใหม่” กลายเป็นกระแสที่ชัดเจน สวนดุสิตโพล因此ยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการสะท้อนเสียงประชาชน

เพื่อให้การเมืองไทยก้าวหน้าต่อไป รัฐบาลควรเร่งผลักดันนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชนโดยตรง เช่น การขยายคนละครึ่งพลัสให้ครอบคลุมมากขึ้น และแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างจริงจัง หากทำได้ ดัชนีการเมืองจะยิ่งแข็งแกร่ง

คุณคิดอย่างไรกับผลสำรวจนี้? แสดงความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – ประธานสวนดุสิตโพล สะท้อนความรู้สึกประชาชน “หมดหวังกับรัฐบาลเดิม ขอเริ่มมีหวังกับรัฐบาลใหม่”

Scroll to top