น้ําท่วมสงขลา

อว. ขอ ม.ใต้ เลื่อนสอบ ลดเครียดนักศึกษา

รัฐมนตรีอุดมศึกษาฯ ส่งหนังสือขอมหาวิทยาลัยในภาคใต้ “เลื่อนสอบ” คลายเครียดน้ำท่วม พร้อมระดมช่วยครอบครัวนักศึกษา

จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนเป็นวงกว้าง รวมถึงนิสิต นักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่ง เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของนักศึกษาที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากจากภัยพิบัติในครั้งนี้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเยียวยานักศึกษา

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า กระทรวงได้ส่งหนังสือขอความร่วมมือไปยังสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งในพื้นที่ภาคใต้ และที่มีนักศึกษาภูมิลำเนาในพื้นที่ประสบภัย ให้พิจารณาดำเนินการเร่งด่วน 2 เรื่อง เพื่อลดภาระและความตึงเครียดจากสถานการณ์มหาอุทกภัย โดยประเด็นสำคัญคือการพิจารณาเรื่องการเลื่อนสอบ

อว. ขอ ม.ใต้ เลื่อนสอบ ลดเครียดนักศึกษา

นายสุรศักดิ์กล่าวต่อว่า ในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้เรื่องการเรียนการสอนและการสอบไม่ควรเป็นสิ่งที่มาซ้ำเติมความทุกข์ร้อนของนักศึกษาและครอบครัว หากมีกำหนดการสอบในช่วงเวลานี้ขอให้พิจารณา “เลื่อนการสอบ” ออกไปก่อน เพื่อคลายความวิตกกังวลและภาวะความเครียดของนิสิต นักศึกษา และครอบครัว ขอให้มหาวิทยาลัยระดมสรรพกำลังในการช่วยเหลือดูแลข้าราชการ บุคลากร นิสิต นักศึกษา และครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบตามความเหมาะสม โดยให้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงโดยเร็วที่สุด

มาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม นอกเหนือจากการเลื่อนสอบ

นอกจากประเด็นเรื่องการเลื่อนสอบแล้ว กระทรวง อว. ยังได้ขอความร่วมมือให้มหาวิทยาลัยพิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านอื่นๆ แก่นักศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ด้วย เช่น การจัดหาที่พักอาศัยชั่วคราว การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตประจำวัน การให้คำปรึกษาด้านจิตใจ และการจัดกิจกรรมเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจของนักศึกษา

  • การจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในมหาวิทยาลัย
  • การเปิดรับบริจาคสิ่งของจำเป็น
  • การจัดทีมจิตอาสาลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

นายสุรศักดิ์ย้ำว่า กระทรวงพร้อมสนับสนุนการทำงานของสถาบันอุดมศึกษาในการฝ่าวิกฤตครั้งนี้ หากสถาบันใดมีข้อขัดข้องหรือต้องการการสนับสนุนทรัพยากรเพิ่มเติม สามารถแจ้งประสานงานโดยตรงมายังสำนักงานปลัดกระทรวง อว. เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาและส่งต่อความช่วยเหลือให้ทันท่วงที.

สถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้ครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราเห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่คนในสังคมควรมีให้แก่กันในยามยากลำบาก การตัดสินใจของกระทรวง อว. ในการขอความร่วมมือมหาวิทยาลัยเลื่อนสอบ ถือเป็นมาตรการที่เหมาะสมและทันท่วงที ซึ่งจะช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวลของนักศึกษาที่กำลังเผชิญกับความเดือดร้อนได้อย่างมาก

ที่มา – รมว.อุดมศึกษา ทำหนังสือถึง ม.ภาคใต้ให้เลื่อนสอบ เพื่อลดความเครียดนักศึกษา

“สุชาติ” ส่งบะหมี่หม้อร้อน ช่วยน้ำท่วม

“สุชาติ ชมกลิ่น” สั่งการให้นำบะหมี่หม้อร้อนในตัว จำนวน 1,200 หม้อ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน ส่งมอบให้กับชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม เพื่อรับมือกับปัญหาการขาดแคลนอาหารและไฟฟ้าดับที่เกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยว่า จากการสั่งการของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีการดำเนินการลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

โดยนางสาวลลิดา ได้นำผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบ “อุ่นร้อนในตัวโดยไม่ต้องใช้น้ำร้อน” จำนวน 1,200 หม้อ ขึ้นเครื่องบินของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างเร่งด่วน เนื่องจากพบว่าหลายชุมชนกำลังประสบปัญหาไม่มีไฟฟ้าใช้ ทำให้การหุงหาอาหารเป็นไปด้วยความยากลำบาก อีกทั้งระบบขนส่งยังถูกตัดขาดในบางส่วน ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ยี้ไห่ ฟู้ด ประเทศไทย ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์ไหตี่เลา ที่ได้ร่วมสมทบความช่วยเหลือเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย และอุ่นร้อนรับประทานได้ทันที แม้จะไม่มีแก๊สหรือไฟฟ้าก็ตาม

นางสาวลลิดา กล่าวว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เน้นย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชน และได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งบูรณาการกำลังความช่วยเหลือ ทั้งเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ เจ้าหน้าที่ภาคสนาม และทีมสนับสนุน เพื่อให้ความช่วยเหลือสามารถเข้าถึงทุกพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วที่สุด

นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า “นี่เป็นช่วงเวลายากลำบากของพี่น้องในพื้นที่น้ำท่วม เราจึงพยายามนำอาหารที่สามารถรับประทานได้ทันทีไปช่วยบรรเทาความเดือดร้อนก่อนเป็นลำดับแรก และจะรายงานสถานการณ์ให้นายกรัฐมนตรีทราบอย่างใกล้ชิด” รัฐบาลและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังคงเดินหน้าปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

“สุชาติ” ส่งบะหมี่หม้อร้อน ช่วยน้ำท่วม

ความช่วยเหลือจาก “สุชาติ” ส่งบะหมี่หม้อร้อน ช่วยน้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ การขาดแคลนอาหารและน้ำดื่มสะอาดเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข การได้รับความช่วยเหลือในรูปแบบของบะหมี่หม้อร้อนพร้อมทาน จึงเป็นสิ่งที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้เป็นอย่างดี แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความห่วงใยที่รัฐบาลมีต่อประชาชน

การที่ “สุชาติ” ส่งบะหมี่หม้อร้อน ช่วยน้ำท่วมในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการมอบอาหาร แต่เป็นการส่งมอบกำลังใจและความหวังให้กับผู้ประสบภัย ทำให้พวกเขารู้สึกว่าไม่ได้ถูกทอดทิ้งและยังได้รับการดูแลจากภาครัฐและเอกชน การร่วมมือกันของทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี

การสนับสนุนของภาคเอกชนอย่าง บริษัท ยี้ไห่ ฟู้ด ประเทศไทย ก็เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือประชาชนในยามยากลำบาก การมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจในการแก้ไขปัญหาสังคมเป็นตัวอย่างที่ดีที่ควรได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนต่อไป

การที่รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ เร่งให้ความช่วยเหลือ “สุชาติ” ส่งบะหมี่หม้อร้อน ช่วยน้ำท่วมอย่างเร่งด่วน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและการให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ของพวกเขา การทำงานอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพของหน่วยงานต่างๆ จะช่วยให้การช่วยเหลือเข้าถึงผู้ที่ต้องการได้อย่างทันท่วงที

ถึงเเม้ว่าเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้อาจจะสร้างความเสียหาย เเละความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก เเต่ความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ “สุชาติ” ส่งบะหมี่หม้อร้อน ช่วยน้ำท่วม ก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าเราจะไม่ทอดทิ้งกันในยามยากลำบาก เเละเราจะสามารถก้าวผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกันได้

ที่มา – “สุชาติ” ส่งบะหมี่หม้อร้อนในตัว 1,200 หม้อ ช่วยน้ำท่วม รับมือขาดแคลนอาหาร ไฟฟ้าดับ

อนุมัติ! **มาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ 3 ระยะ**

“อนุทิน” สั่งลุย! มาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ 3 ระยะ เร่งด่วน ช่วยชีวิตประชาชนสำคัญที่สุด เตรียมลงหาดใหญ่รอบ 4

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมบูรณาการการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างๆ เข้าร่วมประชุมเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน ก่อนการประชุม นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมจุดรับบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมบริจาค

นายอนุทินกล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นจุดที่วิกฤติที่สุดและเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ จึงต้องเร่งแก้ไขปัญหาทั้งในระยะเฉพาะหน้าและระยะฟื้นฟู รวมถึงการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด รัฐบาลตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชนและพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาวิกฤติอุทกภัยอย่างเร่งด่วน โดยเน้นย้ำว่าความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ในพื้นที่ เพื่อให้การบูรณาการข้อสั่งการและการทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

กระทรวงการคลังได้ยกเว้นกฎระเบียบต่างๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถจัดซื้อจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว นายอนุทินได้มอบหมายให้กระทรวงต่างๆ เร่งบูรณาการยกระดับประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาวิกฤติอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบปัญหาน้ำท่วม โดยกล่าวว่า “เราจะรอช้าไม่ได้ ทุกวินาทีมีความหมายกับพี่น้องประชาชนที่นั่น”

การประชุมในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเตรียม**มาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ 3 ระยะ** เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตและฟื้นฟูให้กลับมาอยู่ในสภาพปกติโดยเร็วที่สุด รัฐบาลได้เชื่อมโยงเครือข่ายทรัพยากรและการสื่อสารให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานงานความร่วมมือต่างๆ

ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางการช่วยเหลือในระยะสั้น เช่น การให้ประชาชนเข้าถึงอาหาร น้ำดื่ม ยา และที่พักพิงชั่วคราวอย่างทั่วถึง ส่วนในระยะกลาง จะมีการเพิ่มรายได้ลดภาระ โดยมาตรการพักชำระหนี้ สินเชื่อดอกเบี้ย 0% และมาตรการทางการพาณิชย์ เช่น การหาสินค้าที่ต้นทุนต่ำกว่าทุน โดยการสนับสนุนของภาครัฐ นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาถึง**มาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ 3 ระยะ** ในระยะยาว

ในระยะที่ 3 จะเป็นการฟื้นฟูให้กลับสู่ภาวะปกติ โดยรัฐบาลจะเร่งประสานงานให้บริษัทประกันภัยดำเนินการจ่ายค่าประกันให้เร็วที่สุด พร้อมทั้งจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ย 0% เพื่อซ่อมแซมบ้านเรือน ร้านค้า และความเสียหายอื่นๆ กระทรวงมหาดไทยพร้อมให้ความร่วมมือในการสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและตรงจุด นายกรัฐมนตรีอาจจะเดินทางลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา อีกครั้งในช่วงบ่าย

**มาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ 3 ระยะ**

สรุป**มาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ 3 ระยะ**

ระยะที่ 1: ช่วยเหลือเร่งด่วน – มุ่งเน้นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที

ระยะที่ 2: เยียวยาและฟื้นฟู – กระทรวงการคลังบูรณาการหน่วยงานเพื่อออกมาตรการเยียวยาทั้งประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบอย่างครอบคลุม:

  • พักชำระหนี้
  • ลดดอกเบี้ย
  • ออกสินเชื่อพิเศษดอกเบี้ยต่ำเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและร้านค้า
  • มอบเงินเยียวยา
  • ประสาน คปภ. เร่งเคลมประกันภัย
  • จัดตั้งศูนย์พักพิง
  • ขอความร่วมมือจากรัฐวิสาหกิจในการฟื้นฟูกิจการและซ่อมแซมที่อยู่อาศัย

ระยะที่ 3: ฟื้นฟูระยะยาว – กระทรวงการคลังออกมาตรการฟื้นฟูที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถฟื้นฟูอาชีพและชีวิตความเป็นอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ:

  • ออกสินเชื่อฟื้นฟู
  • พิจารณามาตรการตามความเหมาะสม
  • ประสานบริษัทประกันภัยจ่ายเงินประกันโดยเร็ว
  • จัดหาสินเชื่อดอกเบี้ย 0% เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและร้านค้า
  • เร่งสำรวจความเสียหายโดยกระทรวงมหาดไทย

รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ให้กลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด โดย **มาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ 3 ระยะ** นี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

ที่มา – เคาะมาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ 3 ระยะ “อนุทิน” ลั่นรอช้าไม่ได้ บ่ายนี้จ่อไปหาดใหญ่

ศักดิ์ดาโต้ ปภ. ไม่ล่าช้าช่วยน้ำท่วม เหตุพื้นที่กว้าง

รมช.มหาดไทย ยืนยัน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ไม่ล่าช้าช่วยน้ำท่วม ภาพรวมเมื่อวานช่วยได้ 1,000 คน คุยผู้ว่าฯ สงขลา น้ำลดลงมาก ลั่น อยู่ระหว่างตรวจสอบปมชาวบ้านไล่ยิงกู้ภัย

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ตกค้างในพื้นที่ประสบอุทกภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ว่า เมื่อวานนี้ (26 พ.ย.) ภาพรวมสามารถช่วยออกมาได้ประมาณ 1,000 คน แต่ต้องยอมรับว่า ประชาชนบางคนขออยู่บ้าน ไม่ยอมออกจากพื้นที่ ซึ่ง ปภ. จะทำการส่งข้าว ส่งน้ำ และเมื่อเช้าได้พูดคุยกับนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ว่าปริมาณน้ำในพื้นที่ลดลงเยอะแล้ว และเมื่อวานในช่วงเย็นได้พูดคุยกับหน่วยงานราชการต่างๆ ได้นำเครื่องสูบน้ำประมาณ 200-300 เครื่อง ตั้งแต่ 24-40 นิ้ว ในการติดตั้งในพื้นที่ และคาดการณ์ว่าหากสูบน้ำออกได้ก็จะสูบทันที

ส่วนปัญหาหลักๆ ที่ ปภ. เข้าไปในพื้นที่ นายศักดิ์ดา ยอมรับว่า กระแสน้ำมีความเชี่ยว เรือท้องแบนบางจุดเข้าไม่ได้ ขณะที่กระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าการทำงานของ ปภ. ค่อนข้างล่าช้า นายศักดิ์ดา บอกว่า ไม่ได้ล่าช้า แต่อย่าลืมว่าพื้นที่มีความกว้างใหญ่ ไม่ใช่จุดเล็กๆ ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ในเขตเทศบาล เราก็เปิดศูนย์รับข้อมูลข่าวสารเข้ามา

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมหนักทั้งในพื้นที่จังหวัดพัทลุงและจังหวัดสตูล นายศักดิ์ดา กล่าวว่า หนักทุกพื้นที่ เพราะฉะนั้นเราต้องขนอุปกรณ์จากภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสานบางส่วนเข้าไป ขอให้เชื่อมั่นรัฐบาล ทุกคนลงไปอยู่ในพื้นที่ ทั้งนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี อธิบดี และปลัดกระทรวงอยู่ในพื้นที่หมด

ส่วนเรื่องการสั่งการจะซ้ำซ้อนกันหรือไม่ นายศักดิ์ดา ยืนยันว่า ไม่ซ้ำซ้อน เพราะเรามีศูนย์บัญชาการ และแบ่งพื้นที่รับผิดชอบออกเป็น 4 โซน มีหัวหน้าทีมชัดเจน ส่วนเรื่องความโกลาหลอะไรเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่ลงไปดูมากกว่า 1,000 คน ที่ช่วยกัน พร้อมระบุอีกว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบถึงเหตุการณ์ที่ชาวบ้านไล่ยิงหน่วยกู้ภัย และอาสาสมัครในพื้นที่

ศักดิ์ดาโต้ ปภ. ไม่ล่าช้าช่วยน้ำท่วม เหตุพื้นที่กว้าง

จากกรณีสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดทางภาคใต้ของประเทศไทย ได้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ว่ามีความล่าช้าในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ล่าสุด นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาโต้ตอบข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยยืนยันว่า ปภ. ไม่ได้ล่าช้าในการให้ความช่วยเหลือ และได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ภายใต้ข้อจำกัดของพื้นที่

ปัจจัยที่ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างท้าทาย

นายศักดิ์ดา ชี้แจงว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างท้าทายคือ พื้นที่ประสบภัยมีขนาดกว้างใหญ่ ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในเขตเทศบาล ประกอบกับกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก ทำให้การเข้าถึงพื้นที่บางแห่งเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ประชาชนบางส่วนยังคงต้องการอาศัยอยู่ในบ้านของตนเอง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องจัดส่งอาหารและน้ำดื่มเข้าไปให้

อย่างไรก็ตาม นายศักดิ์ดา ยืนยันว่า ปภ. ได้เปิดศูนย์รับข้อมูลข่าวสาร และระดมสรรพกำลังจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยภาพรวมเมื่อวานนี้ สามารถช่วยเหลือประชาชนออกมาจากพื้นที่ประสบภัยได้ประมาณ 1,000 คน

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ส่งเครื่องสูบน้ำจำนวนมากเข้าไปติดตั้งในพื้นที่ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ประสบภัย โดยมีการประสานงานกับหน่วยงานราชการต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

การแก้ปัญหาเรื่องศักดิ์ดาโต้ ปภ. ไม่ล่าช้าช่วยน้ำท่วม เหตุพื้นที่กว้าง ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และการมีระบบการจัดการภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน

นายศักดิ์ดา ยังกล่าวถึงกรณีที่มีเหตุการณ์ชาวบ้านไล่ยิงหน่วยกู้ภัยและอาสาสมัครในพื้นที่ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป การศักดิ์ดาโต้ ปภ. ไม่ล่าช้าช่วยน้ำท่วม เหตุพื้นที่กว้าง เป็นสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจในสถานการณ์และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานต่อไป

ท้ายที่สุดนี้ การศักดิ์ดาโต้ ปภ. ไม่ล่าช้าช่วยน้ำท่วม เหตุพื้นที่กว้าง เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาในหลายมิติ ทั้งเรื่องของการจัดการภัยพิบัติ การช่วยเหลือประชาชน และการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างภาครัฐและประชาชน เพื่อให้เราสามารถก้าวผ่านวิกฤตการณ์นี้ไปด้วยกัน

ที่มา – “ศักดิ์ดา” โต้ ปภ. ไม่ล่าช้าช่วยน้ำท่วม เหตุพื้นที่กว้าง ภาพรวมเมื่อวานช่วยได้ 1 พันคน

หาดใหญ่น้ำท่วมเช้านี้ ลดแล้ว! พบความเสียหาย

เช้าวันนี้ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สถานการณ์ น้ำท่วม เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยระดับน้ำในหลายพื้นที่ได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตามมาคือภาพความเสียหายที่ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ทั้งปริมาณขยะจำนวนมหาศาลที่ถูกกระแสน้ำพัดพามา และรถยนต์จำนวนมากที่จอดเสียอยู่ริมถนน หลังจากถูกน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน

เมื่อเวลา 08.45 น. ของวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เพจเฟซบุ๊ก Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา ได้รายงานสถานการณ์ล่าสุดว่า ระดับน้ำในพื้นที่หาดใหญ่ลดลงเกือบทั้งหมดแล้ว และหน่วยงานต่างๆ กำลังเร่งเข้าพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง

ถึงแม้สถานการณ์ น้ำท่วม จะเริ่มบรรเทาลง แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นค่อนข้างหนักหน่วง เราจะเห็นได้จากภาพที่เผยแพร่ออกมาว่ามีขยะจำนวนมากเกลื่อนถนน และรถยนต์หลายคันจอดเสียเรียงรายอยู่ริมทาง ซึ่งเป็นผลมาจาก น้ำท่วม ที่สูงและกินเวลานานหลายวัน

หาดใหญ่น้ำท่วมเช้านี้ ลดแล้ว! พบความเสียหาย

สถานการณ์ น้ำท่วม ครั้งนี้ถือเป็นอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สร้างผลกระทบต่อชาวหาดใหญ่อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน บ้านเรือน หรือแม้แต่การดำเนินชีวิตประจำวัน หลายคนต้องเผชิญกับความยากลำบากในการเดินทาง การทำมาหากิน และการดำรงชีพ

นอกจากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบ้านเรือนและทรัพย์สินแล้ว ผลกระทบทางด้านจิตใจก็เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ หลายคนต้องสูญเสียสิ่งของอันเป็นที่รัก ต้องเผชิญกับความเครียดและความวิตกกังวลเกี่ยวกับอนาคต

การช่วยเหลือและฟื้นฟูหลังน้ำลด

หลังจากน้ำลด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสา ต่างร่วมมือกันในการทำความสะอาดพื้นที่ เก็บกวาดขยะ ซ่อมแซมบ้านเรือน และให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน

นอกจากนี้ การให้ความช่วยเหลือด้านการเงินและสิ่งของจำเป็น ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ในเบื้องต้น การเยียวยาจิตใจก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม การให้คำปรึกษา การสนับสนุนทางด้านจิตใจ จะช่วยให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

แม้ว่าสถานการณ์ น้ำท่วม จะสร้างความเสียหายและความยากลำบากให้กับชาวหาดใหญ่อย่างมาก แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ให้กลับมาสวยงามและน่าอยู่ได้อีกครั้ง

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินในอนาคต การวางแผนป้องกัน การสร้างระบบเตือนภัย และการให้ความรู้แก่ประชาชน จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากภัยพิบัติได้

สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้กับชาวหาดใหญ่ทุกคน ขอให้ทุกท่านเข้มแข็งและก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้อย่างรวดเร็วครับ

ที่มา – บรรยากาศหาดใหญ่เช้านี้ “น้ำท่วม” ส่วนใหญ่ลดลงแล้ว พบความเสียหายโผล่หลายจุด

“เปิ้ล นาคร” โพสต์ 5 ร่างลอยในบ้าน

“เปิ้ล นาคร” โพสต์ข้อความสะเทือนใจบอก 5 ร่างลอยอยู่ในบ้าน เกินกำลังที่จะเอาออกมาได้ ทำโซเชียลหดหู่ ภาวนาให้เหตุการณ์วิกฤตผ่านพ้นไปได้โดยเร็ว สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความหดหู่ใจให้กับผู้ที่ได้ทราบข่าวเป็นอย่างมาก

วันที่ 27 พ.ย. 68 การช่วยเหลือสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ จ.สงขลา ยังคงดำเนินไปต่อเนื่อง ทีมงานเจ้าหน้าที่และหน่วยงานต่างๆ ก็พากันเข้าช่วยเหลือเต็มความสามารถ

โดยเมื่อเวลา 03.42 น. เปิ้ล นาคร ศิลาชัย หนึ่งในจิตอาสากู้ภัยที่เข้าช่วยเหลือเหตุน้ำท่วม ได้โพสต์ภาพข้อความผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก Ple Nakorn ระบุว่า “5 ร่างลอยอยู่ในบ้าน เกินกำลังที่จะเอาออกมาได้… 1 ขาโผล่ออกมาจากหลังคาที่ปริ่มน้ำ…” ตี 2.51 น. กลับจากลงพื้นที่ ถึงที่พักแล้ว ขอนอนก่อนนะ พรุ่งนี้มีเรื่องมากมายจะเล่าให้ฟัง

ซึ่งหลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ต่างก็มีคนเข้ามาแสดงความเสียใจเป็นจำนวนมาก และรู้สึกหดหู่กับข่าวความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ หลายคนได้แต่ส่งกำลังใจให้ เปิ้ล นาคร และทีมงานกู้ภัยทุกคนที่กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย

“เปิ้ล นาคร” โพสต์ 5 ร่างลอยในบ้าน

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ยังคงน่าเป็นห่วง และข่าวการพบ“เปิ้ล นาคร” โพสต์ 5 ร่างลอยในบ้าน ยิ่งตอกย้ำถึงความรุนแรงและความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติครั้งนี้ การทำงานของเจ้าหน้าที่กู้ภัยเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากอุปสรรคต่างๆ ทั้งจากระดับน้ำที่สูง และความเสี่ยงจากซากปรักหักพังต่างๆ

เรื่องราวสะเทือนใจ “เปิ้ล นาคร” กับ 5 ร่างลอยในบ้าน

ข้อความที่ เปิ้ล นาคร โพสต์ ทำให้หลายคนจินตนาการถึงสถานการณ์ที่ยากลำบากและอันตรายที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเผชิญในการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย การที่ต้องเผชิญกับภาพความสูญเสีย และความยากลำบากในการเข้าถึงผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ เป็นสิ่งที่ท้าทายทั้งทางร่างกายและจิตใจ

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบาก การมีจิตอาสาและความเสียสละของเจ้าหน้าที่กู้ภัย และประชาชนทั่วไปที่ร่วมกันช่วยเหลือผู้ประสบภัย เป็นสิ่งที่น่ายกย่องและเป็นกำลังใจให้เราก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

นอกจากนี้ การให้ความสำคัญกับการวางแผนผังเมืองและการจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมในอนาคต การเรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และนำมาปรับปรุงแก้ไข จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับภัยพิบัติได้ดีขึ้น

ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านที่กำลังประสบกับความยากลำบากจากสถานการณ์น้ำท่วม และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่กู้ภัยทุกท่านที่เสียสละแรงกายแรงใจในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขอให้ทุกท่านปลอดภัย และขอให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ววัน

การที่ “เปิ้ล นาคร” โพสต์ 5 ร่างลอยในบ้าน เป็นการสะท้อนภาพที่เจ็บปวดของสถานการณ์ แต่ก็เป็นสิ่งกระตุ้นให้เราไม่ละเลยและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่เท่าที่จะทำได้ เราหวังว่าเรื่องราวเหล่านี้จะเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในการจัดการภัยพิบัติในอนาคต และขอให้กำลังใจแก่ทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

เราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ ไม่ว่าจะด้วยการบริจาคสิ่งของจำเป็น การสนับสนุนทางการเงิน หรือการให้กำลังใจผ่านช่องทางต่างๆ สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เราทำ อาจมีความหมายอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังเผชิญกับความยากลำบาก

ที่มา – “เปิ้ล นาคร” โพสต์ข้อความสะเทือนใจ 5 ร่างลอยอยู่ในบ้าน เกินกำลังที่จะเอาออกมาได้

เรือหลวงจักรีนฤเบศร ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่

หลังจากเดินทางนานกว่า 24 ชั่วโมง “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” ได้ทอดสมอที่หาดสมิหลาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่อย่างเร่งด่วน โดยมีเป้าหมายหลักคือการนำผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่วิกฤต

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” ได้ออกเดินทางจากฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตั้งแต่เวลา 23.00 น. ของคืนก่อนหน้า และใช้เวลาเดินทางรวม 23 ชั่วโมง ก่อนจะมาถึงหาดสมิหลาในเวลา 23.00 น. ของวันนี้ สาเหตุที่การเดินทางใช้เวลานานกว่า 24 ชั่วโมง เนื่องจากการบรรทุกสิ่งของบริจาคจากประชาชนจำนวนมากถึง 20 ตัน ทำให้เรือสามารถทำความเร็วได้เพียง 16 นอตต่อชั่วโมง

บรรยากาศบนเรือหลวงจักรีนฤเบศร ตลอดช่วงที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารเรือและกรมแพทย์ทหารเรือได้ทำการคัดแยกสิ่งของบริจาค ไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่ม ข้าวสารอาหารแห้ง ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม และอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่างๆ ก่อนที่จะทำการบรรจุหีบห่อตลอดทั้งวัน

นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมเรือท้องแบนกว่า 12 ลำ เพื่อรองรับภารกิจเร่งด่วนของกองทัพเรือ ซึ่งประกอบด้วย:

  • ลำเลียงอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังประชาชนที่ติดอยู่ในพื้นที่ประสบภัยที่เข้าถึงยาก
  • เคลื่อนย้ายและอพยพประชาชนออกจากจุดวิกฤตที่มีความเสี่ยงต่อความปลอดภัย
  • สนับสนุนหน่วยงานท้องถิ่นในการฟื้นฟูเบื้องต้น
  • ตรวจประเมินพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะสองข้อแรกที่ต้องดำเนินการทันที

มีการเตรียมลานจอดเฮลิคอปเตอร์สำหรับเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำของกองทัพเรือ เพื่อใช้ในการรับเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ป่วยวิกฤต และขนส่งสิ่งของจำเป็นไปยังผู้ประสบภัย นอกจากนี้ ภายในเรือหลวงจักรีนฤเบศร ยังมีครัวพระราชทานที่สามารถปรุงอาหารสุกได้ถึง 3,000 ชุดต่อวัน เพื่อส่งมอบให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ

เรือหลวงจักรีนฤเบศร เตรียมช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่

ความคืบหน้าของสถานการณ์จะมีการรายงานให้ทราบต่อไป

ภารกิจเร่งด่วนของเรือหลวงจักรีนฤเบศร ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่

เรือหลวงจักรีนฤเบศร ถือเป็นกำลังสำคัญในการบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหาดใหญ่ ด้วยศักยภาพและทรัพยากรที่มีอยู่ กองทัพเรือพร้อมที่จะสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ เพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

ที่มา – เรือหลวงจักรีนฤเบศร ทอดสมอแล้วที่หาดสมิหลา เตรียมช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่เร่งด่วน

กู้ภัยเผยนาทีถูกปืนยิงไล่หลัง: เหตุผลที่คาดไม่ถึง

“โทน บางแค” อาสากู้ภัยชื่อดัง เผยนาทีระทึกขวัญ ถูกปืนยิงไล่หลังขณะนำเรือเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในหาดใหญ่ เผยห่วงความปลอดภัยของเด็กที่อยู่ในเรือ ก่อนเจรจาจนทราบถึงเหตุผลเบื้องหลัง

เมื่อเวลา 17.30 น. ของวันที่ 26 พฤษภาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พบว่า บริเวณถนนบางแฟบ – คลองวาด หมู่ที่ 11 และหมู่ที่ 7 ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากหลายมูลนิธิได้ทำการเก็บอุปกรณ์และเรือออกจากพื้นที่ หลังเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา กลุ่มของ “โทน บางแค” เซียนพระชื่อดังจากมูลนิธิสยามนนทบุรี ถูกยิงไล่หลังประมาณ 2-3 นัด ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไกล่เกลี่ยกับผู้ก่อเหตุจนมีการขอโทษกัน

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ปฏิบัติหน้าที่ในบริเวณดังกล่าวตัดสินใจยุติภารกิจในพื้นที่บางแฟบ-คลองวาด

“โทน บางแค” เล่าว่า ตนเดินทางมาจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่เย็นวานนี้ เพื่อมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ สามารถช่วยเหลือชาวบ้านได้ประมาณ 100 คน แต่ระหว่างที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย กลับถูกชายคนหนึ่งยิงไล่หลังหลายนัด ที่น่ากังวลคือมีเด็กอยู่บนเรือด้วย เรือกู้ภัยต้องเร่งเครื่องเพื่อต่อสู้กับกระแสน้ำ หากช้าอาจเกิดการชนกันได้ โชคดีที่ได้ประสานงานกับผู้นำชุมชนจนมีการขอโทษขอโพยกันในที่สุด

หลังเหตุการณ์ดังกล่าว ทีมกู้ภัยส่วนใหญ่ได้ถอนกำลัง เหลือเพียงทีมของตนเอง จากการพูดคุยกับผู้ก่อเหตุ ทราบว่าเขาเกิดความเครียดสะสม เนื่องจากตั้งแต่เมื่อคืนมีเรือเข้าออกพื้นที่ แต่ไม่มีใครช่วยเหลือเขาเลย จนกระทั่งก่อเหตุในช่วงเย็น

กู้ภัยเผยนาทีถูกปืนยิงไล่หลัง

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากในการทำงานของเจ้าหน้าที่กู้ภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน พวกเขาต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอันตรายจากภัยธรรมชาติ หรือจากบุคคลภายนอก

บทเรียนจากเหตุการณ์ถูกปืนยิงไล่หลัง

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของการสื่อสารและการทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะในสถานการณ์วิกฤต ผู้ประสบภัยอาจมีความเครียดและความวิตกกังวล การรับฟังและให้ความช่วยเหลืออย่างทั่วถึงจึงเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ การทำงานของเจ้าหน้าที่กู้ภัยควรมีการประสานงานกับผู้นำชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

  • การสื่อสาร: การสื่อสารที่ชัดเจนและเข้าใจง่ายเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันความเข้าใจผิดและความขัดแย้ง
  • ความเข้าใจ: การทำความเข้าใจถึงความรู้สึกและความต้องการของผู้ประสบภัยจะช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล
  • ความร่วมมือ: ความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่กู้ภัย ผู้นำชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบาก การมีน้ำใจและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่จะช่วยให้สังคมของเราก้าวผ่านวิกฤตต่างๆ ไปได้อย่างเข้มแข็ง

การทำงานของเจ้าหน้าที่กู้ภัยนั้นเสียสละและน่าชื่นชม พวกเขาเหล่านั้นยอมเสี่ยงอันตรายเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น สมควรได้รับการยกย่องและให้กำลังใจ

ที่มา – กู้ภัยเผย นาทีถูกปืนยิงไล่หลัง ในเรือมีเด็ก สุดท้ายพูดคุยจนรู้เหตุผล

“ไชยชนก” ประสาน SpaceX แก้ปัญหาสื่อสารล่มในสงขลา

จากเหตุการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อระบบสื่อสารในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ล่าสุด นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เร่งประสาน SpaceX เพื่อนำเทคโนโลยี Starlink เข้ามาแก้ปัญหา โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เห็นชอบให้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่จังหวัดสงขลา โดยมี พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า หรือ ศป.กฉ.ส่วนหน้า

เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้ ทำให้ระบบสื่อสารโทรคมนาคมในพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่สามารถใช้งานได้ การวางระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับหน่วยงานและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในการให้ความช่วยเหลือและอพยพประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยนายไชยชนกได้ดำเนินการประสานงานกับ บริษัท SpaceX เพื่อขอความร่วมมือในการวางระบบสื่อสารอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมความเร็วสูง (satellite internet broadband) โดยใช้อุปกรณ์ดาวเทียม Starlink ในการเชื่อมต่อระบบ

ผลจากการหารือร่วมกันระหว่าง บริษัท SpaceX และ กสทช. ได้ข้อสรุปว่า SpaceX ยินดีสนับสนุนดาวเทียม Starlink เพื่อใช้งานในสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ และ กสทช. จะดำเนินการออกใบอนุญาตนำเข้า พร้อมเงื่อนไขหลักเกณฑ์การใช้งานเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ในประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเท่านั้น หลังจากที่นายกรัฐมนตรี หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามอนุญาตนำเข้าแล้ว

นายไชยชนกกล่าวเพิ่มเติมว่า “รัฐบาล และกระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ที่ยังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แต่ติดขัดอุปสรรคระบบการสื่อสารในภาคพื้นดินล่ม ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจึงมีข้อสั่งการให้กระทรวงดีอี ดำเนินการกู้ระบบสื่อสารอย่างเร่งด่วน เพื่อให้หน่วยงานช่วยเหลือและทีมกู้ภัยสามารถช่วยเหลืออพยพประชาชนผู้ประสบภัยได้ โดยกระทรวงดีอีขอขอบคุณความร่วมมือจากบริษัท SpaceX และ กสทช. ในการติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink เฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉิน พื้นที่ จ.สงขลา เท่านั้น ตามอำนาจของ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ซึ่ง ศป.กฉ.ส่วนหน้า จะดำเนินการกำหนดจุดติดตั้งต่อไป”

“ไชยชนก” ประสาน SpaceX ใช้งาน Starlink แก้ปัญหาระบบเครือข่ายสื่อสารล่ม ในสงขลา

การแก้ไขปัญหาระบบสื่อสารที่ล่มในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์แก่ประชาชน การที่ “ไชยชนก” ประสาน SpaceX เพื่อนำ Starlink มาใช้งาน ถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจและอาจเป็นต้นแบบสำหรับการรับมือกับภัยพิบัติในอนาคตได้อีกด้วย การมีระบบสื่อสารสำรองที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยให้การประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่น และทำให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างทันท่วงที

Starlink ช่วยแก้ปัญหาสื่อสารล่มในสงขลา

การนำเทคโนโลยี Starlink มาใช้แก้ปัญหาสื่อสารล่ม แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารที่มีความยืดหยุ่นและสามารถปรับตัวได้ในสถานการณ์ต่างๆ ที่มีความไม่แน่นอน นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีอวกาศในการเข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือมนุษย์ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

ผมมองว่าการที่รัฐบาลและภาคเอกชนร่วมมือกันในการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้แก้ปัญหา ถือเป็นแนวทางที่ถูกต้องและควรได้รับการสนับสนุนต่อไป การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารที่มีความทันสมัย จะช่วยเพิ่มความสามารถในการรับมือกับภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การที่นาย “ไชยชนก” ประสาน SpaceX เพื่อให้การช่วยเหลือในครั้งนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน และเป็นสัญญาณที่ดีว่ารัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาประเทศ

การประสานงานของ “ไชยชนก” กับ SpaceX ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีอวกาศมาประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทย การแก้ไขปัญหาระบบสื่อสารล่มในสงขลาด้วย Starlink ไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในระยะสั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำหรับระบบสื่อสารสำรองที่มีประสิทธิภาพในระยะยาวอีกด้วย

ที่มา – “ไชยชนก” ประสาน SpaceX ใช้งาน Starlink แก้ปัญหาระบบเครือข่ายสื่อสารล่ม ในสงขลา

Scroll to top