นโยบายพรรคไทยสร้างไทย

ไทยสร้างไทย เฮ เบอร์พรรค “48” ให้โชค

ไทยสร้างไทย เฮ เบอร์พรรค “48” ให้โชค กลายเป็นข่าวดีที่ทำให้สมาชิกพรรคยิ้มแก้มปริในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งใหญ่!

ไทยสร้างไทย เฮ เบอร์พรรค “48” ให้โชค

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) คึกคักไปด้วยความดีใจ เมื่อผลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดประจำเดือนออกมา หมายเลขท้าย 2 ตัว “48” ซึ่งตรงกับเบอร์ประจำพรรคในการเลือกตั้งครั้งนี้ กลายเป็นเลขเด็ดที่ให้โชคลาภแก่ผู้สมัคร ส.ส. สมาชิก และทีมงานของพรรค หลายคนถูกรางวัลกันยกใหญ่ ถือเป็นการรับทรัพย์ก้อนโตและกำลังใจชั้นดีก่อนวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์นี้

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่สร้างความฮือฮาในหมู่คนในพรรคเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นสัญญาณบวกที่ชาวไทยหลายคนมองว่าเป็นลางดี พรรคไทยสร้างไทยที่นำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กำลังเดินหน้าหาเสียงอย่างเต็มสูบ นโยบายต่าง ๆ ที่ชู旗เพื่อประชาชน โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจและความมั่นคงทางการเงิน ทำให้เบอร์ 48 กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภและความหวัง

คุณหญิงสุดารัตน์ แสดงความยินดีและปลอบใจผู้พลาดหวัง

ระหว่างลงพื้นที่พบปะประชาชน คุณหญิงสุดารัตน์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมยินดีกับสมาชิกที่โชคดี และกล่าวปลอบใจผู้ที่พลาดรางวัลในงวดนี้ว่า “ไทยสร้างไทย เฮ เบอร์พรรค “48” ให้โชค แก่ทีมงานเรา แต่สำหรับพี่น้องที่พลาดหวัง ไม่ต้องเสียใจ เพราะหากเลือกพรรคไทยสร้างไทย เรามีนโยบายเด็ด ‘หวยบำเหน็จ’ ที่จะทำให้ทุกการซื้อหวยไม่สูญเปล่า”

นโยบายหวยบำเหน็จนี้เป็นไฮไลต์ที่โดดเด่น ชูจุดเด่น “ซื้อหวยเงินไม่หาย ได้คืนทุกบาท” โดยผู้ซื้อสลากจะยังคงลุ้นรางวัลใหญ่เหมือนเดิม หากถูกรับเงินรางวัลเต็มจำนวน แต่หากไม่ถูกรางวัล เงินที่จ่ายไปจะถูกนำไปสะสมเป็นเงินออมบำเหน็จสำหรับเกษียณ ถอนได้เมื่ออายุครบเกณฑ์ เป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนการเสี่ยงโชคให้กลายเป็นการออมเงินอัตโนมัติ

จุดเด่นของนโยบายหวยบำเหน็จจากพรรคไทยสร้างไทย

  • เงินไม่หาย: ทุกบาทที่ซื้อหวยจะได้คืนเป็นเงินออม ไม่สูญเปล่าเหมือนเดิม
  • ลุ้นรวยได้เหมือนเดิม: ถูกรางวัลรับเต็ม ไม่กระทบเงินสะสม
  • สร้างวินัยออมเงิน: เปลี่ยนนิสัยเสี่ยงโชคให้เป็นการเตรียมเกษียณอัตโนมัติ
  • มั่นคงยามแก่: มีเงินก้อนใช้ชีวิตหลังเกษียณ โดยรัฐช่วยบริหาร
  • เข้าถึงทุกคน: ไม่ว่าจะซื้อหวยงวดละกี่ใบ ก็สะสมได้ทั้งหมด

นโยบายนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของพรรคไทยสร้างไทยที่มุ่งสร้างความมั่นคงให้ประชาชน โดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจผันผวนที่คนไทยจำนวนมากต้องพึ่งพาหวยเพื่อหวังรวยทางลัด แต่บ่อยครั้งกลับสูญเงินโดยไม่ได้อะไร หวยบำเหน็จจึงเป็นทางออกที่สมดุลระหว่างความสนุกในการลุ้นและความรับผิดชอบทางการเงิน

นอกจากนี้ พรรคยังมีนโยบายบำนาญประชาชนอื่น ๆ เช่น เพิ่มเบี้ยยังชีพ ปรับโครงสร้างภาษีให้เป็นธรรม สร้างงาน สร้างรายได้ ซึ่งทั้งหมดจะถูกขับเคลื่อนด้วยเบอร์ 48 ที่เพิ่งพิสูจน์แล้วว่าให้โชคจริง!

ในมุมมองของผู้เขียน นโยบายหวยบำเหน็จนี้เป็นแนวคิดปฏิวัติวงการหวยของไทยที่ชาญฉลาดมาก เพราะไม่ปิดกั้นความฝันของคนซื้อหวย แต่เพิ่มมิติความมั่นคงเข้าไป ทำให้ทุกคนเป็นผู้ชนะในระยะยาว หากคุณกำลังมองหาพรรคที่เข้าใจชีวิตคนไทยตัวจริง ลองพิจารณาไทยสร้างไทยดูสิ

เรียกร้องให้ลงมือ: อย่าพลาด! โหวตหมายเลข 48 พรรคไทยสร้างไทยในการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 เพื่อโชคใหญ่ทั้งรางวัลหวยและอนาคตที่มั่นคง ลุ้นไปด้วยกันเถอะ!

ที่มา – ไทยสร้างไทย เฮ เบอร์พรรค “48” ให้โชค ปลอบใจคนพลาดหวัง ยังมีนโยบาย “หวยบำเหน็จ”

“สุดารัตน์” ปล่อยคาราวานชูบำนาญ 3,000 บาท พลิกเศรษฐกิจไทย

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี สร้างกระแสแรงในช่วงโค้งสุดท้ายหาเสียงเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ได้ปล่อยคาราวานรณรงค์ชูนโยบายบำนาญ 3,000 บาท อย่างยิ่งใหญ่ ณ ตลาดบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ร่วมกับทีมผู้สมัคร ส.ส. กทม. ประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ตบเท้าเข้าร่วม สนับสนุนนโยบายนี้อย่างล้นหลาม เพราะมองว่าเป็นทางออกจริงจังที่จะคืนศักดิ์ศรีและความมั่นคงให้วัยเกษียณ

สุดารัตน์ ปล่อยคาราวานชูนโยบายบำนาญ 3,000 บาท

ขบวนคาราวานบำนาญ 3,000 บาทนี้ จะกระจายไปยังชุมชนต่างๆ เพื่อตอกย้ำนโยบายหลัก เบอร์ 48 ของพรรคไทยสร้างไทย นโยบายนี้มุ่งช่วยผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไป ได้รับเงินเดือนละ 3,000 บาท สำหรับค่าใช้จ่ายพื้นฐาน ลดการพึ่งพาลูกหลาน แก้ปัญหาความยากจนในวัยชรา แต่ไม่ใช่แค่แจกเงินธรรมดา เพราะมีเงื่อนไขให้ผู้รับเข้าร่วมโปรแกรมดูแลสุขภาพ ส่งผลให้สุขภาพดี ลดค่าใช้จ่ายสาธารณสุขระยะยาว ผู้สูงอายุยังกลับมาช่วยสังคมได้อีกด้วย

บำนาญ 3,000 บาท: ฟันเฟืองสำคัญพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย

คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำชัดว่านโยบายบำนาญ 3,000 บาท จะเป็นพายุหมุนทางเศรษฐกิจตัวจริง! โดยการเติมเงินเข้าสู่มือผู้สูงอายุทั่วประเทศ จะสร้างกำลังซื้อทันทีในชุมชนทุกพื้นที่ เงินเหล่านี้จะหมุนเวียนในร้านค้า ตลาดท้องถิ่น สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย กระตุ้นการผลิต ส่งผลให้เศรษฐกิจฐานรากฟื้นตัวทั่วถึง ไม่ใช่แค่คะแนนเสียงระยะสั้น แต่เป็นการลงทุนยั่งยืน

ประชาชนให้การต้อนรับคาราวานบำนาญ 3,000 บาทสุดารัตน์พูดคุยกับผู้สูงอายุเรื่องบำนาญ 3,000 บาท

ประโยชน์หลักของนโยบายบำนาญ 3,000 บาท

  • คืนศักดิ์ศรีผู้สูงอายุ: มีรายได้มั่นคง ไม่ต้องลำบากลูกหลาน ใช้ชีวิตเกษียณอย่างมีเกียรติ
  • กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก: เงิน 3,000 บาทต่อเดือนต่อคน จะไหลเข้าท้องถิ่น สร้างการหมุนเวียนต่อเนื่อง
  • ลดความเหลื่อมล้ำ: ช่วยผู้ที่อุทิศตนให้ประเทศมาทั้งชีวิต ได้รับการตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ
  • สุขภาพดี ลดภาระรัฐ: ผูกกับโปรแกรมสุขภาพ ลดอัตราเจ็บป่วย ประหยัดงบสาธารณสุขมหาศาล
  • ฟื้นเศรษฐกิจทั่วไทย: ทุกจังหวัดได้ประโยชน์ ไม่ใช่แค่เมืองใหญ่

ปัจจุบัน ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มตัว ผู้สูงอายุกว่า 12 ล้านคน แต่บำนาญปัจจุบันยังต่ำ เพียง 600-1,000 บาทต่อเดือน ไม่พอค่าครองชีพที่พุ่งสูง นโยบายนี้จึงตอบโจทย์ตรงจุด ช่วยลดปัญหาสังคม เช่น ลูกหลานเครียด养พ่อแม่ และเศรษฐกิจชะงักเพราะกำลังซื้ออ่อนแอ หากนำเม็ดเงินนี้ไปคำนวณ จะหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจหลายเท่าตัว สร้างงาน สร้างรายได้ใหม่ๆ

นอกจากนี้ พรรคไทยสร้างไทยยังมีแผนจัดสรรงบอย่างโปร่งใส มาจากการปฏิรูประบบภาษีและลดการคอร์รัปชัน เพื่อให้ยั่งยืน ไม่เป็นภาระรัฐในอนาคต นี่คือวิสัยทัศน์ที่มองไกล แตกต่างจากนโยบายประชานิยมอื่นๆ

ในมุมมองผู้เขียน นโยบายบำนาญ 3,000 บาทนี้คือก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าศาสตร์รฐกิจไทยให้แข็งแกร่งจากล่างขึ้นบน หากคุณเป็นผู้สูงอายุหรือมีพ่อแม่วัยชรา นี่คือโอกาสทอง ลองติดตามและสนับสนุนพรรคไทยสร้างไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้ สนับสนุนคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดเห็นอย่างไรกับนโยบายนี้!

ที่มา – “สุดารัตน์” ปล่อยคาราวานชูนโยบายบำนาญ 3,000 บาท ฟันเฟืองสำคัญพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย

“กลิ่นเงินเทา” ปกคลุม? ไทยสร้างไทยชี้วิกฤติ!

โฆษกพรรคไทยสร้างไทย ชี้ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤติหนัก 3 ด้าน ทำให้ “กลิ่นเงินเทา” มาแทน “หอมกลิ่นความเจริญ” เผยพรรคเตรียมเปิดแคมเปญแก้ปัญหาประเทศครบระบบเร็ว ๆ นี้

วันที่ 23 พ.ย. 2568 นายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงสถานการณ์ของประเทศในขณะนี้ โดยระบุว่าปัญหาต่าง ๆ กำลังปะทุออกมาหลายด้าน ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตประชาชน ซึ่งพรรคไทยสร้างไทยได้ติดตามอย่างใกล้ชิดและมีการประชุมหารือแนวทางการทำงานกันทุกวัน ทั้งในกลุ่มคณะทำงานเดิมและสมาชิกใหม่ที่ทยอยเข้ามาร่วมกับพรรคอย่างต่อเนื่อง

หลังปี 2566 การเมืองบิดเบี้ยว

นายปริเยศกล่าวว่า ประเทศไทยเผชิญวิกฤตขนาดนี้เพราะการเมืองที่บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง นับตั้งแต่หลังการเลือกตั้งปี 2566 เป็นต้นมา จากนักการเมืองงูเห่า สู่นักการเมืองสแกมเมอร์ นักการเมืองถูกตั้งคำถามไม่ว่าจะเป็นคดีฉ้อโกง การค้ามนุษย์ หรือปัญหาทางจริยธรรมต่าง ๆ และพยายามเข้ามาใช้สภาเป็นพื้นที่ฟอกภาพลักษณ์ ส่งผลให้การคอร์รัปชันขยายตัวจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับประวัติการณ์ ซึ่งถือเป็นอันตรายต่อความเชื่อมั่นของประเทศอย่างมาก

“กลิ่นเงินเทา” ปกคลุม

 นายปริเยศระบุว่า ด้านเศรษฐกิจ ประเทศไทยกำลังเผชิญสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างต่อเนื่อง หนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นจนเป็นภาระหนัก ขณะที่ผู้ประกอบการรายย่อยและ SME ไทยกลับเข้าไม่ถึงแหล่งทุน แต่ในทางกลับกันกลุ่มทุนสีเทาและธุรกิจนอมินีกลับสามารถเข้ามาดำเนินกิจการได้อย่างอิสระ ทั้งยังใช้ช่องว่างต่าง ๆ ฟอกเงินและแย่งอาชีพของคนไทย ทำให้จากเดิมที่สังคมคาดหวังตอนจบเลือกตั้ง 2566 ว่าจะได้ “หอมกลิ่นความเจริญ” กลับกลายเป็น “กลิ่นเงินเทา” ที่ปกคลุมเศรษฐกิจไทยแทน

การศึกษาล้าหลัง

ในส่วนของคุณภาพชีวิตประชาชน โฆษกพรรคชี้ว่า ปัญหากำลังเกิดขึ้นในทุกมิติ ทั้งระบบราชการที่ไร้ประสิทธิภาพ ระบบสาธารณสุขที่เริ่มส่อเค้าล้มเหลว ระบบการศึกษาที่ล้าหลัง และโครงสร้างประชากรที่ผิดเพี้ยนจนส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ปัญหาเหล่านี้ผูกโยงเป็นเครือข่ายเดียวกันและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หากยังปล่อยให้การเมืองดำเนินต่อไปในรูปแบบเดิม ประชาชนไทยอาจหมดโอกาสในการลืมตาอ้าปาก เพราะประเทศกำลังถูกครอบงำโดยกลุ่มนักการเมืองไร้คุณภาพและทุนสีเทาที่ผูกผลประโยชน์ร่วมกัน

ทำทุกวิธีขัดขวางความเลวร้าย

โฆษกพรรคไทยสร้างไทย ยืนยันว่า พรรคจะทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งกว่านี้ พร้อมเตรียมนำเสนอแนวทางการเมืองชุดใหม่ที่จะใช้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบอย่างชัดเจนถึงทางออกของประเทศ พรรคยังเปิดโอกาสให้บุคลากรทุกสาขาอาชีพ ทั้งนักการเมืองรุ่นใหม่ คนทำงานมืออาชีพ ผู้เชี่ยวชาญ หรือแม้แต่นักการเมืองคุณภาพที่ถูกจำกัดบทบาทจากกลุ่มทุนอิทธิพล สามารถเข้ามาร่วมงานกับพรรคได้ เพื่อร่วมกันต่อสู้และพาประเทศหลุดพ้นจากวิกฤติครั้งนี้

เตรียมประกาศนโยบาย

นายปริเยศกล่าวด้วยว่า พรรคมั่นใจว่าจะมีแนวร่วมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่เพียงประชาชนที่ได้รับผลกระทบ แต่แม้แต่นักการเมืองที่ตั้งใจทำงานเพื่อประเทศก็กำลังถูกบดบังด้วยอำนาจของทุนสีเทา พรรคไทยสร้างไทยจึงขอให้ประชาชนรอติดตามการประกาศสำคัญที่จะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ และเชิญชวนทุกคนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงประเทศร่วมกับพรรคไทยสร้างไทย

“กลิ่นเงินเทา” ปกคลุมประเทศไทยจริงหรือ?

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตจริงหรือไม่ และ “กลิ่นเงินเทา” ที่โฆษกพรรคไทยสร้างไทยกล่าวถึงนั้นมีอยู่จริงมากน้อยแค่ไหน? การที่เงินทุนสีเทาเข้ามามีบทบาทในระบบเศรษฐกิจนั้นส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนทั่วไปอย่างไร?

ปัญหาที่ต้องจับตามอง: “กลิ่นเงินเทา” กับอนาคตประเทศไทย

การที่ “กลิ่นเงินเทา” เข้ามาแทนที่ความเจริญนั้นเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึกในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเมืองที่บิดเบี้ยว เศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรม หรือระบบราชการที่ไร้ประสิทธิภาพ ปัญหาเหล่านี้ล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและการพัฒนาประเทศในระยะยาวทั้งสิ้น

ผลกระทบที่มองเห็นได้ชัดเจน:

  • การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม: กลุ่มทุนสีเทาสามารถเข้าถึงทรัพยากรและโอกาสได้มากกว่าผู้ประกอบการรายย่อย
  • การคอร์รัปชันที่เพิ่มขึ้น: เงินสีเทาเป็นแหล่งเงินทุนสำคัญของการคอร์รัปชัน
  • ความเสื่อมถอยทางจริยธรรม: การที่สังคมยอมรับเงินสีเทาเป็นการบ่อนทำลายคุณค่าและความซื่อสัตย์

ทางออกที่เป็นไปได้:

  • การปฏิรูปการเมือง: สร้างระบบการเมืองที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
  • การส่งเสริมเศรษฐกิจที่เป็นธรรม: สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและ SME
  • การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด: ปราบปรามการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ

จริงอยู่ที่การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต้องใช้เวลาและความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม แต่หากเราไม่เริ่มลงมือทำตั้งแต่วันนี้ อนาคตของประเทศไทยก็อาจจะถูกปกคลุมไปด้วย “กลิ่นเงินเทา” ไปอีกนาน

ถึงเวลาแล้วที่เราต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างสังคมไทยที่โปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้ประเทศไทยกลับมาหอมกลิ่นความเจริญอีกครั้ง ร่วมกันผลักดันการเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของพวกเราทุกคน

ที่มา – โฆษกพรรคไทยสร้างไทย ชี้ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤติหนัก 3 ด้าน ทำให้ “กลิ่นเงินเทา” มาแทนความเจริญ

Scroll to top